ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, February 19, 2012

คลิปคุณ จตุพร ดร สุทิน คุณ เจ๋ง เวียง งานรวมพลแดงภาคอีสาน 18 02 55

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

nick_nakhonpathom









http://www.thaivoice.org/board/index.php?

เรื่องรัฐประหาร ผมเชื่อว่าเป็นการบลั๊ฟ ของอำมาตย์ แต่ได้ผลบ้างพอสมควร

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย

ตอนนี้ หลายคนอาจกลัวการทำรัฐประหารของอำมาตย์ เพราะมีประสบการณ์กับเรื่องการรัฐประหารในอดีตมากมายหลายครั้ง จนเชื่อว่าโอกาสทำรัฐประหารในเมืองไทยนั้นมีเสมอ

ผมก็ไม่ได้ตัดสิน ว่าโอกาสทำรัฐประหารในอนาคตจะไม่มี เพราะในอนาคตที่เป็นระยะยาวนั้น ยากที่ใครจะคาดการณ์สถานการณ์ในประเทศและในโลกได้ เพราะการทำรัฐประหาร มันไมได้ขึ้นกับว่า จะมี ผบ.ทบ.คนใด มีอำนาจมากแค่ไหนด้วย มันขึ้นกับสถานการณ์ในประเทศ การต่อต้านของประชาชน การสนับสนุนของประชาชน สถานการณ์ของโลกด้วย หากปัจจัยมันพร้อม พวกเขาก็ทำรัฐประหารได้ หากไม่พร้อมทำไปก็ล้มเลว




ดังนั้ แต่หากเราวิเคราะห์แค่ช่วงเวลาหนึ่ง เราอาจประมาณว่าโอกาสในการทำรัฐประหารนั้นมีโอกาสสำเร็จหรือไม่
สมมุติว่าเราประเมินสั้นๆ ว่าในปีนี้ หรือ 5 ข้างหน้านี้ การทำรัฐประหารนั้นโอกาสสำเร็จมีหรือไม่ เราพอจะทราบคำตอบได้ว่า

วันนี้หากอำมาตย์ทำรัฐประหารอีก คือการฆ่าตัวตายทางการเมือง ความวุ่นวายของสังคมที่จะตามมานั้นมีสูงอย่างยิ่ง

แม้จะมีความอำมหิต จับขังลืม ล่าสังหาร สังหารหมู่ก็ตาม
วัน เวลาที่หอมหวานแบบหลัง 2519 ที่ พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ทำรัฐประหารแล้ว ระบอบอำมาตย์สามารถควบคุมสังคมให้สงบได้นับสิบปีนั้น น่าจะไม่มีแล้ว

รัฐ ประหารปี 2549 นั้น ถือเป็นความล้มเหลวในการกำจัดอำนาจทักษิณโดยสิ้นเชิง แต่ทำให้อำนาจของระบอบโบราณนั้นเสื่อมลงไปมากมาย อย่างใครก็คาดการณ์ไม่ได้

หากเป็นการประเมินก่อน 3 กรกฎาคม 2544 วันเลือกตั้งใหญ่ ผมก็ยังไม่กล้าฟันธงว่ารัฐประหารล้มเหลว
หากเป็นวันนี้ ผมค่อนข้างมั่นใจว่ารัฐประหารปี 2549 นั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการฟื้นฟูอำนาจของระบอบอำมาตย์

แต่ชะลอการรุกคืบหน้าของระบอบทักษิณ (ประชาธิปไตยแบบมวลชน) ได้ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น

วันนี้ผมว่า สถานการณ์ในประเทศและต่างประเทศไม่เอื้ออำนวยแล้ว



ประเทศ ต่างๆ นั้นเราเห็นชัดเจนในตอนเลือกตั้งว่าทิ้งระบอบอำมาตย์ไปสิ้นเราเห็นชัดเจนว่า ประเทศจำนวนมากอุ้มชูรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แม้แต่สหรัฐอเมริกา หลังเปลี่ยนทูตคนใหม่ เราก็เห็นเขาเปลี่ยนจุดยืนถอยห่างจากอำนาจโบราณชัดเจน

พวก อำมาตย์อาจหวังไปพึ่งจีน แต่ผมคิดว่าจีนนั้น "เหยียบเรือหลายแคมยิ่งกว่าอเมริกัน" ในการบาลานส์อำนาจ และไม่มีคนต่อต้าน คือ จีนรับทุกฝ่าย

แต่การต่อต้านผมเชื่อว่าจะมาจาก ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อย่างรุนแรง แล้วลามไป EU ตามมาด้วยอเมริกัน และประเทศอื่นๆ ในอาเซียนก็จะเมินเฉย ไม่ต่อต้านไม่สนับสนุน (แต่แอบต้านเงียบๆ)

ไม่ มีประเทศไหนตอนนี้เอากับอำนาจโบราณ นอกจากเกาหลีเหนือ เพราะทุกประเทศมองออกว่าความวุ่นวาย ไร้เสถียรภาพของสังคมจะตามมาอย่างรุนแรง และมันกระทบกับเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังจะเป็น AEC

คงมีการบีบให้ เลือกตั้งภายในเวลาอันรวดเร็วแล้วผลจะเหมือนกับห้าปีที่ผ่านมา ไม่งั้นก็ต้องโกงกันมหาศาล และหากโกง ความวุ่นวาย คุมไม่ได้ก็่จะตามมา

สถานการณ์ ในประเทศ วันนี้ประชาชนไม่ได้เผลอเหมือนปี 2549 มีการจัดต้้งมวลชนเสื้อแดงเต็มที่แล้ว การต่อต้านจะตามมาในเวลาไม่นาน ไม่ต้องรอกลุ่มคนวันเสาร์ค่อยๆ ปลุกกระแสอีกแล้ว

ผมจึงเชื่อว่า การขู่รัฐประหาร เป็นแค่การบลั๊ฟ เพื่อไม่ให้ฝ่ายประชาชน/ทักษิณ รุกพวกเขามากเกินไปเท่านั้น

ซึ่งก็ได้ผลที่ทำให้รัฐบาลยอมถอยเรื่อง 112

เรียกว่าการบลั๊ฟครั้งนี้ได้ผลพอสมควร

แต่ จะได้ผลตลอดไปทุกเรื่องหรือไม่ขึ้นกับฝ่ายรัฐบาล ว่าโง่ขนาดไหน ตาขาวขนาดไหนด้วย และขึ้นกับคนเสื้อแดงจะสามารถกดดันรัฐบาลได้ขนาดไหนด้วย

ผม ว่ามันเกิดสมดุลย์ ขึ้นนิดหนึ่งคือ รัฐบาลกลัวรัฐประหาร แต่คนเสื้อแดงบางส่วนก็บีบ ทำให้เรื่อง 112 แม้ไม่เดินไปจนสุด แต่ก็สามารถรณรงค์ต่อไปได้ เรียกว่าเรืองนี้ยังไม่จบ

เรื่องแก้รัฐ ธรรมนูญน่าจะเดินไปได้ไม่ถูกต่อต้านหนัก เพราะเชื่อว่า พรรคเพื่อไทย/นปช. ยอมถอยได้แค่ 112 เท่านั้น แต่หากถอยเรื่องแก้ไข รธน. พรรคเพื่อไทยคงโดนสะกรำจากคนสนับสนุนเป็นแน่



"ปู"ครวญ"สตรี"โดนดูถูก-ข่มเหง ไม่เว้นแม้สาดโคลนการเมือง

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

"ปู"ครวญ"สตรี"โดนดูถูก-ข่มเหง ไม่เว้นแม้สาดโคลนการเมือง
วอนให้เกียรติ-เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์




ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์
เวลา 09.30 น. เดินทางมายังตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
เพื่อเป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงนโยบายและแนวทาง
การดำเนินงาน “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี”
ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์สวมเสื้อสูทสีชมพูและยิ้มแย้มแจ่มใส
โดยมีเครือข่ายสตรี 4 ภาค นำดอกกุหลาบสีแดงเข้าให้กำลังใจ
โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์มีสีหน้าสดชื่นและกล่าวขอบคุณ ก่อนจะเดินเข้าเปิดงาน


น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวเปิดงานใจความสำคัญตอนหนึ่ง ว่า
ประชากรสตรีมีกว่าครึ่งของประชากรทั้งประเทศ
แต่สตรีมีศักยภาพ ความรู้ ความสามารถ และความเป็นผู้นำ
และอยู่ในทุกภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ
หรือแม้แต่ภาคการเมือง บทบาทสตรีไทยจึงไม่ด้อยกว่าชาติอื่น
ทั้งบทบาทแม่ของลูก ภรรยา และผู้นำ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไทยมายาวนาน


น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ปัญหาสตรีในปัจจุบันที่ต้องพัฒนา คือ
แม้เพศหญิงเป็นเพศที่มีความอดทนอดกลั้น
แม้การตัดสินใจทำอะไรลงไปของสตรีอาจตัดสินใจด้วยความยากลำบาก
แต่เมื่อตัดสินใจไปแล้ว จะทำด้วยใจ และอดทนอดกลั้น
การให้เกียรติซึ่งกันและกันจึงเป็นเรื่องสำคัญ
โดยเฉพาะความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ปัญหาความไม่เท่าเทียมทำให้สตรีตกเป็นเหยื่อความรุนแรง
ตามที่สังคมไทยมีค่านิยมให้สตรีเป็นช้างเท้าหลังเสมอ ไม่ว่าทางการเมืองก็ตาม

นอกจากนั้นก็ยังมีหลายๆ มุมมองที่ถูกมองสตรีในมุมที่เสียหาย
ก็เป็นที่น่าเศร้าใจ ถ้าคนไทยด้วยกันมองในมุม
ที่ดูถูกดูแคลนหรือข่มเหงน้ำใจหญิงไทยนั้น
เพื่อให้ได้ความได้เปรียบทั้งทางเพศ การงาน ส่วนตัวหรือแม้กระทั่งการเมือง
ก็ไม่อยากเห็นช่องว่างเหล่านี้เกิดขึ้นในสังคมไทย

อดเผื่อมันจะอายยอมให้ประกันเหยื่อ112ขยายวง

ที่มา Thai E-News

เมื่อ หญิงสูงวัย 2 คนกำลังจะทรมานตนเองเพื่อคนที่เธอรัก(สามี-ลูก)เพื่อสิทธิในการประกันตัวนัก โทษการเมืองทั้งหมด มันต้องมีสิ่งไม่ปรกติเกิดขึ้นแน่ๆ

8 โมงเช้าวันอาทิตย์ที่ 19 นี้ ภรรยาอากง และคุณแม่ของคุณสุรภักดิ์ จำเลยและผู้ต้องหาคดี 112 จะอดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิในการประกันตัว ที่หน้าศาลอาญา รัชดา โดยในเช้าวันจันทร์จะยื่นประกันตัว หวังสังคมเห็นความสำคัญของ "สิทธิการประกันตัว"


เชิญทุกท่านที่เห็นด้วยมาเป็นกำลังใจหรือร่วมแสดงออก ขอให้สังคมเห็นความสำคัญของสิทธิการประกันตัว ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน สิทธิมนุษยชน และรัฐธรรมนูญเองก็ให้ไว้









นายอภิวัฒน์ เกิดนอก อดีตผู้ต้องหาคดีประหลาดมาก "พกบัตร นปช" โดนจับขัง 1 ปี เขาจะมาโกนหัวอดอาหารด้วย

นายอภิวัฒน์ เกิดนอก ชาวนาจากจังหวัดขอนแก่น วัย 31ปี เป็นผู้ร่วมอดอาหารรายล่าสุด ที่ตั้งใจจะอดอาหารไปจนถึงวันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ ร่วมกับนายฤทธิพงษ์ มหาเพชร ลูกศิษย์ของนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ที่เริ่มอดอาหารมาตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

นายอภิวัฒน์ เคยต้องโทษในคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ถูกศาลตัดสินจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา เนื่องจากเขาต้องการเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่ม นปช.ที่สี่แยกราชประสงค์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นกระเป๋า และพบว่ามีบัตร นปช. จึงถูกจับกุมดำเนินคดี เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2553 เขาบอกว่าต้องการอดอาหาร เพื่อเรียกร้องให้ศาลเมตตา ให้สิทธิการประกันตัวแก่นักโทษการเมืองทั้ง 67 คน

ด้านเวทีเสวนาสาธารณะ "วิกฤติสิทธิการประกันตัว คือวิกฤติสิทธิมนุษยชน คือวิกฤติความยุติธรรม" ซึ่งจัดโดยกลุ่มนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย และนักวิชาการ ต่างช่วยกันสะท้อนความไม่ยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรมของไทย ซึ่งพบว่าหลังจากเหตุการณ์รัฐประหาร 2549 คนที่มีหน้ามีตาในสังคมและฐานะร่ำรวย มักจะมีสิทธิด้านต่างๆ มากกว่าคนยากคนจน จึงอยากให้เกิดการปฎิรูปกระบวนการยุติธรรมของไทย เพื่อให้ยึดโยงกับภาคประชาชนมากขึ้น

ขณะที่นักสิทธิมนุษยชนมองว่า กระบวนการยุติธรรมของไทย ไม่ได้ยึดหลักสิทธิมนุษยชนในการพิจารณาคดีเท่าที่ควร พร้อมย้ำว่าผู้ต้องหาทุกคนควรได้รับสิทธิการประกันตัว เพราะหากยังไม่มีคำพิพากษา ยังถือว่าผู้ต้องหารายนั้นยังเป็นผู้บริสุทธิ์

ผู้ร่วมเสวนาในครั้งนี้เห็นตรงกันว่า การอดอาหารในครั้งนี้ไม่ใช่การกดดันศาล เพราะเป็นเพียงการใช้สิทธิแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย แม้สุดท้ายศาลจะยืนยันไม่ให้สิทธิการประกันตัว แต่อย่างน้อยคนในสังคมก็น่าจะตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงมีการเรียกร้องสิทธิด้วยการอดอาหารเกิดขึ้น

ไชย วัฒน์ ตระการรัตน์สันติ นักกิจกรรมจากสมัชชาสังคมก้าวหน้า ผู้เข้าร่วมอดอาหาร เพื่อเรียกร้องสิทธิในการได้รับการประกันตัวของนักโทษการเมือง หน้าศาลอาญารัชดา ในอดีตไชยวัฒน์ เคยร่วมเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยในขณะนั้นเขายังคงเป็นนักเรียนอยู่ ในเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ ไชยวัฒน์ ต้องถูกจับกุมคุมขังอยู่ถึง 3 สัปดาห์


อดอาหารภาค 2 ปล่อยตัว สุรชัย เเซ่ด่าน









บก.ลายจุดเยี่ยมฤทธิพงษ์ มหานาค ที่อดอาหารประท้วงต่อจากไท

หลังจากที่นายปณิธาน พฤกษาเกษมสุข เรียกร้องให้มีการยื่นประกันตัวบิดา คือ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ด้วยการอดอาหารครบ 112 วันในวันนี้ (16 ก.พ.54) กลายเป็นแบบอย่างในการเรียกร้องของนักอดอาหารคนที่ 2 คือ นายฤทธิพงษ์ มหาเพชร โดยมีจุดประสงค์เรียกร้องให้ย้ายนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวกับมาตรา 112 มาคุมขังที่เรือนจำพิเศษบางเขน ซึ่งคุมขังนักโทษคดีการเมือง

เครดิต:VoiceTV และเฟซบุ๊คbus Tewarit