WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, September 24, 2011

เริ่มแล้ว! สืบพยานคดี ‘ลุง SMS’ ส่งข้อความเข้าข่ายหมิ่นให้เลขาฯ อภิสิทธิ์

ที่มา ประชาไท


ภาพจากเฟซบุ๊ก ป๋าจอมตั๊ปฯ

23 ก.ย.54 เวลาประมาณ 10.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาฯ ห้องพิจารณาคดี 801 มีการสืบพยานในคดีที่อัยพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา7 สำนักงานอัยการสูงสุด ฟ้อง นายอำพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี เป็นจำเลย ในความผิดตามมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา และ มาตรา 14(2), (3) จากกรณีที่จำเลยถูกกล่าวหาว่า ส่งข้อความสั้น (SMS) เข้าข่ายหมิ่นไปยังโทรศัพท์มือถือของเลขานุการส่วนตัวนายกฯ รัฐมนตรี 4 ครั้ง ในช่วงเดือนพ.ค.53

โดยในวันนี้เป็นสืบพยานโจกท์ คือ นายสมเกียรติ ครองวัฒนสุข เลขานุการส่วนตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ ร.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย จากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมผู้จับกุมจำเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในห้องพิจารณาคดีว่า มีผู้สนใจเข้าร่วมฟังการสืบพยานราว 20 คนจนเต็มห้องประชุม รวมทั้งครอบครัวของจำเลย ซึ่งประกอบด้วยภรรยา บุตรสาว และหลานของจำเลยจำนวน 5 คน อายุตั้งแต่ 5-11 ปี ซึ่งทั้งตอนเข้าและออกจากห้องพิจารณาคดี จำเลยและหลานๆ ได้เข้าสวมกอดกันและพากันร่ำไห้

เลขานุการส่วนตัวอดีตนายกฯ เบิกความว่า มีการส่ง SMS ข้อความที่เข้าข่ายหมิ่นพระมหากษัตริย์และพระราชินี 4 ครั้งในช่วงเดือน พ.ค.53 ตนจึงถ่ายภพาหน้าจอเก็บไว้ทุกครั้งและแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ร.ต.อ.ศักดิ์ เบิกความว่า ได้เดินทางไปรับเรื่องร้องทุกข์จากนายสมเกียรติที่ทำเนียบรัฐบาล และสืบทราบจากหมายเลข EMEI (อีมี่) เครื่องโทรศัพท์ ผ่านการตรวจสอบข้อมูลจากบริษัทผู้ให้บริการทั้ง 3 เครือข่ายคือ ทรู ดีแทค และเอไอเอส จากนั้นจึงตรวจสอบอีกว่าเครื่องดังกล่าวโทรติดต่อกับเครื่องใดอีกหรือไม่ จนทราบจากบริษัททรูและดีแทคว่า มีการโทรหาปลายทางที่เป็นโทรศัพท์ในระบบจดทะเบียน สืบทราบว่าเป็นลูกสาวของจำเลย จึงเรียกลูกสาวจำเลยมาให้การ และลูกสาวจำเลยแจ้งว่าหมายเลขดังกล่าวเป็นหมายเลขของพ่อตนเอง

ขณะที่นางรสมาลิน (ขอสงวนนามสกุล) ภรรยาของจำเลย ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวก่อนจะมีการพิจารณาคดีว่า เจ้าหน้าที่ตำวจได้เรียกตัวลูกสาวของจำเลยไปให้การ โดยอ้างว่าเธอมีส่วนเกี่ยวพันกับคดีค้ายาเสพติด หลังจากให้ข้อมูลแล้วจึงแจ้งว่าได้ถอนคดียาเสพติดไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสืบพยานเสร็จสิ้นในครึ่งวันเช้า และจะมีการสืบพยานอีกในวันที่ 27-29 ก.ย.นี้ โดยในวันที่ 27-28 ก.ย.จะเป็นการสืบพยานโจทก์และ 29 ก.ย.จะเป็นการสืบพยานจำเลย

ทั้งนี้ นายอำพล ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 3 ส.ค.53 ที่ห้องเช่า และคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จนได้ประกันตัวเมื่อวันที่ 4 ต.ค.53 กระทั่งเมื่ออัยการส่งฟ้อง จึงถูกคุมตัวยังเรือนจำเดิมอีกครั้งเมื่อวันที่ 18 ม.ค.54 ทนายยื่นประกันตัวหลายครั้งแต่ได้รับการปฏิเสธ ทำให้จำเลยยังถูกขังอยู่จนปัจจุบัน โดยมีอาการป่วยเป็นโรคมะเร็งช่องปาก

เปิดตัวที่ปรึกษา คอป. ต่างชาติ 4 ไทย 2 "ชัยวัฒน์-สุรเกียรติ์ "

ที่มา ประชาไท

"คณิต ณ นคร" ประธาน คอป. แถลงข่าวเปิดตัวคณะที่ปรึกษาชาวต่างชาติ 4 คน และคนไทย 2 คน "พริสซิลล่า เฮย์เนอร์-เดนิส เดวิส-เดวิด เคนเนดี-ฮัสซัน วิรายูดา-ชัยวัฒน์ สถาอานันท์-สุรเกียรติ์ เสถียรไทย" ยืนยัน เดินหน้าสร้างสันติและปรองดอง

23 ก.ย. 54 - นายคณิต ณ นคร ประธาน คอป. แถลงข่าวเปิดตัวคณะที่ปรึกษาคณะกรรมการ คอป. ประกอบด้วยชาวต่างชาติ ได้แก่ น.ส.พริสซิลล่า เฮย์เนอร์, นายเดนิส เดวิส, นายเดวิด เคนเนดี และ นายฮัสซัน วิรายูดา คนไทยอีก 2 คน คือ นายชัยวัฒน์ สถาอานันท์ และ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย

นายคณิต ระบุว่า การมีที่ปรึกษาชาวต่างชาติเข้ามาช่วยเป็นที่ปรึกษาจะช่วยให้การทำงานของ คอป. ดำเนินไปในทิศทางที่ดี ยืนยันว่า คอป. ยังเป็นอิสระ จะพยายามทำทุกวิธีทางให้เกิดสันติปรองดอง ซึ่งการตัดสินใจทุกอย่างที่จะมีขึ้นในอนาคต เป็นการตัดสินใจของ คอป.

ด้าน นายสุรเกียรติ์ กล่าวว่า คณะที่ปรึกษาไม่ได้ทำหน้าที่ตัดสินใจ เพียงแต่ให้คำแนะนำและเสนอความคิดที่เป็นประโยชน์ในแง่มุมเชิงวิชาการ โดยในอนาคตมีแนวคิดเชิญอดีตผู้นำจากหลายประเทศ ที่เคยมีเหตุความไม่ปรองดองเกิดขึ้น เช่น ประเทศชิลี มาเล่าประสบการณ์การทำงานที่ประสบความสำเร็จด้วย

ส่วนกรณีการเสนอแก้กฎหมายก่อการร้าย ซึ่งเห็นว่ามีโทษรุนแรง นั้น นายคณิต มองว่า กฎหมายดังกล่าวออกมาเป็นพระราชกำหนด จึงเห็นว่าไม่ถูกต้องตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากไม่ผ่านกระบวนการพิจารณาของรัฐสภา ซึ่ง คอป.กำลังพิจารณาว่าจะขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวอย่างไร ส่วนกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประสานงานกับ คอป.เพื่อดำเนินการตามข้อเสนอของ คอป. เห็นว่าเป็นเรื่องของรัฐบาล ซึ่ง คอป.ได้เสนอแนวทางไปหมดแล้ว ต่อไปเป็นหน้าที่ของสื่อมวลชนที่จะติดตามว่ารัฐบาลจะทำตามข้อเสนอของ คอป.หรือไม่

ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: สำนักข่าวไทย, มติชนออนไลน์

WEEK ENDนี้ใครทำอะไรที่ไหน?ไปแจมที่ไหนดี

ที่มา Thai E-News



ชูธงก่อนไปเตะบอล-ฟุตบอลมิตรภาพไทย-กัมพูชา โทรทัศน์ASIA UPDATEถ่ายทอดสดบ่ายสองโมงเป็นต้นไป(ถ่ายทอดสดทางเน็ตhttp://www.asiaupdate.tv/live-2) หรือหากรักชอบประชาธิปัตย์กับสื่อกระแสหลัก ให้ตามไปเชียร์ที่สนามจุ๊บ จุฬาฯ

24 กันยายน -งาน”โดมรวมใจ รำลึก 35 ปี 6 ตุลา”







ปีนี้เป็นครบวาระ 35 ปี แห่งการถูกล้อมปราบ สังหารโหดในปีนี้ ทางคณะกรรมการกำหนดจัดงาน โดมรวมใจ ในวันเสาร์(วันนี้)ที่ 24 กันยายน 2554 ณ ห้องอาหารโดมพระจันทร์ ชั้น2 อาคาร 60 ปี (ตรงข้ามคณะรัฐสาตร์) มธ. ท่าพระจันทร์


17.30 ลงทะเบียน
17.30 – 20.00 ร่วมสังสรรค์ รับประทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง ริมน้ำเจ้าพระยา
20.00 - 21.00 การเปิดตัว DVD สารคดี 6 ตุลา
21.00 - 21.30 การแถลงข่าวการจัดงาน 35ปี 6ตุลา และการพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างมิตร(อาจมีการเปลี่ยนแปลง
21.30 น. ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน และ ปิดงาน

บัตรราคา 350 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ฟรี

จัดโดย ชมรมโดมรวมใจ รวมอดีตคนตุลาศิษย์เก่าธรรมศาสตร์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ สุเทพ 081-632-8214 วีรวงศ์ 089-084-5599 ตุน 081-9498285

25 กันยายน ดาวยังพรายอยู่จนฟ้ารุ่งราง
เชิญ ร่วมงานถ้อยคำรำลึก บทกวี บทเพลง ของจิตร ภูมิศักดิ์ ผู้มาก่อนกาล "ดาวยังพรายอยู่จนฟ้ารุ่งราง" อาทิตย์ที่25กันยายนนี้ บ่ายสอง ถึงหกโมงเย็น อนุสรณ์สถาน14ตุลา สี่แยกคอกวัว (ตึกหลัง) ไม่มีค่าใช้จ่าย


25 กันยาฯคณะนิติราษฎร์ท้าดีเบตให้หายคาใจกรณีรัฐประหาร19กันยาเป็นโมฆะ

รวมคลิป "5 ปี รัฐประหาร 1 ปี นิติราษฎร์"

ที่มา SpeedhorseTV
18 กันยายน 2554













คณะนิติราษฎร์ประกาศเชิญชวนบรรดาผู้วิพากษ์ข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ทั้งหลาย มาซักถาม และแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างเป็นทางการในวันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2554 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป

เว็บไซต์นิติราษฎร์ แจ้งกำหนดการแถลงข่าวข้อเสนอให้ลบล้างผลพวงจากรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยระบุว่า สืบเนื่องจากการแถลงข้อเสนอทางวิชาการ "5 ปี รัฐประหาร 1 ปี นิติราษฎร์" เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2554 ปรากฏว่าได้มีการนำเสนอข่าวสารโดยสื่อมวลชนจำนวนมาก ในลักษณะที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปจากข้อเสนอของคณะนิติราษฏร์ จนสร้างความเข้าใจผิดแก่สาธารณชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอให้ "ลบล้างผลพวงจากรัฐประหาร 19 กันยายน 2549" ประกอบกับมีผู้ตั้งคำถาม และวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่ได้ศึกษารายละเอียดของข้อเสนอดังกล่าวให้เข้าใจ อย่างเพียงพอ

"ดังนั้น คณะนิติราษฎร์ นิติศาสตร์เพื่อราษฎร จึงขอเรียนเชิญสื่อมวลชนทุกแขนง และบรรดาผู้วิพากษ์ข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ ทั้งหลาย มาซักถาม และแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างเป็นทางการ ในวันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2554 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้อง 123 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์"

ทั้งนี้ รศ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ เปิดเผยว่า งานแถลงข่าวดังกล่าว มีขึ้นหลังจากสื่อมวลชนบางสำนักนำเสนอข่าวให้ร้าย คลาดเคลื่อน และเพื่อให้เรื่องดำเนินไปในทางที่เป็นประโยชน์ต่อประชาธิปไตย จึงได้หารือกับคณะนิติราษฎร์เพื่อให้มีการแถลงข่าว โดยจะเปิดให้มีการซักถามถกเถียงทุกประเด็น และขอเรียนเชิญผู้วิพากษ์วิจารณ์ได้โปรดมา "ซักถามให้กันให้ตรงไปตรงมา ถึงเลือดถึงเนื้อกันไปเลย ทุกคำถาม ทุกประเด็น" รศ.วรเจตน์ ระบุ



อาจารย์ภาควิชามมหาชนยังเปิดเผยด้วยว่า ได้เตรียมทำจดหมายเชิญนายถาวร เสนเนียม และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมซักถามด้วย หลังจากที่ทั้งสองท่านได้วิพากษ์วิจารณ์ทางหน้าสื่อมวลชนก่อนหน้านี้

USAจัดอีกรอบช่วยน้ำท่วม 24 กันยายนนี้

ขอเรียนเชิญ ทุกท่าน ร่วมงาน 5 ปีรัฐประหาร ในวันเสาร์ ที่ 24 กันยายน 2011 เวลา 6 โมงเย็น ตรงกับ ประเทศไทย 8 โมงเช้า วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน 2554 สถานที่ จัดงาน superbolwthai ร้านเจ๊หน่อย 1105 N. Mountain Ave., Ontario, CA 91762 | T: (909) 395-0480‎

ในงาน บริการ อาหาร เครื่องดื่ม ดนตรี การแสดง กิจกรรมทางการเมือง โฟนอิน (กำลังติดต่อ ทางเมืองไทย) ท่านสามารถ นำ อาหาร ขนม มาร่วมงาน ได้ตามอัธยาศัย

จึง ขอเรียนเชิญ ท่านผู้มีเกียรติ มาร่วมงาน โดยพร้อมเพียงกัน ในงานนี้ ขอ ความร่วมมือ ท่านผู้ สามารถถ่ายทอด เสียง และ ภาพ ไปทั่วโลก ในวัน เวลา ดังกล่าว ติดต่อรายละเอียด ที่ skypre name reporterinusa เบอร์โทร 909-786-2507 ท่าน ที่จะโทรมาร่วมงาน หรือ จะสอบถามรายละเอียด กรุณา ติดต่อ

เจ๊หน่อย 619-549-1857
ลุงเบญจะ 310-516-7671 มือถือ 310-706-7023
สนั่น เมลโรส 323-286-8722

ท่าน ที่ต้องการ มาร่วม ประชุม จัดงาน ธารน้ำใจไทยในอเมริกาซับน้ำตาน้ำท่วม 2554 เชิญ เข้าร่วมประชุม ตั้งแต่เวลา 4 โมงเย็น ในงานนี้ ถ้ามีท่านใดต้องการบริจาค จะเอาไปสมทบงานช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องคนไทยที่โดนอุทกภัย ทุกบาททุกสตางค์

เชิญแดงชิคาโก้รวมใจช่วยภัยน้ำท่วม

ชมรมผู้รักประชาธิปไตยร่วมกับ ชาวเสื้อแดงแห่งนครชิคาโก มลรัฐอิลลินอยส์
อีกครั้งหนึ่ง จัดฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของคนไทยทั่วโลก

ในวาระการคืนสู่ระบบประชาธิปไตย ของประเทศไทย

เชิญพบและสนทนาทาง SKYPE กับ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม พงศ์เทพ เทพกาญจนา และดร.สุนัย จุลพงศธร ส.ส. พรรคเพื่อไทย แถลงความจริงหลาย ๆ อย่างที่น่าสนใจ ปัญหาการจัดตั้งรัฐบาล ฯ

ร่วมรับประทานอาหาร และร้องเพลง เต้นรำ วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พุทธศักราช 2554 ขอเชิญร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ประสพอุทกภัยในเมืองไทย ตามกำลังและอัธยาศัย

ที่ มณีไทย 3558 N. Pulaski. Chicago เวลา 17.00 - 01.00 น. ค่าอาหารท่านละ 25.00 เหรียญ

ติดต่อ ปรีชา ชิคาโก 1-708-903-2216
สมศักดิ์ 847-708-7198
นิวัตร์ 1-773-656-3817

ข้อตกลงลับ3ฝ่าย-A deal has been done?

ที่มา Thai E-News

สุ รเกียรติ์ได้เข้ามามีบทบาทในคอป.เรียบร้อยแล้วตาม"ข่าวข้อตกลงลับ3ฝ่าย"ก่อน การเลือกตั้ง 3 กรกฎา ส่วนข้อตกลับอื่นๆเช่น ข้อเสนอแนะในเรื่องการปรองดอง ให้นิรโทษกรรมแก่ทักษิณ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในช่วงเหตุการณ์ปราบปรามผู้ชุมนุมเมื่อปีที่แล้ว และกองทัพ โดยข้อเสนอแนะดังกล่าวจะถูกเสนอให้มีการลงประชามติ รวมไปถึงการรอมชอมเพื่อแบ่งสรรอำนาจของฝ่ายทัีกษิณกับชนชั้นนำจะกลายเป็น จริงหรือไม่? สาธารณชนพึงจับตามองต่อไป


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
24 กันยายน 2554

เมื่อวานนี้( 23 กันยายน) ที่โรงแรมสยามซิตี นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) พร้อมด้วยนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และคณะกรรมการ คอป. แถลงข่าวเปิดตัวทีมที่ปรึกษา คอป. ซึ่งมีทั้งผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศและในประเทศจำนวน 6 คน

ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญในประเทศมีนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ มีนางพริสซิลล่า เฮย์เนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้นหาความจริงและความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน นายฮันซัน วิราจูดา อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย นายเดวิด เคเนดี้ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และนายเดนิส เดวิด อดีตผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ แอฟริกาใต้

นายสุรเกียรติ์กล่าวว่า ทีมที่ปรึกษาจะเข้ามาทำหน้าที่ให้คำแนะนำต่างๆ ตามโอกาสที่เหมาะสม แต่จะไม่เข้าไปมีส่วนในการตัดสินใจ เพราะเป็นหน้าที่หลักของ คอป. โดยมีแผนที่จะเชิญบุคคลสำคัญระดับประเทศ ที่มีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งจากประเทศต่างๆ เช่น นายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ นายริคาร์โด ลากอส อดีตประธานาธิบดีชิลี และนายมาร์ทติ อาห์ติซารี อดีตประธานาธิบดีฟินแลนด์

ด้านนายคณิตกล่าวว่า การมีที่ปรึกษาชาวต่างชาติเข้ามาช่วยเป็นที่ปรึกษาจะช่วยให้การทำงานของ คอป. ดำเนินไปในทิศทางที่ดี


ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2554 ก่อนการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคมเพียง 3 วัน ไทยอีนิวส์ได้นำเสนอรายงานข่าวเรื่อง ปูดข้อตกลงลับ3ฝ่าย พลังพิเศษยอมเพื่อไทยตั้งรัฐบาล แลกนิรโทษกรรมมาร์ค+ฆาตกร91ศพ-หยุดหมิ่น โดยนำเสนอรายงานข่าวสรุปว่า
3 ฝ่ายได้หารือกันถึงเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระชุดใหม่ ซึ่งจะให้ข้อเสนอแนะในเรื่องการปรองดอง รวมถึงการนิรโทษกรรมแก่ทักษิณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงเหตุการณ์ปราบปรามผู้ชุมนุมเมื่อปีที่แล้ว และกองทัพ โดยข้อเสนอแนะดังกล่าวจะถูกเสนอให้มีการลงประชามติ ทั้งนี้ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีต่างประเทศในรัฐบาลทักษิณ ได้ตอบรับที่จะเป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้แล้ว แต่นายสุรเกียรติ์ปฏิเสธข่าวนี้

ในช่วงที่เรานำเสนอรายงานข่าวนี้ครั้งแรกก่อนเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม มีความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้

ยิ่งลักษณ์อ้างเป็นเพียงข่าวลือ สุรเกียรติ์ปฏิเสธข่าว

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวให้สัมภาษณ์ในวันที่ 30 มิถุนายนว่า เป็นเพียงข่าวลือ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมืองแล้ว

ส่วนนายสุรเกียรติ์ กล่าวปฏิเสธข่าวเรื่องที่ว่าเขารับตำแหน่งเป็นประธานการปรองดองชุดใหม่ เพราะคอป.ชุดศ.คณิต ณ นคร ก็ดำเนินการได้ดีอยู่แล้ว ควรให้เดินหน้าต่อไป

ข่าวข้อตกลงลับ 3 ฝ่ายนี้มีจุดเริ่มต้ืนจากการที่นาย Shawn W Crispin เขียนรายงานข่าวเรื่อง"เบื้องหลังข้อตกลงการเลือกตั้งในไทย"ลงใน เวบไซต์Asiatimesเมื่อ วันที่ 30 มิถุนายน อ้างแหล่งข่าวว่า มีการเปิดเจรจากันระหว่างนายวัฒนา เมืองสุข คนของทักษิณ กับท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณรัฐมนตรีกลาโหมที่บรูไนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมา

และได้หารือกันอีกหลายครั้ง รวมทั้งที่นครดูไบ ซึ่งทักษิณลี้ภัยอยู่ โดยกองทัพตกลงที่จะเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้ง แลกกับคำมั่นสัญญาของทักษิณที่จะไม่แก้แค้นทางการเมือง หรือ ดำเนินคดีกับบรรดาผู้นำทหารที่อยู่เบื้องหลังการยึดอำนาจเมื่อปี 2549 และเหตุการณ์ปราบปรามผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อปีที่แล้ว และจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการของกองทัพ เช่น การแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ซึ่งเป็นคนสนิทของราชสำนักจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปอีก 3 ปี รวมทั้งฝ่ายทักษิณจะต้องห้ามปรามพวกที่ต่อต้านสถาบันกษัตริย์ด้วย โดยเฉพาะบรรดาคนเสื้อแดงที่เคลื่อนไหวอยู่นอกประเทศไทย

นอกจากนี้ทั้ง 3 ฝ่ายได้หารือกันถึงเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระชุดใหม่ ซึ่งจะให้ข้อเสนอแนะในเรื่องการปรองดอง รวมถึงการนิรโทษกรรมแก่ทักษิณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงเหตุการณ์ปราบปรามผู้ชุมนุมเมื่อปีที่แล้ว และกองทัพ โดยข้อเสนอแนะดังกล่าวจะถูกเสนอให้มีการลงประชามติ ทั้งนี้ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีต่างประเทศในรัฐบาลทักษิณ ได้ตอบรับที่จะเป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้แล้ว

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ซึ่งถูกอ้างในรายงสานข่าวว่าเป็น key personของการเจรจาต่อรองครั้งนี้(แฟ้มภาพ:ไทยอีนิวส์)

ต่อมาหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับ วันที่ 29 มิถุนายน นำเสนอรายงานข่าวอ้างอิงจากข่าวดังกล่าวในหัวข้อเรื่อง ปูดปฏิญญาบรูไน ‘ทักษิณ-กองทัพ’ตกลงซูเอี๋ยพท.ตั้งรัฐบาล-เลิกโจมตีเจ้า

ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คของเขาให้ความเห็นต่อข่าวดังกล่าว ดังต่อไปนี้

บทความล่าสุดของ Shawn Crispin เรื่อง "การตกลงลับ" ระหว่าง ทักษิณ-กองทัพ และ yyyyy ผมขอแนะนำ ให้หาฉบับจริงอ่านดีกว่า เพราะละเอียดกว่า ตั้งแต่ว่า ใครบ้างที่เข้าเจรจา (ไทยโพสต์ เสนอในลักษณะ "เจรจา 2 ฝ่าย" จริงๆ Crispin เขียนว่า 3 ฝ่าย แต่ ไทยโพสต์ เซ็นเซอร์ตัวเอง)

Crispin บอกว่าการประชุม เจรจาลับที่ว่านี้ เกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาฯ ปีนี้ ที่บรูไน หลังกุมภาฯ มีกรณ๊สำคัญคือ การชุมนุมครบรอบ 10 เมษา (ที่จตุพร และ นปช.ถูกตั้งข้อหา "หมิ่น") และเกิดการ "ตบเท้า" ของทหารติดกันถึง 3 สัปดาห์

Crispin เองเขียนไว้ยาวเหมือนกันในบทความวันนี้ว่า การเจรจาตกลงในลักษณะนี้ ไม่มีหลักประกันว่าจะไม่ล้มเหลวภายหลัง จากการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึง หรือทั้งสองไม่ทำตามข้อตกลง และที่ผ่านมาในอดีตการเจรจาลักษณะนี้ก็ "ล้มเหลว" ภายหลังบ่อย (Crispin ใช้คำว่า meltdown)

โดยส่วนตัว ผมสงสัยว่า ถ้ามีการเจรจาที่ว่าจริงๆ เหตุการณ์ช่วงเมษา ที่ผ่านมา น่าจะทำให้ meltdown ไปแล้ว แต่ Crispin ก็อ้างว่า การที่ นปช. ไม่รณรงค์ประเด็นจตุพรติดคุกอยู่นี้ หรือที่ ธิดา ออกมายืนยันเรื่อง constitutional monarchy (ผมไม่แน่ใจเขาหมายถึงครั้งไหน ที่ว่า อ.ธิดา พูดเรื่องนี้) เป็นการ "ส่งซิก" ว่า ฝ่ายทักษิณ ยังคงยึดมั่นกับข้อตกลงของการเจรจาอยู่

........

เมื่อไม่กี่เดือนก่อน Crispin เขียนบทความเรื่องหนึ่งทำนอง "ปูด" เรื่องการเจรจาลับ ระหว่างฝ่ายทักษิณกับฝ่าย "establishment" เหมือนกัน มีข้อมูลรูปธรรมบางอันคลาดเคลื่อน เช่น การพูดถึง บ.ก.ลายจุด ... แต่เรื่องเนื้อหาของการเจรจา (แลกเปลี่ยนระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว แกนนำ นปช.ในคุก กับ การไม่ยกระดับการเคลื่อนไหว ของ นปช. เพื่อเข้าสู่ "โหมดเลือกตั้ง") ก็มีส่วน "เข้าเค้า" อยู่ และผมก็ได้ยินมาทำนองเดียวกัน (แต่บางเรื่องสำคัญ อย่างการอนุญาติให้ทักษิณเคลื่อนย้ายเงินจำนวนหนึงที่ถูกอายัดไว้ในบัญชี ธนาคารออกไป ผมไม่สามารถทราบได้)

ที่ผมอยากเสนอคือ บทความ "ปูด" ในลักษณะนี้ ก็มีส่วนคล้ายพวก "ข่าวกรอง" ที่มีอยู่ใน โทรเลขวิกิลีกส์ คือ มักจะมีด้านที่ตรงความจริงบางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด

เฉพาะเรื่องล่าสุดนี้ อย่างที่ผมเขียนข้างต้นว่า ผมออกจะรู้สึกว่า ถ้ามีการเจรจาอะไรกันจริง เหตุการณ์ช่วง เมษายน ก็น่าจะทำให้ deal off ไปแล้วมากกว่า (แต่ในส่วนของประเด็นที่ ทำไม นปช.ไม่เคลื่อนไหวกรณีจตุพร จะถือเป็นการ "ส่งซิ้ก" ว่า ยังคงยึดข้อตกลงของฝ่ายทักษิณ ตามที่ Crispin อ้างหรือไม่ ผมก็ไม่ทราบ)
จบ.
******
ข่าวไทยโพสต์เสนอ ในหัวข้อข่าวเรื่อง ปูดปฏิญญาบรูไน ‘ทักษิณ-กองทัพ’ตกลงซูเอี๋ยพท.ตั้งรัฐบาล-เลิกโจมตีเจ้า

"ฌอน คริสพิน" ปูดแผนเกี้ยเซี้ย อ้าง "วัฒนา" ตัวแทน "ทักษิณ" ดอดเจรจาลับกับ "ปิ๊กป้อม" ที่บรูไนเปิดทางเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล แลกไม่ดำเนินคดีผู้นำกองทัพ ให้ทักษิณปรามพวกต่อต้านสถาบัน ระบุ "สุรเกียรติ์" รับนั่งประธานปรองดอง

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ออนไลน์ เอเชียไทมส์ ได้เผยแพร่รายงานข่าวเจาะ โดยฌอน คริสพิน ผู้สื่อข่าวชาวต่างชาติที่คร่ำหวอดกับสถานการณ์ของประเทศไทยมานานนับทศวรรษ ภายใต้ชื่อเรื่อง "ข้อตกลงเบื้องหลังการเลือกตั้งของไทย" ระบุว่า กองทัพ และอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้เปิดการเจรจาลับกันมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าทหารจะไม่เข้ายึดอำนาจ แต่จะเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล โดยแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ของแต่ละฝ่าย

รายงานได้อ้างแหล่งข่าววงในระบุว่า นายวัฒนา เมืองสุข ในฐานะตัวแทนของทักษิณ และรัฐมนตรีกลาโหม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้เจรจาต่อรองกันที่ประเทศบรูไนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และได้หารือกันอีกหลายครั้ง รวมทั้งที่นครดูไบ โดยกองทัพตกลงที่จะเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้ง แลกกับคำมั่นสัญญาของทักษิณที่จะไม่แก้แค้นทางการเมือง หรือ ดำเนินคดีกับบรรดาผู้นำทหารที่อยู่เบื้องหลังการยึดอำนาจเมื่อปี 2549 และเหตุการณ์ปราบปรามผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อปีที่แล้ว

และจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการของกองทัพ เช่น การแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ซึ่งเป็นคนสนิทของราชสำนักจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปอีก 3 ปี รวมทั้งฝ่ายทักษิณจะต้องห้ามปรามพวกที่ต่อต้านสถาบันกษัตริย์ด้วย โดยเฉพาะบรรดาคนเสื้อแดงที่เคลื่อนไหวอยู่นอกประเทศไทย

นอกจากนี้ทั้ง 3 ฝ่ายได้หารือกันถึงเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระชุดใหม่ ซึ่งจะให้ข้อเสนอแนะในเรื่องการปรองดอง รวมถึงการนิรโทษกรรมแก่ทักษิณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงเหตุการณ์ปราบปรามผู้ชุมนุมเมื่อปีที่แล้ว และกองทัพ โดยข้อเสนอแนะดังกล่าวจะถูกเสนอให้มีการลงประชามติ ทั้งนี้ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีต่างประเทศในรัฐบาลทักษิณ ได้ตอบรับที่จะเป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้แล้ว

อย่างไรก็ดี รายงานข่าวชิ้นนี้ระบุว่า ยังไม่แน่ชัดว่าฝ่ายตรงข้ามทักษิณมีความเป็นเอกภาพหรือไม่ในการทำข้อตกลงกับ ทักษิณเสนอให้นิรโทษกรรมแก่ทักษิณในคดีคอรัปชั่น และเปิดทางให้เขาเดินทางกลับประเทศ

มีรายงานว่า รายงานข่าวชิ้นดังกล่าวสะพัดมา 2 สัปดาห์แล้ว เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่าเพื่อไทยสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

******

เบื้องหลังช็อตเด็ดนายกฯหลุดฮา

ที่มา Thai E-News








คลิป "นายกรัฐมนตรีหลุดขำในลิฟท์" ที่มีหลายคนได้ชม และพลอยจะหัวเราะตามนายกฯ ไปด้วยนั้น เป็นคลิปที่ทำให้คนดูเกิดความคิดผุดขึ้นมาทันทีว่า นายกรัฐมนตรีหญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หัวเราะอะไรขนาดนั้น เธอขำอะไร???

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

ทีมข่าวประชาชาติธุรกิจจะพาผู้อ่านไปพบกับสาเหตุ และ ที่มาของ "คลิปหลุด" ดังกล่าว

ว่าสุดท้ายแล้ว ทีมรปภ., กองทัพแฟนคลับผู้สนับสนุน, คุณป้าที่เอาทุเรียนทอดมามอบให้นายกฯ หรือ กองทัพสื่อมวลชน ที่จี้ถามตั้งแต่ปัญหาเรื่องน้ำท่วมยันประเด็นโยกย้ายข้าราชการ กันแน่?

ที่ทำให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถึงกับต้องหลุดก๊ากออกมาดังปรากฏในคลิป


คลิปนายกรัฐมนตรีหลุดขำที่มีหลายคนได้ชม และพลอยจะหัวเราะตามนายกฯไปด้วย เป็นคลิปที่ใครหลายคนได้ดู เกิดความคิดผุดขึ้นมาทันทีว่า นายกรัฐมนตรีหญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หัวเราะอะไรขนาดนั้น เธอขำอะไร??


มันมี "คำถาม" อะไรจากสื่อมวลชนที่ทำให้นายกฯปู "หลุดหัวเราะ" ขณะอยู่ในลิฟท์ได้แบบนั้น?


เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ซึ่งก่อนจะเกิดเหตุการณ์ขำในลิฟท์ดังกล่าววันนั้นมีประชาชนผู้สนับสนุนนายกฯ ปูเดินทางมาปักหลักรอให้กำลังใจคราคร่ำกว่า 100 คน รวมไปถึงกองทัพสื่อมวลชนที่ปักหลักรอสัมภาษณ์ประจำวันก็รอกันอยู่ปะปนบริเวณ โถงทางเดินข้างล่างของที่ทำการพรรคด้วยเช่นกัน


พลันที่นายกฯปูก้าวเท้าลงจากรถเข้ามาในพรรค บรรดาผู้สนับสนุนแห่แหนกันเข้ารุมล้อมเพื่อจะได้ใกล้ชิดสัมผัสมือพูดคุย แสดงความเป็นห่วงเป็นใยกรี๊ดกร๊าดตามประสา


ส่วนกองทัพสื่อมวลชนก็ยืนออเบียดเสียดปะปนกันไปด้วย นายกฯยิ่งลักษณ์ที่ถูกรุมล้อมยังคงยิ้มแย้มไปตามแบบที่เป็นทุกวัน ค่ะๆคะๆไปตามเรื่อง


ขณะที่ทีมรปภ.นายกฯยังคงทำงานหนักทั้งกันคนให้อยู่ในสเปซที่เหมาะสม เพื่อให้นายกฯเดินไปได้แบบทีละ "ครึ่งก้าว" ผ่านฝูงแฟนคลับมาได้ โดยระหว่างนั้นสื่อมวลชนจำนวนมากก็ไม่คอยท่า เตรียมปฏิบัติหน้าที่รอเสียบไมโครโฟนสัมภาษณ์ด้วยเช่นกัน


กระนั้นนายกฯก็ยังต้องเจอคุณป้าที่เอาทุเรียนทอดมามอบให้นายกฯอีกด่านหนึ่ง !?!


หลังผ่านด่านทุเรียนทอดมาแล้ว สื่อก็พยายามที่จะเข้าไปรุมตามรูปแบบการทำงานที่จะสัมภาษณ์ทั่นผู้นำให้ได้ ซึ่งก็เป็นลักษณะถามไปตอบไป เดินกันไปทีละครึ่งก้าว (เช่นเคย)


จากถามเรื่องน้ำท่วมไล่เรียงมาจนถึงการแต่งตั้งโยกย้าย นายกฯหญิงก็เดิน (ครึ่งก้าว) มาจนถึงหน้าลิฟท์ตัวประจำที่เป็นปราการด่านสุดท้าย คั่นกลางระหว่างนายกฯกับสื่อ ก้าวเข้าลิฟท์เมื่อไหร่เป็นอันจบสิ้น!


ก็ให้เผอิญว่าหลังผ่านการ "ดัน" กันตั้งแต่ทางเดินเข้ามาพรรค เจอแฟนคลับ เจอป้าทุเรียนทอด จนมาเจอนักข่าวหลายสิบชีวิตเข้ามารุมกรูกัน ฝ่ายทีมรปภ. นายกฯก็ยังปฏิบัติหน้าที่ "กัน" คนเพื่อไม่ให้เข้ามาในสเปซเล็กๆประชิดตัวนายกฯจนเกินไป


ขณะกระจอกข่าวปฏิบัติหน้าที่ดันเพื่อถามให้ได้ เพราะนายกฯก็ตอบให้ทีละเล็กละน้อย


ผลคือรปภ.กันไปกันมา จนถึงหน้าลิฟท์เกิดความอลวลอลเวง จนมีกระจอกข่าวสาวนางหนึ่งหลุดรอดวงแขน ทีมรปภ. จนเข้าไปประชิดนายกฯแบบที่กระจอกข่าวก็ยังงงว่าหลุดเข้าไปอยู่ร่วมวง วี.ไอ.พี.ด้วยได้ยังไง เมื่อนายกฯเองเห็นเช่นนั้นจึงขำขึ้นมา


นั่นเป็นที่มาของอาการ "หลุดขำ" ของนายกฯยิ่งลักษณ์


เป็นการหลุดขำใส่สถานการณ์อลเวงหน้าลิฟท์--ลิฟท์ที่เป็นด่านสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่ความเป็นส่วนตัวในพรรคเพื่อไทย

ใช้เน็ตติดคุก เล่นเฟซบุ๊คถูกฟ้อง

ที่มา Thai E-News

หนังสือเล่มใหม่ถ้าคุณสมจิต7สีไม่เขียน ผมจะเขียนเอง

ที่มา Thai E-News


ที่มา:คุณoAo บอร์ดIF

วิกิลีกส์ -อภิสิทธิ์ยินดีปรีดาต่อรัฐประหาร19กันยา

ที่มา Thai E-News

เป็น เรื่องที่มีความสำคัญมากกว่า ซึ่งเห็นได้ชัด ก็คือ นายอภิสิทธิ์นั้น ได้ยินดีปรีดาต่อการกระทำรัฐประหารว่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพื่อจะนำตัวเขาเอง ใกล้เข้ามากว่าเก่าอีกหนึ่งขั้นต่อตำแหน่งของการเป็นนายกรัฐมนตรี โดยการทำให้คู่แข่งทางการเมืองของเขานั้นได้อ่อนแอลง หรืออาจจะถึงกับทำลายมันลงไปด้วย

แปลโดย ดวงจำปา
ที่มา เว็บบอร์ด Internet Freedom

ห้าปีให้หลังจากการก่อการรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ. 2549,เคเบิ้ลของวิกิลีกค์ ลงวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งแสดงให้เห็นโดยพรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดูเหมือนว่่า มีคุณค่าต่อความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

เพราะในเนื้อหาของมันที่ เอกอัครราชฑูต ราล์ฟ บอยซ์ ได้รายงานเกี่ยวกับการประชุมที่เขาได้พบกับนายอภิสิทธิ์ ที่สำนักงานใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อคุยสนทนาในเรื่องของการเมือง และการก่อการรัฐประหาร

นายอภิสิทธิ์ได้เริ่มขึ้นโดยการกล่าวยกย่องความมั่นใจใน “บุคลิกภาพ” ของหัวหน้าผู้ก่อการรัฐประหาร นั่นก็คือ พลเอกสนธิ บุญยะรัตกลิน โดยกล่าวว่า เขา “มี่ความมั่นใจว่า พลเอกสนธินั้น ไม่ได้ก่อการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน เพื่อที่จะนำให้ตัวเขาเองนั้น ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจได้”

นายอภิสิทธิ์ได้อ้างว่า เขาเองนั้น “มีความวิตกกังวลมากกว่า กับกลุ่มที่มีความจงรักภักดีกับนายกฯ ทักษิณนั้น จะพยายามที่จะกลับหวนคืนเข้ามาสู่ชีวิตทางการเมืองอีก...” เขาเชื่อว่า การกระทำต่างๆ ของ ผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อนายกฯ ทักษิณ (ชินวัตร) นั้น จะ “นำความยุ่งยากมาให้กับ คณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข (คปค) เพื่อที่จะฟื้นฟูเสรีภาพของประชาชนกลับมาได้อย่างเต็มภาคภูมิ”

เขายังอ้างต่ออีกว่า ภรรยาของนายกฯ ทักษิณนั้น มีเงินสดอยู่กับเธอพร้อมแล้ว และ กลุ่มผู้จงรักภักดีต่อนายกฯ ทักษิณนั้น ได้ทำการเผาโรงเรียนหลายแห่งเมื่อสองสามวันก่อนหน้านี้

นายอภิสิทธิ์ก็ยังต้องการให้ รัฐบาลเผด็จการทหารนั้น “ได้ดำเนินการฟ้องร้องตัวบุคคลที่ก่อการทุจริตคอรัปชั่นเมื่อสมัยรัฐบาล นายกฯ ทักษิณเป็นผู้นำของประเทศ เพื่อที่จะนำให้สถานการณ์เข้าไปสู่ความสงบอย่างพอเพียง ต่อการอนุญาติให้ฟื้นฟูเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มภาคภูมิ”

เขาได้ถามว่า รัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกาให้ช่วยจัดส่ง “ข้อมูลกับ คปค มากขึ้นกว่าเก่าในเรื่องของความน่าสงสัยที่อาจจะได้เกิดขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับ การซื้ออุปกรณ์จากบริษัท เจนเนอรัล อิเล็กตรีค เกี่ยวกับ อุปกรณ์ตรวจค้นวัตถุระเบิด CTX”

นายอภิสิทธิ์ยังได้พรรณาต่อไปแบบ “ลุยแหลก” ในเรื่องของความเป็นไปได้ที่ “องคมนตรีพลเอกสุรยุทธ จุลานนท์นั้น อาจจะได้ถูกเสนอตัวให้เป็นผู้ทีถูกคัดเลือกอย่างเหมาะสมที่สุดต่อตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีชั่วคราว....” ถึงแม้ว่า เขาก็ชอบอีกหลายๆ คนด้วย รวมไปถึง อีกหลายๆ คนในพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งมีความสามารถอย่างเก่งกล้า

ดูเหมือนกับว่า ตัวเอกอัครราชฑูตและนายอภิสิทธิ์นั้น ได้มีความเห็นพ้องต้องกันในเรื่อง ของ“ความสำคัญที่ คปค ได้ทำการเปลี่ยนผ่านอำนาจมาสู่รัฐบาลที่นำโดยฝ่ายพลเรือนอย่างเร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้ และในการกระทำเช่นนี้ ก็เป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับสังคมนานาชาติที่ว่า สมาชิกในกลุ่มของ คปค เอง ไม่มีความตั้งใจที่จะคงเรืองอยู่ในอำนาจ” ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ ได้ชักตัวพลเอกสุรยุทธขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งที่สนับสนุนโดยฝ่ายเผด็จการทหาร นั่นเอง

ปัญหาหนักเรื่องหนึ่งที่เป็นที่วิตกกังวลของนายอภิสิทธิ์ก็คือ ข้อเท็จจริงที่ว่า พรรคไทยรักไทยที่ถูกขับไล่ออกไปนั้น อาจจะยังคงมีอำนาจอยู่ในทางการเมือง และเขาก็ห่วงว่า “พรรคไทยรักไทยจะชักจูงให้มีการใช้การลงประชามติในรัฐธรรมนูญฉบับหน้า เพื่อพยายามที่จะแสดงให้เห็นถึงการทำคะแนนนิยมด้วยการคัดค้านต่อการทำรัฐ ประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน เพื่อการฟื้นกลับคืนเข้ามาสู่แรงผลักดันทางการเมืองอีก....”

นายอภิสิทธิ์ดูเหมือนมีความรู้สึกว่า พรรคของเขานั้นได้เริ่มตีคะแนนสร้างความนิยมให้ขึ้นมาเทียบกับพรรคไทย โดยอ้างว่า ได้มี ‘การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่’ ในทัศนคติของทางฝ่ายสาธาณะชนที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์ โดยการเพิ่มพูนต่อความเห็นที่ว่า มีนโยบายและความคิดที่มีความหมายสำคัญต่อประชาชน รวมไปถึงการเอาใจใส่ดูแลคนยากคนจน และ ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างทันท่วงที”

เขาก็ยังกล่าวอ้างต่อไปว่า พรรคของเขานั้นจะทำคะแนนนิยม ขึ้นมาในทางภาคเหนือและภาคกลาง และอาจจะถึงกับแบ่งครึ่งในคะแนนเสียงของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วย

เวปของ PPT เองก็ยังสงสัยอยู่ว่า เขามี่ความคิดเห็นอย่างแน่ชัดเแบบนี้หรือเปล่าในปี พ.ศ. 2554?

เอกอัครราชฑูตได้แสดงความคิดเห็นต่อไปว่า:

นายอภิสิทธิ์เองก็ดูเหมือนกับประชาชนในกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่ซึ่งเห็นว่า การกระทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายนนั้น เป็นขั้นตอนที่จำเป็นในการกำจัดนายกฯ ทักษิณออกไปนอกประเทศ เขาดูเหมือนกับว่าไม่ได้มีปัญหาความยุ่งยากใจอย่างเฉพาะเจาะจงในการควบคุม จำกัดต่อสถานการณ์ในเรื่องเสรีภาพของพลเมืองและกิจกรรมของพรรคการเมืองในขณะ นี้ แต่เขาก็หวังอย่างเห็นได้ชัดว่า เรื่องเหล่านี้ ควรที่จะมีการผ่อนผันลงมาในอนาคตอันใกล้นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้า คปค เอง มีความสามารถจัดการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีชั่วคราวเสียก่อน ซึ่งเป็นผู้มีความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ในเรื่องความมั่นคงของประเทศ และสามารถจำกัดอิทธิพลที่ยังเกาะกุมอยู่โดยฝ่ายผู้จงรักภักดีกับนายกฯ ทักษิณ

เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากกว่า ซึ่งเห็นได้ชัด ก็คือ นายอภิสิทธิ์นั้น ได้ยินดีปรีดาต่อการกระทำรัฐประหารว่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพื่อจะนำตัวเขาเอง ใกล้เข้ามากว่าเก่าอีกหนึ่งขั้นต่อตำแหน่งของการเป็นนายกรัฐมนตรี โดยการทำให้คู่แข่งทางการเมืองของเขานั้นได้อ่อนแอลง หรืออาจจะถึงกับทำลายมันลงไปด้วย

เรื่องที่กล่าวมาแล้วทุกอย่าง ไม่ได้มีความแปลกใจอะไรเลย ถ้าท่านผู้อ่านได้ย้อนกลับไปถึง การแสดงความคิดเห็นของนายอภิสิทธิ์ที่ให้กับทางฝ่ายสื่อมวลชนในสมัยของการ กระทำรัฐประหาร การลำดับเหตุการณ์รายละเอียดนั้น เข้าชุดกันได้เป็นอย่างดีเยี่ยม นายอภิสิทธิ์เองก็ได้แสดงตัวเขาเองให้เห็นมาอย่างยาวนานแล้วว่า ตัวเขานั้น ไม่ใช่ผู้ที่มีความเชื่อมั่นต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย (เหมือนตามที่เขาได้ใช้ชื่อของพรรคว่า “ประชาธิปไตย”) เลยแม้แต่เพียงนิดเดียว



ความคิดเห็นของผู้แปล:

บทความนี้ เป็นบทความสำคัญต่อการ “เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น” ซึ่งเราได้เห็นนายอภิสิทธิ์เอง ได้กล่าวต่อเอกอัครราชฑูตบอยซ์ ซึ่งกลายเป็นผู้สนับสนุนการกระทำรัฐประหารอย่างลับๆ จากการ lobby โดยฝ่ายอำมาตย์ อย่างที่เคยแปลไว้ใน วิกิลีกค์ ฉบับเก่าๆ

สิ่งที่ดิฉันแปลกใจก็คือ การกระทำของตัวเอกอัครราชฑูตบอยซ์เอง ซึ่งเป็น “ผู้ไปเยี่ยม” ถึงสำนักงานใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งๆ ที่การทำรัฐประหารเพิ่งจะจบลงได้ประมาณอาทิตย์เดียวเท่านั้นเอง แสดงว่า พรรคการเมืองนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อทางฝ่ายสหรัฐอเมริกา รวมไปถึง การให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยนักป้อนข้อมูล นายสุเทพ เทือกสุบรรณด้วย

นายอภิสิทธิ์เล่นตามบททุกอย่าง ด้วยการกล่าวหาในเรื่องของ การทุจริตคอรัปชั่นโดยฝ่ายรัฐบาลเก่า แต่สิ่งที่น่าแปลกใจต่อดิฉันในบทความนี้ ก็คือ ไม่มีการกล่าวหาใดๆ ต่อนายกฯ ทักษิณ เกี่ยวกับเรื่องการหมิ่นสถาบันฯ ซึ่งเป็นเหตุผลหลักของการกระทำรัฐประหาร นายอภิสิทธิ์ ไปห่วงอยู่กับคะแนนความนิยมของพรรคตนเอง มากกว่าเรื่องการหมิ่นฯ นะคะ

เหมือนกับที่ทางเวป PPT ได้กล่าวไว้ว่า การที่นายอภิสิทธิ์ไปโม้กับ เอกอัครราชฑูตบอยซ์ เมื่อปี พ.ศ. 2549 นั้นว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้รับความนิยมเพิ่มมาขึ้น เนื่องจากนโยบายและการช่วยเหลือคนยากจน แต่ทำไมพรรคตนเองถึงพ่ายแพ้ต่อพรรคพลังประชาชนของท่านสมัคร สุนทรเวช เมื่อปลายปี พ.ศ. 2550 ล่ะ? ทั้งๆ ที่ตนเองบอกว่า คะแนนความนิยมกำลังตีตื่นขึ้นมา นี่ก็แสดงให้เห็นถึงความโกหกตอแหลที่ตนเองมี และใช้อยู่อย่างประจำทีเดียว

การที่นายอภิสิทธิ์ยกยอ พลเอกสุรยุทธ นั้น ก็คือ การเปิดทางให้กับตัวเขาด้วย เพราะเขาก็รู้ว่า ไม่มีทางที่พรรคของตนเองจะชนะการเลือกตั้ง ก็ต้องใช้วิธีประจบสอพลอกับบุคคลผู้มีอำนาจ เพื่อจะได้นำตนเองขึ้นมาสู่เวทีทางการเมืองให้ได้

การเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ก็ยังมีมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน เคเบิ้ลฉบับนี้ ได้เขียนขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2549 ปีนี้ ก็ ปี พ.ศ. 2554 เป็นไงคะ วิธีสกปรก ก็ยังติดอยู่กับพรรคนี้ ประชาชนเขาจะได้รับประโยชน์อะไรบ้างคะ?

สำหรับความคิดเห็นของดิฉันนั้น บุคคลที่ควรจะถูกต่อว่ามากที่สุด คือ ตัวเอกอัครราชฑูตบอยซ์เอง ในการเขียนเคเบิ้ลให้กับทางฝ่ายรัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างมีอคติ ทุกอย่างกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โดยการอ้างอิงว่า คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่นั้น เห็นด้วยกับการกระทำรัฐประหาร การเขียนเคเบิ้ลอย่างนี้ แสดงถึงภาพพจน์ที่ว่า กรุงเทพฯ คือประเทศไทย เอกอัครราชฑูตบอยซ์ ไม่กล้าเขียนว่า ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเห็นด้วยกับการกระทำรัฐประหาร เพราะความหมายจะเปลี่ยนแปลง จากดำเป็นขาว และ ขาวเป็นดำโดยทันที ดิฉันคิดว่า จะได้รับการต่อต้านเป็นอย่างยิ่งกับทางวอชิงตันด้วย

เมื่อแปลบทความจากวิกิลีกค์คราใด ก็ยังอดห่วงไม่ได้ที่จะต้องเตือนรัฐบาลของคุณยิ่งลักษณ์ ให้กระทำการสื่อสารกับคณะฑูตานุฑูตอย่างดีที่สุด ไม่อย่างนั้น พวกเขาจะไปหาข้อมูลจากฝ่ายตรงข้ามทันที เรื่องนี้ แท้จริงแล้ว มันโยงไปถึงฝ่ายรัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะจะต้องเป็นผู้แถลงข่าวและออกข่าวให้กับรัฐบาลนานาชาติเขาทราบถึง ฐานะ, สถานการณ์และสภาพทางการเมืองของรัฐบาลในปัจจุบัน

ประเทศอื่นๆ เขารอรับฟังข่าวสารจากฝ่าย รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่ เพราะมันเกี่ยวกับนโยบายและความเชื่อมั่นในการลงทุนกับประเทศไทยในอนาคตนะคะ

ถ้าตัวรัฐมนตรียังอยู่เฉยๆ หรือเงียบๆ อย่างนี้ อีกสักพัก ดิฉันก็คงจะต้องเขียนบทความแรงๆ เสียหน่อย เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องเสื้อแดง ไม่ใช่กับพรรคเพื่อไทยค่ะ เพราะการนำบุคคลที่ขาดคุณสมบัติมาปฎิบัติงานนั้น มันเป็นผลร้ายอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ

ถ้าดิฉันเป็นพลเมืองของประเทศไทย ดิฉันจะเลือกการช่วยเหลือกับประเทศชาติก่อนพรรคเพื่อไทยค่ะ เราต้องคิดกันอย่างนี้ การยึดถือตัวบุคคลและกับพรรคการเมืองจะหมดไป เราจะไปพิจารณากันทางนโยบาย เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติในอนาคตสืบต่อไป

ขอบคุณค่ะ

ดวงจำปา

Thursday, September 22, 2011

นี่คือผลผลิตจากเงิน"บาป"กระนั้นหรือ?

ที่มา thaifreenews

โดย สุรชัย..namome




รูปภาพบนกระดาน

‎....นี่คือผลผลิตจากเงิน"บาป"กระนั้นหรือ?...

นาย สุนทร เมืองมนประเสริฐ
การศึกษา
ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเมจิ (ประเทศญี่ปุ่น)
คณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์
เอกวิชา เคมีประยุกต์
เป็น นร.ในโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุนของ"ทักษิณ"
ซึ่งระหว่างที่เรียนอยู่ญี่ปุ่น ก็ทำงานเป็นล่ามให้ผู้ขายสินค้าโอท็อป
ในงานแสดงสินค้าที่ญี่ปุ่น...
สำหรับโครงการนี้ ฝ่ายตรงข้ามนำมาโจมตีว่าเป็นการเอาเงิน"บาป"มาใช้ผิดวัตถุประสงค์

และเมื่อวานนี้เอง ทางทำเนียบฯได้เปิดให้นร.ทุนจำนวน 100 คน
เข้ารับฟังโอวาทจาก"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"...

จาก นั้น นายสุนทร เมืองมนประเสริฐ นักเรียนทุนจากจ.นครปฐม ที่ได้รับทุนไปศึกษาปริญญาตรีที่ญี่ปุ่น รุ่นที่ 1 ปี 2547 กล่าวตอนหนึ่งว่า พวกตนทุกคนมีความดีใจที่รัฐบาลสนับสนุนโครงการนี้ต่อเนื่อง โดยไม่ลืมเยาวชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ บางคนยากจน ขาดโอกาส แต่ยังได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาล ในฐานะตัวแทนนักเรียนต้องขอขอบคุณ และยืนยันว่าจะนำโอกาสที่ได้รับครั้งนี้ กลับไปพัฒนาท้องถิ่น ให้สมกับความตั้งใจของโครงการดังกล่าว ตนเป็นนักเรียนรุ่นแรก ปี 2547 ยังจำคำกล่าวของพ.ต.ท.ทักษิณ และพร้อมนำมาปฏิบัติอย่างขึ้นใจ ในประโยคที่ว่า "ให้ไปเรียนมาให้จบ และกลับมาพัฒนาชาติ" คำๆนี้ทุกคนยึดมั่น และจะกลับมาสานต่อให้กับสังคมและประเทศชาติ เพื่อที่การให้ครั้งนี้จะได้ไม่มีที่สิ้นสุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายสุนทรกล่าวถึงพ.ต.ท.ทักษิณ และยืนยันจะทำตามคำสอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ถึงกับน้ำตาคลออีกครั้ง และพยายามกลั้นน้ำตาไว้ ....

ทั้ง นี้โครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน เริ่มสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกฯ เมื่อปี 2547 แต่ถูกฝ่ายตรงข้ามโจมตีอย่างหนักว่านำเงินบาปจากหวยบนดินมาใช้ผิดประเภท

โดย: หน่วยงานลับ แดงใต้ดิน

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=210175199046407&set=a.106044192792842.8791.100001617860643&type=1&theater

กล้องซีซีทีวีพ่นพิษ เพื่อไทยจ่อชงเรื่องให้ดีเอสไอ เร่งเป็นคดีพิเศษ

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



"จิรายุ ห่วงทรัพย์" ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดย่านมหาวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ
พบกล้องซีซีทีวี 4 ตัว แต่เป็นกล่องเปล่า 2 กล่อง ลั่นเตรียมชงเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษในวันพรุ่งนี้...


เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่บริเวณสะพานลอยหน้ามหาวิทยาเทคนิคกรุงเทพ
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ดังกล่าว
ตรวจสอบกรณีการติดตั้งกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) ในพื้นที่กรุงเทพฯ
ซึ่งไม่มีอุปกรณ์ภายใน
โดยตลอดช่วงคืนที่ผ่านมาจนถึงช่วงเช้าวันนี้
รองโฆษกพรรคเพื่อไทยได้สั่งให้ทีมงาน 2 คน คอยดูกล้องวงจรปิด
และรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกรงว่ากล้องวงจรปิดที่มีแต่กล่อง
อาจถูกเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) มาถอดออก หรือเปลี่ยนแปลง
ทันทีที่มาถึงนายจิรายุได้เดินสำรวจกล้องวงจรปิด 4 ตัวที่ติดตั้งอยู่บนสะพายลอยทั้ง 2 ฝั่ง
ปรากฏว่า พบกล้องวงจรปิดที่สมบูรณ์แค่ 2 ตัว อีก 2 ตัวมีเพียงกล่องเปล่า
เพราะดูข้างในไม่พบวงจรกล้อง




นายจิรายุ กล่าวว่า จากนี้ไปทางพรรคเพื่อไทยจะปรึกษาหารือกับทีมกฎหมายของพรรค
และจะดำเนินการยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
ให้กรณีการจัดซื้อจัดจ้างติดตั้งกล้องวงจรปิดทั่วพื้นที่ กทม. เป็นคดีพิเศษ
เพราะการตรวจสอบต่อไปหลังจากนี้ จะกระทำได้ง่าย
เนื่องจากการขอข้อมูล สัญญาการว่าจ้างต่างๆ จากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอสามารถทำได้
คาดว่าหลังจากในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการยื่นกระทู้ถามสดในรัฐสภา
จากนั้นวันที่ 23 ก.ย. จะดำเนินการส่งเรื่องให้ดีเอสไอ



รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า
ยินดีที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ุ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าว
แต่ขอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับบทบาทของผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ อย่าง
พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ
มาทำหน้าที่เป็นประธานว่ามีความเหมาะสมหรือไม่
เนื่องจากสังคมต่างจับจ้องในเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม ทางพรรคเพื่อไทยก็จะตั้งทีมขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้เช่นกัน
เพราะไม่อยากให้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ กทม. ถูกหลอก

นอกจากนี้ นายจิรายุ กล่าวต่อว่า
การที่ผู้ว่าฯ กทม. ออกมายอมรับว่า กล้องวงจรปิดที่ไม่มีอุปกรณ์เป็นกล้องดัมมี่
และทำตามขั้นตอนในสัญญาทุกอย่างนั้น
อยากให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ออกมาระบุให้ชัดเจน
เนื่องจากกล้องดัมมี่เป็นกล้องเปล่าที่ติดตั้งขึ้นมา
แต่ยังมีตัววงจรกล้องให้เห็น ส่วนรูปแบบของกล้องที่ไม่มีอุปกรณ์ใดๆ
ที่ทาง กทม. นำมาติดตั้งนั้น ถือเป็นเพียงกล่องเปล่าเท่านั้น
ในกรณีนี้ต้องออกมาอธิบายให้ชัดเจน

ส่วนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่สมัย นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน
ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตผู้ว่าฯ กทม.
มีการทำสัญญากับบริษัทรับประมูลต่างๆ ต่อเนื่องมาถึงสมัยของผู้ว่าฯ คนปัจจุบันนั้น
กรณีนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ นายจิรายุ กล่าวว่า
เนื่องจากแหล่งข่าวได้เข้ามาให้ข้อมูล มีกระบวนการที่ซ้ำซ้อน
มีการหักหลังกันจากธุรกิจรับประมูลกล้อง
จนสุดท้ายจำนวนกล้องที่ระบุไว้ในสัญญา อาจได้มาไม่ครบ เพราะเกิดการทุจริต
ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจะเร่งดำเนินการตรวจสอบต่อไป


"มันเป็นกระบวนการที่ซ้ำซ้อน มีการหักหลังกันของบริษัทฮั้วประมูลเกิดขึ้น
อย่างการติดตั้งกล้องต้องมีคนทำสร้าง
ดังนั้น ต้องไปจ้างบริษัทผลิตเสาและบริษัทกล้อง
คาดว่าน่าจะมีการขัดแย้งกันในเรื่องผลประโยชน์
จึงทำให้เกิดกรณีความไม่โปร่งใสและกล้องเปล่าเกิดขึ้น
สร้างความเดือดร้อนให้คนกรุงเทพฯ" นายจิรายุกล่าว

ทั้งนี้ การที่นายอภิรักษ์ออกมาระบุว่า กล้องซีซีทีวีที่มีแต่กล่องเปล่า
มีการติดตั้งในพื้นที่ที่มีการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่ผ่านมานั้น
เรื่องนี้รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ปฏิเสธว่า ไม่น่าจะเป็นความจริง
เพราะอย่างพื้นที่มหาวิทยาเทคนิคกรุงเทพ ก็ไม่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง
อย่างพื้นลาดพร้าว ฝั่งธนฯ บางส่วน ก็ยังพบกล่องเปล่าพวกนี้จำนวนมาก
เพราะฉะนั้นจะนำข้อมูลนี้มากล่าวอ้างไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังประสานไปยัง ส.ส.ของพรรค รวมทั้งทีมงานในแต่ละจังหวัด
ให้สำรวจการติดตั้งกล้องวงจรปิดในแต่ละพื้นที่ว่าพบเหตุการณ์ในลักษณะ กทม. บ้างหรือไม่
หากพบก็จะตรวจสอบกันต่อไป.


http://www.thairath.co.th/content/pol/203690