ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 17, 2009

ยงยุทธ พร้อมลงจากเก้าอี้ หน.พรรคเพื่อไทย

ที่มา MCOT News

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ภายในพรรคเพื่อไทย หลังจากมีข่าวว่า ส.ส.ภาคอีสาน บางคนมีแนวคิดที่จะย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย ว่า เป็นสิทธิของ ส.ส.แต่ละคน แต่บอกได้เพียงว่าถ้า ส.ส.จะย้ายพรรค ต้องดูในแง่กฎหมายให้รอบคอบว่าเปิดโอกาสให้ ส.ส.ทำได้หรือไม่ ถ้าทำได้ ก็ไม่มีปัญหาอะไร

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย บางคนเรียกร้องให้เปลี่ยนหัวหน้าพรรคเพื่อให้มาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ พร้อมกับปรับโครงสร้างผู้บริหารพรรค นายยงยุทธ กล่าวว่า ถ้าสมาชิกพรรคเห็นว่ามีบุคคลที่เหมาะสม ก็พร้อมที่จะไปทำงานด้านอื่น เช่น ด้านธุรการหรือด้านยุทธศาสตร์ ไม่คิดว่าจะมีปัญหา ส่วนบุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ คงไม่ใช่บุคคลภายนอก อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับสมาชิกว่าจะมีความเห็นอย่างไร. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-01-17 17:18:06

การเมืองเก่ากับคนรุ่นใหม่

ที่มา ไทยรัฐ

การเมืองใหม่ที่ออกมาประสานเสียงเรียกร้องกันจนบ้านเมืองลุกเป็นไฟ ประเทศไทย อาจจะต้องสร้างกำแพงแบ่งแยกการปกครองในอนาคต มีอยู่แค่นี้เองหรือ ก็คนที่ถูกตราหน้าว่า เป็น ผู้ร้ายทางการเมืองทั้งหลายก็ยังอยู่ยั้งยืนยง เพียงแต่เปลี่ยนข้างเปลี่ยนขั้วเท่านั้น

ไม่ว่าเทพหรือมาร ขี้เหร่พอๆกัน

พวกที่ออกมาสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมืองอยู่พักใหญ่ พวกที่ให้การสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศโดยการทำลายหลักประชาธิปไตยสากล บิดเบือนกฎกติกาบ้านเมือง

เผยธาตุแท้

ทำเอานักการเมืองรุ่นใหม่อย่าง นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หมองไปเยอะ ผมว่าถ้าคุณอภิสิทธิ์ปล่อยให้สถานการณ์ถูลู่ถูกังไปอย่างนี้อีกซักพัก ก็จะหมดอนาคตทางการเมืองเหมือนกับอดีตนายกฯที่ผ่านมา

โบราณว่าคบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล คนมีต้นทุนสูงไปคบกับคนไม่มีต้นทุน แล้วจะไปเหลืออะไร ผมมีโอกาสได้คุยกับผู้อาวุโสทางการเมืองหลายคน ว่าทำไมนักการเมืองรุ่นใหม่ๆที่มีต้นทุน มีความรู้ความสามารถ มีชาติตระกูลพร้อมจึง อยู่บนเวทีการเมืองไม่ยืด แต่คนไม่ค่อยจะมีต้นทุนกลับไปได้ทุกน้ำ มีแต่ความก้าวหน้า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม

พอจะสรุปความได้ว่า วัฒนธรรมและสังคมบ้านเรามีค่านิยม เช่นนี้ ทำไมคุณเนวิน ชิดชอบ หรือคุณสมศักดิ์ เทพสุทิน หรือคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ จึงไม่เคยตายทางการเมือง

ใจถึง พึ่งได้

กล้าทำในสิ่งที่คนธรรมดาไม่กล้าทำ ไม่ว่าจะขาวจะดำ ทำได้ทั้งนั้น ในขณะที่นักการเมืองมีต้นทุน ไม่กล้าทำอะไรในที่มืด ไม่กล้าใช้ วิชามาร เมื่อสังคมไทยยังเป็นระบบอุปถัมภ์ จึงขัดแย้งกันในตัว

ดังนั้น เมื่อสังคมอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมา ความไม่พัฒนา การทุจริตคอรัปชัน ทวนน้ำตามน้ำ จะเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับระบบอุปถัมภ์ตลอดไป

ความจริงนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เป็นทรัพยากรทางการเมืองและมีความตั้งใจในอุดมการณ์ทางการเมืองมีเยอะ ที่ผมเห็นแววหลายคน อาทิ คุณยุรนันท์ ภมรมนตรี พูดอย่างตรงไปตรงมา วัดจากวิสัยทัศน์และไหวพริบแล้ว น่าจะได้เป็นผู้ว่าฯกทม.ด้วยซ้ำ หรือจะเป็นคุณดนุพร ปุณณกันต์ คุณพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์

รุ่นกลางๆหน่อย คุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ คุณเอนก เหล่าธรรมทัต คุณองอาจ คล้ามไพบูลย์ รายนี้จะฉลองพิธีสมรส วันที่ 1 ก.พ.ที่จะถึงนี้ น่าเสียดายที่เที่ยวนี้ไม่มีตำแหน่งใดๆ ทางการเมือง

ที่มีแววเกรดเอก็อยู่ในบ้านเลขที่ 111 หมด

เรากำลังหลอกตัวเอง ชื่นชมยินดีกับกระแสที่ถูกสร้างขึ้นมาทั้งๆที่รู้ว่าถูกจับมาย้อมแมวก็ยังยอมจำนน มีเหตุย่อมมีผล ไม่แน่ ในห้วงชีวิตเราอาจจะได้เห็นประเทศไทยแบ่งเป็นไทยเหนือ ไทยใต้ ใครจะไปรู้.

หมัดเหล็ก

'อดิศร'ชี้'ทักษิณ'ไม่เอี่ยวDTV

ที่มา ประชาทรรศน์

นายอดิศร เพียงเกษ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ดีสเตชั่น จำกัดหรือ DTV ยืนยันว่า สถานีโทรทัศน์ ดีทีวีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนเงินทุนสนับสนุน ถือว่าเป็นประเด็นเล็ก ๆ ในการทำสื่อ ถ้าประชาชนโดยเฉพาะฝ่ายประชาธิปไตยเห็นด้วยจะมีเงินทุนไหลเข้ามา ส่วนข้อครหาว่าเป็นสื่อเทียมเป็นเรื่องที่คิดมากกันไปเอง พร้อมย้ำว่า จะออกอากาศครั้งแรก ในวันจันทร์หน้า แน่นอน

"เจ๊สด"ขู่"เพื่อไทย"ตั้ง"ทักษิณ"นั่งที่ปรึกษาระวังถูกยุบพรรค

ที่มา ประชาทรรศน์

"สดศรี"ทุบโต๊ะ! ขู่"เพื่อไทย"ตั้ง"ทักษิณ"เป็นที่ปรึกษาระวังโดนยุบพรรค ระบุแม้กฎหมายไม่ชี้ผิดแต่หากถูกยื่นตีความ อาจสุ่มเสี่ยงถูกล้มกระดานอีกคำรบ "ยงยุทธ"เสียงอ่อย พร้อมทิ้งเก้าอี้หัวหน้าพรรค พท.หากมีคนเหมาะสมกว่า

วันนี้ (17 ม.ค.) นางสดศรี สัตยธรรม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายวิทยา บูรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย เสนอแนวคิดตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกตัดสิทธิ์การเมืองและถูกศาลฎีกา สั่งจำคุกเป็นที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยว่า แม้กฎหมายจะไม่ระบุว่า ผู้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไม่สามารถเป็นที่ปรึกษาพรรคการเมืองอื่นได้ แต่ต้องระวัง เพราะอาจมีผู้ร้องเรียนภายหลัง โดยการส่งเรื่องให้ กกต.วินิจฉัย ซึ่งหากวินิจฉัยแล้วพบว่า ผู้ที่ถูกแต่งตั้งมีความผิดหรือส่อไปในลักษณะกระทบความมั่นคงของประเทศ ขัดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง กกต.จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยยุบพรรคทันที

"ไม่ทราบจุดประสงค์ที่พรรคเพื่อไทย จะตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษา เนื่องจากต้องมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน และคิดว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เช่นเดียวกับพรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งเคยส่งเรื่องให้วินิจฉัยกรณีคล้ายกันมาแล้ว และที่ประชุมมีมติว่าไม่เหมาะสม พรรคเพื่อแผ่นดิน ก็ไม่ตั้งที่ปรึกษาซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง" นางสดศรี กล่าว

ด้าน นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางคนเรียกร้องให้เปลี่ยนหัวหน้าพรรคเพื่อให้มาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯพร้อมกับปรับโครงสร้างผู้บริหารพรรคว่า ไม่มีความเห็น ถ้าสมาชิกพรรคเห็นว่ามีบุคคลที่เหมาะสม ตนก็พร้อมที่จะไปทำงานด้านอื่น เช่น ด้านธุรการหรือด้านยุทธศาสตร์ ไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไร ทั้งนี้มองว่าบุคคลที่จะเข้ามาคงไม่ใช่บุคคลภายนอก แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับสมาชิกว่าจะมีความเห็นอย่างไร

บีบีซีตีข่าว ทหารมัดมือผู้อพยพผลักลงเรือปล่อยลอยเข้าฝั่งเอง

ที่มา Thai E-News



ทีมข่าวไทยอีินิวส์
17 มกราคม 2552

สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ รายงานวานนี้ว่า (16 ม.ค.) กองทัพไทยได้ทำการจับกุมตัวผู้อพยพหลบหนีเข้าเมืองชาวพม่ามุสลิมโรฮิงยาส์ (อ่านข้อมูลเกี่ยวกับชาวโรฮิงยาส์เพิ่ม) หลังจากก่อนหน้านี้ทางกองทัพได้ถูกกล่าวหาว่าได้ทำการจับกุมผู้อพยพมัดมือ แล้วปล่อยให้ลงเรือที่ไม่มีเครื่องยนต์ ลอยเคว้งอยู่กลางทะเล

รายงานกล่าวว่าเช้าวานนี้ เรือที่บรรทุกผู้โดยสารชาวมุสลิมโรฮิงยาส์จำนวน 46 คน ได้ถูกจับกุมที่บริเวณเกาะแห่งหนึ่ีงทางตอนใต้ของประเทศไทย ผู้รอดชีวิตในเรือดังกล่าวได้กล่าวหาทางกองทัพไทยว่า ได้จับพวกเขาลงเรือที่ไม่มีเครื่องยนต์ ไม่มีอาหาร อย่างไรก็ดีผู้บัญชาการทหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิเสธ

ตามรายงานข่าวเปิดเผยว่า อย่างไรก็ดีจากการสอบสวนผู้รอดชีวิตที่อยู่ในสภาพอิดโรยและขาดน้ำที่ได้เดินทางไปถึงบริเวณทะเลอันดามันหรือเกาะอาเจะห์ของอินโดฯตลอดระยะอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้เปิดเผยความทารุณของทางหน่วยงานความมั่งคงของไทย

พวกเขากล่าวว่าเขาโดนจับกุมในบริเวณนอกชายฝั่งแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นก็ถูกผลักดันลงไปในเรือที่ปราศจากเครื่องยนต์ ทั้งๆที่เขาถูกมัดมือไว้ พวกเขารายงานว่า ผู้อพยพหลายคนต้องตายลงเนื่องจากพยายามที่จะว่ายกลับเข้าหาฝั่ง

นักข่าวบีบีซีได้ทำการสัมภาษณ์เจาะลึกเพิ่มเติมกับนายทหารและตำรวจบางนาย และพบว่าแหล่งข่าวยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นจริง พวกเขากล่าวว่าจำนวนผู้อพยพชาวโรฮิงยาส์ที่เดินทางมาจากพม่าและบัลกลาเทศได้เพิ่มขึ้น และกลายเป็นปัญหาความมั่งคง เนื่องจากอาจมีการแฝงตัวของกองกำลังชาวมุสลิม

แหล่งข่าวทางทหารดังกล่าวยังเปิดเผยว่า เหตุผลที่ผู้ปฏิบัิิติงานไทยได้ถอดเครื่องยนต์เรือออก ก็เพื่อป้องกันผู้อพยพเดินทางกลับมาดินแดนไทย

หน่วยงานผู้ดูแลสวัสดิภาพผู้อพยพได้ประนามการกระทำดังกล่าวว่า ไร้มนุษย์ธรรม

ทางการไทยได้กล่าวว่าพวกเขาได้สั่งการให้ดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว แต่ย้ำว่าการดำเนินการต่างๆจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของมนุษย์ธรรมในการจัดการต่อการลี้ภัยที่ผิดกฏหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BBC: Thailand's deadly treatment of migrants 17 January 2009

อนาคตปลื้ม

ที่มา เดลินิวส์

กกต.รับรองผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ไปแล้ว แม้จะมีปัญหาร้องเรียนในเขตพญาไท แต่คะแนนทิ้งห่างกว่า 3 แสน ยังไงก็ไม่มีผล

คุณชายได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.อย่างเต็มภาคภูมิแล้ว

แต่ยังมีตัวเลขที่น่าสนใจอยู่ เคยเขียนว่า เพื่อไทย ส่งแซมลงเลือก ตั้ง เสียของเปล่า ก็จริงตามนั้น แพ้จริง ๆ แม้จะได้มากกว่า ประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครเก่าจาก 5 แสนกว่า เป็น 6 แสนกว่า

เพิ่มมา 6 หมื่นกว่าเสียง เป็นคะแนนที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ หายไปพอดี จะเหมาว่า เพื่อไทยได้คะแนนนิยมเพิ่ม ก็ได้ แต่ก็ไม่มากพอที่จะโค่นคู่ต่อสู้ที่ได้ ถึง 9 แสนกว่าคะแนนได้

ที่น่าสนใจ เป็นคะแนนของปลื้ม ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล ที่ได้ 3.3 แสนกว่า จากที่เจ้าตัวคาดจะได้เพียง 2 แสนเศษ รวมคะแนนของแซมและปลื้มก็จะมากกว่าหม่อมสุขุมพันธุ์นิดหน่อย

นี่แหละ ที่เพื่อไทยวางยุทธศาสตร์การเมืองผิด หาก หลีกทางเอาพันธมิตร หนุนปลื้มแทน ก็จะมีลุ้นและสูสีด้วย ได้คนกลางเป็นผู้ว่าฯ กทม. ย่อมดีกว่าปล่อยคู่แข่งชนะ

แต่นั่นล่ะ แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ทีม กทม.เพื่อไทย สมควรไปทบทวนตัวเองครั้งใหญ่

ทำไมแพ้แล้วแพ้อีก !!!

สำหรับปลื้ม ถือว่า ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.เที่ยวแรก ไม่เสียเปล่าเลย คะแนนที่ได้กว่า 3 แสน มากกว่าเสี่ยอ่าง ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นิดหน่อย แต่ต้องถือว่า เป็นชัยชนะในระดับหนึ่งทีเดียว

ทั้งที่การเลือกตั้งเที่ยวนี้ ปลื้มแทบจะเป็น วันแมนโชว์ เดินหาเสียงดุ่ย ๆ คนเดียว หม่อมอุ๋ย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้พ่อก็แทบไม่ได้ช่วยออกแรงด้วย ทุนรอนก็ใช้ของตัวเอง

ผู้จัดการเลือกตั้งก็ไม่มี มาในโค้งสุดท้าย ที่มีคนเข้ามาช่วยวางระบบหาเสียงให้บ้าง แต่ก็ไม่ทัน เรียกว่า ขายความเป็นปลื้มโดด ๆ ก็ว่าได้

เหนืออื่นใดปลื้มอายุแค่ 32 เอง ยังมีเวลาในถนนการเมืองอีกยาวนาน หากสั่งสมประสบการณ์และเรียนรู้การเมืองไปอีกสักระยะ แก้ไขจุดอ่อน เพิ่มจุดแข็ง

ในอนาคตจะลงสมัครผู้ว่าฯ หรือแม้แต่จะหันเหไปเล่นการเมืองระดับชาติ ก็ยังได้

ขอเพียงแต่ให้คงความ กล้าคิด กล้าทำ ในสิ่งที่เป็นความถูกต้อง ไม่ไหลไปตามกระแส อย่างที่เป็นตัวตนของปลื้ม เช่นที่เคยเป็นสื่อ แล้วกล้าประกาศชนตรง ๆ กับกลุ่ม อนาธิปไตย ที่ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน ชนิดที่สื่อหลายคนไม่กล้าแม้แต่จะคิด แม้ต้องขัดแย้งกับญาติผู้ใหญ่หลายคนของตัวเอง ก็ยังยืนหยัด

คนอย่างนี้หาไม่ได้ง่ายนักหรอกในสังคม....ขณะนี้

3 แสนกว่าคะแนนที่ได้ จึงเป็นกำลังใจใหญ่หลวง สำหรับปลื้ม และเป็นการส่งสัญญาณว่า คน กทม.ที่รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตย และไม่ไหลเอียงไปตามกระแส ยังมีอีกไม่น้อย !!!

จึงพร้อมใจออกจากบ้านไปเลือกปลื้ม ขอให้ รักษาความดี ดุจเกลือรักษาความเค็ม ไปนาน ๆ เถอะ

แล้วปลื้มจะกลายเป็นนักการเมืองที่เป็นความหวังของประชาชนได้แน่นอน.

ดาวประกายพรึก

อ่านทะลุใจ

ที่มา ไทยรัฐ

พรรคภูมิใจไทยที่เพิ่งเปิดตัวเข้าสู่ยุทธจักรเป็นพรรคน้องใหม่ ความจริงก็ใหม่แต่ชื่อพรรค เพราะสมาชิกในสังกัดล้วนแต่หน้าเก่าๆ

โดยเฉพาะบรรดาแกนนำพรรคล้วนเป็นอดีตขุนพล ผู้ใกล้ชิดอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ในยุคพรรคไทยรักไทยครองความยิ่งใหญ่

แต่เมื่อมาถึงวันนี้ วันที่ ทักษิณกลายเป็นเสือลำบาก บรรดาขุนพลเขี้ยว ลากดินก็ชิ่งหนีลูกพี่ใหญ่กันหมด

และเมื่อเงื่อนไขบังคับให้ต้องกลับมา รวมตัวกันใหม่ พรรคภูมิใจไทยจึงเป็น จุดนัดพบอีกครั้งหนึ่ง!!

เหมือนปิงวังยมน่านไหลมารวมกัน ที่ปากนํ้าโพนั่นแหละ

ผลสำรวจสำมะโนประชากรการเมืองล่าสุด พรรคภูมิใจไทยมี ส.ส.ในสังกัดรวมทั้งสิ้น 33 คน แยกเป็น กลุ่มเพื่อนเนวิน23 คน กลุ่มมัชฌิมาฯ ของสมศักดิ์ เทพสุทิน 8 คน และกลุ่มสรอรรถ กลิ่นประทุม อีก 2 คน

การที่พรรคภูมิใจไทยมี ส.ส.อยู่ในคอก 33 คน จึงกลายเป็นพรรคใหญ่อันดับ 2 ของรัฐบาล

เพียงแต่จำนวน ส.ส.ยังห่างจากพรรคอันดับหนึ่งถึง 140 คน!!

ด้วยจำนวน ส.ส.ที่น้อยกว่า 5 เท่าตัว พรรคภูมิใจไทยจึงไม่ได้สร้างปัญหาวุ่นวายในรัฐบาล

ทำตัวเป็นแมวนอนหวดว่างั้นเถอะโยม

แต่ลึกๆแล้วพรรคน้องใหม่ภูมิใจไทยก็ แอบคิดการใหญ่อยู่เหมือนกัน เพียงแต่เงื่อนไข ปัจจัยยังไม่สุกงอม

ข้อสำคัญ พรรคภูมิใจไทยไม่ใช่มีเฉพาะ ส.ส.ในสังกัดแค่ 33 คน ยังมี ส.ส.ที่ฝากเลี้ยง ในคอกอื่นๆอีกไม่ตํ่ากว่า 30 คน

พรรคการเมืองที่มี ส.ส. 60 เสียงในสภาฯ สามารถทำให้การเมืองพลิกขั้ว ได้ทันที!!

เนวิน ชิดชอบ จึงกลายเป็นผู้ชี้ชะตา การเมืองไทย

ใครจะชี้หน้า เนวิน ว่าทรยศหักหลัง ลูกพี่เก่าก็ว่าไป แต่วิถีการเมืองของนักการเมือง เขี้ยวลากดินต้องไม่ติดยึดกับตัวบุคคล

เพราะการเมืองเป็นเกมที่ต้องเล่นเพื่อเป็นฝ่ายชนะอย่างเดียว

ฝ่ายชนะเท่านั้นที่ได้อำนาจการ เมืองไปครอง!!

แม่ลูกจันทร์ มองข้ามช็อตว่าการชุมนุมมังกรซ่อนพยัคฆ์ ภายใต้ยี่ห้อพรรคภูมิใจไทยมียุทธศาสตร์สำคัญ 7 ประการ

1, ทำให้พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคขนาด กลางค่อนข้างใหญ่ที่พร้อมเป็นขั้วการเมืองใหม่ เสียบแทนพรรคเพื่อไทยที่กำลังร่วงโรย

2, พรรคภูมิใจไทยจะไม่ทำตัวเป็นหอก ข้างแคร่รัฐบาล และจะร่วมมือทำงานกับพรรค ประชาธิปัตย์อย่างเต็มที่อีกอย่างน้อย 1 ปี!!

3, ภายใน 1 ปีนับจากนี้ไป การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องเสร็จสมบูรณ์เพื่อเตรียมรับ การเลือกตั้งครั้งต่อไป

4, ภายใน 1 ปี จะมีการออก ก.ม.นิรโทษกรรมอดีต กก.บริหารพรรคไทยรักไทย และอดีต กก.บริหารพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาฯ ที่ถูกลงโทษห้ามเล่นการเมือง 5 ปี

5, ภายในสิ้นปีนี้ จะต้องมีการยุบสภาฯ เลือกตั้งใหญ่ หรืออย่างช้าไม่เกินเดือนเมษายนปีต่อไป!!

6, ภายใน 1 ปีจากนี้ไป พรรคภูมิใจไทย จะมีสภาพพร้อมสมบูรณ์ พร้อมทั้งคน พร้อมทั้งทุน พร้อมทั้งโครงสร้าง พร้อมทั้งนโยบาย พร้อมที่จะเป็นแกนนำจับขั้วตั้งรัฐบาลใหม่ แข่งกับพรรคประชาธิปัตย์โดยตรง

7, พรรคภูมิใจไทยจะมีหัวหน้าพรรคคนใหม่ ที่สามารถท้าชิงเก้าอี้นายกฯ กับ อภิสิทธิ์ได้อย่างสบายๆ

นี่คือยุทธศาสตร์ 7 ข้อที่ แม่ลูกจันทร์อ่านทะลุหัวใจ เนวิน

เพราะการถูกห้ามเล่นการเมือง 5 ปี เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องจัดการ ถ้าให้รอ 2 ปี ยังโอเค หรือแย่ที่สุด 3 ปี ก็ยังพอทน

แต่ถ้าต้องรอยาวถึง 5 ปี มันนานเกินไป

โอ๊ย...รอไม่ไหว ใจจะขาดรอนๆ.

“แม่ลูกจัทร์”

ขั้วที่ 3

ที่มา ไทยรัฐ

การเกิดขึ้นของพรรคภูมิใจไทยต้องบอกว่าไม่ธรรมดาและถูกมองว่าคือขั้วที่ 3 ของการเมืองอนาคตจากนี้ไปเพราะเป็นการรวมตัวของนักการเมืองระดับ เขี้ยวที่มีบทบาททางการเมืองมานานพอสมควร

3 ขั้วที่ว่าก็คือประชาธิปัตย์ เพื่อไทยและภูมิใจไทย

แม้ว่าตอนนี้ยังมี ส.ส.ไม่มากนัก แต่ก็เป็นลำดับ 3 รองจากเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ แต่ดูจากความเคลื่อนไหวจากงานเปิดตัวก็คงจะพอมองเห็นแล้วว่ามีอนาคตแน่ และจะมี ส.ส.เข้ามาสังกัดอีกไม่น้อย โดยเฉพาะจากพรรคร่วมและพรรคเพื่อไทย

เพื่อไทยส่อเค้ามากที่สุด แต่เนื่องจากยังติดขัดข้อกฎหมาย และระเบียบปฏิบัติจึงยังออกมาไม่ได้ ต้องรอ ยุบสภาเลือกตั้งใหม่จึงจะย้ายพรรคได้

ดูจากฐานสำคัญทั้งในแง่บุคคลและเงินทุนแล้วถือว่ามี หน้าตักไม่เบา โดยเฉพาะแกนนำจริงๆ ที่ยังถูกเว้นวรรคการเมืองเข้ามาร่วมประสานไม่ว่าจะเป็นนายเนวิน ชิดชอบ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นาย

สุชาติ ตันเจริญ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม

นี่คือตัวหลักของพรรคภูมิใจไทย รุ่นราวคราวเดียวกัน

และที่แน่นอนหัวหน้าพรรคน่าจะชื่อ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล

และมี พรทิวา นาคาศัยเป็นเลขาธิการพรรค หัวหน้าและเลขาธิการ มีหลักประกันในตัวอยู่แล้วคือ ทุนหนา

ดังนั้น จึงมีความพร้อมทั้งคนและทุน โดยมีภาคอีสานเป็นฐานสำคัญ การเลือกตั้งครั้งต่อไปหากมองตามรูปการณ์แล้ว ทั้งประชาธิปัตย์และเพื่อไทย โอกาสที่ชนะเลือกตั้งเพื่อเป็นรัฐบาล พรรคเดียวคงจะยาก เพราะประชาธิปัตย์นั้นถือว่าบอดที่อีสาน

แม้การได้เป็นนายกฯและแกนนำรัฐบาลพยายามที่จะนำนโยบายประชานิยมมาใช้อย่างเต็มที่โดยอาศัยวิกฤติเศรษฐกิจที่ต้องกระตุ้นให้ฟื้นตัวเป็นช่องทาง แต่เนื้อแท้แล้วมันก็ครือกัน เพียงแต่ว่าจะใช้อย่างไร เน้นไปตรงจุดไหน

เพียงแต่ยังเป็นประเภทมือใหม่หัดขับ การพยายามเล่นบทพ่อบุญทุ่มจึงไม่ถนัดนัก ยิ่งมีการจ่ายให้หัวละ 2,000 บาท ฟรีให้กับผู้ประกันตนที่มีรายได้ตํ่ากว่า 1.5 หมื่นบาท และข้าราชการวงเงิน 19,000 ล้านบาท ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ฟรีๆ ราว 9 ล้านคน

ประชานิยมตัวนี้จึงถูกโจมตีเช็ดว่าเป็นการตำนํ้าพริกละลายแม่นํ้า ไม่ได้ผล ไม่ได้ประโยชน์ต่อการแก้ปัญหา แม้จะโต้ว่าเอามาจากตำราต่างประเทศ ก็ทำอย่างสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ได้ดูว่าทำแล้วมันได้ผลหรือไม่

แน่นอนว่าประชาธิปัตย์ก็คาดหวังว่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ และประชานิยมจะช่วยให้ชาวรากหญ้าหันมาหนุนประชาธิปัตย์ เพื่ออนาคตทางการเมืองข้างหน้าที่จะทำให้ภาคอีสานได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างที่นายอภิสิทธิ์พยายามดึง ยายเนียมมาเป็นตัวเชื่อม

เช่นกันในสถานการณ์ที่เป็นจริง พรรคเพื่อไทยหากไม่มีการปรับเปลี่ยนหรือขยับตัวต่อโครงสร้างพรรคหรือการบริหารเสียใหม่ สร้างผู้นำใหม่ การแยกตัวออกจาก ทักษิณให้ชัดเจนขึ้น แม้จะมีเงินทุน แต่โอกาสคงไม่เหมือนที่ผ่านมาแน่

ยิ่งพรรคภูมิใจไทยที่ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.อีสานในเครือข่ายไทยรักไทยเดิมและมุ่งเน้นแนวทางประชานิยมเต็มตัวย่อมมีความได้เปรียบและเข้ามามีอิทธิพลแทนได้ แม้ว่าจะไม่ได้มากสุดจนเป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้ แต่ก็จะเป็นตัวแปรการเมืองที่สำคัญ

ไม่ว่าขั้วไหนก็ต้องการให้ร่วมรัฐบาล

ข้อสำคัญพรรคการเมืองอื่นๆ อย่างรวมใจไทยชาติพัฒนา ประชาราช ชาติไทยพัฒนา เพื่อแผ่นดิน อนาคตต่อไปน่าจะไปรวมกับพรรคใหญ่ หรือถ้าได้ ส.ส.ก็ไม่มากนักมิอาจเป็นตัวแปรได้

และจะเป็นหนามยอกอกประชาธิปัตย์ในรัฐบาลชุดนี้ด้วย.

“สายล่อฟ้า”

ปัจจัยแทรกอีกเพียบ

ที่มา ไทยรัฐ

พูดกันตลกๆ นาทีนี้ยิ้มได้แค่แม่ค้าขายไข่ไก่ เพราะอย่างน้อยก็ยังมีม็อบเสื้อแดงเหมาเอาไว้ปาใส่คนของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

แต่ของจริง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พูดกันชัดถ้อยชัดคำบนเวทีปาฐกถา ผ่าแผนปฏิบัติการงานฟื้นเศรษฐกิจไทย

สถานการณ์ประเทศไทยน่าห่วงจริงๆ เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะวิกฤติ

และที่สะดุ้งไปตามๆกัน บังเอิญรายการนี้เจ้าภาพได้เชิญทั้งนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี คุมงานด้านเศรษฐกิจ ไปร่วมโชว์กึ๋นมาตรการเศรษฐกิจของรัฐบาล นั่นก็เป็นเหตุที่นายกฯอภิสิทธิ์ต้องยิงมุกติดตลก

ถ้าพูดไม่ตรงกัน ก็ขอให้ยึดความเห็นของนายกฯเป็นหลัก

เล่นเอาขำกันครืน แต่นึกแล้วก็ให้เสียววาบกับภาพ เกาเหลาเมนูประชาธิปัตย์ยุครัฐบาลชวน 2 ระหว่างนายศุภชัย พานิชภักดิ์ กับนายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ คนหนึ่งอดีตรองนายกฯกับอีกคนหนึ่งอดีตขุนคลัง ที่แนวคิดไปกันคนละทาง

สุดท้ายอดีตนายกฯชวน หลีกภัย ในยุคนั้นก็เลือกถือหางนายธารินทร์ แล้วก็จบด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ประชาธิปัตย์กู้วิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ไม่ขึ้น แล้วยังทำเสียของ

ขยาดฝีมือกันไปเลย

แน่นอนโดยการออกตัวของนายกฯอภิสิทธิ์ ฟังดูเป็นมุกตลก แต่ลึกๆ นี่คือการกระตุ้นความมั่นใจว่าแนวทางกู้เศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ไปคนละทิศคนละทาง

มีนายกฯที่พร้อมตัดสินขั้นสุดท้าย

ซึ่งก็เป็นอะไรที่ต้องรีบกระตุกต่อมผวากันไว้ เพราะแค่เริ่มผุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจลอตแรกกับงบประมาณ 115,000 ล้านบาท รัฐบาลประชาธิปัตย์ก็เจอกับเสียงทัก

มือใหม่หัดประชานิยม

แจกกันสดๆให้กันเห็นๆยิ่งกว่าเจ้าตำรับ เสี่ยสั่งลุยยี่ห้อ ทักษิณ ชินวัตรเริ่มตั้งแต่มาตรการแจกเงิน 2,000 บาท สำหรับคนที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท แจกเบี้ยยังชีพคนชราอายุ 60 ปีขึ้นไปอีกเดือนละ 500 บาท ฯลฯ

เน้นอัดเงินเข้าระบบ เพิ่มกำลังซื้อเป็นหลัก

แต่โดยรูปการณ์ที่ถูกมองว่า โฉ่งฉ่างง่ายต่อการรั่วไหลระหว่างทาง นายกอร์ปศักดิ์ได้ออกตัวว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนและข้าราชการคนละ 2,000 บาท ไม่ใช่เอาเงินไปแจกตามสี่แยกไฟแดงแน่นอน

และก็เป็นนายกรณ์ที่เฉลยว่า มาตรการของรัฐบาลเหมือน เฮลิคอปเตอร์ มันนี่ที่ลอกสหรัฐอเมริกามาทั้งดุ้น แต่เป็นการผันเงินให้ถึงมือผู้เดือดร้อน ไม่ได้เอาขึ้นเครื่องบินไปหว่านให้ประชาชน

สรุปคือ เดินตามก้น โอบามา

แต่ที่นี่ประเทศไทย มีจุดแตกต่างจากอเมริกา โดยเฉพาะปัจจัยแทรกด้านการเมือง

อย่างที่นายกฯอภิสิทธิ์ต้องรีบบอกปัดรายการมัดจำเสียงล่วงหน้า ยืนยันว่า ยังไม่มีการเลือกตั้งตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องหาเสียง

แต่โดยยุทธศาสตร์ที่สังเกตกันได้ งบประมาณ 115,000 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจลอตแรก รัฐบาลเน้นอัดฉีดงบประมาณผ่านกระทรวงที่คนของพรรคประชาธิปัตย์นั่งบัญชาการ ทั้งกระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กระทรวงศึกษาธิการ

โกยแต้มได้เน้นๆ

ขณะที่กระทรวงเศรษฐกิจสำคัญอย่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงคมนาคม ที่คนของพรรคร่วมรัฐบาลคุม ไม่อยู่ในรายการอัดฉีด

หน้าแห้ง กร่อยไปตามๆกัน

ลึกๆมันต้องมีอาการทางใจกันแน่

และยิ่งระแวงกันไปใหญ่ กับการเปิดตัวอย่างน่ากลัวของค่ายภูมิใจไทย ก้าวพรวดพราดขึ้นมาเป็นพรรคอันดับสองในซีกรัฐบาลรองจากพรรคประชาธิปัตย์

อำนาจต่อรอง เต็มไม้เต็มมือ

เหนืออื่นใด กับการชูยี่ห้อ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ขึ้นมากลบรัศมีนายกฯอภิสิทธิ์ ปั˜นกระแสโฆษณากันในห้วงวิกฤติเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องใช้มืออาชีพ

คิวนี้ ต้องมีการรายการสกัดดาวรุ่งอีกหลายช็อต.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ทั่วไทยอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อยกทม.17-18องศา

ที่มา ประชาทรรศน์

ความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทย มีกำลังอ่อนลง ทำให้ทั่วประเทศอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ กรุงเทพมหานคร อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 17-18 องศา ด้าน ปศุสัตว์ยโสธรเร่งติดตามสถานการณ์หวั่นอากาศเย็นแพร่ไข้หวัดนก กระทบตรุษจีน

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงอยู่ในเกณฑ์อากาศหนาวเย็น โดยมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกในระยะนี้

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ยังคงมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้คลื่นลมในอ่าวไทยตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป สูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็น อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย และมีหมอกในตอนเช้า
อุณหภูมิต่ำสุด 17-18 องศา อุณหภูมิสูงสุด 27-28 องศา
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่องในระยะนี้ โดยเฉพาะในตัวเมืองเชียงใหม่ช่วงกลางดึก อากาศค่อนข้างหนาวเย็นจัด ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ออกมาท่องเที่ยวตามสถานบริการในยามค่ำคืนย่านตลาดบุญอยู่กลางเมืองเชียงใหม่ ต้องสลับกันออกมาผิงไฟคลายความหนาวเย็นที่ทางร้านเตรียมก่อไฟไว้ให้สำหรับลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติไว้คลายหนาว

ขณะที่บริเวณถนนชาญเวชกิจ เขตเทศบาลนครพิษณุโลกสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงทำให้บรรยากาศตามร้านอาหารที่ใช้เตาถ่าน ประเภท ต้ม ปิ้ง ย่าง กลับมาคึกคัก อีกครั้งโดยเฉพาะร้านอาหารแจ่วฮ้อน เต็มไปด้วยลูกค้าที่ต่างพาครอบครัว รวมทั้งกลุ่มเยาวชนวัยรุ่น มานั่งรับประทานกันแน่นขนัด

นอกจากนี้ กองทัพบก โดย มณฑลทหารบกที่ 42 ร่วมกับ เทศบาลเมืองคอหงส์ นำผ้าห่มกันหนาวมามอบให้กับชาวบ้านปลักธง ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีรายได้น้อยและฐานะยากจนกว่า 300 คน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความหนาวเย็น หลังชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งมีรายได้น้อยและฐานะค่อนข้างยากจน ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาและยังคงได้รับผลกระทบจากภัยหนาว ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ยังขาดแคลนผ้าห่มกันหนาว

ปศุสัตว์ยโสธรหวั่นอากาศเย็นแพร่ไข้หวัดนก

นายนัทธ์เวโรจน์ บูชาพัฒน์ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร กล่าวว่า ได้ไปตรวจโรงเรือนเลี้ยงไก่ทั้ง 29 แห่ง มีการติดตามสถานการณ์ไข้หวัดนกทั้งในและต่างประเทศ ขณะนี้ได้ตรวจฟาร์มไก่ทั่วทุกอำเภอ ในเขตจังหวัดยโสธรมีการเคลื่อนย้ายไก่ช่วงนี้มากขึ้นจากเดิม 200,000 ตัว เป็น 300,000 ตัว จึงต้องเร่งตรวจสัตว์ที่จะเข้าสู่โรงฆ่า สัตว์จะต้องสุขภาพดี ปลอดภัย และวันตรุษจีนจังหวัดมีโครงการจัดวันบริโภคเนื้อสัตว์ปีกปลอดภัยตรุษจีน ปี 2552 ขึ้นที่หมู่บ้านไก่ย่างดงแคนใหญ่ สำหรับผู้บริโภคไก่ชำแหระจะมีสายรัดเท้าไก่แสดงถึงความปลอดภัยและความมั่นใจ ในส่วนของการเสียชีวิตของสัตว์ปีกที่ผิดปกติในพื้นที่จังหวัดยโสธรยังไม่มีรายงานเข้ามา ถ้าหากสภาพอากาศหนาวเย็นลงกว่านี้ 3 – 5 องศาจะทำให้สัตว์เจ็บป่วยลงได้ ทางผู้เลี้ยงไก่จึงทำกำบังลมป้องกันความหนาวแก่ไก่ไว้

'พระพยอม' ลั่นออก'ดีทีวี'ไม่ผิด ชี้รบ.ลูกหนี้ถูกพธม.สูบเลือด

ที่มา ประชาทรรศน์

'พระพยอม' จวกม็อบมารปอด 'ตีหัวพระแล้วหนี้' ขอแจงความจริงผ่าน 'ดีทีวี' ย้ำไม่ใช่เรื่องเสียหาย ลั่นตั้งสมยา 'รบ.ลูกหนี้' ถูกม็อบโกเต็กซ์ ทวงบุญคุณ สูเลือดเนื้อ นั่งเป็นสากทำงานไปวันๆ

พระพิศาลธรรมพาที (พระพยอม กัลยาโณ) เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เปิดเผยกับสำนักข่าวไอเอ็นเอ็นในวันนี้ (17 ม.ค.) โดยยอมรับถึงการตัดสินใจร่วมออกรายการสถานีโทรทัศน์ดีทีวี ด้วยสาเหตุเพราะก่อนหน้านี้ ได้ถูกนายประพันธ์ คูณมี แกนนำกลุ่มพันธมิตร ออกมาโจมตีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าพระทำตัวไม่ดี เปิดวัดรับโจร หรือที่กลุ่มพันธมิตรฯหมายความถึงคือกลุ่มเสื้อแดง ดังนั้นจึงขอออกรายการทีวี เพื่อชี้แจงบ้าง อีกทั้งที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ได้ออกมาโจมตี แต่ไม่เคยเชิญให้ไปชี้แจง เปรียมเสมือนตีหัวพระแล้ววิ่งหนีเข้าบ้าน

ทั้งนี้พระพยอมยังกล่าวเสริมว่าการที่ออกรายการนั้นไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะพันธมิตรฯยังสามารถเชิญท่าน ว.วชิรเมธี หรือ แม้แต่ หลวงปู่พุทธะอิสระ ไปร่วมรายการได้แล้วหากตนไปร่วมรายการเช่นเดียวกันจะมีความผิดตรงไหนที่ พระจะออกรายการเพื่อพูดความจริงบ้างไม่ได้

อย่างไรก็ตามพระพยอมยังทิ้งท้ายโดยกล่าวถึงรัฐบาลชุดนี้ว่า เปรียมเสมือนรัฐบาลลูกหนี้ มีสภาพน่าน่าสงสาร เพราะถูกพันธมิตรฯทวงบุญคุณ จึงต้องหาการตอบแทนให้อยู่ตลอดเวลา การบริหารประเทศก็ทำไปแบบวัน ๆ

การ์ตูนมะนาว:โรงเรียนผู้(นำ)ทำลาย

ที่มา Thai E-News



ลดแลกแจกแถม โค-ตะ-ระ อภิมหาประชานิยม

ที่มา Thai E-News


ที่มา โลกวันนี้ วันสุข

17 มกราคม 2552

ไม่คิด อยู่เบื้องหลังดีกว่า เหลืออีก 3 ปี กลับมาโดนยุบอีก 5 ปี เป็น 8 ปี วันนี้ก็เป็นสามีนายกอยู่แล้ว แต่เป็นนายก อบจ.บุรีรัมย์ (นางกรุณา ชิดชอบ ภริยานายเนวิน ชิดชอบ ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.บุรีรัมย์)


นายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย แกนนำคนสำคัญของ ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่ร่วมแถลงข่าวในการเข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการปูทางให้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี และภายหลังครบกำหนดถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีก็ยังไม่คิดเล่นการเมือง

ก๊วนใหม่ “ภูมิใจไทย”

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังดีใจกับการเลือกตั้งซ่อมที่ได้ ส.ส. เพิ่มขึ้นถึง 7 เสียง รวมทั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ที่ยังเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความนิยมของคนกรุงเทพฯที่ยังเหนียวแน่นกับพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งชัยชนะจากลำปางและสมุทรปราการ ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทยหรืออดีตพรรคไทยรักไทย และมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงค่อนข้างคึกคัก ทำให้มีการวิเคราะห์ว่าเป็นสัญญาณว่ากระแส “ทักษิณ” หรือนายใหญ่ลดลงหรือไม่

ความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการและมีสโลแกนว่า “ประชานิยม สังคมเป็นสุข” ถือเป็นการรวมอดีตแกนนำสมาชิกบ้านเลขที่ 111 อย่างคับคั่ง โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนเนวินที่นำโดยนายเนวิน ชิดชอบ ร่วมเป็นสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการนั้น ทำให้พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นพรรคใหญ่อันดับ 2 ของพรรคร่วมรัฐบาล

พรรคภูมิใจไทยจึงถูกจับตามองอย่างมากว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญทางการเมือง โดยเฉพาะการต่อรองและกดดันพรรคประชาธิปัตย์ เพราะแกนนำที่อยู่เบื้องหลังล้วนแต่รุ่นเก๋าทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายเนวิน ชิดชอบ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสุชาติ ตันเจริญ นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี นายอนุชา นาคาศัย นายธีระชัย แสนแก้ว และนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล

กอดสยิว “เนวิน”

การผนึกกำลังระหว่างกลุ่มนายสมศักดิ์กับกลุ่มนายเนวินครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การย้ายพรรคปรกติแน่นอน เพราะคนระดับนายสมศักดิ์และนายเนวินย่อมไม่มองการเมืองระยะสั้นๆ แม้นายเนวินจะบอกว่ายังไม่คิดเล่นการเมืองแม้พ้น 5 ปีแล้วก็ตาม แต่วีรกรรม “ทรยศนายเพื่อชาติ” น่าจะเป็นคำตอบ รวมถึงการที่กลุ่มเพื่อนเนวินได้ตำแหน่งรัฐมนตรีสำคัญในรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นนายชวรัตน์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายโสภณ ซารัมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ยิ่งย้อนกลับไปครั้ง “กลุ่ม 16” ที่นายเนวินเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่ม ส.ส. รุ่นใหม่ที่ประกาศก่อตั้งในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2535 โดยส่วนใหญ่เป็น ส.ส.พรรคชาติไทยและพรรคชาติพัฒนา ซึ่งมีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้ากลุ่ม นายเนวิน ว่าที่ร้อยตรีไพโรจน์ สุวรรณฉวี นายจำลอง ครุฑขุนทด นายธานี ยี่สาร นายวราเทพ รัตนากร นายสุชาติ ตันเจริญ นายสนธยา คุณปลื้ม นายวิทยา คุณปลื้ม นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร นายประวัฒน์ อุตตะโมต นายยิ่งยศ อรุณเวสสะเศรษฐ นายทรงศักดิ์ ทองศรี นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ พ.ท.สมชาย เพศประเสริฐ นายเกษม รุ่งธนเกียรติ และนายอุดมเดช รัตนเสถียร

ภาพเมื่อปี 2535 กับปี 2551-2552 ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไรนัก เพราะครั้งนั้นนายเนวินในฐานะสมาชิกพรรคชาติไทยยังเปิดศึกกับนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย อย่างไม่เกรงกลัว ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เคยก้มกอดนายใหญ่และทำงานวงในให้ทุกอย่างกลับมากอดสยิวกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อย่างดูดดื่ม พร้อมกับประกาศคำอมตะ “ทรยศนายเพื่อชาติ”

ระเบิดในมือ “เนวิน”

พรรคภูมิใจไทยจึงเป็นการประสานประโยชน์ที่ลงตัวระหว่างนายเนวินและนายสมศักดิ์ ไม่ใช่เพื่อการทำงานการเมืองปัจจุบันเท่านั้น แต่เป็นการเตรียมตัวเพื่อการเลือกตั้งในอนาคตด้วย เพราะทุกพรรคเชื่อว่ารัฐบาล “มาร์ค 1” ไม่น่าจะไปได้ไกลเกิน 1 ปี แม้จะผ่านด่านแรกที่พรรคเพื่อไทยประกาศจะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลก็ตาม

แต่ต้องยอมรับฐานอำนาจของนายเนวินวันนี้แข็งปึ้ก เพราะยังมี ส.ส. ในพรรคเพื่อไทยอีกประมาณ 20-30 คน ประกาศพร้อมเป็นแนวร่วมทางการเมืองกับนายเนวิน เนื่องจากไม่สามารถย้ายพรรคได้ ทำให้กลุ่มเพื่อนเนวินจะมี ส.ส. มากถึง 50-60 คน ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มทุนที่พร้อมทำงานการเมืองในอนาคต

ส่วนนายสมศักดิ์ที่มีข่าวว่าจะทาบทามนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มาเป็นหัวหน้าพรรคหากได้รับการนิรโทษกรรมนั้น ถือเป็นการส่งสัญญานว่าพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต แม้จะยังเป็นภาพที่เลือนลาง เพราะไม่เพียงต้องฝ่าด่านพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยค้ำคออยู่ด้วย

แต่รัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอและแตกเป็นเสี่ยงๆ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เช่นการรวมกลุ่มของ ส.ส. อย่างกลุ่มเพื่อนเนวิน ซึ่งไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสามารถต่อรองและสร้างเงื่อนไขทางการเมืองที่คาดไม่ถึงได้ตลอดเวลา

“ดีครับ แทนที่ผมจะไปคุยกับคน 3 กลุ่ม ทั้งกลุ่มคุณเนวิน ชิดชอบ กลุ่มคุณสมศักดิ์ เทพสุทิน กลุ่มคุณสรอรรถ กลิ่นประทุม ผมก็มาคุยกลุ่มเดียวภูมิใจไทย สะดวกดี”

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ตอบผู้สื่อข่าวถึงการตั้งพรรคภูมิใจไทยเป็นปรากฏการณ์ปรกติธรรมดา แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐบาล “มาร์ค 1” ไม่ได้มีเสถียรภาพอย่างแท้จริงเลย ตราบใดที่ยังอยู่ภายใต้การค้ำยันของกลุ่มเพื่อนเนวิน และยังไม่มีความขัดแย้งกันในการประสานอำนาจและผลประโยชน์

ปชป. ชักศึกเข้าบ้าน
“การฟื้นฟูการบังคับใช้กฎหมายในประเทศให้ปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งมีหลายกรณีที่เกิดขึ้น ทำให้หลายคนเรียกหาความยุติธรรม และพูดว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่จะดำเนินคดีกับคนเหล่านั้น แต่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาคิดผิด โดยผมจะส่งสัญญาณให้ชัดเจนว่ากำลังฟื้นฟูการบังคับใช้กฎหมายในประเทศนี้ การดำเนินคดีต้องไม่ดูชื่อ ให้ดูสิ่งที่ทำ และเจ้าหน้าที่ต้องทำในสิ่งที่เหมาะสมตามกรอบของกฎหมาย”

นายอภิสิทธิ์ปาฐกถาพิเศษให้กับสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศในหัวข้อ “การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและการขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า” พร้อมยืนยันจะปฏิรูปการเมือง โดยตั้งคณะกรรมการจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม “รัฐบาลจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเราไม่แบ่งแยก จะทำงานเพื่อคนไทยทุกคน และจะพิสูจน์ให้เห็นว่าความขัดแย้งไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนในชนบทและคนในเมืองไม่สามารถประนีประนอมกันได้ แต่เป็นมุมที่ต่างกัน เป็นคุณค่าของประชาธิปไตย”

พรรคประชาธิปัตย์กำลังถูกมองว่าเหลิงในอำนาจ จะเป็นเพราะเชื่อใน “อำนาจพิเศษ” และ “อำนาจสีเขียว” ที่หนุนหลัง จึงไม่เพียงแต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังตั้งแนวร่วมสำคัญของพันธมิตรฯเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี อย่างนายประพันธ์ คูณมี เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แม้นายอภิสิทธิ์จะยืนยันว่า “ไม่มีใครได้อะไรตอบแทน ทุกคนมาทำงาน”

ขณะที่นายสุเทพให้เหตุผลว่า “คนเหล่านี้เป็นคนของพรรค ยืนยันว่าใช้เวลานานในการไตร่ตรอง ไม่ใช่การตอบแทนกลุ่มพันธมิตรฯ”

“สนั่น” ชี้เติมเชื้อไฟ

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสตร์ รองนายกรัฐมนตรี แม้จะเห็นว่าการตั้งนายประพันธ์เป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ และเชื่อว่าหลายคนในพรรคประชาธิปัตย์คงคัดค้าน แต่ยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของฝ่ายตรงข้ามที่อาจเพิ่มความรุนแรงขึ้นได้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ต้องชี้แจง

“ต้องยอมรับว่าวันนี้เชื้อไฟมีอยู่แล้วก็มีการเติมลงไปอีกเล็กน้อย แต่ยังไม่ถึงกับปะทุ แค่กำลังก่อหวอดเท่านั้น ผมไม่ได้หนักใจในเรื่องนี้ หากช่วยกันพูดจาอธิบายคงดีขึ้น ขอให้วัดกันด้วยผลงาน เรื่องตัวบุคคลก็มองข้ามไปบ้าง”

“จตุพร” ซัดตบหน้าคนไทย

ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการแต่งตั้งนายประพันธ์ทั้งที่ยังมีปัญหาการต่อต้านกรณีนายกษิตว่า เป็นการเหยียบย่ำหัวใจและตบหน้าคนไทยอย่างแรง เท่ากับยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มพันธมิตรฯเป็นองค์กรเดียวกัน ดังนั้น ที่นายอภิสิทธิ์อ้างว่าหากผลการสอบสวนพบว่าแกนนำพันธมิตรฯมีความผิดก็จะปลดออกจากตำแหน่งจึงเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะเมื่อนายอภิสิทธิ์กล้าการันตีแต่งตั้ง ปูนบำเหน็จรางวัลคนที่ร่วมขบวนการโค่นล้มรัฐบาลชุดก่อนมีตำแหน่งในรัฐบาล ใครจะกล้าดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ

นายจตุพรยังระบุว่านายอภิสิทธิ์เป็นคนเร่งสถานการณ์เอง โดยภายในเดือนมกราคมนี้คนเสื้อแดงจะชุมนุมใหญ่ที่สนามหลวงและจะมีมาตรการชัดเจน เพราะการปล้น ส.ส. ให้เกิดงูเห่าภาคสอง มีทหารแทรกแซง นายทุนซื้อตำแหน่ง ก็เลวทรามพอแล้ว แต่การตบรางวัลพันธมิตรฯเลวทรามที่สุด เชื่อว่าคนไทยรับไม่ได้

“อย่างนี้อยู่กันไม่ได้ นานาชาติเขาไม่ยอมรับผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน แต่ประเทศนี้มันเฮงซวย ตั้งคนทำผิดมาเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี เมื่อนายอภิสิทธิ์ไม่ปิดบังผมเองก็ไม่มีอะไรต้องเหนียมอายต่อไป คนที่บอกให้หยุดทะเลาะกัน ต้องถามว่าตั้งแกนนำพันธมิตรฯมารับตำแหน่งเห็นด้วยหรือไม่ อย่างนี้มันต้องทะเลาะกันต่อ มันจะสงบและจบลงได้อย่างไร”

ต้องเร่งคดียึดสนามบิน

“ในทางสากลนั้นเขาให้ความสนใจประเด็นการยึดสนามบินมากที่สุด เพราะกระทบต่อพลเมืองของเขาที่เดือดร้อน คงจำกันได้ว่าสื่อมวลชนต่างประเทศทั้งอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ต่างพากันโจมตีพันธมิตรฯและผู้หนุนหลังในเรื่องนี้พร้อมเพรียงกัน สอดรับกับทูตของ 6 ชาติคือ สหรัฐ อียู ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และแคนาดา ก็ออกแถลงการณ์เรื่องนี้ในวันที่ 4 ธันวาคม 2551 คือต้องเอาผิดผู้ที่กระกระทำผิดในการยึดสนามบิน จนปัจจุบันที่เขียนบทความนี้จีนและญี่ปุ่นยังไม่ยกเลิกการเตือนภัยแก่ประชาชนของเขาที่จะเดินทางมาเมืองไทยเลย”

นายชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการอิสระ กล่าวตอนหนึ่งในบทความ “การดำเนินคดีกับผู้ที่ยึดสนามบินคือการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศไทยที่ดีที่สุด” เพราะหลักฐานสำคัญผูกมัดผู้กระทำความผิดของแกนนำพันธมิตรฯชัดเจน นอกเหนือจากการยึดหอบังคับการบินจนทำให้อากาศยานไม่สามารถขึ้นลงได้แล้ว ยังมีรูปถ่ายพิธีการส่งมอบของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ในวันสลายการชุมนุมอีก

“หากไม่ได้ยึดหรือปิดสนามบินแล้วทำพิธีส่งมอบคืนทำไม ป่วยการที่รัฐบาลจะประกาศทุ่มงบถึง 700,000 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจภายใน 2 ปี หรือการพยายามสร้างภาพด้วยการโหมโฆษณาในสื่อต่างประเทศให้สิ้นเปลืองเงินทองของชาติ เพราะตราบใดที่ผู้กระทำความผิดไม่ถูกดำเนินคดีความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศย่อมไม่มีทางเรียกคืนกลับมาได้ และยิ่งปล่อยเวลาให้เนิ่นช้าไปยิ่งเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้ยากยิ่งหลายเท่าทวีคูณ”

อย่างที่องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) ระบุการสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในไทยว่าต้องการให้นายอภิสิทธิ์สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน เพราะนอกจากบริษัทแม่จากญี่ปุ่นสั่งให้บริษัทลูกที่ออกไปลงทุนในทั่วโลกชะลอการลงทุนในทุกประเทศทั่วโลกแล้ว กรณีความวุ่นวายของการเมืองไทยถือเป็นปัญหาที่ยิ่งสร้างความไม่มั่นใจให้กับนักลงทุนญี่ปุ่นมากขึ้น เพราะปัญหาและความเสียหายของนักลงทุนญี่ปุ่นจากการปิดสนามบินสุวรรณภูมิยังสร้างความหวาดวิตกต่อนักลงทุนญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก นักลงทุนญี่ปุ่นถือเป็นความเสี่ยงในการจะเข้ามาลงทุนในไทย

นอมินีครองเมือง

กรณีของนายกษิตและนายประพันธ์ หรือการดึงผู้ที่เคยเป็นแนวร่วมพันธมิตรฯมาร่วมงานในรัฐบาลนี้จึงถือเป็นระเบิดเวลาที่พรรคประชาธิปัตย์สร้างขึ้นเองและต้องรับผิดชอบแล้ว ยังต้องย้อนกลับไปถึงคำพูดของนายอภิสิทธิ์ที่ประกาศว่าจะลดเงื่อนไขความขัดแย้งทางการเมืองและสร้างความสมานฉันท์ โดยยึดในนิติรัฐและนิติธรรมอย่างเสมอภาคว่ามีความจริงใจหรือไม่ เพราะกรณีของพันธมิตรฯแทนที่พรรคประชาธิปัตย์จะเร่งสะสางข้อกล่าวหาและคดีความต่างๆ กลับแต่งตั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับพันธมิตรฯโดยไม่สนใจเสียงคัดค้านใดๆเลย เหมือนเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่ถือว่ามีอำนาจเหนือกฎระเบียบต่างๆที่สามารถกระทำการใดๆก็ได้

ขณะที่ภาพของรัฐบาลที่ถูกประณามเป็น “รัฐบาลไฮแจ๊ค” ที่ไม่มีความสง่างามแล้ว รัฐบาล “มาร์ค 1” ยังเต็มไปด้วยภาพของ “นอมินี” กลุ่มการเมืองและอดีตนักการเมืองที่เคยถูกประณามว่าทุจริตคอร์รัปชัน เลวทรามและชั่วช้าสารพัด วันนี้ต่างก็เปิดเผยตัวให้ประชาชนได้เห็นอย่างไม่ละอาย

ลดแลกแจกแถม

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์แม้จะยืนยันว่าการได้เป็นรัฐบาลเป็นไปตามกลไกระบอบประชาธิปไตยที่พรรคการเมืองใดสามารถรวบรวมเสียงได้มากที่สุดก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ก็ตาม แต่ภาพที่นายอภิสิทธิ์กอดนายเนวินและแถลงข่าวการย้ายข้างสลับขั้วกับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าพรรคประชาธิปัตย์ยอมยกกระทรวงหลักๆอย่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคมให้กลุ่มเพื่อนเนวิน ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนถึงการแลกเปลี่ยนประโยชน์กับกลุ่มเพื่อนเนวิน

นอกจากนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังต้องจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญอย่างกระทรวงพาณิชย์ให้พรรคภูมิใจไทย ทั้งที่เป็นกระทรวงสำคัญด้านเศรษฐกิจ ท่ามกลางคำถามจากภาคเอกชนว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ รวมทั้งการทำงานที่จะต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องรับศึกหนักในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

แต่ทั้งหมดคงไม่เป็นประเด็นร้อนเท่ากับการแต่งตั้งผู้ที่เป็นแนวร่วมสำคัญของพันธมิตรฯมาร่วมรัฐบาล แม้พรรคประชาธิปัตย์จะยืนยันว่าไม่ใช่การต่างตอบแทน และคนเหล่านี้เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ก็ตาม แต่คงยากที่จะทำให้คนทั่วไปเชื่อว่าไม่ได้เป็น “โบนัส” แม้แต่ พล.ต.สนั่นที่เป็นแกนนำสำคัญในการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลยังต้องออกมาเตือนพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ ทั้งคดียึดสนามบินที่ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะเรียกความเชื่อมั่นจากนานาชาติกลับคืน รัฐบาลก็ไม่เข้าไปเร่งรัด แต่กลับพุ่งเป้าไปกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว

แม้แต่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลใช้งบประมาณกว่า 100,000 ล้านบาท ด้วยการแจกเงินประชาชน ก็ถูกวิจารณ์อย่างมากว่าเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเพื่อหวังผลทางการเมืองมากกว่า แม้แต่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ซึ่งเป็นองค์กรเศรษฐกิจที่ได้รับความเชื่อถือ ยังประณามว่ารัฐบาลอ่อนหัดอย่างมากในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

แม้นายอภิสิทธิ์จะประกาศกฎเหล็ก 9 ข้อที่จะจัดการเด็ดขาดกับรัฐมนตรีที่มีพฤติกรรมทุจริตหรือบกพร่องในหน้าที่ แต่จากมหกรรม “ลดแลกแจกแถม” ดังกล่าวก็ต้องถามว่าแล้วประชาชนจะตรวจสอบรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างไรว่าบริหารโดยสุจริต ชอบธรรม และโปร่งใส เพราะแม้แต่สื่อมวลชนเองนอกจากดูเหมือนจะเห็นดีเห็นงามกับการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้แล้ว ยังละเลยที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นว่างบประมาณนับแสนล้านที่กำลังตำน้ำพริกละลายแม่น้ำอยู่ในขณะนี้เกิดประโยชน์หรือสร้างความเสียหายอย่างไรให้กับประเทศชาติและประชาชน

เพราะประชาชนจำนวนไม่น้อยยังชื่นชมยินดีกับเงินที่รัฐบาลหยิบยื่นให้ ทั้งที่ผลประโยชน์มหาศาลนั้นกลับตกอยู่กับนักการเมืองไม่กี่คน ก็ต้องยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเก่าแก่ที่สุดและเก๋าที่สุดจริงๆ แม้แต่การเมืองใหม่ก็ต้องชิดซ้ายกับการเมืองพันธุ์ใหม่ที่น่าจะเรียกว่า “การเมืองพันธุ์พิสดาร”

จักรภพ เปิดใจเกี้ยวกับคดีหมิ่นเบื่องสูง ที่ สนง อัยการสูงสุด หาฟังไม่ได้จากสื่อทั่วไป ช่วงที่ 1

ที่มา cbnpress

จักรภพ เปิดใจเกี่ยวกับคดีหมิ่นเบื่องสูง ที่ สนง อัยการสูงสุด หาฟังไม่ได้จากสื่อทั่วไป ช่วงที่ 2

ที่มา cbnpress

ทักษิณ คนรากหญ้าตัวจริงเสียงจริง อภิสิทธิ์ พระเอกลิเกอำมาตย์ตัวจริงเสียงจริง

ที่มา thaifreenews

โดย : เสียงประชาไทย

เวลาฝนตก ฟ้าร้อง ต้องคอยหาที่กำบังหลบฝน แม้แต่ในบ้านตัวเองยังต้องช่วยกันหาถังน้ำ กะละมังมาช่วยกันรองน้ำฝนที่รั่วมาจากหลังคาบ้าน (เพราะมีบ้านแค่พอหลับนอนไม่ได้เอาไปอวดใครที่ไหน)
หากวันไหนพายุลมแรง ไฟฟ้าดับก็ต้องช่วยกันหาเทียนมาจุดรอไฟฟ้าเมื่อไหร่จะมา บางทีอาจจะต้องรอถึงหลายชั่วโมง หรือข้ามไปอีกวันหนึ่งเลยกว่าเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าจะมาซ่อมแซม(ต่างจากในเมืองที่บางแห่งมีระบบไฟฟ้าสำรองไว้อยู่แล้ว)

เวลาอากาศร้อนก็ร้อนจนแสบเนื้อตัวไปหมด เหยื่อไหลจนเสื้อเปียกหมดก็ต้องนอนทั้งอย่างนั้น พัดลม1ตัวส่ายไปมาเพื่อจะได้ทั่วถึงกันทั้งครอบครัว
กลางวันก็ต้องพากันหลบแดดไปอยู่ตามต้นไม้ บ้างก็ต้องเอาน้ำรดใต้ถุนบ้านให้เปียกเพื่ออุณหภูมิบนบ้านจะได้เย็นลงบ้าง

เวลาลมหนาวพัดผ่านข้ามาทีไรก็หนาวซะจนจับขั้วหัวใจ เสื้อกันหนาวตัวนึงใส่ได้เป็นอาทิตย์โดยไม่ต้องซัก(บางคนทั้งชีวิตของเขามีเสื้อกันหนาวตัวเดียวหรือบางคนอาจจะไม่มีเลย)
ไม่ต้องแปลกใจทำให้คนที่หนาวตายมากที่สุดคือคนรากหญ้าอย่างพวกผมนี่ละ

นี่ละครับ คนรากหญ้า ชีวิตผมเองก็ผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาหมดแล้ว

แต่ที่บอกไปนี่ก็ไม่ได้อยากให้ใครมาสงสารอะไรหรอกนะครับแค่อยากให้คนบางคน บางพวกได้รับรู้ไว้ว่า
ที่พวกคุณบอกว่ารักประเทศ รักประชาชน เข้าใจปัญหาของประชาชนแต่ทำไมเรื่องพวกนี้พวกคุณอาจจะไม่รู้เลยหรือรู้แต่ไม่เคยจะมาช่วยแก้ไขอะไรเลย นอกจากไปเอาอกเอาใจพวกเดียว กลุ่มทุนของตัวเอง หาผลประโยชน์ใส่ตัวเองเท่านั้น

คนรากหญ้าเขาไม่ได้โง่นะครับ
คนรากหญ้าไม่ค่อยรู้เรื่องเศรษฐกิจคุณก็หาว่าเขาโง่ คุณยังคิดว่าตัวเองไม่ผิดที่ไปดูถูกเขา คุณยังภูมิใจที่ฉลาดกว่า
แล้วที่คุณไม่รู้เรื่องการปลูกข้าว ดำนาละ ชาวรากหญ้าก็ด่าว่าคุณโง่ได้เหมือนกันล่ะสิ คนรากหญ้าก็ยังฉลาดกว่าคุณในเรื่องปลูกข้าวละ

คนรากหญ้าเขาก็มีความฉลาดในแบบของเขา วิถีชีวิตแบบบ้านๆที่ไม่เคยมีใครมาสนใจเลย(แต่กลับยกมาเป็นนโยบายในการหาเสียงตลอด "ผมจะทำเพื่อพี่น้องประชาชนของผม" พูดทำHere!!! อะไรในเมื่อพอได้เป็นแล้วก็ไม่เคยมาสนใจ)

วิถีชีวิตแบบบ้านๆนี่ละที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความเกื้อกูล พวกเราชาวรากหญ้าไม่เคยแบ่งข้างกัน พวกเรารักกันตลอดเวลา ใครมีความทุกข์ ต้องการความช่วยเหลือ พวกเราก็ต่างพร้อมใจกันมาช่วย พวกเราชาวรากหญ้าทุกคนมีความละอายแก่ใจฝังอยู่ในตัวเองทุกคน (ฉะนั้น คนรากหญ้าจริงๆไม่มีใครเป็นพวกพัธมิตรแน่นอน เพราะพวกพันธมิตรมันไม่เคยมีความละอายแก่ใจ)

ทำไม คุณทักษิณถึงได้หัวใจคนรากหญ้าไปครอง
ก็เพราะงี้ไงละครับ
คุณทักษิณ เขาเคยใช้วิถีชีวิตแบบบ้านๆมาก่อน
คุณทักษิณ เคยวิ่งเล่นด้วยตีนเปล่า นอนกลิ้งโคลนมาก่อน
คุณทักษิณ เคยอยู่ในสังคมชาวรากหญ้ามาก่อน
ต่างกับมาร์คแมลงสาบ
ชีวิตนี้ของมันวนเวียนอยู่แต่ในป่าคอนกรีต
อยู่ในสังคมแห่งการแข่งขัน แก่งแย่งชิงดีกัน
โดยไม่สนใจใครแม้กระทั่งญาติของตัวเอง

สิ่งเหล่าจะผ่านมาทางแนวคิดลึกๆของจิตใจของคนเรา(หรือเรียกว่าสันดานดิบของคน มันมักจะแสดงออกมาทางการกระทำมากกว่าคำพูด )

ฉะนั้น เมื่อคุณทักษิณได้เป็นนายก เขาจึงให้ความสำคัญกับคนรากหญ้ามากที่สุด แล้วคนรากหญ้าเขาก็รักคุณทักษิณมากที่สุดเพราะช่วยกระดับวิถีชีวิตของเขาให้ลืมตาอ้าปากได้โดยไม่ต้องใช้ชีวิตไปวันๆ

ดังนั้น เมื่อคนชื่อ อภิสิทธิ์ได้เป็นนายก แม้ว่าเขาต้องการจะทำประชานิยม เพียงแค่ลมปากที่พูดออกมามันไม่ได้ทำให้คนรากหญ้าเขารักได้หรอก แย่ยิ่งกว่าอภิสิทธิ์กลับให้ความสำคัญกับพวกของตนเองมากกว่า

นี่ละครับคือสันดานดิบของคนเรา

สันดานดิบของทักษิณคือรากหญ้า เขาจึงให้ความสำคัญกับคนรากหญ้าอย่างแท้จริง

สันดานดิบของอภิสิทธิ์คือความเห็นแก่ตัว เห็นแก่พวกตัวเอง การกระทำของเขาจึงสวนทางกับคำพูด
ที่ว่า ผมจะนำความยุติธรรมมาสู่ประชาชน ผมจะนำความเสมอภาคมาสู่ประชาชน
แต่!!! ทุกวันนี้กลับมี ดับเบิ้ลสแดนดาร์ด ให้เห็นกันมากที่สุดและหน้าด้านที่สุดในยุคของ นายกแมลงสาบที่ชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ!!!

Friday, January 16, 2009

ดีทีวีผุดทีมพิเศษล่า"แดงทรยศ"เปิดตัวนายทุนหนุนเครื่องดื่มชูกำลัง เสื้อแดงแห่ไล่"ไพฑูรย์"ตร.ยืนดูเฉย

ที่มา มติชนออนไลน์
"ณัฐวุฒิ"เผยดีทีวีตั้งทีมเฉพาะกิจตาม"เสื้อแดงทรยศ"เคลื่อนไหว จวก"สันหลังหวะ"เดือดกว่า ปชป. เปิดตัวนายทุนเจ้าของ"มิตซูชิต้า"หนุนเครื่องดื่มชูกำลัง ยันไม่ได้ทุนจาก"แม้ว" กลุ่มรักเชียงใหม่แห่ไล่"ไพฑูรย์" ตร.ยืนดูเฉย


นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี รมว.มหาดไทยจะตั้งหน่วยงานติดตามความเคลื่อนไหวของดีทีวี เมื่อวันที่ 16 มกราคม ว่า ไม่มีปัญหาหากเห็นว่าเป็นภารกิจสำคัญเร่งด่วนกว่าการแก้ไขปัญหาของประชาชน ซึ่งทางดี สเตชั่น ก็กำลังจะตั้งทีมงานเฉพาะกิจขึ้นมาติดตามการปฏิบัติงานของนักการเมืองที่หักหลังประชาชน คือ นอกจากจะติดตามถ่ายทอดสดความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงแท้ในการชุมนุมต่างๆ แล้ว จะมีการติดตามการเคลื่อนไหวของเหล่าเสื้อแดงทรยศเหมือนกัน


"ช่วงหลังจะเห็นได้ชัดว่าเมื่อมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ว่าทางใด จะมีปฏิกิริยาของคนที่เคยอยู่ร่วมกันออกมามากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นอาการของคนสันหลังหวะ ที่กลัวว่าประชาชนจะตรวจสอบ กดดันและต่อต้านอย่างรุนแรงในพฤติกรรมที่ได้ทำเอาไว้" นายณัฐวุฒิกล่าว


ขณะที่ นายสมหวัง อัสราษี ประธานบริษัท สแกนเนอร์ อิเลคทริค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เจ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้า "มิตซูชิต้า" และเป็นผู้สนับสนุนหลักเครื่องดื่มชูกำลังความจริงวันนี้ กล่าวว่า อยู่ในกลุ่มของแกนนำคนเสื้อแดงคนหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงนั้นไม่มีแบ๊ค ไม่มีทุน โดยเฉพาะทุนจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้นไม่เคยมีเลย แกนนำจึงมานั่งคุยถึงการต้องต่อสู้ในระยะยาว จึงเสนอให้ลงทุนผลิตเครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งตนเคยตั้งบริษัท กรุงสยาม เครื่องดื่ม จำกัด ส่งออกมานับสิบปี และได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ ปัจจุบันยกให้เป็นของลูกชาย


นายสมหวังกล่าวว่า คำนวณเอาไว้ว่าหากคนเสื้อแดงช่วยกันสนับสนุนเครื่องดื่มชูกำลังความจริงวันนี้ ในระยะเวลาภายใน 3-6 เดือน จะมีกำไรมากพอสำหรับสนับสนุนการเคลื่อนไหวได้ส่วนหนึ่ง แต่เท่านั้นยังไม่พอเคลื่อนไหวระยะยาว ทางแกนนำจึงกำลังจะลงทุนเพิ่มเติมเพื่อผลิตน้ำผลไม้ความจริงวันนี้ น้ำดื่มความจริงวันนี้ และน้ำเกลือแร่ความจริงวันนี้ นำผลกำไรมาสนับสนุนเคลื่อนไหวได้เต็มที่


เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงการเปิดสถานีโทรทัศน์ ดี สเตชั่น หรือดีทีวี ของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นการสร้างปัญหา ต้องมองในแง่ดีว่าเป็นช่องทางที่จะมีการสะท้อนข้อมูลข่าวสารมาถือเป็นเรื่องดี ตราบใดที่ยังไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายให้กับประเทศ รัฐบาลก็จะไม่มีอคติก่อน ซึ่งจะไม่จับตาดูเป็นพิเศษ เพราะดูธรรมดาก็เห็นอยู่ทุกวัน เนื่องจากกลุ่มนี้ตั้งใจให้เห็นอยู่แล้ว ส่วนกรณีการตั้งวอร์รูมขึ้นมาติดตามโดยกระทรวงมหาดไทยนั้น ก็เป็นภาระหน้าที่ของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องจัดการดูแลว่าการจัดรายการทีวีไปทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนอย่างไร


ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของเอเอสทีวีที่มีการปลุกระดมอยู่จะมีการควบคุมอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ต้องควบคุม ใครทำความผิดก็ดำเนินคดีกันไป เมื่อถามว่ายังไม่เห็นมีการดำเนินคดีอะไร นายสุเทพกล่าวว่า "ก็รัฐบาลที่แล้วไม่ดำเนินคดีเอง ส่วนรัฐบาลนี้ประกาศชัดเจนว่า ใครทำผิดก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย"


เมื่อถามว่า ดีสเตชั่น มีกลุ่มอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และคนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามาดำเนินการจำนวนมาก เป็นการส่งสัญญาณอะไร นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรก็เป็นการต่อสู้ทางการเมืองตามปกติ


นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณี ร.ท.หญิงสุนิสา เลิศภควัตร นายทหารสังกัดสำนักงานเลขานุการกองทัพบก ร่วมเป็นหนึ่งในผู้ดำเนินรายการว่า ต้องรอดูก่อน เพราะข้าราชการมีสิทธิที่จะดำเนินรายการได้ แต่ถ้าทำในลักษณะวิจารณ์รัฐบาล ในสิ่งที่ไม่เป็นความจริงนั้นทำไม่ได้และเป็นเรื่องไม่เหมาะสม


ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงยังคงใช้ยุทธวิธีกระจายกำลังตามขับไล่คณะรัฐมนตรีที่ไปปฏิบัติภารกิจตามที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยมีเป้าหมายเรียกร้องให้ยุบสภา ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 16 มกราคม ที่ จ.เชียงใหม่ นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม พร้อมคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานเชียงใหม่ ด้วยเที่ยวบินทีจี 1106 ของบริษัท การบินไทย เพื่อไปปฏิบัติภารกิจที่สำนักงานอุตสาหกรรม จ.ลำพูน ได้มี น.ส.กัญญาภัค มณีจักร สมาชิกกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 พร้อมพวก 3 คน ซึ่งโพกผ้าแดงเดินทางมารอขับไล่นายไพฑูรย์ แต่คณะนายไพฑูรย์เดินทางไปยังลานจอดรถโดยไม่ผ่านเส้นทางขาออกตามปกติ น.ส.กัญญาภัคและพวกจึงออกมาที่ลานจอดรถ จากนั้น น.ส.กัญญาภัควิ่งเข้าไปตะโกนด่านายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงแรงงานฯ และโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมระบุว่าชาวเชียงใหม่ไม่ต้อนรับรัฐบาล โดยมีตำรวจจาก สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 10 นาย ดูแลความปลอดภัย แต่ไม่ได้เข้าห้ามปรามแต่อย่างใด


วันเดียวกัน นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ได้มอบนโยบายให้กับข้าราชการกรมพัฒนาชุมนุม ที่โรงแรมปรินซ์ตัน ปาร์ค สวิท ดินแดง ว่า ต้องการให้ข้าราชการในกรมพัฒนาชุมนุมทั่วประเทศรณรงค์ สร้างความสมานฉันท์ในพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำความเข้าใจกับแกนนำผู้ชุมนุม ขอยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการสกัดกั้น สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ปกติ แม้รัฐบาลชุดนี้จะเป็นไปตามประชาธิปไตย แต่ยังมีปัญหาแตกแยกทางความคิดจึงต้องการขอความร่วมมือทั้งข้าราชการกรมพัฒนาชุมชน กรมการปกครอง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมมือกัน เพราะทั้ง 3 กรมมีความใกล้ชิดกับประชาชน และจะต้องทราบดีว่าประชาชนต้องการอะไร


"ร่วมไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด จะต้องรู้ว่าในพื้นที่ของตนใครเป็นแกนนำในการชุมนุม และผู้ว่าฯจะต้องเชิญแกนนำมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ไปปิดกั้นการชุมนุม แต่การชุมนุมต้องทำบนพื้นฐานกฎหมาย ขอให้ข้าราชการเข้าใจว่า การปฏิบัติหน้าที่อาจจะเสียเวลานอกราชการไปบ้าง แต่ก็เพื่อความสมานฉันท์ของคนในประเทศ สำหรับการลงพื้นที่ของตนนั้น ขอรอดูสถานการณ์ไปก่อน เพราะตอนนี้ยังมีการปาไข่อยู่" นายบุญจงกล่าว

นิพิฏฐ์โผล่ต้านดีทีวี ไม่เห็นด้วยสถานีข่าว 24 ชม.

ที่มา ไทยรัฐ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าววันนี้ (16 ม.ค.) กรณีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดตัวสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ดีทีวี ว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่แรก หากใครจะเปิดสถานีข่าวทางการเมือง 24 ชั่วโมง 100 เปอร์เซนต์ เพราะจะทำให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย หรือเกิดความขัดแย้งในสังคม มากกว่าความสมานฉันท์ กรณี ประกาศตัวเป็นศัตรูกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตนเห็นว่าจะเป็นการสร้างความขัดแย้งมากขึ้น หากต้องการจะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลก็มีสิทธิ์ที่จะทำได้ตามกฎหมาย ไม่ใช่การประกาศตัวเป็นศัตรูเช่นนี้

ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ตอนที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านก็เรียกร้องมาตลอดว่ารัฐบาลควรเปิด โอกาสให้ใช้พื้นที่สื่อ แก่ฝ่านค้านด้วยดังนั้นเมื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเราจึงเปิดโอกาสให้ ผู้นำฝ่ายค้าน ใช้สื่อของรัฐได้เพื่อพูดคุยกับประชาชน แต่การที่พรรคเพื่อไทยยังไม่มีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็เป็นเรื่องภายในที่ต้องไปจัดการให้ได้ก่อน แต่รัฐบาลใจกว้างอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายนิพิฏฐ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ มีการจ่ายเงิน 80 ล้านบาท แลกเก้าอี้รัฐมนตรี ทำให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ต้องออกมาห้ามปราม ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของสื่อ ทำให้ช่วงที่ผ่านมา นายนิพิฏฐ์ ต้องหยุดการให้ความเห็นด้านการเมือง

ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ดำเนินรายการ "ความจริงวันนี้" ทางสถานีโทรทัศน์ ดีทีวี กล่าวกรณี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการนำเสนอเนื้อหารายการของสถานีโทรทัศน์ดีทีวี ว่า หากกระทรวงมหาดไทยเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และให้ความสำคัญกับ สถานีโทรทัศน์ดีทีวีถึงขั้นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบก็ทำไป พร้อมให้ตรวจสอบ แม้ส่วนตัวจะเห็นว่ากระทรวงมหาดไทยมีเรื่องปากท้อง บำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ กลับไม่ยอมเร่งกระทำก็ตาม

"ทำไม รัฐบาลไม่ตรวจสอบนักการเมืองที่หักหลังประชาชน และตรวจสอบการกระทำของพันธมิตรฯ แต่กลับมาสนใจ ดีทีวี ที่ดำเนินการทุกเรื่องโปร่งใส ไม่มีลับลมคมในเหมือนรัฐบาล เนื้อหาสาระของรายการ ก็เป็นเรื่องตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลที่คอยหาประโยชน์กับประชาชน ไม่ทราบว่าทำไมคนในรัฐบาลกลัวเรื่องนี้กันนัก" ผู้ดำเนินรายการ "ความจริงวันนี้" กล่าว

ผู้ดำเนินรายการ "ความจริงวันนี้" กล่าว ต่อกรณี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ระบุว่า หากการดำเนินรายการของ สถานีโทรทัศน์ดีทีวี เข้าข่ายผิดกฎหมาย ก็ต้องเข้าไปตรวจสอบ ว่า คำว่าความผิดของนายสุเทพ อยู่ตรงไหน เพราะสถานีโทรทัศน์ดีทีวี จะไม่มีการถ่ายทอดสดการปิดสนามบิน หรือปิดทำเนียบรัฐบาล เหมือนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่รัฐบาลยังไม่ดำเนินการอะไรเลย ยืนยันว่า จะไม่ทำเหมือนกับ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี แน่นอน ยอมรับว่า รายการของ สถานีโทรทัศน์ดีทีวี ส่วนหนึ่งจะเป็นการสื่อสารระหว่างคนเสื้อแดงที่ต้องการออกมาต่อต้านรัฐบาล ที่มาโดยไม่ชอบธรรม

วันเดียวกัน นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ ดีทีวี ในวันที่ 19 ม.ค. ว่าไม่ได้รู้สึกกังวล ว่าจะเป็นการล้มล้างรัฐบาล เพราะการทำงานของรัฐบาลจะเป็นตัววัดอายุมากกกว่าการโจมตีทางการเมือง

เพื่อนเนวินปัดทุ่ม3ล้านตกเขียวเด็กพท.

ที่มา ประชาทรรศน์

"บุญจง"ปัดข่าวจ่าย 3 ล้านตกเขียวเด็กเพื่อไทย แจง ส.ส.อีสานแห่ร่วมงาน"ภูมิใจไทย"แค่ร่วมแสดงความยินดี "คนสนิทเนวิน"ชี้พวกไม่หวังดีปูดข่าวดิสเครดิต "เพื่อแผ่นดิน"ระบุ"สุชาติ"โผล่แจมเปิดตัว ภท.เหตุมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับ"เนวิน ด้านว่าที่หัวหน้าพรรคยัน เรตติ้งดีไม่มีตก ย้ำทุกกระแสเป็นเพียงข่าวลือ

วันนี้ (16 ม.ค.) นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าพรรคภูมิใจไทยจ่ายเงิน 3 ล้านบาท เพื่อดูด ส.ส.เพื่อไทยว่า ไม่เป็นความจริงและไม่รู้ว่าเจตนาคนปล่อยข่าว อย่างไรก็ตาม ข่าวลือก็คือข่าวลือ และขณะนี้ การย้ายพรรคก็ไม่สามารถทำได้ นอกจากนี้ พรรคคงไม่มีเงินมากพอที่จะดูด ส.ส. ส่วนการที่ ส.ส.กลุ่มอีสาน พรรคเพื่อไทย เดินทางมาวันแถลงข่าวเปิดตัวกลุ่มเพื่อนเนวินของพรรคภูมิใจไทยนั้น เพียงแค่ต้องการมาแสดงความยินดี

ด้าน นายทรงศักดิ์ ทองศรี คนสนิทนายเนวิน ชิดชอบ กล่าวว่า คนที่ปล่อยข่าวดังกล่าวต้องการดิสเครคิตพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นพรรคใหญ่ แต่ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสคุยกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจริง ก่อนพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล แต่เมื่อได้ตั้งรัฐบาลแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องจ่ายเงินเพื่อดูด ส.ส. พรรคเพื่อไทยอีก

วันเดียวกัน นายพิเชษฐ์ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงการณีที่นายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ ไปร่วมแสดงความยินดีในงานแถลงข่าวเปิดตัวกลุ่มเพื่อนเนวินของพรรคภูมิใจไทยว่า ยังไม่ได้คุยกันถึงเรื่องอนาคตทางการเมือง เพราะคิดว่ารัฐบาลชุดนี้น่าจะอยู่ได้ยาว

ด้านนายอิสสระ สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อนาคตพรรคภูมิใจไทยจะเป็นพรรคขนาดใหญ่อันดับสาม แต่ไม่เชื่อว่าภูมิใจไทยจะกล้าตีจากรัฐบาลประชาธิปัตย์ เนื่องจากต้องใช้เวลาในการสร้างบารมีในพื้นที่ว่าส.ส.พรรคเหล่านั้นไม่ได้ทรยศพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และไม่เชื่อว่าจะเติบโตเป็นพรรคที่มีส.ส.เกินร้อยคน ทั้งนี้ ในอนาคตหากมีการเลือกตั้งภูมิใจไทยก็คงต้องแข่งขันกับประชาธิปัตย์ แต่ไม่เชื่อว่าภายใน 3 ปีนี้ ภูมิใจไทยจะโตขึ้นมาจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคประชาธิปัตย์ได้ พร้อมยอมรับว่า การหาเสียงในภาคอีสานของพรรคมีปัญหา อนาคตก็ยังเป็นการต่อสู้กับระหว่างพรรคเพื่อไทยกับภูมิไทย แต่เชื่อว่าเมื่อนโยบายลงพื้นที่แล้ว คะแนนเสียงของพรรคในภาคจะดีขึ้น

ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีระกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และว่าที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวปฏิเสธ กระแสข่าวการซื้อตัวส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้เข้ามาสังกัดพรรคของตน โดยระบุว่า กระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ทุกอย่างเป็นเพียงข่าวลือทั้งสิ้น เพราะพรรคภูมิใจไทย มีเรตติ้งที่ดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำการซื้อตัวส.ส.เพื่อให้เข้ามาสังกัดพรรคตามที่มีการนำเสนอข่าวออกไป