ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, August 22, 2009

มาร์คเลือกทางตัน

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

คาดเชือก คาถาพัน



ไม่น่าเชื่อว่า เก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตัวนี้ตัวเดียว จะทำให้รัฐบาลของนายกฯอภิสิทธิ์ก้าวเข้าสู่มุมอับ ผลักให้การเมืองภายในรัฐบาลเองเข้าสู่ทางตัน

ภายหลังนายกฯแพ้โหวตในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติหรือก.ต.ช. ทำให้ชื่อ"ปทีป"ขวัญใจศิริโชคและชาวสีเหลือง ต้องร่วงผล็อย

เชื่อได้เลยว่า นายกฯหนุ่มวัยรุ่นใจร้อน มีแต่ใส่เกียร์เดินหน้าไม่ยอมถอย!

ทั้งจะถูกปลุกเร้าจากผู้มีอิทธิพลทางความคิด จนต้องออกรบแบบแตกหักอีกครั้งกับผบ.ตร.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ

คราวนี้จะส่งผลกระทบอย่างขนานใหญ่กับความสัมพันธ์ภายในรัฐบาลเอง

ที่ว่าการเมืองภายในรัฐบาลเอง หมายถึงนายกฯกับพรรคร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะภูมิใจไทย ไปจนถึงฝ่ายทหารที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตัวแทนอย่างเป็นทางการในนาม 3 ทัพ นั่งร่วมอยู่ในรัฐบาล

กระทบพัชรวาท ย่อมกระเทือนถึงประวิตร กระแทกไปถึงกองทัพ

ขณะเดียวกันการโหวตในก.ต.ช.หนนี้ ทั้งรัฐมนตรีมหาดไทยและปลัดมหาดไทย กลับยกมือตรงข้ามกับนายกฯ แล้วจะทำงานร่วมกันต่อไปอย่างไร

รวมทั้งพล.ต.อ.พัชรวาท ซึ่งโดยปัญหาความขัดแย้งรุนแรงมาก่อนก็ไม่น่าแปลกใจ

แต่นึกอีกที รัฐมนตรีมหาดไทย ปลัดมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจ ไม่เอากับนายกฯ มันก็ยังไงอยู่!?

เสถียรภาพของรัฐบาลจะเป็นเช่นไร

วันนี้เลยมีข่าวสะพัด ขู่ยุบสภาบ้าง กระทั่งจะเล่นงานผบ.ตร.อีกหนบ้าง

แต่ทั้งหมดนี้ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น

ทุกคนในรัฐบาลหรือผู้ให้การสนับสนุนรัฐบาลนี้พูดตรงกัน จู่ๆนายกรัฐมนตรีจะหาเหามาใส่หัวทำไมก็ไม่รู้

องค์กรตำรวจทุกวันนี้ก็สนองรัฐบาลด้วยดีมาตลอด ไปหาเรื่องทะเลาะตบตีกับเขาเอง

แม้แต่การเสนอชื่อผบ.ตร.คนใหม่

มีแสงสว่างจากฟากฟ้าส่องทางดีๆให้แท้ๆ กลับไปเลือกเดินทางตัน!!

จะฟัง"เติ้ง"ไหม?

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




คอการเมืองยกย่อง "บรรหาร ศิลปอาชา" ว่าเป็น "มังกรการเมือง" ตัวจริงเสียงจริง

ไต่ระดับการเมืองสูงสุดได้เป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว

แต่นั่นยังไม่เท่ากับการวางตำแหน่งพรรคของตน ให้เป็น "พรรคตัวแปร" ไม่ว่าขั้วใหญ่ไหนจะเป็นรัฐบาลก็ตาม

มีสายสัมพันธ์ทางการเมืองที่เข้าได้กับทุกขั้ว ไม่แข็งตัวกับลีลาของตัวเองจนเกินเหตุ

ไม่เล่นการเมืองจนเลยเถิดเกินความเป็นการเมือง แทบจะกลายเป็น "สงครามกลางเมือง" แทน

แต่ทั้งที่ประสบการณ์มีโชกโชน ขนาดที่ว่ามา

ถึงเวลาเอาเข้าจริง นายกฯ รุ่นน้องทั้งหลายจะมองเห็นทางสว่างที่มังกรเติ้งแนะนำมากน้อยแค่ไหน ยังน่าสงสัยอยู่?

อย่างน้อยผู้นำรัฐบาลที่เป็นศัตรูแบบผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ 2 ขั้ว ต่างได้รับความกรุณาจากนายบรรหารเหมือนๆ กัน

ให้คำแนะนำในช่วงที่คนเป็นนายกรัฐมนตรีออกอาการเมาหมัดจากปัญหารุมเร้ารอบด้าน

บ้างก็ผสมด้วยอาการเมาอำนาจ จนตามืดมัวมองไม่เห็นอะไร นอกจากอำนาจในมือตัวเอง

ยามเกิดวิกฤต นายบรรหารมักชวนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กินหูฉลามคุยกันสองคน

นี่ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณฟังและได้ยินด้วย ชะตากรรมคงไม่ทุกข์หนักอย่างทุกวันนี้

เพราะการเมืองของนายบรรหารก็คือเล่นตามกรอบการเมืองเท่านั้น

แต่ดูเหมือนพ.ต.ท.ทักษิณจะมั่นใจในตัวเองเกินไปในเวลานั้น

มาคราวนี้ มังกรเติ้งเอ่ยปากแนะนำนายกฯ ปัจจุบัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในโอกาสมาอวยพรวันเกิด 77 ปี

"ใช้ความอดทนประนีประนอม จะเป็นรัฐบาลถึง 8 ปี!"

8 ปี จากการนั่งในตำแหน่งมาแค่ 8 เดือน

"การเป็นนายกฯ ไม่ง่าย ยากเย็นเหลือเกิน มีทั้งปัญหาภายในและภายนอก ต้องใช้ความอดทน ซึ่งจะเป็นสิ่งประเสริฐมากที่สุด"

มีการเอ่ยไปถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะผู้จัดการรัฐบาลด้วยว่า ทุกคนต้องให้เกียรตินายสุเทพมากๆ

แม้คำพูดจะกว้างๆ ไม่เจาะจง แต่คนฉลาดอย่างนายอภิสิทธิ์ก็น่าจะรู้

คนหนึ่งที่มีข่าวต่อเนื่อง เหมือนกับจะมองข้ามนายสุเทพกลายๆ ก็ไม่ใช่ใคร นายกฯ อภิสิทธิ์นี่แหละ

จากปัญหาขัดแย้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพเหมือนนักดนตรีที่เล่นกันคนละเพลง

ราวกับว่านายอภิสิทธิ์จะดิ้นให้หลุดจากเสียงเยาะเย้ยถากถาง

หาว่าเป็นนายกฯ ที่ตกอยู่ใต้การบงการของนายสุเทพอีกที

ในทางหนึ่งก็เป็นการดี ที่นายอภิสิทธิ์แสดงภาวะผู้นำออกมาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แต่ทางหนึ่ง ก็อาจเป็นจังหวะก้าวทางการเมืองที่โฉ่งฉ่าง

หากพลาดขึ้นมาวันใด อาจต้องกระเด็นกลับไปเป็นฝ่ายค้านยาวนานแบบที่เคยเป็นมา

หากว่าบรรดา "นั่งร้าน" ทั้งหลายเกิดความเบื่อหน่ายต่อหน้าที่ของตัวเอง!

26สิงหาวันอำมาตยาทมิฬ เสื้อแดงพรึบดอกไม้จันทน์รวมพลคนไม่เปรม

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
22 สิงหาคม 2552

"26 สิงหา วันดอกไม้จันทน์..รวมพลคนไม่เปรม "

"26 สิงหา วันดอกไม้จันทน์..รวมพลคนไม่เปรม "
โค่นอำมาตย์ ทวงคืนรัฐธรรมนูญ 40


โครงข่าย..คนไม่เปรม
(กลุ่ม 24 มิถุนา) เครือข่ายตากสิน-ธนบุรี แดง-นครปฐม กลุ่มพลังประชาธิปไตย
แดง-สมุทรสาคร และ เครือข่ายแดง-นนทบุรี

ขอเชิญพี่น้องเสื้อแดงทั่วประเทศ... พร้อมใจ .ดำทั้งแผ่นดิน.
ด้วยการ ใส่เสื้อดำ .. ติดดอกไม้จันทน์ ในวันที่ 26 สิงหาคม


เพื่อ....ร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ครบรอบ 1 ปี
วันที่ 26 สิงหาคม 2551 วันอัปยศอำมาตย์
วันที่ประเทศไทยถูกทำร้าย ด้วยการบุกยึดทำเนียบ และ NBT
สร้างความอับยศสู่สายตาชาวโลก ..
พร้อมทวงคืนรัฐธรรมนูญปี 40 เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงของประชาชนคนไทยทุกคน

โครงข่าย..คนไม่เปรม
ขอเชิญพี่น้องเสื้อแดงใส่เสื้อดำ .. ติดดอกไม้จันทน์
แล้วมา รวมพลคนไม่เปรม... โค่นอำมาตย์ ทวงคืนรัฐธรรมนูญ 40
ในวันที่ 26 สิงหาคม ณ บริเวณท้องสนามหลวง ตั้งแต่เวลา 14.30 - 24.00 น.


พบกับการปราศรัยของ
- แกนนำภาคประชาชนจากทั่วประเทศ
- แกนนำคนเสื้อแดงนำทีมโดย อ.สุรชัยฯ คุณสุนัยฯ คุณสมยศฯ ฯลฯ
**** ไฮไลท์ของงาน วีดีโอลิ้งค์ ของคุณจักรภพ เพ็ญแข****

ร่วมด้วย ... ตัวแทนภาคประชาชน ผู้อยู่ในเหตุการณ์บุกยึด NBT และทำเนียบ

อย่าพลาด !!!! "26 สิงหา วันดอกไม้จันทน์..รวมพลคนไม่เปรม"
โค่นอำมาตย์ ทวงคืนรัฐธรรมนูญ 40... พบกันที่สนามหลวง ตั้งแต่เวลา 14.30 เป็นต้นไป



กลุ่ม24มิถุนาประชาธิปไตย กล่มแดงนนทบุรี กล่มแดงสมุทรสาคร กล่มแดงตากสิน กล่มไผ่แดง กล่มพลังประชาธิปไตย แดงนครปฐม แดงสมุทรสาคร กล่มเชียงใหม่ 51 สภาประชาชน ฯลฯ จับมือกันจัดงานดำทั้งแผ่นดิน เนื่องในวันคล้ายวันเกิดพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และเป็นวันที่พธม.บุกยึด NBT ถือว่าวันที่26 สคซ.คือวันอัปยศของระบอบอำมาตย์

เสื้อแดงนัดแต่งดำ ติดดอกไม้จันทน์ทั่วปท.ทำพิธีสาปแช่งวันเกิดป๋าเปรม ชุมนุมใหญ่30ส.ค.บีบ"มาร์ค"ยุบสภา

กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นัดประชุมแกนนำ ประกอบด้วย นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายพายัพ ปั้นเกตุ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ และนายขวัญชัย ไพรพนา เพื่อกำหนดบทบาทและแนวทางการเคลื่อนไหวทางการเมืองรัฐบาล

หลังประชุม นายณัฐวุฒิแถลงว่า หลังการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว ที่ประชุมมีมติเชิญชวนคนเสื้อแดงและผู้รักประชาธิปไตยทุกสีเสื้อแต่งกายสีดำทั่วประเทศ ในวันที่ 26 สิงหาคม เพื่อร่วมกันรำลึกถึงวันเหตุการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) บุกยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ช่อง 11 และยึดสถานที่ราชการหลายแห่ง ในวันเดียวกันนี้เมื่อปี 2551 ซึ่งถือเป็น "วันอำมาตยาทมิฬ" ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย


นอกจากนี้ นปช.ยังมีมติจัดชุมนุมใหญ่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ในวันที่ 30 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป เพื่อเดินขบวนไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภาคืนอำนาจให้แก่ประชาชน เนื่องจากการบริหารงานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ประสบความล้มเหลว ไร้ภาวะผู้นำ ขาดความเชื่อถือบารมีจากฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ ดังเห็นได้จากการความล้มเหลวในการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เพื่อแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

นายณัฐวุฒิกล่าว และว่า จะปักหลักชุมนุมยืดเยื้อหรือไม่นั้นแกนนำกลุ่ม นปช.จะพิจารณาตามความเหมาะสม ส่วนการดำเนินการล่ารายชื่อคนเสื้อแดง 10 ล้านคน เพื่อถอดถอนนายอภิสิทธิ์ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น จะดำเนินการทันทีหากพบว่ารัฐบาลมีท่าทีจะหน่วงเหนี่ยวการแสดงความเห็นประกอบฎีกาของคนเสื้อแดงในการคืนให้แก่สำนักราชเลขาธิการ


ด้านนายวีระกล่าวว่า สำหรับกิจกรรมการเคลื่อนไหวของ นปช. ตลอดเดือนกันยายน จะกระชับความคิดและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้กลุ่มแกนนำคนเสื้อแดงทั่วประเทศ ช่วงสัปดาห์แรกของเดือนจะจัดอบรมสัมมนาวิทยากรแดงทั้งแผ่นดิน จำนวน 30 คน เพื่อซักซ้อมนโยบาย รวมถึงยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีของการเคลื่อนไหวบนพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้วิทยากรเหล่านี้นำไปถ่ายทอดให้ความรู้คนเสื้อแดงทั่วประเทศ


"จากนั้นสัปดาห์ที่สองจนถึงวันที่ 30 กันยายน จะเดินสายอบรมแกนนำคนเสื้อแดง 2,000 คนทั่วประเทศเป็นรายภาคและจังหวัด เพื่อให้การเคลื่อนไหวของ นปช.รุ่นใหม่ในพื้นที่ต่างๆ เป็นแนวทางเดียวกับ นปช.ส่วนกลาง" นายวีระกล่าว และว่า ส่วนการทำบัตรสมาชิกคนเสื้อแดงที่จะเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนนั้น ต้องเปลี่ยนแปลงด้วยการขอเรียกเก็บค่าใช้ทำบัตรใบละ 20 บาท จากเดิมที่ได้ประกาศไว้ว่าทำบัตรฟรี แต่เนื่องจากต้นทุนทำบัตรสมาร์ทการ์ดสูงราคาใบละ 10 บาท และมีผู้ประสงค์เป็นสมาชิกเป็นจำนวนมาก ทำให้แกนนำไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายให้ได้ทั้งหมด

ด้านนายจตุพรกล่าวว่า การดำเนินล่ารายชื่อคนเสื้อแดงเพื่อถอดถอนนายอภิสิทธิ์ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น จะเป็นการแสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่ต้องการนายอภิสิทธิ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ต้น นอกจากนี้นายจตุพรยังกล่าวพาดพิงนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวหาว่า นายอานันท์พยายามล็อบบี้ไม่ให้นายอาสา สารสิน ราชเลขาธิการรับฎีกาของคนเสื้อแดง ระหว่างการตีกอล์ฟที่สนามกอล์ฟโปโลคลับ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม

คนเสื้อแดง จงอดทนอย่างสิงโต !!!

ที่มา Thai E-News


โดย คุณ ขุนอิน
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
22 สิงหาคม 2552

ไม่คุยเรื่อง การถวายฎีกาว่าเริ่มจากใคร ต้องการอะไรนะครับ

แต่เกมมันเริ่มแล้วมันเปลี่ยน ตอนแรกอาจจะต้องการอย่างหนึ่ง แต่มันเกิดได้จำนวนคนมากเกินคาด และทำให้วิเคราะห์ว่า เครือข่ายภาคประชาชนที่เกิดขึ้นมารองรับนั้น เร็วและมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องพึ่งพาการจัดตั้ง มันนำไปสู่การอยากจะใช้มวลชนนี้ในทางการเมืองบางอย่าง เลยเกิดแนวคิดว่า

ยิ่งค้าน ยิ่งต่อต้าน ยิ่งจะเพิ่มจำนวนคน..

แค่นี้ก็มองออกแล้วว่า เป็นเกมแสดงพลังมวลชน มากกว่าจะหวังผลในเนื้อหาของฎีกา

การแสดงพลังมวลชนได้อะไร? ได้ตบหน้ากระบวนการล้างสมองภาครัฐ ที่ออกผ่านนโยบายรัฐบาล ทาง กอ.รมน. ทางเครือข่ายมหาดไทย เครือข่ายทหาร สื่อหลัก และสื่อเหลือง ว่าไม่ได้ผล ไม่สามารถทำลายความนิยมในตัวท่านทักษิณได้

การตบหน้านี้ ทำให้ผู้จ่ายงบประมาณเพื่อทำลายความนิยมทักษิณ ต้องไปไล่เบี้ยความล้มเหลวกันเอง และต้องหากลยุทธใหม่ ๆ มา มันก็จะนำไปสู่ความเข้มข้นของการเมืองมากขึ้น เช่นให้ อสส.ยื่นฟ้องคดีบ้านป๋า ใช้เครือข่ายนักวิชาการ ออกมาตอบโต้ สร้างกระแสใหม่

ย้อนไปเรื่องรัฐประหาร รัฐบาลขิงแก่ขึ้นมา mission สำคัญอันดับหนึ่ง คือทำลายความนิยมของประชาชนที่มีต่อทักษิณ และเขาพลาด ที่ทำด้วยการชงคดี และการล้มโครงการดี ๆ ที่ทำให้ประชาชน เท่ากับผลักประชาชนไปเป็นศัตรู mission นี้ยังล้มเหลวมาจนทุกวันนี้

เคยใช้งบลับทางทหาร ทำโครงการต่าง ๆ ก็ล้มเหลว หนามที่ยอกอกอำมาตย์และเครือข่ายก็คือ ทำไมประชาชนยังรักทักษิณไม่คลาย

การแสดงพลังมวลชนผ่านการถวายฎีกาครั้งนี้ ถ้าทำยอดไปถึง 10 ล้านได้ ย่อมทำให้นำไปสู่การคาดการณ์ผลการเลือกตั้งครั้งต่อไปได้แน่นอน การดิ้นก็คือ ไม่ให้มีการเลือกตั้ง ตราบใดที่ประชาชนยังเป็นแบบนี้

การประคองรัฐบาลให้อยู่ให้นานที่สุด จึงต้องลำบากเป็นสองเท่า เพราะในฟากรัฐบาล ก็พร้อมจะแตกกันได้ ในภาวะที่บริหารเศรษฐกิจล้มเหลว แย่งเค้กกันไม่พออิ่ม ยังมาเจอข้อเรียกร้องของสนธิ ลิ้มทองกุล ที่จะฟาดกับอำนาจเขียวบวกน้ำเงิน ผ่านนอมินี่อภิสิทธิ์

มือที่มองไม่เห็นก็ต้องสำแดงเดชอีกครั้ง เพื่อประคองความมั่นคงของรัฐบาล เลยเกิดปรากฏการณ์ประหลาด ๆ กับองค์กรตำรวจ แต่สุดท้าย คนคำนวนมิสู้ฟ้าลิขิต ถ้าประคองไม่ได้ รัฐบาลก็อาจต้องล้มไป

ก็ต้องหาวิธีการหรือสูตรประหลาด ๆ มาทำให้อำนาจยังอยู่กับฝ่ายตน จึงเป็นที่มาของข่าวลือรัฐประหารเงียบอีกครั้ง หรืออนาคต อาจมีการเซ็นรับรองการรัฐประหารด้วยเหตุผลแปลก ๆ อีกก็ได้ เพราะเขากลัวการเลือกตั้งมากกว่าการทำรัฐประหาร....

เสื้อแดง มีหน้าที่รวบรวมมวลชน หากิจกรรมแสดงพลัง ขยายฐานมวลชนไปเืรื่อย ๆ เสื้อแดงฝ่ายวิชาการก็ถือโอกาสเผยแพร่ความรู้ประชาธิปไตยไปเรื่อย ๆ อดทนให้กันและกัน มวลชนเติบโตไปเรื่อย ๆ พร้อมความรู้ที่มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วชัยชนะจะไปไหนเสีย

ทำให้พวกเขากลัวการเลือกตั้ง จนไม่กล้าจัดการเลือกตั้ง นั่นแหละ เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เขาประเมินมวลชนต่ำไป คิดว่ามีทุกอย่างในมือ จะบิดผลการเลือกตั้งได้ แต่ก็ทำไม่สำำเร็จ คราวนี้รับรองว่า เขาไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง จนกว่าจะทำลายทักษิณได้สำเร็จ......

เกมยาวก็ต้องลากยาว พร้อมสนุกกับการดูเผด็จการศักดินาดิ้น เพื่อรักษาอำนาจ

จงจำไว้... มวลชนต้องรักษา พัฒนา ให้เติบโตอย่างช้า ๆ แต่ต่อเนื่อง ใครใจร้อน ไปหวังอะไรที่ลม ๆ แล้ง ๆ โปรดเข้าใจคนอายุต่ำกว่า 50 มักจะใจเย็น แต่คนอายุมากกว่ามักจะใจร้อน เพราะกลัวตัวเองตาย ก่อนจะได้เห็นสิ่งที่อยากเห็น ปกติใคร ๆ ก็บอกว่าคนหนุ่มสาวจะใจร้อน แต่เรื่องการเมืองตอนนี้ กลับไม่ใช่แฮะ

ขอให้เสื้อแดงจงโชคดี ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ คืบ รอโอกาส สิงโตหิวหมอบรอเหยื่อทั้งวันยังรอได้ คนเสื้อแดงจงอดทนอย่างสิงโต

คนเสื้อแดงจงหาความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ใส่ตัว ด้วยการทำงานมวลชนไปอย่างที่ถนัด เปลี่ยนคนเสื้อสีอื่นมาเป็นแดงให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ไปร่วมกิจกรรมแสดงพลังทุกครั้งที่มีโอกาส เพื่อสร้างแนวร่วมกันไว้ อย่าติกันเองเพื่อทำลาย อย่าชิงดีชิงเด่นในการนำ จงฟังเสียงติเพื่อก่อ จงติติงกันอย่างสุภาพ อย่าใช้คำด่าทอเช่น "โง่" "ไร้สมอง" "มัวเมา" ฯลฯ คำเหล่านี้สงวนให้อำมาตย์ใช้ก็พอ มันสร้างความเกลียดชังได้ดีนักแล

สนับสนุนทักษิณ ตราบใดที่ทักษิณยังไม่ทรยศมวลชน อย่าไปกังขา คิดมากกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ คนเราไม่มีใครสมบูรณ์แบบ... ที่สำคัญที่สุด จงสร้างตนเองและครอบครัวให้แข็งแรง พร้อมรับแรงกระแทกในอนาคต เมื่อสงครามใหญ่มาถึง ไม่เป็นสงครามทางกายภาพ ก็ต้องเจอสงครามทางเศรษฐกิจแบบต่อสู้กันเอง อย่าอินกับการเมือง จนทำให้ตัวเองและครอบครัวอ่อนแอ วันแห่งชัยชนะยังอยู่อีกไกล ถ้าตายไป ติดคุก หมดไฟ หมดตัวยากจน แล้วจะเหลืออะไรให้ยินดี ?

ความเครียดเรื้อรัง นำไปสู่โรคความดันโลหิตสูง นำไปสู่โรคหัวใจ โรคอัมพาต อัมพฤกษ์ แถมยังทำให้ผมหงอก แก่กว่าวัย บางคนอาจนำไปสู่โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน เป็นหวัด หรือติดเชื้ออื่น ๆ ได้บ่อย มีอีกหลายโรคที่มากับความเครียด ดูแลสุขภาพกาย สุขภาพจิตของตนให้ดีนะครับ ทำตนให้เป็นมนุษย์ทุกวัน วันข้างหน้าจะได้สุขเหมือนขึ้นสวรรค์ เมื่อวันนั้นมาถึง ผมจะใส่แดงให้บาดตาึคนทั้งกรุงเทพเลย คอยดูสิ

ในยุคนี้ ผมไม่อยากให้เสื้อแดงเป็นรัฐบาล คิดถึงคุณสมัครสิ เป็นรัฐบาลแล้วทำแข็งได้กี่วัน สุดท้ายต้องไปโอ๋ใคร โอ๋เท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ โดนเขากระทำย่ำยีอย่างไม่ยุติธรรม ถ้าเสื้อแดงเป็นรัฐบาล ก็จะต้องเจอกับเกมหมอบราบกราบแก้ว (เขียนมันมั่ว ๆ แบบนี้แหละ) แล้วมันจะเหลืออะไร

ขอให้แมลงสาบอยู่ถึงสิ้นปีเป็นอย่างน้อย แล้วมาคอยดูกันว่า เกมจะรุนแรงเข้มข้นขึ้นอย่างไร โดยเสื้อแดงไม่ต้องลงทุนลงแรง กลับมีมวลชนที่เติบโต และมีคุณภาพมากกว่าตอนนี้อีก ถึงเวลาพักฟื้นก็ต้องพัก ปีหน้าก็ได้รบอีกครั้งแล้ว อย่าเพิ่งรีบรบในปีนี้ ชนะเร็วในปีนี้ ก็ได้แต่ทรากปรักหักพัง และความขัดแย้งที่จะนำไปสู่การแพ้อีก

ตัวอย่างคนเสื้อแดงแท้ที่ใจร้อน ก็คือคุณจักรภพ คุณดา คุณสุชาิติ ทำให้โดนตัดออกจากเกมที่ยังเข้มข้นนี้อย่างน่าเสียดาย แต่เชื่อว่าจะกลับมาใหม่ เพราะคนหัวใจแกร่ง ย่อมไม่หมดไฟง่าย ๆ ยังรวมไปถึงคนอย่างลุงนวมทอง คุณณรงค์ศักดิ์ หมดโอกาสถาวร เพราะความไม่รู้เกม เล่นตามความรู้สึก แต่ไม่เห็นภาพรวม เรื่องใจร้อน ไม่เข้าใครออกใคร

ดูตัวอย่างคนใจเย็น คือท่านทักษิณ ซึ่งแต่ก่อนใจร้อน แต่ปรับตัวได้เป็นอย่างดี ทุกวันนี้ ตั้งหลักได้และเติบโตอีกครั้งหนึ่ง..... วันสงกรานต์เลือดก็ได้บทเรียนเรื่องใจร้อนใจเย็นกันไปพอสมควร ขอให้ทบทวนกันด้วย

สำหรับผมแล้ว แอบปลื้มณัฐวุฒิ ไปซื้อหนังสือชกข้ามรุ่นมาแล้ว ก็ยังไม่มีเวลาอ่านเลย ที่ปลื้มเพราะอายุขนาดนี้ ฝีมือขนาดนี้ อนาคตไกลแน่ ขอให้ใจเย็นและรอบคอบก็พอ เชื่อที่เสธแดงเตือนจะดีมาก.....

ตอนนี้ท่านทักษิณ กำลังจะทำทีวี 100 ช่อง ท่านจาตุรนต์กำัลังจะตั้ง working group เรื่องอินเตอร์เน็ต นั่นคือการรุกคืบ ที่ศักดินาอำมาตย์กลัวหนักหนา และจะนำไปสู่เกมรุนแรงเข้มข้นได้อีกในอนาคต .....

ขอยกตัวอย่างของคนที่อ่อนแอ ขลาดเขลา ก็เช่นคนที่ร้องไห้ ขอไม่ให้โดนยุบพรรค แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จต้องไปมอบราบคาบแก้วอีกคน คือห้อย ที่ย้ายข้าง เพราะไม่กล้าสู้กับอำนาจ และอยากได้ผลประโยชน์ที่เขามาล่อ ตอนนี้ก็เลยเป็นอะไรที่หัวเน่า รอวันโดนชำระ ช่วงนี้เลยดิ้นหนัก ด้วยการเลือกข้างให้มันสุดลิ่มทิ่มประตู เดินตามรอยสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งสักวัน จะโดนกฐินสามัคคีได้เมื่อหมดประโยชน์ใช้สอยแล้ว อนาคตห้อย ทำนายได้เลยว่า ยิ่งกว่าปีเตอร์ เพ็ตติกรู

คนจนที่เป็นเสื้อแดง ยิ่งลำบากหนัก อันที่จริงคนทุกสีเสื้อ ถ้ายากจนก็ลำบาก บ้านเมืองนี้ ผู้มีอำนาจในเมืองนี้ สนใจคนจนแค่เป็นเครื่องมือทางสังคมและการเมือง เอาไว้สร้างฐานคะแนนนิยมให้ตนเท่านั้น จะมีใครสนใจพัฒนาคนจนเท่าทักษิณและพรรคพวก?

คนจนไม่มีทางเลือก ต้องอดทนกว่าคนรวยหลายเท่า อย่างไรก็ต้องอดทน เพราะคนจนไม่สามารถนำเกมการเมืองได้ ต้องตามผู้นำทักษิณ ทำให้อำนาจรัฐต้องหันมาเอาใจคนจนมากขึ้น แม้จะไม่เต็มใจก็ตาม

ยกตัวอย่าง "รถเมล์ฟรี เพื่อประชาชน" ไม่กล้ายกเลิก แต่ขอเปลี่ยนเป็น "รถเมล์ฟรี จากภาษีประชาชน" เป็นต้น อีกหลายโครงการที่เขาไม่กล้ายกเลิก และหลายโครงการที่เขายกเลิก แต่กลายเป็นบ่วงมาทำร้ายคะแนนนิยมตัวเอง คิดได้เมื่อสาย เช่นหวยบนดิน หวยออนไลน์ โอทอป

รัฐบาลนี้พยายามประชานิยม แต่ไม่ได้ใจประชาชน เพราะรู้ดีว่า ไม่ได้ทำให้ด้วยใจ ทำให้เพราะหวังคะแนนเสียง ชาวบ้านรับประโยชน์ แต่ไม่ให้คะแนนเสียง นี่คือสิ่งที่ทักษิณทำไว้

ความภักดีต่อทักษิณ เกิดจากมองเห็นความจริงใจของทักษิณต่อประชาชน

สรุปแล้ว คนจนก็ต้องทำงานหนักขึ้นหลายเท่าในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ เราต้องการรัฐบาลแบบไทยรักไทย ที่นำโดยทักษิณ ไม่ใช่พลังประชาชนที่นำโดยสมัครและสมชาย

รัฐบาลพลังประชาชน ที่หนุนด้วยคะแนนเสียงคนจน ไม่แกร่งพอจะสู้กับอำนาจมืดได้ คนจนยิ่งแย่ลงกว่าเก่าไปอีก ในตอนนี้เราต้องการรัฐบาลที่เข้มแข็ง และต่อรองได้กับทุกอำนาจนอกระบบ โดยไม่ต้องไปเกรงใจหรือง้อเขา เราต้องการรัฐบาลที่มีอำนาจสูงสุดในการบริหารประเทศ ไม่ต้องไปขออนุญาตคนอื่นก่อนจะทำโครงการอะไรที่สำคัญ ๆ เพื่อประชาชนและเพื่อชาติ

คนจนรอไม่ได้ ก็ต้องช่วยกันสร้างเครือข่ายความรู้ทางการเมือง และเครือข่ายทางเศรษฐกิจ คนจนสมัยนี้ถ้างอมืองอเท้าก็ต้องตาย เพราะถุึงยังชีพก็ไม่ค่อยจะแจกกันแล้วด้วย

กิจกรรมช่วยเหลือคนจนก็น่าจะทำ อย่างท่านทักษิณแจกทุนการศึกษา นั่นก็อย่างหนึ่ง กลุ่มเสื้อแดงกลุ่มย่อยก็ช่วยกันทำ อย่าง FARED ก็ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยคนจนที่มาร่วมชุมนุมทางการเมือง หรือกลุ่มย่อยต่าง ๆ จัดกิจกรรมจากเงินบริจาคในชนบท หรือเอาเงินเหลือจากการทำการเมือง ไปบริจาคให้ชุมชุนหรือมูลนิธิต่าง ๆ เพื่อคนจน

ในระหว่างนี้ ก็อยากให้แกนนำเสื้อแดง คิดเรื่องกิจกรรมช่วยเหลือคนจนเสื้อแดงให้มากขึ้น การสร้างมวลชนก็ต้องสร้างความผูกพันระหว่างกัน การช่วยเหลือกันเองในยามเดือดร้อน จะเป็นความผูกพันทางใจที่ยากจะลืม Give help and hope to those most in need

วันนี้ก็มีเรื่องประหลาด ๆ ในวงการตำรวจอีกแล้ว กกต.ก็แสดงผลงานพลังอุ้ม เกมนี้ยืดเยื้อครับ เห็นได้ชัดว่าเครือข่ายอำมาตย์ ยังแน่วแน่ที่การทำลายทักษิณ และความนิยมของประชาชนต่อเขา

ความรุนแรงรออยู่ข้างหน้าแน่นอน ดูแล้ว หัวใจทั้งสองฝ่ายไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมถอย และมีแต่ต้องฟาดฟันกันเท่านั้น

สิ่งที่เสื้อแดงร้องขอ ไม่ใช่ไปโค่นล้มใคร แค่ขอความเท่าเทียมในการใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เขาให้ไม่ได้ครับ เพราะเขาไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่ เนื่องจากตัวแทนเสียงส่วนใหญ่ ไปแก่งแย่งผลประโยชน์ของเขา

เขาไม่สนใจว่า ภาพรวมใครทำดีกับประชาชนมากกว่ากัน เขาสนใจแต่ความมั่นคงของลูกหลานของเขาเท่านั้น เห็นแบบนี้แล้ว ความรุนแรงเกิดแน่ ๆ ในประเทศนี้

เสื้อแดงทุกท่านพร้อมสู้หรือยัง กำลังกาย กำัลังใจ กำลังสติปัญญา กำลังทรัพย์ เวลา ต้องพร้อมสำหรับเวลานั้น จงเตรียมตัวให้ดี และถนอมน้ำใจกันมาก ๆ ช่วยเหลือเกื้อกูลสื่อสารกันด้วยภาษาดอกไม้

วันนี้เห็นกระทู้ทะเลาะกันเองอีก ก็เหนื่อยใจ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มแดงอ่อนทะเลาะกับแดงเข้ม และเป็นที่บุคลิกของคนที่ชอบพูดก้าวร้าว ทะเลาะกันก็เครียดกันไป สุดท้ายก็ต้องเดินไปด้วยกันอยู่ดี มันเกิดประโยชน์ตรงไหน สู้พูดสิ่งที่ตัวเองอยากพูดอย่างสุภาพ ไม่ต้องวิวาทะมากความ แล้วให้คนอ่านค่อย ๆ ไปคิดไม่ดีกว่าหรือ?

พวกเขากำลังสร้างกระแสคัดค้าน ด้วยพลังมวลชนเช่นกัน นำโดยภูมิใจไทยผ่านมหาดไทย นี่เป็นการยกระดับการต่อสู้ทางการเืมืองที่อำมาตย์เขาชอบ ที่เขาชอบเพราะการใช้กลุ่มเนรคุณมาชนกับทักษิณ มันเหมือนเอาหอกของศัตรูไปทิ่มแทงศัตรู เขาไม่มีต้นทุนอะไรต้องเสีย แต่ทำให้คนชนบทระส่ำระสายในความคิดได้ระดับหนึ่ง กลุ่มเนรคุณก็คิดสั้น แทนที่จะพยายามเลี้ยงตัวเองไปแอบกินอยู่ข้างหลัง เล่นแต่เกมในสภาก็พอ (ซึ่งเป็นจุดเด่นของกลุ่มตน) กลับมาเล่นนอกสภา ให้เป็นที่จับตาของทุกฝ่าย

หอกข้างแคร่ ถ้าใช้ในสงครามแล้วหักก็ทิ้งไป แต่ถ้าไม่หักก็ต้องโดนหักทิ้งอยู่ดีเมื่อสงครามจบ อนาคตกลุ่มเนรคุณ ไม่มีอะไรดีเลย มองเห็นความพินาศชัดเจน

ภูมิใจไทย? มันน่าภูมิใจตรงไหนที่ทำตัวแบบนี้? ทุกวันนี้ ยังภูมิใจในตัวเองกันอยู่หรือเปล่า?

วัน ๆ มีแต่โดนเขาบีบใช้งานที่ตนไม่อยากทำ และต้องทำให้เขา มันเหมือนตัวอะไรก็ไม่รู้ที่น่าสมเพช เหมือนแกนนำกลุ่มพันธมิตรมาก ๆ เลย ทำงานที่สร้างแต่ศัตรู แล้วสุดท้าย ก็ต้องตายตอนจบ เหมือนเบี้ยบนกระดาน ทหารเลวในสงคราม มันน่าภูมิใจไทยตรงไหน?

การทรยศหักหลังพรรคพวก แล้วไปสมประโยชน์กับศัตรู พอได้ประโยชน์แล้ว ยังไม่ทันได้กิน ศัตรูก็ชักออกจากปาก วิ่งกลับมาหาพรรคพวกเก่า ก็โกรธกัน ไม่ยอมอภัยให้ ก็เลยต้องตัดสินใจยอมสยบต่อศัตรู และบังอาจคิดมาสู้กับพรรคพวกเก่า ซึ่งถ้าคิดดี ๆ แล้วไม่มีทางชนะเลย กำลังมันต่างกัน สติปัญญาก็ต่างกัน บารมีมวลชนก็ต่างกันอย่างกับฟ้าและเหว

แต่คงเป็นทางเลือกสุดท้ายจริง ๆ ของภูมิใจไทย? น่าสมเพชนะที่จบเร็วแบบนี้ แทนที่จะเลี้ยงตัวดี ๆ รู้จักพอเพียง ดันทำให้ตัวเองต้องกลายเป็นอาวุธชั้นเลวไปเสียนี่ อาวุธชั้นเลวจะถูกใช้ก่อนในสงครามย่อย และจะพังไป หรือโดนทิ้งไปก่อน น่าภูมิใจตรงไหน?

( หมายเหตุ : บทความนี้ รวบรวมจากที่ คุณขุนอิน โพสต์ไว้ที่เวบบอร์ดประชาไท ระหว่าง 5-8 สิงหาคม 52 )

นิรโทษกรรมที่ถูกเมิน

ที่มา ไทยรัฐ

บทบรรณาธิการ

การเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ประชาชนผู้กระทำผิด ในการชุมนุมทางการเมือง อันได้แก่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) หรือกลุ่มคนเสื้อเหลือง และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยให้เป็นเรื่องด่วนที่สุดแบบสายฟ้าแลบ ของพรรคภูมิใจไทย กลายเป็นข่าวการเมืองที่ฮือฮา และมีเสียงวิจารณ์หลากหลาย

แกนนำพรรคภูมิใจไทยชี้แจงว่า เป็นการเสนอร่างกฎหมาย โดยไม่ได้หารือพรรครวมรัฐบาลอื่นๆ โดยมีเหตุผลสำคัญเพราะว่าประเทศไทยเกิดความไม่สงบทางการ เมือง แตกแยกกันทางความคิด มีการชุมนุมประท้วง มีการกระทำความผิดทางอาญา และขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการแสดงออกทางการเมืองโดยสุจริต จึงสมควรได้รับนิรโทษกรรม ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา

แต่น่าแปลกใจ ที่คนสองกลุ่มที่จะได้ประโยชน์โดยตรงจากกฎหมายนิรโทษกรรม คือกลุ่มคนเสื้อเหลืองและกลุ่มคนเสื้อแดง กลับไม่ปลื้มหรือเห็นดีเห็นงามไปด้วย ทั้งยังตั้งข้อสงสัยว่าพรรคภูมิใจไทยมีวาระซ้อนเร้นอะไร ต้องการช่วยเหลือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้พ้นจากความผิดทั้งทางอาญาและวินัยหรือไม่? มุ่งหวังประโยชน์ทางการเมืองอะไร?

พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสำคัญ ถ้าต้องการผลักดันให้ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ยังไม่ได้แสดงท่าทีที่ชัดเจน ประธานวิปรัฐบาลบอกว่าจะต้องรอฟังเสียงสังคมก่อน ขณะที่นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงว่าการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ชุมนุมที่ทำผิดกฎหมาย อาจทำให้มีการทำผิดพร่ำเพรื่อ เพราะทำผิดแล้วไม่ต้องรับโทษทัณฑ์ใดๆ

ในทางการเมือง อาจกล่าวได้ว่า การเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของพรรคภูมิใจไทย เป็นการชิงตัดหน้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเป็นการชิงรุกทางการเมือง เพราะ นายกรัฐมนตรีเคยประกาศนโยบายสร้างความสมานฉันท์ในชาติ มอบให้รัฐสภาตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความสมานฉันท์ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่รัฐบาลก็ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ

แต่ร่าง พ.ร.บ.ของพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เป็นที่ประทับใจของนักการเมืองมากนัก เพราะไม่ได้เสนอให้นิรโทษกรรมที่ครอบคลุมถึงนักการเมือง โดยเฉพาะบรรดาอดีตกรรมการบริหารพรรค กว่า 200 คน ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี เมื่อพรรคถูกยุบ ซึ่งเป็นความผิดทางการเมือง และอาจจะมีนักการเมืองหลายคน ที่ไม่มีส่วนรู้เห็นในการซื้อเสียง อันเป็นเหตุให้พรรคโดนยุบ

ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ร่างกฎหมายนี้ จะเป็นชนวนใหม่ ที่นำไปสู่ความขัดแย้งอีกรอบหนึ่งหรือไม่? และกลุ่มคนเสื้อสีต่างๆ จะยุติการก่อเหตุรุนแรง หรือยุติการทำผิดกฎหมาย ในระหว่างชุมนุมหรือไม่? หรือว่าจะยิ่งได้ใจ เพราะมีคนคอยออกกฎหมายยกโทษให้ กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศชัดว่าจะเดินหน้าล้มรัฐบาลต่อไป และคงจะไม่หยุด จนกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะได้กลับเมืองไทยอย่างผู้ชนะ.

แก้ปัญหาแบบประชาธิปัตย์

ที่มา ไทยรัฐ

คดีคาร์บอมบ์ที่เคยฮือฮาเมื่อครั้งรัฐบาลทักษิณ ในขณะที่การเมืองกำลังแรง ข้อมูลในเบื้องต้น ดูเหมือนว่าจะมีขบวนการลอบสังหารอดีตนายกฯจริงๆ มีการวางแผนลงมือหลายครั้ง ทำนองว่าโยงไปถึงคนใน กอ.รมน.และเหนือกว่านั้นด้วยซ้ำ

ในที่สุดศาลทหารสูงสุดอ่านคำพิพากษาให้ผู้ต้องหาทั้ง 3 นาย มีความผิดฐานร่วมกันมีวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต ความผิดฐานเคลื่อนย้ายวัตถุระเบิด ส่วนข้อหาร่วมพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้ยกฟ้อง เนื่องจากหลักฐาน ไม่เพียงพอ

ปิดคดีไปเรียบร้อย

กับดักทางการเมืองยังมีอีกหลายขั้นตอน หลายกระทง เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า กลับตกหลุมวิกฤติการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การเมืองลับ ลวง พราง ทำลายระบบการเมืองไทย ระบอบประชาธิปไตย และมาตรฐานความยุติธรรม ความเสมอภาคอย่างสิ้นเชิง

วันนี้ถ้ายังมีโรคแทรกแซงฉกฉวยหาผลประโยชน์จาก วิกฤติการเมือง โดยไม่มีการเยียวยาแก้ไขปรับสภาพบ้านเมืองให้เข้าที่เข้าทาง ประเทศก็ยิ่งใกล้หนทางหายนะล่มจมเข้าไปทุกที

วิธีการแก้ไขปัญหาความไม่ชอบมาพากลของ โครงการชุมชนพอเพียง ที่เห็นแล้วต้องบอกตรงๆว่า ว้าเหว่ คุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯในฐานะประธานบริหารโครงการชุมชนพอเพียงได้ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง

หลังเดินทางเข้าพบ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน นึกถึงภาพเมื่อครั้งที่ คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีต ผู้ว่าฯ กทม. เข้าพบคุณหญิงจารุวรรณ เพื่อให้เข้าไปสอบโครงการฉาวรถและเรือดับเพลิงของ กทม. วันนี้กรณีคุณอภิรักษ์ ก็ยังคาราคาซังหนีไม่ออก เครื่องฟอกไม่ทำงาน

นึกไปถึง ปลากระป๋องเน่า ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯที่ คุณวิฑูรย์ นามบุตร รีบลาออก และตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนเช่นกัน จบลงด้วยคำว่า ไม่มีอะไรในกอไผ่ อีกเช่นเคย

กรณีโครงการชุมชนพอเพียง พรรคประชาธิปัตย์และรัฐบาลชุดนี้ ใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบฟอร์มเดียวกัน จนแทบจะเรียกได้ว่า เป็นการแก้ไขปัญหาแบบประชาธิปัตย์ รักษาภาพพจน์ ความเป็นพระเอกเอาไว้ตลอดกาล

นำไปสู่ข้อวิจารณ์ที่ว่าประชาธิปัตย์ทำอะไรก็ไม่ผิด

นี่คือช่องว่างของมาตรฐานและความยุติธรรมของประเทศไทย คนจนกับคนรวย มีช่องว่างที่แตกต่างกันเพราะโอกาสและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน แต่ช่องว่างของความยุติธรรมที่ปรากฏ

เป็นช่องว่างในสมองของผู้ปกครอง.

หมัดเหล็ก

ต้องยุบสภาเลยหรือ

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_27920

5 ต่อ 4 คำตอบที่เฉลยได้หมดเลย

โดยตัวเลขที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดนหักหน้าจังๆกลางที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เลือก ผบ.ตร.คนใหม่

"เด็ก" โดนให้บทเรียนราคาแพง

เบื้องต้น นี่คือบทพิสูจน์ชัดๆ ลำพัง "อภิสิทธิ์" ต่อให้หล่อแค่ไหน ถ้าไม่มียี่ห้อ "เทพเทือก" กับมือประสานสถานะพิเศษอย่าง "นิพนธ์ พร้อมพันธุ์" คอยเดินเกมประคับประคอง

มันก็ไร้น้ำยา

ไม่ได้ทรงพลัง เสียงไม่ได้ดังอย่างที่คิด


ที่แน่ๆโดยปรากฏการณ์มันสะท้อนรอย "ปริแยก" ชัดเจนซะยิ่งกว่าชัด

ในพรรคประชาธิปัตย์เองก็แบ่งข้างกันเชียร์ "อภิสิทธิ์" ถือหาง "วอลเปเปอร์" ชงชื่อ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจ ตามเสียงเรียกร้องของขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯที่กำลังคาราคาซังกับคดีก่อการร้ายยึดสนามบิน

"เทพเทือก" กับ "นิพนธ์" หนุน พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. ตามเสียงหนุนส่วนใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสปอนเซอร์ที่สนับสนุนรัฐบาล

เมื่อตกลงกันไม่ได้ เลยปล่อย "อภิสิทธิ์" มาโดนสั่งสอนในที่ประชุม ก.ต.ช.

และก็ไม่ต้องพูดถึงอาการขบกันอย่างแรงในหมู่พรรคร่วมรัฐบาล คิวนี้ "ปู่จิ้น" นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็อยู่ฝ่ายเสียงข้างมากที่เบรกเกมตีกินของ "อภิสิทธิ์"

ยกมือโหวตสวน แบบเปิดเผยกันจะจะตรงหน้า

เหมือนอยู่กันคนละทีมเลย

รัฐบาลนับถอยหลัง รอวันเรือแตก


โดยสัญญาณมันก็เป็นไปตามที่ผู้อาวุโสอย่าง "บิ๊กเติ้ง" นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ออกมาสะกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายรอบ

ทั้งต่อหน้า และที่เป็นข่าวเอกซ์คลูซีฟ

ตั้งแต่คิวที่บอกให้นายกฯอภิสิทธิ์ถอยจากคดีลอบสังหาร "เดอะลิ้ม" นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำม็อบพันธมิตรฯ

ปล่อยให้ "เทพเทือก" ออกหน้าชนแทน


และก็มาย้ำกันอีกครั้งในวันเกิดครบรอบปีที่ 77 พูดกันเป็นนัย "เทพเทือก" คือนั่งร้านคนสำคัญที่มีส่วนทำให้ "อภิสิทธิ์" ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

รัฐบาลต้องช่วยกันรักษาไว้

มังกรอย่าง "บรรหาร" อ่านเกมขาด มวยหนุ่มย่ามใจ ไม่สนพี่เลี้ยง โดนน็อกทุกราย

เอาเป็นว่า โดยปรากฏการณ์หักเหลี่ยมที่สะท้อนออกมาจากที่ประชุมก.ต.ช.รับมุกกับกระแสข่าวการขบเกลียว ในการเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ โยงไปถึงรายการ "ปลดเงียบ" พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ล็อกโปรแกรมให้ลาราชการแบบพิลึกพิลั่น

มันคือหลักฐาน พยานแวดล้อม

เข้าทางกลุ่มคนเสื้อแดง และฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทย ที่ขยับล่าชื่อถอดถอนนายกฯอภิสิทธิ์ กรณีแทรกแซงข้าราชการตำรวจ

ชาวบ้านเคลิ้มตามก็แล้วกัน

แต่โดยมุกที่เล่นกันจนเฝือแล้ว เอะอะก็ขู่ยุบสภา


คนประชาธิปัตย์สาย "วอลเปเปอร์" ออกมาจุดพลุเรียกพล ให้กำลังใจนายกฯอภิสิทธิ์ ให้ชนแหลกไปเลย นัยว่า เป็นไงเป็นกัน

พร้อมล้มกระดาน

ทั้งๆที่คิวฉาว ว่าด้วยปมทุจริตโครงการชุมชนพอเพียงยังเปรอะเปื้อน คราบฝังลึก แม้ประชาธิปัตย์จะเปิดเกมเบี่ยงกระแสด้วยการเคลียร์คิวให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ ลาออกจากประธานโครงการ หลบให้นายมีชัย วีระไวทยะ มารับหน้าเสื่อแทน

ฟอกกันทื่อๆ


และก็ตามสูตร นายเจริญ คันธวงศ์ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ในฐานะประธาน คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โครงการชุมชนพอเพียงที่นายกฯอภิสิทธิ์ ตั้งขึ้นมาสอบกันเองภายใน เปิดโพยผลสรุปเบื้องต้น ยังไม่พบว่ามีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์คนใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างแน่ชัด

ถ้าประชาธิปัตย์มั่นใจในมาตรฐาน "เครื่องฟอก" ของตัวเอง

ลองยุบสภาวัดดวงไปเลย.



ทีมข่าวการเมือง รายงาน

แม่นไหมไม่ทราบ ประจำวันที่ 22-28 สิงหาคม 2552

ที่มา ประชาไท

โดย การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์


บ่ายๆ อากาศร้อนจริง



พี่โด้ก็หลับอีกละ


เบื่อหน่อยๆ นะเนี่ย


ทำอะไรดีๆ


(ภาพในจินตนาการของลีออง)


คิด


ฝัน


พี่โด้ไม่เซนซิทีฟ


พี่โด้ไม่เข้าใจน้องออง


บ้านเป็นของเราแล้วแท้ๆ !

ราศีเมษ Aries (13 เมย.-13 พค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Fool การเปลี่ยนผ่านสู่โลกใหม่ บรรยากาศใหม่ มีเรื่องน่าตื่นเต้นหวือหวา หรือสัมพันธ์กับบุคคลที่สนุกสนาน ร่าเริงเหมือนเด็กๆ
ความรัก ความสัมพันธ์ Two of Pentacles ในคู่รักมักมีปัญหาเรื่องการจัดสรรเวลา การปรับตัวเข้าหากัน ต่างฝ่ายพยายามใช้วิธีหลากหลาย มั่วหน่อยๆ เป็นคู่รักทุลักทุเล :-)
สถานการณ์การเงิน Queen of Cups หากมีปัญหาใดๆ จะได้รับความช่วยเหลือจากคนรัก คู่ครอง หรือบุคคลที่มีความมั่นคงมั่งคั่ง มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยตัวคุณเองก็ถือว่ามีพื้นฐานการเงินที่ดี
ธุรกิจ การงาน Ten of Cups บรรยากาศแวดล้อมอบอุ่นเหมือนทำงานกับครอบครัว หรือคุณอาจกำลังร่วมงานกับคนในครอบครัวจริงๆ มีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Four of Cups ข้อเสนอที่ไม่พึงพอใจ

คำแนะนำพิเศษ
Ace of Cups มองหาการเริ่มต้นใหม่ๆ การเติมเต็มถ้วยที่เคยว่างเปล่า และการเริ่มต้นที่ว่านี้อาจเป็นความรักที่มอบให้แก่ตัวเอง


ราศีพฤษภ Taurus (14 พค.-13 มิย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Page of Wands การเริ่มงานใหม่อีกครั้ง การฝึกประสบการณ์ ร่วมงานกับคนอายุน้อยกว่า คนที่กระฉับกระเฉง เวลาดีๆ สำหรับการเรียนรู้
ความรัก ความสัมพันธ์ The Moon มีความหวาดระแวงอยู่ลึกๆ ในใจหรือเปล่าคะ ความสับสน การมองความสัมพันธ์ไม่ออก จิตใจกังวลกับความคลุมเครือ
สถานการณ์การเงิน Death อาจมีรายได้บางอย่างสิ้นสุดลง หรือการเงินมีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มีค่าใช้จ่ายที่หนักหน่วง หรือเกี่ยวข้องกับปัญหาทางสุขภาพ
ธุรกิจ การงาน Two of Cups ได้เพื่อนร่วมงานหรือหุ้นส่วนที่สอดคล้องกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัย แก้ปัญหาต่างๆ ร่วมกันด้วยความนุ่มนวล
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Emperor บุคคลที่มีอำนาจ เกมการเมืองในการทำงาน

คำแนะนำพิเศษ Justice หากต้องลงนามในเอกสารสำคัญต่างๆ รอบคอบให้มาก มองหาผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริงเป็นตัวช่วยพิเศษของคุณด้วยค่ะ


ราศีเมถุน
Gemini (14 มิย.-14 กค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Eight of Pentacles การพัฒนาตนเอง การเพิ่มพูนความรู้ความสามารถและช่องทางรายได้ที่จะเพิ่มมากกว่าเดิม
ความรัก ความสัมพันธ์ Eight of Swords อาจมีบางเรื่องที่เป็นปัญหาโลกแตก การถูกกดดัน ถูกกีดกัน หรือไปสุดทางที่ไร้ทางออก จำใจยอมรับสภาพอึดอัด จำทนกับชีวิตรักที่เป็นพันธนาการ
สถานการณ์การเงิน Knight of Cups มีความสุขค่ะ ได้รับสิ่งที่หวังไว้ หรือมีโชคลาภก้อนใหญ่เข้ามา ได้จับจ่ายใช้สอยในสิ่งที่ประสงค์อย่างรื่นรมย์
ธุรกิจ การงาน Nine of Swords มีเรื่องให้คุณอดกังวลไม่ได้ และมีแนวโน้มจะย้ำคิดย้ำทำอีกต่างหาก สถานการณ์จริงอาจไม่ได้เลวร้ายมากแต่จิตใจคุณตัดความคิดด้านลบไม่ได้จริงๆ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Two of Swords ปัญหาจากการสื่อสาร ความพยายามปกป้องตัวเอง พยายามแก้ไขความเข้าใจผิด แต่ไร้ผล

คำแนะนำพิเศษ Queen of Swords ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน คุณอาจกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ยากลำบาก หรือคนที่ยากจะต่อกรด้วย แต่ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเข้มแข็ง ยืนหยัดเข้าไว้


ราศีกรกฎ
Cancer (15 กค.-16 สค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Ace of Wands งานใหม่ โครงการใหม่ ความคิดที่ต่อยอดจากเดิม ได้รับความชื่นชม มีผู้สนับสนุนคุณด้านการงาน มีอนาคตทางการงานที่สดใส
ความรัก ความสัมพันธ์ Five of Pentacles อาจมีสิ่งที่คุณไม่อาจแก้ไขได้ ซุกซ่อนอยู่ภายในใจ ยากที่ใครจะค้นหาเจอ แม้แต่ตัวคุณเอง อาจเป็นความพร่องภายในที่ไม่อาจเติมเต็ม ใครๆ จึงไม่สมบูรณ์แบบ ไม่สอดคล้องกับคุณ
สถานการณ์การเงิน Seven of Cups คุณอาจมองเห็นช่องทางต่างๆ มากมาย เห็นโอกาส เห็นเงิน เห็นศักยภาพตัวเองที่จะได้ จะไขว่คว้า แต่ระวังการหลงไปในภาพลวงตา การใช้เงินหนักมือแล้วมาเสียใจภายหลัง
ธุรกิจ การงาน Ten of Swords แม้จะมีสถานการณ์ที่ดีด้านการงาน แต่ขอให้คุณระวังเรื่องกลุ่มคน ทีมงาน หรือผู้ที่กำลังเกี่ยวข้องกันอยู่ มีปัญหาเกิดขึ้นได้ง่ายมาก
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Seven of Pentacles คุณอยู่ในจุดที่ลืมความเป็นมาหรืออดีตของตัวเอง

คำแนะนำพิเศษ Page of Cups ความอ่อนไหวเป็นเรื่องปกติของชีวิต แต่อย่าให้ถึงกับจูงคุณไปในทางที่แปรปรวนเกินไป

ราศีสิงห์ Leo (17 สค.-16 กย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The High Priestess การใช้สติปัญญาควบคู่กับสัญชาตญาณในการสัมพันธ์กับผู้คน การอยู่ให้สมดุลในโลกที่เปราะบางทางใจ
ความรัก ความสัมพันธ์ Strength โดยทั่วไปหมายถึงไพ่คนโสดนะคะ คนที่มีพลังในตัวเอง แต่หากมีคนรัก มักจะมีลักษณะการเอาชนะคะคานกันอยู่บ่อยๆ หรือต่างมีความเป็นตัวของตัวเองสูง หากจะรักใครสักคนต้องนับถือกันมากๆ ด้วย
สถานการณ์การเงิน Eight of Wands ข้อดีคือ คุณจะมีรายได้จากการทำงานที่มีเข้ามาอยู่เรื่อยๆ แต่ข้อควรระวังคือคุณอาจจะได้รับค่าตอบแทนน้อยกว่าสิ่งที่ทำไป
ธุรกิจ การงาน Seven of Swords คุณอาจจำเป็นต้องพลิกแพลง หากลวิธีต่างๆ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ หรือชิงปิดช่องโหว่ในการทำงาน บางคนได้ทำในสิ่งลับลวงพราง ทำงานที่ไม่อาจบอกใคร
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Six of Cups สิ่งที่คิดว่าเป็นของขวัญของฝาก หรือผู้คนที่เคยคบหากันมาในอดีต

คำแนะนำพิเศษ Ten of Wands ระวังการทำงานหนักเกินกำลัง เป้าหมายปลายทางที่พยายามแค่ไหนก็ยากจะไปให้ถึง ดูแลสุขภาพตัวเองให้มากด้วยค่ะ


ราศีกันย์
Virgo (17 กย.-16 ตค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
King of Wands ความสำเร็จในการงาน ได้รับมอบหมายงานสำคัญ หรือมีผลงานเป็นที่ชื่นชมของใครต่อใคร ได้ร่วมงานกับคนเก่งและน่านับถือ
ความรัก ความสัมพันธ์ The Hierophant มักแสดงถึงคนรักที่มีวุฒิภาวะ มีประสบการณ์ชีวิตมามากพอ รักต่างวัย รักคนแก่ หรือการประคับประคองกันไปอย่างรู้เท่าทันเรื่องทางอารมณ์ต่างๆ
สถานการณ์การเงิน Ace of Pentacles มีโอกาสดีๆ ด้านการเงินค่ะ อาจมีการลงทุน การเริ่มต้นทางการเงิน การจัดการ ที่จะนำคุณไปสู่อนาคตสดใส
ธุรกิจ การงาน Temperance การพยายามปรับตัวให้อยู่ได้ในสถานการณ์ที่แปรปรวน ปรับตัวเข้าหาคนที่ทัศนคติไม่ตรงกันอย่างมาก มีเป้าหมายที่การประนีประนอม ประคองตัวไปก่อนจนกว่าจะเจอทางออกที่ดีกว่านี้
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Five of Swords ความจำใจยอมรับสถานการณ์ที่คุณเป็นฝ่ายแพ้

คำแนะนำพิเศษ The Devil ดูแลจิตใจตัวเองอย่าให้เป็นทาสกิเลสตัณหา หรือสิ่งยั่วใจในด้านลบต่างๆ อีกระวังเรื่องซึ่งจะมาเป็นพันธนาการระยะยาว


ราศีตุลย์
Libra (17 ตค.-15 พย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Three of Swords การใช้อารมณ์ในการทำงาน การสัมพันธ์กับผู้คน ปัญหาจากความใจร้อน ใจเร็ว แม้แต่ฟืนไฟต่างๆ ระวังให้ดีค่ะ อุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้นง่ายด้วยนะ
ความรัก ความสัมพันธ์ Knight of Pentacles หากทำงานร่วมกับคนรัก คู่ครอง จะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านเศรษฐกิจฐานะ จะช่วยเหลือกันอย่างดี เป็นคู่เสริมส่งรุ่งเรือง
สถานการณ์การเงิน King of Swords ยังมีปัญหาใหญ่ๆ รอคุณอยู่ มีเรื่องต้องตัดสินใจขั้นเด็ดขาด หรือยอมรับค่าใช้จ่ายที่เลี่ยงไม่ได้ สำคัญที่การยืนหยัดให้ครบยก
ธุรกิจ การงาน The Star จะมีข่าวดีที่คุณรอคอย สิ่งที่คาดหวัง หากเคยประสบปัญหาใดๆ มาก่อนหน้านี้จะได้รับการเยียวยาแก้ไข เพื่อนฝูง มิตรภาพจะนำโชคลาภและความหวังมาให้
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Judgement คำวิจารณ์หรือคำตัดสินที่คุณรับไม่ไหว หรือเป็นเรื่องสำคัญมาก ส่งผลต่อการแก้ไขความผิดพลาด แต่คุณไม่ทันฟัง

คำแนะนำพิเศษ The Magician ในที่สุด ความขลุกขลักหรืออุปสรรคทั้งหลายจะผ่านพ้น คุณจะไปสู่ความสำเร็จตามที่ต้องการ สิ่งสำคัญคือความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ

ราศีพิจิก Scorpio (16 พย.-15 ธค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The World บรรยากาศที่ผาสุกในครอบครัว การยกระดับคุณภาพชีวิตดังที่ปรารถนา มีความสุขกับกัลยาณมิตร กับคนรักที่เข้าถึงกันระดับจิตวิญญาณ
ความรัก ความสัมพันธ์ Three of Pentacles อาจแสดงถึงความสัมพันธ์พิเศษแต่ก็สวยงาม หรือสิ่งที่คนสองคนนำมาแลกเปลี่ยนกัน สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่มีค่าต่อจิตใจ
สถานการณ์การเงิน Eight of Cups อาจมีเรื่องให้คุณต้องผิดหวังอีก หรือใช้จ่ายเงินกับการเดินทาง การพยายามแก้ไขปัญหาความไม่สะดวกสบายในชีวิตประจำวัน แต่ก็ไร้ผลอยู่ดี
ธุรกิจ การงาน Five of Wands หากต้องร่วมงานกับคนหมู่มาก หรือกำลังหาข้อสรุปบางอย่างร่วมกัน ทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างติดขัด ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Ace of Swords ความอ่อนแอ การตัดสินใจไม่เด็ดขาด ตัดสินใจผิดพลาด

คำแนะนำพิเศษ Six of Wands มีวินัยให้มาก สิ่งที่คุณทำอยู่อาจต้องใช้เวลานาน แต่การคืบหน้าไปทีละนิดก็ยังดีกว่าละเลย ชะล่าใจ

ราศีธนู Sagittarius (16 ธค.-13 มค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Five of Cups ความผิดหวังเสียใจ แม้เป็นสิ่งเก่า เรื่องเดิม หรือรู้ดีว่าเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ แต่คุณก็ยังตัดใจไม่ลง
ความรัก ความสัมพันธ์ Queen of Pentacles การจัดการกับความสัมพันธ์ การรับรู้ว่าต่างฝ่ายต่างมีค่า หรือแม้แต่มูลค่าในตัวเอง แต่ในบางคนอาจกำลังแลกเปลี่ยนความรักกับผลประโยชน์บางอย่าง
สถานการณ์การเงิน The Empress ไม่มีปัญหาน่ากังวลค่ะ แม้คุณไม่มีเงินสดสักบาท แต่ก็มีกิน มีนอน มีครอบครัวเป็นที่พึ่งพาได้อย่างแน่นอน ยิ่งคนรักคู่ครองถือว่าอุปถัมภ์คุณอยู่แล้ว
ธุรกิจ การงาน Four of Swords อาจต้องยกเลิก เลื่อน หรือชะลอบางงานไปก่อน อีกจริงๆ แล้วคุณอาจเหนื่อยล้ามากเกินไป สมองไม่ค่อยแล่นแล้วนะ น่าจะหาเวลาพักบ้าง
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Three of Wands การมองไปข้างหน้าด้วยวิสัยทัศน์ที่ผิดพลาด สายสัมพันธ์ใหม่ๆ ที่สร้างปัญหา

คำแนะนำพิเศษ Wheel of Fortune จังหวะชีวิตของคุณขึ้นเร็วลงเร็วในช่วงที่ผ่านมา ดูเหมือนยากจะวางใจอะไรได้ 100% แต่อย่างน้อยอีกไม่นานนี้ จังหวะดีๆ จะมาถึงคุณอีกครั้ง เตรียมจับกระแสให้ได้จังหวะ และอย่าประมาทกับขาลงในรอบถัดไป



ราศีมังกร
Capricorn (14 มค.-12 กพ.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Two of Wands การร่วมงานกับคนเก่ง คนที่สอดคล้องกัน หรืออยู่ในบรรยากาศที่รู้สึกว่าตัวเองมีเพื่อน ไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป
ความรัก ความสัมพันธ์ Nine of Pentacles มักแสดงถึงความสัมพันธ์ที่ยาวนาน มีความมั่นคง มีสิ่งดีๆ ที่มอบให้กันไม่ขาด แต่ก็น่าแปลกที่ภายในต่างฝ่ายอาจเหงาลึกๆ อย่างอธิบายไม่ได้
สถานการณ์การเงิน Nine of Cups การใช้เงินเพื่อความสุขส่วนตัวไม่ใช่เรื่องผิดอะไร หัวใจคุณอาจกำลังพูดแบบนี้อยู่
ธุรกิจ การงาน Knight of Swords ต้องเร่งมือมากขึ้น ทำงานเชิงรุกกว่าเดิม มีปัญหาที่รอการตัดสินใจขั้นเด็ดขาด แต่ปัญหาคือสิ่งที่คุณพบเจออยู่นี้มันยากจริงๆ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Four of Pentacles ความรู้สึกกังวล ไม่มั่นใจในตัวเอง หรือสิ่งที่ตัวเองมี ทั้งที่คุณ “มี” จนเกินพอก็ได้


คำแนะนำพิเศษ The Lovers ตรวจสอบทางเลือกของตัวเองค่ะ หากต้องยืนอยู่บนทางสองแพร่ง หรือต้องตัดสินใจแล้วในบางประเด็น มองให้ทะลุว่าจะมีผลต่อวิถีชีวิตคุณอย่างไร


ราศีกุมภ์
Aquarius (13 กพ.-13 มีค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Six of Swords ไพ่ใบนี้เป็นทั้งข่าวดีและข่าวร้าย หากก่อนหน้านี้คุณมีปัญหาใดๆ สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายออกไป แต่สิ่งใดที่เพิ่งเริ่มต้นตอนนี้อาจต้องรอและรอ
ความรัก ความสัมพันธ์ Queen of Wands ใกล้เคียงกับ ไพ่ King of Wands ค่ะ หมายถึงการได้คู่ที่ยอมรับนับถือกัน การวางแผนจัดการกับความสัมพันธ์อย่างมืออาชีพ การสนับสนุนกันและกันโดยเฉพาะในเรื่องงาน
สถานการณ์การเงิน Nine of Wands เป็นช่วงงกเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ คิดแล้วคิดอีกเวลาจะใช้จ่ายกับอะไร และยังมองหาช่องทางใหม่ๆ ที่จะทำให้การเงินดีขึ้นกว่าเดิม แต่ดูเหมือนยังไม่ราบรื่นเท่าไหร่
ธุรกิจ การงาน The Hermit อาจเป็นช่วงงานน้อยลง หรือมีสิ่งที่ต้องถามตัวเอง เกี่ยวกับเส้นทางในอนาคต แต่ไพ่ใบนี้ให้ผลดีกับการเรียน การศึกษา งานด้านการวิจัยต่างๆ ค่ะ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Sun สถานการณ์ที่ดูดีมากเกินไป ความเบิกบานที่ผ่านมาแค่ชั่วคราว

คำแนะนำพิเศษ The Chariot อย่าออกนอกลู่นอกทางโดยไม่จำเป็น ยึดมั่นกับเป้าหมายของคุณไว้ บางทีการเดินทางก็อาจดีต่อชีวิตคุณด้วยนะ



ราศีมีน
Pisces (14 มี ค.-12 เมย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Four of Wands การวางรากฐานชีวิต ธุรกิจ การงาน การร่วมมือกับบุคคลที่ไว้วางใจได้ บางคนอยู่ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว
ความรัก ความสัมพันธ์ Six of Pentacles ความรักทำให้เกิดการ “ให้” และสิ่งที่คุณต่างให้กันจะไม่สูญหายไปไหน อีกด้านหนึ่งแสดงถึงคนรักที่มีการพึ่งพิงกันอยู่ในทีค่ะ
สถานการณ์การเงิน King of Cups สบายใจได้ค่ะ คุณจะไม่ลำบาก ไม่อดตาย ฮ่า ก็ราชาถ้วยหมายถึงคนที่มีพร้อม มีความอุดมสมบูรณ์ เว้นเสียแต่ว่าคุณจะใช้เงินกับความสุขส่วนตัว (และเลี้ยงเด็ก) มากไปหน่อย
ธุรกิจ การงาน Page of Swords อาจมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานหรือบริวารที่ยังอายุน้อยๆ หรือมีข่าวลือโน่นนี่เข้ามาบั่นทอนกำลังใจ เป็นช่วงอารมณ์หงุดหงิดง่าย ต้องพยายามมีสติไว้
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Page of Pentacles ปัญหาหรือค่าใช้จ่ายกับบุตรหลานบริวาร คนอายุน้อยกว่าที่ใกล้ชิดกัน

คำแนะนำพิเศษ Ten of Pentacles ความมั่งคั่งแท้จริงของคุณอาจเป็นครอบครัวก็ได้นะคะ

เสวนา : ทางออกประเทศไทยกับข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์

ที่มา ประชาไท

“เนวิน” เสนอชักฟืนออกจากกองไฟ นิรโทษกรรมเจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนเสื้อเหลือง-เสื้อแดงเพราะถูกชักจูงให้ไปละเมิดสิทธิ์คนอื่น ชูอโหสิกรรมระบุเป็นไทยสไตล์ สนับสนุนแก้ปัญหาด้วยการลืม ไม่สนย้อนกลับไปลืมตั้งแต่เรื่องไหน -ไม่มีไทม์แมชชีนของโดเรมอนอยู่ในไทย เผยทำใจได้ยกมือไหว้ พล.อ.สนธิ เพราะคิดเรื่องส่วนรวม ต้องลืมเรื่องส่วนตัว

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 52 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้จัดสัมมนาในหัวข้อ “ทางออกประเทศไทยกับข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์” วิทยากรประกอบด้วย นายดิเรก ถึงฝั่ง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ รองประธานกรรมการฯ นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. สรรหา นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายนิกร จำนง อดีตกรรมการบริหารพรรคชาติไทย และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์
ทั้งนี้ในการเสวนามีผู้ให้ความสนใจเข้ารับฟังจำนวนมากทั้งบุคคลภายนอกและนักศึกษาหลักสูตรสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูงรุ่นที่ 1 โดยมี พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน อดีตประธานคมช.ในฐานะประธานนักศึกษาหลักสูตรสถาบันพัฒนาการเมืองฯ และนางสดศรี สัตยธรรม กกต.เข้าร่วมรับฟังด้วย
นายดิเรก กล่าวว่า การทำงานของกรรมการฯนั้น มีคู่กรณีและคนที่ไม่เห็นด้วยอยู่ในนั้น เพราะหากเอาคนนอกที่ไม่ใช่คู่กรณีมาคิดให้และส่งมาให้ปฏิบัติ ก็คงเป็นไปได้ยาก พร้อมทั้งยืนยันว่าการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ไม่ใช่การซื้อเวลา โดยมีข้อเสนอว่าการจะสมานฉันท์ได้สิ่งหนึ่งที่ต้องทำคือ รัฐธรรมนูญฉบับสมานฉันท์ ที่อาศัยหลักนิติธรรมนิติรัฐ มีกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้องไม่ใช่สองมาตรฐาน
นายดิเรกกล่าวต่อว่า เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกือบทุกคนเห็นตรงกันคือมาตรา 237 เพราะหากเอาหลักความเป็นธรรมเข้าไปจับ จะเห็นว่ามาตรานี้ไม่เป็นธรรม คนไม่ทำความผิดต้องถูกลงโทษไปด้วย และการยุบพรรคก็ไม่ถูกต้อง เพราะ การปกครองระบอบประชาธิปไตย สถาบันการเมืองที่สำคัญคือพรรคการเมือง ต้องส่งเสริมให้เข้มแข็ง และนำมาซึ่งการได้มาซึ่งอำนาจบริหารประเทศ แต่พรรคการเมืองกลับถูกยุบแล้วยุบอีก ถือว่าไม่สร้างความเข้มแข็งให้ประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามในข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ก็ได้ระบุให้ตั้ง สสร. 3 ขึ้นมาด้วย
ด้านนายนิพนธ์ กล่าวว่า วันนี้วิกฤตที่เกิดขึ้น การเมืองเปลี่ยนไปการต่อสู้เข้มข้นขึ้น แม้แต่ในสภาก็ไม่เคยเกิดความรุนแรงเช่นนี้ และนำไปสู่ความแตกแยกในบ้านเมือง เราไม่เคยมีการแบ่งสีแบ่งขั้วมาก่อน ดังนั้นรัฐสภาน่าจะเข้ามามีส่วนแก้ไข หากเราคิดปฏิรูปการเมือง เบื้องต้นต้องปฏิรูปตัวนักการเมือง โดย ส.ส.ต้องรู้หน้าที่ รู้ความรับผิดชอบ รู้สิทธิต่างๆ และเป็นตัวแทนประชาชน มาตรฐานความประพฤติ ต้องเหนือว่าประชาชนทั่วไป
นายนิพนธ์กล่าว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้นบางคนชอบบางคนไม่ แต่หากดูแล้ว ปัญหาการบังคับใช้แทบไม่มี ส่วนที่เป็นปัญหาคือมีผู้ถูกลงโทษ หากเราถ้าเคารพจริง ปัญหาจะไม่เกิด เพราะอย่างกติกาเราก็รู้ล่วงหน้าก่อนที่จะลงเลือกตั้ง มีคนบอกว่าหากยังคงมาตรา 237 ไว้อีกหน่ยก็จะส่ง นอมินีมาแทน คนที่ทำแบบนี้ ส่อเจตนาจะทำผิดแต่เบื้องต้นเลยไม่กล้ามาทำเอง
นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบห้าหกปี ที่ตนขึ้นมาแสดงความเห็นทางการบ้านการเมืองอย่างเป็นทางการ และการนี่เป็นความเห็นส่วนตัวของตนไม่เกี่ยวข้องกับใคร ข้อเสนอของกรรมการสมานฉันท์ โดยเฉพาะเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ใช่ต้นเหตุ ในความเป็นจริงกว่าที่เราจะพูดเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ เราก็เสียหายอย่างหนักมาต่อเนื่องเกือบสามปี นับแต่ได้ประกาศใช้ แต่ก็ยัง ยังเป็นนิมิตหมายที่ดีที่มีคนเริ่มยอมรับว่ามีปัญหาและต้องแก้ ถึงแม้จะช้าแต่ก็ยังดีกว่าไม่ยอมรับ
นายเนวินกล่าวว่า ข้อเสนอกรรมการสมานฉันท์ทั้ง 6 ข้อ โดยการแก้รัฐธรรมนูญทั้ง 6 มาตรา โดยส่วนตัวตนมองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะเป็นการแก้ปัญหาทางเทคนิคการบังคับใช้กฎหมาย เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุจริงๆ ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ซึ่งในความเป็นจริง กว่าที่เราจะมาพูดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี พ.ศ. 2550 ตนคิดว่าประเทศชาติ ก็เสียหายอย่างหนักมาต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบ 3 ปี นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ประกาศใช้ แต่ก็ยังนับเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่วันนี้มีผู้คนส่วนหนึ่งของสังคมยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาและต้องแก้ไข ถึงแม้จะเป็นการยอมรับที่ช้า แต่ก็ดีกว่าไม่ยอมรับ
ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นที่คณะกรรมการสมานฉันท์เสนอ ตนมองว่าเป็นการแก้ไขปัญหาทางการเมืองและเป็นการหาทางออกให้แก่การเมืองที่มีความซับซ้อนอย่างมากมาย จากการที่มีรัฐธรรมนูญเป็นกับดักทางการเมือง ที่ทำให้ระบบการเมืองและนักการเมือง มีปัญหาในการทำงานส่งผลกระทบต่อการบริหารประเทศชาติบ้านเมืองและทำให้ภาคการเมืองอ่อนแอ จากข้อเสนอทั้ง 6 ข้อของคณะกรรมการสมานฉันท์ ในประเด็นที่ 3
"ผมมองว่าทั้ง 6 ข้อยังไม่ใช่ทางออกของประเทศไทย ยังไม่ใช่ทางออกของประชาชนอย่างสำเร็จรูปเพราะทั้ง 6 ข้อที่ถูกนำเสนอ ไม่มีหลักประกันใดเลยที่จะบอกว่า ถ้าแก้ไขทั้ง 6 ประเด็นแล้ว ความสมานฉันท์จะเกิดขึ้นและประเทศไทยจะหลุดพ้นจากวิกฤติได้ แม้ทั้ง 6 ประเด็นนี้จะเป็นเรื่องจำเป็นต้องแก้ไขและต้องแก้ อย่างไรก็ตาม ผมมองว่าหากเรายังไม่สามารถทำให้คนในชาติมีเอกภาพทางความคิดมีความจริงใจต่อกัน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ มากกว่าประโยชน์ส่วนบุคคลของตนเอง ตนคิดว่าการหาทางออกให้กับประเทศไทยเป็นเรื่องลำบาก" นายเนวินกล่าวและว่าในวันนี้ตนอยากนำเสนอความเห็นส่วนตัว ตนมองว่าทางออกของประเทศไทย สิ่งเดียวที่ จะทำให้เกิดความสมานฉันท์ในชาติบ้านเมืองให้ได้คือ ต้องจบเรื่องเก่าที่ผ่านมา จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ให้ได้เสียก่อนแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ ถ้าเราไม่ set zero ตนเห็นว่าไม่มีทางออก
วันนี้ทางออกประเทศไทยยิ่งนานวันจะหาทางออกยากขึ้นทุกวันๆ หาทางออกไม่ได้เพราะโดยส่วนตัวตนเห็นว่าทุกฝ่ายมีพฤติกรรมที่แสดงออกของแต่ละฝ่าย ไม่ต้องการสมานฉันท์ แต่ต้องการเอาชนะ เราเห็นจากหลายอย่าง สิ่งที่จะขออนุญาตนำเสนอและต้องขออภัยหากนำเสนอแล้วไม่ถูกใจ หรืออาจจะไปขัดกับความรู้สึกบางท่านในห้องประชุมนี้
ตนขอยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าในทุกวันนี้มีผู้คนที่ตกเป็นผู้ที่ต้องรับกรรมจากความขัดแย้งของแต่ละฝ่ายในสังคม ในตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมามากมาย ทุกฝ่ายมีข้อเรียกร้องของตนเองและทุกฝ่าย ก็ดำเนินการด้วยความเชื่อบนความบริสุทธิ์ใจของตนเองว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นถูกและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่ว่าฝ่ายไหน เมื่อทุกคนตั้งอยู่บนความเชื่อมั่นและความบริสุทธิ์ใจว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นถูก ปรากฎว่าคนที่มาเคลื่อนไหวโดยบริสุทธิ์ใจเป็นผู้รับกรรม หลายคนตกเป็นผู้ต้องหาคดีมากมาย หลายคนถูกดำเนินคดีทั้งฝ่ายที่เห็นต่างกันและฝ่ายของเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายก็ต้องรับกรรม ประชาชนที่อยู่ตรงกลางคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวไม่ว่าฝ่ายใดก็รับกรรม บ้านเมืองก็ต้องมีปัญหา ตนจึงมองว่าวันนี้เรามีเรื่องที่ต้องทำเพื่อทางออกอยู่เพียง 2 เรื่องเท่านั้นครับ เพื่อยุติเรื่องนี้และปัญหาเหล่านี้ของประเทศไทย คือการกลับไปเริ่มต้นใหม่ แต่การจะเริ่มต้นใหม่ได้ ในความเห็นผมมีอยู่ 2 เรื่อง
เรื่องแรกตนยืนยันว่า การนิรโทษกรรมเป็นหัวใจหลักข้อที่หนึ่งที่จะต้องเริ่มต้นเพราะถ้าเราไม่สามารถจบเรื่องเก่า set zero ทำให้ทุกอย่างมันจบ มันไม่มีทางหรอกครับที่จะนำไปสู่ความสมานฉันท์ ความปรองดอง เพราะในขณะนี้ต้องยอมรับความจริงว่าแต่ละฝ่าย ต่างคนต่างมองในแง่มุมต่างกัน แน่นอนอาจจะมีความเห็นแตกต่างคัดค้าน
"ผมมองว่าการนิรโทษกรรมเป็นการแก้ปัญหาแบบไทยสไตลล์คือการอโหสิแก่กันวันนี้ ผมอยากเรียนให้เห็นว่ามีพี่น้อง ประชาชนคนบริสุทธิ์ที่มาเคลื่อนไหวแล้วต้องตกเป็นผู้ต้องหา มีเจ้าหน้าที่ ที่ต้องทำตามหน้าที่แล้วต้องตกเป็นผู้ต้องหา มีผู้คนมากมายแต่ต่างฝ่ายก็ต่างรู้สึกว่าไม่ลดราวาศอกซึ่งกันและกัน วันนี้ถ้าไม่เอาฟืนออกจากไฟ ไม่แยกประชาชนผู้บริสุทธิ์ออกมาก่อน ผมเชื่อว่าในอนาคตสถานการณ์มันจะลุกลามรุนแรงต่อไปเรื่อยๆ แล้วบ้านเมืองก็จะเสียหาย"
นายเนวินกล่าวด้วยว่า วันนี้ที่ทางออกลำบากมากเพราะพอมีการเสนอแนวความคิดเรื่องการออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ให้กับคนที่มาชุมนุมโดยบริสุทธิ์ ทั้ง 2 ฝ่ายและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ก็มีเสียงคัดค้านเต็มไปหมด
"ผมก็ประหลาดใจกับความคิดทางสังคมว่าในขณะที่มีความพยายามจะนิรโทษกรรมให้กับคนที่บริสุทธิ์และเคลื่อนไหวโดยบริสุทธิ์ทุกฝ่ายกลับมีเสียงคัดค้าน แต่ในขณะเดียวกัน การเรียกร้องให้อภัยโทษกับคนคนเดียวเนี่ย กลับมีคนสนับสนุน ผมว่านี่มันเป็นปัญหาของบ้านเมือง เป็นเรื่องที่เราต้องดูว่ามันจะออกอย่างไร มันจะจบอย่างไร และแน่นอนที่สุด ผมก็ไม่ปฏิเสธอีกอันครับว่ารากเหง้าจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาทั้งหมด นอกจากการ set zero โดยการนิรโทษกรรมแลว ก็ต้องนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยจริงๆ ประชาธิปไตยที่ทำให้ผู้คนที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญยอมรับได้ว่าแม้ตนเองจะเป็นเสียงข้างน้อย ก็ยอมรับในเสียงข้างมากโดยไม่ก่อให้เกิดความรุนแรงหรือการต่อสู้ที่เป็นความขัดแย้งทางสังคมซึ่งนำไปสู่ความเสียหายของบ้านเมือง เพราะฉะนั้น ผมขอสรุปว่าข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ เป็นเรื่องที่ดีครับ ผมยอมรับ แต่ผมมองว่ามันเป็นเรื่องที่ปลายเหตุ ผมมองว่า ถ้าจะกลับไปแก้ปัญหาเรื่องนี้ยังไงต้องกลับไป set zero ไปเริ่มต้นกันใหม่จบเรื่องเก่าให้ได้ แล้วก็ภายใต้การทำ 2 เรื่องคือการนิรโทษกรรมและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ"
นายเนวิน กล่าวด้วยว่า หนทางสมานฉันท์ต้องจบเรื่องเก่าให้ได้และต้องจบให้เร็วที่สุดและต้องเริ่มต้นใหม่ให้ได้ให้เร็วที่สุด จะเริ่มตรงไหนไม่สำคัญแต่ต้องเริ่มไม่ได้ ถ้าไม่เริ่มเป็นรูปธรรมจริงจังก็จะลำบาก ควรทำสักเรื่องให้เกิดความสมานฉันท์ โดยไม่มีคำว่า "แต่" ได้ไหม โดยไม่มีฝ่ายได้ไหม มิเช่นนั้น เราจะมีปัญหาไปหมดเลยทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่งปัญหาเรื่องตัวบุคคล
"คนพวกหนึ่งเห็นว่าคนคนหนึ่งเป็นปัญหาของชาติ คนอีกพวกหนึ่งบอกว่าคนคนหนึ่งมีความสำคัญต่อชาติที่จะต้องเอากลับมาเพื่อแก้ปัญหาของชาติ มันไม่จบหรอกครับ และมันไม่มีการส่งสัญญาณอะไรสักอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ประชาชนที่เขาอยู่ตรงกลางมีความหวังว่ามันได้มีคนกลุ่มหนึ่งเริ่มต้นทำแล้วนะ ผมคิดว่าวันนี้การชักฟืนออกจากกองไฟเป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำให้เร็วที่สุด"
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ความคิดของนายเนวินที่ว่ากลับไปเริ่มต้นกันใหม่ ก็เป็นความคิดที่น่าสนใจ แต่ปัญหาคือจะไปเริ่มตรงไหนหรือขั้นตอนไหนดี เพราะวันนี้อีนุงตุงนังไปหมด ถ้าเป็นด้ายก็เป็นขยุ้ม ไม่รู้จะสาวไปตรงไหน จะย้อนเลยทีเดียวไม่ได้ หากย้อนได้ต้องย้อนไปก่อน 19 ก.ย. แบบนี้เอาไหม กลับไปอยู่จุดนั้น แล้วให้มีเลือกตั้งการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญเป็นโมฆะ แต่ในความจริงคงเป็นไปไม่ได้
นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า ถ้าบอกว่าเริ่มใหม่ล้างเรื่องเก่าก็ต้องมาดูว่าล้างได้จริงหรือ และเริ่มต้นสมานฉันท์ได้จริงไหม หากบอกนิรโทษคนชุมนุมทางการเมือง แล้วจะเกิดอะไร แล้วหากวันรุ่งขึ้นจะแก้รัฐธรรมนูญ ก็จะมีคนส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วย และคงออกมาชุมนุม โดยการชุมนุมยึดทำเนียบทำได้ไหม เมื่อยึดได้อีก ก็นิรโทษกรรมได้อีก ก็จะชุมนุมแบบนั้นทำผิดกฎหมายแบบนั้นไม่เลิกจะทำอย่างไร ปัญหาคือมีคนมีความคิดต่างกันแต่ไม่มีวิธีที่ทำให้อยู่ร่วมกันโดยไม่แตกแยก หรือใช้อำนาจนอกเหนือมาแก้อย่างการรัฐประหาร
นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า ปัญหาใหญ่จากการรัฐประหารไม่ใช่ถอยก้าวเดียวแล้วเดินหน้าประชาธิปไตยไปมากๆ เหมือนที่พูด แต่การรัฐประหารที่ผ่านมาเป็นการดึงประเทศสู่เผด็จการแล้วแทนที่จะเดินหน้ากลับมีการวางระบบโดยรธน. และนอก รธน. ให้ประทศไม่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น รธน.และอำนาจนอก รธน. ร่วมกันทำลายกระบวนการยุติธรรม และความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรงที่สุดไม่เคยมีมาก่อน ระบบยุติธรรมพึ่งไม่ได้และ กลายเป็นปัญหาความขัดแย้งเบื้องต้นเหตุและจะมีไปเรื่อยๆ
นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่ไม่เป็นประชาธิปไตยนี้ได้ล้มรัฐบาลและนายกฯไปสองคน โดยไม่มีหลักการของนิติธรรม คนไปทำครัวบอกขัดแย้งผลประโยชน์ ไม่เป็นไปตามหลักนิธรรม คนๆเดียวทำผิด กกต.ให้ใบแดง พรรคถูกยุบโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แบบนี้ทั่วโลกไม่มีใครยอมรับ ทั้งยังตั้งคนเป็นปฏิปักษ์มาดำเนินคดีมีอำนาจเหนืออัยการฟ้องเองได้อยากสอบใครก็สอบ สุดท้ายก็ไม่เห็นด้วยและแตกแยกกัน
นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า การที่เสนอแก้รัฐธรรมนูญเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ของการเลือกตั้งของการบริหาร และจะนำไปสู่การเลือกตั้งที่ผู้คนในสังคมยอมรับกันได้ แต่ต้องแก้กติกาให้การเลือกตั้งน่าเชื่อถือ เลิกการยุบพรคคง่ายๆโดยแค่ความเชื่อว่าคนนี้ทำผิดโดยไม่มีหลักฐานมันใช้ไม่ได้ และต้องลดอำนาจ กกต. โดยเฉพาะการให้ใบแดงต้องเลิก ต้องให้สรรหา กกต. ใหม่ตามรธน.ปัจุบัน คนที่เป็นอยู่ต้องออกไหม้หมดไม่ใช่ใช้อำนาจอย่างนี้เพราะ พล.อ.สนธิตั้งท่านมา แต่เมื่อยังเปลี่ยนไม่ได้ก็ต้องลดอำนาจท่าน เสร็จแล้วค่อยมาแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้มีทั้งคนที่ เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลนี้ปกครองประเทศ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาต้องเลือกตั้งและแก้รัฐธรรมนูญให้การเลือกตั้งเป็นธรรม โดยจะทำสองอย่างพร้อมๆกันก็ได้คือ แก้ในประเด็นที่เร่งมากๆ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวเลือกตั้ง แก้เพื่อได้รัฐบาลที่ปนระชาชนยอมรับ และแก้มาตรา 291 เพื่อให้มี สสร. ด้วย และให้ สสร.มาจากการเลือกตั้ง หลังจากนั้นก็เลือกตั้งเพื่อจัดตั้งรัฐบาลและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และให้ประชาชนลงมติอีกครั้ง การทำเช่นนี้จะเป็นการลดปัญหาความเห็นไม่ตรงกัน ตนเห็นว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญก่อนเลือกตั้ง
“ส่วนเรื่องการนิรโทษกรรมใครหรือไม่ รวมถึงพวกผมด้วย ไม่ต้องนิรโทษฯวันนี้พรุ่งนี้ เพื่อเห็นแก่บ้านเมือง อย่าเพิ่งมาแตะต้องประเด็นพวกผม รอให้รัฐบาลใหม่ที่มาจากประชาชนเป็นคนตัดสิน แต่ถ้าเราไม่รีบจะไม่ได้แก้ ยกตัวอย่างวันจันทร์ที่ผ่านมาที่มีการถวายฎีกา ถ้ารัฐบาลสร้างสถานการณ์ขึ้นอีกหน่อยแล้วทหารก็เข้ามายึดอำนาจ แล้วบอกเพื่อป้องกันความรุนแรง วันนี้เราอยู่แบบเส้นยาแดงผ่าแปดไม่รู้จะยึดเมื่อไหร่ รัฐบาลเสียศูนย์ ตั้ง ผบ.ตร.ไม่ได้ ตอนนี้เสียสภาพการนำจะอยู่ได้กี่วัน นายกฯต้องกล้า ประกาศแก้ รัฐธรรมนูญจึงจะได้รับเสียงสนับสนุน คนที่ค้ำๆ อยู่เขาก็จะจำเป็นต้องหนุน ถ้าไม่ทำอย่างนั้นท่านก็อยู่ไม่ได้ และ ถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญคนไทยจะฆ่ากันเอง เมื่อรุนแรงแล้วอาจจะรัฐประหารอีก อย่าไปรอถึงตอนนั้น แต่ถ้ายังดื้อชิงไหวชิงพริบสังคมไทยจะก้าวไปสู่ความรุนแรงและเสียหายยับเยิน”นายจาตุรนต์กล่าว
ด้านนายคำนูณ กล่าวว่า วันนี้เราลืมแล้วว่า เม.ย. เกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมือง ตนเห็นด้วยกับบเรื่องความเป็นธรรม ความสามัคคีและทพเพื่อชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ แต่ไม่เห็นด้วยที่ กก.สมานฉันท์บอกให้ถอยคนละก้าว เพราะถ้าจะถอยต้องถอยอย่างเป็นธรรม ความเป็นธรรมไม่มีความสามัคคีเกิดในชาติไม่ได้
นายคำนูณยังโจมตีรายงานของกก.สมานฉันท์ว่า ในบทนำมีการบอกว่ารธน. 40 เป็นประชาธิปไตยที่สุด และรัฐบาลที่มาจากนั้น เป็นรัฐบาลที่มั่นคงก้าว หน้า การรัฐประหารเป็นการหยุดชะงักพัฒนาการ แต่เราต้องพูดสองด้าน การรัฐประหารตนไม่เห็นด้วย คนทำก็ไม่อยากทำ ไม่ใช่นึกอยากก็ทำ แต่มันต้องมีเหตุก่อนรัฐประหาร แถลงการณ์ของ คปค. ฉบับหนึ่งมันมีเหตุอยู่จริง นายเสน่ห์ จามริก อีตประธาน กก. สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ บอกว่า รัฐประหารไม่ใช่ถอยหลัง เพราะบ้านเมืองก่อนหน้านั้นถอยหลังมามากแล้ว มีการครอบงำองค์กรอิสระ วุฒิสภา ศาลรัฐธรรมนูญ ชัยชนะการเลือกตั้งก็มีความถามถึงการใช้เงิน การทุจริตเชิงนโยบาย การได้พรรคเสียงข้างมากชนิดเปิดอภิปรายนายกฯไม่ได้ ก็เกิดจากการควบรวมพรรค เป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ผู้เลือกตั้ง เหตุการณ์ก่อนรัฐประหารมีจริงแต่ไม่พูดถึง คนไม่พูดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น
นายนิกร กล่าวว่า ความขัดแย้งใน สังคมไทยไม่เคยเกิดจากข้างล่างแต่เกิดจากชนชั้นนำเสมอ เกิดจากฝ่ายการเมือง ความขัดแย้งเริ่มลุกลามสู่สถาบันที่เราเคารพและจบลงที่การยึดอำนาจ ความขัดแย้งตอนนี้ใช้ประชาชนเป็นกำลังในการต่อสู้ เป็นกองกำลังไม่ติดอาวุธที่ใช้ในการปะทะ และยังดำเนินอยู่ มีความเสียหายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การสร้างความสมานฉันท์ เป็นนามธรรมใช้เวลานาน เช่นเดียวกับการปฏิรูปการเมือง แต่รูปธรรมคือการแก้รัฐธรรมนูญ วันนี้รัฐธรรมนูญเหมือนลิ่ม ตอกลงในความขัดแย้ง สังคมกำลังแยกออก รัฐธรรมนูญกำลังเป็น สมรภูมิการเมือง
ด้านนายสมศักดิ์ กล่าวว่าทางออกของประเทศไทยจะหาอย่างไร ปัญหาคือรัฐธรรมนูญและตุลาการภิวัฒน์ ตน ไม่เคยเห็นรัฐธรรมนูญไหนที่สร้างความขัดแย้งให้คนในชาติมากเท่าฉบับนี้ รัฐธรรมนูญฉบับไหนที่ร่างบนพื้นฐานเดียวกับฉบับนี้ก็ย่อมสร้างความแตกแยกแน่นอน เพราะฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ไม่ผิด โดยเขียนไว้ในมาตรา 309 แต่อีกฝ่ายแม้ไม่ได้ทำผิดก็อาจจะผิด มันจะไม่แตกแยกได้อย่างไร ขนาดมีเจตนาว่าจะไม่ทำผิดยังเอาตัวแทบไม่รอด ยิ่งปล่อยไว้นานก็เกิดความขัดแย้งมากขึ้น จุดจบอยู่ตรงไหนจะรอให้สิ้นชาติหรือไง นักการมืองบางคนก็ผสมโรง ระวังจะไม่มีเวทีให้ยืน
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาคือความไม่เป็นธรรมที่เกิดจากรัฐธรรมนูญ ทางออกก็ต้องแก้ที่รัฐธรรมนูญ ตนในฐานะกรรมการสมานฉันท์ แก้ไปก็ไม่สมานฉันท์ แต่ในฐานะที่เป็นหนึ่งในนั้นก็เห็นด้วย เพราะไม่มีอะไรดีไปกว่านี้ ถ้าจะให้ดีก็ แก้มาตรา 291 ตั้ง สสร. สาม ให้เวลาทำงาน สองปี ก็จะเป็นรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ที่สุดเป็นของประชาชนแล้วมานับหนึ่งกันใหม่ก่อนสิ้นชาติ ประเด็นคือจะยอมกันหรือเปล่า ทางออกมีทางเดียวคือแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย อย่ามาเล่นแง่กันเลย และต้องแก้บนพื้นฐานเงื่อนไขเจรจา ถึงเวลาที่เราต้องลดละเลิกทิฐิ แล้วหันหน้ากัน ปัญหาที่เกิดขึ้นสุดท้ายบทจบ ไม่มีใครชนะแพ้แน่นอน
ทั้งนี้ในช่วงท้าย นายเนวิน ได้ตอบคำถามจากผู้ร่วมรับฟังซึ่งถามว่าการนิรโทษกรรมให้จบเรื่องเก่านั้น รวมถึงการจบเรื่องตรวจสอบของศาลหรือไม่ โดยนายเนวินกล่าวว่า ไม่เกี่ยว เพราะสิ่งที่ตนนำเสนอในเรื่องการนิรโทษกรรม หมายถึงการนิรโทษกรรมให้แก่พี่น้องประชาชนที่เขามาร่วมชุมนุมทั้งเหลืองทั้งแดงที่ผ่านมา
"เขามาโดยความสุจริตใจในการแสดงออกทางการเมือง แต่ต้องถูกดำเนินคดีเพราะถูกชักจูงให้ไปละเมิดสิทธิ์คนอื่นเขา ทำไมเราไม่แกะเอาคนเหล่านี้ออกไปก่อนทั้งเหลืองทั้งแดง แสดงความสุจริตใจว่าเอาล่ะ เราอยากเห็นว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์กับคนทุกฝ่าย ผมเรียนยืนยันว่าสิ่งที่ผมนำเสนอ ไม่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมทางการเมืองให้นักการเมือง หรือตัวผม ผมเรียนยืนยันนะครับและผมก็ไม่เห็นด้วยว่า จำเป็นอะไรที่จะต้อง มาเร่งนิรโทษกรรมให้กับนักการเมืองในขณะที่มีความขัดแย้งด้านการเมืองอยู่ แต่ผมกำลังมองว่าประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมโดยสุจริต ไม่ว่าเหลืองหรือแดงและไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วย แล้วต้องมารับกรรม เขาควรได้รับการนิรโทษกรรมไปก่อน เอาฟืนออกจากกองไฟให้หมด แล้วจะเหลือไฟอยู่เท่าไหร่ก็ค่อยมาช่วยกันหาทางดับ นี่คือความเห็นของผม รัฐธรรมนูญก็เหมือนกันครับ มาตราไหนเห็นตรงกัน ไม่ขัดแย้งกันเลย เอ้าแก้ๆ มาตราไหนที่ยังเห็นต่างกันถ้าจำเป็นอยากจะแก้ก็ไปทำประชามติ ฟังเสียงส่วนใหญ่แล้วกลับมาแก้ คนเราอยู่ในสังคมเดียวกัน ถ้าไม่ลืมเรื่องเก่า ลืมเรื่องส่วนตัวไม่ได้ คิดแต่เรื่องส่วนตัวแล้วไม่คิดถึงเรื่องส่วนรวม ผมว่าบ้านเมืองก็ลำบาก
ผมต้องเรียนตรงๆ นะครับ ผมเป็นคนทำใจได้ ผมอาจจะเป็นคนที่สังคมมองว่าผมเป็นคนอะไรก็ตามแต่ แต่ผมทำใจได้กับการที่ผมมานั่งหน้าท่านพล.อ.สนธิ (บุญรัตกลิน) ทั้งๆ ที่ท่านเป็นคนส่งผมไปนอน 10 วัน 11 คืน ผมไม่เป็นไร แล้วก็คุยกันได้ยกมือสวัสดีกันได้ ทักทายกันได้ ผมพบภรรยาท่าน ภรรยาท่านพบภรรยาผม ที่ไหนเราก็ทักทายพูดคุยกัน เพราะว่าเราต้องคิดถึงเรื่องส่วนรวมก่อนเรื่องส่วนตัว ผมยังยืนยัน เพราะฉะนั้น ผมเรียนยืนยันว่าถึงเวลาแล้วต้องกล้าทำให้คนสังคม และในสังคมโลกได้เห็นว่าประเทศไทย มันก้าวสู่จุดเริ่มต้นของการหันหน้าเข้าหากันแก้ปัญหาแล้วนะ
คือวันนี้ผมดูทุกอย่างกรรมการสมานฉันท์ทำงานตั้งแต่เดือนเมษา 3 เดือนกว่า เสร็จแล้วไปฉันท์กันข้างใน เสร็จแล้วออกมาแล้วก็ยังมาฉันท์กันต่อข้างนอก แล้วก็ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะทำอะไร มีข้อยุติไหม มีอะไรเป็นรูปธรรมไหมที่จะต้องทำ ถ้าเรากล้าพูดทั้งหมด แต่ไม่กล้าทำ บ้านเมืองเดินต่อไม่ได้ ในความเห็นส่วนตัวผมเห็นว่าต้องเริ่มต้นทำนับตั้งแต่วันนี้ แล้วเริ่มจบเรื่องเก่าให้ได้นับแต่วันนี้ ผมคงไม่ไปไกลกว่าที่พี่อ๋อย(จาตุรนต์ ฉายแสง) พูดว่าจะไปจบกันเมื่อไหร่ แล้วจบถึงตรงไหน หรือไปเริ่มกันใหม่ตรงไหน ไม่ครับ เอามันวันนี้ละครับ เพราะว่ามันไม่มีไทม์แมชชีนของโดเรมอนอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว เริ่มตั้งแต่วันนี้ ถ้าเราเห็นตรงกันว่าต้องแก้ ต้องทำวันนี้แล้วลืมเรื่องเก่าให้ได้"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายเนวินพูดพาดพิงพล.อ.สนธิ ซึ่งนั่งรับฟังอยู่แถวหน้าของผู้ร่วมรับฟังเสวนา พล.อ.สนธิได้แต่ยิ้ม และรับฟังต่อไป
นายเนวินกล่าวด้วยว่า เรื่องไหนที่เห็นตรงกันก็ทำ เรื่องไหนที่เห็นยังไม่ตรงกันก็อย่าเพิ่งทำ ผมเชื่อว่าเรื่องท่านนายกฯทักษิณเนี่ย ยังเห็นไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นก็อย่าเพิ่งไปทำ ก็ทำเรื่องที่เห็นตรงกัน ก็เหมือนกับที่ท่านจาตุรนต์พูดว่าแก้รัฐธรรมนูญไม่ต้องทำเรื่องนิรโทษกรรมพรรคการเมือง ทำเรื่องอื่นให้เสร็จ เลือกตั้งให้เสร็จ ถ้าเห็นว่าไม่ควรก็ไม่ควร
"คนเป็นนักการเมือง คนเป็นนักประชาธิปไตย ต้องพร้อมเสียสละส่วนตัวเพื่อส่วนรวมครับ ผมก็อยากเห็นท่านนายกฯ ทักษิณ เสียสละเพื่อส่วนรวมเหมือนกันครับ ถ้าฝากข้อความนี้ไปถึงได้ผมก็อยากจะบอกว่าให้ท่านห้ามคนของท่าน ทำให้บ้านเมืองสมานฉันท์และสงบสุขไปสักพักหนึ่งแก้รัฐธรรมนูญให้เสร็จ บ้านเมืองเข้าที่เข้าทางแล้วเนี่ย เลือกตั้งกันใหม่แล้ว ถ้าสภาจะเห็นว่าควรจะออกกฎหมายให้ท่านกลับมา ก็ให้ท่านกลับ ก็ทำอย่างที่ท่านจาตุรนต์พูดนั่นแหละครับ หลักการเดียวกัน ผมก็คิดว่าควรจะต้องเป็นอย่างนั้น" นายเนวินกล่าว