WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, February 21, 2008

ลากไส้'สนธิลิ้ม-ผจก.' ตัวการสร้างแตกแยก 'จักรภพ'ลั่นขอจัดการ นักการเมืองคราบสื่อ

'จักรภพ' สวมวิญญาณ 'นปก.' ลากไส้ 'สนธิ ลิ้มฯ-เครือผู้จัดการ' กลางเวทีสภาฯ ซัดเป็นตัวการสร้างความแตกแยกในประเทศ ลั่นขอจัดการ 'นักการเมืองแฝงเร้นในคราบสื่อ' ไม่ให้ขึ้นมาสร้างความแตกแยกในสังคมอีก ขณะที่ 'ยามเฝ้าแผ่นดิน' พล่าน โต้กลับโดนลอบกัด

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุมรัฐสภาถึงการแถลงนโยบายรัฐบาล ใจความตอนหนึ่งระบุว่า ตนมารับหน้าที่นี้เนื่องจากเกิดวิกฤตทางสื่อสารมวลชนในไทย เราทราบดีว่า บทบาทของสื่อมวลชนจำนวนไม่น้อยนำพาประเทศไทยเข้าสู่วิกฤตการณ์ในครั้งนี้ และเราต้องช่วยกันนำพาประเทศออกจากปักโคลน ในภาวะที่ไม่มีประชาธิปไตย วันนี้ดูเหมือนเราลืมว่า จุดเริ่มต้นของปัญหาคืออะไร ขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจกับรัฐบาล และความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาของต้นตอของวิกฤตการณ์ดังกล่าว

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุมรัฐสภาถึงการแถลงนโยบายรัฐบาล ใจความตอนหนึ่งระบุว่า ตนมารับหน้าที่นี้เนื่องจากเกิดวิกฤตทางสื่อสารมวลชนในไทย เราทราบดีว่า บทบาทของสื่อมวลชนจำนวนไม่น้อยนำพาประเทศไทยเข้าสู่วิกฤตการณ์ในครั้งนี้ และเราต้องช่วยกันนำพาประเทศออกจากปักโคลน ในภาวะที่ไม่มีประชาธิปไตย วันนี้ดูเหมือนเราลืมว่า จุดเริ่มต้นของปัญหาคืออะไร ขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจกับรัฐบาล และความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาของต้นตอของวิกฤตการณ์ดังกล่าว

นายจักรภพ กล่าวต่อว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล ของเครือข่ายสื่อมวลชนผู้จัดการ มีสื่อในมือ 4 ประเภทในขณะนั้น นั่นคือมีสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเอสทีวี, เว็บไซต์ผู้จัดการ, วิทยุชุมชน 97.75 และนสพ.ผู้จัดการรายวัน เป็นเครื่องมือที่สำคัญ ในครั้งนั้นได้ใช้เครื่องมือทั้ง 4 ในการทำตัวประหนึ่งเป็นศูนย์ผลิตรายการ เนื้อหาสาระในทางที่ทำให้เกิดความแตกแยกในประเทศ

'ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา การแต่งกายของคุณสนธิด้วยสีเหลืองอันเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคล ตัวอักษรที่เขียนว่า 'จะสู้เพื่อในหลวง' เร้ากระแสเรื่องการทำบุญวัดพระแก้ว การใส่เครื่องหมายคำพูดกรณีตั้งพระสังฆราชซ้อน 2 องค์ ที่เป็นคำพูดคนอื่น ทั้งหมดถูกนำมาเสนออย่างต่อเนื่องทุกอย่างผ่านสื่อของนายสนธิ ที่พยายามดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นที่เคารพของประชาชนทุกหมู่เหล่ามาเป็นเครื่องมือในการกำจัดพ.ต.ท.ทักษิณทางการเมือง'นายจักรภพกล่าว

หลังจากนั้นนายจักรภพได้นำเอาคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฟ้องนายสนธิในข้อหาหมิ่นประมาท มาอ่าน โดยนายจักรภพได้อ้างว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้จำคุกนายสนธิ มีคำบรรยายถึงเหตุผล ที่ทำให้เห็นว่านายสนธิสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง และใช้สื่อเป็นเครื่องมือ พาสื่อเข้ารกเข้าพง ขณะที่สื่อดีๆ ก็มีอยู่ ที่ตนนำเรื่องนี้มาพูดก็เพื่อจะบอกว่า ว่าเรื่องนี้คือสิ่งที่ได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของตนที่จะเข้ามาจัดระบบสื่อ ตนมีความประสงค์รับใช้ประเทศชาติด้วยการสร้างความสมดุลของข้อมูลข่าวสารโดยไม่ได้ตั้งใหม่ ซึ่งจะดูว่ากรมประชาสัมพันธ์หน้าที่คืออะไร บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ก็จะไปคุยผ่านคณะกรรมการ (บอร์ด) ว่าจะทำหน้าที่อะไร

'แม้กระทั่งประเด็นใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น อย่างกรณีสถานีโทรทัศน์ทีพีบีเอส ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องชี้แจงต่างหากว่านั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ในจังหวะที่บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตยทั้งสิ้น นับตั้งแต่ไอทีวีกลายเป็นทีพีบีเอส ในหลายประเทศ หากมีอะไรเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เป็นเผด็จการ เขารื้อทิ้งทั้งระบบ แต่ผมได้นโยบายที่ต่างจากนั้น ทีพีบีเอสเป็นทีวีสาธารณะที่มีกฎหมายคุ้มครอง เป็นองค์กรอิสระ แต่สังคมก็มีสิทธิประเมินผลว่าทีพีบีเอสทำหน้าที่เต็มที่ของตนเองหรือไม่ หรือจะกลายเป็นเพียงการเล่นเกมอาฆาตแค้น ของเธอมี ของฉันต้องมี ผมไม่ได้เตือนในแง่ที่จะส่งสัญญาณใดๆ แต่เตือนด้วยความปรารถนาดีว่า อย่าปิดประตูหน้าต่างจนกระทั่งตนเองก็ออกไม่ได้'นายจักรภพกล่าว นอกจากนี้นายจักรภพ ยังอภิปรายโจมตีนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง กรณีจัดรายการทางคลื่น 105.0 ว่า แม้ตนจะชอบหรือจะชังรายการของนายเจิมศักดิ์อย่างไร แต่ถ้าไปถอดก็ถือว่าไม่ฉลาด เพราะทำให้ผู้ถูกถอดกลายเป็นฮีโร่ ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายจักรภพชี้แจงถึงตรงนี้ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า ห้ามผู้อภิปรายพูดจาไม่สุภาพ ใส่ร้ายป้ายสีหรือพูดพาดพิงบุคคลอื่น ตนจึงอยากประท้วงนายจักรภพเป็นอย่างยิ่ง ในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้บอกว่า รัฐบาลทักษิณได้แทรกแซงสื่อ 2 ตอน

นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ประธานปล่อยให้รัฐมนตรีกล่าวหาคนอื่นกว่าครึ่งชั่วโมง และคิดว่าจะตักเตือนเพราะเป็นรัฐมนตรีมือใหม่ แต่ก็ยังนิ่งเงียบ และนายจักรภพก็เพิ่งจะถอดเครื่องแบบสื่อมาไม่กี่วัน วันนี้มาถลกหนังกัน ก็ไปทำข้างนอก

ขณะที่นาย พิเชษฐ พันธ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ กล่าวว่า ประธานพยายามห้ามคนข้างล่างกล่าวถึงบุคคลอื่น และห้ามเอาหนังสือมาอ่าน แต่กลับปล่อยให้ข้างบนเอาเอกสารที่ถูกผิดอย่างไรไม่รู้มากล่าวหาคนอื่น ดังนั้นควรจะห้ามปรามด้วยอย่าได้สองมาตรฐาน

แต่อย่างไรก็ตามนายยงยุทธก็ยังให้นายจักรภพชี้แจงต่อ จากนั้น นายจักรภพอภิปรายต่อว่า การกระทำใดๆ ต่อไปนี้ จะเต็มไปด้วยความเคารพสิทธิเสรีภาพของสื่อ เพราะตนรักอาชีพสื่อ และเคารพสื่อ แต่ในฐานะนี้ จะไม่ยอมให้ใครอ้างสิทธิเสรีภาพสื่อเพื่อทำร้ายประชาชนเป็นอันขาด

ขอขอบคุณ http://www.thaiinsider.info/

จาก hi-thaksin