ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, May 22, 2010

"เสื้อแดง"ไม่ยอมเลิก ตั้ง"สมัชชาประชาธิปไตย"สู้ นัดรวมตัวใหม่30พ.ค. ลุยทั่วประเทศ มิ.ย.ชุมนุมในกทม.

ที่มา มติชน


กลุ่ม24มิถุนาให้เลิกพ.ร.ก.-เคอร์ฟิว

นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย พร้อมคณะร่วมแถลงที่มูลนิธิ 111 ไทยรักไทย เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ว่า กรณีที่รัฐบาลใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามประชาชนในวันที่ 10 เมษายน และระหว่างวันที่ 14-19 พฤษภาคม จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก จนส่งผลทำให้เกิดการจลาจล และการประกาศขึ้นบัญชีดำห้ามบุคคลและนิติบุคคล 125 ราย ทำธุรกรรมทางการเงิน รวมทั้งการประกาศเคอร์ฟิวทำให้บรรยากาศของประเทศเกิดความตึงเครียด ดังนั้น ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการต่อไปนี้

1.นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์ ศอฉ.ต้องพ้นจากตำแหน่ง เพื่อแสดงมโนสำนึกความเป็นคนและความถูกต้องที่สั่งการสลายการชุมนุม จนนำมาซึ่งความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินอย่างรุนแรง และส่งผลกระทบต่อความแตกแยกร้าวลึกในสังคมไทย

นอกจากนี้กรณีที่เกิดเพลิงไหม้ในหลายจุดหลังการสลายการชุมนุม ทั้งที่มีกำลังทหารอยู่ในพื้นที่ แสดงให้เห็นว่า ไม่ได้มีการป้องกัน หรือรัฐบาลจงใจให้เกิดขึ้น ดังนั้น รัฐบาลต้องเยียวยาพนักงานที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ขณะที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ระบุว่า หากมีการสลายการชุมนุมและทหารยังไม่ถอนกำลังออกจากพื้นที่ ก็จะพิจารณาถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล จึงขอให้นายบรรหารรักษาสัจจะที่พูดไว้ด้วย

2.รัฐบาลต้องประกาศยกเลิกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ยกเลิกการเคอร์ฟิว เพื่อคืนความสงบสู่สังคม และยุติการสร้างภาพ จัดฉากกลบเกลื่อนความรุนแรงของตัวเอง

3.ยุติการคุกคามสื่อ โดยคืนสิทธิเสรีภาพให้กับสื่อสารมวลชนทุกแขนง

4.ให้ปฏิบัติต่อแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ( นปช.)ที่ถูกจับกุมในฐานะนักโทษการเมือง ไม่ใช่อาชญากร และ

5.ให้เปิดเผยความจริงการใช้กำลังทหารปราบปราม และจำนวนประชาชนที่เสียชีวิต โดยให้มีตัวแทน นปช.ร่วมตรวจสอบด้วย


ประกาศชุมนุมปลอบขวัญ30พ.ค.


นายสมยศกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กลุ่ม 24 มิถุนาฯจะร่วมกับองค์กรคนเสื้อแดง ร่วมกันต่อสู้ โดยจะรวมตัวเป็นสมัชชาประชาธิปไตย เพื่อสานต่อภารกิจสร้างประชาธิปไตยและสร้างความเป็นธรรม ทั้งนี้ กลุ่มจะจัดกิจกรรมชุมนุมปลอบขวัญ โดยกลุ่มแดงตะวันตก เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ปราบปราบประชาชนที่ผ่านฟ้าฯและราชประสงค์ ในวันที่ 30 พฤษภาคม เวลา 15.00-21.00 น. ที่สวนสาธารณะเชิงเขาแก่นจันทร์ จ.ราชบุรี และจะทยอยจัดไปในทุกจังหวัด ส่วนใน กทม.จะจัดให้มีการชุมนุมใหญ่ในเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม นอกจากนี้ จะจัดทำซีดีและสิ่งพิมพ์ประจานความโหดเหี้ยมของรัฐบาล ทั้งนี้ จะเรียกร้องนานาชาติให้งดซื้อขายอาวุธยุทธภัณฑ์ทหารให้กับกองทัพไทย และงดเชิญตัวแทนรัฐบาลไทยเข้าร่วมประชุมทุกชนิด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการแถลงข่าว พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐ์ผล ผกก.สน.นางเลิ้ง ได้เข้ามาเจรจากับนายสมยศไม่ให้แถลงข่าวบริเวณที่ทำการมูลนิธิ 111 ไทยรักไทย เนื่องจากเกรงว่า อาจมีความผิดเข้าข่ายห้ามกระทำการปลุกระดม มั่วสุมทางการเมืองตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของพรรคระบุว่า ทางมูลนิธิไม่ได้อนุญาตให้เข้ามาใช้พื้นที่แถลงข่าวเช่นกัน ซึ่งสุดท้ายนายสมยศยอมออกจากบริเวณที่ทำการมูลนิธิและมาใช้บริเวณถนนด้านหน้าที่ทำการพรรคให้สัมภาษณ์แทน

"เสื้อแดง"ขอพูดบ้างจะเอาไป "ฆ่า-ประหาร"ก็เชิญ

ที่มา มติชน


โดย ชฎา ไอยคุปต์


นางชวนพร ชัยมงคล

นายอนุชา ยะอนันต์

นางชฎาทาน ธันวาภักดี

นายชัยวัฒน์ แสงเดช

นางคำสอน สมพงษ์

นายสุชาติ พรั่งพรหม

ศพผู้เสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม


บรรยากาศภายในวัด

กลับบ้าน

หลบภัยอยู่ในวัดปทุมวนาราม ก่อนเดินทางกลับบ้าน

หลบภัยอยู่ในวัดปทุมวนาราม ก่อนเดินทางกลับบ้าน

ชาวบ้านในวัด


ลงทะเบียน

รับเงินเยียวยา

ชาวบ้านที่รอกลับบ้าน

กลับบ้าน


ภายหลังแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศให้ผู้ชุมนุมกลับบ้านและยุติการชุมนุมแทนที่เดินทางกลับบ้าน ชาวบ้านกลับวิ่งหนีตายเข้าไปขอซุกตัวภายในวัดปทุมวนารามเป็นเขตอภัยทาน กับโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหลบซ่อนตัวไม่ยอมออกมาจากพื้นที่วัดตั้งแต่ตลอดเวลาช่วงบ่ายจนถึงเช้าของวันใหม่


ทั้งที่รัฐบาลประกาศเตรียมจัดรถคอยอำนวยความสะดวกให้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยแต่ก็ไม่มีใครยอมออกมาและเวลานั้นก็ไม่มีมีใครรู้ว่าข้างในเกิดอะไรขึ้นภายในพื้นที่การชุมนุม หลังจากที่มีการประกาศเคอร์ฟิวผู้สื่อข่าวถอนออกจากพื้นที่ ขณะที่ผู้ชุมุนุมเดินออกจากพื้นที่ชุมนุมกลับภูมิลำเนาแค่ประมาณ 400 คนเท่านั้น แล้วอีกหลายพันคนหายเงียบ เข้าไปซุกตัวอยู่ในวัด


ตลอดคืนที่แสนจะยาวนานในความรู้สึกของชาวบ้านท่ามกลางความไม่สงบแสงเพลิงที่ลุกไหม้ตึกอาคารรอบพื้นที่ มีเสียงปืนเสียงระเบิดดังตลอดทั้งคืนแต่ที่เลวยิ่งกว่า คือ การนอนร่วมกับศพเพื่อนร่วมรบ นี่คือคำบอกเล่าของกลุ่มผู้ชุมนุมที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ยังผวาไม่เลิก"


แทบจะไม่มีใครได้หลับได้นอนกระทั่งรุ่งสาง แสงอาทิตย์ส่องสว่างมองเห็นสิ่งรอบข้างได้ชัดเจน ชาวบ้านเริ่มทยอยเดินทางออกมาตามเสียงเรียกของมือปราบหูดำ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ใช้เครื่องขยายเสียงเรียกผู้ชุมนุมออกมาเพื่อเดินทางกลับบ้าน แต่ชาวบ้านยังคงมีอาการหวาดผวา เมื่อเดินออกมาเจอเจ้าหน้าที่ทหารยืนลาดตระเวนบนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส หดกลับเข้าไปใหม่และไม่ยอมออกมา จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตั้งแถวเป็นทางยาวเพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีใครมาทำร้ายได้ โดยที่ตำรวจจะยืนเป็นเกราะกำบังให้ ชาวบ้านจึงยอมเดินทางออกมาจากวัดเพื่อเดินทางกลับบ้าน


ใบหน้าที่มันเยิ้มเปื้อนฝ้า สีผิวที่กรำแดดปรากฏริ้วรอยความหมองคล้ำ เคลือบไปด้วยความอิดโรย ตาแดงกร่ำ เสื้อผ้าที่เปื้อนฝุ่น กลิ่นตัวที่หมักหมมขาดน้ำชำระล้างมานาน แต่ยังไม่เด็ดชัด สัมผัสได้เท่ากับ ความเครียด ความกังวล ที่แสดงออกมาทาง สีหน้า แววตา ไร้อารมณ์ความรู้สึก เหม่อลอย และหวาดกลัว แต่ซ่อนความมุ่งมั่นในแววตา


ชาวบ้านทยอยเดินทางลงจากรถเมล์มาต่อรถโดยสารที่สถานีขนส่งหมอชิต หอบหิ้วเสื่อ หมอน พัดลม ข้าวของเครื่องใช้พะรุงพะรัง ขณะที่บางคนมีแค่เสื้อผ้าชุดเดียวห่อหุ้มร่างกายไว้เท่านั้น นี่คือ ภาพของผู้ชมุนุมคนไทยที่ดูไม่ต่างจากพวกอพยพลี้ภัยจากสมรภูมิรบในชายแดน เข้าแถวลงทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทยก่อนจะแวะไปรับเงินจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รายละ 200 บาท เป็นการเยียวยาค่าเดินทางต่อรถกลับภูมิลำเนาหลังจากมีรถฟรีไปส่งถึงตัวจังหวัด ส่วนใหญ่เข้าไปรับเงินแต่บางคนก็ไม่ยอมรับและบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าคนเสื้อแดงไม่รับเงิน ส่วนบางคนก็ประชดด้วยการบอกว่ามาร่วม 2 เดือนได้เงินกลับบ้าน 200 บาท


พูดแล้วจะเอาออกจริงหรือ ? คำตอบที่ชาวบ้านถามกลับกับคนที่หิ้วกล้องพร้อมปากกาและกระดาษมาขอสัมภาษณ์ แต่สุดท้าย นางชวนพร ชัยมงคล อายุ 55 ปี จ.เชียงใหม่ ก็ยอมเล่าถึงนาทีหนีตายเข้าไปอาศัยในวัดปทุมวนาราม ท่ามกลางวงล้อมของหมอกควันและเพลิงและกระสุนปืนที่ดังอย่างต่อเนื่องพร้อมกับผู้ชุมนุมหลายพันคนและอีก 6 ศพถูกยิงเสียชีวิตห่อด้วยเสื่อเรียงอยู่ในวัด ว่า จะออกมาก็ออกไม่ได้เพราะว่าหลายคนที่ออกมาเพราะห่วงข้าวของเครื่องใช้ก็ถูกยิง มันไม่เหมือนประเทศไทย ที่มีการเอื้อเฟื้อกัน ทุกคนเสียใจมากไม่น่าจะเป็นแบบนี้ เราเรียกร้องแค่ให้ยุบสภาเท่านั้นเองทำไมต้องมายิงเราด้วย (พร้อมกับสะอื้น) ทุกวันนี้ไม่มีความยุติธรรมสำหรับคนจนเลย คนจนไม่มีค่า ไม่มีราคา คนจนอย่างเราไม่ได้ขออะไรมากมาย ขอให้มันถูกต้อง อะไรที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้มันจะสงบ จึงขอให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตลอด จะเป็นใครก็ได้ที่มาจากการเลือกตั้งอย่างยุติธรรม


"ทุกคนกลับบ้านด้วยความเจ็บใจเพราะว่าญาติพี่น้องร่วมรบถูกยิง ถูกลากศพไปต่อหน้าต่อตา ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะมาเจอแบบนี้ อยากให้บ้านเมืองได้ความยุติธรรมคืนมา มีความถูกต้อง มีกฎหมายเท่าเทียมกัน ไม่ใช่แบ่งพรรคแบ่งพวก คนรวย คนจน มีค่าเท่าเทียมกัน ต้องให้สิทธิการเป็นมนุษย์เหมือนกัน เป็นมนุษย์ขี้เหม็นเหมือนกัน แต่ถ้าขี้หอมก็ยกให้อีกระดับหนึ่ง ฉะนั้นต้องคิดว่าคุณคือมนุษย์เหมือนกัน


เราไม่ได้กลับบ้านมือเปล่าทุกคนรู้ที่แกนนำต้องเลิกเพื่อรักษาชีวิตผู้ชุมนุมไว้ วันนี้เราได้เพื่อนที่ไม่เข้าใจเราได้เข้าใจเรามากขึ้น แต่ที่ไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจเพราะฟังข่าวด้านเดียว เห็นแต่เสื้อแดงไปทำทหาร แต่ทหารทำร้ายคนเสื้อแดงไม่มีออกทีวีเลย ไม่ว่าอะไรหรอกคนที่เป็นนายกฯขอแค่คืนความยุติธรรมให้กับสังคมเท่านั้น หากยังแบ่งแยกกันอยู่อย่างนี้มันจะแตกแยกกัน" นางชวนพรกล่าว


สาวใหญ่เมืองเชียงใหม่ยังบอกอีกว่า ขณะที่พวกเราหนีเขาวัดแล้วไปนั่งไหว้พระอยู่คิดว่าถ้าจะมายิงกันตอนไหว้พระก็ไม่เป็นไร ที่ตรงนั้นมีแต่เด็ก ผู้หญิง เต็มไปหมด


"ถ้าต่อสู้ซึ่งหน้าเราต้านไหว แต่เขาเอาเปรียบเรา ไปซุ่มยิงจากข้างบน แบบนี้มันหมารอบกัด ต้องลงมาแล้วสู้กันซึ่งหน้าตัวต่อตัวเราจับมัดจับมัดดีดหำได้สบาย แต่เราไม่ฆ่าเพราะคนไทยด้วยกัน แต่เขามาตั้งใจฆ่าเรา ถ้าใครที่รับฟังมาจากที่ไหนก็ให้รู้ว่าเราคนไทยด้วยกัน ไม่ใช่ว่าเสื้อแดงต้องไปฆ่าเขา แค่จับเปลื้องผ้าก็ทำอะไรเราไม่ได้แล้ว แต่นี้มาฆ่าเราต้องนึกบ้าง ทำได้อย่างไรกับคนไม่มีทางสู้


คำว่าผู้ก่อการร้าย รัฐบาลคิดได้ไง ชาวบ้านดีดี แม่ค้าขายกล้วยทอดเป็นผู้ก่อการร้ายได้ไง เราต้องการความยุติธรรมคืนไม่น่าจะเป็นแบบนี้แค่ยุบสภาเขาก็ทำกันทั้งโลกหากคิดว่าหาเสียงเก่งก็หาวิธีการไปสิ ไม่เห็นต้องมาฆ่าเราเลย" สาวใหญ่เสื้อแดงคนเดิมระบุ


นางชวนพรเล่าต่อว่า ภายในวัดแทบจะไม่มีที่ให้เดินเพราะมีคนเข้าไปหลับนอนกันเรียงเป็นแถว ลูกก็เป็นห่วงโทรบอกให้ออกมาจากวัดซึ่งเขาไม่รู้ว่าเราออกไปไม่ได้ ถ้าออกมาตายแน่ ขนาดตอนเช้าที่ออกมาตำรวจต้องตั้งแถวเรียงกันเป็นแผงช่วยให้เราออกจากวัด เพราะข้างบนรางรถไฟยังมีทหารอีกเพียบ พร้อมกับชูภาพถ่ายจากกล้องดิจิตอลให้ดูรูปเจ้าหน้าที่ทหารยืนประจำการบนรางรถไฟ


"วันนี้ไม่มีความยุติธรรมกับเราคนจนเลย คนจนอย่างเราใช่ว่าจะมาขออะไรมากมายขอแค่ให้ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ คุณได้เป็นนายกฯไปเราไม่ว่าให้มันถูกต้องอะไรที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้มันจะสงบ ทุกคนกลับบ้านด้วยความเจ็บใจ เพราะว่าญาติพี่น้องที่ร่วมรบกันเสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตา ช่วยเหลืออะไรกันไม่ได้เลย การกลับบ้านครั้งนี้ถือว่าเสร็จแล้ว เรามาแสดงอุดมการณ์ของเราที่ไม่ชอบความไม่ยุติธรรมไม่ใช่ว่าเข้าข้างกัน ผิดก็คือผิด" นางชวนพร กล่าว


นายอนุชา ยะอนันต์ อายุ 45 ปี นปช.ลำพูน ชายร่างใหญ่หนวดเฟิ้มเล่านาทีชีวิตเป็นตายเท่ากันขณะที่เข้าไปหลบซ่อนในวัดปทุมวนาราม ว่า "อยู่ในวัดไล่ยิงคนเหมือนหมา ออกไปนอกวัดก็ไม่ได้ มีทหารอยู่บนรางรถไฟเห็นๆกันอยู่ จะไม่เห็นได้ไงไล่ยิงกันรอบวัดเลย ลึกๆในใจใครทำอะไรก็รับไปให้รู้กันเองไม่เป็นไร"


นปช.ลำพูนกล่าวอีกว่า มองดูรัฐบาลตอนนี้ไม่เหมือนกับรัฐบาลทั่วโลก ขนาดเขาทำผิดนิดเดียวก็เริ่มรู้ตัวต้องออกไปแล้ว แต่ตอนนี้ประเทศเราไม่ใช่ประชาธิปไตย รัฐบาลถูกต่อต้านไปไหนไม่ได้ต้องมีทหารคอยคุ้มครองไปกันแต่ละครั้งขนตำรวจทหารไปล้อม 3-4 พันคนเข้าใจว่าความเกลียดชังคนเสื้อแดง ที่เกิดในใจหลายคน คิดว่าเกิดจากข้อมูลที่เขารับฟังข้างเดียว เราไม่ได้มองว่าเขาเป็นศัตรู แต่ถ้าวันหนึ่งเขาได้รับรู้ว่าความจริง คืออะไร เขาจะเสียใจมากยิ่งกว่าพวกเราเสียใจอีก รัฐบาลควรแสดงความจริงใจว่าส่วนใดที่เป็นจริงหรือไม่เป็นจริงต้องเอามาพูดกัน


"ความจริงของเรื่องนี้ คือ รัฐบาลเอาทหารออกมาแล้วปิดกั้นไม่ให้พวกที่เข้าไปชุมนุมได้ชุมนุมกันอย่างสันติวิธี พวกเราไม่มีอาวุธมีแต่ไม้เหลาแหลมแต่ทหารอาวุธครบมือ วันหนึ่งถ้าเป็นญาติของเขาบ้างจะรู้สึกอย่างไร รัฐบาลไม่น่าทำขนาดนี้ ผมอายชาวโลก ชาวโลกรับรู้ข่าวหมด แต่ช่องทีวีของไทยยังปิดหูปิดตา มีข่าวทางอินเตอร์เน็ตที่รายงานข่าวเราบ้าง ประเทศไทยยังมัวแต่ปิดกั้นอยู่อย่างนี้เราไปไม่รอดแน่"นายอนุชากล่าวทิ้งท้ายก่อนเดินไปขึ้นรถกลับลำพูน


ขณะที่นายนางชฎาทาน ธันวาภักดี ชาวจ.นนทบุรี อายุ 55 ปี อาชีพค้าขาย กำลังหอบหิ้วสัมภาระที่ขนกลับมาจากราชประสงค์เพื่อเดินทางกลับบ้าน กล่าวว่า เมื่อก่อนเคยสนับสนุนการปฏิวัติว่ามันดีแต่พอเห็นการยึดทำเนียบจึงได้รู้ว่ามันไม่ดีแล้ว เมื่อก่อนเราเหมือนกบในกะลาเมื่อมีคนมาเตะกะลาให้เราต้องออกมาเราต้องวิ่งออกมาจนได้เห็นความไม่ยุติธรรม ฉะนั้นเรายอมตายเพื่อความถูกต้องดังนั้นเราต้องช่วยกัน


"เขาใจร้ายมาก ฆ่าเราเหมือนหมูเหมือนหมา เหมือนเราไม่ใช่คน ยิงลงมาจากรางรถไฟฟ้ามีคนตาย 6 ศพ นอนอยู่ในวัดยังไม่ได้ฉีดยาให้ศพ น่า อนาถใจมาก ไม่คิดเลยว่าจะยิงเรา นัดเดียวคาที่หมด เห็นคนเชียงรายมากัน 8 ตาย 5 กระสุนเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวา" นางชฎาทานบอกเล่าสิ่งที่ได้พบเจอ


นปช.นนทบุรี กล่าวต่อว่า "ตอนนี้เราต้องหยุดก่อนแต่เราไม่ถอย เราไม่ได้ทำอะไรเขาเลยเขามายิงเราทำไมเราแค่มาเรียกร้องประชาธิปไตยขอความเป็นธรรมมายิงเราทำไม พอใจยิงก็ยิง ก่อนหน้านี้เราไม่เคยแตะต้องอะไรเลย แต่ตอนนั้นระเบิดลงหน้าเวทีคุณฆ่าเราแล้ว พวกเราก็ระงับอารมณ์ทุกคนไม่ได้แล้ว พวกเราก็พากันหนีตายเข้าไปในวัดบ้าง หลบอยู่ใต้รางรถไฟฟ้าบ้าง เขาก็ยิงลงมาอย่างต่อเนื่องเก็บข้าวของกันแทบไม่ทัน เขายืนอยู่บนหัวเรา ตอนนั้นประมาณ 6 โมงเย็น พอเราออกมาตอนเช้ายังเห็นทหารยืนอยู่เต็มรางรถไฟฟ้า"


"สิ่งที่พวกเราเจอยิ่งกว่าสงคราม เกิดมาไม่เคยเจอ ไม่คิดว่าประเทศเราจะเป็นขนาดนี้ ใจร้ายมากเขาเหยียบย่ำหัวใจเรามาก รอดตายมาทุกวันนี้เพราะตำรวจแท้ๆ และขอย้ำบอกกับพวกที่หาว่าเรามาแล้วได้เงินไม่จริงเลย มีแต่เสียเงินเองทุกบาททุกสตางค์ ไม่มีใครเอามาให้เลย เราสู้กันตั้งแต่พันธมิตรยึดทำเนียบจนกระทั่งวันนี้ที่พวกเราถูกไล่ยิง" นางชฎาทานกล่าว


ทางด้านนายชัยวัฒน์ แสงเดช เจริญชัย อายุ 47 ปี ชาว จ.อุดรธานี ที่กำลังรอขึ้นรถกลับภูมิลำเนาหลังจากที่ลาสิกขาบทเพื่อมาร่วมชุมนุมบอกว่า ตอนนั้นได้ดูข่าวเห็นแล้วทนไม่ไหวจึงสึกออกมาเพราะเห็นความไม่ถูกต้อง ขอเงินพี่ชาย 4 พันบาท เข้ากรุงเทพฯตั้งแต่หัวโล้นจนตอนนี้ผมขึ้นขนาดนี้แล้ว(ชี้ไปที่ผม) มาร่วมชุมนุมเกือบ 2 เดือนเงินที่นำมาก็หมดแล้ว แต่ข้างในคนเสื้อแดงรักกันมากแบ่งบันกันกิน พวกเขาไม่มีอาวุธมีแต่หนังสติ๊ก ไม้ไผ่ กับบั้งไฟที่จุดไล่เฮลิคอปเตอร์ ส่วนพวกผู้หญิงน่าสงสารมากช่วงที่ทหารบุกยิงทั้งแก๊สน้ำตา ยิงปืนใส่


"พวกผู้หญิงที่อยู่ในพื้นที่ทนเห็นคนถูกยิงไม่ได้ไปช่วยกันเอาน้ำยาล้างส้วมเทใส่ถุงแล้วเอาไปเฟวี้ยง(ขว้าง)ทหารเห็นแล้วน้ำตาไหล ถ้าใครเข้าไปสัมผัสข้างไหนแล้วจะรู้ เมื่อกี้เดินออกมาตามถนนหนทางชาวบ้านร้องห่มร้องไห้มาตลอดทาง ตำรวจดีมากเลยที่เข้าไปช่วยพวกเราไม่งั้นทหารไม่ปล่อยออกมาแน่ ถ้าออกมาโดนยิงหมด" นายชัยวัฒน์ กล่าวย้ำสิ่งที่ผู้ชุมนุมคนอื่นบอกไว้ในเรื่องเดียวกัน


"ตอนทหารยิงผมอยู่ตรงศาลาแดง วิ่งหลบกระสุนทั้งวัน ทั้งคืน ทหารใช้ปืนสไนเปอร์ยิง โดนหัว โดนลำตัว ต่างคนต่างวิ่ง หมอบไปด้วยวิ่งไปเลาะตามเต็นท์ วิ่งโล่งๆไม่ได้ ตอนนั้นผมวิ่งไม่ถึงวัด จึงเข้าไปหลบในโรงพยาบาลตำรวจแทน พวกเรานอนเกลื่อนกับพื้นเต็มไปหมด ออกไปไหนก็ไม่ได้ คนในวัดก็ออกไม่ได้ ออกมาก็ถูกยิง ตรงศาลาแดง ดุเดือดมาก ไปซุ่มอยู่บนตึกยิงลงมา " นายชัยวัฒน์กล่าวถึงนาทีหนีตาย


นายชัยวัฒน์ เล่าถึงการเดินทางมาร่วมชุมนุมว่า มาคนเดียวได้แต่ดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ เห็นแล้วน้ำตาไหลออกมาเองแบบไม่รู้สึกตัว พวกมวลชนไม่รู้เรื่องรู้ราว ทำไมต้องยิงเขาด้วย ผู้หญิง เด็ก ยิงหมด หากออกไปจากที่ชุมนุมเจอด่านทหารจะตรวจค้นมีอะไรแดงๆจะโดนหมดเลย เถื่อนมากเหมือนไม่ใช่ประเทศไทย มันจะไม่ใช่สยามเมืองยิ้มอีกต่อไปแล้ว


"คนเฒ่าคนแก่บางคนบอกว่า ตั้งแต่เกิดมาจนแก่ไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนจะโหดขนาดนี้แม้แต่ตัวผมเอง" เสียงสะท้อนจากผู้ชุมนุมที่ตกใจกับเหตุการณ์ที่ไม่คิดว่าจะได้พบเจอ

นางคำสอน สมพงษ์ อายุ 57 ปี ชาวจ.หนองคาย นั่งรวมกลุ่มอยู่กับเพื่อน 3 คน รอเดินทางกลับบ้านที่สถานีขนส่งหมอชิต บอกเล่าเหตุการณ์ในวันที่ราชประสงค์มืดมิดพร้อมกับท่าทางที่ตื่นกลัว ว่า ลูกระเบิดลงมา พากันวิ่งเข้าวัดปทุมวนาราม เจ้าอาวาสดีมากให้พวกเราพักพิง


"ขณะที่นางพยายามกำลังปั้มหัวใจช่วยคนเจ็บอยู่ก็ถูกยิงเสียชีวิต การ์ดก็ตาย โหดมาก พวกเราไม่ได้กินข้าวกินน้ำกันเลยตี 5 ตั้งแต่ทหารเริ่มปฎิบัติิการ พวกเขามากล่าวหาว่าพวกเราเป็นผู้ก่อการร้าย เราไม่มีอะไรเลย มีแต่พัด แล้วมากล่าวหาว่าเราเป็นคอมมิวนิสต์ เป็นผู้ก่อการร้าย ถ้ามีปืนจริงคิดว่าจะเหลือหรือไงก็ยิงออกไปสิ บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป สั่งฆ่าใครฆ่าให้หมดจับใครได้ก็ฆ่าให้หมด" ยายคำสอนกล่าว


"กลัวก็กลัวแต่สู้ ช่วยๆกัน ระเบิดโยนมาไม่ถูกพวกเราก็ถูกคนอื่น ลูกปืนยิงมาไม่ถูกเราก็ถูกคนอื่น การ์ดผู้ชายรับปืนรับระเบิดแทนผู้หญิงหมด แต่ผู้หญิงตายเยอะหนีไม่ทันทั้งคนแก่และเด็ก แล้วยังยิงฝรั่งที่มาทำข่าวอยู่กินกับพวกเรา แล้วยังจะมาหาว่าเป็นพวกผู้ก่อการร้ายยิงอีก มันโหดร้ายแค่ไหนรัฐบาลนี้จะเอาเราไปประหารก็เชิญเพราะพูดความจริงเลย เพราะรัฐบาลทำได้ทุกอย่าง" ยายชาวหนองคายพูดอย่างไม่กลัวความผิดและภัยถึงตัว


"เราไม่ใช่คนมีความรู้แต่เป็นชาวนาเต็มตัวจะบอกว่า แม้แต่เด็กยังไม่ไว้ชีวิต คนแก่คลานไปร้องขอชีวิตยังโยนทิ้ง ไม่ตายก็โยนเข้ากองไฟ เอาศพไปทิ้งไม่ให้เห็นศพ"ยายคำสอนกล่าวย้ำอีกครั้งก่อนจะบอกว่าได้เข้าไปหลบอยู่ในวัดปทุมวนารามหลวงปู่ก็เทศนาให้ฟังแก๊สน้ำตาก็ยิงเข้ามาในวัดใจสั่นไปด้วยนั่งพนมมือไปด้วย ไม่ตายก็เหมือนตาย เราผ่านสนามรบมาแล้วไม่เห็นต้องกลัวอะไรอีกต่อไป


ขณะที่นายสุชาติ พรั่งพรหม นปช.จันทบุรี กล่าวย้ำถึงภาพที่เห็นและเสียงที่ได้ยิน ว่า"เห็นทหารยิงประชาชนตอนนั้นพักอยู่ที่วัดปทุมวนารามเห็นศพอยู่ในวัด 6 ศพ บาดเจ็บอีกประมาณ 10 คน ยิงพยาบาล(อาสาสมัคร)ในวัดที่กำลังทำแผลให้กับคนเจ็บก่อนยิงยังด่าพยาบาลอีกว่าอีเสื้อแดงมึงเก่งนักหรอแล้วก็ยิงเลย เป็นทหารแก่แล้วมีผมหงอก "


เสียงส่งท้ายของคนเสื้อแดงก่อนอำลาเมืองกรุง กลับบ้านพร้อมกับบาดแผลในใจ ความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิตบนเส้นทางการเรียกร้องประชาธิปไตยได้รับบทเรียนที่แสนล้ำค่าที่สุดในชีวิตของมวลชนคนธรรมดาที่ไม่คาดคิดว่าจะต้องมาตกอยู่ในสมรภูมิรบท่ามกลางสงคราม "คนไทยฆ่ากันเอง" จนแทบเอาชีวิตไม่รอด

2นักข่าวฝรั่ง เล่าประสบการณ์สยองในวัดปทุมวนาราม

ที่มา ข่าวสด


ภาพ : คืนเกิดเหตุภายในวัด ภาพโดยมาร์ก แม็กคินนอน

ภาพ : ภาพเอเอฟพี-ในวันรุ่งขึ้น 20 พ.ค.

ภาพ : ภาพเอเอฟพี-ในวันรุ่งขึ้น 20 พ.ค.

ภาพ : ภาพเอเอฟพี-กาชาดตั้งศูนย์ในวัด วันที่ 17 พ.ค.

วันทหารสลายผู้ชุมนุม

เมื่อ 21 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ข่าว ดิ ออสเตรเลียน ของออสเตรเลีย รายงานว่า นายสตีฟ ทิกเนอร์ นักข่าวช่างภาพในสังกัดที่มาจากเมืองนิวคาสเซิล รัฐนิวเซาท์เวลส์ เข้าไปทำข่าวการชุมนุมและอยู่ในที่เกิดเหตุสลายผู้ชุมนุมที่วัดปทุมวนาราม วันที่ 19 พ.ค. ทิกเนอร์ เล่าว่า ตลอดคืนนั้นมีแต่เสียงปืนและระเบิด ภายในวัดมีทั้งคนตายและผู้บาดเจ็บ คนที่อยู่ในวัดส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง และไม่ใช่กลุ่มฮาร์ดคอร์


นายทิกเนอร์ กล่าวว่า ชายคนหนึ่งที่อยู่ในวัดถูกทหารที่อยู่ห่างจากวัดไม่กี่เมตรยิงเข้าใส่ ชายคนนั้นทรุดลงไปกองกับพื้น เมื่อตนและพระสงฆ์จะเข้าไปช่วยลากชายคนนั้น ก็ถูกทหารยิงใส่เข้ามา ตนคิดว่าทหารรู้ว่าตนเป็นนักข่าว เพราะเห็นกล้อง ต่อมาตนและพระช่วยกันลากชายคนนั้นเข้าไป แต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา บรรยากาศในตอนนั้นเต็มไปด้วยความกลัว ตื่นตระหนกและเครียด ตนไม่ได้ออกจากวัด เพราะกลัวถูกยิงตาย ข้างนอกวัดมีสไนเปอร์และรถถัง มีแต่ความโกลาหล

ด้านเว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดอะโกล้บ แอนด์ เมล์ สื่อชื่อดังของประเทศแคนาดา รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ค. นายมาร์ก แม็กคินนอน ผู้สื่อข่าวเดอะโกล้บ แอนด์ เมล์ ปฏิบัติหน้าที่ทำข่าวเหตุทหารไทยบุกโจมตีเวทีชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดงแยกราชประสงค์ และเขียนบทความเรื่อง In a Bangkok Buddhist temple, the groans of the wounded shot seeking sanctuary. เล่าประสบการณ์เฉียดตายในวันดังกล่าว ว่า ตนกับนายแอนดรูว์ บันคอมบ์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ ดิ อินดีเพนเดนต์ ประเทศอังกฤษ พร้อมนายร็อบ ดอนเนลแลน ชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และอาสาทำหน้าที่ล่ามแปลภาษา ออกไปเก็บข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกระทั่งท้ายที่สุดเข้าไปทำข่าวในเขตวัดปทุมวนารามในช่วงเย็นและพบชาวนา รวมทั้งชาวบ้าน ซึ่งเป็นมวลชนคนเสื้อแดงหลบภัยอยู่ข้างในวัดประมาณ 1,500 คน ส่วนแกนนำ นปช.นั้นหายไปหมดสิ้น


นายแม็กคินนอนระบุว่า ก่อนหน้านี้แกนนำเสื้อแดงกล่าวกับมวลชนว่าถ้าทหารบุกเข้าที่ชุมนุมให้เคลื่อนย้ายมายังวัดปทุมวนารามเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม พอใกล้ถึงกำหนดที่รัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว เวลา 20.00 น. วันที่ 19 พ.ค. สถานการณ์รอบๆ วัดก็ตกอยู่ในสภาพตึงเครียด จนตนกับแอนดรูว์และร็อบออกจากวัดไม่ได้ต้องหลบกระสุนกันชุลมุน แม้ว่าวัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และน่าจะปลอดภัยก็ตาม ขณะเดียวกัน คนบางคนในกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามยิงพลุตอบโต้ฝ่ายทหาร

ต่อมาตนเข้าไปหลบในกุฏิพระและมีโอกาสใช้อินเตอร์เน็ตตรวจสอบเหตุการณ์ข้างนอก จากนั้นนายแอนดรูว์โทรศัพท์มือถือเข้ามาบอกว่า "ผมถูกยิงแล้วเพื่อน" เมื่อไปถึงบริเวณประตูวัดพบนายแอนดรูว์ถูกปืนลูกซองยิงใส่ได้รับบาดเจ็บตรงต้นขา และเสียงกระสุนปืนดังสนั่นหวั่นไหวมาก


ผู้สื่อข่าวแคนาดาซึ่งผ่านประสบการณ์สยองในวัดปทุมวนาราม รายงานต่อไปว่า ตนใช้มือถือโทร.ติดต่อขอความช่วยเหลือจากสถานทูตแคนาดา อังกฤษ รวมถึงโรงพยาบาลต่างๆ และต่อสายไปยังสำนักงานของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผู้ออกคำสั่งปราบปรามคนเสื้อแดง ชั่วโมงอันยาวนานผ่านพ้นไป บางขณะเสียงปืนเงียบไป แต่กลับดังระงมขึ้นอีก ตามด้วยเสียงระเบิดปริศนาหลายนัด ในที่สุดได้รับโทรศัพท์แจ้งว่ามีการตกลงหยุดยิงเพื่อให้รถพยาบาลเข้ามารับนายแอนดรูว์กับผู้บาดเจ็บออกจากวัดไปโรงพยาบาล

เมื่อรถมาถึงนายแอนดรูว์ปฏิเสธไม่ยอมขึ้นรถเป็นคนแรก เพื่อเปิดทางให้ผู้บาดเจ็บคนอื่นๆ ไปก่อน เพราะไม่มั่นใจว่าเมื่อเจ้าหน้าที่มาช่วยชาวต่างชาติแล้วจะกลับไปเลยโดยละทิ้งคนอื่นๆ หรือไม่ ส่วนเจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินขอให้ตนเข้าไปบอกคนในวัดว่าพรุ่งนี้เช้าจะพยายามกลับมาใหม่ อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อช่วยเหลือสตรี คนชรา และผู้บาดเจ็บที่อาจยังหลงเหลือ จากเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 7 คน ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่การแพทย์ 2 คน บาดเจ็บ 10 คน

6 ศพ วัดปทุมฯ 6 ศพ เขต "อภัยทาน" คำถามถึง สังคม

ที่มา ข่าวสด


6 ศพในวัดปทุมวนารามเป็นโศกนาฏกรรมหนึ่งที่ควรให้ความสนใจอย่างเป็นพิเศษ

แม้ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอฉ.จะแถลงว่า

"มีผู้ยิงอาวุธสงครามเข้าไปในขณะที่ผู้ตายพยายามเดินออกจากพื้นที่ไปยังสนามกีฬาศุภชลาศัย คาดว่าจะถูกยิงในช่วงเวลา 17.00-18.00 น. สิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีคือช่วงเวลานั้นทหารและตำรวจยังไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่วัดได้เลย"

แต่อาสาสมัครร่วมด้วยช่วยกันที่อยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยผ่านหนัง สือพิมพ์ "ไทยรัฐ" ว่า

"ผมและเจ้าหน้าที่อาสาปฏิบัติงานอยู่ที่เต็นท์พยาบาลหลังร้านขายเครื่องสังฆทานในวัดได้มีเสียงปืนยิงมาจากบริเวณฝั่งแยกเฉลิมเผ่าและบนรางรถไฟฟ้า คนเสื้อแดงรายหนึ่งถูกยิงหน้าประตูภายในรั้ววัดตรงจุดที่ป้ายคำว่าเขตอภัยทานเพียงไม่กี่เมตร

"เจ้าหน้าที่อาสาพยาบาลในเต็นท์กรูออกไปช่วยแต่ถูกกราดยิงร่วงลงไปกองกับพื้น ผมและเพื่อนช่วยกันนำร่างผู้ถูกยิงเข้ามาหลบในเต็นท์แต่ก็ยังมีกระสุนระดมยิงเข้ามาอีก

เมื่อไม่ใช่ทหาร เมื่อไม่ใช่ตำรวจแล้วเป็นผู้ใด

คําถามที่เกิดขึ้นมิได้หมายถึง 6 ศพที่อยู่ในวัดปทุมวนารามอันเป็นเขต "อภัยทาน" อย่างที่เข้าใจกันเท่านั้น หากยังเป็นอีกหลายสิบศพระหว่างปฏิบัติการตั้งแต่เช้าตรู่ของวันที่ 19 พฤษภาคมอีกด้วย

เมื่อมิได้เป็นตำรวจและทหาร หมายถึงเป็นฝีมือของ "ผู้ก่อการร้าย" กระนั้นหรือ

คำถามนี้มิได้จำกัดเฉพาะสถานการณ์กระชับวงล้อมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม หากกินความตั้งแต่การขอคืนพื้นที่เมื่อวันที่ 10 เมษายน การยิงเอ็ม 79 เมื่อวันที่ 22 เมษายน รวมถึงความตายของทหารในวันที่ 28 เมษายน

ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการมีผู้เสียชีวิตรวมแล้วเกือบ 80 บาดเจ็บอีกนับพันคน

ขณะที่สถานการณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2516 มีผู้เสียชีวิต 70 ขณะที่สถานการณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2519 มีผู้เสียชีวิต 41 และขณะที่สถานการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 มีผู้เสียชีวิต 52 คน

ถือได้ว่าสถานการณ์จากเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2553 จำนวน มากกว่า 80

แต่เป็นความมากกว่าที่แทบไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาล เป็นความมากกว่าที่เจ้าหน้าที่พร้อมโยนให้เป็นความรับผิดชอบของผู้ก่อ การร้าย

ไม่ใช่ความรับผิดชอบของรัฐบาล ไม่ใช่ความรับผิดชอบของทหารและตำรวจ

สถานการณ์ ณ จุดอื่นอาจมีความคลุมเครือยากต่อการพิสูจน์ แต่สถานการณ์ ณ วัดปทุมวนารามมีพยานรู้เห็นอย่างค่อนข้างเด่นชัด

เด่นชัดว่าเสียงปืนดังมาจากฝั่งไหน

เด่นชัดว่าวัดปทุมวนารามได้รับการประกาศและยอมรับโดยทั่วกันว่าเป็นเขตอภัยทาน มีความเป็นกลาง

คนที่รัวกระสุนเข้าไปในวัดเพื่อสังหารคนย่อมเลือดเย็นเป็นอย่างยิ่ง

ขณะเดียวกัน สถานการณ์การสังหาร 6 ศพ ในวัดปทุมวนารามเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคมและต่อเนื่องมาถึงวันที่ 20 พฤษภาคม

จึงได้มีการเข้าไปตรวจสอบและยืนยันความเป็นจริง

กระนั้น ความเป็นจริงก็ยังมีความขัดแย้งระหว่างความเป็นจริงของรัฐบาล ความเป็นจริงของศอฉ.กับ ความเป็นจริงของผู้อยู่ในเหตุการณ์

คำถามก็คือ ความเป็นจริงของฝ่ายใดจะเป็นความเป็นจริงที่ "จริงแท้"

สังคมไทยได้ชื่อว่าเป็นสังคมพุทธ วัดปทุมวนารามถือได้ว่าเป็นวัดที่ได้รับความเชื่อถืออย่างสูง

การบิดเบือนในสถานที่แห่งอื่นอาจสามารถกระทำได้โดยตาไม่กะพริบ แต่กล่าวสำหรับ ณ วัดปทุมวนาราม ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะสามารถบิดเบือนได้อย่างเลือดเย็น

เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คงไม่ยอมให้ฆาตกรและผู้สมคบคิดลอย นวลได้อย่างแน่นอน

ย้อนกลับมาสู่นายกฯ

ที่มา ข่าวสด


คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

วงค์ ตาวัน



นอกจากตัวเลขผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการของรัฐบาลนับตั้งแต่ 10 เม.ย.จนถึง 19 พ.ค. จะสูงเกิน 80 ศพแล้ว อันเป็นความสูญเสียของประชาชนในเหตุการณ์ทางการเมืองที่หนักหนาสาหัสที่สุดในประวัติศาสตร์

ยังมีปัญหาความเสียหายของย่านการค้าในเมืองหลวง ธนาคาร ศาลากลางในต่างจังหวัด

ทั้งสองประเด็นนี้ สุดท้ายจะย้อนกลับมาหานายกรัฐมนตรีผู้สั่งการทั้งหมด!

แม้รัฐจะพยายามขยายภาพผู้ก่อการร้าย เพื่อโยนความรับผิดชอบที่มีประชาชนล้มตายมากมาย ไปจนถึงการเผาทำลายเสียหายมหาศาล

แต่ถ้าสังคมไม่หลงเคลิ้มไปกับถ้อยแถลงของศอฉ.

จะต้องถามถึงความรับผิดชอบของรัฐบาลด้วย!!

แน่นอนแกนนำม็อบต้องมีความผิด และบัดนี้ก็เข้ามอบตัวโดนคุมขังไปแล้ว

แต่รัฐบาลนั้นผิดยิ่งกว่า เพราะเป็นผู้ดูแลความสงบสุขของบ้านเมือง กลับตัดสินใจแก้ไขปัญหา ในหนทางที่จะทำให้เกิดความรุนแรงติดตามมา

อย่างการเผาบ้านเผาเมือง ตอนนี้ก็ประโคมว่า มีการวางแผนล่วงหน้า

ทั้งที่ไม่ต้องมีใครวางแผนหรอก แค่เอารถเกราะบุกตะลุยยิงกันแหลก ไม่ว่าใครก็มองออกว่า จะนำมาซึ่งอารมณ์โกรธแค้นบ้าคลั่งขาดการควบคุม

หันซ้ายหันขวา ล้วนย่านการค้าทั้งนั้น

เป็นเรื่องที่ศอฉ.ต้องรู้ ถ้ากองกำลังทหารเข้าถึงที่ชุมนุมเมื่อไร ก็วอดวายทั้งราชประสงค์เมื่อนั้น!?!

นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีตประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ พูดชัดเจนว่า ถึงแม้แกนนำนปช.จะเข้ามอบตัว แต่เหตุการณ์ต่างๆ จะไม่จบ

เคยเตือนรัฐบาลมาตลอดว่า การใช้กำลังจะสามารถระงับเหตุการณ์ได้แค่ช่วงเวลาหนึ่ง แต่ในระยะยาวจะเกิดความไม่สงบขึ้นทั่วทุกภูมิภาค

หากสลายการชุมนุมโดยใช้อาวุธจนมีคนเสียชีวิตจะนำไปสู่ความโกรธแค้น การเผาอาคารต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯและต่างจังหวัดก็เห็นชัดแล้วว่า มันจะนำไปสู่ความไม่สงบในระยะยาวอย่างแน่นอน

นั่นคือคำพูดของนายดิเรก ซึ่งรัฐบาลยิ่งต้องรู้ดีกว่า

แต่ก็ยังสั่งทหารและรถเกราะ

แล้วปัดความรับผิดชอบเมื่อมีการเผาทำลายและมีคนตาย

ตอนนี้แกนนำทยอยเข้าคุกแล้ว

นายกฯยังเฉยชาอยู่อีกหรือ!?

ถ้าไม่แสดงความรับผิดชอบ

ความโกรธแค้นจะไม่จบ!

โยนชั่ว-ถีบทิ้ง

ที่มา ข่าวสด


คอลัมน์ เหล็กใน




หลัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สั่งการเลือดกรณีวันที่ 19 พ.ค.

พรรคประชาธิปัตย์เริ่มเปิดยุทธการใบบัวปิดช้างตาย ปัดผิดให้พ้นตัวอีกครั้ง

ด้วยวิธีการ "ตะโกนในโรงหนัง" อย่างหนักหน่วง

น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค อ้างว่าเหตุการณ์จลาจลหลังทหารเข้าล้อมปราบ ไม่ใช่ความคลุ้มคลั่งของมวลชน ที่ไม่เห็นด้วยการยุติการชุมนุม

เป็นการวางแผนล่วงหน้าทั้งสิ้น

ทำกรุงเทพฯ ให้เป็นทะเลเพลิง ทำต่างจังหวัดให้ลุกเป็นไฟ เพื่อที่จะให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศ

น.พ.บุรณัชย์ยังบอกว่าพรรคยังล่วงรู้ด้วยว่าการกระชับวงล้อมในวันนั้น ถ้าหากมีเด็ก และสตรีเสียชีวิตก็จะพากันแห่ศพไปทั่วกรุงเทพฯ โดยมีจุดหมายที่โรงพยาบาลศิริราช

เพื่อต้องการดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง

ขณะที่ นายสาธิต ปิตุเตชะ ก็ออกมาตอบโต้ซัดใส่กลุ่ม 55 ส.ว.ว่าเป็นกลุ่มทักษิณคอนเน็กชั่น ต้องการหักหน้านายกฯ หลังจากส.ว.กลุ่มนี้ออกมาระบุว่าถูกนายกฯ หักหลัง

นายสาธิตยังล่วงรู้ต่อไปอีกว่า ข้อเสนอให้หยุดยิง หยุดความรุนแรงทั้งสองฝ่าย ไม่ได้เป็นที่ยอมรับของแกนนำนปช. แต่ต้องการยื้อเวลาชุมนุมให้ยืดเยื้อออกไปเท่านั้น

ส่วนการจลาจลเผาสถานที่ต่างๆ นั้น นายสาธิตระบุว่ามีเป้าหมายอยู่ที่ธนาคารกรุงเทพ

ซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

นอกจากนี้ ยังมีวาทกรรมกล่าวหา โยงมั่ว จับแพะชนแกะ จากโฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรค ซึ่งสังคมไม่ค่อยถืออีกหลายประเด็น

หลังปล่อยให้บรรดาโนราเด็กๆ ออกมาโต้วาที

ก็ถึงคราวตัวใหญ่ระดับนายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล บ้าง

นายพิเชษฐดีดลูกคิดรางแก้วอ้างว่าการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้เศรษฐกิจไทยเสียหาย 2 แสนล้านบาท

เมื่อรวมเหตุการณ์วันที่ 19 พ.ค.ไปด้วยก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท

ถ้าคำนวณผลกระทบต่อเนื่องอีก ความเสียหายก็อาจพุ่งถึง 8 แสนล้านบาท

พร้อมกับแนะให้ช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการราชประสงค์ที่ไม่ทำประกันวินาศภัยไว้

ขณะเดียวกันก็แนะนำนายกฯ อย่ายุบสภา อย่าลาออก ให้เดินหน้าแก้ปัญหาผู้ก่อการร้ายต่อไปให้จบ

ก่อนจะทิ้งท้ายว่าทางที่ดีต้องกลับมาคุยกับส.ส.ของพรรคทั้ง 172 คนบ้าง อย่าเอาแต่คุยกับไม่กี่คนภายใน

ร.11 รอ.

เพราะที่ผ่านมา นายกฯ มักจะมาบอกหลังจากทำไปแล้ว ผู้ใหญ่อย่างนายชวน หลีกภัย หรือนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ไม่รู้ว่าทำอะไรไปบ้าง เพราะไม่เคยมาปรึกษา

แท็กทีมผลัดกันเล่น ทั้งโยนชั่วและถีบทิ้งคราวเดียวกัน

คำจริงวันนี้

ที่มา บางกอกทูเดย์


เหมือนโลกถูกปิด..รัฐบาลที่มาจาก รัฐประหาร..ยังไม่เคยกระทำการ “ปิดสื่อ” ดังเช่นรัฐบาลที่บริหารราการแผ่นดินอยู่ในขณะนี้ทั้งๆที่เป็น รัฐบาล ที่มาจากประชาชนการไล่ “ปิดดะ” ทั้ง “ทีวี.”ที่รัฐเข้าไปควบคุม สื่อต่างๆ..แม้กระทั่ง “เว็ปไซต์”ที่เป็นกลางอย่างเห็นๆ ก็ถูกปิดเรียบ!!“ความจริง”เป็นสิ่งที่หนีไม่พ้นเหมือน “คน”กับ “เงา” มันจะต้องติดตามตัวกันไปตลอด..ถึงจะหาแสงจ้าเพื่อมาไล่เงาให้พ้นออกไป..ก็เพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นจะกลัวความจริงอะไรกันนักหนา!!การที่ ออกมาพูดข้างเดียว ฝ่ายเดียว มันยิ่งสร้างความอึดอัดให้กับ ประชาชน ทั่วไปผู้คนจึงเมินหนี “ฟรีทีวี.” หันไปดูข่าวต่างประเทศ หรือ ทาง เคเบิลทีวี.เพราะต้องการรู้ “ความจริง” และ “คำจริง”ว่าแท้จริงมันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยในยามนี้..ประชาชนไม่สิทธิ์ที่จะ วิจารณ์ อะไรได้เลยแม้กระทั่งใน

อินเตอร์เน็ต ที่มีครบกันหมดทุกบ้าน!!ชาวบ้านเขาอยากฟัง “คำจริง” คำพูดที่น่าเชื่อถือได้ของคนในบ้านนี้เมืองนี้คำพระท่านว่า สัจเจนา ลิกะวาทินัง แปลว่า “พึงชนะคนพูดปดด้วยคำจริง”เพราะ “คำจริง” หรือ “ความจริง” คือสิ่งไม่ตาย..แต่ ทุกวันนี้ ประชาชน เขาเริ่มไม่เชื่อแล้วว่า ที่รัฐบาลพร่ำพูดออกมาทางสื่อนั่นมันไม่ใช่ “คำจริง”เพราะมันพลิกพลิ้วเปลี่ยนไปเรื่อยทุกๆวันไม่มีหรอกที่ใครจะวิ่งหนีเงาตัวเองไปได้ตลอดชีวิต!! “ประเทศชาติ”คือ “ประชาชน”..และ

ประชาชน จะต้องมาก่อน นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็พูดไว้อย่างชัดเจนเราก็การปกครองรูปแบบ “ประชาธิปไตย” มาจาก อังกฤษ ฝรั่งเศส อเมริกาเขาถึงมีคำพูดที่ว่า The will of people is the best low.ความหมายคือ “ความต้องการของประชาชน คือกฎหมายที่ดีที่สุด”ก็รู้อยู่แล้วว่า ประชาชนเขาต้องการอะไร??.. “คำจริง” ที่ออกมาจากสื่อจริงๆที่ถูกปกปิดเอาไว้นั่นเอง!

สื่อสิ่งพิมพ์

ที่มา บางกอกทูเดย์


สื่อสิ่งพิมพ์นั้น..แตกต่างจากสื่อออนแอร์ทั้งหลายแต่ละมือที่ยื่นออกมาคว้า สื่อสิ่งพิมพ์ออกไปจากแผงหนังสือ..คือประชาชนคนหนึ่ง..เขาเหล่านั้นซื้อสื่อสิ่งพิมพ์เพราะเขาเชื่อถือในสื่อส่วนนั้น..สื่อสิ่งพิมพ์..จึงเดินห่างไม่ได้จาก..ความคิดการอ่านของประชาชน..ประชาชนปราถนาอะไร..สื่อสิ่งพิมพ์จะต้องโอนอ่อนผ่านตาม..แต่ว่ากันไปแล้ว..ประชาชนส่วนใหญ่จะโคจรความปราถนาของเขาไปบนความถูกต้อง..ความถูกต้องของคนส่วนใหญ่..ดำรงสถานะของประเทศไว้..และให้กำเนิดผู้นำที่สร้างชาติในทันทีที่..คนส่วนใหญ่...มองเห็นว่า..นี่มันไม่ใช่ความถูกต้อง นี่คือผู้นำที่ใช้ไม่ได้..เขาก็จะลุกขึ้นมาต่อต้านขัดขวาง..เขาจะไม่

ยอมศิโรราบให้กับสิ่งนั้นอีกต่อไป..ถึงวันนี้..หลังจาก..ศพของประชาชนกองพ้นจากหลักสิบวิ่งเข้าหาหลักร้อย..ไม่ว่าสื่อสิ่งพิมพ์นั้นจะเห็นด้วยคล้อยตามรัฐบาลหรือผู้นำประเทศ..แบบไหนเช่นไร..เขาจะต้องปล่อยวางความรู้สึกนึกคิดของเขา และรับเอาความรู้สึกนึกคิดของประชาชนส่วนใหญ่..มาเป็นหลักเพราะประเทศคือประชาขชนส่วนใหญ่เขียนขึ้นมาเพื่อที่จะบอกกับ.. เบบี้ทุช ว่า..จงสังเกตุการณ์เปลี่ยนแปลงของสื่อสิ่งพิมพ์..เพราะการเปลี่ยนแปลงนั้นจะสท้อ

นให้เห็นถึงความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่..หรืออาจจะเรียกได้ว่า...มหาประชาขชนเหมือนพรานป่าที่ชำนาญป่า จะรู้ว่า..สรรพสัตว์ทั้งหลายในราวป่า สัมผัสถึงอันตรายและความอุดมสมบูรณ์ได้อย่างไร และนำความรู้นั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับตนเอง..นักการเมืองที่สามารถ..จะรับรู้ถึง..ความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่..และเขาจะไม่ดึงดันฟันฝ่า..หรือสร้างกำแพงหนาขึ้นมาต่อต้าน..เพราะ นักการเมืองที่สามารถ.. เขาจะโอนอ่อนผ่อนตาม..เหมือนผู้ชำนาญในการเล่นเรือ

ใบ..แล่นใบต้านลมนักการเมืองที่สามารถ..ต้องรู้ว่า..มหาประชาชน กับ มหาสมุทร์นั้น..เป็นเรื่องสุดหยั่งคาด..ทันทีที่มันป่วนคลั่งขึ้นมา..จะไม่มีอะไรหรือแสนยานุภาพใดๆ หยุดยั้งมันได้..จนกว่ามันจะสงบตัวของมันเองไม่สงสารตนเองก็สงสารประเทศชาติเถิดครับ..ประชาชนเคลื่อนที่ไปแล้ว สื่อสิ่งพิมพ์กำลังเคลื่อนตัวตามไป..ยอมไปยอมผ่อนปรนเถิด..เพื่อให้ประเทศอยู่

No Smile ไทยแลนด์!

ที่มา บางกอกทูเดย์



มีคนเคยกล่าวว่า “สยามเมืองยิ้ม” หรือ Land of smile แต่วันนี้ดินแดนแห่งนี้กำลังพบว่า “รอยยิ้ม”ของผู้คนกำลังจะเลือนหายไปทุกขณะ ทั้งนี้ เนื่องจากมาจากความขัดแย้งทางความคิดของคนที่รุนแรงที่สุดในรอบ 18 ปี หลังจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ความขัดแย้งที่สะสมมานานกว่า 5 ปี หลังการยึดอำนาจ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 นับเป็น “ปฐมบท” ของการเผชิญหน้าระหว่าง “อำนาจรัฐ” และ “อำนาจของประชาชน”แต่คงไม่มีใคร

คิดว่า...ประเทศไทยจะเดินมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญเช่นนี้ และคงไม่มีใครคิดมาก่อนว่า...คนไทยจะออกมาเผาบ้านเผาเมืองของตัวเอง และเป็นการออกมาสร้างความเสียหายครั้งเลวร้ายที่สุดของประวัติศาสตร์ชาติไทย นับตั้งแต่ก่อนตั้งกรุงรัตนโกสินธุ์ วันนี้เมืองหลวงของไทยกลายเป็นดินแดน “มิคสัญญี” ผู้คนออกมาเข่นฆ่ากันเอง เผาบ้านเรือน อาคารสถานที่สำคัญ ปล้นสะดม ทหารต้องออกมาปราบปราบประชาชน วันนี้กรุงเทพฯจึงไม่ต่างจากสมรภูมิ! ความเสีย

หายที่เกิดขึ้นล้วนแต่เป็นผลพวงจากวิกฤตการเมืองที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมให้กันและกัน กล่าวคือ ฝ่ายรัฐเอง เชื่อมั่นว่าจะสามารถบังคับใช้กฎหมายได้เหมือนทุกครั้งที่เคยทำมา แต่ลืมไปว่า การชุมนุมของนปช.ในช่วงที่ผ่านมา “ไม่ได้หมู” เหมือนการชุมนุมเช่นทุกครั้งเพราะตลอดเวลา 5 ปี ที่ นปช.ก่อเกิดขึ้นมาในสนามการเมืองนั้น แต่ละครั้งที่ออกมาเคลื่อนไหวล้วนแต่เก็บเกี่ยวชั่วโมงบินไม่ว่าจะเป็นการออกมาเคลื่อนไหวครั้งแรกที่ต่อต้านคมช. โดยเรียกร้องให้คมช.

ออกไปหรือแม้แต่การออกมาชุมนุมระหว่างการประชุมอาเซียนเมื่อปีเม.ย. 2552 จนทำให้รัฐบาลไม่สามารถจัดการประชุมผู้นำอาเซียนได้การควบคุมสถานการณ์ของรัฐบาลในแต่ละครั้ง พบว่า มีการประเมินสถานการณ์ที่ต่ำไป จนไม่สามารถยับยั้งความสูญเสียที่เกิดขึ้น การชุมนุมครั้งนี้ก็เช่นกัน แม้รัฐบาลจะประกาศใช้กฎหมายพิเศษที่อยู่ในมือ ทั้ง พ.ร.บ.ความมั่นคง และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ยังไม่สามารถเข้าระงับยังยั้งเหตุการณ์ที่กำลังบานปลายในขณะนี้ได้แม้แกน

นำนปช.บางส่วนจะประกาศยุติการชุมนุมที่เวทีราชประสงค์แล้วก็ตาม แต่แนวร่วมที่กระจายกำลังรอบนอกยังคงต้องการต่อสู้กับอำนาจรัฐต่อไปวันนี้ แนวร่วมเหล่านี้ได้ร่วมตัวเป็น แนวร่วมอิสระ ที่ไร้แกนนำนปช. การต่อสู้ของแนวร่วมเหล่านี้จึงเหลือใช้ความรุนแรงเข้ามาต่อสู้ เพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่ในทุกรูปแบบทำให้สถานการณ์ในกรุงเทพฯในเวลานี้กลายเป็นจราจล และกำลังขยายไปยังต่างจังหวัด นั้นหมายถึงแนวร่วมนปช.ในทุกภูมิภาคกำลังจะออกมาตอบโต้รัฐบาลที่

เลือกใช้ความรุนแรงเข้าล้อมปราบประชาชน สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด เป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยนเกิดขึ้นมาก่อน และกำลังเพิ่มดีกรีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หากวันนี้รัฐยังเลือกใช้ความรุนแรงเพื่อยุติปัญหา หากสถานการณ์บ้านเมืองยังเป็นเช่นนี้ “ไทยแลนด์”กำลังเข้าสู่ดินแดนไม่ “สไมล์”

Friday, May 21, 2010

ก่อการร้าย?

ที่มา ข่าวสด


เหล็กใน



นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กระทำผิดอย่างมหันต์อีกครั้ง

หลังตัดสินใจสั่งใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์

เริ่มต้นด้วยมาตรการกดดัน ปิดล้อม ห้ามคนเข้าออกสถานที่ชุมนุม

ตามด้วยการตัดข้าวตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดสัญญาณโทรศัพท์

อันเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงรอบนอก ที่บ่อนไก่ ราชปรารภ และดินแดง

มีการปะทะ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ความรุนแรงเพิ่มดีกรีขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้แกนนำผู้ชุมนุมยินยอมพร้อมเจรจา โดยมีกลุ่มส.ว.ส่วนหนึ่ง เป็นผู้ดำเนินการประสานงาน

ข้อเสนอก็คือให้ทหารหยุดยิง ขณะเดียวกันก็ให้มวลชนที่กำลังโกรธแค้นอยู่รอบนอก หยุดการกระทำที่รุนแรงทุกอย่าง

แต่นายอภิสิทธิ์แข็งกร้าว เอาใจสังคมแวดล้อมของตัวเองเกินไป

พร้อมกับส่งสัญญาณว่าการเจรจาถูกปิดประตูไปแล้ว ถ้าจะเจรจาก็ต้องหยุดชุมนุมก่อน

ขณะเดียวกัน ก็มีการโหมกระพือวาทกรรมผู้ก่อการร้ายอย่างต่อเนื่อง

หลังจากใช้กำลังทหาร พร้อมอาวุธสงคราม รถสายพานหุ้มเกราะ บุกกระชับวงล้อมŽความสูญเสียและความรุนแรงแบบสงครามกลางเมืองก็เริ่มเกิดขึ้นทันที

มีการปะทะ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียเลือดเสียเนื้อกันทั้งสองฝ่าย


น่าเสียใจอย่างยิ่ง ที่ความย่อยยับในชีวิตของมนุษย์ครั้งนี้ ยังมีคนอีกกลุ่มมองอย่างสะใจ และบอกว่าสมควรแล้ว

โดยเฉพาะวอร์รูมของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งบอกว่าศพแล้วศพแล้วที่ตายไปนั้น ยังอยู่ในวิสัยที่พอรับได้ทั้งๆที่ความจริงน่าจะเป็น 200-300 ศพด้วยซ้ำไป

ปฏิบัติการทางทหารกับผู้ชุมนุมในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมีมนุษยธรรรมในหัวใจของนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และบุคคลในกองทัพได้อย่างดี

ความสูญเสียในวันที่ 19 พ.ค.ในเบื้องต้น ตายไปแล้ว 13 ศพ บาดเจ็บจากคมกระสุน และการปะทะอีกเกือบ 100 ราย

ตามมาด้วยการจลาจลเผาทำลายตอบโต้อย่างบ้าคลั่ง ซึ่งไม่อาจเหมารวมว่ามาจากผู้ชุมนุมฝ่ายเดียว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายอภิสิทธิ์และคณะรัฐบาล อาจจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปอีกได้

ตราบใดที่คนในสังคมยังเห็นว่าเป็นการลงมือเพื่อปราบการก่อการร้าย ตามที่รัฐบาลโหมประโคมขออนุญาตเอาไว้


แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าผู้ที่มาจากการเลือกตั้ง อ้างมาตามวิถีประชาธิปไตย จะใช้วิธีดังกล่าวเพื่อปฏิบัติกับประชาชนที่เห็นต่างได้ถึงเพียงนี้


ทั้งๆที่ระบอบประชาธิปไตย เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้คนลุกขึ้นจับปืนมาต่อสู้กัน

จากหนักไปหาหนักมาก และไม่จบ..!

ที่มา ข่าวสด


คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

คาดเชือก คาถาพัน



นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชูมาตรการปราบปรามการชุมนุมของเสื้อแดง จาก "เบาไปหาหนัก"

มีรายละเอียดที่อ้างว่า เป็นไปตามหลักสากล

แต่ที่สากลยิ่งกว่าคือการเจรจา รัฐบาลและเสื้อแดงยอมเจรจา แต่หลังจากการเจรจาล้มเหลว 2 รอบ ก็เดินหน้ามาตรการเด็ดขาดใหม่

ปฏิบัติการกระชับพื้นที่จึงเกิดขึ้นในวันพุธ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา

ท่ามกลางเสียงทักท้วงว่า กรณีเสื้อแดงเป็นปัญหาการ เมือง ยังไงๆ ต้องแก้ไขด้วยวิธีการเมืองมากกว่า

และท่ามกลางเสียงพยากรณ์ว่า หลังมาตรการนี้ มิคสัญญีจะตามมา

ภายหลังมาตรการกระชับพื้นที่ของรัฐบาลทะลวงผ่านศาลาแดง สารสิน ไปจ่อราชประสงค์ แกนนำม็อบเสื้อแดง ยอมเข้ามอบตัวหลังเที่ยงวันพุธ

ดูเหมือนรัฐบาลบรรลุชัยชนะแล้ว แต่ก็ไม่ใช่

เพราะเกิดจลาจล และภาวะมิคสัญญีขึ้นจริงๆ

และหนักกว่าที่คาดหมายไว้ด้วย

ควันไฟ เสียงปืน ระเบิด ระงมอยู่ทั่วถนนสายใหญ่ และชุมชนของกรุงเทพ

หัวเมืองใหญ่ทางเหนือ-อีสาน โดยเกิดการลุกฮือเผาสถานที่ราชการ

ที่เศร้ากว่านั้นคือ ชีวิตของประชาชนคนไทยจำนวนมากที่ต้องมาสูญสิ้นในเหตุการณ์นี้

จะโทษใครได้ เพราะข่าวสารปรากฏโดยตลอดว่า เจ้าหน้าที่ไม่ว่าทหารหรือตำรวจ ล้วนแต่ไม่อยากใช้มาตรการเด็ดขาด

แต่อยากให้การเมืองแก้ด้วยการเมืองมากกว่า

ความหวังที่เลือนรางเต็มทีของประชาชนคนไทยเวลานี้คือ รัฐบาลต้องเป็นหลักในการยุติวิกฤตครั้งนี้ให้ได้

ตำแหน่งนายกฯและอำนาจในฐานะรัฐบาล เทียบกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น

ตำแหน่งนายกฯไม่มีความหมายอะไรเลย

การ์ตูน เซีย 21/05/53

ที่มา ไทยรัฐ


การ์ตูน เซีย 21/05/53

'เสียสละ' สะกดยาก?

ที่มา ไทยรัฐ


ฉากที่เห็นภาพล่วงหน้า โดยไม่ต้อง "นั่งทางใน"

โดยการเตือนล่วงหน้าของเซียนการเมืองรุ่นลายคราม ความเห็นของนักวิชาการมหาวิทยาลัย การคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ต่างประเทศ บทวิเคราะห์บนหน้าหนังสือพิมพ์ไทย หรือแม้แต่ การจับสัญญาณจากอารมณ์ของแกนนำบนเวทีที่พูดเอามันแบบกลอนพาไป

ถ้าทหารลุยสลายม็อบเสื้อแดงเมื่อไหร่ ย่านราชประสงค์เป็นทะเลเพลิงแน่

แล้วก็ไม่ผิดคาด ตามคำแปลศัพท์ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษ "ฝูงชนขนาดใหญ่ ที่ก่อจลาจล" ม็อบเสื้อแดงอาละวาดเผาเมืองวอดวาย

เซ็นทรัลเวิลด์ โรงภาพยนตร์สยาม เซ็นเตอร์วัน ห้างหรูกลางใจเมืองกรุงเทพฯกลายเป็น

ทะเลเพลิง ควันไฟพวยพุ่งเต็มท้องฟ้า ลามไปหัวเมืองต่างจังหวัดภาคอีสาน ภาคเหนือ พื้นที่โซนแดง ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น อุบลราชธานี มุกดาหาร อุดรธานี โดนเผาเป็นจุณ

สังเวยอารมณ์คั่งแค้นของพวกแดงฮาร์ดคอร์

"ขามั่ว" ร่วมแจมกันมันมือ

ตัวเลขความเสียหายที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ย่อยยับเท่ากับภาพพจน์ของประเทศ ไทยที่เป็นข่าวประจานไปทั่วโลกผ่านจอสำนักข่าวยักษ์ใหญ่

อย่างไรเสียก็ต้องมีคนชดใช้

และเบื้องต้นก็เป็นฝ่ายนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ที่เดินนำแกนนำระดับหัวโจกเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

"เซ่นด้วยอิสรภาพ"

ไถ่บาปที่พามวลชนมาเซ่นคมกระสุนปืนตายเป็นใบไม้ร่วง

อย่างน้อยไม่ทำให้คนตายเพิ่ม ก็ถือเป็นความรับผิดชอบที่อยู่ในวิสัยของ

แกนนำม็อบ

หัวโจกเสื้อแดงถูกล็อกเข้ากระบวนการยุติธรรม ตามโปรแกรมต้องพิสูจน์ข้อหาก่อการร้าย คดีล้มล้างสถาบัน ตามบทของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)

แต่คำตอบสุดท้ายยังอยู่ที่ศาลจะฟังใคร

เช่นเดียวกัน ตัวสำคัญตามท้องเรื่องอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่โดนฝ่ายตรงข้ามโน้มน้าว กระแสสังคมพิพากษาแล้วว่า "เป็นผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง"

แต่ของจริงก็อยู่ที่ "ผู้พิพากษาตัวจริง" ว่ากันในศาล

ตามปรากฏการณ์อย่างที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยเอง ภายหลังศาลอนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมพวกรวม 10 รายในข้อหาก่อการร้าย

แต่แค่เพียง 2 ชั่วโมง ทางศาลได้เรียกสำนวนกลับคืน เพื่อชะลอการออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงรายเดียว และนัดไต่สวนเพิ่มเติมในวันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม

มาตรฐานของศาลต้องเน้น "ชัวร์" ไม่เล่นตามกระแส

โดยเฉพาะเรื่องคอขาดบาดตาย ข้อหาก่อการร้ายโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตที่ตั้งแท่นเล่นงานฝ่ายเสื้อแดง ในสถานการณ์ที่ฝ่ายถืออำนาจมีดาบพระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงเป็นเครื่องมือ

"ฟันมั่ว" แล้วโยนกลองให้ศาลไม่ได้

ทั้งหมดทั้งปวง โดยสถานการณ์ของฝ่ายแพ้ในเกมสลายฐานที่มั่นเวทีราชประสงค์ คนเสื้อแดงถูกลากคอเข้ากรงขัง ใช้อิสรภาพไถ่บาป พาคนมาตาย

แต่ที่ยังสะกดคำว่า "เสียสละ" ไม่เป็น

นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยที่ชื่อ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ในฐานะผู้นำฝ่ายถืออำนาจรัฐ สามารถสั่งทหารเดินหน้าถอยหลัง

ยังนิ่งอยู่บนกองศพที่ไต่ขึ้นหลักร้อย

เน้นจังหวะ เลือกซีนโผล่แถลงออกจอโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ "เบิ้ลซ้ำ" หลังฝ่ายเสื้อแดงเพลี่ยงพล้ำกระแส ประทับภาพผู้ก่อการร้ายเผาเมือง

แต่ไม่พูดถึงคิวบอกปัดข้อเสนอของนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ที่อาสาเป็นคนกลาง ต่อสายเจรจากับแกนนำม็อบแดงก่อนนาทีทหารเข้าสลาย โดยที่ฝ่ายเสื้อแดงก็ยอมรับเงื่อนไข แต่ไม่ทันกาล

"อภิสิทธิ์" กดปุ่มทุบม็อบ ราดน้ำมัน ล่อชนวนเผาเมือง

แล้วก็กบดานอยู่ในอารักขาของทหารในรังกรมทหารราบที่ 11 อึดไปรอลุ้นศาลรัฐธรรมนูญนัดคิวตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ในคดีใช้เงินกองทุนสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ ในอีกไม่กี่อึดใจ

ตื๊อจนหยาดสุดท้ายก็แล้วกัน.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

สงครามใต้ดิน

ที่มา ไทยรัฐ


ในที่สุดจุดเริ่มต้นของ สงครามกลางเมืองอย่างถาวร ก็เกิดขึ้นจนได้ ถ้าผู้นำมีความยั้งคิดว่าการออกคำสั่งให้เข้าสลายการชุมนุมโดยกองกำลังทหารที่ถืออาวุธสงครามครบมือกับกองกำลังของผู้ชุมนุมและมือที่สามที่ต้องการให้เกิดความรุนแรงอยู่แล้ว

ประวัติศาสตร์ชาติไทยต้องบันทึกไว้กับ เหตุการณ์จลาจลของบ้านเมือง ในลักษณะของการใช้ความรุนแรงขั้นสูงสุด มีการยิงปะทะ มีการเผาทำลาย มีการทุบทำลายทรัพย์สิน

ปิดเมืองฆ่ากันไม่ต่างจากบ้านป่าเมืองเถื่อน

ไม่น่าเชื่อว่าย่านเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ย่านชุมนุมชน ใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทยจะเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นและชี้ว่ามาตรฐานในการแก้ไขปัญหาวิกฤติบ้านเมืองมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

จะระบุว่า ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในช่วงมิคสัญญีกลียุค ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เกิดจลาจลเผาบ้านเผาเมือง ความสูญเสียที่เกิดขึ้นประเมินค่าไม่ได้ และนำไปสู่ความล่มจมของประเทศ

อนาคตของประเทศไทยดำมืดทันที

ไฟสงครามกลางเมืองที่ถูกจุดขึ้นทั่วประเทศ และมีความรุนแรงอย่างน้อยๆก็เกือบ 20 จังหวัดจะดับกันอย่างไร เพราะไฟสงครามกลางเมืองแตกต่างจากสงครามทั่วไปที่มีกฎเกณฑ์กติกาสากล

ที่จุดติดแล้วดับยาก

แม้รัฐบาลจะสามารถสลายการชุมนุมที่บริเวณแยกราชประสงค์ ได้ในที่สุด แม้แกนนำสามเกลอจะยอมมอบตัว แต่ก็ไม่สามารถที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยทั้งประเทศเอาไว้ได้อยู่ดี

สงครามไฟใต้ลุกลามอย่างไร แก้ไขยากอย่างไร แต่สงครามไฟกลางเมืองครั้งนี้ จะดับยากกว่านับสิบเท่า การชุมนุมต่อต้านของคนเสื้อแดงจะกระจายออกไปทั่วบริเวณ จะเป็นสงครามกองโจร

จะมุดลงใต้ดิน

สำนักข่าวต่างประเทศวิเคราะห์ไว้หลายสำนักว่า รัฐบาลไม่มีทางชนะสงครามกลางเมืองครั้งนี้ หากรัฐบาลไทยตัดสินใจใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุม ไม่เฉพาะอนาคตทางการเมืองของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เท่านั้นที่จะต้องดับวูบ

แต่ความเลวร้ายจะตามมาอีกมากมาย

คำถามก็คือว่าถ้าคุณอภิสิทธิ์มั่นใจว่ายังเป็นที่นิยมของประชาชนส่วนใหญ่ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่ เหตุใดไม่ตัดสินใจลาออกหรือยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งให้ประชาชนเจ้าของประเทศเป็นผู้ตัดสิน ทำไมจึงตัดสินใจรักษาอำนาจเอาไว้ด้วยชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชน ทำไมจึงไม่ปฏิบัติตามวิถีของประชาธิปไตย แต่ยังใช้กำลังทหารเข้าปกป้องอำนาจเอาไว้ เช่นเดียวกับประเทศที่ปกครองโดยรัฐทหาร ซากปรักหักพังที่รัฐบาลเหยียบย่ำอยู่ยังพอรื้อฟื้นขึ้นมาได้ แต่ชีวิตประชาชนฟื้นไม่ได้

ชีวิตคนไม่ใช่ผักปลา.


หมัดเหล็ก

วีระวอนเสื้อแดงแท้ ยึดทางสันติ สลายความโกรธ

ที่มา ไทยรัฐ

แกนนำ นปช. วีระ มุสิกพงศ์ แถลงเปิดใจหลังมอบตัว ขอให้กลุ่มเสื้อแดงแท้ ยึดแนวทางสันติ อหิงสา สลายความโกรธ ชี้ ประชาธิปไตยไม่อาจสร้างได้ด้วยความแค้น และอคติ สิ่งดีงามจะสร้างได้ด้วยความสงบ...

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2553 เวลาประมาณ 14.30 น. นายวีระ มุสิกพงษ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้แถลงที่กองปราบปรามภายหลังการเข้ามอบตัว ว่า คนเสื้อแดงไม่มีพิษไม่มีภัย รักประเทศ รักชาติ สร้างสรรค์ประชาธิปไตย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 2-3 วันที่ผ่านมาตลอดจนถึงวันนี้ เป็นโศกนาฏกรรม พวกตน และ ตนเองมีความทุกข์ใจ มีความเศร้าใจ และ ต้องกราบเรียนไปยังพี่น้องว่า เสื้อแดงแท้ เสื้อแดงจริง ขอให้ยึดมั่นในแนวทางสันติ ที่เราดำเนินการมาโดยตลอดเราเคยพูดย้ำแล้วย้ำเล่านับครั้งไม่ถ้วน วิธีการต่อสู้ของเราสันติ อหิงสา เป็นความจริงที่เราตกลงกัน

นายวีระ กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุที่เกิด 2-3 วัน อาจจะทำให้พี่น้องตกอยู่ในอารมณ์โกรธ อารมณ์ผิดหวัง ตนเข้าใจอย่างยิ่งและอยากวิงวอน ได้มีความเข้าใจตรงกัน ให้มีการสลายความโกรธ แม้ว่าจะทำได้ยาก ขอเรียนว่าความโกรธไม่อาจจะสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามได้ และ ประชาธิปไตยไม่อาจสร้างได้ด้วยความแค้น ด้วยอคติ สิ่งที่ดีงามจะสร้างขึ้นได้ด้วยความสงบ

'ทักษิณ'ยืนยัน สนับสนุน เสื้อแดงต่อไป

ที่มา ไทยรัฐ

อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ระบุในแถลงการณ์ จะยังคงให้การสนับสนุนทางด้านกำลังใจคนเสื้อแดงต่อไป ขณะที่สื่อนอกเชื่อความแตกแยกและการแบ่งขั้วการเมืองจะยังคงมีต่อเนื่องอีกหลายปี....

สำนักข่าวเอพี รายงานเมื่อเวลา 23.02 น.ของวันที่ 20 พ.ค.ตามวันเวลาในไทยว่าแม้รัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์และสลายกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงได้แล้ว แต่กระนั้น เหล่านักวิเคราะห์กลับเห็นว่าอาจเป็นเพียงแค่การว่างเว้นจากความรุนแรง เท่านั้น ความแตกแยกและการแบ่งขั้วการเมืองจะยังคงมีต่อเนื่องอีกหลายปี ส่วนบทบาทของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในไทยยังคงเป็นคำถามกันอยู่ว่ามี ความข้องเกี่ยวกันอย่างไรหรือไม่

ล่าสุดอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ระบุในแถลงการณ์แจกจ่ายโดยทนายความชาวแคนาดาของเขา ระบุว่า ถือเป็นวันอันดำมืดสำหรับประชาธิปไตยของไทย มีคำถามมากมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตนกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงและข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นจริงหลายข้อ แต่ตนจะยังคงให้การสนับสนุนทางด้านกำลังใจต่อไปสำหรับความพยายามเยี่ยงวีรบุรุษของกลุ่มคนเสื้อแดง.

เพื่อไทยจี้ยุบสภาดับไฟแค้น

ที่มา ไทยรัฐ


Pic_84253

พท.จี้รัฐบาลเผยชื่อคนเสียชีวิต-ถูกจับกุม แนะเลิกเคอร์ฟิว-พรก.ฉุกเฉิน พร้อมยุบสภาภายใน 1 เดือนดับไฟแค้น แก้ขัดแย้งบานปลาย...

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ รวมทั้งญาติที่เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เมื่อวันที่ 19 พ.ค. จึงประสาน สตช. และบางภาคส่วนของรัฐบาล นำคณะส.ส.เดินทางมายัง สตช. และวัดปทุมวนาราม เพื่อรับประชาชนส่งกลับภูมิลำเนา

ทั้งนี้หากประชาชนคนใดประสงค์ขอความช่วยเหลือ ก็ประสานมายังพรรคเพื่อไทย ได้ โดยติดต่อมาที่หมายเลขโทรศัพท์ 026534000-1 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งตัวกลับภูมิลำเนา เรื่องการบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือข้อกฎหมายต่างๆ โดยพรรคเพื่อไทย ขอให้รัฐบาลเปิดเผยรายชื่อของประชาชน ที่ถูกจับกุม กักขัง หรือเสียชีวิต ที่ชัดเจน อย่าปกปิดไว้ เนื่องจากมีญาติพี่น้องติดต่อมาเป็นจำนวนมากว่าหาตัวไม่พบ และส่วนตัวก็ทราบว่ามีการนำประชาชนบางส่วนไปไว้ในบางสถานที่

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า หลังจากนี้รัฐบาลมีหน้าที่ทำให้ประเทศกลับสู่ภาวะปกติ ใช้กระบวนการเยียวยา และให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างเสมอภาค เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม ขอให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศเคอร์ฟิว ยกเลิก พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อลดความตึงเครียด อย่าท้าทาย ลุอำนาจใช้กองทัพกดหัวประชาชน มิฉะนั้นสถานการณ์อาจจะเป็นเหมือน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ควรพยายามทำให้ประชาชนมีความรู้สึกดี ให้ความร่วมมือดีกว่าบีบให้เขาลงไปอยู่ใต้ดิน วันนี้หนทางเยียวยาและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ดีที่สุดคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา และเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ รวมทั้ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ความรุนแรง และความสูญเสียที่เกิดขึ้น โดยหลังจากเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว นายอภิสิทธิ์ควรประกาศยุบสภาภายใน 1 เดือน มิฉะนั้นความขัดแย้งจะบานปลายไม่จบ และนายอภิสิทธิ์จะเดินบนถนนไม่ได้เลย

เชื่อปัญหาไม่จบ'ดิเรก'แนะรัฐบาลจริงใจ

ที่มา ไทยรัฐ


Pic_84277

“ดิเรก”เชื่อ แกนนำนปช.มอบตัวปัญหาไม่จบ จี้รัฐบาลต้องพิสูจน์ตัวเองแสดงจุดยืนเน้นยุติธรรม ต้องวิเคราะห์ปัญหาเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาระยะยาว ไม่ใช่แค่วิเคราะห์แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น.....

เมื่อวันที่ 20 พ.ค.นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี อดีตประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเมินสถานการณ์ความไม่สงบในกรุงเทพฯว่า เชื่อว่าถึงแม้แกนนำ นปช.จะเข้ามอบตัวทั้งหมด แต่เหตุการณ์ต่างๆจะไม่จบด้วย ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่สามารถแสดงออกให้เห็นถึงหลักการกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรมอย่างแท้จริงให้ประชาชนเห็น ซึ่งต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เคยเตือนรัฐบาลมาตลอดว่า การใช้กำลังจะสามารถระงับเหตุการณ์ได้แค่ช่วงเวลาหนึ่ง แต่ในระยะยาวจะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นทั่วทุกภูมิภาค

นายดิเรก กล่าวว่า รัฐบาลต้องวิเคราะห์ปัญหาเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาระยะยาว ไม่ใช่แค่วิเคราะห์แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น อีกทั้งตนเคยบอกแล้วว่าหากสลายการชุมนุมโดยใช้อาวุธจนมีคนเสียชีวิตมันจะนำ ไปสู่ความโกรธแค้น ซึ่งการเผาอาคารต่างๆทั่วกรุงเทพฯและต่างจังหวัดก็เห็นชัดแล้วว่า มันจะนำไปสู่ความไม่สงบในระยะยาวอย่างแน่นอน

นายดิเรก กล่าวอีกว่า รัฐบาลเป็นผู้บริหารประเทศย่อมต้องมีความคิดที่กว้างและยาว คิดสั้นๆไม่ได้ เพราะแกนนำ นปช.ระบุแล้วว่า ที่มอบตัวเพราะต้องการปกป้องกลุ่มผู้ชุมนุม ไม่อยากให้มีคนตายเพิ่ม แต่ยังยืนยันจะเดินหน้าต่อสู้ทางการเมืองต่อไป มีทางเดียวที่รัฐบาลจะเยียวยาได้จริงๆคือ ต้องแก้เรื่องความเป็นธรรมการ บังคับใช้กฎหมายให้เป็นมาตรฐานเดียว และต้องไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของทหารหรือตกอยู่ในอำนาจฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

จบ! หรือไม่จบ?

ที่มา บางกอกทูเดย์



หลังจากวันนี้ เป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลที่จะต้องเยียวยาสถานการณ์ความบอบช้ำ และความคับข้องใจของประชาชนทั้งหลายอย่างรีบเร่ง โดยจะต้องระมัดระวังไม่ให้มีการซ้ำเติมใดๆ ขึ้นมาอีก เพราะไม่เพียงกลุ่มคนเสื้อแดงจับตามองอยู่ แต่คนทั่วโลกเองก็จับตามองอยู่ด้วยเช่นกัน ว่า ประชาธิปไตยของไทยและกฎหมายไทยจะยังสามารถเป็นที่พึ่งพาในการเยียวยาความบอบช้ำในครั้งนี้ได้หรือไม่ เพราะสิ่งที่เป็นความจริงในวันนี้ ต้องยอมรับว่า สำหรับกลุ่มคนเสื้อแดง
และรัฐบาล อาจจะไม่มีใครแพ้ใครชนะ...ที่แพ้ยับเยินแน่ๆ ก็คือ ประเทศไทยของคนไทยทุกคน ควันดำขโมงท่วมน่านฟ้ากรุงเทพฯ บริเวณพื้นที่ชุมนุมย่านศาลาแดง ย่านบ่อนไก่ย่านสามเหลี่ยมดินแดง...ล้วนเป็นภาพที่น่า สลดใจการเคลื่อนรถหุ้มเกราะและกำลังทหารเข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณศาลาแดง ทลายบังเกอร์ของกลุ่มคนเสื้อแดง...ล้วนเป็นภาพที่สร้างความอัดอั้นตันใจไปทั่วทั้งหมดคือ ภาพสะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย และถูกเผยแพร่ปรากฏออกไป

ทั่วโลกทั้งหมดคือสิ่งที่หลายๆ ฝ่าย รวมทั้ง บางกอกทูเดย์ ห่วงใยมาโดยตลอดว่าจะเกิดขึ้น... แล้วสุดท้ายก็เกิดขึ้นจริงๆอนิจจา... แตกต่างทางความคิด จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ต่างสี และบานปลายไปสู่การเผชิญหน้ากันด้วยความรุนแรง... ไม่สมควรเลยสักนิดที่จะเกิดขึ้นกับแผ่นดินไทยซึ่งสุดท้ายหลังการตัดสินใจเด็ดขาดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ ศอฉ. ในการยึดคืนพื้นที่แบบเบ็ดเสร็จในสลายการ

ชุมนุมจนทำให้เกิดการปะทะแตกหักยังดีที่เมื่อถึงที่สุดแล้วได้นำไปสู่การตัดสินใจยุติการชุมนุมของแกนนำ นปช.รวมทั้งการตัดสินใจเข้ามอบตัวของแกนนำ นปช. หลายคน เพื่อยุติภาพของความรุนแรงของทั้ง 2 ฝ่าย ถือเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมที่สุดถ้าไม่มอบตัว ก็ไม่รู้ว่าจะเสียหายอีกมากน้อยเท่าไร จะต้องสลดใจกันอีกสักเพียงไหน!!!เพราะการต่อสู้บนวิถีทางประชาธิปไตยนั้น สามารถที่จะดำเนินการได้หลายวิถีทาง หากยึดติดกับทิฐิ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม

ย่อมไม่เกิดผลดีด้วยกันทั้งสิ้นหากแกนนำ นปช. ดันทุรังไปเรื่อยๆ แน่นอนว่าบรรดาผู้ร่วมชุมนุมก็ยืนยันแล้วว่าจะปักหลักสู้ไม่มีถอย นั่นหมายความจะต้องสูญเสียไม่รู้จักเท่าไร...ยอดผู้คนที่จะล้มตายและบาดเจ็บ อาจจะเป็นหลักร้อยหลักพันดังนั้น ต้องบอกว่า การตัดสินใจของแกนนำที่ยอมมอบตัว และประกาศยุติการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ถือว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว... เป็นผลงานการตัดสินใจที่เหมาะสมที่สุดแล้วของแกนนำและแน่นอนว่าเรื่องนี้ส่วนหนึ่ง ไม่ว่าอย่างไรก็ต้อง

ถือว่าเป็นผลงานของกลุ่มวุฒิสภาที่มีวุฒิภาวะสมเป็นสภาสูง ทั้ง นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ที่อาสาจะเป็นคนกลางในการเจรจา แม้ว่าสุดท้ายจะไม่ได้ผลเพราะนายอภิสิทธิ์ยืนยันการตัดสินใจไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกันกับ เสธ.อู้- พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สว. ผู้วิ่งประสานงานการเจรจาอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นผู้ที่ช่วยหยุดสถานการณ์ความรุนแรงเพราะเมื่อเห็นว่ารัฐบาลขีดเส้นตายและเอาจริงขั้นเด็ดขาด จึงได้มีการเจรจาให้มีการมอบตัวณ วินาทีนี้ เมื่อแกน

นำ นปช. เลือกที่จะมอบตัว เพื่อพิสูจน์ระบบยุติธรรมว่า ไม่ได้มี 2 มาตรฐานจริงอย่างที่สงสัย หน้าที่จากนี้ไปก็ย่อมตกเป็นของรัฐบาล ตกเป็นของฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการและแม้แต่กระทั่งกองกำลังทหารและตำรวจ ซึ่งถูกมองว่าดำเนินการอย่างเฉียบขาดผิดปกติ คงจะต้องพิสูจน์ความจริงว่า จริงๆ แล้วทหารไทยไม่ได้กระหายเลือดอย่างที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใดหลังจากวันนี้ เป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลที่จะต้องเยียวยาสถานการณ์ความบอบช้ำ และความคับข้องใจ

ของประชาชนทั้งหลายอย่างรีบเร่ง โดยจะต้องระมัดระวังไม่ให้มีการซ้ำเติมใดๆ ขึ้นมาอีก เพราะไม่เพียงกลุ่มคนเสื้อแดงจับตามองอยู่แต่คนทั่วโลกเองก็จับตามองอยู่ด้วยเช่นกัน ว่า ประชาธิปไตยของไทยและกฎหมายไทย จะยังสามารถเป็นที่พึ่งพาในการเยียวยาความบอบช้ำในครั้งนี้ได้หรือไม่เพราะสิ่งที่เป็นความจริงในวันนี้ ต้องยอมรับว่า สำหรับกลุ่มคนเสื้อแดง และรัฐบาล อาจจะไม่มีใครแพ้ใครชนะ ... ที่แพ้ยับเยินแน่ๆ ก็คือประเทศไทยของคนไทยทุกคนนั่นเองจริงๆ

แล้วหากที่ผ่านมา เป็นเหมือนบรรยากาศในบ้านของ เสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า มีความแตกต่างทางความคิดระหว่างการเป็นสีเหลือง กับการเป็นสีแดง ในบ้านเดียวกันแต่ก็ไม่ได้ทำลายความผูกพันระหว่างสายเลือดเลยแม้แต่น้อยในวันที่ เสธ.แดง ประกาศตัวเป็นกลุ่มคนเสื้อแดง จนทำให้ถูกลอบสังหาร คนในครอบครัวไม่ว่าจะมีความแตกต่างทางความคิดอย่างไร ยังไง...สายเลือดก็ข้นกว่าความคิดต่างอยู่ดี

Thursday, May 20, 2010

รายงานข่าวประจำวันที่ 19 พ.ค.

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 พฤษภาคม 2553

23.49 คลิปจากประชาไท






23.40 ภาพจากสื่อต่างประเทศ


23.30 ดีเจอ้นออกบทความ - รัฐจะเอาสงครามหรือ สันติภาพ




23:20 นายบุญเลิศ คล้ายพุก เลขาฯชุมชนหลังวัดปทุมวนาราม เปิดเผยผ่านทีวีไทยว่า ขณะนี้อาคารเซ็นทรัลเวิล์ดในส่วนของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรุดตัวลงแล้ว

23.28 เฟซบุ๊ค - ด่านงามดูพลีเมื่อเช้า แนวหน้าที่เฝ้าด่านมากับผม3-4คืนถูกสไนเปอร์สอยร่วงไปต่อหน้าต่อตาผม และหลังถอนกำลังไปตั้งหลักและรวมกำลังไปช่วยที่เวทีใหญ่ทางหลังบ่อนไก่ก็โดนสอยอีก2คนข้างผม อย่าถามว่าผมรอดกระสุนมากี่วิถีและไม่จำเป็นต้องถามเลยว่าผมจะยอมหรือไม่ที่พวกมันทำร้ายพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายผมขนาดนี้ ก่อนยุบเวทีคลองเตยเกิดความวุ่นวายนิดหน่อยผมขึ้นเวทีทั้งน้ำตา และบอกกับมวลชนว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรต่อจากนี้พี่น้องเราต้องไม่ตายฟรี

23.15 ภาพเซ็นทรัลเวิรล์



23.15 รายงานจากเฟซบุ๊คแสดงภาพรถพยาบาลเข้าถึงบริเวณวัดปทุมฯแล้ว ข้อมูลล่าสุด ตาย 9 คน บาดเจ็บออกมารพ. แล้ว 5 คน อีก 2 คนที่เหลือ ขออยู่ที่วัดต่อ ทั้งวัดมีอยู่ประมาณ 3 พันคน

23.00 คุณปลื้ม "เกมโอเวอร์สำหรับทักษิณ เพราะทั้งเขาและคนเสื้อแดงล้วนไม่มีความชอบธรรมเชิงกฏหมายแล้ว ในขณะที่ศัตรูของเซ็นทรัล ธ.กรุงเทพฯ และบีอีซี ได้ประโยชน์ ลองพิจารณาดูสักแป๊บแล้วจะตระหนักถึงจิ๊กซอว์ตัวนี้"

23.00 คุณปลื้มแสดงความเห็น "Places burnt down are symbolic of regime/system and representation of success. However the perpetrators are sparing many business locations"

23.00 รายงานช่วงบ่ายแจ้งว่า "ยูเอ็นเข้ามาแทรกแซงกิจการในแต่ละประเทศไม่ได้ ถ้ารัฐบาลไม่ยินยอม แต่หากเป็นประเด็นสิทธิมนุษยชนนั้นสามารถเข้ามาดูแลได้ ในเย็นวันนี้ ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติจะมีการประชุมด่วนเกี่ยวกับสถานการณ์การละเมิดสิทธิในประเทศไทย" นายโฮมายุนงกล่าว


22.50 สมบัติ - มีคนอื่นที่ไม่ใช่เสื้อแดงในวัดปทุมฯ ทำตัวคล้ายเป็นเสื้อแดง แต่เข้ามาสืบว่าใครเป็นการ์ดหรือคนแกนนำระดับย่อยในกลุ่ม เพื่อชี้เป้าให้ทหารเข้าจัดการ โดยเป็นข้อสังเกตจากนักข่าวคนหนึ่งที่ยังอยู่้ในวัดแห่งนั้น

22.40 สายข่าวแห่งหนึ่งรายงานว่า มีการลำเลียงผู้ที่ถูกจับกุมที่ต่างๆ ว่าเขาขนใส่รถนักโทษไปไว้ราบ 11 และไม่ทราบชะตากรรม


22.40 จีรนุช - เพื่อนพักอยู่คอนโดแกรนด์ไดมอน ใกล้เซ็นทรัลเวิร์ล ตอนนี้ตึกเซ็นทรัลเวิร์ลใกล้ถล่มแล้ว คนในคอนโดจำนวนมากกำลังผวา เพราะถนนถูกปิดไปไหนไม่ได้ พยายามโทรขอความช่วยเหลือเพื่อให้ทางราชการมาช่วยอพยพคนในตึกแต่โทรไม่ติด

22.00 รัฐบาลปิดกั้นface bookเพราะเห็นเป็นช่องทางสื่อข่าวของพลเมืองและเปิดรายการทีวีภาคพิเศษให้ดูเพื่อปรองดอง ( อ่านเพิ่มเติม ) อย่างไรก็ดี หากมีการปิดกั้นจริง ขอให้ท่านเปลี่ยนเป็นhttps://www.facebook.com แทนที่จะเป็น http://

21.30 มีผู้ทวิตเผยแพร่ภาพผู้บาดเจ็บในวัดปทุมวนาราม และตายเพราะไม่สามารถไปโรงพยาบาลได้ ขอความช่วยเหลือจากหน่วยพยาบาลหรือหน่วยช่วยเหลือด่วน


21.00 กทม.เผยมีจุดไฟไหม้ทั้งสิ้น 27 จุดในช่วงเวลานี้ รวมทั้งห้างZENที่เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ยังเข้าไปสำรวจไม่ได้เพราะยังมีเหตุปะทะ

19.00 สมบัติ - เวทีย่อยทั้งหมดในกทม.ยุติหมดแล้ว ไม่มีพื้นที่การต่อสู้ทางการเมืองแล้ว

18.00 สมบัติ - ด่วน มีการยิงที่หน้าวัดปทุมวนารามสักครู่นี้ เนื่องจากมีข่าวลือว่า เนวินหลอกให้ผู้ชุมนุมไปอยู่ในวัดและจะส่งทหารมาฆ่าให้หมด จึงทำพวกผู้ชายมายืนคุมหน้าวัดแต่เมื่อทหารเดินมาถึงก็ยิงผู้ชายหน้าวัดตาย 2 ศพ ขณะนี้ (คนส่งข่าวเป็นนักข่าว)

18.00 ภาพไฟไหม้


18.00 Mada - แจ้งข่าวด้วยมีคนแจ้งมาว่าที่ถนนอังรีดูนังค์ ทหารยิงผู้หญิงและการ์ดตายเกือบยี่สิบคนแต่ไม่สามารถเอาศพออกมาได้เพื่อนเขาเฝ้าอยู่แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไง

18:00 น. มีรายงานว่า ขณะนี้เพลิงได้ลุกไหม้ห้างเซ็นทรัลเวิร์ดทั้งตึกแล้วขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมนำ “อริสมันต์” ขังที่ค่ายนเรศวรในวันนี้ เวลา 20.00 น.

18.00 อภิสิทธิ์สั่งเด็ดขาด ทุกเครือข่ายปิดให้บริการอินเตอร์เน็ตไร้สายระงับการใช้BBเซอร์วิสทุกเครือข่าย เนื่องจากเป็นการสื่อสารอย่างดีในการกระจายข่าวสารสถานการณ์ต่างๆ และสร้างความไม่มั่นคงของประเทศและจะเปิดให้บริการอีกครั้งอย่างไม่มีกำหนด

18.00 ไฟไหม้ จวนผู้ว่าเชียงใหม่ ตรงริมน้ำปิง ปชช.นับพันลุกฮือ ปิดสะพานนวรัตน์ เผาจวนผู้ว่าฯวอด ตำรวจทหารรัว M16 ยิงกราดประชาชนไม่มีใครบาดเจ็บรถดับเพลิงมา โดนผู้ชุมนุมขวาง ปล่อยลมยางรถ

18.00 ไฟไหม้ ธนาคารกรุงเทพ สาขาพระราม 3 ตัดกับนราธิวาส

17.50 uddthailand - มีคนเสื้อแดงที่ยังติดอยู่ในวัดปทุมวนารามประมาณ300คนแจ้งมาว่าทหารไล่ฆ่าคนเข้ามาในวัดปทุมวนารามแล้ว มีคนตาย 1 คน และยังยิงไล่ไม่หยุด

17.30 Central World


17.10 ผู้สื่อข่าวรายงาน จ.อุบลราชธานี มีการเผาอาคารศาลากลางจังหวัดอุบล ขณะนี้คืนพื้นที่แล้ว ผุ้ชุมนุมเดินทางกลับไปรวมตัวกันที่สถานนีวิทยุชุมชนเสียงประชาชนเพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่เข้าบุกยึด มีรายงานผู้บาดเจ็บ 6 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว บาดเจ็บสาหัสอยู่ในห้อง ICU จำนวน 2 คน หนึ่งในนั้นเป็นหญิง
17.00 คลิปข่าวจากต่างประเทศ



17.00 ภาพศาลากลางเมืองอุบลฯ


17.00 อาคารมาลีนนท์ดับไฟได้แล้วแล้ว ด้านล่างจนท.กำลังเจรจานปช.ฮาร์ดคอร์

17.00 หน่วยช่วยเหลือถ้าออกจากบ้านไม่ได้ในเขตปิดล้อม เบอร์02 - 338 -3677 , 02- 338-3333ต่อ 7254 (จากข่าวช่อง9 )จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ

16.50 ไฟไหม้ Zen เซ็นทรัลเวิร์ลด์ ถึงชั้น 2 แล้ว

16.50 สามย่านยังตึงเครียดจนท.เพิ่มกำลังใช้รถหุ้มเกราะเข้าพื้นที่คุมสถานการณ์

16.50 พบชายพร้อมอาวุธสงครามกระบะ VIGO ทะเบียน ตล 8841 กรุงเทพมหานคร เลี้ยวเข้าไปซอยโชคชัยสี่

16.40 ฮ.บินรับพนง.ช่อง3หลังไฟโหมติดชั้น6ออกไม่ได้TVจอดำ-ยอดตาย4เจ็บ40

16.08 อภิสิทธิ์ประกาศเคอร์ฟิวห้ามคนกรุงเทพฯออกจากบ้านในเวลา20.00คืนนี้ถึง06.00พรุ่งนี้

16.05 น.เกิดข่าวลือว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เตรียมก่อรัฐประหารโดยอ้างเหตุรักษาความสงบจากผู้ก่อการร้าย

16.00 การก่อจลาจลที่ไม่มีแกนนำลุกลามไปทั่วประเทศ ขณะที่TVช่อง3หยุดแพร่ภาพ หลังจากผู้ประท้วงบุกเผาโดยกล่าวหาว่าสื่อมวลชนเสนอข่าวบิดเบือน

15.45 ผู้ประท้วงไปเรียกร้องสำนักงานUNที่สะพานมัฆวานช่วย ได้รับแจ้งว่าค่ำวันนี้สำนักงานใหญ่UNจะจัดประชุมด่วนการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทย ใครมีหลักฐานภาพถ่ายให้นำมามอบให้ที่สำนักงานUNสะพานมัฆวาน

14.30 ทักษิณออกแถลงการณ์ว่าเขาไม่ได้เป็นแกนนำเสื้อแดง และคนเสื้อแดงก็ไม่ได้เคลื่อนไหวในนามของเขา เขาเชื่อมั่นในสันติวิธีปราศจากความรุนแรง และหวังให้ยุติการใช้อาวุธ(ข่าว CNN )

14.15 การต่อต้านรัฐบาลที่ย่านสามเหลี่ยมดินแดงยังดำเนินต่อไป ขณะที่ผู้ชุมนุมย่านราชประสงค์ที่ไม่ยอมสลายตัวได้กลายเป็นมวลชนที่โกรธแค้นเผาทำลายทรัพย์สิน ส่งผลให้ท้องฟ้ากรุงเทพฯปกคลุมไปด้วยควันเพลิง

14.00 พันเอกสรรเสริญ แก้วกำเนิด ประกาศชัยชนะ โดยระบุว่าการกดดันของศอฉ.ทำให้แกนนำผู้ก่อการร้ายยอมเข้ามอบตัว ทหารได้ยุติปฏิบัติการทางทหารโดยภาพรวม

13.20 จตุพร ณัฐวุฒิแกนนำขึ้นปราศรัยบนเวทีว่าจะเข้ามอบตัวที่สตช.เพื่อรักษาชีวิตผู้ชุมนุมไม่ให้สูญเสียไปมากกว่านี้"ไม่ใช่การยอมจำนนการต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด แต่เพื่อรักษาชีวิตพี่น้อง ผมต้องขออภัยพี่น้อง ผมรู้ว่าพี่น้องเราพร้อมพลีชีพ แต่แกนนำขอหยุดความตายให้พี่น้อง"




13.00 พล.อ.เลิศรัตน์เผยจตุพรติดต่อให้เป็นคนพาเข้ามอบตัวกับตำรวจช่วงบ่าย ส่วนวิทยา บุรณศิริ วิปฝ่ายค้านยืนยันข่าวนี้

12.15 ณัฐวุฒิร้องเพลงรักคนเสื้อแดง และนักสู้ธุลีดินอยู่ด้านล่างเวทีขณะที่บนเวทีไม่มีใคร เพราะเกรงทหารจะยิง

12.00 เสื้อแดงขอนแก่นเข้ายึดศาลากลาง ยื่นคำขาดให้รัฐบาลหยุดฆ่าผู้ชุมนุมราชประสงค์ โฆษกเวทีราชประสงค์พูดมีเสื้อแดงหลายจังหวัดโทรเข้ามาบอกจะเข้ายึดศาลากลาง และอาจเผาสัญลักษณ์อำนาจรัฐหากรัฐบาลไม่หยุดฆ่า

11.10 ณัฐวุฒิและแกนนำขึ้นประกาศบนเวทีให้ผู้ชุมนุมที่สมัครใจออกไปยังพื้นที่ชุมนุม เพราะไม่ต้องการให้ผู้ชุมนุมเป็นโล่ห์มนุษย์เหมือนรัฐบาลกล่าวหา ส่วนแกนนำจะลงไปนั่งนิ่งๆรอการจับกุม ส่วนใครจะสู้ต่อจะพยายามให้ความปลอดภัย

ศูนย์พักพิงผู้ชุมนุม มีดังนี้
ราชประสงค์ : 1. วัดปทุมวนาราม 02-2516479

ย่านคลองเตย บ่อนไก่:
1. ศูนย์เมอร์ซี่ ล็อก 6 เขต 70 ไร่ 02-671-5313 2. โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์(รับเฉพาะ เด็ก สตรี และคนชรา เท่านั้น และจะให้มีการลงทะเบียนหน้าโรงเรียนก่อน ซิสเตอร์ อรัญญา 089-926-3100 ซิสเตอร์กาญจนา 081-7549577

ย่านดินแดง อนุสาวรีย์:
1. วัดทัศนารุณสุนทริการาม (วัดตะพานดินแดง) 02-245-6477 02-245-0237 02-642-4893
2. โบสถ์แม่พระฟาติมา ดินแดง คุณพ่อ สุรชัย กิจสวัสดิ์ 089-8365661 3. บ้านเซเวียร์ อนุสารีย์ชัย คุณพ่อวิชัย โภคทวี 081-924-0102 เบอร์กลางบ้านเซเวียร์ 02-3549091-3

11.05 ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อจะขึ้นเวทีปราศรัย แต่นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษกเวทีประกาศขอร้องอย่าขึ้นมาให้รักษาชีวิตไว้เพื่อต่อสู้เพราะมีคุณค่ามากกว่าเขา พร้อมประกาศจะอยู่บนเวทีต่อไป

10.55 เวทีราชประสงค์ยังปักหลักสู้ ขณะที่กลุ่มเคลื่อนไหวสันติภาพเชิญชวนนัดชุมนุมเรียกร้องสันติภาพ ๑๒.๓๐ น พร้อมกันที่ประตูใหญ่ สหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน ๑๓.๐๐ น. บทสวด ภาวนา ๓ ศาสนาเพื่อสันติภาพ ประชาธิปไตยและอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตจากความรุนแรง

-๑๓.๔๕ น. อ่านแถลงการณ์ สาส์นสันติภาพ ๑๔.๐๐ น. ส่งตัวแทนเข้ายื่นสาส์นให้กับผู้แทนสหประชาชาติ รัฐบาลที่กองพลทหารราบที่ ๑๑ และ กลุ่ม นปช. ที่ราชประสงค์
10.45 ประชาไท - ที่ขอนแแก่น มีการชุมนุมทั้งสิ้นสามจุดได้แก่ บริเวณสวนรัชฎา หน้าศาลากลางขอนแก่น ซึ่งมีทหารตำรวจตรึงกำลังเข้มงวดอีกสองจุดได้แก่บริเวณบึงแก่นนครและสถานีแดงในเมืองขอนแก่น ทั้งสามจุดเป็นการชุมนุมโดยสงบ

10.45 แยกศาลาแดง ทหารเริ่มรุกคืบเข้าไปช้าๆ เนื่องจากมีสิ่งกีดขวางมาก ทหารจึงเดินเท้าเข้าไป มีการยิงปืนจากทหารเข้าไปเป็นระยะๆ ยังไม่สามารถตรวจสอบผู้บาดเจ็บเสียชีวิตได้



10.40 รถดับเพลิงมาถึงหน้าธนาคารกสิกรแล้ว ขณะที่ควันหน้า รพ.จุฬา เริ่มจะบางลงแต่ยังคงมีอยู่ทหารรุกคืบจากศาลาแดง ตรึงกันอยู่ที่แยกสารสิน

10.40 Red Intelligence - ถนนวิถาวดี การจราจรอัมพาต เจ้าหน้าที่ปิดถนนขาเข้าโทลเวย์ งดบริการตั้งแต่แยกหลัก 4

10.40 Ch9 - นปช. สุมยางเผาหน้า ธ.นครหลวงไทย สาขาสยามเซ็นเตอร์ อ้างสกัดทหาร แต่มีการช่วยกันดับแล้ว

10.40 แยกศาลาแดวพบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย อยู่หลังแนวบังเกอร์ยางรถยนต์ เป็นชายอายุประมาณ 20 ปี ผูกผ้าพันสีแดง คาดเป็นการ์ดนปช.

10.40 Red Intelligence - สามย่าน มีเสียงดังคล้ายระเบิด 1 ครั้ง ทหารปิดถนนพระราม 4 เข้าแยกสามย่าน ทหารบอกประชาชนให้หาที่กำบังเพราะจะมีปฏิบัติการยิงแล้ว

10.40 ส.ส.เพื่อไทยยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรี รองนายกฯนายสุเทพ เทือกสุบรรณ


10.40 ภาพหน้าสวนลุม


10.34 มีคำสั่งจากกองทัพให้ใช้กำลังในการดูแลสถานที่ราชการและสถานที่สำคัญต่างๆ ฝ่ายตำรวจส่งกำลังสนับสนุนการทำงานของทหาร และดูแลจุดเสี่ยงที่จะเกิดไฟไหม้ /RI11

10.30 ไฟไหม้ที่ธนาคารกสิกรไทย พระรามสี่ เหลืออีกเพียง 10 เมตรจะถึงปั๊ม ปตท.แล้ว

10.30 ที่โรงแรมแมนดาริน เหตุปะทะมีเสียงปืนดังและทหารยิงแก๊สน้ำตาใส่ มีหญิงหนึ่งคนบาดเจ็บ รถฉุกเฉินพาไป รพ.แล้ว

10.15 มีการรวมตัวกันที่สถานีไทยคม แคราย คนเสื้อแดงนนทบุรี กำลังทยอยมา

10.10 แยกบ่อนไก่ เกิดเพลิงไหม้รุนแรงที่อาคารพานิชย์ติดธ.กสิกรไทยรถดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปได้เนื่องจากอยู่จุดกึ่งกลางที่ปะทะ


10.10 ภาพรถถังในสวนลุม


10.05 สถานการณ์ที่บริเวณบ่อนไก่ ยังคงมีเสียงปืนรัวอยู่ มี จนท.ตำรวจ ตรึงกำลังอยู่ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้รถไฟฟ้าใต้ดิน และมี ฮ. บินวนอยู่เป็นระยะ มีประชาชนจับกลุ่มกระจายอยู่ตามท้องถนน ไม่มีการเผาตึกสูงตามข่าวลือรายงานสดจากสปริงค์นิวส์ /RI11

10.00 สามเหลี่ยมดินแดง มีการยิงปืนถูกชาวบ้าน 1 คนเป็นผู้หญิงถูกยิงฟุบ ต้องใช้เวลาครู่ใหญ่ก่อนนำร่สงออกมาได้ ขณะนี้ถูกสามารถนำตัวขึ้นมอเตอร์ไซค์ นำส่งรพ.แล้ว

10.00 ภาพที่คลองเตย


10.00 ช่อง 9 - ทลายด่านย่อยสารสิน จับการ์ดนปช. 12 คน ตรวจพบอาวุธ คือ "ตะไล"

09.50 uddthailand - ที่ด่านดินแดงมีพี่น้องเสื้อแดงจำนวนมาก ทำให้ขณะนี้ขาดแคลนอาหาร

09.50 ประชาชนบางส่วนพร้อมไปชุมนุมที่ประตูใหญ่องค์การสหประชาชาติ 12.30 น วันนี้

09.50 บริเวณแยกศาลาแดง ทหารได้ยึดคืนพื้นที่ได้ส่วนหนึ่งแล้ว ไม่สามารถเห็นผู้ชุมนุมว่าอยู่บริเวณไหน เพราะทหารไม่ให้สื่อเข้าไปเกินแนวกั้น ขณะนี้ไม่มีการปะทะแล้ว มีการทำลายบังเกอร์ทางฝั่งตรงข้าม รร.ดุสิตธานี มีคนเจ็บ 4 ราย /RI11

09.40 หน้าตึก Platinum ถนนเพชรบุรี มีการวางถังแก็ส ยางรถ ราดน้ำมัน

09.30 ภาพควันไฟใกล้ทางด่วนบริเวณคลองเตย


09.20 ศาลาแดง - หญิงสาวสะพายกระเป๋าดำ เดินมุ่งตรงไปที่รถฉีดน้ำของทหาร ยังไม่ทราบเหตุผล

09.20 หน้า BigC ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว มีการเตรียมการเผายาง

09.20 ร.พ.กรุงเทพคริสเตียน มีประกาศเตรียม หมอ พยาบาล เฝ้าระวังอุบัติภัยหมู่ ปิดถนนเข้าทั้งทางสีลม สุุรวงศ์

09.15 เฟซบุ๊ค - การยัดอาวุธสงครามให้ผู้ชุมนุมโดยวันนี้จะลำเลียงไปยังสวนลุมแล้วซ่อนเอาไว้ เมื่อมีการสลายและเกิดการสูญเสียจะมีการนำนักข่าวไปยังที่ซ่อนอาวุธเพื่อแสดงว่าผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรงและเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับทหารในการใช้อาวุธกับผู้ชุมนุม

09.15 สุขุมวิทขาเข้าไปได้ไกลสุดแยกอโศก จากเยาวราชเข้าพระรามสี่ปิดตั้งแต่หัวลำโพง จากพระโขนง วิ่งได้แค่คลองเตย

09.15 นายวัฒนชัย เอี่ยมนาค 782 เจริญนคร บางลำภูล่าง โดนยิงที่หน้าอก ตรงแยกสารสิน หน่วยแม่นปืนยิง

09.15 ด่านสวนลุม มีการแบกผู้บาดเจ็บเจ็บออกมา 3 คนแล้ว

09.10 นปช.วางยางรถยนต์และแผงเหล็กปิดถ.รัตนาธิเบศร์ขาออกหน้าไทยคม รถผ่านไม่ได้ต้องกลับรถ

09.10 พลเอกเลิศรัตน์ รัตนวานิช ให้สัมภาษณ์ผ่าน TPBS ว่าครั้งนี้น่าจะเป็นการปะทะกันครั้งสุดท้ายเนื่องจากหากยาวนานกว่านี้ อาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิตทหาร!?

09.00 ช่อง 3 - กลุ่มผู้ชุมนุมถอยร่นเกือบไกล้เวที เเต่ที่เวทียังมีกิจกรรมปรกติ

09.00 Red Intelligence - ได้รับแจ้งจากพี่น้องเสื้อแดงที่อยู่ที่อุบลฯว่าอินเตอร์เนตที่อุบลฯ ถูกตัดหมดแล้ว

09.00 อนุสาวรีย์ชัย ถูกทหารปิดเส้นทางเข้าแล้ว ต้องอ้อมไปเข้าทางอื่น ผู้สื่อข่าวภาคสนาม ต้องทิ้งรถเดินเท้าเข้าราชประสงค์

09.00 uddthailand - ตอนนี้ทหารเข้ามาในถนนราชดำริ ห่างจากหลังเวที 500 เมตรมีการยิงใส่คนเสื้อแดงและมีหน่วยซุ่มยิงไปซุ่มอยู่บนสถานีรถไฟฟ้า

08.50 รอยเตอร์ รายงานพบผู้เสียชีวิตแล้ว จากปฏิบัติการแยกศาลาแดง

08.50 ทหารสามารถใช้รถสายพานลำเลียงหุ้มเกราะฝ่าเข้าไปจากด่านศาลาแดงได้แล้ว ยึดสวนลุมได้เรียบร้อย

08.50 จ.ส.100 รายงาน: ถ.ลำลุกกาคลอง 5 ทางขึ้นวงแหวนตะวันออก นปช.เผายาง ตร.ห้ามรถผ่านแล้ว รถทุกคันต้องกลับออกทั้งหมด

08.50 ภาพทหารหลบบริเวณรางรถไฟฟ้าบีทีเอส


08.45 ด่านดินแดงต้องการอาหารและน้ำด่วน ส่งได้ที่มุมเซ็นเตอร์วันอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ


08.30 เสธ.อู้ คีย์แมนสว.เผยการเจรจาล้มเหลวแล้ว รัฐบาลไม่ยอมขึ้นโต๊ะเจรจา แต่จะปฏิบัติการทางทหารและเชื่อว่าจะทุ่มกำลังให้จบในวันนี้ และคงยากจะหลีกเลี่ยงความสูญเสียื เพราะผู้ชุมนุมยอมตาย

08.20 กอร์ปศักดิ์ เลขานายกฯกร้าวที่ประธานวุฒิสภาเป็นคนกลางเจรจาไม่มีประโยชน์แล้ว ให้ยุติชุมนุมเดี๋ยวนี้เท่านั้น

08.10 ทหารใช้รถถังชนบังเกอร์เสื้อแดงฝั่งศาลาแดง ขณะที่เวทีราชประสงค์บนเวทีมีการร้องเพลงและเล่นตลก ผู้ชุมนุมพากันเฮฮา สะท้อนขวัญกำลังใจเข้มแข็ง


07.00 ภาพที่ใต้ทางด่วนดินแดง


07.00 หลังจากวุฒิสภาเสนอเป็นตัวกลางเจรจา โดยนปช.เข้าร่วมกระบวนการแล้ว แต่รัฐบาลแข็งกร้าวให้ยุติชุมนุมก่อนจึงจะเจรจา เช้านี้กองกำลังทหารพร้อมรถสายพานลำเลียงเคลื่อนบีบเข้าใกล้เวทีราชประสงค์และพูดผ่านโทรโข่งให้สลายตัวภายใน 15 นาที

06.00 ภาพที่บ่อนไก่


02.10 สมบัติ บุญงามอนงค์ - ทหารเสื้อแดงบอกว่า ถ้าโดนจับคดี พรก ฉุกเฉิน อย่าไปรับสารภาพเพราะศาลจะตัดสินเลย คุกยาว แต่ถ้าปฏิเสธ จะต้องสืบพยาน และตอนนั้น พรก ยกเลิกแล้ว จะสู้คดีได้ง่ายกว่า

02.00 ประชาไท - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเสียงปืนดังขึ้นบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย

ทวิตเตอร์ของ ฐปนีย์ เอียดศรีชัย นักข่าวช่อง 3 แจ้งว่า มีเสียงระเบิดคล้ายเอ็ม 79 บริเวณ ซ.งามดูพลี บ่อนไก่ 1 ลูก มีรายงานผู้บาดเจ็บ กู้ภัยทำงานลำบาก เพราะมืดและอันตรายมาก

01.00 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง มีการ์ด นปช. ถูกจับตัวขึ้นรถตู้ไม่ทราบฝ่าย ไม่ทราบสังกัดไปหนึ่งคน นอกจากนี้ มีผู้บุคคลได้นำกาแฟมาแจกการ์ด ต่อมาผู้ดื่มมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง ขณะนี้นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว

0.30 - Junya Lek Yimprasert ตอนนี้ในมีบางประเทศเริ่มกำหนดกิจกรรม(เพื่อการประท้วงการสังหารประชาชน) วันที่ 20 พฤษภาคม ออสเตรเลีย อังกฤษ เกาหลี และกำลังคุยรายละเอียดกับอีกหลายประเทศ ความคืบหน้าต่างๆจะนำมาแจ้งให้ทราบอยู่เรื่อยๆ ตัวเลขล่าสุดคนลงชื่อ 7,105 Total Signatures แต่เราไม่ควรหยุดเชิญชวนคนมาร่วมลงชื่อ ช่วยกันกระจายข่าวกันเรื่อยๆ อย่าให้มันหายไปจากหน้า FB

00.20 Pinpaka - "ผมต้องออกมา ถ้าไม่ออกมาผมจะต้องอยู่กับความกลัวไปตลอดชีวิต" Nick Nostitz เพื่อนนักข่าวหัวเห็ดกระซิบที่หู ขณะที่เรายืนสังเกตการชุมนุมอยู่ใต้ทางด่วนดินแดง

00.10 Annita Kim - ทหารตรึงกำลัง วางชุดแม่นปืน ถนนจุฬาฯ 12 เส้นทางลัดเข้าราชประสงค์ บีบพื้นที่ถนนอังรีดูนังต์ ขยับใกล้ม็อบ บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเย็นถึงค่ำ ทหาร ได้นำกำลังเข้าตรึงพื้นที่ในถนนจุฬาฯ 12มากขึ้น และตั้งด่านตรวจค้นรถทุกคันที่วิ่งผ่านเข้าออกและมีการนำกระสอบทรายตั้งเป็นแนวบังเกอร์ที่ปากทางเข้าถนนจุฬาฯ 12ตัดถนนบรรทัดทองพร้อมวางชุดแม่นปืนประจำจุดประทับปืนติดกล้องหันหน้าออกไปทางถนนพระราม 4

0.00 บก.ลายจุด - จตุพรบอกบนเวทีว่า สื่อไทยย้ายไปรายงานข่าวสนามกีฬาแห่งชาติ ส่วนนักข่าวต่างประเทศยืนยันอยู่ในพื้นที่การชุมนุม และพร้อมรายงานข่าวไปทั่วโลก