ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, July 18, 2009

12ปชป.ได้"สัญญาณพิเศษ"เชื่อรอดชั้นศาล ไม่ไขก๊อกตาม"สุเทพ" อนุกก.ส่อยืดชี้ขาด44ส.ส.พรรคร่วม

ที่มา มติชนออนไลน์

ปชป.อ้างมี"สัญญาณพิเศษ"12ส.ส.ถูกศาลยกคำร้อง ชี้ถือหุ้นน้อยครอบงำแทรกแซงกิจการไม่ได้ "สนั่น"ลั่นต้องแก้ที่ตัวกม. ภูมิใจไทยพร้อมหาเสียงเลือกตั้งใหม่ สั่งลูกพรรคลงพื้นที่มากขึ้น อนุกก.ชี้44ส.ส.พรรคร่วมที่เหลือส่อขยายเวลา เผยหลายคนเข้าข่ายถูกฟัน

อ้าง"สัญญาณพิเศษ"เชื่อหลุดชั้นศาล


รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่า สาเหตุที่ ส.ส.ทั้ง 12 คน ซึ่งถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โดยเสียงส่วนใหญ่มีมติว่า ขาดคุณสมบัติเนื่องจากถือหุ้นสัมปทานรัฐและธุรกิจสื่อไม่แสดงปฏิกิริยาออกมา เนื่องจากพรรคได้รับ "สัญญาณพิเศษ" มาบางอย่างว่า คดีซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกัน อย่างกรณีที่ กกต.มีมติให้สมาชิวุฒิสภา (ส.ว.) 16 คนพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากถือหุ้นในบริษัทสื่อและบริษัทที่มีสัมปทานกับรัฐ เข้าข่ายต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 48 และ 265 (2) (4) จะถูกยกคำร้องในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่มีเจตนาครอบงำการดำเนินกิจการและจำนวนหุ้นที่ถืออยู่มีน้อยเกินกว่าจะเข้าไปแทรกแซงกิจการของบริษัทนั้นๆ


ด้านนายสราวุธ อ่อนละมัย ส.ส.ชุมพร 1 ใน 13 ส.ส.ที่ขาดคุณสมบัติ ให้สัมภาษณ์ว่า เคารพมติของ กกต.อย่างไรก็ตาม อยากชี้แจงว่าเมื่อปี 2538 สมัยที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ยังเป็น เวิลด์โฟน เข้ามาเปิดตลาดที่ จ.ชุมพร ตนเป็น 1 ใน 20,000 คนของผู้ใช้บริการเวิลด์โฟนทั่วประเทศที่โชคดีได้รับหุ้นของเวิลด์โฟนที่ยังคงจดทะเบียนอยู่ที่ตลาดหุ้นในประเทศสิงคโปร์ ขณะนั้นได้รับหุ้นเพียง 1 หุ้น และปัจจุบันแตกพาร์เป็น 5 หุ้น หุ้นละ 10 บาทเท่านั้น ทั้ง 5 หุ้นก็โอนให้คนอื่นไปหมดแล้วตั้งแต่ปี 2551 หลังจากได้รับเลือกเป็น ส.ส.


"เสธ.หนั่น"หนุนแก้กฎหมาย


ด้าน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า ไม่คาดว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น ส.ส.ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจกฎหมายหรือไม่ได้อ่าน เพราะกฎหมาย ป.ป.ช.ให้เวลา 1 เดือนในการรายงานทรัพย์สินหลังประกาศรับรองการเป็น ส.ส.แล้ว แต่ ส.ส.ไม่รู้ว่ายังมีกฎหมาย กกต.อีกฉบับ ที่ห้ามไม่ให้ถือหุ้นเลย ไม่นั้นขายไปก่อนเลือกตั้งแล้ว และที่มีอยู่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น


"จำเป็นต้องแก้กฎหมาย ขณะนี้แม้แต่ลูกที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ยังถือหุ้นไม่ได้เลย เราไม่สามารถบังคับลูกได้ เพราะต้องทำมาหากินของเขา ส่วนการพิจารณาการถือหุ้นของผมในลำดับต่อไปนั้น ก็ต้องยอมรับกติกา หากผิดก็ต้องยอมรับ" พล.ต.สนั่นกล่าว


"ชวรัตน์"เตรียมหาเสียง


ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ถือเป็นการพิจารณาไปตามหลักเกณฑ์และไม่ได้ใช้ 2 มาตรฐานเหมือนที่มีการกล่าวหา ส่วนมี ส.ส.และรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ที่อาจจะเข้าข่ายในลักษณะดังกล่าวทางพรรคพร้อมหากจะต้องเลือกตั้งใหม่ โดยได้กำชับ ส.ส.ของพรรคลงพื้นที่มากขึ้น เนื่องจากคาดว่าการแข่งขันจะเริ่มเข้มข้นมากขึ้น โดยยังคงเน้นนโยบาย 9 ข้อในการหาเสียงพบปะประชาชน รวมถึงการเพิ่มโครงการ 1 ตำบล 1 โรงสี และโครงการคาร์บอนเครดิต


"พรรคภูมิใจไทยจะลงไปขายนโยบาย 9 ข้อที่เคยใช้ในการหาเสียงกับประชาชน สื่อมวลชนน่าจะเขียนเชียร์รัฐบาลให้หน่อยเกี่ยวกับการขายพันธบัตรไทยเข้มแข็งรุ่นแรก รุ่นสอง ปรากฏว่าได้ขายเกลี้ยงให้กับประชาชนทั่วไป แสดงว่าประชาชนเขามีความเชื่อมั่นกับรัฐบาลชุดนี้มาก" นายชวรัตน์กล่าว


อนุกก.ชี้44ส.ส.จ่อขยายเวลา


แหล่งข่าวจากคณะอนุ กกต.ไต่สวนการถือครองหุ้นของ ส.ส. 44 คน เปิดเผยความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนว่า หลังที่ขอขยายระยะเวลาจากที่ประชุม กกต.เป็นเวลา 15 วัน คณะอนุกรรมการได้ดำเนินการขอเอกสารการถือครองหุ้นของ ส.ส.ทั้งหมด รวมทั้งคู่สมรสและบุตร ขณะนี้การตรวจสอบการถือครองหุ้นของ ส.ส.และคู่สมรสของ ส.ส.เกือบจะสิ้นสุดแล้ว เหลือเพียงการตรวจสอบการถือครองหุ้นของบุตรของ ส.ส.ทั้งสิ้น 109 คน ที่ต้องใช้เวลาและต้องรอเอกสารจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง


"หากหน่วยงานต่างๆ ส่งข้อมูลมาในช่วงต้นสัปดาห์หน้า อนุกรรมการสามารถตรวจสอบและส่งผลการตรวจสอบให้กับที่ประชุม กกต.ได้ แต่ถ้าส่งมาช้าก็ไม่ทันวันที่ 23 กรกฎาคม ที่เป็นวันครบกำหนดการขยายเวลา แต่เบื้องต้นตรวจสอบพบว่ามี ส.ส.หลายคนที่เข้าข่ายการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ" แหล่งข่าวระบุ

เจ้าของบริษัทขายตู้น้ำให้ชุมชนพอเพียงปัดนักการเมืองหนุน-บีบซื้อของ "กอร์ปศักดิ์"สั่งตั้งทีมสอบ

ที่มา มติชนออนไลน์

"มติชน"สืบบริษัทรับตู้น้ำชุมชนพอเพียง ผจก.ยันไม่มีนักการเมืองหนุนหลัง-ชุมชนถูกบีบซื้อของ "กอร์ปศักดิ์"ตั้งทีมสอบ เผยอนุมัติรอบกว่า2พันล้านให้อีกเกือบหมื่นชุมชน


จากกรณีนายภาสกร พุทธิชีวิน กรรมการผู้จัดการบริษัท บีเอ็นบี อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตสินค้าประหยัดพลังงาน ออกมายอมรับกับ "มติชน" ว่า กลุ่มบริษัทที่ไปขายตู้หยอดน้ำโซลาร์เซลล์ให้ชุมชนในโครงการชุมชนพอเพียง มีความสัมพันธ์กันในลักษณะลงขันทำธุรกิจ โดยบริษัท บีเอ็นบีฯจะให้บริษัทอื่นๆ มารับสินค้าไปเสนอราคาต่อชุมนุม และนำกำไรมาแบ่งกันนั้น


ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าว "มติชน" เดินทางไปตรวจสอบข้อมูลที่บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ โปร เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่รับสินค้าของบริษัทบีเอ็นบีฯไปขาย ที่ 48/5-6 อาคารซี 3 ชั้น 5 ซอยรัชดาภิเษก 20 (รุ่งเรือง) ถนนรัชดาภิเษก แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งเป็นที่อยู่ตามหลักฐานแจ้งจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในขณะที่สำนักงานบริษัทตามรายละเอียดในโบรชัวร์เสนอราคาสินค้าคือ บ้านเลขที่ 27/73 หมู่ที่ 3 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กทม. แต่ปรากฏว่าบ้านหลังนี้ไม่มีผู้อยู่อาศัย กลับมีป้ายชื่อบริษัท เอส แพค เอเชียแมนูแฟคเชอริ่ง จำกัด ติดหน้าบ้าน


เมื่อไปถึงบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ฯตามที่อยู่ใหม่ดังกล่าว พบว่าเป็นที่ตั้งของบริษัท บ้านประชาชน (2546) จำกัด ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่เจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นที่ตั้งบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ฯด้วยเช่นกัน ต่อมานายขันติ ปานขลิบ ผู้จัดการบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ฯ ชี้แจงว่า เป็นเจ้าของบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ฯ และมีความสัมพันธ์กับบริษัท บีเอ็นบีฯในฐานะหุ้นส่วนธุรกิจ มีบริษัทขนาดเล็กอีก 7-8 แห่งทำธุรกิจกับบริษัท บีเอ็นบีฯ ในรูปแบบเดียวกันทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด ในการนำสินค้าบีเอ็มบีฯไปเสนอขาย บริษัทไม่ต้องวางเงินอะไรเลย เพียงแค่ไปหาลูกค้ามา จากนั้นแจ้งบริษัท บีเอ็มบีฯให้ส่งของไปให้ลูกค้า บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ฯเสนอขายตู้น้ำหยอดเหรียญในโครงการชุมชนพอเพียงไปแล้วหลายชุมชน อาทิ ชุมนุมเปรมประชา ชุมชนร่วมใจรัก เขตดอนเมือง เป็นต้น


"ผมยืนยันว่าการขายตู้น้ำหยอดเหรียญนั้น ไม่มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังแต่อย่างใด เป็นการทำธุรกิจปกติ ส่วนที่มีข่าวว่าหากชุมชนใดไม่ยอมรับสินค้าตู้น้ำหยอดเหรียญจะไม่ได้งบฯนั้น ผมไม่ทราบ" นายขันติกล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ฯ พบว่าจดทะเบียนก่อตั้ง 28 เมษายน 2546 มีทุนจดทะเบียน 15 ล้านบาท ทำธุรกิจขาดเล็ก ประมูลรับจ้างทำของ ปรากฏชื่อนางภคนันท์ เกลื้อนรัตน์ เป็นผู้มีอำนาจกระทำการ มี น.ส.พรนิดา ศรชัยจรัสแสง เป็นกรรมการ มีผู้ถือหุ้น 7 คน ขณะที่นายขันติยังมีตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการบริษัท บีเอ็นบีฯ ด้วย แต่นายขันติยืนยันว่าได้ลาออกแล้ว


นายภาสกร พุทธิชีวิน กรรมการผู้จัดการบริษัท บีเอ็นบีฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ขอท้าผู้รับผิดชอบโครงการชุมชนพอเพียงว่า หากตรวจสอบพบว่าการทำธุรกิจของบริษัท บีเอ็นบีฯและกลุ่มบริษัทที่เข้ามาทำธุรกิจร่วมกันทุจริตจริง ขอให้แจ้งความดำเนินคดีเอาผิดได้เลย และในข้อเท็จจริงกลุ่มของตนขายสินค้าในโครงการนี้ได้แค่ 100 กว่าโครงการจากที่รัฐบาลอนุมัติเงินให้ชุมชนต่างๆ 3 หมื่นกว่าโครงการ


"หากผมรู้จักกับนักการเมือง มีคนมาเป็นแบ๊คให้ เราคงไม่ต้องมาเหนื่อยขนาดนี้ ล่าสุด ภรรยาผมทุกข์ใจกับเรื่องนี้มาก ถึงขนาดบอกให้ผมหยุดทำธุรกิจ ปิดบริษัทไปเลย ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ผมบอกได้เลยว่ามาจากเหตุผลเรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียว" นายภาสกรกล่าว


ส่วนกรณีประธานชุมชนวัดกลาง เขตบางกะปิ กทม. ระบุมีกลุ่มบุคคลแอบอ้างพรรคการเมืองใหญ่ ให้ยอมรับตู้น้ำหยอดเหรียญและแผงโซลาร์เซลล์ พร้อมขู่ว่าหากไม่รับของ จะโยกงบประมาณไปที่ชุมชนอื่น ทำให้จำใจต้องรับนั้น นายประเสริฐ ทองนุ่น ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ กล่าวว่า เรื่องนี้ทางประธานชุมชนวัดกลางส่งหนังสือมาให้เขตเซ็นรับรอง ในหนังสือระบุว่ามีการตั้งกรรมการชุมชน และจัดเวทีประชาคมกันเองแล้ว จึงเซ็นรับรองให้ เพราะเกรงว่าทางชุมชนจะไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณจากรัฐบาล


ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนเซ็นหนังสือรับรอง เขตเคยตรวจสอบหรือไม่ว่ากระบวนการขั้นตอนที่ชุมชนทำมานั้นถูกต้องแค่ไหนอย่างไร นายประเสริฐกล่าวว่า ในเมื่อประธานชุมชนเซ็นมาเอง ก็ให้เกียรติเซ็นรับรองให้ไป และชุมชนเป็นฝ่ายเลือกตู้หยอดน้ำเองจากนั้นก็ส่งเอกสารของบฯจากรัฐบาล ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชุมชนจะได้รับอนุมัติงบฯหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขตเลย แต่เขตถูกมองไม่ดี รู้สึกน้อยใจมาก


นางเพียงใจ วิศรุตรัตน์ รองปลัด กทม. กล่าวว่า แต่ละเขตมีหน้าที่เพียงเซ็นรับรองว่า ชุมชนนั้นๆ ตั้งคณะกรรมการครบทั้ง 9 คนหรือไม่ จัดเวทีประชาคมตามระเบียบกำหนดหรือไม่เท่านั้น


น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากผู้นำชุมชนหลายชุมชนในเขตบางกะปิว่า สมาชิกสภาเขต (ส.ข.) ของพรรคประชาธิปัตย์รายหนึ่ง ซึ่งคนคนนี้คือผู้นำแค็ตตาล็อกสินค้าไปให้ชุมชนเลือก ล่าสุด ได้สั่งผู้นำชุมชนทำหนังสือชี้แจงนายกรัฐมนตรียืนยันว่าการจัดซื้อตู้น้ำดื่มพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับความเห็นชอบจากประชาคมถูกต้องตามระเบียบทุกประการ รวมถึงชุมชนเป็นผู้ตัดสินใจเลือกโดยไม่ทุจริตแต่ประการใด ส.ข.รายนี้อ้างว่าหากสมาชิกชุมชนลงชื่อถึงนายกฯ เรื่องนี้ก็จะยุติลงโดยไม่มีใครต้องรับผิดทางกฎหมาย และว่า ในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ จะนำคณะไปยื่นเรื่องร้องเรียนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สอบสวนเอาผิดกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการดังกล่าว


ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน แถลงภายหลังประชุมคณะกรรมการบริหารว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติโครงการในรอบที่ 4 ให้ชุมชน 9,538 แห่ง งบประมาณ 2,206 ล้านบาท เมื่อรวมกับโครงการที่อนุมัติไปก่อนหน้านี้ 3 ครั้ง คิดเป็น 31,582 ชุมชน วงเงิน 8,432 ล้านบาท และได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบเรื่องร้องเรียนความไม่โปร่งใสแล้ว ต่อไปจะกำหนดราคากลางสินค้าเพื่อป้องกันครหาซื้อของแพง ถ้าฝ่ายค้านมีข้อมูลหลักฐานก็ส่งมาเลย หากพบเจ้าหน้าที่ สพช.คนไหนมีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินการทันที ยืนยันว่าโครงการนี้ต้องเดินต่อ แม้จะมีแรงกดดันเพราะไม่อยากให้เดินก็ตาม ยอมรับว่าเป็นเรื่องค่อนข้างปวดหัว เพราะเงินตั้ง 70,000 ล้าน และมีคนอยากขายของ แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด


ทางด้านนายเฉลิม เกียรติบรรจง อดีตผู้สมัคร ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชามติ กล่าวถึงกรณีชาวบ้าน ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี 8 ชุมชน ร้องเรียนสำนักงาน ป.ป.ช.สอบสวนผู้อ้างตัวเป็นผู้ประสานงานพรรคการเมืองขอให้ใช้งบฯชุมชนพอเพียงซื้อตู้น้ำหยอดเหรียญว่า ชาวบ้านได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ ส่งให้ ป.ป.ช.เป็นแนวทางสอบสวน อาทิ 1.เทปบันทึกภาพผู้ประสานงานพรรคดังกล่าวพูดให้ชาวบ้านฟังว่าตู้น้ำเป็นนโยบายหาเสียงของพรรค เป็นของฟรี 2.หลักฐานการเปิดบัญชีธนาคารของชาวบ้านก่อนนำเงินไปจ่ายให้บริษัทจำหน่ายตู้น้ำ เป็นต้น


นายทศพล ธัญอนันต์ผล ประธานชุมชนสามทหาร เทศบาลตำบลเมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าว ทำให้รู้สึกเข็ดกับพฤติกรรมของนักการเมืองระดับชาติ และนักการเมืองท้องถิ่น ดังนั้น หลังครบวาระตำแหน่งประธานในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ จะไม่กลับมารับตำแหน่งอีก

ต่อลมหายใจ

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




เป็นไปตามความคาดหมายที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีมติครม.ยืดเวลา 5 มาตรการช่วยเหลือประชาชน ออกไปอีก 6 เดือน หรือถึงสิ้นปี 2552

หลักๆ ที่รู้กันอยู่คือรถเมล์ฟรี-รถไฟฟรี น้ำ-ไฟฟ้าฟรี และสุดท้ายคือตรึงราคาก๊าซหุงต้ม(LPG)

ปฏิเสธไม่ได้ส่วนหนึ่งคือเรื่องประชานิยม เพราะรัฐบาลนี้บริหารประเทศมา 6 เดือน ผลสอบถือว่าตกหมดทุกวิชา

บวกซ้ำกับการระเบิดเพดานภาษีน้ำมันจาก 5 บาทไปเป็น 10 บาท และปรับขึ้นเบาะๆ แล้ว 7 บาท/ลิตร

เมื่อรวมกับภาษีอื่นๆ อีกจิปาถะ หลงจ้งคนไทยต้องจ่ายภาษีน้ำมันตกลิตรละประมาณ 10 บาท

เหมือนโชคเริ่มเข้าข้างอยู่บ้างที่ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ราคาในเมืองไทยแทบไม่ลงเพราะกองทุนน้ำมันถือโอกาสเรียกเก็บเงินมากขึ้นเพื่อชดเชยภาษีที่รัฐบาลมาควักเอาไป

แต่ก็ไม่ขยับขึ้นจนน่าเกลียด

การยืดเวลา 5 มาตรการออกไปรัฐบาลต้องใช้เงินราวๆ 11,000 ล้านบาท

ทำให้พวกที่ซาดิสต์หน่อยๆ ถึงกับบ่นพึม ทำนองไม่ชอบใจที่รัฐบาลยังจะช่วยเหลือคนจนอยู่อีก

บางคนถึงกับอ้างผลศึกษาของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ว่ามาตรการดังกล่าวไม่มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ!?

พระเจ้าช่วย....ใช้อะไรคิดเนี่ย

5 มาตรการที่ทำต่อเนื่องมาจากรัฐบาลที่แล้ว จุดหมายสำคัญไม่ใช่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หากแต่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

หลายคนมองจากมุมของตัวเองออกไป มองจากมุมของชนชั้นกลางหรือชั้นสูง ที่อาจจะไม่เคยขึ้นรถเมล์ ไม่เคยขึ้นรถไฟ ไม่ยี่หระกับค่าน้ำ-ค่าไฟเดือนละไม่กี่พัน หรือไม่กี่หมื่นที่ตัวเองต้องจ่าย

แต่สำหรับชาวบ้านหาเช้ากินค่ำแล้ว 5 มาตรการที่รัฐยืดออกไปอย่างน้อยๆ ก็ช่วยประหยัดเงินให้ได้เดือนละราวๆ 1,500-2,000 บาท เพราะทุกวันทำงานไม่ต้องเสียค่ารถเมล์

ทุกเดือนไม่ต้องจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟ

เงินจำนวนนี้สำหรับบางคนที่ไม่เห็นด้วย อาจจะแค่อาหารกลางวันมื้อเดียว หรือครึ่งมื้อเท่านั้น

แต่สำหรับชาวบ้านเงินจำนวนนี้มากพอที่จะซื้อข้าวสาร ซื้อกับข้าวกินได้ทั้งเดือน หรืออาจจะเก็บออมไว้ในยามที่อาจจะถูกปลดจากงาน ที่ยังเห็นข่าวการประท้วงของคนงานอยู่เนืองๆ

พวกที่ไม่เห็นด้วยลองหัดมองออกจากมุมของคนอื่นบ้าง

แม้สำหรับบางคนอาจจะไม่ได้ประโยชน์ หรือไม่เห็นความจำเป็นของ 5 มาตรการดังกล่าว

และสำหรับคนส่วนใหญ่ของเมืองไทย นี่ไม่ต่างจากการต่อลมหายใจออกไปอีกระยะหนึ่ง

หรืออย่างน้อยก็หายใจคล่องขึ้นอีกหน่อย

ฉุดตัวเองจากวิกฤต

ที่มา ไทยรัฐ

ผมเห็นด้วยกับ คุณประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง ที่ มีจุดยืนในการรณรงค์ต่อสู้กับมาตรการกีดกันทางการค้าจากประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ที่ใช้มาตรการดังกล่าวในการเอาเปรียบประเทศคู่ค้ามาโดยตลอด คุณประดิษฐ์เห็นว่าเป็นการช่วยกันเรียกร้องเพื่อปกป้องผู้ส่งออกและเศรษฐกิจไทย

ให้คำจำกัดความว่า ลัทธิกีดกันทางการค้าเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวที่สุด ซึ่งส่งผลกระทบต่อความแข็งแรงของเศรษฐกิจโลก อุปมาอุปไมยถึงขนาดต้องมีการประกาศเตือนภัยระดับ 6

ทุกวันนี้เศรษฐกิจไทย ร้อยละ 72 มาจากการส่งออก หากมีอุปสรรคทางการค้าใดๆเกิดขึ้น จะเป็นตัวขัดขวางทางเศรษฐกิจและจะสร้างปัญหาต่างๆให้กับประเทศไทยในอนาคตอีกด้วย

ยิ่งในยามที่เศรษฐกิจดิ่งเหวอย่างนี้ ตัวเลขคนว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างนี้ อย่าว่าแต่ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ประเทศคู่ค้าด้วยกันเองก็จ้องจะเอาเปรียบกันทุกด้าน ในยามหน้าสิ่ว หน้าขวาน ย่อมนึกถึงตัวเองเป็นธรรมดา ผลิตเอง ทำเอง ใช้เอง สุดท้ายส่งออกก็เจ๊ง

นอกจากนี้ โอกาสที่จะเอาเปรียบในด้านการแข่งขันทางการค้า ก็ประมาทไม่ได้ เวียดนามเป็นประเทศที่น่าจับตามากที่สุด พืชพันธุ์ ธัญญาหาร ที่มีชื่อบ้านเรา ลำไย ทุเรียน มะพร้าวน้ำหอม สับปะรด แม้จะหวงห้าม แต่เวียดนามก็ลักลอบนำไปเพาะพันธุ์เพื่อทำตลาดแข่งกับเราทั้งนั้น

นอกจากข้าว ที่เราแพ้เวียดนามไปเรียบร้อยแล้ว

ไม่ใช่แค่เวียดนาม ลาว กัมพูชา พม่า ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจากตะวันออกกลาง ที่ต้องการจะสร้างแหล่งอาหารโลก แต่ด้วยความจำกัดด้านภูมิศาสตร์ ประเทศเศรษฐีน้ำมันทั้งหลาย จึงมุ่งมาลงทุนในย่านนี้ อีกหน่อยเราก็จะต้องซื้อข้าวซื้อผลไม้ พืชผักจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ต้องพูดถึงประเทศจีนที่ใช้บริการเป็นประจำอยู่แล้ว โอกาสที่จะนำครัวไทยสู่ครัวโลกก็จะน้อยลง โอกาสที่จะเอาผลไม้ไทยสู่ตลาดโลกก็มืดลง

หันมาดูบรรยากาศในประเทศ ขี่ช้างจับตั๊กแตน ไล่ล่าความกลัวที่จมอยู่ในจินตนาการด้านมืดของตัวเอง ส่งออกเจ๊ง ท่องเที่ยวเจ๊ง ธุรกิจก็ยืนตายแห้ง

มีรัฐบาลก็มัวแต่สาละวนกับการปัดแมลงวัน ไม่มีพลังในการขับเคลื่อนประเทศให้ไปข้างหน้า ในที่สุดก็เกิดความไม่เชื่อมั่นขึ้นมา เพราะฉะนั้นต้องคำนึงว่า ประเทศไทยในอนาคตจะฟื้นตัวได้อย่างไร ต่างประเทศก็ไม่ลงทุน ในประเทศก็ไม่กล้าลงทุน ยิ่งถ้าการกู้เงิน 8 แสนล้านมาตำน้ำพริกละลายแม่น้ำด้วยแล้วจะซ้ำเติมวิกฤติประเทศให้จมดิ่งกับหนี้ก้อนใหญ่

เพียงแค่ว่าคนไม่กี่คนหันมาจับมือกัน รวมกันเพื่ออยู่ ผลักดันโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ถนนหนทาง รถไฟฟ้า สนามบิน หมดความหวาดระแวงว่านี่จะกิน นั่นจะโกง ให้งานต่างๆเดินไปข้างหน้าได้ เศรษฐกิจก็จะค่อยๆฟื้น ธุรกิจจะค่อยๆฟื้น คนไทยก็จะค่อยๆฟื้น ความบาดหมาง ข้อขัดแย้งในอดีตก็จะค่อยๆลดลง

ประเทศไทยก็จะค่อยๆเป็นสยามเมืองยิ้ม.

หมัดเหล็ก

มั่วเดี๋ยวเข้าทางจนได้

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_20272

ข้อหาก่อการร้ายยึดสนามบินว่าหนักหนาสาหัสสากรรจ์ ยี่ห้อ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ยังอุ้มนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ให้ตื๊ออยู่บนเก้าอี้ต่อไปได้

นับประสาอะไรกับอีแค่คิวกิ้งกือตกท่อ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผู้จัดการใหญ่รัฐบาล เจอพิษหุ้น โดน กกต.สอยพ้นเก้าอี้ ส.ส.

ก็แค่ไม่สบายใจ แต่เข้าใจในสถานการณ์

โดยมาตรฐานเดียวกันกับการรับมือมหันตภัยไข้หวัดใหญ่ 2009 นายกฯอภิสิทธิ์ประกาศยืนยันท่าที ยังไม่จำเป็นต้องยุบสภาจากคิวที่ 13 ส.ส.ประชาธิปัตย์โดนสอยจากพิษหุ้น และยังมีรายการคนของพรรคร่วมรัฐบาลจ่ออยู่ในบัญชีอีกลอตใหญ่

แค่ให้เป็นบทเรียน ในเรื่องของความปลอดภัยไว้ก่อนในการถือครองหุ้น


ในอารมณ์ที่รับมุกกับ "ปู่ชัย" นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะกว่าจะจบสิ้นที่กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ยังต้องใช้เวลาอีกนาน ไม่มีเหตุให้ต้องยุบสภา

แม้แต่ฝ่ายค้าน นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ก็ฟันธง ไม่ว่า ส.ส.พรรคการเมืองไหนโดน กกต.ตัดสินให้พ้นสภาพ ก็ต้องต่อสู้กันตามกระบวนยุติธรรมอีกนาน โดย กกต.ต้องส่งเรื่องให้ประธานสภาฯ เพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ตอนนี้ ส.ส.และรัฐมนตรียังทำงานต่อไปได้

จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้พ้นสภาพ

รัฐบาล ฝ่ายค้าน นักเลือกตั้งอ่านเกมตรงกัน เกมนี้ยังว่ากันอีกหลายยก

และถึงที่สุดเลย มันก็อย่างที่เซียนเก๋าเกมระดับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ผู้มีบารมีนอกสภาของพรรคภูมิใจไทย วิเคราะห์ล่วงหน้า

เชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ได้อีกอย่างต่ำ 2 ปี หรือจนกว่าจะหมดวาระ

เพราะพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลไม่อยากลงเลือกตั้งตอนนี้ หลังเห็นผลเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดสกลนครและจังหวัดศรีสะเกษ ได้เห็นอิทธิฤทธิ์ของยี่ห้อ "ทักษิณ"

มันเหมือนกับว่า ทุกคนตกอยู่ในอาการกลัวผี จนต้องหนีไปกอดกันที่มุมห้อง

นี่ยังไง คำตอบสุดท้าย


แต่ก็อีกนั่นแหละ การเมืองไม่ใช่หนึ่งบวกหนึ่งเป็นสอง ไม่มีอะไรชัวร์เสมอไป

โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ปัจจัยเร้าเข้ามาแทรกกับคดีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทอง-กุล แกนนำใหญ่ม็อบพันธมิตรฯ ที่กำลังบี้กันอย่างถึงพริกถึงขิงในหมู่ทีมงานที่โค่นอำนาจ "ทักษิณ" ด้วยกันมา

ลับ ลวง พราง ล่อกันเอง

ล่าสุดตำรวจบุกไปไล่ล่า จ.ส.อ.ปัญญา ศรีเหรา ทหารรบพิเศษป่าหวาย จังหวัดลพบุรี ที่สายข่าวรายงานว่าแอบไปกบดานที่ไร่ไม้หอมกฤษณาชายแดนเขมร ด้านจังหวัดตราด ของ "บิ๊กเหวียง" พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีต รมว. กลาโหม รัฐบาลพรรคไทยรักไทย ในฐานะ "นายเก่า"

โยงเบื้องลึก เบื้องหลัง ยิ่งซับซ้อน งงกันไปใหญ่


แต่ที่เร้าใจกว่า ในอารมณ์หมั่นไส้ของ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการ คมช. ออกมากระแทกใส่ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. หัวหน้าทีมสอบสวน ที่ออกมาโวยเจอตอทำให้คดีคืบหน้าช้า บ่นเบื่อกับหนอนบ่อนไส้ทำให้ผู้ต้องหาไหวตัวทัน

"เป็นหน้าที่ของตำรวจต้องเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ ตำรวจอย่ามาบอกว่าเจอตอแล้ว ต้องบอกว่าตอนั้นคืออะไร ใครเป็นผู้ล็อบบี้ใคร อย่ามาพูดให้คลุมเครือ เพราะถ้ายิ่งพูดก็จะยิ่งทำให้สังคมสับสนมากขึ้น"

นัยว่า อย่าสร้างภาพ ตีกิน


คดีลอบสังหาร "เดอะลิ้ม" ก็วัดใจ กับคิวจ้องล่อกันเองในหมู่คนมีสี

หันไปที่เกมล่าชื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่นอกจากไม่ใส่ใจกับเสียงทัก "อย่าท้าทาย" แต่ในอารมณ์บลัฟกลับ

แกนนำ นปช.คุยโอ่ตัวเลขทะลุ 5 ล้านรายชื่อ

และคิวนี้ไม่ใช่แค่ลูกน้องดื้อ ตื๊อกระแสหวังเอาใจนาย เพราะเท่าที่เช็กทางลึก คนที่ร่างหนังสือ ประดิดประดอยถ้อยคำในฎีกา ก็เป็น "นายใหญ่" เอง

ตั้งใจเปิดเกมเสียวๆเล่น


ล้อกับอาการเต้นของฝ่ายอำมาตย์ที่ฮึ่มฮั่มๆ ส่งซิกให้ฝ่ายเกี่ยวข้องจัดการ


ล่าสุดก็เป็นนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ออกมาตัดเกม ไล่บี้ให้กลุ่มเสื้อแดงเลิกดำเนินการ เพราะไม่เข้าเงื่อนไข อย่าเข้าใจผิด ละเมิดพระราชอำนาจ

สารพัดเงื่อนไขโยงกันไปโยงกันมา มัดกันมั่วอย่างกับวัวพันหลัก

ยั่ว "อัศวินม้าเขียว" แก้ปมด้วยวิธีพิเศษ.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน

สุเทพลาออกจาก ส.ส. แล้ว เหลือเพียงตำแหน่ง รมต.

ที่มา ประชาไท

“สุเทพ” ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งส.ส.เหลือเพียงรมต.อย่างเดียว อ้างไม่มีเวลาที่จะไปสู้คดีและทำงานในตำแหน่งรมต.ไปคู่กัน ระบุอยากจะทำงานให้ดีที่สุด โต้กลับหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเห็นตรงข้ามก็ขอให้ กกต.พิจารณาตัวเองให้ละอายใจที่ตัดสินอย่างนี้

17ก.ค.52 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงจุดยืนหลังจากที่ กกต.มีคำวินิจฉัย 13 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ขาดสมาชิกภาพกรณีถือหุ้น ว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ ( 17 ก.ค.) ตนได้ยื่นใบลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.สุราษฎร์ธานี เขต 1 เรียบร้อยแล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค.นี้เป็นต้นไป ส่วนจะเปิดให้มีการเลือกตั้งเมื่อไหร่นั้นอยู่ที่ กกต.

ทั้งนี้เหตุผลที่ตนลาออกจากการเป็นส.ส.นั้น ตนทำหนังสือกราบเรียนให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรทราบ เนื่องจากท่านเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นผู้บังคับบัญชาของตน เมื่อตนถูกกล่าวหาและถูก กกต.ได้มีมติว่าการที่ตนถือหุ้นเป็นการขัดต่อข้อบังคับของกฎหมาย ซึ่งตนได้อธิบายในหนังสือลาออกของตนว่า หุ้นทั้งหมดเป็นหุ้นที่ตนซื้อเมื่อปี 2538 ก่อนที่จะมีบทบัญญัติในกฎหมายว่าด้วยการถือหุ้นของสมาชิกสภาผู้ราษฎรออกมาใช้บังคับในปี 2550 หลังจากที่ตนซื้อหุ้นแล้ว 12 ปี และซื้อในตลาดหลักทรัพย์เหมือนที่คนซื้อขายหุ้นทั้งหลาย เพราะเป็นธุรกิจที่ทำโดยสุจริต ไม่ได้คิดที่จะเป็นเจ้าของหรือในส่วนบริหารจัดการเหล่านั้นด้วยประการใด ๆ ทั้งสิ้น เช่น หุ้นที่ตนถือในบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำนวน 5,000 หุ้น หากดูจากจำนวนหุ้นทั้งหมดแล้วหุ้นของตนเทียบเป็นเศษฝุ่นในหุ้นบริษัท และตั้งแต่ซื้อหุ้นมาไม่เคยไปประชุมผู้ถือหุ้น หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารกิจการ
นายสุเทพ กล่าวว่า ตลอด 12 ปีที่ผ่านมาตนได้แสดงบัญชีต่อป.ป.ช เมื่อเป็นผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการบริหารพรรค เมื่อพ้นจากตำแหน่งผู้แทนราษฎร เมื่อพ้นตำหน่งกรรมการบริหารพรรคแต่ละสมัย รวมแล้วตนได้แสดงบัญชีไว้ต่อ ป.ป.ช.ทั้งหมด 12 ครั้ง ซึ่งเป็นการแสดงความสุจริตใจของตน และตนได้อ่านกฎหมายในมาตรา 48 การที่ถือหุ้นเข้าข่ายผิดกฎหมายต้องเป็นไปในลักษณะที่ตนสามารถเข้าไปมีส่วนได้เสียแบบเป็นเจ้าของบริษัท หรือ เจ้าของกิจการ ซึ่งตนก็ไม่ได้เป็น ฉะนั้นตนจึงไม่ได้ดิ้นรนที่จะขายหุ้นนี้ แต่เมื่อมีคนร้องเรียนตนก็ตัดสินใจแก้ความรำคาญขายไปตั้งแต่ปี 2551 แต่เมื่อ กกต.วินิจฉัยให้ตนขาดคุณสมบัติ ขั้นตอนต่อไปต้องส่งเรื่องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
“คนที่โดนเรื่องแบบผม ก็ต้องไปสู้คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญ การต่อสู้คดีต้องเสียเวลา ต้องรวบรวมพยานหลักฐาน เอกสาร พยานบุคคล และไปสู้คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญ ผมมีภาระหน้าที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ทุกวันทำงานไม่ลืมหูลืมตาอยู่แล้ว ผมไม่อยากไปเสียสมาธิในการเตรียมคดี ต้องเสียเวลาเรื่องนี้ ผมอยากให้เรื่องจบ สำหรับกรณีผมฉะนั้นผมจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเรียนให้กกต.ได้ยินว่า ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรติดต่อกันมา 31 ปี ไม่เคยลาออกจากตำแหน่งเลย แต่วันนี้เมื่อวินิจฉัยผมอย่างนี้ ผมก็ลาออกและที่ผมไม่ได้ให้สัมภาษณ์ตอนแรกเพราะผมตั้งใจลาออกอยู่แล้ว เมื่อรู้ว่ากกต.ตัดสินผมอย่างนี้ ผมคิดว่าถ้าตัดสินแบบนี้ เป็นการตัดสินที่ผมยากที่จะทำใจให้รับได้ เพราะผมอ่านกฎหมายแล้วเป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่เมื่อเป็นอำนาจของท่าน ๆ ก็รับผิดชอบของท่านไปก็แล้วกัน ” นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่า คิดว่าการลาออกแล้วจะหมดภาระไปใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เมื่อตนลาออกตนก็พ้นสภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตนก็ไม่ต้องไปศาลรัฐธรรมนูญ และจบแค่นั้นสำหรับตน ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนอื่น ๆ ตนคิดว่าเขามีเวลา เพราะตอนนี้ก็ปิดสมัยประชุมมีเวลาที่จะไปเตรียมคดี หาพยานหลักฐาน ซึ่งตนมีความคิดเห็นของตน และตนก็ยินดีที่จะช่วยสนับสนุนให้ท่านเหล่านั้นต่อสู้คดีในศาลรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะส่งใครลงสมัครผู้แทนในเขต 1 หรือจะลงเอง นายสุเทพ กล่าวว่า เขายังไม่ได้เปิดรับสมัครเลย เอาไว้ก่อน ค่อยดูก่อน วันพรุ่งนี้ค่อยคิด ยังไม่รู้ว่าเขาให้เลือกตั้งใหม่เมื่อไหร่
ต่อข้อถามว่าหากฝ่ายค้านมาทวงถามเรื่องจริยธรรมจะทำอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า จริยธรรมของตนดีกว่าฝ่ายค้านทุกเวลา ตนไม่ได้ตัดสินใจลาออกด้วยเรื่องจริยธรรม แต่ตนตัดสินลาออกเพราะงานของตนที่ทำก็ปวดหัวมากพออยู่แล้ว ความดันขึ้นทุกวันอยู่แล้ว ฉะนั้นถ้าตนต้องมาทำงานเป็นรองนายกรัฐมนตรี และต้องไปเตรียมการสู้คดีอย่างนี้ตนรับไม่ไหว เมื่อตนลาออกแล้วตนก็ไม่ต้องมาต่อล้อต่อเถียงกับกกต.ไม่ต้องต้อสู้กับศาลในกกต. และสิ่งที่เป็นผลกับรัฐบาลก็คือเสียงของรัฐบาลจะยกมือในสภาก็ขาดไปเสียงหนึ่ง แต่ตอนนี้อยู่ระหว่างปิดสมัยประชุม อย่างไรก็ตามเรื่องการลาออกตนไม่ได้ปรึกษาใคร เป็นการตัดสินใจของตนคนเดียว แต่ละคนมีปัญหาไม่เหมือนกัน ตนอยากให้ ส.ส. 12 คน อยู่ต่อสู้ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเขาไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ไม่ต้องมารับภาระในการบริหาร เขาก็มีเวลาในการเตรียมตัวต่อสู้คดีได้
เมื่อถามว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยกับการลาออกในครั้งนี้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ได้ปรึกษาใคร และเรื่องนี้ไม่ต้องขออนุญาตกรรมการบริหารพรรค จะขออนุญาตกรรมการบริหารก็ตอนลงสมัครเวลาลาออกไม่ต้องขออนุญาตใคร ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ลาออกจะส่งผลต่อการคุมเกมในรัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า ตนยังเป็นผู้จัดการรัฐบาล ไม่มีผลอะไรในรัฐสภา ตนยังอยู่ครบถ้วน ยังทำงานเป็นรองนายกรัฐมนตรี และถ้าใครจะเรียกร้องให้ตนลาออก ตนก็ไม่ลาออก ต่อข้อถามว่าต่อไปถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเห็นตรงข้ามกับกกต.ท่านจะทำอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า กกต.ก็ลาออกไป ถึงรอบ กตต.บ้างตอนนั้น เมื่อถามย้ำว่าจะร้องหรือไม่ตอนนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ร้อง เพราะเขาก็ละอายตัวเขาเอง
ต่อข้อถามว่าการลาออกตอนนี้กับการรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในทางการเมืองถือว่าเป็นเพราะถูกโจมตีหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องของการโจมตี เรื่องของการโจมตีเป็นเรื่องธรรมดา เพราะตนโดนจนชินแล้ว สารพัดจะโดน แต่ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ที่ตนทำเพราะตนไม่สามารถแบ่งสมาธิได้ เพราะถ้าไปสู้คดีตนอยากจะให้ชนะกกต. เมื่อถามว่า เป็นส.ส.มา 31 ปี อยู่ในสภาแล้วลาออกรู้สึกหวิวหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่หวิว เพราะไม่ได้ยึดติดตำแหน่ง
อภิสิทธิ์เผยเคยท้วง"สุเทพ"อย่าเพิ่งลาออก
เมื่อเวลา 17.15 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้เห็นหนังสือลาออกจาก ส.ส.ของนายสุเทพ ที่ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ซึ่งจริงๆแล้วไม่อยากให้ลาออก แต่เมื่อตัดสินใจไปแล้ว ก็เป็นเอกสิทธิ์ของนายสุเทพ
"ก่อนหน้านี้คุณสุเทพ เคยปรารภกับผมมานานแล้วและได้ติงไปแล้ว ซึ่งก็ไม่ทราบการตัดสินใจขั้นสุดท้ายของคุณสุเทพ แต่เมื่อตัดสินใจแล้วก็เป็นเอกสิทธิ์ของท่าน ส่วนเหตุผลการลาออกนั้นเป็นเหตุผลเฉพาะตัว แต่เห็นว่าจริงๆแล้วมันเป็นเรื่องที่ควรจะรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน"
เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะส่งผลกระทบอะไรบ้างหรือไม่ และจะถูกนำมาโยงกับจริยธรรมนักการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในแง่ไหนครับ แต่คงไม่มีอะไร เป็นการตัดสินใจเฉพาะตัวของนายสุเทพที่มีเหตุผลเฉพาะตัวและชัดเจน
เมื่อถามว่า เป็นการประชดคำวินิจฉัยของ กกต.หรือ ใช้อารมณ์มากไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ อึ้งไปครู่หนึ่งและกล่าวว่า ไม่ เพราะเคยปรารภกับตนไว้นานแล้ว ไม่ใช่การตัดสินแบบชั่วครู่ชั่วยาม
เมื่อถามว่า เป็นการแสดงสปิริตให้นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ลาออกเพราะโดนข้อหาก่อการร้ายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ หันมามองผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจและกล่าวว่า “ คนละเรื่องกันครับ ” เมื่อถามว่า ได้ยับยั้งการลาออกครั้งนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยับยั้งไม่ได้ นักการเมืองแสดงเจตนาแล้วก็ต้องออก
เมื่อถามว่า ส.ส. 12 คนของพรรคที่โดน กกต.ชี้ว่าขาดคุณสมบัติการเป็นส.ส.เพราะถือหุ้นสัมปทานรัฐ ต้องลาออกเหมือนนายสุเทพหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส.ส.คนอื่นๆไม่ได้เป็นรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และเหตุผลไม่ได้เกี่ยวกัน เมื่อถามว่า การลาออกของนายสุเทพในครั้งนี้จะส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ของพรรคหรือไม่และแรงกดันในครั้งนี้จะส่งผลกับส.ส.ของพรรคที่ไม่ลาออกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัวและควรดูเหตุผล และตนไม่ได้แนะนำให้ส.ส.คนอื่นๆของพรรคลาออก
เมื่อถามว่า การลาออกของนายสุเทพ ตอกย้ำว่าการถือหุ้นสัมปทานรัฐของนักการเมืองเป็นความผิด นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ครับ เพราะท่านให้เหตุผลชัดเจนว่าการต่อสู้ต่างๆในคดีจะส่งผลกระทบกับการปฏิบัติหน้าที่รองนายกฯ
เมื่อถามว่า จะกระทบเสียงของส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลในสภาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นายสุเทพไม่ใช่วิปรัฐบาล เมื่อถามว่า จะให้นายสุเทพลงสมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า แล้วแต่กรรมการบริหารพรรค
เมื่อถามว่ามีข่าวว่าอาจจะส่งนายธานี เทือกสุบรรณ อดีตนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี และน้องชายของนายสุเทพลงสมัครแทน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้คุยกัน
ที่มาข่าว: เว็บไซต์คมชัดลึก

ตำรวจสกัดแน่นหนา “เสื้อแดงเชียงใหม่” ไม่ถึงตัว “กรณ์”

ที่มา ประชาไท

ตำรวจสกัดแน่นหนาไม่ยอมกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าไปยื่นหนังสือต่อ “กรณ์ จาติกวณิช” รมว.คลัง ด้าน “สมคิด บุญถนอม” ประกาศใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการกับคนเสื้อแดงเชียงใหม่อย่างเด็ดขาด ส่วน “สุรชัย แซ่ด่าน” ปราศรัยที่เชียงใหม่ไม่เห็นด้วยถวายฎีกาแต่ยังร่วมทางกับคนเสื้อแดง แนะให้สู้อย่างใจเย็น บุ่มบ่ามจะเสียแนวร่วม

17 ก.ค. 52 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้เดินทางมามอบนโนบายโครงการไทยเข้มแข็ง ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยกำลังตำรวจคอยรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ประกอบกับเมื่อคืนที่ผ่านมากลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้เกิดกระทบกระทั่งกับตำรวจที่หน้า สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมือง เชียงใหม่มาแล้ว

จากนั้น พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 ประกาศใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการกับผู้ชุมนุมอย่างเด็ดขาด มีการสนธิกำลังตำรวจจาก จ.ลำปาง ลำพูน มาร่วมกับตำรวจภูธรเชียงใหม่ และตำรวจ นปพ.เกือบ 1,000 นาย ปิดกั้นทางเข้ารอบๆ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ขณะที่ทางกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้ใช้วิทยุชุมชนระดมพลคนเสื้อแดง มารวมกันที่หน้าโรงแรมวโรรสแกรนด์พาเลซ ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ก่อนที่จะเคลื่อนขบวน มีประมาณ 200 คน ใช้ รถจักรยานยนต์นำหน้าและผู้หญิงมาหยุดที่สามแยกสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ทางเลี้ยวเข้า หอประชุม มช.โดยมีกำลังตำรวจปราบจลาจลกว่า 300 นายตั้งแถวรอรับอยู่ พร้อมกับนำรถฉีดน้ำ 2 คัน เตรียมพร้อมรับมือ
ด้านกลุ่มเสื้อแดง นำโดยนายอภิชาติ ดิษฐ์สอน หรือ ดีเจอ้วน ได้ยืนบนหลังคารถตู้ พยายามจะขอให้ตำรวจปล่อยกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าไปยื่นหนังสือต่อ รมว.คลัง แต่ทางตำรวจไม่ยอม และให้กลุ่มเสื้อแดงกลับบ้าน เนื่องจากจุดที่กลุ่มเสื้อแดงจอดปราศรัยนั้นเป็นเส้นทางรถวิ่ง จนส่งผลทำให้การจราจรติดขัด แต่ทางกลุ่มเสื้อแดงไม่ยอมถอย พร้อมกับจะบุกเข้าไป ทางตำรวจได้ประกาศ และนับถอยหลัง พร้อมกับเคลื่อนพลตำรวจชุดปราบจลาจลเข้าประชิดกลุ่มเสื้อแดง
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ได้มีการปะทะกันระหว่างตำรวจปราบจลาจลกับกลุ่มเสื้อแดง มีกลุ่มเสื้อแดงได้ขว้างระเบิดปิงปองและประทัดยักษ์ใส่ ตำรวจ 3 ลูก เสียงดังสนั่น จนมีตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดประทัด 2 นาย ก่อนที่กลุ่มเสื้อแดงจะยอมถอย โดยกำลังชุดปราบตำรวจจลาจล 1 กองร้อยวิ่งไล่ตามไปติดๆ จนกลุ่มเสื้อแดงต้องถอยร่น และกลับไปรวมกันกันที่หน้าโรงแรมวโรรสแกรนด์พาเลซ ส่วนการประชุมของ รมว.คลัง ยังคงดำเนินการไปตามปกติ
“วิทยุรักเชียงใหม่ 51” และ “ไทยอีนิวส์” อ้างมี “เสื้อน้ำเงิน” แจม
ด้วนสถานีวิทยุรักเชียงใหม่ 51 (www.fm925cm.com) และไทยอีนิวส์ (http://www.thaienews.blogspot.com/) อ้างว่า ได้รายงานว่าช่วงบ่ายวันนี้ นอกจากจะมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมแล้ว ยังมีกลุ่มคนสวมเสื้อสีน้ำเงินดักทำร้ายคนเสื้อแดงเป็นจุดๆ
อนึ่งวันนี้ (17 ก.ค. 52) ผู้ดำเนินรายการของสถานีวิทยุรักเชียงใหม่ 51 ได้กล่าวกับผู้ฟังวิทยุที่เล่นอินเตอร์เน็ต (นักรบไซเบอร์) ให้ระดมโพสต์เรื่องของกลุ่มเสื้อแดงถูกทำร้ายโดยตำรวจ ทหารและคนเสื้อน้ำเงินไปตามเว็บบอร์ดต่างๆ อย่างไรก็ตามเว็บข่าว สำนักข่าว หรือสื่อในประเทศอื่นๆ ไม่มีการรายงานเรื่องคนเสื้อน้ำเงิน
สุรชัย ย้ำไม่เห็นด้วยกับถวายฎีกาแต่ไม่แตกแยกกับเสื้อแดง ใส่หมวกดาวแดงเพราะกองทัพตระบัดสัตย์
วันเดียวกันนี้ (17 ก.ค. 52) เวลาประมาณ 17.00 น. นายสุรชัย แซ่ด่าน แกนนำคนเสื้อแดง ได้ปราศรัยที่หน้าโรงแรมวโรรสแกรนด์พาเลซ กล่าวว่า้เขาไม่เห็นด้วยกับการถวายฎีกา เป็นการแตกต่างทางความคิด แต่ไม่แตกแยกในการร่วมกันต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของคนเสื้อแดง
“การถวายฎีกาขออภัยโทษ ไม่ใช่แนวทางในการต่อสู้ ผมไม่ว่า แต่ผมไม่เอาด้วย ตอนนี้เป็นการถวายฎีการ้องทุกข์ไปแล้ว” สุรชัย กล่าว
สุรชัยกล่าวต่อว่าการร้องทุกข์ ถ้าประชาชนร้องทุกข์เป็นล้านๆ คนแล้ว แสดงว่าเป็นความทุกข์ของคนหมู่มาก คือ พวกอำมาตย์และขุนนางชั่วกดขี่ประชาชน ซึ่งการร้องทุกข์แบบนี้ในสายตาของชาวโลกจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้สถานการณ์การแตกแยกของประเทศไทยหลายปีที่ผ่านมานี้ต้นเหตุมันมาจากไหน
“มาวันนี้ผมใส่หมวกดาวแดงอีกครั้ง ไม่ใช่ใส่เท่ๆ เมื่อก่อนผมเป็นคอมมิวนิสต์ พวกเราวางอาวุธแล้วมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาประเทศไทย ตามนโยบาย66/23 ของพลเอกเปรม ที่เคยประกาศใช้ในอดีต เงื่อนไขสุดท้ายของนโยบาย 66/23 คือทำให้เกิดประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ แต่กองทัพกลับไม่ทำ กลับตระบัดสัตย์ต่อนโยบายของตนเอง และยังสนับสนุนการรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 มันจึงทำให้บ้านเมืองแตกแยกมาถึงทุกวันนี้”
“ถ้าหากรัฐบาลและกระบวนการยุติธรรมยังปฏิบัติ 2 มาตรฐานแบบนี้ มันก็อาจเป็นเงื่อนไขของการเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นมาได้” สุรชัย กล่าว
นอกจากนี้นายสุรชัย ยังกล่าวเตือนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงว่าอย่าบุ่มบ่ามรุนแรง ต้องพยายามดึงมวลชนเข้ามา เปลี่ยนเสื้อเหลืองให้เป็นเสื้อแดงให้ได้ เพราะขณะนี้ในทางการเมืองถือว่ากลุ่มเสื้อแดงได้เปรียบเพราะเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ถ้าหากดำเนินการรุนแรงจะเข้าทางกลุ่มอำมาตย์
"กรณ์"หลบแดงเดือด ควงภรรยา "ดูแพนด้า-เล่นหิมะ"ที่สวนสัตว์เชียงใหม่
ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 11.55 น. (17 ก.ค. 52) นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง พร้อมนางจามิกร จาติกวณิช ภรรยา และคณะผู้ติดตาม ประกอบด้วยนายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภาค 5 เดินทางมายังสวนสัตว์เชียงใหม่ เพื่อเข้าเยี่ยมชมแพนด้าช่วงช่วง รวมทั้งเข้าเยี่ยมชมโดมหิมะในโครงการเชียงใหม่ซูสโนว์โดม ในสวนสัตว์เชียงใหม่
โดยมีนายธนภัทร พงษ์ภมร ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ นายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ ผช.ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่และนายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าให้การต้อนรับ ซึ่งใช้เวลาอยู่ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ประมาณครึ่งชั่วโมง
ช่วงแรกผู้บริหารสวนสัตว์ได้พานายกรณ์ พร้อมคณะเข้าไปยี่ยมชมแพนด้าแม่ลูก โดยดูผ่านกล้องวิดิโอวงจรปิดและมองผ่านช่องกระจกด้านบนคอกกักเพื่อชมความน่ารักของแพนด้าแม่ลูก ถัดมาได้เดินเข้าไปดูช่วงช่วงที่ในส่วนจัดแสดงแพนด้าฯ ซึ่งทางหัวหน้าโครงการวิจัยฯได้ให้เจ้าหน้าที่จัดเตรียมแอปเปิ้ลเสียบปลายไม้สำหรับให้นายกรณ์ ป้อนอาหารช่วงช่วง ซึ่งถือว่าโชคดีที่วันนี้ช่วงช่วงอารมณ์ดีและมานั่งรอรับประทานอาหารอยู่ติดกับขอบด้านหน้าใกล้กับจุดที่ให้นักท่องเที่ยวได้รับชมและยังยอมกินอาหารที่นายกรณ์เป็นผู้ป้อนอย่างเอร็ดอร่อยและเต็มจาก ซึ่งต่างจากหลายครั้งที่เมื่อเห็นคนนอกช่วงช่วงมักจะแสดงสีหน้าไม่พอใจหรือเดินหนีไปอยู่ไกลๆ สร้างความพอใจและเรียกรอยยิ้มจากนายกรณ์และคณะได้
จากนั้นนายกรณ์และภรรยาได้เปลี่ยนชุดกันหนาวและเปลี่ยนรองเท้าเพื่อเข้าไปในเชียงใหม่ซูสโนว์โดมเพื่อเยี่ยมชมดูโดมหิมะและได้ถือโอกาสเล่นหิมะเทียมและนั่งโดนัทสกีที่ลื่นไลลงมาอย่างเพลิดเพลิน ก่อนเดินทางกลับไปเข้าประชุมร่วมกับภาคเอกชน โดยไม่สนกลุ่มเสื้อแดงที่กำลังเร่งระดมผู้ชุมนุมเสื้อแดงเดินทางไปรอขับไล่นายกรณ์ ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อยู่แล้วประมาณ 200 คน
หลังออกจากโดม นายกรณ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ตนได้รับรายงานเรื่องที่กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงและมีการจับกุมผู้ต้องหาที่พกพาอาวุธปืนของผู้ที่อาจไม่ประสงค์ดีแล้ว ต้องขอขอบคุณตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาและก่อนที่คณะเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังและตนจะเดินทางมา
นายกรณ์ กล่าวว่า จ.เชียงใหม่นั้นมีความสำคัญมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวระดับภูมิภาคเอเชีย แต่ที่ผ่านมาประสบปัญหาจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจทุกภาคส่วนของ จ.เชียงใหม่ รวมทั้งจังหวัดภาคเหนือทั้งหมด รัฐบาลจึงมีความตั้งใจที่จะใช้งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ในการแก้ปํญหาให้กับพี่น้องประชาชนภาคเหนือ ซึ่งเรามีโครงการไทยเข้มแข็ง 18,000 ล้านบาท เพื่อนำมาเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แก้ไขปัญหาอุทกภัย น้ำท่วมในเมือง พัฒนาการศึกษา มีงบประมาณให้กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พัฒนาระบบขนส่ง ถนนหนทางที่ต้องพัฒนา
ดังนั้นการมีกลุ่มประชาชนบางกลุ่มไม่เห็นด้วยและไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเป็นเรื่องปกติ แต่รัฐบาลมีความเชื่อมั่นในแนวนโยบายว่าจะสร้างประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ และได้รับการต้อนรับอย่างดีจากประชาชนจึงไม่ได้รู้สึกกังวลใจอะไรเพราะความทุกข์ของตน คือ การที่ผู้ประกอบการที่กำลังลำบากมากกว่า ส่วนเรื่องความปลอดภัยนั้นมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่จะดูแลได้เป็นอย่างดี อาจเสี่ยงภัยบ้างเล็กน้อยแต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติหน้าที่
รมว.คลัง กล่าวอีกว่า จนถึงตอนนี้ตนยังยืนยันและตั้งใจที่จะไม่เลิกล้มการหารือกับภาคธุรกิจเพื่อรับฟังปัญหาของ จ.เชียงใหม่ ซึ่งปัญหานั้นรู้มาได้ระดับหนึ่ง จึงอยากมาฟังด้วยตนเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่จะนำไปสู่การกำหนดแนว
ทางแก้ไขปัญหา จึงนำคณะเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังและสถาบันการเงินมารับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเดินหน้าทำงานร่วมกันได้
“อยู่ที่เชียงใหม่ ตั้งแต่ตื่นเช้ามาพบว่าอากาศดีมาก ดีกว่ากรุงเทพฯ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนว่า ปีนี้ให้รีบวางแผนมาเที่ยวได้แล้ว เพราะอากาศเริ่มดีในช่วงหน้าฝนและกำลังจะเข้าหน้าหนาว ให้รีบมาก่อนที่ประชาชนคนอื่นจะแย่งกันมา นอกจากนี้เช้านี้ผมได้ขึ้นไปวัดพระธาตุดอยสุเทพฯเพราะโครงการไทยเข็มแข็งมีงบประมาณในการบูรณะฐานพระธาตุไม่ให้ทรุดโทรมลงมา เมื่อมาถึงเชียงใหม่แล้วจะไม่ให้แวะทักทายเยี่ยมแพนด้าน้อยและเข้าชมโดมหิมะคงได้อย่างไร อยากขอบอกไปยังประชาชนว่าให้พาลูกหลานมาเที่ยวจะได้เล่นสนุกสนานกัน" นายกรณ์กล่าว
ที่มา: ว็บไซต์คมชัดลึก, เว็บไซต์ไทยรัฐ, www.thaienews.blogspot.com สถานีวิทยุรักเชียงใหม่ 51 (www.fm925cm.com)

แม่นไหมไม่ทราบ ประจำวันที่ 18-24 ก.ค. 2552

ที่มา ประชาไท

วันอมาวสี 22 กรกฎาคมนะคะ


มีบอลอยู่ลูกหนึ่ง


คาบเล่นทึ้งอยู่ทุกวัน


เราเล่นเป็นเพื่อนกัน


มันส์กระจุยเมื่อคุ้ยดิน


หนูเล่นเป็นเด็กแนว


ได้ที่แล้วก็ออกบิน...
(ก่อนใครจะได้ยิน "ลีออง! นี่! มี้เรียกแล้ว!!")

ราศีเมษ Aries (13 เมย.-13 พค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The World การปรับปรุงสภาพแวดล้อม ที่อยู่อาศัย เข้าสู่วงจรชีวิตที่คล้ายไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่พบความสงบใจมากขึ้น
ความรัก ความสัมพันธ์ Three of Cups ความรื่นเริงเบิกบาน การปรับความเข้าใจ ได้อยู่ในแวดล้อมเพื่อนฝูงที่รักใคร่ปรารถนาดีต่อกัน บางคนอาจเปิดตัวคนรักให้เพื่อนได้รู้จัก
สถานการณ์การเงิน Six of Pentacles การขอเครดิตด้านการเงินต่างๆ ผ่านราบรื่น หากมีปัญหาจะได้รับความช่วยเหลือ ปัดเป่า แต่บางคนอาจเป็นฝ่าย "ให้" แต่ไม่ต้องกลัวจะสูญหายไปไหน
ธุรกิจ การงาน The Star การร่วมงานกับคนที่มีความเป็นมิตร มีอุดมคติสอดคล้องกัน ได้ช่วยงานการกุศล บำเพ็ญสาธารณประโยชน์
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Queen of Pentacles การจัดการบัญชี งบการเงินก้อนใหญ่ ความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจหรือมีสิทธิ์ขาด

คำแนะนำพิเศษ Nine of Pentacles หากจะใช้จ่ายเงินเพื่อความสุขข้างก็ไม่เป็นไรนะคะ ถือเสียว่าเป็นรางวัลให้ตัวเองหลังทำงานหนัก

ราศีพฤษภ Taurus (14 พค.-13 มิย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Magician การพบคนที่มีไหวพริบ ฉลาด สร้างสรรค์ งานด้านการขาย การตลาดจะให้ผลดี บางคนได้พบเรื่องหักเหที่นำเส้นทางใหม่ๆ มาให้
ความรัก ความสัมพันธ์ Two of Cups ช่วงรื่นรมย์ของความรัก มีความสุขกับชีวิตรักชีวิตคู่ ได้ฮันนิมูนในที่ๆ ถูกใจ ความสัมพันธ์เป็นไปอย่างที่หวังไว้
สถานการณ์การเงิน Six of Swords ปัญหาต่างๆ ยังคงอยู่อีกระยะหนึ่ง การเบิกจ่ายล่าช้า แต่ก็ค่อยมองเห็นทางคลี่คลาย อดใจรออีกสักพัก
ธุรกิจ การงาน Ace of Pentacles มีโอกาสได้พบความสำเร็จ การเริ่มต้นทางการเงิน โชคลาภที่นำไปสู่ความมั่งคั่ง
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Sun การใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินพอดี อารมณ์ที่เบิกบานผิดกาลเทศะ ตลอดจนการคาดการณ์แต่ด้านดีเพียงอย่างเดียว

คำแนะนำพิเศษ Seven of Swords คุณอาจจำต้องหลบหนีออกจากสถานการณ์ที่ยุ่งยาก หรือคิดแผนตัดกำลังศัตรูคู่แข่งขัน ต้องใช้เทคนิคในการเอาตัวรอด

ราศีเมถุน Gemini (14 มิย.-14 กค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Eight of Swords ช่วงเวลาถูกต้อนเข้ามุมอับ เจอเรื่องที่หาทางออกไม่สะดวก ปัญหาทับซ้อนเข้ามา เรื่องเกี่ยวข้องกับคนหมู่มาก-มากเรื่องขึ้นเรื่อยๆ
ความรัก ความสัมพันธ์ Ace of Wands การพบคนเก่ง นับถือกันในการงาน หรือจุดประกายความคิด ก่อให้เกิดงานใหม่ๆ ขึ้นมา ในส่วนคู่รักคู่ครองอาจนำข่าวดีเรื่องงานมาให้
สถานการณ์การเงิน Page of Pentacles มีข่าวดีค่ะ ได้ช่องทางหรือโอกาสทางการเงิน หากร่วมงานกับคนอายุน้อยจะมีสิ่งนำไปหาโชคลาภ
ธุรกิจ การงาน Ace of Cups ดูเหมือนรอบสัปดาห์นี้ คุณจะมีเรื่องใหม่ๆ หลายอย่างนะคะ อาจได้ทำสิ่งที่รักที่ชอบ หรือมีอะไรใหม่ๆ เริ่มต้นด้วยบรรยากาศที่ดี ได้ร่วมงานกับคนน่ารักๆ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Nine of Wands ความไม่พอใจต่อสถานการณ์หรือที่ๆ ตัวเองอยู่ อยากโยกย้ายเปลี่ยนแปลง แต่ก็ยังมองไม่เห็นช่องทางที่ดีกว่าเดิม

คำแนะนำพิเศษ King of Swords หากต้องสู้กับคนที่แข็งแกร่ง หรือมีอำนาจมากๆ ยิ่งต้องเข้มแข็งไว้ อย่าให้ใครเห็นว่าอ่อนแอ

ราศีกรกฎ Cancer (15 กค.-16 สค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Four of Pentacles ความเครียดและกังวลเกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือคุณค่าในตัวเอง ความรู้สึกไม่มั่นคงอย่างมาก
ความรัก ความสัมพันธ์ Two of Wands คุณน่าจะได้พบคนที่สอดคล้องกันในเรื่องการทำงาน หรือทำให้เกิดความนิยมนับถือ ได้พบคนเก่ง ทำงานกับคนที่รู้สึกพิเศษต่อกัน
สถานการณ์การเงิน Eight of Wands อาจต้องทนเหนื่อยกับงานที่เพิ่มขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้เงินมาในเร็วๆ นี้ แต่สิ่งที่คุณทำไปจะได้ค่าตอบแทนคุ้มเหนื่อยแน่นอน
ธุรกิจ การงาน The High Priestess อาจจำเป็นต้องหาตัวกลางที่มีไหวพริบเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้คุณ หรือใช้สัญชาตญาณให้มากๆ ไม่ว่าจะทำงานใดก็ตาม
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Seven of Pentacles สิ่งที่เก็บออมมาสูญเปล่า หรือมีค่าไม่เพียงพอแก่ความต้องการในปัจจุบัน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเงินเท่านั้น

คำแนะนำพิเศษ Knight of Cups ก้าวไปกับความรัก สิ่งที่คุณรัก ไปช้าๆ แต่ว่ามั่นคง

ราศีสิงห์ Leo (17 สค.-16 กย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Moon การมองทางข้างหน้าอย่างพร่ามัว ไม่อาจบอกได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป มีเรื่องหวาดระแวงต่อผู้คนหรือเพื่อนร่วมงาน รู้สึกเป็นทุกข์อยู่เงียบๆ
ความรัก ความสัมพันธ์ Page of Cups อาจมีการคืนดี การเริ่มความสัมพันธ์ใหม่ หรือความรู้สึกดีๆ ที่ก่อเกิดขึ้น ได้ข่าวจากคนไกล
สถานการณ์การเงิน The Tower ระวังให้มาก อาจมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ เงินที่หวังไว้เกิดพลิกผัน ดูแลสุขภาพให้ดีด้วยค่ะ
ธุรกิจ การงาน Five of Pentacles มักเต็มไปด้วยข้อจุกจิก เรื่องน่ารำคาญใจ ปัญหาที่หมกเม็ดหรือรูรั่วที่มองไม่เห็น แต่สร้างปัญหาอยู่เรื่อยๆ แก้ไขได้ยาก
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Strength การต้องต่อกรกับคนที่มีอำนาจในตัวไม่แพ้กัน

คำแนะนำพิเศษ The Hanged Man อาจจำเป็นต้องเสียสละ หรือแลกเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอด บางคนถึงขนาดเปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนทัศนคติ ด้วยความเศร้าและจำยอม

ราศีกันย์ Virgo (17 กย.-16 ตค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ King of Wands การได้แสดงฝีมือ ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง หรือหากเป็นผู้น้อยก็ถูกจับตามองด้วยความคาดหวังและชื่นชม ได้รับมอบหมายงานสำคัญ
ความรัก ความสัมพันธ์ Judgement อาจมีการตัดสินปัญหาบางอย่างระหว่างกัน มีการปรับความเข้าใจ การแก้ไขข้อผิดพลาดที่แล้วมา แต่ในบางคนมีเรื่องของการตัดสิน การให้คุณค่า การพิพากษากันตามมุมมองของแต่ละฝ่าย ซึ่งไม่เกี่ยวกับว่าใครผิดใครถูก
สถานการณ์การเงิน Nine of Swords ดุแลสุขภาพให้มาก อาจจะพักผ่อนไม่พอ มีเรื่องทุกข์ใจเป็นกังวลอยู่ลึกๆ แต่อาจเป็นเพียงความรู้สึกมากกว่าสถานการณ์
ธุรกิจ การงาน Justice การทำงานร่วมกับภาครัฐ การกำหนดนโยบาย วางแผนงานกับผู้อยู่ในตำแหน่งสูง หรือใช้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามามีส่วนร่วม การลงนามในเอกสารสำคัญ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Devil งานที่เป็นพันธนาการ กิเลสตัณหาซึ่งนำไปสู่ความวุ่นวาย

คำแนะนำพิเศษ Wheel of Fortune คุณจะมีจังหวะชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอีกครั้ง สิ่งดีๆ จะหมุนมาหา ธุรกิจในครอบครัวให้ผลดีอย่างมาก

ราศีตุลย์ Libra (17 ตค.-15 พย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ King of Cups การทำสิ่งต่างๆ ด้วยอารมณ์หรือความชอบ ความอ่อนไหว แม้จะมีประสบการณ์ชีวิตมากๆ มาก่อน บางคนตกในห้วงรัก หรือใจละลายกับคนเจ้าเสน่ห์
ความรัก ความสัมพันธ์ The Hermit ได้คู่แก่กว่ากันมั่งมั้ย? ฮา หมายถึงคนต่างวัยมารักกันค่ะ หรืออีกอย่างคือการค้นหาเส้นทางสำหรับตัวเอง เป็นช่วงครุ่นคิด สันโดษนิดๆ หรือการจากกันไปตามภาระหน้าที่ การเรียนการศึกษา
สถานการณ์การเงิน Ace of Swords ยังหนักอยู่ ต้องต่อสู้เต็มที่ มีเป้าหมายยาวไกลเพื่อความสำเร็จ ประมาทไม่ได้
ธุรกิจ การงาน Three of Wands อาจมีการเดินทาง การพบปะผู้คนนอกแวดวงเดิม ได้สายสัมพันธ์ใหม่ๆ มีคนที่ช่วยเหลือการงานให้ราบรื่น การโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ผลดี
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Six of Wands ความล่าช้า การไร้วินัย เป้าหมายที่ไม่คงที่ (ยืดยาวออกไปเรื่อยๆ)

คำแนะนำพิเศษ Four of Cups หากมีเรื่องลังเล ตัดสินใจไม่ได้ ให้รีบหาปัญหาให้เจอแล้วแก้ไขให้ตรงจุด การเลือกเป็นเรื่องสำคัญมาก ทุกอย่างจะเกิดผลกระทบตามๆ กัน

ราศีพิจิก Scorpio (16 พย.-15 ธค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Page of Wands การเริ่มต้นใหม่ทางการงาน เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อีกครั้งเหมือนเด็กนักเรียน อาจได้ผู้ร่วมงานหรือช่วยเหลือกิจการเป็นคนแคล่วคล่องว่องไว
ความรัก ความสัมพันธ์ Queen of Wands การได้คู่รักคู่ครองเป็นคนเก่ง บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ หรืออาจเป็นตัวคุณที่มีลักษณะเช่นนั้น แสดงถึงความสัมพันธ์ที่เกื้อหนุนกันทางการงาน
สถานการณ์การเงิน Ten of Cups คนรักคู่ครอง คนในครอบครัว จะนำโอกาสทางการเงินก้อนใหญ่มาให้ บางคนได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนจากญาติมิตรเพื่อนฝูง เฮงๆ
ธุรกิจ การงาน Ten of Pentacles ดูเหมือนจะเป็นเวลาของความเฮงมากๆ การงานมีแนวโน้มได้ค่าตอบแทนงามๆ คนในครอบครัวสนับสนุนธุรกิจการงานกันเป็นอย่างดี
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Six of Cups ความสัมพันธ์ในอดีต เรื่องความหลังฝังใจ สิ่งที่ผ่านไปแล้วแต่ยังมีอิทธิพลอยู่

คำแนะนำพิเศษ Eight of Pentacles คุณน่าจะมีทักษะฝีมือเฉพาะด้านบางอย่าง หากขยัน หมั่นเพิ่มพูนความรู้ตัวเอง พัฒนาฝีมือแรงงาน :-) ความสำเร็จจะไปไหนเสีย

ราศีธนู Sagittarius (16 ธค.-13 มค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Hierophant การเข้าร่วมหรืออยู่ในวัฒนธรรมเฉพาะ การร่วมงานกับผู้อาวุโส ได้รับข้อแนะนำหรือความคิดที่เป็นประโยชน์ แต่อาจอนุรักษ์นิยมหน่อยๆ
ความรัก ความสัมพันธ์ The Fool พบเรื่องน่าตื่นเต้น การผจญภัยใหม่ๆ ได้ประสบการณ์กับคนที่มีชีวิตชีวา คนอายุน้อยกว่าหรือมีบุคลิกเหมือนเด็ก อีกนัยหนึ่งคือประตูบานใหม่ ประสบการณ์ใหม่กำลังเปิดรออยู่
สถานการณ์การเงิน The Chariot ยังเหน็ดเหนื่อยและต้องออกเหงื่อออกแรงอีกยาวไกล หากเงินของคุณขึ้นอยู่กับงาน งานของคุณมักจะยากและนานกว่าจะสำเร็จ ต้องมีวินัยให้มาก
ธุรกิจ การงาน Queen of Swords อาจต้องเผชิญหน้ากับคนแกร่ง เก่ง เป็นนักบริหารระดับสูง หรือมีลักษณะไม่ยอมใครง่ายๆ อุปสรรคมีมาก คุณเองต้องพึ่งตนเองให้มากเข้าไว้
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Seven of Cups การไม่อยู่บนพื้นฐานความจริง มองสิ่งต่างๆ ด้วยภาพลวงตา

คำแนะนำพิเศษ The Lovers เลือกและตัดสินใจให้ดี คนเรามักต้องพบกับช่วงเวลายากลำบากเช่นนี้ เมื่อมีหลายทางให้เลือกเดิน ลองดูว่าทางไหนที่คุณไปได้จริงๆ และ "ใช่" สำหรับตัวเอง

ราศีมังกร Capricorn (14 มค.-12 กพ.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Emperor การขึ้นรับตำแหน่ง การเลื่อนขั้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น หรือทำงานร่วมกับผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจในระดับสูง การทำงานในระดับนโยบาย การปกครอง
ความรัก ความสัมพันธ์ Three of Swords อาจมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันง่ายในช่วงนี้ ใจร้อนเข้าหากัน มีสิ่งหงุดหงิดกวนใจอยู่แล้ว บางคนมีความสัมพันธ์กับคนขี้โมโหมากๆ
สถานการณ์การเงิน Five of Cups ความผิดหวัง ค่าใช้จ่ายที่ไม่เต็มใจ การเงินที่ไม่ได้นำมาซึ่งความสุขความพอใจ เสียเงินกับของที่ตัวเองไม่พึงพอใจ
ธุรกิจ การงาน Nine of Cups อาจพบรักกับคนที่ทำงานด้วยกัน แต่ก็เป็นความรู้สึกที่ไม่เปิดเผย หรือมีเรื่องเก็บไว้ในใจเงียบๆ บางคนอยู่ในโลกส่วนตัว ขอเป็นสุขเป็นสุขบ้าง
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Ten of Wands ความรับผิดชอบท่วมท้นจนแทบจะแบกไม่ไหว ภาระที่เกินกำลัง

คำแนะนำพิเศษ
The Empress มั่นคงมั่นใจในสิ่งที่คุณมี ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน คู่รักคู่ครอง สิ่งที่คุณครอบครองเป็นเจ้าของอยู่ ของคุณก็คือของคุณ

ราศีกุมภ์ Aquarius (13 กพ.-13 มีค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Four of Wands การร่วมหุ้นลงทุน การงานที่ก่อตั้งขึ้นด้วยรากฐานแข็งแรง ได้เพื่อนร่วมงานหรือหุ้นส่วนที่สอดคล้องกัน มองเห็นอนาคตที่ดี
ความรัก ความสัมพันธ์ Three of Pentacles อาจมีคนเข้ามาในความรู้สึกพิเศษ หรือมอบสิ่งดีๆ ต่อกัน ความรักอายุสั้นก็อาจจะดีกว่าความเฉยเมยระยะยาว
สถานการณ์การเงิน Seven of Wands ยังต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทำงานหนัก มุ่งสู่อนาคตด้วยความอดทน รายได้และค่าใช้จ่ายน่าหนักใจอยู่
ธุรกิจ การงาน Temperance ต้องใช้ความสมดุลให้มาก ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนไปตามลักษณะงาน การเดินทางสายกลาง ปรับตัวเองเข้ากับสิ่งที่หักเหเปลี่ยนแปลง
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Knight of Wands ความกระตือรือร้นที่มาชั่ววูบชั่ววาบ ออกสนามโดยที่ไม่ได้พร้อมอย่างแท้จริง

คำแนะนำพิเศษ Queen of Cups รักษาความสุขในจิตใจเอาไว้ โลกของคุณอาจจะดูเปราะบางและเป็นรองผู้อื่น แต่จริงๆ แล้วคุณก็มีดีในตัว หากต้องยอมอดทนหรือรอคอยใครสักคนอยู่ นึกดูดีๆ ว่าควรทำเช่นนั้นหรือไม่

ราศีมีน Pisces (14 มี ค.-12 เมย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Page of Swords ข่าวลือ ข่าวร้าย มีเรื่องไม่สู้ดีมาเข้าหูตลอด อยู่ในช่วงต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์แวดล้อม ต้องเข้มแข็งรับมือกับอุปสรรคที่เข้ามาอยู่เรื่อยๆ
ความรัก ความสัมพันธ์ Knight of Pentacles หากเป็นลักษณะบุคคล หมายถึงคนที่มีความเฉลียวฉลาด มีหัวการค้า คิดเลขเก่ง หรือมักนำข่าวดีด้านการเงินมาให้ หากเป็นความสัมพันธ์อาจอยู่บนพื้นฐานการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ แต่ก็ขึ้นอยู่ว่าแต่ละฝ่ายพอใจหรือไม่
สถานการณ์การเงิน King of Pentacles อาจได้จับเงินก้อนโต มีช่องทางค่าตอบแทนงามๆ ธุรกิจนำผลประโยชน์น่าตื่นเต้นมาให้ แต่ก็แนะนำให้บริหารจัดการดีๆ เป็นนายของเงินไว้ อย่าให้เงินเป็นนายแทน
ธุรกิจ การงาน Two of Pentacles ความชุลมุนวุ่นวาย เหมือนจับแพะชนแกะ แก้ปัญหาต่างๆ ไปทีละวัน ทีละเปลาะ แต่เรื่องเก่าไปเรื่องใหม่มาอยู่เรื่อยๆ ระวังเรื่องการบริหารเวลาด้วย
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Five of Wands ความขัดแย้งในทีมงาน การหาข้อสรุปร่วมที่ไม่เป็นผล ทัศนคติที่ไปกันไม่ได้จริงๆ

คำแนะนำพิเศษ Ten of Swords เป็นไปได้ที่คุณจะพบเรื่องหนักๆ อีกครั้ง อยู่ในช่วงจิตตก เจ็บปวด หรือปัญหาทับถมมาเป็นโดมิโน่ ในเวลาเช่นนี้ จะมีอะไรดีไปกว่า "ตั้งสติไว้"

เมื่อ 1 + 1 = ?????

ที่มา thaifreenews

เขียนโดย จาก web เสธแดงครับ
วันเสาร์ที่ 18 กรกฏาคม 2009 เวลา 08:12 น.

altalt


นักข่าว ท่านครับ 1+1 เท่ากับเท่าไหร่ครับ
นายก ช. อันนี้มันต้องขึ้นอยู่กับขั้นตอนในการดำเนินการ ซึ่งตอนนี้เรากำลำงดำเนินการตามขั้นตอนอยู่แล้ว

นักข่าว แล้ว ท่านพอจะทราบไหมครับว่า 1+1 เท่ากับเท่าไหร่ครับ
นายก ช. ในส่วนนี้ ผมยังไม่ได้รับรายงานครับ คงต้องรอดูกันอีกทีว่าโจทย์จะเป็นยังไง แล้วค่อยตัดสินใจกันอีกที

อ่านเพิ่มเติมและแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

นักข่าว แล้ว ท่านถ้าโจทย์เป็น 1+1 เท่ากับเท่าไหร่ล่ะครับ
นายก ช. เราก็ต้องดำเนินการ ตามขั้นตอน ต่อไปครับ

นักข่าว %)@#&%^!@_%)*!@
----------------------------------------------------------------

นักข่าว ท่านครับ 1+1 เท่ากับเท่าไหร่ครับ
นายก ส. โจทย์แค่นี้คุณทำเป็นมาถามผม ผมตอบให้เลยก็ได้ว่า 1+1 = 3.142857 เรื่องตัวเลข ผมจำแม่น

นักข่าว ท่านมีวิธีคำนวนยังไงครับ
นายก ส. ไอ่เรื่องนี้นะ มันต้องเล่ากันยาว ผมต้องท้าวความไปถึงสมัยก่อน โน่น สมัยที่ผมเป็นเด็กนี่นะ ผมเคยไปเล่าไปเรียนมา คนสอนหนังสือสมัย ก่อน เค้าที่เค้าเรียกว่าครูบาอาจารย์นี่แหละ เค้าก็ได้พร่ำได้สอนมา ก็พอจะ รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ซึ่งกำลังนี้นะ คุณจะหาครูบาอาจารย์แบบนี้ได้ยาก แล้ว บลา...บลา...บลา...

นักข่าว ^^'
----------------------------------------------------------------
นักข่าว ท่านครับ 1+1 เท่ากับเท่าไหร่ครับ
นายก อ. ในช่วงของเศรษฐกิจโลกที่กำลังวิกฤติอยู่ในขณะนี้ ผม ในฐานะนายก รัฐมนตรี อยากเรียนให้พี่น้องประชาชนได้ทราบว่า ทางรัฐ ไม่ได้นิ่งนอนใจใน การเตรียมพร้อม ซึ่งจะนำไปสู่หนทางในการแสวงหา หรือให้ได้มาซึ่งคำตอบที่ ชัดเจนและแน่นอน โดยทางภาครัฐ ที่มีผม เป็นนายกรัฐมนตรี และภาคเอกชนต่างก็ ได้จัดตั้ง เตรียมคณะทำงานให้มีความสอดคล้องในอันที่จะช่วยเร่งประสานในการ แก้ไขปัญหา และจัดสรรงบประมาณไว้อย่างเพียงพอแล้ว ผม ในฐานะ นายกรัฐมนตรี จึงอยากให้พี่น้องประชาชนทุกคน อย่าได้วิตกและกังวลเกี่ยวกับคำตอบที่ได้ มา ไม่ว่าคำตอบมันจะออกมาเช่นใด ผม ในฐานะนายกรัฐมนตรี ขอยืนยันต่อพี่น้อง ประชาชนทุกคนและให้มั่นใจได้ กับกระบวนการดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ ได้มีความคืบ หน้าที่อยู่ในระดับดี คาดว่าอีกไม่นาน คงได้คำตอบที่ชัดเจนแน่นอนครับ ผม มั่นใจ

นักข่าว แล้วตกลง 1+1 นี่มัน เท่ากับเท่าไหร่เหรอครับ
นายก อ. ผมได้ตอบคำถามนี้ไปแล้วนะครับ ผมจะไม่ตอบซ้ำอีก

นักข่าว ท่านมีวิธีคำนวนยังไงครับ
นายก อ. เพราะรัฐบาลที่แล้ว ได้ให้คำตอบที่ผิดพลาด อันเป็นเหตุให้โครงสร้าง ทางเศรษฐศาสตร์ ถูกบิดเบือนอยู่ ดังนั้น ผม ในฐานะนายกรัฐมนตรี จึงได้จัด ตั้งคณะทำงาน เพื่อได้ทำการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากรัฐบาลที่แล้ว ให้เกิดความ ถูกต้อง สุจริต และโปร่งใส เพื่อไม่ให้เหตุการดังกล่าวเกิดขึ้น และย้อนมาทำ ร้ายพี่น้องชาวไทยอีกครั้งครับ ผมมั่นใจ

นักข่าว ท่านพอจะบอกคร่าวๆได้ไหมครับ ว่าประมาณเท่าไหร่
นายก อ. สาม จุด หนึ่ง สี่ สอง แปด ห้า เจ็ด ครับ

นักข่าว เอ่อ... คำตอบมันไม่เหมือนเดิมเหรอครับ
นายก อ. ไม่ครับ โครงการของเรา เป็นโครงการอันที่จะนำไปสู่การพัฒนา และ แก้ไขปัญหาความยากจนของพ่อแม่พี่น้องชาวไทย ผม ในฐานะนายกรัฐมนตรี อยากชี้ ให้พ่อแม่พี่น้องได้ทราบทั่วกันว่า โครงการต่างๆที่ไม่ได้ผลนั้น เป็น เพราะ พี่น้องในภาคอีสาน ซึ่งมีพื้นความรู้อยู่ในเกณฑ์ต่ำนั้น ตกเป็น เครื่องมือ ของนักการเมืองที่คอรัปชั่น โกงกินบ้านเมือง ทำให้ยากต่อการ แก้ไขปัญหาดังกล่าว

นักข่าว แล้วถ้าคำตอบมัน ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ล่ะครับ ท่านมีแนวทางที่จะจัดการอย่างไรต่อไป
นายก อ. ปัญหาดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นครับ ผม ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมมั่นใจ

นักข่าว !!! (ถ้าในบอร์ดสามารถแทรกเสียงได้ จะได้ยินเสียง ตึ่งโป๊ะ)
----------------------------------------------------------------

นักข่าว ท่านครับ 1+1 เท่ากับเท่าไหร่ครับ
นายก ท. 2 ครับ

นักข่าว ท่านไม่คิดว่ามันจะเป็นคำตอบที่ขัดกับหลักการที่เคยยึดถือ หรือปฏิบัติกันมาเหรอครับ
นายก ท. มันต้องทำแบบนี้ ไม่ทำ มันก็แก้ปัญหาไม่ได้ มันต้องแก้ที่ต้นเหตุ

นักข่าว ท่านไม่กลัวว่า จะเกิดความขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพลเหรอครับ
นายก ท. เอาเป็นว่า ให้ยึดถือเป็นแนวทางนี้ในการปฏิบัติ ใครผิดอยู่ ก็เปิด โอกาสให้ปรับเปลี่ยนโดยถือว่าไม่มีความผิด ที่แล้วๆ ก็แล้วกันไป แต่นับจาก นี้ถ้าใคร หน่วยงานไหน ยังให้ข้อมูลที่ผิดพลาดอยู่ ก็ต้องถือว่าเป็นศัตรู กัน สามารถนำตัวมาลงโทษตามกฏหมายได้เต็มที่เลยครับ มีคำถามอื่นไหมครับ

นักข่าว ...
----------------------------------------------------------------
จาก ตัวเลขง่ายๆ และโจทย์เดียวกันนี้จะเห็นได้ว่า ใครตอบโจทย์ได้ดีที่ สุด และเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเป็นนายกในดวงใจของใครต่อใครหลายๆคน บางคนถึง กับกล้าพูดว่าเป็นนายกที่ดีที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์ชาติไทยเคยมี มา


เครดิต คุณ tumleo พันทิป ราชดำเนิน

ร.ท. kizza เกียกกาย6226 (ชั้นยศปัจจุบัน 7958 แต้ม)
ตั้งกระทู้เมื่อ 15/07/2552 เวลา 17:13 น.

Friday, July 17, 2009

Destiny..?

ที่มา บางกอกทูเดย์

“สุริยคราส” หรือปรากฏการณ์เงามืดบดบังดวงอาทิตย์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 22 ก.ค. ภายใต้ท้องฟ้าประเทศไทย ตั้งแต่ช่วง 07.00-09.00 น.ข้อมูลจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ระบุไว้ว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสุริยุปราคาเต็มดวงในชุดซารอส(Saros) ที่ 136 ซึ่งเป็นชุดซารอสที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงยาวนานที่สุดโดยแนวคราสเต็มดวงจะพาดผ่านประเทศอินเดียจีน ญี่ปุ่น และมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ และบริเวณที่คราสเกิดยาวนานที่สุด คือ บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้เป็นเวลา 6 นาที 39 วินาที นับว่าครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาที่ยาวนานที่สุดในศตวรรษที่ 21บ้านเราอยู่นอกแนวคราสเต็มดวง เลยเป็นสุริยุปราคาบางส่วน ซึ่งภาคเหนือที่ จ.เชียงราย จะเห็นนานที่สุดในไทย ประมาณ 2 ชั่วโมง 12 นาที กินถึง 69เปอร์เซ็นต์ของการที่ดวงจันทร์บดบังดวงอาทิตย์ส่วนคนกรุงเทพฯ เริ่มดูกันได้ตั้งแต่ราว 07.06-09.08 น. แต่จะเห็นชัดที่สุดตอนช่วงเวลา 08.03 น.ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ“บุญรักษา สุนทรธรรม” เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า การเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาหรือสุริยคราสครั้งนี้ ถือเป็น

สุริยุปราคาเต็มดวงเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยในปี 2538 หรือประมาณ 14 ปีที่ผ่านมาสถาบันวิจัยดาราศาสตร์จะติดตั้งกล้องดูดาวหลายสิบตัวที่วงเวียน 22 กรกฎา ย่านเยาวราช เพื่อให้สอดคล้องกับวันที่เกิดสุริยคราส คือ วันที่ 22 ก.ค. และระดมนักดาราศาสตร์ทั่วประเทศมาให้ความรู้กับประชาชนที่มาชมด้วย“สุริยคราส” ยังไม่ถึงวันปรากฏ แต่ก็เริ่มมีคำทำนายทายทักออกมา ทั้งดวงเมืองและชะตาของผู้บริหารบ้านเมืองโยงมาบรรจบกันพอดีเป๊ะทำนองที่ว่าหากเกิดสุริยคราสแล้ว อาจจะเกิดความยุ่งยากเดือดร้อนกับรัฐบาลหรือแม้แต่ประชาชน กระทั่ง ความขัดแย้งที่เป็นอยู่จะรุนแรงขึ้นแถมเดือน ต.ค.นี้ อาจถึง “จุดเปลี่ยน” ของรัฐบาลคงต้องดูกันต่อไปว่า ผู้นำฝ่ายบริหาร หัวหน้ารัฐบาลรูปหล่อ จะเข้าข่าย “คนเหนือดวง” หรือเปล่า...กับเรื่องที่นำปรากฏการณ์ที่ว่าไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ลางร้ายของบ้านเมือง ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ฯ ย้ำไว้ธรรมดาๆ แต่ก็น่าคิดไม่น้อยว่าไม่เกี่ยวข้องกันสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งทุกปีเกิดขึ้นอยู่แล้ว เพียงแต่ประเทศไหนจะเห็นหรือไม่เท่านั้นเอาเถอะน่า..ใครจะว่ายังไง สุดท้ายตัวคุณเองคือผู้ตัดสินใจ แต่ก็อย่าลืมเอาใจเขามาใส่ใจเรา เกลียดอะไรก็อย่าไปทำแบบนั้นกับคนอื่นอีกอย่าง..แม้เราจะมีความเชื่ออย่างหนึ่งที่คล้ายคลึงกันว่า บางสิ่งบางอย่างได้ถูกกำหนดมาแล้ว.....แต่ขอให้เชื่ออีกสักอย่างเถอะว่า ส่วนใหญ่ที่เหลือทั้งหมดของชีวิต เราจะเป็นคนเลือกเองได้…!! ■

แปลกแต่จริง!

ที่มา บางกอกทูเดย์

บันเทิง...พักผ่อน และได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารอันเป็นองค์ประกอบแห่งความรู้สิ่งที่ผมกำลังพูด หมายถึง “อินเตอร์เน็ต”เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ครอบคลุมไปทั่วโลก...พร้อมกับข้อมูลข่าวสารทุกประเภทที่เราสามารถค้นคว้าและรับส่งข้อมูลไปมาระหว่างกันวันนี้พูดได้เต็มปากว่า “อินเตอร์เน็ต” เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของประชาชนในทุกๆ สาขาอาชีพโดยเฉพาะในส่วน “ข่าวการเมือง” ที่ได้รับ“ความนิยม” อย่างมากในเวลานี้...ผมก็เป็นหนึ่งในจำนวนประชาชนคนไทยหลายล้านคนที่ “ใช้อินเตอร์เน็ต” เพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข่าวสาร...ข่าวซี้ซั้ว และข่าวความจริงวันนี้บ้านเมืองถูก “แบ่งแยก” เป็นหลายฝ่าย...การยอมรับเสียงข้างมากตาม “ระบอบประชาธิปไตย”ถูกทำลายด้วยน้ำมือของผู้มีอำนาจในประเทศนี้เพียงไม่กี่คนต่างฝ่ายต่างใช้ “ตัวช่วย” เพื่อดึงมวลชนเข้าให้การสนับสนุนแก่ฝ่ายตน...เพื่อให้บรรลุแก่“อำนาจ”ไม่ใช้กฎ ไม่มีกติกา ทำทุกวิถีทางเพื่อดำรงไว้ซึ่ง “อำนาจ” อันเป็นสิ่งปรุงแต่งจอมปลอม

“ทางสว่าง” ซึ่งจะนำพาความสุขมาสู่ “ประชาชน”ถึงเวลานี้เส้นทางความสมานฉันท์ของประเทศ...มันริบหรี่ร่อยหรอไม่เหลือแสงประเทศไทยมีเรื่องราวอะไรแปลกๆ หลายอย่าง...กฎหมายฉบับเดียวกัน บัญญัติขึ้นด้วยมันสมองของผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญแต่ทำไม “กฎหมาย” ในบ้านเราถึงใช้บังคับได้ไม่ทั่วถึง...กฎหมายใช้ได้กับอีกฝ่าย แต่ใช้ไม่ได้กับอีกฝ่ายเพื่อนร่วมอุดมการณ์คนหนึ่งใน “โลกไซเบอร์”เขาได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ประมาณว่า It’snot Fair, and it’s really not ok.บุคคลหนึ่งหากมี “คนหนุนหลังดี” ใครก็ไม่อาจ“แตะต้องได้”ฝรั่งคนหนึ่งได้อ่านหนังสือพิมพ์ของไทยฉบับภาษาอังกฤษ เขาถึงกับ “ร้องอุทาน” เนื่องด้วยเจอกับเหตุการณ์แปลกประหลาดที่สุดในโลกซึ่งไม่มีประเทศไหนในโลกเขาทำกันอย่างเช่น...เหตุการณ์ “ปิดสนามบิน” ซึ่งคนบางกลุ่มยังยกย่องว่า เป็น “การก่อการดี” ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติฝรั่งเขางง??ทำความเสียหายทางธุรกิจเป็นแสนล้าน การส่งออก การนำเข้า การท่องเที่ยว...ทำความเดือดร้อนให้กับผู้คนในการเดินทางไปและกลับแล้วอย่างนี้เรียกว่า “ก่อการดี” ตรงไหน!เรื่องแปลกในประเทศด้ามขวานนี้ยังมีอีกเยอะ...ยิ่งประเทศไทยได้ “ท่านกษิต” มาเป็น รมว.ต่างประเทศ ฝรั่งถึงกับร้อง Oh My God!แม่_...เอาหัวอะไรคิดวะเนี่ย!! ■

บนความต่าง

ที่มา บางกอกทูเดย์

ความต่างระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายกรัฐมนตรี ที่นำไปสู่การเป็นนายกรัฐมนตรีที่ประสบความสำเร็จและนายกรัฐมนตรีที่ประสบความล้มเหลว ก็คือ..วิธีคิดฝรั่งบอกว่า..การไล่ให้ทันคนอื่นเป็นสิ่งจำเป็นในการแข่งขัน แต่ผู้ชนะคือผู้ที่คิดและสร้างเกมใหม่ขึ้นมาประเทศมันก็เหมือนกับบริษัทร้านค้า..กิจการยิ่งใหญ่แต่ถ้าไม่มีกำไร..หายนะมันก็ตามมาประเทศมันก็เหมือนกับบริษัทร้านค้า..ทุนน้อยกำไรมาก..คือ ความเจริญรุ่งเรืองทันทีที่ ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี..มีเกมใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย..ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องผูกพันกับชีวิตประชาชนคนระดับรากหญ้า..เงินจากกระทรวงคลังไหลตรงลงที่หมู่บ้าน..ปลุกชีวิตอันเงียบเหงาและการเฝ้ารอคอยเปลี่ยนไปสู่การต่อสู้และแข่งขันหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์..ทำให้ทุกอณูแผ่นดินเคลื่อนไหวไวน์ไทยผลิตภัณฑ์จาก

พืชผลไม้กลายเป็นน้ำในขวด..การประกาศสงครามกับยาบ้า..ทำให้โยงใยหลากหลายโดนทำลายลง..ผู้ร้ายกับผู้ร้ายไล่ทำลายกันเพื่อตัดเส้นทางที่จะนำอำนาจกฎหมายไม่ให้เข้าถึงมีความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เกิดขึ้น และประชาชนรับรู้ได้ถึงสิ่งนั้นจึงไม่แปลกที่..คะแนนเสียง 11 ล้านเสียงของพรรคไทยรักไทย กลายมาเป็น 19 ล้านเสียงในอีก 4 ปีต่อมาทักษิณ ชินวัตร กลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ก้าวข้าม..ทไวไลท์โซน..แห่งประชาธิปไตยประเทศไทย..เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่มีเสียงเกินครึ่งในรัฐสภาอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..บนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี..อะไรคือความแปลกใหม่ที่ประเทศไทยและคนไทยได้รับ ในระยะเวลาครึ่งปีแห่งการครองอำนาจของท่านดอกเบี้ยสูงสุดร้อยละ 5 ในพันธบัตรไทยเข้มแข็ง..ที่คนไทยแห่แหนไปเฝ้าซื้อใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที..มันก็เป็นแค่วิธี..ปล้นธนาคารโดยถูกกฎหมายดอกเบี้ย 4,000 ล้านต่อปีที่รัฐบาลจะต้องนำมาจ่ายในแต่ละปีของมูลค่าพันธบัตร 80,000 ล้าน..มันก็มาจากภาษีประชาชนทั้งประเทศ..ตรงไหนที่เป็นความวิเศษของการบริหารจัดการเฮนรี่ ฟอร์ด..เจ้าพ่อรถยนต์และประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ..พูดไว้ว่า..“ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถทำได้ดีกว่าที่ทำอยู่แล้วเสมอ” ■

'สื่อ' : เครือข่ายโล่มนุษย์ เกราะกำบัง 'ผู้มีอำนาจ'

ที่มา Thai E-News


ที่มา เวบไซต์ บางกอกทูเดย์
17 กรกฎาคม 2552

เร่งปฏิกิริยาให้รุนแรงเร็วขึ้น?

ยุทธวิธีรูปแบบปฏิบัติการของชนชั้นปกครอง ที่เรียกว่า เหล่าเสนาธิการ “อมาตย์” ที่ต้องการพยายาม “ควบคุมอำนาจ” ไว้ในมืออย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

ทุกช่องทางการสื่อสารถูก “แทรกแซง” โดยกลุ่มผู้มีอิทธิพล ที่ต้องการหวังผลประโยชน์ทางการเมือง อันเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ “ประเทศไทย” ไม่เจริญ... เพราะมีการกดดันความเจริญให้มันย่ำอยู่กับที่

โดยเฉพาะด้าน “เทคโนโลยี” การสื่อสาร ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์ ซึ่งประชาชนไม่มีสิทธิและเสรีภาพในการใช้ ด้วยความเท่าเทียมและเสมอภาค

วิธีคิด ...การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ทุกสิ่งทุกอย่าง กลายเป็น “สงครามสื่อ” เพื่อการแย่งชิงมวลชน
ประชาชน “ถูกกดดัน” ไม่ให้รับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน

เหรียญมี 2 ด้าน แต่ผู้มีอำนาจ กลับกรอกหูให้ประชาชนซึมซับข้อมูลข่าวสารเพียงด้านเดียว ซ้ำร้ายบางเรื่องราวยังมีการ “ปรุงแต่ง” เติมสี เพื่อให้ประเทศชาติเกิดความขัดแย้งมากขึ้น...

คนเสพ ก็เสพด้วยอาการขาดสติ ไม่รู้จักนึกคิด ตรึกตรอง

กรณีล่าสุด คงเป็นที่ เว็บไซต์ไทยอีนิวส์ เว็บไซต์การเมืองอันดับต้นๆ ของไทย ที่ “ถูกบล็อก” ไม่ให้เยี่ยมชม... พูดตามตรงว่า ไทยอีนิวส์ เป็นเว็บไซต์แหล่งข้อมูลทางการเมืองที่อยู่ “ตรงกันข้าม” กับทางรัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้ เป็นผลลัพธ์ที่ไปกระทบผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเจ้าหนึ่งโดยตรง

เหตุการณ์นี้ถือว่า เป็นวิธีบล็อกเว็บแบบใหม่ ของคนที่ใช้อินเตอร์เน็ต คือการ redirect หน้า webpageไปยังอีกหน้าหนึ่ง ซึ่งก็คือหน้าของ ict ที่ขึ้นให้เห็นรูป ใบไม้เขียว

เรื่องนี้เกิดความวุ่นวาย ...ถึงขั้นผู้ใช้บริการ ที่เข้ามาดูข่าวการเมืองในเว็บไซต์การเมืองแห่งนี้เป็นประจำ ร้องเรียนขอ “ยกเลิกบริการ” หากไม่ยกเลิกการบล็อกเว็บไซต์ไทยอีนิวส์

ซึ่งผลสุดท้าย ...ทางบริษัทจึงต้องยกเลิกการบล็อกเว็บไซต์ไทยอีนิวส์ เพราะหากยังกระทำตามคำสั่งของ “ผู้มีอำนาจ” ทางบริษัทอาจ “สูญเสียรายได้” จำนวนมหาศาล...

เพราะนั่นถือเป็นการไป “ละเมิดสิทธิผู้บริโภค”

กรณี เว็บไซต์ไทยอีนิวส์ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง ที่ชี้ให้เห็นว่า ...ผู้มีอำนาจต้องการ “ปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร” ไม่ให้ประชาชนรับรู้ในสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์

การปิดหูปิดตาประชาชน ...เกิดขึ้นทั่วไปในทุกหย่อมหญ้า ไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทย ...

อย่างที่ “ประเทศจีน” ศึกวิวาทะระหว่าง ชาวฮั่น และ ชาวอุยกูร์ ที่มณฑลกวางตุ้ง แม้ภาพเหตุการณ์จะไม่ปรากฏตามสื่อทั่วไปมากนัก แต่ก็เป็นภาพที่มีการ “แพร่หลาย” อยู่ในอินเตอร์เน็ตประเทศจีน เป็นประเทศที่รัฐบาลมีการควบคุมข้อมูลข่าวสารอย่างเข้มงวด

“อินเตอร์เน็ต” จึงถือเป็นเครื่องมือที่ทรงอิทธิพล ประชาชนสามารถเข้าถึงได้รวดเร็ว พร้อมกับมีการส่งต่อข้อมูลผ่านถึงกัน ด้วยความแม่นยำในความเป็นจริง ประชาชนคนไทยที่อยู่ในกลุ่มแต่ละกลุ่ม ....ทุกคนล้วนหวังให้ประเทศชาติพัฒนา และเจริญก้าวหน้า

แต่ความคิด ...วิธีการ และแนวทาง เพื่อบรรลุเป้าหมายวัตถุประสงค์นั้น แตกต่างกัน

ปัจจุบัน “ข้อมูลข่าวสาร” จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้มองเห็น “ภาพรวม” ที่แตกฉานต่อการนำมาคิดวินิจฉัยและตรึกตรอง

เสียดายที่ว่า ...ทุกวันนี้ “ทางเลือก” มันไม่มี ...

ผู้มีอำนาจไม่ยอมเปิดโอกาส คิดถึงแต่การทำลายมากกว่าสร้างสรรค์ อ้างความชอบธรรมตามสิทธิรัฐธรรมนูญ แต่กลับทำให้ประชาชนคนอื่น เกิดความเดือดร้อน

เหตุการณ์บ้านเมืองที่ความขัดแย้งลุกลามใหญ่โตทุกวันนี้ เกิดจาก ความอิจฉาริษยา และจิตเกินพอ ที่คิดถึงแต่เรื่องผลประโยชน์

โดยเฉพาะ “ธุรกิจ” ทางด้านสื่อ หลายเจ้า ที่ต้องยอม “ก้มหัว” ตกเป็นเบี้ยล่างให้แก่กลุ่มอมาตย์ “เผด็จการ” อย่างไม่มีทางเลือก

ตอนนี้กลาดเกลื่อน ...ไม่มีคุณภาพ วันๆ ได้ยินแต่คำด่าทอ เสียดสี และปลุกระดม หรือไม่ก็เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ...หาสาระความจริงอะไรไม่ได้

ศักดิ์ศรีเลือนหาย ...จริยธรรมไม่หลงเหลือ จรรยาบรรณไร้ค่า

“สื่อ” เป็นเพียงโล่มนุษย์ ที่สร้างเครือข่ายขึ้นมา เพื่อเป็นเกราะกำบังให้ “ผู้มีอำนาจ”

แต่หากวันหนึ่งวันใด คนเหล่านั้น “หมดอำนาจ” และ “วาสนา”

เครือข่าย “โล่มนุษย์” ที่ว่า ...ก็จะเปลี่ยนสภาพ กลายเป็นแค่ “อากาศ”

ไม่เชื่อลองเอา “ขี้หมา” ปาใส่หน้ามันดู!!

ปลาใหญ่ตายน้ำตื้น อะไรมันจะซวยขนาดนี้ สองวรนุช !!

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ อัคนี คคนัมพร
ที่มา เวบไซต์ โลกวันนี้
17 กรกฎาคม 2552

ทำไปทำมา ปลาใหญ่กำลังจะตายน้ำตื้น คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่นแหละครับ ไม่ใช่ใครที่ไหน

นักเรียนนอก ออกซ์ฟอร์ด หน้าใส ปัญญาดี ฝีปากเด่น ตกหลุมพราง “เนรวิน” ถิ่นบุรีรัมย์เข้าจังเบอร์ คล้ายต้องมนต์ดำเมืองเขมร

หลงดีใจได้ปลื้ม ที่เนรวินอุ้มเข้าสะเอว กระเตงไปแถลงพื้นที่อีสานได้ ลบคำสบประมาทของนักการเมืองทั้งปวง แต่แล้วก็พลาด ไปติดบ่วง “ความประจบสอพลอ” ของรัฐมนตรีในรัฐบาลตัวเอง บวกกับความเผลอไผลเคลิบเคลิ้มในบุญบารมี ปลื้มปีติรับเอาของกำนัลมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท ไปหลายแสน

งาช้างครับ งาช้างแท้ๆ งาช้างประจำตระกูลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเสียด้วย คู่หนึ่งราคาหลายแสนบาท

ผู้สื่อข่าวไร้สำนัก เขารายงานว่า ในการมอบของกำนัลกันครั้งนี้ ท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ได้กล่าวสุนทรพจน์หวานจับใจ (ประมาณว่า รัฐมนตรีต่างประเทศกษิต ภิรมย์ ที่ใช้ลิ้นทูตยกย่องว่าเป็นปูชนียบุคคลของประเทศไทยได้อายไปเลย)

รัฐมนตรีคมนาคมโสภณกล่าวว่า งาช้างนี้เป็นสมบัติประจำตระกูล ตกทอดมาแต่บรรพบุรุษซึ่งเคยเลี้ยงช้าง เป็นของมีค่าที่หวงแหนหนักหนา แต่การที่นายกรัฐมนตรีให้เกียรติเสี่ยงภัย (จากคนเสื้อแดง) มาเยี่ยมเยียนถึงบ้าน นับเป็นเกียรติและเป็นสิริมงคลอย่างสูง ไม่มีสิ่งใดจะเป็นเครื่องตอบแทน จึงขอมอบงาช้างประจำตระกูลคู่นี้ให้

เรื่องมันจะไพเราะเพราะพริ้งกว่านี้เพียงใด เกินสติปัญญาที่ผู้เขียนจะบรรยายได้ จึงขอสรุปว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็รับเอาของกำนัลนั้นกลับกรุงเทพฯ ด้วยความสุขเปี่ยมล้นหัวใจ

สิทธิการิยะ ท่านว่า คนเราเมื่อถึงกาลแห่งความวิบัติ พุทธิปัญญาก็ดับไปเสีย นายอภิสิทธิ์ลืมไปว่า คนที่มีตำแหน่งทางการเมืองนั้น ประกาศของ ป.ป.ช. เขาห้ามไว้ว่า จะรับของกำนัลมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาทมิได้ ผู้ใดฝ่าฝืน มีความผิดต้องโดนปรับอาบัติขั้นปาราชิก คือหลุดจากตำแหน่งทันที

คราวนี้แหละครับที่ผู้เขียนบอกว่า ปลาใหญ่ตายน้ำตื้น เพราะเหตุว่า คนเสื้อแดงจะกล่าวหาด้วยเรื่องราวใดๆ นายอภิสิทธิ์ก็ทำเป็นเฉยเสีย

เป็นต้นว่า กล่าวหาว่าตั้งรัฐบาลนอกครรลองประชาธิปไตย ก็เฉยเสีย
กล่าวหาว่า ตั้งรัฐบาลแล้วไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ก็เฉยเสีย
กล่าวหาว่า หนีการเกณฑ์ทหารและใช้เอกสารราชการปลอม ก็เฉยเสีย

ทำท่าเหมือนกับว่า จะอยู่ในตำแหน่งไปได้โดยไม่มีใครสามารถทำอะไรให้ระคายผิว

แต่แล้ววันดีคืนดี ก็รับของกำนัลกันง่ายๆ กลางหมู่คนที่อ้างว่ามีเกียรติสูง มีความน่าเชื่อถือทางศีลธรรมและจริยธรรม

นั่นเท่ากับเป็นการทำผิดต่อหน้าพยานบุคคลผู้มีเกียรติจำนวนมาก และความผิดก็สำเร็จแล้ว

เรื่องมันง่ายๆ อย่างนี้แหละครับท่านผู้อ่าน

ปัญหามันอยู่ที่ว่า ป.ป.ช. ผู้มีหน้าที่ที่จะต้องจัดการเกี่ยวกับเรื่องนี้ จะว่าอย่างไร จะปกป้องกันต่อไปตามระบอบ 2 มาตรฐาน หรือว่า จะตรงไปตรงมาสักครั้งหนึ่ง พอให้คนเห็นว่า ป.ป.ช. ยังมีความใฝ่ดีอยู่บ้างเหมือนกัน อันนี้สุดแท้แต่จะเลือกเดิน

ป.ล. สำหรับ นายโสภณ ซารัมย์ นั้น มีปัญหาว่า งาช้างอันเป็นทรัพย์สินมีค่านั้น มิได้แจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งไว้ต่อ ป.ป.ช. แต่อย่างใด จึงมีความผิดฐานซุกทรัพย์สินอันมีค่า ต้องอาบัติปาราชิกเหมือนกัน

อะไรมันจะซวยขนาดนี้ละวุ้ย