ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, May 2, 2009

เปิดคำวินิจฉัย ป.ป.ช.เชือด"พีรพันธุ์-สีหนาท"ใช้อำนาจไม่ชอบ ปปง.คุ้ยบัญชีสื่อ-เอ็นจีโอ-นักการเมือง

ที่มา มติชนออนไลน์

หมายเหตุ"มติชนออนไลน์" -กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)มีมติเมื่อวันที่ 30 เมษายน ในคดีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ตรวจสอบธุรกรรมการเงินของบุคคลและนิติบุคคลต่าง ๆ โดยมิชอบนั้นว่า การกระทำของ พล.ต.ต. พีรพันธุ์ เปรมภูติ ขณะดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้ องกันและปราบปรามการฟอกเงินและ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์สารสนเทศและติดตามประเมินผล สำนักงาน ปปง. มีมูลเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 มาตรา 85 วรรคสอง และการกระทำของ พล.ต.ต. พีรพันธุ์ ยังมีมูลเป็นความผิดทางอาญา ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157


ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดการวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

เรื่องกล่าวหา พล.ต.ต. พีรพันธุ์ เปรมภูติ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ปปง.(ปัจจุบันประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเทียบเท่าระดับ 11) กับพวกปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เกี่ยวกับการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน


ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน เพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง(มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธานอนุกรรมการ) กรณีกล่าวหา พล.ต.ต. พีรพันธ์ กับพวกว่า ดำเนินการตรวจสอบธุรกรรมการเงินของบุคคลและนิติบุคคลต่าง ๆ(ประกอบด้วยสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชนและนักการเมือง) โดยมิชอบนั้น


คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะอนุกรรมการไต่สวนแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2545 พล.ต.ต. พีรพันธุ์ เปรมภูติ ได้สั่งการให้ พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ (ปัจจุบันรักษาการเลขาธิการ ปปง. เข้าดำเนินการตรวจสอบการทำธุรกรรมการเงินของบุคคลและนิติบุคคลต่าง ๆ เนื่องจากได้รับหนังสือร้องเรียน (บัตรสนเท่ห์) กล่าวหาว่า บุคคลและนิติบุคคลต่าง ๆ ดังกล่าว อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐานหรือการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งจากการตรวจสอบเบือ้ งต้นไม่ปรากฏรายงานธุรกรรมของบุคคลและนิติบุคคลดังกล่าวในฐานข้อมูลรวบรวมรายงานการทำธุรกรรม (AERS) ของสำนักงาน ปปง. แต่อย่างใด


แต่พ.ต.อ.สีหนาท ได้ทำการวิเคราะห์สถานะการเงินและผลประกอบการของบริษัทนิติบุคคลที่มีรายชื่อถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชน รวมทั้ง การเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของบุคคลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับนิติบุคคลเหล่านี้ ล้ว เสนอความเห็นให้ พล.ต.ต. พีรพันธุ์ ทราบว่า ผลประกอบการของนิติบุคคลดังกล่าวน่าสงสัยว่า อาจเข้าข่ายความผิดมูลฐานในเรื่องฉ้อโกงประชาชน นิติบุคคลบางรายน่าสงสัยว่า นำเงินทุนจากที่ใดมาขยายกิจการ นิติบุคคลบางรายขาดทุนอย่างต่อเนื่องมาตลอด 3 ปี แต่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ บุคคลที่เกี่ยวข้องมีการเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง เห็นควรตรวจสอบกระแสเงินในบัญชีธนาคารไทย ทั้ง 17 แห่งของบริษัทและกลุ่มบุคคลดังกล่าว รวมทั้งบุคคลในครอบครัวเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาต่อไป ซึ่ง พล.ต.ต. พีรพันธุ์ เห็นชอบกับข้อเสนอดังกล่าวและสั่งการให้พ.ต.อ.สีหนาท ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินของกลุ่มบุคคลดังกล่าว


หลังจากนั้นพ.ต.อ. สีหนาท มีหนังสือสำนักงาน ปปง.ถึงสถาบันการเงินต่าง ๆ ขอให้ตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมของบุคคลและนิติบุคคลต่าง ๆ ตามหนังสือร้องเรียน (บัตรสนเท่ห์) เป็นเหตุให้บุคคลผู้ถูกตรวจสอบ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้เพิกถอนหนังสือสำนักงาน ปปง. ที่ขอให้สถาบันการเงินต่าง ๆ ตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงินดังกล่าว


ก่อนที่ศาลปกครองกลาง จะมีคำวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งในเรื่องนี้ ปรากฏว่า พล.ต.ต. พีรพันธุ์ และพ.ต.อ. สีหนาท และสำนักงาน ปปง. มีหนังสือถึงสถาบันการเงิน แจ้งยกเลิกหนังสือขอตรวจสอบข้อมูลทางธุรกรรม เป็นผลให้ในเวลาต่อมาศาลปกครองกลาง ได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โดยปรากฏตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองกลางในตอนหนึ่งว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏแก่ พล.ต.ต. พีรพันธุ์ และพ.ต.อ. สีหนาท ประยูรรัตน์ มีเพียงหนังสือร้องเรียน (บัตรสนเท่ห์) กล่าวหาบุคคลและนิติบุคคลรวมทั้งผู้ฟ้ องคดีซึ่งถูกตรวจสอบ ว่า เกี่ยวข้องหรืออาจเกี่ยวข้องกับการกระทำอันเป็นความผิดมูลฐานยังไม่ปรากฏว่า มีการกระทำความผิดมูลฐานหรือการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเกิดขึน้ และไม่ได้มีข้อเท็จจริงหรือเหตุอันควรเชื่อว่าบุคคลและนิติบุคคล รวมทัง้ ผู้ฟ้ องคดี อาจมีการโอน จำหน่าย ยักย้ายปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินใดที่เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด


และที่สำคัญ คือ สำนักงานไม่ได้รายงานคณะกรรมการธุรกรรม หรือคณะกรรมการธุรกรรมได้มีการมอบหมายให้พ.ต.อ.สีหนาท ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากเลขาธิการ ให้ดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม แม้ว่า พ.ต.อ. สีหนาท จะได้รับมอบหมายจากพล.ต.ต.พีรพันธุ์ ซึ่งเป็นเลขาธิการและเป็นประธานกรรมการของคณะกรรมการธุรกรรม ก็ตาม


แต่การมอบหมายของพล.ต.ต. พีรพันธุ์ ยังไม่เพียงพอที่จะเป็นเงื่อนไขในการใช้อำนาจตามข้อ 1แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2543) เพราะข้อ 1 แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2543) ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ที่มอบหมายให้ทำการตรวจสอบเพิ่มเติม คือ คณะกรรมการธุรกรรม ข้ออ้างของผู้ถูกฟ้ องคดีทัง้ สี่ในประเด็นนีจึงฟังไม่ขึ้น

อาศัยเหตุผลต่าง ๆ ดังกล่าว ศาลเห็นว่า คำสั่งตามหนังสือเรื่องขอตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมที่ พ.ต.อ. สีหนาท ประยูรรัตน์ มีไปถึงสถาบันการเงิน และสั่งให้สถาบันการเงินส่งให้กับสำนักงาน ปปง. เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเหตุที่เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะออกคำสั่งดังกล่าวได้ แต่โดยที่มีการแจ้งยกเลิกหนังสือขอตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมอันเป็นเหตุแห่งการฟ้ องคดีนี้ ล้ว ถือว่าเหตุแห่งการฟ้ องคดีดังกล่าวได้สิ้นสุดลง จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ


คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่ พล.ต.ต. พีรพันธุ์ สั่งการให้พ.ต.อ.สีหนาท ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินของบุคคลและนิติบุคคลต่าง ๆ โดยมีหนังสือสำนักงาน ปปง. ถึงสถาบันการเงิน ขอให้ตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมของบุคคลดังกล่าว ทั้งที่ ปราศจากข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุอันสมควรในการตรวจสอบจึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิของบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองทั้งในด้านข้อมูลส่วนบุคคล หน้าที่การงาน เกียรติยศ ชื่อเสียง และความเป็นส่วนตัว อันเป็นการละเมิดต่อบุคคลดังกล่าว


คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติว่า การกระทำของพล.ต.ต. พีรพันธุ์ และพ.ต.อ. สีหนาท มีมูลเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 มาตรา 85 วรรคสอง และการกระทำของ พลตำรวจตรี พีรพันธุ์ เปรมภูติ ยังมีมูลเป็นความผิดทางอาญา ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

ให้ส่งรายงาน เอกสาร และความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาโทษทางวินัยกับ พล.ต.ต.พีรพันธุ์ และพ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ และไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ พล.ต.ต.พีรพันธุ์ ฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 92 และมาตรา 97 แล้วแต่กรณี ต่อไป

อย่าปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ

ที่มา เดลินิวส์

องค์การอนามัยโลกหรือ WHO กำลังกลัวว่า ไข้หวัดหมู (swine flu) จะทำให้โลกตกอยู่บนขอบเหวของการแพร่ระบาดเหมือนกับไข้หวัดสเปนใน พ.ศ. 2461 ซึ่งมีคนตายหลายล้านคนทั่วโลก

หลังจากในสหรัฐมีเด็กอายุ 23 เดือนเสียชีวิต เป็นการเสียชีวิตรายแรกนอกเม็กซิโก และรัฐแคลิฟอร์เนียประกาศภาวะฉุกเฉินทั้งรัฐ

ขณะที่ในเม็กซิโกมีคนตายแล้ว 159 ราย ติดเชื้ออีกกว่า 2,500 ราย นานาชาติระงับเที่ยวบินเข้าเม็กซิโก พร้อมกับพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อกว่า 20 ประเทศเข้าไปแล้ว

ไทยเองก็เกือบไป แต่ผลตรวจ จากรพ.จุฬาฯ ยืนยันแล้ว สาวไทยแค่เป็นไข้หวัดใหญ่ ไม่ใช่ไข้หวัดหมู คนไทยจึงโล่งอกกันทั่ว แต่ยังหายใจไม่ทั่วท้อง

เพราะ WHO ก็ยกระดับการเตือนภัยเป็นระดับ 5 จากทั้งหมด 6 ระดับ

หลายประเทศห้ามนำเข้าเนื้อหมูจากเม็กซิโก และอเมริกาเหนือแล้ว หมูไทยก็โดนไปด้วย ราคาตกจากที่สูงปรี๊ดกก.ละ 130-150 บาท บางที่เหลือไม่ถึงร้อย เพราะคนไม่กล้ากินหมู

เห็นใจเกษตรกร พ่อค้าแม่ขาย ที่ขายได้เงินน้อยลง ทั้งที่คนไทยกิน “หมูแพง” มานาน อ้างน้ำมันแพง พอน้ำมันถูกกว่าครึ่ง คนไทยก็ยังกินแพง 120-130 บาทต่อกก.อยู่ดี ไม่มีใครเห็นใจ

แต่เป็นสาเหตุที่กระทรวงสาธารณสุขบังคับให้เรียก ไข้หวัดหมู ที่อ่านยังไงก็คือ ไข้หวัดหมู เพราะมาจาก swine flu (swine หมูตัวใหญ่ แม่หมู ส่วน pig ลูกหมู) เสียใหม่เป็น

ไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดจากประเทศเม็กซิโก ..... ดื้อ ๆ !!!

ทั้งที่อ่านยังไงก็ตะแบงเป็นอื่นไม่ได้ นอกจาก ไข้หวัดหมู แม้แต่ องค์การอนามัยโลกเอง ยังเรียก swine flu ไข้หวัดหมู ไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดจากเม็กซิโก

ถึงหมูไม่ใช่ตัวแพร่โรค แต่หมูก็มาเกี่ยวข้อง ฟัง ศ.นพ.ยง ภู่วรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะเข้าใจ

ศ.นพ.ยง บอกว่า เชื้อไวรัสไข้หวัดหมู (swine flu) ที่เกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ H1N1 เป็นไวรัสสายพันธุ์ลูกผสมใหม่ เกิดจากการรวมตัวระหว่างไวรัสไข้หวัดนก หวัดหมู และไข้หวัดในคนเข้าไว้ด้วยกัน

โรคนี้จึงพบได้ทั้งในหมูและในคน !?!

อียิปต์จึงสั่งฆ่าหมูแล้ว 3 แสนตัว จอร์แดนก็สั่งปิดฟาร์มหมู เม็กซิโกไม่ต้องพูดถึง หมูกลายเป็นอสูรแล้ว

ตอน ไข้หวัดนก คนไม่กล้ากินไก่ แต่เมื่อ เปิดความจริง รณรงค์อย่างหนัก ต้องกินไก่สุกเท่านั้น คนเลี้ยงไก่ ต้องใส่หน้ากาก ถุงมือ รองเท้า ให้มิดชิด ห้ามสัมผัสของเหลวของไก่

ยกระดับฟาร์มเลี้ยงไก่ให้ได้มาตรฐานหมด ทุกอย่างก็ผ่านพ้น

สมศักดิ์ เทพสุทิน เคยถูกด่า เป็นเด็กเลี้ยงแกะ เพราะปกปิดความจริง แต่ตอนนั้นยังพอให้อภัยได้ เพราะไม่มีใครรู้จักไข้หวัดนก อาจช็อกอยู่ แต่ตอนนี้ ไม่ใช่ เรามีประสบการณ์ที่จะรับมือได้แน่

บทเรียนมีมาแล้ว เมื่อมันคือ ไข้หวัดหมู ก็ไข้หวัดหมู อย่าปิดฟ้าด้วยฝ่ามือเลย ชีวิตคนไทยไม่ใช่ของเล่นนะ ท่านวิทยา แก้วภราดัย.

ดาวประกายพรึก

พลังผู้ร่วมชะตากรรม

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_3235

ดึงจังหวะเร้ากระแส ลุ้นวัดใจออกไปอีก 2 วัน

ล่าสุดนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำม็อบพันธมิตรฯ เลื่อนคิวตั้งโต๊ะแถลงเปิดโปงเบื้องหลังวันลอบสังหารออกไปเป็นเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม

เพราะไข้หวัดเล่นงาน หมอสั่งให้พักผ่อน

แต่ที่เคลียร์กันล่วงหน้าก่อนแล้ว "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ตอบคำถามนักข่าวกรณีที่มีกระแสแพลมๆว่า นายสนธิระบุว่า การที่ตัวเองถูกลอบสังหารเป็นการกระทำของคนในกองทัพ จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือการทำงานกับกองทัพหรือไม่

"ไม่หรอกครับ เป็นการทำผิดกฎหมาย เป็นเรื่องของบุคคล เดี๋ยวสักพักเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจคลี่คลายคดีได้ก็จะเกิดความชัดเจนขึ้น"

คัตเอาต์ ตัดตอนกันตามเกม

และอันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องตื่นเต้น โดยประเด็นโยงฝีมือทหาร มันลือกันตั้งแต่นาทีแรกที่เห็นภาพรถยนต์ของนายสนธิพรุนไปด้วยรอยกระสุนปืนอาก้า อาวุธสงครามที่ไม่ได้มีใช้กันทั่วไปในหมู่ซุ้มมือปืน

ที่สำคัญ ตั้งแต่ 2-3 วันแรกหลังเกิดเหตุลอบสังหาร ก็เป็น "บิ๊กป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ที่ออกมายอมรับเองว่า ปลอกกระสุนที่เก็บได้ ตีตราของกองทัพบก ใช้ในหน่วยทหารแถบจังหวัดกาญจนบุรี

เครื่องหมายคำถามมันอยู่ที่ รู้อยู่แก่ใจ จะจับมือดมได้หรือเปล่า

และโดยปมน่าเอะใจมันอยู่ที่ว่า คดียังไม่คืบไปถึงไหน ก็มีข่าวออกมาจากเครือข่ายว่านายสนธิมีแผนปลีกวิเวกที่ประเทศเนปาลกับประเทศอินเดีย แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ออกมาปฏิเสธว่า ไม่เคยมีความคิดหลบไปปลีกวิเวกแต่อย่างใด

หรือนี่คือ เงื่อนไขในเกมอำนาจ

ทั้งหมดทั้งปวงมาถึงนาทีนี้ ดูเหมือนว่ารายการ ตัดตอน กันเองในกลุ่มขั้วอำนาจที่ ลับ ลวง พราง ไม่รู้ใครเป็นใคร

กลายเป็นจังหวะดีที่เข้าทางนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่เล่นบทจริงใจ ดึงเกมประคองสถานการณ์ไปพลางๆ

อย่างน้อยก็ได้โอกาสขอเวลา 6-8 เดือน เคลียร์สารพัดวิกฤติให้เข้ารูปเข้ารอย แล้วค่อยยุบสภา ล้างหน้าไพ่กันใหม่

สถานการณ์เอื้อให้ "อภิสิทธิ์" ลากยาวไปได้อีกระยะ

โดยแรงกดดันหนักสุดน่าจะอยู่ที่รายการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดทางนิรโทษกรรมนักเลือกตั้งอาชีพที่โดนลูกหลงจากสงครามไล่ล่า "ทักษิณ"

ตามแกะรอยจากที่นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่ามีการต่อสายล็อบบี้พรรคร่วมรัฐบาลเกือบทุกพรรค ส่วนใหญ่เห็นตรงกัน ต้องแก้รัฐธรรมนูญในปมที่เป็นปัญหา รวมถึงการนิรโทษกรรม ทุกพรรคเห็นตรงกันในหลักการว่า ควรคืนสิทธิทางการเมืองทุกคน

พร้อมรายงานเบื้องหลังระบุ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคพลังประชาชน พร้อมด้วยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้เดินสายประสานแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค

โดยทุกฝ่ายเห็นด้วยกับหลักการนิรโทษกรรม แต่จะให้ บุคคลที่เป็นกลางและไม่มีส่วนได้เสีย เช่น ป๋าเหนาะ นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เป็นผู้เสนอ

ผนึกพลังผู้ร่วมชะตากรรม

ที่แน่ๆตามเงื่อนไขความจำเป็นอย่างที่เห็นๆกัน

"บิ๊กเติ้ง" นายบรรหาร ศิลปอาชา บอสใหญ่พรรคชาติไทยพัฒนา ในวัยที่ก้าวล่วงใกล้ 80 ปี ที่จำเป็นต้องจัดทำพินัยกรรมให้ลูกๆ ปลดปล่อยทายาททั้ง "หนูนา" น.ส.กัญจนา และ "ลูกท็อป" นายวราวุธ ศิลปอาชา ออกจากโทษดองเค็ม

ประกันความมั่นใจในการรั้งอาณาจักรที่มั่นจังหวัดสุพรรณบุรี

ในอารมณ์ใกล้เคียงกับนายสมศักดิ์ กับ "เจ๊เป้า" นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน แห่งค่ายภูมิใจไทย ที่ติดโทษแบนทั้งสองผัวเมีย ในขณะที่ลูกชายกับลูกสาวยังอ่อนพรรษา

หมดตัวเล่นสำรองรักษาฐานกรุงเก่าจังหวัดสุโขทัย

ไฟต์บังคับ ยังไงก็ต้องดิ้นหนีคุกการเมืองให้ได้.

"ทีมข่าวการเมือง" รายงาน

แม่นไหมไม่ทราบ ประจำวันที่ 2-8 พ.ค. 2552

ที่มา ประชาไท

วันนี้ลีอองคิดว่าจะทำอะไรดี





เห็นอะไรแว้บๆ

ไม้ของใครเนี่ย

แทะๆ ดูซิ

อ้ะ ! อยู่ๆ ก็หันเหความสนใจ (นี่เป็น 1 ในพี่ตุ๊กตาของลีออง)

!?!

!?!



ไปแล้ว นจน. (นางโจรน้อย)



โปรดสังเกตแววตา (คิดแผนการครั้งต่อไป)



ราศีเมษ
Aries (13 เมย.-13 พค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 3 คทา การงานที่ก้าวต่อไปอีกขั้น การพบปะผู้คนนอกแวดวงเดิม กิจการที่ได้ก่อตั้งขึ้นมั่นคงแล้วระดับหนึ่ง การได้เพื่อนหรือสายสัมพันธ์ที่มีประโยชน์
ธุรกิจ การงาน Judgement การประกาศที่รอคอย ข่าวดี เรื่องที่น่ายินดี แต่ในบางคนหมายถึงการเปิดเผยขึ้นของสถานการณ์ที่คาดเดาไว้ ไม่มีอะไรพลิกผัน ทุกอย่างอยู่ในเหตุและปัจจัย
สถานการณ์การเงิน 2 ถ้วย เรื่องที่น่ายินดี การเงินที่เกี่ยวพันกับคนรัก คู่ครอง การใช้จ่ายเพื่อคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดี
ความรัก ความสัมพันธ์ ราชาถ้วย ช่วงเวลาของความรัก การพบคนถูกใจ ทำให้หวั่นไหว จิตใจไม่ค่อยเป็นสุขนัก บางคนพบรักกับคนมีอายุมากกว่า เป็นนักรักที่เชี่ยวชาญทีเดียว
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 7 ดาบ ความจำเป็นต้องหลบหนี สถานการณ์ที่พลิกแพลงจนยากจะตามทัน

คำแนะนำพิเศษ 7 ถ้วย หลายครั้งไพ่ใบนี้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการประเมินตัวเอง การตรวจสอบความปรารถนา สิ่งที่อาจเป็นความฟุ้งฝัน ภาพลวงตาต่างๆ การเชื่อมั่นอย่างไร้เหตุผลรองรับ



ราศีพฤษภ
Taurus (14 พค.-13 มิย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Chariot การเดินทาง การเกี่ยวพันกับคนต่างชาติต่างภาษา หรือมีเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง ถูกขับเคี่ยวอย่างหนักในเวลานี้
ธุรกิจ การงาน 8 เหรียญ จังหวะที่ดีในแง่ของรายได้หรือผลตอบแทน การเรียกร้องให้ต้องพัฒนาฝีมือ (แรงงาน) การใช้ทักษะพิเศษในตัวเองให้เต็มที่ นั่นจะเป็นจุดเด่นของคุณในเวลานี้
สถานการณ์การเงิน 7 คทา การเงินยังมีเรื่องหนักๆ อยู่ อาจมีค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ เป็นเงินก้อนเล็กแต่ทยอยเข้ามาสร้างปัญหาอยู่เรื่อยๆ การเบิกจ่ายต่างๆ อืดและฝืดมาก
ความรัก ความสัมพันธ์ The Devil จิตใจที่ระส่ำระสาย การพัวพันกับคนต้องห้าม รักต้องห้าม ชู้ทางใจหรือทางกายแบบชัดเจน บางคนแสดงถึงเวลาที่สัญชาตญาณมืดมีอำนาจเหนือสติ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Emperor ความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจ นักปกครอง ผู้อยู่ในตำแหน่งสูง

คำแนะนำพิเศษ 6 คทา คุณมีโอกาสพบความสำเร็จในงานที่ทำอยู่ แม้สิ่งต่างๆ จะเป็นไปอย่างล่าช้า ปัญหาหลักคือการผัดวันประกันพรุ่ง หรือความเฉื่อยเนือยที่คุณเองก็รู้ดี


ราศีเมถุน
Gemini (14 มิย.-14 กค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 5 ดาบ ความพ่ายแพ้ที่ต้องจำใจยอมรับ การเลี่ยงหลบออกจากปัญหาชั่วคราว การสู้รบที่ดำเนินไปอย่างน่าอึดอัด ท้ายที่สุดมีคนจำใจสละอาวุธ ขอไปตั้งหลักก่อน
สถานการณ์การเงิน 10 คทา ภาระความรับผิดชอบค่อนข้างหนัก ระวังปัญหาค่าใช้จ่ายในส่วนของครอบครัว ภาระในครอบครัว บางคนถูกเพื่อนฝูงยืมเงินหนักๆ อย่างปฏิเสธไม่ได้
ธุรกิจ การงาน Wheel of Fortune มีโอกาสดีเข้ามาค่ะ คุณอาจได้ข้อเสนอดีๆ หรือหากใครทำงานในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ จะมีข่าวดีอย่างน่าประหลาดใจ ในภาพรวมสิ่งต่างๆ จะกระเตื้องขึ้นแล้วสำหรับคุณ
ความรัก ความสัมพันธ์ ราชินีคทา หมายถึงการพึ่งตัวเอง และจัดการกับความสัมพันธ์เหมือนธุรกิจการงานชนิดหนึ่ง ใช้ทั้งสมอง ใช้ทั้งหัวใจ แต่ที่แน่ๆ คือ คุณจะไม่อ่อนแออีกแล้ว
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น อัศวินถ้วย คนเจ้าเสน่ห์ที่เข้ามาทำให้หวั่นไหว คนหรือความรักซึ่งอยู่ไม่ใกล้ ไม่ไกล มากวนใจเป็นระยะ

คำแนะนำพิเศษ The Lovers เลือกให้ดี ตัดสินใจให้ดี จะมีทางแยกสำคัญรอคุณอยู่


ราศีกรกฎ
Cancer (15 กค.-16 สค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 4 คทา งานการที่เริ่มต้นขึ้นอย่างมั่นคง มีรากฐานที่แข็งแรง การมีครอบครัวที่ดี หรือมีเพื่อนฝูงให้การสนับสนุนหลายๆ อย่าง
ธุรกิจ การงาน Strength ในส่วนของงานนั้น แม้จะหนักแต่คุณก็จะจัดการทุกอย่างได้ดี แต่ในส่วนที่สัมพันธ์กับผู้คน คุณอาจได้เพื่อนร่วมงานหรือคู่แข่งขันที่มีกำลังอำนาจพอๆ กัน และยากมากขึ้นเมื่อต้องทำทุกอย่างในกรอบที่สร้างสรรค์
สถานการณ์การเงิน The Hierophant ไม่มีอะไรน่ากังวลสำหรับคุณ มีความมั่นคงอย่างแท้จริงและมีสิ่งที่เป็นทุนเหนือกว่าใครหลายคน สำคัญในการใช้สติปัญญาเข้าบริหารการเงินนั่นเอง
ความรัก ความสัมพันธ์ The Moon ความกังวลใจ ความฟุ้งซ่านและหวาดระแวง แต่ก็อาจเป็นได้ที่คุณจะพบความสัมพันธ์ซึ่งเหมือนมีม่านบังตา มีเรื่องลับลวงพราง มีเหตุให้เศร้าหมองเซื่องซึม
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ราชาเหรียญ การเงินก้อนใหญ่ บุคคลที่ถือเงินก้อนใหญ่ อาจเป็นเจ้านายหรือแหล่งทุนสำคัญของคุณ

คำแนะนำพิเศษ 9 ถ้วย คุณอาจจำเป็นต้องเก็บหลายอย่างซ่อนไว้หลังม่าน ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์อาจต้องรอเวลา การเก็บงำความในใจ การมีความสุขในโลกส่วนตัว ไม่ใช่ของน่ารังเกียจ


ราศีสิงห์ Leo (17 สค.-16 กย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 6 เหรียญ ไพ่ยังเหมือนในสัปดาห์ก่อน การหมุนเงินได้ดังประสงค์ การใช้เครดิต เป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ มีผู้เข้ามาช่วยเหลือหรือช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจ
ธุรกิจ การงาน มหาดเล็กคทา บทเรียนใหม่ๆ ในเรื่องการทำงาน หรืออาจเป็นงานใหม่ที่เข้ามา ให้คุณต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ทั้งหมด บางคนได้เพื่อนร่วมงานหรือบริวารเป็นคนเก่งแคล่วคล่อง ช่วยเหลืองานได้ดี
สถานการณ์การเงิน 2 เหรียญ การเงินตึงมืออย่างมาก อาจต้องหมุนเหนื่อยพอสมควร บางคนอาจต้องโยกกระเป๋าซ้ายไปใส่กระเป๋าขวา กู้ยืมหรือใช้เครดิตตัวเป็นเกลียว
ความรัก ความสัมพันธ์ The Star จะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้น จะมีมิตรภาพที่สวยงาม คนที่ทำให้คุณเบิกบานใจ อาจได้คืนดีกับคนรักเก่า แต่จะเป็นในลักษณะเพื่อนที่ปรารถนาดีต่อกัน
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 1 คทา งานใหม่ที่กำลังมีเข้ามา หรืออาจเริ่มต้นขึ้นแล้ว ยังมีปัญหาอีกมากที่มองไม่เห็นในเวลานี้

คำแนะนำพิเศษ อัศวินถ้วย รอบคอบให้มากกับข่าวดีต่างๆ ที่มีเข้ามา แยกแยะด้วยสติและใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้มาก อย่าด่วนกระโจนเข้าใส่อะไรๆ ที่แค่เริ่มต้นเท่านั้น ยังไม่รู้หัวรู้ก้อย



ราศีกันย์
Virgo (17 กย.-16 ตค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 9 ดาบ ความกังวลใจ ปัญหาที่สร้างผลกระทบทางใจ แต่หลายครั้งสถานการณ์ไม่มีอะไรมาก เป็นไพ่การตีตนไปก่อนไข้ก็ยังได้
ธุรกิจ การงาน 10 ถ้วย ความสุขอย่างมาก ธุรกิจในครอบครัวที่มีความมั่นคงและยั่งยืน บางคนแสดงถึงการอยู่ในหมู่เพื่อนร่วมงานซึ่งร่วมทุกข์ร่วมสุข รักใคร่กันดั่งญาติพี่น้อง
สถานการณ์การเงิน 8 ถ้วย ระวังเรื่องผิดหวัง การจำใจตัดขาดจากเงินบางก้อน หรือรายได้บางส่วน อาจใช้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สะดวกสบายในชีวิต แล้วผิดหวังซ้ำซ้อนเพราะมันไม่เป็นผล
ความรัก ความสัมพันธ์ The Sun สดใสแจ่มจ้า เป็นเวลาของความสัมพันธ์ที่เบิกบาน ความกระตือรือร้นที่จะก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน บางคนอาจได้บุตรในช่วงนี้ เป็นฝาแฝดหรือชายเสียด้วย
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ราชินีเหรียญ การเงินที่สำคัญ หรือบุคคลที่ถือเงินของคุณอยู่ มักหมายถึงเจ้านายหรือผู้มีตำแหน่งสูงกว่า รวมไปถึงแหล่งทุนที่มีอำนาจในการตัดสินใจ

คำแนะนำพิเศษ อัศวินดาบ ก็ต้องสู้กันต่อไป ควบม้าลงสนามแล้วทำไปให้เต็มที่ ทุกๆ อย่างเท่าที่คุณจะทำได้ในเวลานี้ บางครั้งก็จำต้องรุก (เผื่อความรอบคอบไว้ด้วย)


ราศีตุลย์
Libra (17 ตค.-15 พย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ ราชินีถ้วย ความอ่อนไหว ความใจน้อย หรือความรู้สึกที่เปราะบาง อาจเป็นไปได้ที่จะมีรอบเดือนในสัปดาห์นี้ด้วย ในบางคนมีรักที่สวยงามแต่ก็เหงาเหลือเกิน
ธุรกิจ การงาน 3 ดาบ เรื่องน่าหงุดหงิดใจ ปัญหาจากอารมณ์ซึ่งอาจเป็นคุณเองหรือคนรอบข้าง เรื่องไม่เป็นเรื่องที่ทำให้คุณบันดาลโทสะง่ายๆ
สถานการณ์การเงิน The Hanged Man อาจมีปัญหาไม่สู้ดีนัก ปัญหาเรื้อรังจากสิ่งที่ไม่เคยแก้ไขได้ถูกจุด คุณอาจต้องปรับเปลี่ยนบางอย่าง ต้องเสียสละ รีไฟแนนซ์ หรือทำอะไรสักอย่างเพื่อความอยู่รอดครั้งสำคัญ
ความรัก ความสัมพันธ์ Temperance ความหักเหเปลี่ยนแปลงที่เกิดได้ทุกเมื่อ ความพยายามในการจัดสมดุลหรือปรับตัวเข้าหากัน อาจต้องเดินทางห่างกัน หรือแลกเปลี่ยนกันให้มากขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหา
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 2 คทา หุ้นส่วนเพื่อนร่วมงานของคุณ หรืออีกด้าน การไม่มีคู่คิดที่ปรึกษาอย่างแท้จริง

คำแนะนำพิเศษ 4 เหรียญ อย่ากังวลมาก หรือตระหนี่ถี่เหนียวมากเกินไป รวมถึงความแหนหวงครอบครองสิ่งต่างๆ คุณไม่ "ขาด" อะไรเสียหน่อย ออกจะ "มี" มากกว่าใครอีกหลายคน


ราศีพิจิก Scorpio (16 พย.-15 ธค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 4 ดาบ การพักฟื้นจากงานหนัก หรือสถานการณ์ที่ทำให้คุณต้องหยุดพัก หยุดทบทวน ชะลอโครงการ การเก็บตัวนิ่งๆ ไปก่อน
ธุรกิจ การงาน ราชาคทา เรื่องเด่นและโอกาสที่จะได้แสดงฝีมือ อาจมีการเลื่อนตำแหน่ง ได้แรงสนับสนุนจากผู้ใหญ่ มีงานที่คุณทำได้อย่างดี มีโอกาสงามๆ เกิดขึ้น
สถานการณ์การเงิน The Magician ไพ่ของนักเล่นแร่แปรธาตุ การทำรายได้จากสิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามไป การพลิกแพลงของความคิดสร้างสรรค์ โชคลาภจากการเดินทาง จังหวะที่ควรฉวยไว้
ความรัก ความสัมพันธ์ 5 คทา การทะเลาะเบาะแว้งประจำวัน เรื่องที่ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งอยู่ตลอดเวลา อาจมีบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมวงด้วย ยิ่งทำให้สถานการณ์ไม่สู้ดีไปใหญ่
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Justice เรื่องทางข้อกฎหมาย การเกี่ยวพันกับรัฐ ราชการ เอกสารสำคัญต่างๆ

คำแนะนำพิเศษ 5 ถ้วย คุณอาจเห็นว่าตัวเองสูญเสียหรือพ่ายแพ้ และมีความเสียใจต่อสิ่งที่เห็นๆ กันอยู่ อย่าลืมว่ายังมีสิ่งที่คุณเหลืออยู่ ถ้าเพียงแต่จะหันหลังมาดู ไม่สายที่จะปรับความรู้สึกตัวเอง


ราศีธนู
Sagittarius (16 ธค.-13 มค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ อัศวินเหรียญ ข่าวดีเรื่องการเงิน ไม่ใช่ก้อนใหญ่แต่ก็เป็นแรงกระตุ้นที่ดี อาจมีงานเข้ามาทำให้คาดหวังถึงรายได้ดีๆ ในอนาคต
ธุรกิจ การงาน 1 ถ้วย งานใหม่ งานที่มีความสุข การได้ร่วมงานกับคนที่ทำให้คุณรู้สึกพองฟูอีกครั้ง มีสิ่งที่คุณทำได้ดี แถมยังทำด้วยความรักอีกด้วย ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มและไปได้ดีเป็นพิเศษ
สถานการณ์การเงิน The High Priestess คุณอาจต้องใช้สายสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อนำมาซึ่งรายได้ที่ไม่ค่อยแน่นอน (ให้ได้เงินมาเสียที) มีความกังวลใจต่อสถานการณ์ของตัวเอง แต่ทั้งหมดนั้นคุณทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้ด้วยปัญญาของคุณเอง
ความรัก ความสัมพันธ์ 6 ถ้วย การกลับมาของคนเก่า การคืนดี หรือพบปะกับสิ่งที่ทำให้คิดถึงความหลังน่าดู บางคนได้ของขวัญของฝาก มีความซาบซึ้งใจ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 2 ดาบ การสื่อสารที่ผิดพลาด การปิดหูปิดตาคุยกัน และด้วยเหตุนั้นจึงทะเลาะกันอยู่ไม่รู้วาย

คำแนะนำพิเศษ The Fool กล้าๆ หน่อย มีความกล้าหาญในการเผชิญชีวิตบ้าง คุณอาจไม่รู้หรอกว่าจะเจออะไร จะว่าไปใครๆ ก็ไม่รู้หรอก คุณจะไปถึงไหนได้เล่าหากก้าวแรกยังค้างอยู่


ราศีมังกร Capricorn (14 มค.-12 กพ.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 9 เหรียญ ความสมบูรณ์ของการเงิน การใช้เงินเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ หรือเป็นรางวัลตอบแทนการทำงานหนักของตัวเอง ซื้อหาเครื่องประดับ หรือใช้ในการอุดหนุนคนในความสัมพันธ์ที่อายุน้อยกว่า
ธุรกิจ การงาน The World ทุกอย่างเป็นไปราบรื่นดี มีวงจรซึ่งดูเหมือนไม่มีอะไรก้าวหน้าหวือหวา แต่นั่นอาจเป็นความสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะพึงได้ ธุรกิจในครอบครัวมีความมั่นคงมาก
สถานการณ์การเงิน 4 ถ้วย ความลังเลใจต่อค่าใช้จ่ายหรือเรื่องทางบัญชี อาจอยากได้นั่น ซื้อนี่ หรือใช้เงินกับสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่ที่เป็นปัญหาคือตรองไม่ตก จะทำไม่ทำ จะเอาไม่เอา จะเอายังไงดีเนี่ย
ความรัก ความสัมพันธ์ 1 เหรียญ ไม่ว่าคุณจะคบหากับคนเก่ามานานแค่ไหน ก็ยังต้องการความใหม่ ในแต่ละวันที่ดำเนินไป บางครั้งคนเราก็จำเป็นต้องยอมรับการแลกเปลี่ยน ยอมรับว่าในความสัมพันธ์มีผลประโยชน์หลายอย่างแฝงอยู่
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ราชาดาบ การตัดสินใจที่ไม่เด็ดขาด ปัญหาจากคนใจแข็งดื้อรั้น การจำต้องพึ่งตัวเองในเวลาไม่ต้องการ

คำแนะนำพิเศษ 8 ดาบ คุณอาจต้องอยู่ในที่ๆ อึดอัดระยะหนึ่ง ถูกกักขัง จองจำ หรืออยู่ในแวดล้อมสถานการณ์ที่ทำอะไรไม่ได้ ต้องอดทนรอเวลา สิ่งที่คุณพอจะทำได้คือทำใจให้สงบ ใช้สติให้มาก บางอย่างก็ต้องรอเวลาจริงๆ



ราศีกุมภ์
Aquarius (13 กพ.-13 มีค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 3 ถ้วย เรื่องน่ายินดี ข่าวดี การเฉลิมฉลอง ความสนุกสนานเล็กๆ น้อยๆ ในหมู่เพื่อนฝูง เวลาที่ดี
ธุรกิจ การงาน 3 เหรียญ การงานที่ทำรายได้พิเศษ หรือนำมาซึ่งเงินก้อนเล็กก้อนน้อย ความเพลิดเพลินในการทำงาน เพื่อนฝูงคนรู้จักนำโชคลาภมาให้
สถานการณ์การเงิน 8 คทา เงินสัมพันธ์กับงาน และดูแนวโน้มคุณน่าจะมีงานชุกเข้ามาในช่วงนี้ อดทนทำไปก่อน ผลตอบแทนมาช้าแต่มาแน่
ความรัก ความสัมพันธ์ Death อาจมีการสิ้นสุดลงของความสัมพันธ์ หรือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ การตัดขาด ตัดใจ การสูญเสียบุคคลที่รัก สถานการณ์ที่นำคุณไปสู่ปลายทางน่าหวาดหวั่น แต่นั่นอาจเป็นก้าวแรกของชีวิตใหม่
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น มหาดเล็กเหรียญ ข่าวร้ายทางการเงิน รายได้ที่ใกล้จะมาถึงแต่ชะงัดไปเสียเฉยๆ

คำแนะนำพิเศษ 1 ดาบ อดทนไว้เพื่อชัยชนะ คุณอาจต้องพึ่งตนเองเท่านั้น ในเวลาสำคัญ ในการฝ่าฟันสู่เป้าหมาย


ราศีมีน Pisces (14 มี ค.-12 เมย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ มหาดเล็กดาบ สถานการณ์ที่ปรวนแปรเอาแน่นอนอะไรไม่ได้ ข่าวร้าย ข่าวลือ ข่าวลวง คนที่เปลี่ยนใจง่าย การไขว้เขวไปกับสภาพแวดล้อมโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ
ธุรกิจ การงาน ราชินีดาบ ปัญหาที่หนักทีเดียว ต้องการคนเด็ดขาดและเข้มแข็ง คุณอาจเจอเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานที่มีอำนาจทั้งกายทั้งจิต คู่ปรับซึ่งยากจะโค่นล้มกันลง
สถานการณ์การเงิน The Hermit ใช้จ่ายเงินกับการศึกษาหรือการเดินทางอันจะนำคุณไปสู่ชีวิตที่ได้คำตอบบางอย่าง แต่ถ้าเป็นสถานการณ์ทั่วไปถือว่ารายได้ค่อนข้างซบเซา เหงาเงียบ
ความรัก ความสัมพันธ์ 7 เหรียญ ถ้าคบหาใครอยู่ ให้ดูใจกันไปนานๆ ดูประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา หรือสั่งสมความไว้วางใจ สร้างรากฐานให้แข็งแรงๆ ไว้
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 5 เหรียญ ปัญหาทางการเงิน ความขาดแคลนทางใจ

คำแนะนำพิเศษ อัศวินคทา หากมีการเดินทาง ขอให้ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้มาก รักษาความกระตือรือร้นเอาไว้ ไฟในใจคุณหากควบคุมเป็นจะให้ความร้อนที่ช่วยกระตุ้นอะไรๆ ได้ดี

กอ.รมน. เดินสายแจงสถานการณ์ ผู้นำเหนือถาม ทำไม ผบ.ทบ. ไม่เสนอให้นายกฯ ลาออกอีก

ที่มา ประชาไท

เมื่อเวลา 8.30 น. วานนี้ (1 พ.ค.) ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถ.นิมมานเหมินท์ พล.ท.ดาวพงษ์ รัตนสุบรรณ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ นำทีมงาน กอ.รมน.ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบในกรุงเทพมหานครของหน่วยงานรัฐแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนในพื้นที่ 24 อำเภอ จ.เชียงใหม่ และพื้นที่ จ.ลำพูน จ.ลำปาง และ จ.แม่ฮ่องสอน

โดยในรอบแรกเวลา 8.30 – 10.30 น. เป็นรอบของผู้นำท้องถิ่นใน จ.เชียงใหม่ ส่วนรอบที่สองเวลา มีผู้เข้าร่วมราว 500 คน 10.30 – 12.30 น. เป็นรอบของผู้นำท้องถิ่นใน จ.ลำพูน จ.ลำปาง และ จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้เข้าร่วมราว 2,000 คน และหลังการลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ทีมงาน กอ.รมน.ดังกล่าว จะไปลงพื้นที่ จ.เชียงราย ต่อทันที

ฉายแต่ภาพเสื้อแดงป่วน คนฟังเดินออกครึ่งห้อง ถามเสื้อแดงไม่ใช่คนไทยหรือ

ในการบรรยายรอบแรก ในระหว่างที่มีการอธิบายเหตุการณ์ด้วยภาพที่เกิดขึ้นในวันที่ 13 - 14 เมษายนที่ผ่านมา มีการอธิบายเฉพาะเหตุการณ์ที่ผู้ชุมนุมเสื้อแดงขับรถเมล์ รถจักรยานยนต์ และรถแท็กซี่ พุ่งเข้าชน การใช้ระเบิดเพลิง และแก๊สน้ำตาใส่กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร การจุดไฟเผารถเมล์ ยิงปืนพกสั้น และภาพผู้หญิงสองคนตะโกนด่าทอและถ่มน้ำลายใส่พื้น ก่อนที่จะถอดเสื้อและพุ่งเข้าไปหานายกวีไกร โชคพัฒนเกษมสุข การ์ดพันธมิตรฯ ที่สวมเสื้อยืดคล้ายทหาร ทำให้นายกวีไกรกระชากหนึ่งในหญิงเสื้อแดงดังกล่าว

เมื่อฉายภาพถึงช่วงนี้ กลุ่มผู้นำชุมชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินออกจากห้องประชุมไปกว่าครึ่งห้อง และมีการเขียนข้อความขึ้นไปถามว่าคนเสื้อแดงไม่ใช่คนไทยหรือ

ผู้นำชุมชนชี้กรุงแตกเพราะทะเลาะกันเอง - อีกรายบอกบ้านเมืองมีหลายมาตรฐาน

ในช่วงตอบคำถาม นายอุดม อินคำ นายกฯ อบต.แม่คือ อ.ดอยสะเก็ด ถามว่า ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นรัฐบาลชาวบ้านก็หาเช้ากินค่ำ จึงไม่อยากให้นำเรื่องสีมาคุยกัน และไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ หรือข้าราชการควรหันหน้าไปทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองจะดีกว่า แต่จากการติดตามดูการถ่ายทอดการอภิปรายในรัฐสภา สิ่งที่บอกได้ชัดเจนคือเราไม่สามารถนำการเมืองระดับชาติมาเป็นตัวอย่างที่ดี แก่นักการเมืองท้องถิ่น หรือเป็นแบบอย่างแก่เยาวชนได้

"สิ่งที่เห็นคือสภาน้ำเน่า พูดกันไปคนละทิศละทาง ขณะนี้คนไทยควรตั้งหลักกันได้แล้ว เพราะกรุงศรีอยุธยาแตกไม่ใช่เพราะศัตรูหรือพม่า แต่เป็นเพราะคนไทยทะเลาะกันเอง" นายอุดม กล่าว

ด้านนายสุรทิน พิสิษฐเกษม ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.หนองหอย อ.เมือง กล่าวว่า เฝ้าติดตามการประชุมรัฐสภาและความเห็นจากนักวิชาการทำให้พบว่าเมืองไทยมี หลายมาตรฐาน พวกใครพวกมัน มีหลายเหตุการณ์ที่ข้าราชการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เลือกปฏิบัติจึงนำมาซึ่งความไม่ชอบธรรม

พล.ท.ดาวพงษ์ พอใจการลงพื้นที่ ยันไม่บังคับ ฟังหรือไม่ก็ได้

พล.ท.ดาวพงษ์ กล่าวว่า ผู้ฟังจะฟังหรือไม่ก็ได้ เราไม่บังคับและปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ที่ผ่านมาได้ไป จ.อุดรธานี หนองคาย ก็ไม่ค่อยมีใครลุกออกไปยกเว้น จ.เลย และโคราช จ.นครราชสีมา ที่มีเดินออกไปบ้าง ซึ่ง กอ.รมน. ต้องการทำความเข้าใจเพราะมีการบิดเบือนข้อมูลออกแจกจ่ายประชาชน ดังนั้นจึงอยากมาชี้แจงให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าใจก่อนเพราะกำนันผู้ใหญ่บ้าน ใกล้ชิดประชาชนที่สุดหากมีความเข้าใจจะได้นำไปบอกกล่าว

"ก็พอใจแม้จะเป็น จ.เชียงใหม่ ที่ใครๆ บอกว่าค่อนข้างแรง แต่เวลานี้หมดเวลาแบ่งสีแล้ว และผมไม่เคยคิดว่าคนที่ลุกออกไปจะสีไหนหรือต่อต้านอะไร ไม่มองมุมนั้นและไม่คิดว่าจะไม่รับฟังอะไรเลย ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะเจอคำถามว่า 2 มาตรฐาน ทหารสีไหน อยู่ข้างไหนกันแน่ ซึ่งก็ดีเราจะได้อธิบาย และเตรียมนำสรุปผลการสำรวจรายงานหน่วยเหนือในเชิงสร้างสรรค์ เพราะคิดว่ารัฐบาลและกองทัพบกต้องการรู้ว่าประชาชนคิดและมีคำถามอะไรบ้าง" พล.ท.ดาวพงษ์ กล่าว

แจงรอบสองมีคนถามหา ป๊อก ทำไมไม่ออกมาเรียกร้องนายกฯ ลาออก

ต่อมาเวลา 10.30 น. เป็นรอบการชี้แจงให้กับผู้นำจาก จ.ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ที่เข้าร่วมกว่า 2,000 คน โดยรอบนี้ผู้นำชุมชนส่วนใหญ่ไม่มีการลุกออกจากที่ประชุม แต่มีผู้นำชุมชนตั้งคำถามว่า ทหารออกมาทำไม ประชาชนไม่ได้ต้องการทหารแต่ใช้กำลังตำรวจก็พอ ภาพเหล่านี้ประชาชนไม่ต้องการเห็น พร้อมทั้งฝากคำถามไปยัง ผบ.ทบ.ว่า ก่อนหน้านี้เห็นออกมาเสนอให้นายกรัฐมนตรี (สมชาย วงศ์สวัสดิ์) ลาออก แต่คราวนี้ไม่เห็นเสนอหน้าออกมาเลย พร้อมกล่าวยืนยันด้วยว่ากำนันและผู้ใหญ่บ้านเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยใครจะทำไม โดยหลังจากผู้นำชุมชนท่านนี้พูดจบ ทำให้ผู้ที่อยู่ในห้องประชุมพากันปรบมือสนับสนุน

นอกจากนี้ มีรายงานในมติชนว่า ไม่เฉพาะผู้นำชาวบ้านเท่านั้นที่แสดงความไม่พอใจและลุกออกไปจากห้องประชุม ยังมีนายอำเภอคนหนึ่งกล่าวว่า ไม่เห็นมีอะไร ไร้สาระ ไปทำงานดีกว่า ก่อนที่จะเดินออกไปพร้อมนายอำเภอคนหนึ่ง

อนึ่ง ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงจะเดินทางมาชี้แจงร่วมกับ กอ.รมน. ด้วย แต่ผู้ชุมนุมเสื้อแดง ใน จ.เชียงใหม่และใกล้เคียงประกาศว่าจะมาชุมนุมขับไล่นายสุเทพ อย่างไรก็ตามในการลงพื้นที่ของ กอ.รมน. วันนี้ ไม่ปรากฏนายสุเทพ และกลุ่มต่อต้านแต่อย่างใด

ผบ.ทบ. แจง กอ.รมน. เดินสายเพื่อเคลียร์ข่าวเพี้ยน ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร บังคับกันไม่ได้

ส่วนที่กองบัญชาการทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณี พล.ท.ดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายยุทธการ ในฐานะผู้อำนวยการส่วนนโยบายและแผน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน เกี่ยวกับการสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงว่า

สิ่งที่กองทัพกังวลคือ ความไม่เข้าใจของกระแสข่าวลือต่างๆ เมื่อออกไปไกลจากศูนย์กลางของประเทศ คือจากกรุงเทพฯ กระแสข่าวต่างๆ จะผิดเพี้ยนไปและไม่ถูกต้อง ความไม่เข้าใจของคนจะนำมาซึ่งความขัดข้องทางจิตใจ และเกิดปัญหาขึ้นมาในการแสดงออกทางการเมือง จะทำให้เกิดความไม่เรียบร้อย กองทัพบกจะชี้แจงให้ฟังว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นมาอย่างไร และเราปฏิบัติอย่างไร โดยให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นระดับของฝ่ายเสนาธิการหรือฝ่ายผู้ปฏิบัติ หรือพลทหารที่อยู่ในพื้นที่ไปเรียนชี้แจงให้กับประชาชนหรือผู้นำท้องถิ่นเข้าใจ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่ากองทัพได้ดำเนินการไปอย่างไร ส่วนคนที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่กองทัพชี้แจงก็ไม่เป็นไร เพราะจิตใจเรื่องความเข้าใจเราไปบังคับใครไม่ได้ แต่จะเอาความจริงไปชี้แจงให้ฟัง คงจะได้ผลในส่วนที่คนเข้าใจ ส่วนที่คนพยายามจะไม่เข้าใจคงจะมีช่องที่ได้พูดคุยกับเรา ซึ่งไม่ถือว่าเสียโอกาส และถือเป็นสิ่งที่ดี

หมายเหตุ: เรียบเรียงบางส่วนจาก มติชนออนไลน์

ข่าวมอนิเตอร์ประจำวันที่ 2 พฤษภาคม 2552

ที่มา ประชาไท

"มาร์ค" ร้องปชช.หนุนกก.ปรองดอง

มติชนออนไลน์ : นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ถึงกรณีฝ่ายนิติบัญญัติลงมติตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์การเมืองระหว่างวันที่ 8-15 เมษายน และคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีหลายฝ่ายรู้สึกเป็นห่วงเนื่องจากมีแต่ฝ่ายการเมือง ว่าองค์กรนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่กระบวนการทำงานของคณะกรรมการทั้ง 2 ชุด จำเป็นต้องฟังเสียงประชาชน ขณะนี้มีผู้ทรงคุณวุฒิเป็นคนนอกมาร่วมด้วย


เมื่อถามว่า ผู้ทรงคุณวุฒิก็ถูกเสนอโดยฝ่ายการเมืองเกรงจะถูกหาว่าการเมืองครอบงำหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ไม่หรอกครับ ยังมีคนพร้อมเข้าทำงานมาทำ ถ้าบอกว่าการเมืองทั้งหมดคงไม่ใช่ ต้องฟังเสียงประชาชนด้วย เพราะไม่มีประโยชน์ที่คนเพียง 400-500 คน จะไปแก้ปัญหากันเอง แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาสังคมได้"


เมื่อถามว่า นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าความรู้สึกของสังคมเป็นสิ่งเปราะบาง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นความเห็นที่ควรรับฟัง เพราะถ้าแก้ปัญหาสังคมไม่ได้ ก็แก้ปัญหานักการเมืองไม่ได้ เมื่อถามถึงกรณีที่ระบุว่าจะใช้เวลา 6-8 เดือน ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การประชุมอาเซียนและการฟื้นตัวเศรษฐกิจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 7-8 เดือน จึงจะมีความชัดเจน เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกคาดกันว่าปีหน้าน่าจะดีขึ้น รัฐบาลจะเดินหน้าทำงานต่อไป ส่วนการแก้ปัญหาทางการเมืองให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการปรองดอง ส่วนตัวอยากเรียกร้องให้ประชาชนส่วนใหญ่หันมาสนับสนุนให้กลไกดังกล่าวสามารถ ทำงานได้ ไม่ควรให้บางฝ่ายที่มีวาระซ่อนเร้นอยู่สามารถมาชี้นำประเทศได้

ป.ป.ช.ฟัน "พล.ต.ต.พีรพันธุ์-พ.ต.อ.สีหนาท" ฐานคุ้ยทรัพย์สินสื่อ

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเรื่องกล่าวหา พล.ต.ต.พีรพันธุ์ เปรมภูติ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กับพวก ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เกี่ยวกับการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของบุคคลและนิติบุคคลต่างๆ โดยมิชอบ เนื่องจากได้รับหนังสือร้องเรียน (บัตรสนเท่ห์) ตั้งแต่เดือน ก.พ. 2545 ว่า พล.ต.ต.พีรพันธุ์ ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.ศูนย์สารสนเทศและติดตามประเมินผล สำนักงาน ปปง. ให้เข้าไปดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินของบุคคล และนิติบุคคลต่างๆ โดยมีหนังสือสำนักงาน ปปง. ถึงสถาบันการเงินขอให้ตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมของบริษัทนิติบุคคล ที่มีรายชื่อถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชน และเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของบุคคลที่เกี่ยวข้อง สัมพันธ์กับนิติบุคคลเหล่านี้

ทั้งที่ปราศจากข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุอันสมควรในการตรวจสอบ จึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิของบุคคลที่ได้รับความคุ้มครอง ทั้งในด้านข้อมูลส่วนบุคคล หน้าที่การงาน เกียรติยศ ชื่อเสียง และความเป็นส่วนตัว อันเป็นการละเมิดต่อบุคคลดังกล่าว

นายกล้านรงค์ กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณา แล้วจึงมีมติว่าการกระทำของ พล.ต.ตงพีรพันธุ์ และ พ.ต.อ.สีหนาท มีมูลเป็นความผิดทางวินัยร้ายแรง ฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 มาตรา 85 วรรค 2 และการกระทำของ พล.ต.ต.พีรพันธุ์ ยังมีมูลเป็นความผิดทางอาญาฐานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยให้ส่งรายงานเอกสารและความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาโทษทางวินัยกับ พล.ต.ต.พีรพันธุ์ และ พ.ต.อ.สีหนาท พร้อมกับส่งไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาล ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ พล.ต.ต.พีรพันธุ์ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 92 และ 97 แล้วแต่กรณีต่อไป

เคาะเชื่อส.ว.,ผู้ทรงคุณวุฒิชุดแก้รธน.-สอบเหตุสลายม็อบ

ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติเลือกตัวแทนคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการชุมนุมทางการเมือง ระหว่างวันที่ 8-15 เมษายน 2552 และคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้แล้ว
การ ประชุมวุฒิสภา วันนี้ (1 พ.ค.) ในการพิจารณาคัดเลือกรายชื่อ ส.ว. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสัดส่วนของ ส.ว.เพื่อเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการชุมนุมทางการ เมือง ระหว่างวันที่ 8-15 เมษายน 2552 และคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยแต่ละคณะมีสัดส่วน ส.ว. 7 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คน

ผลการลงคะแนนลับปรากฏว่า ผู้ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการชุมนุม ทางการเมือง ระหว่างวันที่ 8-15 เมษายน 2552 ประกอบด้วย พล.ต.ท.พิชัย สุนทรสัจบูลย์ ส.ว.อุดรธานี นายประวัติ ทองสมบูรณ์ ส.ว.มหาสารคาม นายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ ส.ว.สรรหา นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล ส.ว.สมุทรสงคราม นางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ พล.ต.ต.สุเทพ สุขสงวน ส.ว.สรรหา ผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คุณ คือ นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช และ พล.ต.อ.ล้วน ปานรศทิพ


สำหรับคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐ ธรรมนูญ ประกอบด้วย พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหา นายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา นายกฤช อาทิตย์แก้ว ส.ว.กำแพงเพชร นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.สรรหา นายเจริญ ภักดีวานิช ส.ว.พัทลุง นายประเสริฐ ชิตพงศ์ ส.ว.สงขลา และผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คือ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และนายประสงค์ศักดิ์ บุญเดช


หลังจากนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา หรือ วิปวุฒิสภา จะส่งรายชื่อ ส.ว. ทั้ง 2 คณะ ให้นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เพื่อลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการทั้ง 2 คณะ คาดว่าไม่น่าจะเกินวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคมนี้ จะสามารถลงนามแต่งตั้งได้ โดยที่ประชุมวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา มีมติให้นายชัย ชิดชอบ มีอำนาจในการแต่งตั้งประธานทั้ง 2 คณะ

วุฒิฯเห็นชอบกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 7 คน แทนชุดเก่า

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ที่ประชุมวุฒิสภา วันนี้ (1 พ.ค.) มีมติเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจำนวน 7 คน

ประกอบด้วย นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีต ส.ว.อุบลราชธานี และประธานมูลนิธิพิทักษ์ธรรมชาติเพื่อชีวิต นายปริญญา ศิริสารการ อดีตรองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานมูลนิธิพัฒนาข้าราชการ

พล.ต.อ.วันชัย ศรีนวลนัด ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นางวิสา เบ็ญจะมโน ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการ 10) สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ ศจ.อมรา พงศาพิชญ์ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เทพเทือกชี้คดีลอบสังหาร สนธิไม่กระทบสัมพันธ์ รบ.-กองทัพ

ASTV ผู้จัดการออนไลน์ : ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระบุว่าตนถูกยิงโดยคนในกองทัพ ว่า คงไม่กระทบกับการทำงานของรัฐบาลหรือกองทัพ เพราะการทำผิดกฎหมายเป็นเรื่องของตัวบุคคล เชื่อว่าหลังตำรวจคลี่คลายคดีนี้ได้ทุกอย่างก็จะชัดเจนขึ้น เมื่อถามว่าตำรวจรายงานความคืบหน้าไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า เขาก็ยังทำงานต่อไป และตั้งใจคดีนี้ให้ได้ โดยส่วนตัวจะไม่เข้าไปกดดันว่าจะต้องทำเสร็จภายใน 3 วัน 7 วัน จะปล่อยให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่ยืนยันว่าจะต้องจับตัวคนทำผิดมาดำเนินคดีให้ได้

นายสุเทพ ยังเปิดเผยว่า จะเรียกประชุมฝ่ายความมั่นคงรวมถึงกระทรวงการต่างประเทศ ในเวลา 10.00 น.ของวันนี้ เพื่อพูดคุยถึงการดูแลความปลอดภัยการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนในวัน ที่ 7-8 พฤษภาคม ที่คาดว่าจะจัดขึ้นในกทม. โดยครั้งนี้จะขอให้ทางทหารเข้ามาช่วยตำรวจในการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น เมื่อถามว่าแสดงว่าจะให้ทหารเป็นด่านหน้าเลยใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ใช่ด้านหน้าหรือด้านหลัง แค่มารักษาความปลอดภัย

เมื่อถามถึงการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงที่จัดขึ้นก่อนวันประชุมเพียง 1 วันจะทำให้เกิดปัญหาหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็จะพยายามไม่ให้เป็นปัญหา เมื่อถามว่าการเลื่อนชุมนุมของคนเสื้อแดงเกี่ยวข้องกับการประชุมรมว.สธ.หรือ ไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า คงต้องไปถามผู้ชุมนุมเอง ตนตอบไม่ได้ ตนก็ทำหน้าที่ของตนคือให้งานราชการทุกอย่างเดินหน้าไปได้ เมื่อถามว่าจะขอความร่วมมือจากผู้ชุมนุมไหม เพราะไข้หวัดใหญ่เม็กซิโกตอนนี้ก็เป็นปัญหาของทั่วโลกแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า แต่ละฝ่ายก็ต้องมีความคิดอ่านของตัวเอง

ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม สั่งให้กองทัพทบทวนการปราบจลาจลที่ผ่านมาว่ามีข้อผิดพลาดอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ผมไม่คิดว่าเขาจัดสัมมนาเพราะมีข้อผิดพลาด แต่ได้รู้มาว่าหลังปฏิบัติการเสร็จทุกครั้งต้องมีการทำบทสรุปว่าได้ดำเนิน การอย่างไร อะไรเป็นข้อดีข้อด้อย ก็ต้องมาสรุปเป็นปกติการทำงานของกองทัพ เมื่อถามว่าการสลายการชุมนุมจะมีการจัดทำให้เป็นมาตรฐานได้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ก็คงต้องดู แต่ยืนยันว่าหากเป็นผู้ชุมนุมตามปกติก็จะไม่ทำอะไร แต่ถ้าฝ่าฝืนกฎหมาย สร้างความเดือดร้อน คุกคามชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน อย่างนั้นเราต้องเข้าไปดำเนินการ ต้องแยกกัน ส่วนวิธีการในวันข้างหน้าเขากำลังคิดหากันอยู่ว่าทำอย่างไรถึงจะจัดการและ แก้ปัญหาการชุมนุมอย่างไร ไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ โดยจะพยายามจัดเครื่องมือให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

นายสุเทพยังปฏิเสธไม่ทราบข่าวกรณีที่มีการรายงานกันในพรรคประชาธิปัต ย์ว่า มีการขนเจ้าหน้าที่ป่าไม้จากภาคเหนือตอนล่างมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง ด้วย และปฏิเสธจะตอบต้องจับตาคนกลุ่มนี้หรือไม่ โดยกล่าวเพียงว่า จะขอเข้าไปดูข้อเท็จจริงก่อน

เมื่อถามว่าหลังกระบวนแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มเดินหน้าจะทำให้รัฐบาล อยู่ได้นานขึ้นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็หวังว่าอยากให้ทุกฝ่ายมีความฉุกคิด เพราะทุกคนต่างก็มีหน้าที่รับผิดชอบปัญหาบ้านเมืองด้วยกัน เมื่อถามว่าการนิรโทษกรรมเหมือนทุกฝ่ายจะยอมรับกันได้แล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า อย่ารีบสรุป ธงที่ผมได้ยืนจากทุกฝ่าย คือเราแก้ปัญหาบ้านเมืองไม่ใช่แก้ปัญหาบุคคล ซึ่งจะนิรโทษกรรมเฉพาะความผิดทางการเมืองหรือไม่ ตนจะไม่เข้าไปยุ่งในรายละเอียด เพราะมีคณะกรรมการทำงานอยู่ซึ่งเขาจะต้องประชุมหารือกันอย่างลึกซึ้ง

เมื่อว่านัดพรรคร่วมส่งการบ้านเมื่อใด นายสุเทพ กล่าวว่า สัปดาห์นี้ก็คงจะต้องทยอยส่งมาแล้ว เมื่อถามว่าจะเชิญแต่ละพรรคมาประชุมอย่างเป็นทางการไหม นายสุเทพ กล่าวว่า หลังงานวันฉัตรมงคล 1-2 วัน คงจะได้ตั้งวงพูดคุยถึงปัญหาต่างๆกัน เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุขอทำงานอีก 6-8 เดือนจากนั้นจะยอมให้แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือยุบสภา เป็นสัญญาณอะไรหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าไปคาดเดาเลยครับ หมอดูก็ทายผิดไปหลายคนแล้ว เราอย่าทำตัวเป็นหมอดูอีกเลย รัฐบาลตั้งใจแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ได้ เพราะรู้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่ซ้ำเติมปัญหาหลายอย่าง เมื่อก่อนมาจากเรื่องสถาบันการเงิน เดี๋ยวนี้มีไข้หวัด และเมื่อมาบวกปัญหาภายในของเราก็ทำให้สถานการณ์

อภิสิทธิ์เชื่อปฎิรูปการเมืองแก้ปัญหาประเทศได้

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์การเมือง ระหว่างวันที่ 8-15 เมษายน และคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า คณะกรรมการทั้ง 2 ชุด เป็นองค์กรที่เป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น ส่วนจะมีการเมืองครอบงำหรือไม่ต้องดูที่กระบวนการ เพราะการทำงานของคณะกรรมการทั้ง 2 ชุด ต้องฟังเสียงประชาชนในหลายรูปแบบ ซึ่งตนเข้าใจว่า ขณะนี้ได้มีผู้ทรงคุณวุฒิหรือบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมอยู่ในคณะกรรมการแล้ว จึงหวังว่าคณะกรรมการจะเข้าใจในความละเอียดอ่อนของประเด็น และจะเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่

ผมเห็นว่าจริงๆ แล้ว มีคนที่พร้อมเข้ามา คือ ถ้าเราไปคิดว่า เขาเข้ามาเพราะว่าเป็นการเมืองหมดคงไม่ใช่ ควรเปิดโอกาสฟังเสียงข้างนอกให้มาก ไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะแก้ไขกันเองเพียง 400-500 คน หรือพันคน มันไม่ช่วยแก้ไขปัญหาสังคม เพราะเรากำลังแก้ไขปัญหาให้คน 60 กว่าล้านคนนายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า จะให้มั่นใจได้อย่างไรว่าไม่ใช่ทำเพื่อสมานฉันท์เฉพาะนักการเมืองเท่านั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระบวนการทั้งหมดต้องเข้าสู่รัฐสภา มีการตรวจสอบหลายด้านและเชื่อว่าสังคมคงไม่ยอม ถ้าคิดจะมาแก้ไขปัญหาให้นักการเมืองด้วยกันเอง เมื่อถามว่า คาดหวังกับคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นทั้ง 2 ชุดว่า จะประสบความสำเร็จหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าเชื่อในระบอบประชาธิปไตย กลไกของรัฐสภา ต้องทำให้เป็นที่พึ่ง และที่หวังของประชาชนได้ ตอนนี้ต้องขอโอกาสให้ทุกฝ่ายทำงานก่อน ไม่อยากให้ไปสร้างความวุ่นวายภายนอก และหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย แต่ยอมรับอาจจะมีคนบางกลุ่มมีวาระซ่อนเร้นอยู่ว่า จะทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่แนวทางของรัฐสภา จึงต้องขอความหวังจากสังคมที่ต้องการความสงบ ต้องการให้ประเทศเดินหน้า ช่วยกันตรวจสอบด้วย

ศาลอนุมัติออกหมายจับพ.อ.จ้างฆ่าองคมนตรี "ชาญชัย"
มติชนออนไลน์ : มีรายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งความคืบหน้าคดีคนร้ายลอบสังหารนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรีว่า ศาล จ.สมุทรปราการได้อนุมัติหมายจับ พ.อ.สกล พันธุ์หงษ์ อายุ 61 ปี อดีตนายทหารกองปราบปรามการก่อการร้าย ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ในข้อหาใช้จ้างวานฆ่านายชาญชัย เนื่องจากผู้ต้องหาที่ถูกจับก่อนหน้านี้ซัดทอดว่า พ.อ.สกลเป็นคนจ้างวาน และเป็นคนจัดหาโทรศัพท์มือถือมาให้ใช้ หลังติดต่องานเสร็จ พ.อ.สกลได้เก็บโทรศัพท์มือถือกลับไปทั้งหมด และหนีไปตั้งแต่วันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา มีการส่งหมายจับไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ และชุดสืบสวนได้ติดตามไปยังบ้านเพื่อนของ พ.อ.สกล ที่ จ.เชียงใหม่ แต่ยังไม่พบตัว สำหรับ พ.อ.สกลทำหน้าที่สืบสวนติดตามหาข่าวและปราบปรามการก่อการร้ายมาโดยตลอด ผ่านหลักสูตรการอบรมด้านข่าวกรอง เพิ่งเกษียณอายุปี 2551


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ศสส.ภ.1 ได้จับกุม พ.ต.เทียนชัย เมืองจันทึก หรืออ๊อด อายุ 45 ปี หนึ่งในผู้จ้างวาน นายคมิก สุขกาญจนกาศ หรือจ่าเหน่ง อายุ 32 ปี คนชี้เป้าและติดต่อมือปืน นายศักดิ์ชาย แซ่ลิ้ม หรือแบงก์ อายุ 27 ปี มือปืน นายภานุพงษ์ รัตนาไพบูลย์ หรือกอล์ฟ อายุ 32 ปี คนขับขี่รถจักรยานยนต์ นายสุชาติ ทิพย์มณี หรือเดียร์ หรือแจ๊ค อายุ 24 ปี และ พ.จ.อ.สุกรี ขาวผ่อง

คนขายหวยเตรียมพบ "กรณ์" ขอคำตอบหวยออนไลน์
มติชนออนไลน์ : นายวรวุฒิ ประธานชมรมคนขายหวยบนดิน เปิดเผยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ว่าวันที่ 6 พฤษภาคม สมาชิกชมรมจะรวมตัวกันขอเข้าพบนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอทราบความชัดเจน กรณีการเปิดขายสลากเลขท้ายพิเศษ 2 ตัว 3 ตัว ผ่านเครื่องอัตโนมัติ (หวยออนไลน์) ว่ารัฐบาลยังให้ดำเนินการเปิดขายหวยออนไลน์หรือไม่ และหากยืนยันว่ายังต้องการที่จะให้มีการขายหวยออนไลน์ ทำไมจึงล่าช้า ทั้งๆ ที่คนในสังคม และหน่วยงานหลายฝ่ายก็ยืนยันแล้วว่า สามารถดำเนินการได้ผ่าน พ.ร.บ.สำนักงานสลากฯ พ.ศ.2517 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี คนตกงานจำนวนมาก หากรัฐบาลต้องการให้เศรษฐกิจดีขึ้น เหตุใดจึงไม่ช่วยให้คนมีอาชีพและมีรายได้ ซึ่งหากรัฐบาลไม่ให้คำตอบที่ชัดเจน สมาคมจะประชุมใหญ่เพื่อหารือร่วมกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร


นายวันชัย สุระกุล ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า ได้รับหนังสือจากบริษัท แอลจีที จำกัด ผู้ให้บริการระบบเกมสลาก (หวยออนไลน์) แล้ว และส่งเรื่องถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว เพราะถือเป็นระดับนโยบายที่ต้องให้กระทรวงการคลังพิจารณา โดยสำนักงานสลากฯเป็นเพียงผู้ปฏิบัติการ และยืนยันว่า หากกระทรวงการคลังอนุมัติให้ดำเนินการได้ สำนักงานสลากฯจะเปิดขายได้ภายใน 45 วัน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ บริษัท แอลทีจี จำกัด เคยทำหนังสือทวงถามไปยังกระทรวงการคลังแล้ว และยืนยันว่า หากไม่ได้คำตอบในต้นเดือนพฤษภาคม จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย จากที่ได้ลงทุนระบบไปแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท ขณะที่นายกรณ์ ระบุว่า จะพิจารณาจัดลำดับความสำคัญในการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนก่อน เรื่องหวยออนไลน์อาจพิจารณาทีหลัง

สมาพันธ์แรงงานยื่น 7 ข้อร้องนายกฯจี้คุ้มครองสิทธิ
ที่รัฐสภา เมื่อเวลา11.30 น. วันที่ 1 พ.ค. สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (ครสท.) และเครือข่ายแรงงานนอกระบบหลายร้อยคนได้ชุมนุมกันที่หน้าอาคารรัฐสภาและได้ ส่งตัวแทนจำนวน 12 คนนำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสรส.และนางวิไลวรรณ แซ่เตีย เลขาธิการ ครสท.เข้ายื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ห้องรับรองนายกรัฐมนตรีอาคารรัฐสภา 1 เพื่อเรียกร้องสิทธิแรงงานเนื่องในวันกรรมกรสากลปี 2552

นายสาวิทย์ กล่าวว่า กลุ่มเครือข่ายผู้ใช้แรงงานมีข้อเสนอเรียกร้องไปยังนายกฯ จำนวน 7 ข้อดังนี้ 1.ให้กระทรวงแรงงานตั้งคณะกรรการตรวจสอบสถานประกอบการที่มีปัญหาเพราะที่ ผ่านมามีสถานประกอบการบางแห่งถือโอกาสจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเลิกจ้างและไม่ จ่ายค่าชดเชย รวมทั้งขอให้กระทรวงแรงงานตั้งกองทุนให้ความช่วยเหลือ จ่ายเงินชดเชยให้คนงานที่ไม่ได้รับค่าชดเชย 2.ให้รัฐบาลใช้ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฉบับเดียว เนื่องจากที่ผ่านมามีหลายภาคส่วนเสนอกฏหมายทำให้มีความซ้ำซ้อน 3.ขอให้รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.บ.สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย เพราะมีบทเรียนมาตั้งแต่เหตุการณ์เพลิงไหม้ที่โรงงานเคเดอร์ 4.รัฐบาลต้องยกเลิกการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ 5.รัฐบาลต้องรับรองอนุสัญญาองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ไอแอลโอ ฉบับที่ 87 และ98 เพื่อส่งเสริมเปิดพื้นที่ทางการค้า เพราะอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับ ประเทศใกล้เคียง อาทิ ประเทศกัมพูชาและลาว ต่างก็ประกาศรับรองแล้ว 6.ต้องปรับโครงสร้างการบริหารงานสำนักงานประกันสังคม โดยต้องขยายไปยังแรงงานนอกระบบด้วย และ 7.ให้รัฐบาลตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงให้แก่สมาชิกกองทุน สำรองเลี้ยงชีพ ที่ได้รับผลกระทบจากการลงทุนที่ผิดพลาดของกองทุน

สมาพันธ์ฯขอให้รัฐบาลติดตามข้อเรียกร้องที่เคยเสนอต่อรัฐก่อนหน้านี้อย่าง ต่อเนื่องยาวนาน อาทิ กรณีค่าจ้างที่เป็นธรรม การคุ้มครองสิทธิแรงงาน คุ้มครองแรงงานนอกระบบ คุ้มครองแรงงานข้ามชาติ รวมถึง ประเด็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ควรให้ทำงานร่วมกับคนปกติได้นายสาวิทย์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวภายหลังการรับหนังสือว่า กรณีการตั้งกองทุน และคณะกรรมการสอบสถานประกอบการที่เอาเปรียบลูกจ้าง ของกระทรวงแรงงาน เรื่องนี้ตนได้ให้นโยบายแก่กระทรวงแรงงานแล้ว เพื่อที่จะพิจารณาและดำเนินการต่อไป นอกจากนี้กรณี สิทธิการใช้ประกันสังคม ที่ไม่ครอบคลุมถึง แรงงานนอกระบบ โดยเฉพาะ ลูกจ้างเอกชน และลูกจ้างข้าราชการ รัฐบาลก็จะดำเนินการให้ครอบคลุมในส่วนนี้

"หมอประกิต"หนุนกทม.ขึ้นภาษีบุหรี่มวนละ1บาท
มติชนออนไลน์ : นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าววันนี้ (1 พ.ค.) ว่า มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ขอสนับสนุน นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีแผนขึ้นภาษีบุหรี่มวนละ 1 บาท หรือซองละ 20 บาทอย่างเต็มที่? จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ.2550 พบว่า กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีผู้สูบบุหรี่ซองที่ผลิตจากโรงงาน 684,249 คน เฉลี่ยสูบ 10.21 มวนต่อคนต่อวัน คิดเป็นจำนวนบุหรี่ 6,986,386 มวน หรือ 348,977 ซองต่อวัน หากขึ้นภาษีบุหรี่มวนละหนึ่งบาท จะทำให้ กทม.เก็บภาษีบุหรี่เพิ่มขึ้นได้วันละเกือบ 7 ล้านบาท หรือ 2,547 ล้านบาทต่อปี

เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวต่อว่า กทม.ไม่ได้เก็บภาษีบุหรี่ท้องถิ่น ขณะที่จังหวัดอื่นๆ เก็บซองละ 1-2 บาทมานานแล้ว เนื่องจากติดขัดข้อกฎหมายของ กทม.เอง ทำให้ กทม.ขาดรายได้จากภาษีบุหรี่ที่ควรจะเก็บได้วันละเกือบ 7 แสนบาทที่เข้ากระเป๋าพ่อค้าขายส่งบุหรี่ใน กทม. ดังนั้น กทม. ควรที่จะรีบเร่งดำเนินการออกกฎหมายเพื่อเก็บภาษีบุหรี่ท้องถิ่น เช่นเดียวกับจังหวัดอื่นๆ นอกจากจะทำให้ กทม.มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมากเพื่อใช้ในการพัฒนา กทม.แล้ว ยังจะทำให้คน กทม.มีสุขภาพดีขึ้นจากการสูบบุหรี่น้อยลงด้วย

นพ.ประกิต กล่าวด้วยว่า กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกามีการเก็บภาษีบุหรี่ซองละ 5.26 ดอลลาร์สหรัฐฯ สูงที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้อัตราการสูบบุหรี่ของวัยรุ่นในรัฐนิวยอร์กต่ำที่สุดในประเทศสหรัฐ อเมริกา เมื่อวันที่ 1 เม.ย. นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศขึ้นภาษีบุหรี่ของรัฐบาลกลางซองละหนึ่งดอลลาร์ สหรัฐฯจากเดิมที่เก็บซองละ 63 เซ็นต์ เป็นซองละ 1.63 ดอลลาร์ สหรัฐฯ การขึ้นภาษีครั้งนี้ ทำให้รัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาเก็บภาษีบุหรี่เพิ่มขึ้นได้อีกวันละกว่า 2พันล้าน บาทและปีละกว่า 7 แสนล้านบาท โดยรายได้จากภาษีที่เก็บได้เพิ่มขึ้นนี้จะนำไปใช้เป็นงบประมาณสนับสนุน เกี่ยวกับสุขภาพเด็กและวัยรุ่นสหรัฐอเมริกา

"อภิสิทธิ์" รับปากดึงแรงงานนอกระบบ 20 ล้านคนสู่ประกันสังคม เริ่มที่ลูกจ้างชั่วคราวก่อน ขบวนการแรงงานแยกวงเช่นกัน

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : 1 พ.ค. เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ และวันแรงงานสากล โดยตั้งแต่เวลา 07.00 น.บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า นาย ไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ร่วมกับกลุ่มผู้ใช้แรงงานได้ร่วมกันทำพิธีทางศาสนา โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ประธานคณะผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จสังฆราชประพรมน้ำพุทธมนต์ให้ผู้ร่วมงาน

ต่อจากนั้น 9.00 น.สภาองค์กสภาองค์การลูกจ้างต่างๆและองค์กรรัฐวิสาหกิจนับหมื่นคนได้ร่วมกัน จัดริ้วขบวนก่อนเคลื่อนไปยังท้องสนามหลวง โดยระหว่างทางได้มีการปราศรัยโจมตีนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ไม่เดินทางมารับข้อเรียกร้องของผู้ใช้แรงงาน แต่มอบหมายให้พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ ให้เดินทางมาร่วมแทน เพราะเหมือนกับเป็นการไม่ให้เกียรติ์ลูกจ้าง

ทั้งนี้ ระหว่างการจัดงานที่ท้องสนามหลวง ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 7-8 คนได้ใช้โทรโข่งกล่าวโจมตีรัฐบาลอย่างรุนแรง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามห้ามปราม แต่คนกลุ่มดังกล่าวไม่เชื่อและยังคงอภิปรายต่อโดยอ้างเหตุผลว่าเป็นการส่ง เสริมสร้างความรู้ทางประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามในส่วนของงานบนเวทีนั้นนาย ชินโชติ แสงสังข์ ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย ที่เป็นประธานจัดงานวันแรงงานกล่าว ถึงข้อเรียกร้องที่ต้องการให้รัฐบาลแก้ไขจำนวน 8 ข้อ ซึ่งพล.ต.สนั่น กล่าวว่าจะนำเข้าเรียกร้องของแรงงานเสนอต่อนายกฯเพื่อพิจารณาผลักดันต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการจัดงานวันแรงงานปี นี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการใช้งบประมาณที่สูงมากถึง 3.3 ล้านบาท โดยเป็นงบที่รัฐบาลสนับสนุนในแต่ละปี 1.6 ล้านบาท แต่นายชินโชติได้ของบเพิ่มเติมอีก 1.7 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการขอสปอนเซอร์จากธุรกิจภาคเอกชนอีกหลายแห่ง ทำให้การจัดงานค่อนข้างหรูหรากว่าทุกปีโดยมีการกางเต้นท์ขนาดใหญ่จำนวนมาก ทั่วบริเวณสนามหลวง เพื่อกันแดดให้ผู้มาร่วมงาน

ขณะเดียวกันขบวนการแรงงานอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีเครือข่ายองค์กรแรงงาน 70 องค์กร เช่น คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย สมาพันธ์รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เครือข่ายสลัม 4 ภาค เครือข่ายแรงงานภาคบริการ เป็นต้น จำนวนกว่า 2,000 คน ได้รวมตัวกันที่หน้าอาคารรัฐสภาตั้งแต่เวลา 08.00 .หลังจากนั้นได้เคลื่อนขบวนมายังบริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยภายในริ้วได้มีการแห่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจำลองที่ผูกด้วยผ้าสีแดง สีขาว สีเหลือง สีน้ำเงิน สีดำ สื่อถึงความเป็นประชาธิปไตยที่ไม่แบ่งข้าง ไม่แยกสี นอกจากนี้ยังมีขบวนรถเมล์จำลองสาย 111 และ 109 สายบางพลัด - ลาดยาว - เกาะกง โดยมีรูปพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นาย ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ น.พ.เหวง โตจิราการ และ นาย จักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่ม นปช.ติดอยู่ข้างนำขบวนตามด้วยขบวนกลุ่มผู้ใช้แรงงานแต่ละเครือข่าย

หลังจากนั้นทั้งหมดได้เดินทางปักหลักที่บริเวณด้านข้างทำเนียบรัฐบาล บริเวณประตู 4 โดยนำรถ 6 ล้อ ดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาแรงงานโดยเฉพาะ อย่างยิ่งปัญหาการว่างงาน การตกงาน และ ค่าครองชีพ เป็นต้น ทั้งนี้ที่บริเวณบนสะพานชมัยมรุเชฐ กลุ่มผู้ร่วมชุมนุมที่เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจได้ทำการเผาทำลาย รถเมล์จำลองที่มีรูปแกนนำคนเสื้อแดง โดยระบุว่า เพื่อสร้างความเจริญให้กับประเทศ

ขณะที่กลุ่มพนักงานบริการ ได้ขึ้นเวทีอ่านแถลงการณ์ว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ประกาศให้การท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติและได้มีนโยบายรอง รับการว่างงานจำนวนไม่น้อยกว่า 100,000 คน ดังนั้นในฐานะคนงานในภาคการท่องเที่ยว จึงขอให้รัฐยอมรับแรงงานภาคบริการ เป็นแรงงานที่สำคัญของชาติ ให้จัดตั้งกองทุนเพื่อพนักงานบริการ ให้มีนโยบายยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยและสถานบริการ พร้อมทั้งให้ยกเลิกกฎหมาย ความผิดที่ไม่ยุติธรรม เพราะเปิดช่องทางให้เจ้าหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์กับแรงงานบริการ ให้ระบุอาชีพบริการเป็นอาชีพถูกกฎหมาย

นายประภัส ตอมอ ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอดส์ ในสถานประกอบการ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อเอดส์ในโรงงานประมาณ 1.2 ล้านคน ซึ่งถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง นายทุน มาก จึงขอเรียกร้องโดย ไม่ต้องตรวจโรคในขณะก่อนทำงานหรือในระหว่างการทำงาน และ ไม่ให้ไล่ผู้ติดเชื้อเอดส์ออกจากการทำงาน เพราะคนเหล่านี้ยังทำงานอยู่ร่วมกับคนงานปกติได้

นางประทิน เวคะวากยานนท์ ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค กล่าวว่า ตอนนี้ชาวบ้าน คนจน ยากลำบากมากเพราะค่าครองชีพที่แพง ข้าวของแพงมาก ดังนั้นจึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งควบคุมราคาสิ้นค้า เช่น ข้าว น้ำมัน แก๊สหุงต้ม เพื่อให้ชาวบ้านอยู่ได้ไม่ลำบาก และ ให้รัฐบาลสร้างรัฐสวัสดิการ ไม่ใช่เพียงแค่โปรยเงิน 2,000 บาท ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้นเท่านั้น คนจนก็ยังจนระยะยาว และ ให้รัฐบาลดูแลพี่น้องผู้ใช้แรงงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานภาคเกษตรที่ไม่มี ปัญหาในการทำกิน โดยต้องปฏิรูปที่ดินให้ทั่วถึง เป็นธรรม

ทั้งนี้ ภายหลังการชุมนุม แกนนำขบวนการแรงงานกลุ่มนี้ อาทิ น.ส. วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย นาย สาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ น.ส. สุจิน รุ่งสว่าง ประธานเครือข่ายแรงงานนอกระบบ เป็นต้น ได้เดินไปยังอาคารรัฐสภาเพื่อเข้าพบนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาของผู้ใช้แรงงานจำนวน 7 ข้อ อาทิ แก้ไขเศรษฐกิจที่ส่งผลกระบต่อคนงาน ให้เปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคมให้โปร่งใน จัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงจากการตกงาน

นายอภิสิทธิ์กล่าวกับผู้นำแรงงานว่า ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างของสปส.นั้น ก่อนหน้านี้ได้มีรายงานเสนอให้มีการแยกกองทุนออกจากหน่วยงาน แต่ตนเกรงว่าจะเกิดความสับสนจึงได้ส่งเรื่องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกลับไปดู ใหม่ ส่วนเรื่องแรงงานนอกระบบนั้น ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปทำเป็นการบ้าน เพราะอยากให้มีการขยายระบบสวัสดิการหรือประกันสังคมครอบคลุมแรงงานนอกระบบ ทั้ง 20 ล้านคน อย่างไรก็ตามอาจใช้ชมรมหรือองค์กรเป็นตัวการใจการจ่ายเงินสมทบเข้าประกัน สังคม ซึ่งขณะนี้เริ่มต้นที่ลูกจ้างชั่วคราวของรัฐเพราะคนกลุ่มนี้ยังไม่อยู่ใน ประกันสังคม

นอกจากนี้ในประเด็นการลดจ่ายเงินสมทบลงร้อยละ 2 ซึ่งลูกจ้างกลุ่มนี้ไม่เห็นด้วยนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กำลังฟังเหตุผลของฝ่ายที่เสนออยู่ ซึ่งเท่าที่ได้ฟังคือต้องการลดภาระของลูกจ้าง และพยุงให้นายจ้างทำธุรกิจต่อไปเพื่อให้เกิดการจ้างงานต่อไป อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่มีการนำเสนอมายังคณะรัฐมนตรี แต่ก็เห็นฝ่ายค้านทักท้วงอยู่เช่นกัน

สธ.เปลี่ยนเรียก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009”

ASTVผู้จัดการออนไลน์ : ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ ซึ่งในวันนี้ นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขจัดตั้งศูนย์บัญชาการเตรียมความพร้อมป้องกันและ ควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ ของกระทรวงสาธารณสุข ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประกอบด้วยคณะกรรมการ 2 ชุด คือ

คณะ กรรมการอำนวยการ มีนายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน คณะกรรมการประกอบด้วย อธิบดีทุกกรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ทำหน้าที่อำนวยการสั่งการ กำหนดแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ วิเคราะห์สถานการณ์ และสนับสนุนการปฏิบัติงานของฝ่ายต่างๆ ทั้งงบประมาณ อัตรากำลัง ให้เพียงพอ

ชุดที่ 2 ศูนย์บัญชาการกระทรวงสาธารณสุข มีนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน คณะกรรมการประกอบด้วย หัวหน้าผู้ตรวจราชการ รองอธิบดีทุกกรม รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ทำหน้าที่บัญชาการเหตุการณ์ระดับกระทรวง มีโครงสร้างงาน 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนติดตาม กำกับ ประสานงาน ส่วนกำหนดกลยุทธ์และวางแผน ส่วนสนับสนุนงบประมาณ และการบริหาร ส่วนสื่อสารและประชาสัมพันธ์ และส่วนประสานต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้งานมีความครอบคลุม มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นพ.ปราชญ์ กล่าวว่า ขณะนี้องค์การอนามัยโลก ได้เปลี่ยนการเรียกชื่อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จากที่เคยเรียกว่า ไข้หวัดหมู หรือสไวน์ ฟลู (Swine Flu) และไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก เป็นไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1” (Influenza A H1N1) ซึ่งต่อไปนี้กระทรวงสาธารณสุขไทยจะใช้ชื่อคล้ายกับขององค์การอนามัยโลก แต่เพิ่มคำว่า สายพันธุ์ใหม่ 2009 คือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ 2009 เอช 1 เอ็น 1” หรือชื่อย่อว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจตรงกัน เชื้อดังกล่าวเป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ มีความรุนแรงน้อยกว่าโรคซาร์ส แต่ติดเชื้อได้ง่าย จึงแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว

สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 28-30 เมษายน 2552 สำนักระบาดวิทยาได้รับรายงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และสำนักควบคุมป้องกันควบคุมโรคประจำเขต มีผู้ป่วยในข่ายเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่สะสม 4 ราย จาก กทม. สมุทรปราการ และเชียงใหม่ โดย 3 ราย มีประวัติเดินทางจากพื้นที่เสี่ยงในระยะ 7 วันก่อนป่วย อีก 1 ราย เป็นชายชาวออสเตรเลีย มีประวัติเดินทางไปมาเลเซียซึ่งไม่ใช่พื้นที่เสี่ยงก่อนป่วย 2 สัปดาห์ เดินทางมาประเทศไทยผ่านสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2552 ตรวจพบมีไข้สูงจึงขอนอนพักที่ สถาบันบำราศนราดูร ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ไม่พบรายใดติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จึงตัดออกจากรายการเฝ้าระวังทั้งหมด โดยในวันนี้ แพทย์อนุญาตให้ชาวออสเตรเลียกลับบ้านได้ ซึ่งทางสถาบันบำราศนราดูรได้จัดรถส่งถึงบ้านที่พัทยาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

เช็คสต๊อกยาอาเซียนคาดมีไม่ต่ำกว่า 20 ล้านเม็ด
ASTVผู้จัดการออนไลน์ : นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ประสานไปยังรัฐมนตรีสาธารณสุขประเทศอาเซียนซึ่งจะเดินทางมาประชุม เพื่อหารือถึงมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A/H1N1 ที่ประเทศไทยในสัปดาห์หน้า ถึงการสต๊อกยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ในแต่ละประเทศ ซึ่งในส่วนของไทยมีสต๊อกอยู่ประมาณ 5 ล้านเม็ด ขณะนี้กำลังให้องค์การเภสัชกรรมผลิตเพิ่มอีก 1 ล้านเม็ด เพื่อให้ได้ประมาณ 10 % ของประชากร ขณะที่ประเทศสิงคโปร์มีมาตรการเตรียมความพร้อมที่เข้มข้น โดยมีการสต๊อกยาต้านไวรัสไว้ถึง 5 ล้านเม็ด เช่นเดียวกับประเทศไทย แม้จะมีประชากรน้อยกว่าก็ตาม ส่วนประเทศอื่นๆก็มีการสต๊อกยาบางส่วนไว้แล้ว คาดว่าในส่วนของประเทศอาเซียนน่าจะมีสต๊อกยาโอเซลทามิเวียร์ประมาณ ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านเม็ด และว่า ในส่วนของประเทศไทยนอกจากสต๊อกยาไว้ใช้ในประเทศแล้ว บางส่วนอาจต้องสนับสนุนให้กับประเทศในแถบอินโดจีนที่มีชายแดนติดกับประเทศ ไทย เช่น กัมพูชา และ ลาวด้วย