WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, October 23, 2009

กล้าขัดคอ

ที่มา ไทยรัฐ

นโยบายใหม่แกะกล่องของรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.คือ ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งกองทุนชราภาพ

หรือกองทุนการออมแห่งชาติ (ชื่ออย่างเป็นทางการ)

จุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือแรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย และผู้ประกอบอาชีพอิสระ 24 ล้านคน ให้เข้าสู่ระบบการออมเงินเพื่ออนาคต โดยรัฐบาลจะช่วยจ่ายเงินสมทบอีกตามสมควร

เมื่อเข้าสู่วัยชราหมดแรงข้าวต้มที่จะทำมาหากินอย่างเดิม ก็จะได้รับบำเหน็จบำนาญพอเลี้ยงชีวิตต่อไปได้จนถึงวันสิ้นลม

ไม่ต้องแบมือขอเงินลูกหลานให้ ลำบากใจ

แบบเดียวกับที่ข้าราชการ และพนักงานบริษัท เมื่อเกษียณอายุแล้วจะได้เงินกองทุนบำนาญเลี้ยงชีพ ฉะนั้นแล

กติกาก็คือ ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่สมัครเป็นสมาชิกกองทุนการออม จะต้องจ่ายเงินสะสมขั้นต่ำเดือนละ 100 บาท (แต่ไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท) จนถึงอายุ 60 ปี

ผู้ที่มีอายุ 20-30 ปี รัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบเดือนละ 50 บาท

อายุ 31-50 ปี รัฐบาลจ่ายสมทบให้เดือนละ 80 บาท

อายุ 50-60 ปี รัฐบาลจ่ายสมทบเพิ่มให้เดือนละ 100 บาท

เมื่ออายุครบ 60 ปี ก็จะมีสิทธิ์ได้รับเงินบำนาญจากเงินออมที่สะสมไว้ และจากเงินที่รัฐบาลจ่ายสมทบให้ตลอดอายุขัยของแต่ละคน

"แม่ลูกจันทร์" สนับสนุนนโยบายจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติของรัฐบาล เพราะจะช่วยกระตุ้นให้คนไทยเห็นประโยชน์ของการออมเงินเพื่ออนาคตในระยะยาว

แต่ "แม่ลูกจันทร์" มีข้อห่วงใยฝากไว้ 3 ประเด็น

1, เมื่อรัฐบาลตั้งกองทุนการออมแห่งชาติขึ้นมาหมายความว่ารัฐบาลต้องมีภาระในการจ่ายเงินสมทบอีกปีละประมาณสองหมื่นล้านบาท (หรือมากขึ้น) ตลอดไป

2, อายุขัยเฉลี่ยของคนไทยที่สูงขึ้น หรือคนแก่จะตายช้าลง จะทำให้รัฐบาลต้องแบกภาระจ่ายเงินอัดฉีดมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

3, เงินออมของประชาชนที่เก็บได้แต่ละปีเป็นเงินก้อนใหญ่

ถ้ารัฐบาลจะเอาเงินก้อนนี้ไปลงทุนให้เกิดผลประโยชน์เพิ่มเติม ย่อมเป็นเรื่องที่ดี

แต่ระวังจะขาดทุนบานทะโร่ซ้ำรอยกอง ทุน กบข.นะตัวเอง??

นี่คือข้อห่วงใย 3 ประเด็น ที่ฝากให้ "นายกฯอภิสิทธิ์" ไปพิจารณาทบทวน

อ้อ...มีพ่วงอีกประเด็นที่ฝากให้ "อภิสิทธิ์" คิดเล่นๆแก้เซ็ง

เมื่อรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนวางแผนการออมเงินเพื่ออนาคตของตัวเอง

แต่รัฐบาลเองไม่เคยเป็นตัวอย่างที่ดีในการเก็บออม

รัฐบาลคิดแต่จะกู้เงินมาใช้ตะพึด ตะพือ

กู้แบบไม่บันยะบันยัง เหมือนเงินกู้เป็นเงินแจกฟรี

ฉายาประชาธิปัตย์ถนัดกู้คือใบเสร็จยืนยัน

ถนัดกู้แต่ไม่ถนัดใช้หนี้ ระวังหนี้จะท่วมประเทศไทย!!

ล่าสุด มีเสียงเตือนจากอธิบดีกรมบัญชีกลาง "พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์" ว่าการกู้เงิน

ก้อนโตมโหฬารในโครงการไทยเข้มแข็ง จะทำให้การคลังของประเทศอ่อนแอ

เพราะรัฐบาลจะมีภาระในการใช้หนี้เงิน กู้มากถึงหนึ่งแสนแปดหมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งจะทำให้ยอดการขาดดุลการคลังพุ่งกระฉูดถึง 7 เปอร์เซ็นต์

สัดส่วนหนี้สาธารณะจะแหกเพดานทะลุเป็น 60 เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี

ขณะที่รายจ่ายประจำ (จากนโยบายประชานิยม) ก็บานทะโร่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

ถ้าภายใน 5 ปี รัฐบาลปรับโครงสร้างการคลัง (รายรับ-รายจ่าย) ให้สมดุลไม่ได้ก็จบกัน

"แม่ลูกจันทร์" ชื่นชมอธิบดีกรมบัญชีกลางที่กล้าออกมาขัดคอรัฐบาล

ข้าราชการที่ "กล้า" ขัดคอรัฐบาล สงสัยจะมีคนเดียว??

แม่ลูกจันทร์