ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, November 28, 2009

ยังไม่เลิกช่วยเขมร กู้1,400ล้าน มาร์คเสียงอ่อน

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_49767

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกฯ อ้างเขมรแจ้งขอยกเลิกขอกู้ 1,400 ล้าน เป็นเรื่องเข้าใจผิด ยันไทยยังไม่ยกเลิกโครงการให้ความช่วยเหลือ ทางการกัมพูชาอาจวิตกกังวลไปเอง โฆษก ปชป.คุยสัมพันธ์ไทย-เขมรเริ่มคลี่คลาย

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ระบุว่ารัฐบาลกัมพูชา ได้แจ้งขอยกเลิกสัญญากู้เงิน เพื่อปรับปรุงถนน จำนวน 1,400 ล้านบาทจากรัฐบาลไทย ว่า เป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะไทยยังไม่ยกเลิกโครงการให้ความช่วยเหลือ และทางการกัมพูชาอาจวิตกกังวลไปเอง

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อถึงการช่วยเหลือนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทยที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุม ว่า รัฐบาลยืนยันว่า จะยังคงเดินหน้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และนางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดาของนายศิวรักษ์ อจะได้เข้าร่วมเข้าฟังคำพิพากษาคดี ในวันที่ 8 ธ.ค. ส่วนการบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร วันแรก ประเมินแล้ว ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติ ส่วนจะยกเลิกหรือไม่ จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันอังคารที่ 1 ธ.ค.

ด้าน นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีรัฐบาลกัมพูชาแจ้งขอยกเลิกสัญญากู้เงิน เพื่อปรับปรุงถนน จำนวน 1,400 ล้านบาท ที่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลไทย เมื่อเดือนส.ค. ว่า จะไม่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา เพราะรัฐบาลกัมพูชาเป็นฝ่ายขอกู้เงินจากประเทศไทย และรัฐบาลไทยก็ยังไม่ได้ระงับการช่วยเหลือ พรรคประชาธิปัตย์ยังได้ประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา จะเริ่มคลี่คลายลง

"การที่รัฐบาล กัมพูชาอนุญาตให้มารดานายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทย ที่ถูกจับกุม เข้าเยี่ยมบุตรชาย และความสำเร็จของการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนร่วม (GBC) ไทย-กัมพูชา เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า การเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้เกิดรอยร้าวในระดับฝ่ายความมั่นคง ไม่ประสบผลสำเร็จ" โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อกรณี นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แนะให้ไทยเป็นฝ่ายเริ่มเจรจากับกัมพูชาก่อน นั้น การเป็นฝ่ายเจรจาก่อนหรือหลัง ไม่ใช่สำคัญเท่ากับการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคงเคลื่อนไหว โดยใช้ต่างประเทศโจมตีไทย

เมื่อทักษิณซูเอี๋ย กับระบอบอำมาตยาธิปไตย

ที่มา thaifreenews

บทความโดย..ลูกชาวนาไทย


เหตุการณ์ทางการเมืองในสัปดาห์นี้ รู้สึกว่า ความรู้สึกที่หวั่นไหวกันในหมู่คนเสื้อแดง ที่ผมพอจะสัมผัสได้ในเว็บบอร์ดคือ การมีข่าวว่า ท่านทักษิณ ชินวัตร จะมีการเจรจา กับ พล..เปรม ติณสูลานนท์ เพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมืองไทย ที่กำลังขัดแย้งกันอย่างรุนแรงหาทางออกไม่ได้นี้

กระแสนี้ก็เลยสร้างความหวั่นไหว ให้คนเสื้อแดงกลุ่ม "ก้าวหน้าค่อนข้างมาก" ที่คิดว่า หากทำอย่างนั้น เท่ากับว่าคนเสื้อแดงจะพ่ายแพ้ทางการเมือง มีการตกลงกันในหมู่ชนชั้นนำ เพื่อสลายความขัดแย้ง แล้วทิ้งประชาชนไม่สนใจการ "สถาปนาประชาธิปไตยที่สมมบูรณ์ อย่างที่คนเสื้อแดงกำลังต้องการอยู่ในขณะนี้”


กระแสข่าวนี้ไม่ใช่ว่า จะไม่มีมูลความจริง ผมเชื่อว่า ในสงครามจริงๆ นั้น การรบกับการเจรจา เป็นของที่ควบคู่กัน แต่ความขัดแย้งที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ไม่มีทางที่การเจรจาของคนสองสามคน จะทำให้สถานภาพความขัดแย้งเเปลี่ยงแปลงกลับไปสู่ความราบเรียบเหมือนก่อนเกิดวิกฤติการณ์ทางการเมืองได้ เนื่องจาก ความขัดแย้งที่ต่อเนื่องและยาวนาน ใช่ว่า จะสามารถทำให้จบลงได้อย่างรวดเร็วไม่ หากหลายๆ ฝ่ายที่เข้ามาสู่วังวนของความขัดแย้ง ยังไม่พึงพอใจ สถานการณ์ ความวุ่นวายก็ยังไม่มีทางที่จะจบสิ้น

กรณีคุณทักษิณนั้น การเจรจากับกลุ่มอำมาตย์ ผมคิดว่าเป็นอะไรที่วนไปวนมา ไม่มีทางหาข้อสรุปได้ เพราะปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ตัวคุณทักษิณ แต่มันอยู่ที่ "ชื่อเสียง เกียรติภูมิของคุณทักษิณ" ที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าตัว แม้ว่าคุณทักษิณ จะยอมรับยุติบทบาททางการเมืองอย่างที่อำมาตย์ต้องการ สถานการณ์ก็ไม่ใช่จบลงอย่างที่คิด เพราะประชาชน ผู้นำทางการเมืองต่างๆ ยังต้องการใช้ "ชื่อเสียงและเกียรติภูมิของคุณทักษิณ" เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมือง เพื่อต้องการชนะเลือกตั้ง เขาก็ต้องใช้ชื่อเสียง Legacy ของคุณทักษิณ เพื่อรณรงค์ทางการเมือง สุดท้ายสิ่งที่อำมาตย์ต้องการทำลาย ไม่ใช่ตัวทักษิณแต่เป็น Legacy ของทักษิณ ที่พยายามทำลายมากว่าสามปี ซึ่งสุดท้ายก็ยังทำลายไม่ได้ แต่มันเข็มแข็งขึ้นเรื่อยๆ

Legacy ที่เข็มแข็งขึ้น เขาก็ยิ่งไม่ไว้ใจคุณทักษิณ แม้ทักษิณจะไม่ทำอะไร แต่การต่อต้านของประชาชนมันก็ยังไม่จบเสียที พวกอำมาตย์ ก็ระแวงทักษิณก็หาทางกำจัด หาว่าทักษิณอยู่เบื้องหลัง

สุดท้าย การเจรจาระหว่างทักษิณกับอำมาตย์ ก็ไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด เพราะมันก็วนไปวนมาอยู่แบบนี้

ต่อให้คุณทักษิณ โดนฆ่าหรือ สังหารไป แต่ Legacy ก็ใช่ว่าจะจบ มันยิ่งแรง และยิ่งใหญ่ กลายเป็น "มหาบุรุษในตำนาน" ที่ยิ่งใหญ่ ศักดิ์สิทธิ์ และมีพลังมากขึ้นกว่าเดิม

ใครอ่านบทความเรื่อง Operation Hunter ที่ไล่ล่า กันด้วย F-16 ก็จะรู้ว่า พวกเขาคิดจะฆ่าทักษิณมากขนาดไหน

แต่หากใครดูหนังเรื่อง BraveHeart ก็จะเห็นชัดเจนว่า การฆ่า William Wallace ผู้นำปฎิวัติของคนสก็อตลงไป การลุกฮือของประชาชน ก็ไม่จบ แต่หนักหน่วงรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม ชื่อเสียง ของ Wallace ก็กลายเป็นตำนาน กระตุ้นการปฎิวัติแรงยิ่งกว่าเดิม มีคนต้องการ "สละชีวิตเพื่อมหาบุรุษในตำนาน" มากขึ้น สุดท้าย ก็ Robert Bruce ก็ใช้ Legacy ของ Wallace กู้เอกราชของสก็อตจนได้

กรณีทักษิณตอนนี้ก็ไม่ต่างกันมากมายนัก


ประเด็นต่อมาและสำคัญคือ ที่ผมคิดว่าเป็น “รากฐานของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยในขณะนี้” คือ

"ประชาชนในชนบทได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว"

พวกเขาตระหนักถึง สิทธิและพลังในการเลือกตั้งแบบเป็นกลุ่มก้อนของพวกเขาแล้ว พฤติกรรมการเลือกตั้งของคนชนบทได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง จากเลือกตัวบุคคล เป็นการเลือกพรรคแล้ว

เมื่อ "คุณสมบัติพื้นฐานของผู้เลือกตั้ง" เปลี่ยนจากการเลือกตัวบุคคล เป็นการเลือกพรรค

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างถอนรากถอนโคนก็มาถึง

เราจะไม่เห็นระบบหลายพรรคในการเมืองไทยอีกต่อไปแล้ว การแข่งขันจะเน้นในด้านนโยบาย และฝีมือการบริหาร การออกนโยบายที่เพ้อฝัน ทำไม่ได้ ก็จะไม่มีทางได้เกิดทางการเมืองอีกต่อไปได้

และที่สำคัญคือ "อำนาจการล็อบบี้ของอำมาตยาธิปไตย" ก็จะหมดไป เพราะการเมืองไม่ได้กระจัดกระจาย เป็นหลายขั้วอำนาจอีกต่อไปแล้ว แต่จะเหลือเพียงสองขั้วใหญ่ๆ คือ ฝ่ายก้าวหน้า กับฝ่ายอนุรักษ์นิยม

ทั้งสองกลุ่มนี้จะต้องแย่งประชาชนกัน ซึ่งสิ่งที่เขาจะต้องเอาไปแลกคือ การหยิบยื่นสิ่งที่ นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า "Social Welfare" หรือความมั่งคั้ง ใครเสนอได้ดีกว่า เป็นไปได้มากกว่าฝ่ายนั้นก็ได้อำนาจไปครองขั่วคราว 4 ปี

ดังนั้น ในความเห็นของผม "หากมีการเจรจากันจริง" สิ่งที่จะยุติคือ "สงครามปฎิวัติประชาชน" ที่ทำลายโครงสร้าง "สถาบันเก่าแก่" ของไทยไปเท่านั้น

แต่การปฎิรูปประชาธิปไตย จะยังดำเนินต่อไป การขจัดอำนาจของอำมาตยาธิปก็ยังจะดำเนินต่อไป

ผมว่าหากเจรจากันจริง ก็คงยุติสงครามปฎิวัติแบบฝรั่งเศสหรือรัสเซีย

แต่การปฎิรูปแบบอังกฤษ หรือญี่ปุ่นก็ยังจะดำเนินต่อไป สุดท้ายหากมีการเจรจากันได้สำเร็จ การเมืองไทยจะเป็นแบบอังกฤษ

หากไม่สำเร็จ ผมว่ามันจะยุติความขัดแย้งที่มุ่งไปสู่สงครมปฎิวัติได้ยาก เพราะมันไปในทิศทางนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ

ประชาชนเกินครึ่งประเทศ ไม่ค่อยแคร์กับ "โครงสร้างดั้งเดิม" สักเท่าไหร่แล้ว

หากเจรจากันจริง ฝ่ายเสื้อแดงที่ไม่พอใจคือ อาจเป็นกลุ่มแดงซ้าย หรือโซเชียบลิสต์ สุดกู่ แบบ อ.ใจ อึ้งภากรณ์" แต่พวกโซเชียลลิสต์ แบบกลางๆ ไม่สุดขั้วหลายคนก็คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะพวกเขารอได้

ผมคิดว่า พล.อ.ชวลิต คือคีย์แมนในเรื่องนี้

เพียงแต่ว่า กลุ่มอำมาตยาธิปไตย ที่มีทั้งสายเหยี่ยวและสายพิราบ จะเข้าใจหรือไม่เท่านั้น เข้าใจ ก็จะรักษาสถานภาพแบบอังกฤษเอาไว้ได้ หากไม่เข้าใจ ยังคิดจะเอาชนะปราบปรามประชาชนให้ราบคาบ หมุนกาลเวลาของประเทศกลับไปเหมือนก่อนปี 2549 แล้ว "หยุดกาลเวลา" เอาประเทศไว้ตรงนั้นตลอดไป

ผมคิดว่า สถานการณ์ของประเทศไทยก็จะค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปสู่สงครามปฎิวัติประชาชน มากขึ้นเรื่อยๆ

ถึงอย่างไรประเทศไทย ก็ไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมได้อีกแล้ว

สรุปคือ คนเสื้อแดงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการเจรจามากนัก

เพราะถึงอย่างไร ทุกฝ่ายก็ต้องมาเอาใจ “ประชาชน” ที่พฤติกรรมการเลือกตั้งเปลี่ยนไปแล้ว

พวกเขานอกจากจะต้องตกลงกันเองให้ได้แล้ว ก็จะถึงเวล มาเอาใจยักษ์หลับที่ตื่นขึ้นมาแล้ว คือประชาชน

หลังปี 2549 ประชาชนไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

จิตสำนึกของประชาชน ไม่ใช่ไพร่อีกต่อไปแล้ว และพวกเขาไม่กราบและบูชาพวกศักดินา ชนชั้นสูงกันอีกต่อไปแล้วด้วย

เมื่อจิตสำนึกของประชาชนเปลี่ยน โครงสร้างของสังคมจะเปลี่ยนแปลงตาม

๑๐ธันวาวันธรรมศาสตร์รักชาติไทย

ที่มา Thai E=News


เรื่องโดย อ.วิภา ดาวมณี
ออกแบบประติมากรรม อาจารย์สุรพล ปัญญาวชิระ
ออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม นายอเนก เจริญพิริยะเวศ
28 พฤศจิกายน 2552

ใกล้ ๑๐ ธันวาคมเข้ามา ชาวธรรมศาสตร์ โดยเฉพาะที่รวมตัวกันเป็นสมาคมศิษย์เก่าก็ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ มีการจัดกิจกรรมทุกๆปีจนเป็นประเพณี

ปีนี้เสื้อธรรมศาสตร์ที่เพิ่งออกมาพาให้ผู้คนแปลกใจ เพราะเป็นสีธงชาติไทย ที่มีขาวแดงน้ำเงินเป็นสีหลัก หากจะตั้งชื่อยุคสมัยให้กับความเป็นไปของธรรมศาสตร์ในบริบทของสังคมไทยปัจจุบัน ก็อาจเรียกได้ว่า ยุคธรรมศาสตร์ชาตินิยม กระมัง ภายใต้อุดมการณ์ชาตินิยมที่กำลังอบอวลด้วยสัญลักษณ์ “ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ”....

เราลองมองย้อนกลับไปเมื่อแรกตั้งธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัย ภายหลัง “การอภิวัฒน์ พ.ศ. ๒๔๗๕” คณะราษฎรได้เข้าทำการยึดอำนาจและประกาศหลัก ๖ ประการ เพื่อสิทธิเสมอภาค เสรีภาพ ความเป็นอิสระ ก่อร่างสร้างประชาธิปไตย โดยให้การศึกษากับราษฎรอย่างเต็มที่

สองปีถัดมา เมื่อ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๗ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ก็ได้ก่อตั้งขึ้น โดยมีชื่อว่า “มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง” เพื่อการศึกษาของสามัญชนในแบบตลาดวิชา

ทันทีที่เปิดก็มีผู้คนต่างหลั่งไหลเข้ามาศึกษาจากทั่วประเทศ กว่าเจ็ดพันคน มหาวิทยาลัยได้ทำหน้าที่ประดุจ “บ่อน้ำ” ที่คอยดับความกระหายของราษฎรที่แสวงหาความรู้ในทางสังคมการเมือง และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างคนรุ่นใหม่รองรับการปกครองรูปแบบใหม่ที่สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ

ยอดโดมหกเหลี่ยมที่สะท้อนความหมายหลัก ๖ ประการของคณะราษฎร จึงตั้งตระหง่านสูงเด่น เป็นสัญลักษณ์ของธรรมศาสตร์มาจนทุกวันนี้

แม้จะมีผู้หลักผู้ใหญ่บางคนจะกล่าวถึงความสำเร็จในการย้ายธรรมศาสตร์ไปยังรังสิตเมื่อเร็วๆนี้ว่า “ โดมธรรมศาสตร์ จะสำคัญอะไรนักหนา ” อาจจะเพราะมิได้เรียนรู้ หรือสนใจและให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร์ในคราวนั้น

แต่อย่างไรก็ตาม ความเป็นมาของการสถาปนามหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็คือที่มาของจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ จากวันนั้นนักศึกษาธรรมศาสตร์ก็ยิ่งเข้าไปมีบทบาททางการเมือง และในเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ร่วมกับประชาชนและผู้รักประชาธิปไตยอีกมากมาย

วันนี้หากใครได้เดินผ่านประตูรั้วของธรรมศาสตร์เข้ามาก็จะเห็นว่าด้านหน้าของหอประชุมใหญ่เรียงรายด้วย ประติมากรรมจำนวน ๘ ชิ้นงาน ซึ่งบ่งบอกลำดับเหตุการณ์ที่ธรรมศาสตร์มีความเกี่ยวข้องกับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ๑๑ เหตุการณ์ด้วยกัน

จากด้านที่ติดกับคณะนิติศาสตร์ ด้านในสุดของสวนไล่เรียงมา จะเป็นศาลาสีเงินรูปหกเหลี่ยม โปร่ง หลังคาคล้ายหลังคาตึกโดม มีเสาค้ำยัน ๖ ต้นรองรับ แทนความหมายของหลัก ๖ ประการ ซึ่งประกาศโดยคณะราษฎร คือ

๑. จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลายของประเทศไว้ให้มั่นคง

๒. จะต้องรักษาความปลอดภัยในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดลงให้มาก

๓. ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะหางานให้ราษฎรทุกคนทำ

จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก

๔. จะต้องให้ราษฎรได้สิทธิเสมอภาคกัน

๕.จะต้องให้ราษฎรมีเสรีภาพ ความเป็นอิสระ เพื่อเสรีภาพ (โดยไม่ขัดต่อหลัก 4 ประการข้างต้น)

๖. จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่กับราษฎร


ถัดมาใกล้กับกำแพงรั้วด้านพิพิธภัณฑ์ เป็นประติมากรรมนูนสูงสีทอง มีรูปโดมอยู่ตรงกลาง นักศึกษาหญิงชาย ชูตราชั่งแห่งความยุติธรรม อีกด้านหนึ่งเป็นสัญลักษณ์ธรรมจักร คัดข้อความบางตอนของหลวงประดิษฐ์มนูธรรม หรืออาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยกล่าวรายงานในวันสถาปนามหาวิทยาลัยมาไว้


โดยถือให้วันที่ ๑๐ ธันวาคมของทุกปีเป็นวันธรรมศาสตร์ ประติมากรรมชิ้นที่สองนี้จึงแทนวันธรรมศาสตร์ที่ชาวธรรมศาสตร์จะมาร่วมกันรำลึก เรียกชื่อชิ้นงานว่า “ การก่อตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง” เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญและเป็นรากฐานในการสร้างปัญญาชน และบัณทิตใหม่ เม็ดเลือดใหม่ของสังคมไทยขึ้นมารองรับระบอบประชาธิปไตย


ถัดเข้ามาตรงกลางเป็นประติมากรรมที่สะท้อนเหตุการณ์เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ ๒ เมื่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถูกใช้เป็นกองบัญชาการของขบวนการเสรีไทย และเป็นสถานที่กักกันคนต่างชาติ มีบุคลากรนักศึกษาธรรมศาสตร์และประชาชนชาวไทย ในนามของขบวนการเสรีไทยร่วมกันต่อต้านญี่ปุ่น รวมทั้งแสดงเจตจำนงค์ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลไทยที่ไปสนับสนุนญี่ปุ่นในขณะนั้น ขบวนการนี้ทำให้ประเทศไทยรอดพ้นจากการเป็นผู้แพ้ในสงคราม จึงมีภาพปืนใหญ่ และเหล่ายุวชนเสรีไทยที่อาสาสู้ศึกในลักษณะประติมากรรมลอยตัวเป็นสีดำบ่งบอกความมุ่งมั่นและอุดมการณ์ของตน


ส่วนอีกชิ้นงานหนึ่งที่นักศึกษารุ่นปัจจุบันน่าจะกลับมาค้นคว้าศึกษาเปรียบเทียบให้เกิดความรับรู้มากขึ้น ก็คือประติมากรรมสะท้อน “ ขบวนการนักศึกษาธรรมศาสตร์ ระหว่าง พ.ศ.๒๔๙๔ ถึง พ.ศ. ๒๕๐๐ ” หลายคนอาจจะรู้จักเพียง เหตุการณ์หรือขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองแบบแบ่งขั้วแบ่งสีในปัจจุบัน และประวัติศาสตร์การเมืองไทยระยะใกล้ๆ ในยุคพฤษภา ๒๕๓๕ หรือ ยุค ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖ แต่ไม่เคยรู้ว่าก่อนหน้า

หลายปีมาแล้ว ขบวนการเคลื่อนไหวของนักศึกษาไทยได้เริ่มต้นขึ้น โดยมีทั้งกระบวนวิธีคิด วิธีการทำงาน การรวมตัวจัดตั้ง มีอุดมการณ์ และจิตใจที่องอาจกล้าหาญ ควรแก่การศึกษายกย่อง ประติมากรรมชิ้นนี้จึงรวม ๓ เหตุการณ์สำคัญในเวลาใกล้ๆกันเพื่อสะท้อนภาพการเคลื่อนไหวของนักศึกษายุคนั้น

เหตุการณ์แรกคือ ภายหลังการทำรัฐประหาร ปี พ.ศ.๒๔๙๐ ธรรมศาสตร์ประสบกับความผันผวนและภัยทางการเมืองเป็นอย่างรุนแรง ต้นปี พ.ศ. ๒๔๙๒ มีเหตุการณ์กบฏวังหลวงที่ฝ่ายสูญเสียอำนาจต้องการทวงอำนาจคืน และยังเกิดเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตันในเวลาต่อมา ฝ่ายกองทัพบกจึงเข้ายึดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำให้มหาวิทยาลัยต้องอพยพไปอยู่ที่เนติบัณฑิตยสภาบ้าง ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาบ้าง

จนวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๔๙๔ นักศึกษาธรรมศาสตร์ประมาณ ๓๐๐๐ คนได้รวมตัวกันเดินขบวนเรียกร้องมหาวิทยาลัยคืนจากการยึดครองของกองทัพบก ภายใต้คำขวัญ “รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย” และได้คืนมาในวันที่ ๕ พฤศจิกายนปีเดียวกัน


เราจึงเรียกวันที่ ๕ นี้ว่าเป็นวันธรรมศาสตร์สามัคคี ซึ่งในปีนี้วันธรรมศาสตร์สามัคคีกลับเงียบเหงา เพราะอาจจะไม่ค่อย หรือไม่อาจจะสามัคคี จึงไม่มีคำขวัญเช่นวันเก่าก่อนเสียแล้ว

เหตุการณ์ที่สองในปีถัดมา พ.ศ.๒๔๙๕ นักศึกษาก็ร่วมกันรณรงค์ต่อต้านสงครามในยุคสงครามเย็น คัดค้านการส่งทหารไทยไปรบในเกาหลี เพื่อต่อต้านการขยายอำนาจอิทธิพลของจักรวรรดินิยมอเมริกา รัฐบาลยุคเผด็จการฟัสซิสต์คุกคามกวาดล้างจับกุมและคุมขัง ตั้งข้อหา กบฎสันติภาพ

นับจากปีนั้นถึงปีนี้ 50 ปีพอดี ผลจากการรณรงค์ดังกล่าวมีนักศึกษาธรรมศาสตร์ถูกจับกุมรวม ๑๙ คน กลายเป็น”ขบวนการสันติภาพ”

ส่วนเหตุการณ์ที่ ๓ นั้นเกิดจากการเลือกตั้งในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ซึ่งเป็นปีหัวเลี้ยวหัวต่อของการเมืองไทย ที่กำลังเปลี่ยนจากระบอบพิบูลสงคราม นำโดยเผด็จการทหาร จอมพล ป. ไปสู่การเมืองระบบพ่อขุนอุปถัมป์ของเผด็จการจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ภายใต้การก้าวขึ้นมามีอำนาจของสหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งฟื้นการมีบทบาทอย่างเข้มแข็งของสถาบันประเพณี ที่เรียกว่ากลุ่มอนุรักษ์นิยม นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ร่วมกับประชาชน และนักศึกษาสถาบันอื่นๆ คัดค้าน เปิดโปง และ ร่วมกันเดินขบวนประท้วงการเลือกตั้งสกปรก

จน “การเดินขบวน” ได้กลายเป็นประเพณีทางการเมือง นับเป็นขั้นสูงสุดของการสำแดงพลังนิสิตนักศึกษาประชาชนขณะนั้น ไม่ถึงกับยึดทำเนียบรัฐบาล หรือยึดสนามบินในนามขบวนการประชาชนเช่นปัจจุบัน

ในช่วงปี ๒๕๐๖ ถึง ๒๕๑๓ การเมืองไทยอยู่ในวังวนของอำนาจเผด็จการทหาร ถนอม-ประภาส-ณรงค์นักศึกษาอยู่ในฐานะอภิสิทธิชนมีความภาคภูมิใจในสถานภาพของตน และใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ นักวิชาการบางท่านเรียกขานยุคนี้ว่า “ยุคสายลมแสงแดด”

นักศึกษาธรรมศาสตร์ในยุคนี้แทบไม่มีใครทราบอดีตเลยว่า ใครเป็นผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยมีความเป็นมาอย่างไร มีประวัติอย่างไร เนื่องจากอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ลอบปลงพระชนม์ในกรณีสวรรคตของรัชกาลที่๘ และต้องลี้ภัยไปอยู่ในต่างประเทศ ทั้งยังถูกกล่าวหาว่ามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์

ในเวลานั้นนักศึกษาส่วนใหญ่จะใช้เวลาไปกับการแข่งขันกีฬา พาเหรด แบ่งสี แบ่งสถาบัน จำกัดการจัดกิจกรรมอยู่เฉพาะในแวดวงกีฬา และบันเทิงภายในรั้วมหาวิทยาลัย ไม่สนใจสังคมการเมือง และไม่ใส่ใจในทุกข์สุขของประชาชน

“ยุคสายลมแสงแดด” นี้อาจจะใกล้เคียงกับบรรยากาศในรั้วมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน ทุกๆเย็นเราจะเห็นนักศึกษาทุ่มเมกับการซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ ทั้งอาจารย์ และนักศึกษาต่างตั้งหน้าตั้งตาเรียน ตั้งตาสอน และทำงานวิจัย หมกมุ่นกับการทำรายงานและเอกสารเพื่อการประเมินคุณภาพวิชาการ จนไม่มีเวลาหันมาสนใจสังคมที่กำลังมีวิกฤตมากกมาย

หลายคนเรียกปีระหว่างรัฐประหารเมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เป็นการเริ่งกลับสู่ยุคสายลมแสงแดดอีกครั้ง หรือเรียกว่ายุคสายลมแสงแดดครั้งที่ ๒ ของธรรมศาสตร์

จนเมื่อนักศึกษาบางส่วนที่มีความตื่นตัวทางการเมืองจากกระแสต้านสงครามในเวียตนามที่สหรัฐอเมริกาใช้ไทยเป็นฐานทัพ ประกอบกับการเมืองที่เป็นเผด็จการ นักศึกษา ปัญญาชน เริ่มตั้งคำถามถึงสถานะของตนเอง ประชาคมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เริ่มมีความตื่นตัวอีกครั้งหนึ่ง

กล่าวคือ มีการสร้างกลุ่ม ชมรม องค์กรนักศึกษา ฯลฯ ในขณะเดียวกันก็เริ่มมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมในวงกว้าง แหวกรั้วมหาวิทยาลัยออกไปสู่สังคมภายนอก ทั้งในเขตเมืองและชนบท ซึ่งมีผลสะท้อนกลับคือ ทำให้นักศึกษากลายเป็นพลัง และกลุ่มกดดันทางสังคม เป็นยุคที่รู้จักกันดีในชื่อ “ยุคฉันจึงมาหาความหมาย”

จากอิทธิพลทางความคิดและบทกวีอมตะหลายๆบท และหนึ่งในบทกวีเหล่านั้นมาจากหนังสือเพลงเถื่อนแห่งสถาบัน (ปี พ.ศ. ๒๕๑๑) ของ วิทยากร เชียงกูล นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ ปี ๓ ในห้วงเวลาดังกล่าว ....นักศึกษาหลายต่อหลายคนที่ได้รับแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของตนจากบทร้อยกรองสั้นๆที่ว่า

“ ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง.....
ฉันจึงมาหาความหมาย......
ฉันหวังเก็บอะไรไปมากมาย.........
สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว”


ประติมากรรม“ยุคสายลมแสงแดด และยุคแสวงหา” เป็นโลหะฝังลงบนแท่นหิน ตั้งอยู่ตรงกึ่งกลางริมทางเดินหน้าหอใหญ่ สะท้อนสองยุคสมัยที่อยู่ตรงข้าม เสมือนด้านตรงข้ามของเหรียญเดียวกัน

ช่วงปี ๒๕๑๔ - ๑๕ ต้องถือว่าเป็นช่วงรอยต่อของการคิด ไปสู่การเคลื่อนไหว ระบบการศึกษาในมหาวิทยาลัยแก้ปัญหาให้คนจน แก้ปัญหาให้ประเทศไม่ได้ นักศึกษาหลายสถาบันที่ก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยเริ่มตั้งคำถามอย่างที่รุ่นพี่เคยตั้งคำถาม เช่นถามว่า....เราคือใคร เราเกิดมาทำไม ยิ่งไปกว่านั้นเราต้องทำอะไรบ้าง …



ก่อนเกิดเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ประมาณ ๒ ปี มีการสร้างกระแสสำนึกในหมู่นักกิจกรรมว่า โครงสร้างของตึกในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เหล็กเส้นข้างในจริงๆ มันคือกระดูกของคนทั้งประเทศ นั่นคือกระดูกของชาวนา น้ำประปาที่เราเปิดก๊อกออกมา นี่ก็คือเหงื่อของกรรมกร

นักศึกษาหรือนักกิจกรรมเหล่านั้นเชื่อกันว่า ด้วยลำพังพ่อแม่ของเรา เราไม่สามารถเรียนถึงขั้นอุดมศึกษา หรือเรียนถึงขั้นปริญญาได้ มหาวิทยาลัยเป็นผลิตผลทางประวัติศาสตร์ เป็นผลึกของอารยธรรมของประเทศของสังคมทั้งหมด มาจากการสะสมความรู้ตลอดไม่รู้กี่ชั่วอายุคน มหาวิทยาลัยมาจากเงินภาษีอากร เวลานั้นพ่อแม่ส่งให้เราเรียน ค่าเรียนที่ธรรมศาสตร์เพียงหน่วยกิตละ ๒๕ บาท มีอาจารย์อยู่เต็มมหาวิทยาลัย นักศึกษาเป็นพันๆ คนที่ได้มีโอกาสเรียน

ความรู้ที่นักศึกษาได้นอกเหนือจากตำรา คือ ความรู้จากการอ่าน จากหนังสือ จากวรรณกรรม จากห้องสมุด จากหนังสือทำมือ จากวารสารต่างๆ มีหนังสือจำนวนมากที่มีผลผลักดันให้นักศึกษาเข้าสู่การเคลื่อนไหว เช่น หนังสือของ “สด กูรมะโรหิต” ซึ่งเป็นผู้นำความคิดลัทธิสหกรณ์ในประเทศไทยคนสำคัญ

หนังสือเรื่อง ‘ขบวนเสรีจีน’ เป็นเรื่องของนักศึกษาจีนต่อต้านญี่ปุ่นในสมัยสงคราม เรื่อง ‘ระย้า’ เป็นกลุ่มคนจนลุกขึ้นมาต่อต้านคนรวย รวมไปถึงต่อต้านอำนาจรัฐ และข้าราชการคอรัปชั่น นักคิดในกระแสเสรีนิยม สังคมนิยม และแนวเศรษฐศาสตร์การเมืองรวมตัวกันผลิตหนังสือ วารสารที่ฉีกกรอบเดิมมากขึ้น และมากขึ้น เช่น สังคมศาสตร์ปริทัศน์ วารสารลอมฟาง วารสารโซตัสใหม่ที่คัดค้านระบบอาวุโสในมหาวิทยาลัย คัดค้านการที่รุ่นพี่กดขี่เอารัดเอาเปรียบรุ่นน้อง ฯลฯ

มาถึงยุคเคลื่อนไหวประมาณปี พ.ศ.๒๕๑๕ มีการเดินขบวนต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น ธีรยุทธ บุญมี เป็นผู้นำรณรงค์ให้คนทั้งประเทศใส่ผ้าดิบ เริ่มขบวนการชาตินิยมกลายๆขึ้นมา

ยิ่งไปกว่านั้นนิสิตนักศึกษายังเห็นว่า การรวมตัวกันทำอะไรให้กับสังคมนั้นเป็นไปได้ สมาชิกสภาหน้าโดมที่เป็นนักศึกษา-นักกิจกรรมของธรรมศาสตร์ได้มีส่วนอย่างมากในการคัดค้านการประกวดนางสาวไทย นอกเหนือจากการคัดค้านงานฟุตบอลประเพณีที่ฟุ้งเฟ้อ

เมื่อนักศึกษาเริ่มเคลื่อนไหว เริ่มรวมตัว ก็เริ่มตกเป็นเป้าคุกคามเสรีภาพจากผู้บริหารประเทศ สะท้อนออกชัดเจนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง รัฐบาลส่ง ดร.ศักดิ์ ผาสุกนิรันดร์ ไปเป็นอธิการบดีเพื่อควบคุมนักศึกษารามคำแหง เพราะตอนนั้นเป็นมหาวิทยาลัยเปิดเพียงแห่งเดียว

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้หมดสภาพความเป็นมหาวิทยาลัยเปิดไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่มีการสอบเข้า คนจนเริ่มได้เรียนน้อยลง คนจนส่วนหนึ่งจึงต้องไปเรียนที่รามฯ มีการเคลื่อนไหว มีการรวมกลุ่มนักศึกษา ทำให้กลุ่มอิสระของนักศึกษาทั้งหลายเริ่มมองเห็นภัยของเผด็จการที่เข้ามาแทรกแซงกิจกรรมของนักศึกษาอย่างชัดเจน

มีการชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อทวงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คืนจากรัฐบาลจอมพล ถ. จนมาถึงการเคลื่อนไหวคัดค้านประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่๒๙๙ ในเดือนธันวาคมปี ๒๕๑๕ เป็นครั้งแรกที่นักศึกษาต่อสู้กับอำนาจรัฐโดยตรง คือคัดค้านกฎหมายที่รัฐบาลเผด็จการประกาศใช้เพื่อปิดกั้นเสรีภาพ ของสื่อมวลชน โดยรัฐสามารถตรวจข่าวได้ทุกข่าว ถ้าข่าวใดที่รัฐไม่เห็นด้วยก็จะตีพิมพ์ไม่ได้

กลุ่มอิสระในธรรมศาสตร์ได้แก่ สภาหน้าโดม กลุ่มเศรษฐธรรม กลุ่มผู้หญิง ชมรมนิติศึกษา และสภากาแฟ ทั้งหมดนี้มีการนัดหมายเดินขบวนกัน โดยเริ่มชุมนุมใหญ่จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แล้วเดินเท้าไปที่จุฬาฯ เพื่อไปชวนเพื่อนนิสิตจุฬา มาร่วมชุมนุมต่อต้าน

หลายวันถัดมาก็มาชุมนุมกันที่หน้าศาลติดกับสนามหลวงจนข้ามคืน รัฐบาลถนอมจึงยอมยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติไปในที่สุด นับเป็นอีกครั้งที่นักศึกษาเริ่มเห็นพลังของตัวเอง และเป็นพลังที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวเฉพาะกับเรื่องฟุ่มเฟือยในรั้วมหาวิทยาลัย แต่เป็นพลังที่เคลื่อนไหวเพื่อผลประโยชน์ของสังคม ร่วมกับประชาชน สื่อมวลชน หนังสือพิมพ์ต่างๆ

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่จึงนำไปสู่การก่อตัวของ ๑๓ กบฏเรียกร้องเรียกร้องรัฐธรรมนูญในเดือนตุลาคม ๒๕๑๖ เพื่อประชาธิปไตยทางการเมือง

ในยุคก่อนการเคลื่อนไหว ๑๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๖ มีบทกวีเป็นจำนวนมาก ที่ทำให้คนหนุ่มสาวมีพลังในการที่จะคิดอะไรนอกเหนือไปจากกรอบที่เขาเคยคิด พลังของวรรณกรรม อยู่ที่ ‘วรรคทอง’ เช่น บทกวี ของนเรศ นโรปกรณ์ หรือ มนูญ มโนรมย์ที่ว่า......

"เพียงหวังจะเฟื่องฟุ้ง
ฤาจึงมุ่งมาศึกษา
เพียงเพื่อปริญญา
เอาตัวรอดเท่านั้นฤา

แท้ควรสหายคิด
และตั้งจิตมั่นยึดถือ
รับใช้ประชาคือ
ปลายทางเราที่เล่าเรียน”



อีกชิ้นเป็นของทวีป วรดิลก

“จงเป็นอาทิตย์เมื่ออุทัย
เกรียงไกรในพลังสร้างสรรค์
เพื่อความดีงามร่วมกัน
แห่งชั้นชาวชนคนงาน

เข้ารวมร่วมพลังบังเกิด
แจ่มเจิดพบใสไพศาล
ชีพมืดชืดมาช้านาน
หรือจะทานแสงทองส่องฟ้า”



และบทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์ แปลจากกวีอาเมเนียน

“เพื่อลบรอยคราบน้ำตาประชาราษฎร์
สักพันชาติจักสู้ม้วยด้วยหฤหรรษ์
แม้ชีพใหม่มีเหมือนหวังอีกครั้งครัน
จักน้อมพลีชีพนั้นเพื่อมวลชน”



บทกวีเหล่านี้ได้เปิดโลกทัศน์ให้นักศึกษา พลังของตัวอักษรทำให้คนหนุ่มสาวที่เคยหมกมุ่นแต่เรื่องของตัวเองได้รับการปลดปล่อย การเคลื่อนไหวของนิสิต นักศึกษา ประชาชนเพื่อขับไล่เผด็จการ ในลักษณะของการปฏิวัติสังคม วัฒนธรรม ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จากระบบปิดสู่ระบบเปิด มีการปลดปล่อยพลังทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม จากอำมาตยาธิปไตยหรือระบบราชการทหาร ไปสู่การเมือง ระบบเศรษฐกิจเสรีในเกือบทุกด้าน



ประติมากรรมเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ได้สร้างขึ้นเพื่อ จารึกวีรกรรมของวีรชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนที่ได้ลุกฮือขึ้นต่อต้านอำนาจเผด็จการอำมาตยาธิปไตย พลิกหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยครั้งใหญ่ ขยายครอบคลุมไปทั่วประเทศ โดยเริ่มต้นที่ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สู่ถนนราชดำเนิน นำมาซึ่งยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน และการปฏิวัติสังคมวัฒนธรรม ประติมากรรม ๑๔ ตุลา เด่นสง่าพิงกำแพงรั้วด้วยลัญลักษณ์เปลวเพลิงที่พวยพุ่ง............

ใกล้ๆกันเป็นประติมากรรมกลางแจ้ง ลักษณะเหมือนเขื่อนกั้นสายธารที่น้ำเคยใสให้กลับกลายเป็นสีแดงของเลือด ทำด้วยโลหะฝังลงบนหินสีแดง ขนาดยาว ๖ เมตร กว้าง ๓ เมตร หมายถึงสายธารประชาธิปไตยถูกสกัดกั้น ด้านหลังมีรายชื่อผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ภายใต้คำขวัญ “ขบวนการนักศึกษาประชาชนเดือนตุลา..กล้าต่อสู้เพื่อสังคมที่ดีงาม”


ความขัดแย้งทางการเมืองในระหว่างกลุ่มพลังก้าวหน้า ที่มุ่งให้มีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างกับพลังอนุรักษ์นิยมทางการเมือง ลงเอยด้วยการก่ออาชญากรรมรัฐ ในวันที่ ๖ ตุลา ๒๕๑๙ เพียง ๓ ปี ต่อมาจาก ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖

นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ชุมนุมโดยสงบที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมกันเรียกร้องให้ขับไล่อดีตจอมพลถนอม กิตติขจรผู้หวนกลับเข้ามาในประเทศไทยออกไป จนเช้ามืดวันที่ ๖ ตุลา การสังหมู่ก็เริ่มต้น จากกลางสนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัยลามไปจนทั่วบริเวณ จากริมฝั่งเจ้าพระยา ท่าพระจันทร์ การเข่นฆ่าแผ่เป็นวงกว้าง ผ่ารั้วมหาวิทยาลัยไปถึงต้นมะขามสนามหลวง ฝ่ายการเมืองอนุรักษ์นิยมสร้างสถานการณ์ก่อนหน้าการรัฐประหาร เพื่อสลายกลุ่มองค์กรพลังก้าวหน้าและพรรคการเมืองฝ่ายตรงกันข้าม ผลักดันให้นักศึกษากว่า ๓๐๐๐ คน เดินทางสู่ป่าเขาเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย


........ตัวอักษรคำว่า ๖ ตุลา ๒๕๑๙ แกะสลักบนหินแกรนิตสีแดง แสดงความหมายในตัวอย่างชัดเจน สีแดงหมายถึงเลือดที่ตกสะเก็ด ตัวอักษรหยาบๆ ความนูนไม่เท่ากันบ่งบอก ถึงความหยาบกระด้างของการถูกกระทำ



g> ถูกเข่นฆ่า ถูกจับกุม ภาพวีรชนที่ถูกแขวนคอ ถูกนั่งยาง และอีกหลายภาพอันทารุณดูน่าสลด

มีภาพปั้นนูนต่ำของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิการบดีขณะนั้น และที่ฐานโดยรอบบันทึกความรู้สึกของอาจารย์ป๋วย ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่ด้านหลังของเขื่อนมีรายชื่อวีรชนผู้เสียชีวิตสลักไว้ ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพความพยายามของชนชั้นปกครองที่จะทำลายการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และกดกระแสการสร้างสรรค์สังคมที่ดีงามของคนหนุ่มสาวที่มีผลพวงมาจากยุคประชาธิปไตยเบ่งบานลงไป


หลายปีผ่านไปหลัง ๖ ตุลา ขณะที่วงจรอุบาทว์ของการรัฐประหารยังไม่จางหาย มีรัฐบาลพลเรือนสลับหมุนเวียนกันไป พร้อมกับความพยายามรัฐประหารของฝ่ายสูญเสียอำนาจผลัดเปลี่ยนกันเป็นระยะๆ ชนชั้นที่ได้เปรียบในสังคมจึงยังคงดำรงอยู่ วงศ์วานว่านเครือของเหล่าทรชนและผู้สืบทอดยังคงลอยนวล อำนาจอภิสิทธิชนยิ่งล้นฟ้า และห้อมล้อมด้วยผู้สวามิภักดิ์ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่

จนมาถึงวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๔ คณะ รสช. ได้ทำการยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นักศึกษาธรรมศาสตร์ ได้ร่วมกับนักศึกษาอีกหลายสถาบัน และผู้รักความเป็นธรรม เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย คัดค้านเผด็จการ รสช. ที่มาจากการรัฐประหาร ยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญ โดยใช้ธรรมศาสตร์เป็นสถานที่ประชุมตั้งแต่แรก เริ่มที่ลานโพธิ์

มีการอดอาหารประท้วง จัดการอภิปราย ชุมนุมหลากหลายรูปแบบ จนในที่สุดกำลังทหารตำรวจได้ใช้อาวุธสงครามเข้าสลายการชุมนุม การปราบปรามครั้งนี้ได้โหมกระแสการรวมตัวของผู้รักประชาธิปไตยให้ลุกลามออกไป จนกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และหมดยุคของทหารการเมือง คืนสู่การเป็นทหารอาชีพในเวลาต่อมา

ประติมากรรมสะท้อนเหตุการณ์ รัฐประหาร พ.ศ. ๒๕๓๔ ถึง พฤษภา ๒๕๓๕ นี้ ถือเป็นประติมากรรมชิ้นที่ ๘ ของโครงการสวนประวัติศาสตร์ ตั้งตระหง่านอยู่ชิดกำแพง ใกล้กับประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย ชื่อของประติมากรรมชิ้นนี้ยังมีข้อถกถียงกันอยู่ เนื่องจากเป็นประติมากรรมที่พยายามถ่ายทอดประวัติศาสตร์ขบวนการนักศึกษากับการต้าน รสช. เป็นส่วนใหญ่

ซึ่งนักศึกษาธรรมศาสตร์ขณะนั้นได้เข้าไปมีบทบาทร่วมกับนิสิตนักศึกษาสถาบันต่างๆในระยะแรกของการทำรัฐประหาร ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายไปสู่เหตุการณ์พฤษภา ๓๕ ในปีถัดมา ประติมากรรมชิ้นนี้จึงเต็มไปด้วยสัญญลักษณ์ที่เป็นจุดเด่นของเหตุการณ์ ตลอดจนคำขวัญต่างๆ เช่น ไม่เอานายกคนนอก เย็นนี้พบกันที่ลานโพธิ์ เอาเผด็จการคืนไป เอาประชาธิปไตยคืนมา ฯลฯ


การสร้างงานประติมากรรมทั้ง ๘ ชิ้นงานนี้ผู้ออกแบบ และควบคุมกระบวนการจัดสร้างคือ อาจารย์สุรพล ปัญญาวชิระ ศิลปินจากแนวร่วมศิลปินในยุคประชาธิปไตยเบ่งบานภายหลังการปฏิวัติประชาธิปไตยเมื่อ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ด้วยเงินทุนสนับสนุนของชาวธรรมศาสตร์ และผู้รักประชาธิปไตยอีกจำนวนหนึ่ง และด้วยปณิธานของผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่มุ่งให้ธรรมศาสตร์ยังคงจิตวิญญาณของตนไว้ดังคำขวัญที่ว่า “เหลืองของเราคือธรรมประจำจิต แดงของเราคือโลหิตอุทิศให้ ”

ความพยายามถ่ายทอดและสะท้อนยุคสมัย ตลอดจนจิตวิญญาณของปัญญาชนในยุคต่างๆนั้น บอกกับทุกๆคนว่า ครั้งหนึ่งเราเคยมีชื่อว่ามหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง .........The University of Moral แม้วันนี้นักคิดนักเขียนที่ผันตัวมาอยู่ในแวดวงวิชาการอย่างวิทยากร เชียงกูลจะยอมรับว่าเป็นยุคที่มหาวิทยาลัยต่างๆกลับมาขายกระดาษกันอย่างขึ้นหน้าขึ้นตา

สู่วาระ ๗๕ ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คำถามยังคงล่องลอยอยู่ภายในสวนประติมากรรมธรรมศาสตร์แห่งนี้ รอคอยให้คนหนุ่มสาว และปัญญาชนมาแสวงหาคำตอบ เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมใหม่ที่ดีกว่า เพื่อโลกใหม่แห่งเสรีภาพ และ เสมอภาคอย่างแท้จริง......

เมื่อมองย้อนกลับไปสังคมไทยอาจจะเริ่มการเรียนรู้ครั้งใหม่เพื่อนำกลับมาเป็นบทเรียนในยุคปัจจุบัน

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:แค่ไม่ได้ไปเที่ยวเชียงใหม่เกาะโพเดี้ยม-ดูหมีแพนด้า ทำหน้าเป็นหมาเศร้า

ที่มา Thai E-News



***สังคมข่าวชาวเสื้อแดงสุดสัปดาห์ วันนี้ 28 พฤศจิกายน 2552 นักข่าวชาวรากหญ้าเสนอข่าวเสื้อแดงทุกมุมโลกตามเคย..ก็ดีแล้วที่มาร์คไม่ต้องไปเชียงใหม่ และดีแล้วที่ประธานหอการค้าไทย"พวกเดียวกัน"ส่งจดหมายน้อยไปหาเพื่อให้ปีนกระไดลง แล้วไปตรวจน้ำท่วมภาคใต้แทน ว่าแต่รูปไปตรวจน้ำท่วมทำไมทำหน้าเหมือนหมาเศร้านักก็ไม่รู้ ชาวบ้านชาวช่องเขาต้องการขวัญกำลังใจนะมาร์คเอ๊ย แค่ไม่ได้ไปดูหมีแพนด้าเชียงใหม่ อะไรมันจะso sadขนาดนั้นว๊า***

***ศูนย์ประสานงานกลางแดงเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตย ยืนยันการทำกิจกรรมเดินขบวนเหมือนเดิมในวันนี้ แม้ว่ามาร์คไม่มา แต่ก็จะไปต้อนรับขับไสพวกครม.โจรต่อไป ท่านที่ไม่ได้ไปร่วมเชิญชมถ่ายทอดสดให้กำลังใจกันได้ทางhttp://thaipeoplevoice.net น้าบังสุกุลเจ้าเก่าถ่ายสดๆ กำหนดการ

วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2552

9.00 - 13.00 น. รวมพลที่สนามกีฬาเทศบาลฯ

13.00 น. เคลื่อนขบวนออกจากสนามกีฬา ผ่านหน้าวัดเชียงยืน
เลี้ยวซ้ายไปแจ่งศรีภูมิ เลี้ยวขวาไปท่าแพ ผ่านข่วงท่าแพ
เลี้ยวขวาเข้าคูเมืองสายใน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำเนิน
ถึงสี่แยกกลางเวียง เลี้ยวขวาไปถึงอนุสาวรีย์สามกษัตริย์

15.00 น. ถึงอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ่านแถลงการณ์ / พักผ่อน

15.30 น. ออกเดินทางกลับไปทางประตูช้างเผือก ตรงไปสถานีขนส่งช้างเผือก เลี้ยวขวาไปตามถนนสนามกีฬา

16.30 น. เดินทางกลับถึงสนามกีฬาเทศบาลโดยปลอดภัย
***


***ผ่านไปแล้วสำหรับงานรวมพลคนเสื้อแดงบางกอกน้อย มีคนร่วมงานกว่า600คน เพราะทำบัตรจำหน่ายเพียง500ที่ จึงมีจำนวนที่เกิน อีก100กว่า และประสบความสำเร็จเกินคาดทางกลุ่มได้กำไรจากจัดงานโต๊ะจีนนิดหน่อยผิดกับที่เป้า เคยได้ยินว่ามีแต่ขาดทุน..และได้เงินระดมทุนอีกจำนวนหนึ่ง..จึงขอปรบมือให้กับเสื้อแดงบางกอกน้อยที่มีความร่วมมือและจริงใจกันโดยพร้อมเพรียงที่ดีมากๆใครเป็นใครในภาพดูกันเอง บอกได้แต่ว่าครื้นเครงคึกคักจ้า***

***แสดงความเสียใจกับการจากไปของลุงสมัคร สุนทรเวชทุกวงการ ชมรมนักข่าวเสรีภาพไทย ที่มีไพโรจน์ จันทรนิมิ ให้เลขานุการชมรมคุณศิวาพรนำหรีดไปเคารพศพตั้งแต่ตั้งสวดวันแรก ขออนุโมทนาและอโหสิกรรมแก่กัน คนเราก็เหมือนหลวงพ่อพุทธทาสว่าไว้"มองดูแต่แง่ดีของเขาเถิด"ใครจะประเสริฐสมบูรณ์แบบ นอกจากโฆษณาชวนเชื่อให้เชื่อว่าเป็นยอดมนุษย์***

***สาวน้อยทิฟฟี่สีแดงจากUSAแจ้งข่าวมาว่า ลงตัวแล้วสำหรับกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของพี่น้องแดงไทยในอเมริกา งานมีวันที่6ธันวาคมนี้ เวลาตั้งแต่เที่ยงเป็นต้นไป กิจกรรมคึกคักไปด้วยลำตัดคณะพ่อวีระ-อดิศร ลำตัดรุ่นใหญ่ รำวงกระทบไหล่ส.ส.สาวเสื้อแดง"น้องยิ้ม"วิสาระดี-ส.ส.ปาริชาติ ประกวดร้องเพลงชิงถ้วยนายกฯทักษิณ เจอกัน ณ ไทยแลนด์พลาซ่า เบอร์โทรติดต่อคลิ้กข้างล่างนี้จ้า***

***ส่วนด้านล่างนี้เป็นหนังสือพิมพ์ของแดงไทยในอเมริกา เศรษฐีไทยไปทำหามากินขุดทองร่ำรวยในอเมริกาอยากอุดหนุนโฆษณาหาทุนช่วยให้เมืองไทยมีประชาธิปไตยเต็มใบไวๆติดต่อคุณทิฟฟี่สีแดงเป็นการไว tiffyvor@yahoo.com***

***ชมรมกอล์ฟเสื้อแดง ขอเชิญร่วมแข่งขัน กอล์ฟ สามัคคีชาวเสื้อแดง ครั้งที่ 2 ชิงถ้วย พ.อ.ดร. อภิวันท์ วิริยะชัย ในวันศุึกร์ที่ 11 ธันวาคม 2552 ณ สนามกอล์ฟ เมืองเอก รังสิต ติดต่อสอบถามได้ที่ 089-669-3546 ชมคลิปกิจกรรมครั้งแรกที่http://www.youtube.com/thailandmirror#p/a/u/0/WW8frskDloE***


***ขอเชิญมิตรสหายร่วมรบร่วมงาน “ รำลึกวีรชนปฏิวัติ-อาลัยสหายผู้เสียสละตะนาวศรี ”จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นเตือนสหายที่ยังมีชีวิตอยู่ให้มาร่วมกันรำลึกถึงวีรชนผู้วายชนม์ ผู้แบกรับภารกิจทางประวัติศาสตร์ในการสรรค์สร้าง ถางทางสู่ประชาธิปไตยประชาชน และเชิญชวนทายาท พร้อมนักประชาธิปไตยรุ่นหลังให้เข้าร่วมรำลึกถึงคุณูปการของวีรชนทั้งหลาย และวีรชนเขตตะนาวศรี


คณะกรรมการจัดงาน กำหนดจะจัดงานในวันที่ ๑๙- ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๒ ด้วยกิจกรรมตลอดทั้ง สองวัน ยามสายร่วมงานบุญ ยามค่ำคืนชื่นชมศิลปบันเทิง ยามดึกนอนดูดาว สัมผัสลมหนาวเขตงานตะนาวศรี และร่วมรำลึกวีรชนปฏิวัติ อาลัยสหายผู้เสียสละ ตามกำหนดการที่แนบมาด้วยน

จึงขอเชิญท่านร่วมงานครั้งนี้ ณ อนุสาวรีย์วีรชนตะนาวศรี ต.ยางน้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่ามกลางสถานการณ์นี้เราจักร่วมรำลึกวีรชนร่วมกัน

...........เราต่างมาจากทั่วทุกสารทิศ เรามีชีวิตร่วมกันในป่าเขา

จากบ้านเกิดเมืองนอนถึงไพรลำเนา ด้วยพวกเรามีอุดมการณ์อันเดียวกัน...........

ประสานงานสหายโชติ ๐๘๑ – ๙๒๕ – ๘๓๙๐ สหายแกร่ง ๐๘๑ – ๙๒๒ – ๐๔๕๖***

***ข่าวสังคมธุรกิจ ใครอยากซื้อ-ขายอะไรแจ้งมาเลยจ้า ให้แนบรูปมาด้วยจะดีมาก.. ขายด่วนบ้านทาวน์เฮ้าส์สองชั้น 17.5 ตารางวา ต่อเติมแล้ว น้ำไม่ท่วม 1.3ล้านบาท หมู่บ้านรินทร์ทอง ซอยรามคำแหง190 ถนน รามคำแหง สนใจติดต่อ คุณรติมา 089-814-2014(เจ้าของขายเอง)***

***อีกหลังขายด่วนหมูบ้านพุทธมลฑลสาย2 เลขที่10/19 ทางเข้าวัดบุญยประดิษฐ์ บ้านเก่าพร้อมที่ดิน 102ตารางวา (ที่ถมแล้ว)2.6 ล้านบาท ต่อรองได้ สนใจติดต่อ คุณรติมา 089-814-2014 (เจ้าของขายเอง)***


***ใครหาสำนักงานย่านรามคำแหง-สนามบินสุวรรณภูมิอยู่ มีสำนักงานโฮมออฟฟิศสวยขนาด3ชั้นใหม่ มีดาดฟ้าชมดาว สไตล์โมเดิร์น จอดรถสะดวก ไปมาคล่องใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ใกล้ทางด่วน ใกล้มอเตอร์เวย์ ใกล้วงแหวนรอบนอก จอดรถสะดวกไม่ต้องแย่งที่จอดกัน ห้องประชุมจุคนได้50คน ห้องทำงานพนักงานขนาด20-30คน ห้องผู้บริหารโอ่โถงภูมิฐาน ห้องการเงินบัญชีแยกต่างหากเป็นสัดเป็นส่วน เหมาะเป็นออฟฟิศขนาดกลาง ให้เช่าราคาเบาๆ ติดต่อคุณวุฒิ 0816235111***

***หนาวๆอย่างนี้ได้จิบไวน์ก็คงดี Goldwine ไวน์โอทอป ขายดีที่สุด รับร้านค้าจำหน่าย ทั่วประเทศ สินค้า OTOP ที่ได้รับมาตรฐาน ไวน์ผลไม้ ภาคเหนือ ที่ได้รับการสั่งซื้อกลับ มากที่สุด เหมาะเป็นของฝากของของขวัญ

ราคาขายปลีกหน้าร้านทั่วไป ขวดละ 35 บาท 3 ขวด 100 บาทโหลละ400บาท ราคาขายในเวป www.goldwinery.com โหลละ300บาท

ไวน์ผลไม้ Goldwine ไวน์โอทอป และ ของฝากจากเมืองเหนือ ที่คนถามหากันมากที่สุด สินค้าโอทอป ภาคเหนือที่ได้รับความนิยม สั่งซื้อมากที่สุด และมีร้านจัดจำหน่ายกว่า 100 ร้านค้าทั่วประเทศ ยินดีรับสมาชิกรับสินค้าเพื่อจำหน่าย ในเงื่อนไขที่ง่ายและพิเศษ สร้างงานและผลกำไร ได้ทันที มีให้เลือกหลายชุด หลายเงื่อนไข สินค้าขายง่าย ขายดี มีชุดแต่งร้านให้ และป้ายหน้าร้านสวยงาม***

***ข่าวดีถ้าคุณอยากขายเรามีสินค้าชุดเปิดร้าน OTOP ชุดเริ่มต้น 8,000 บาท (ขายดีมาก) สำหรับผู้ที่เริ่มต้นอยากมีร้านเป็นของตัวเอง หรือหน้าร้านมีพื้นที่จำกัด ชุดนี้ประกอบด้วย

1.ไวน์จำนวน 28 กล่อง(โหล)
2.ชั้นวางสินค้าขนาด 125 Cm
3.ป้ายหน้าร้านแบบกล่องไวนิล
เหมาะสำหรับ
1.ผู้ว่างงาน กำลังหาช่องทางลงทุนค้าขาย
2.นักศึกษา อยากลองทำธุรกิจ
3.ผู้ที่มีร้านค้าอยู่แล้ว อยากได้สินค้าใหม่ๆ
4.ผู้ออกร้านแสดงสินค้าประจำ เช่น ธงฟ้า งาน OTOP งานแสดงสินค้าต่างประเทศ
5.ผู้ทำงานด้านการท่องเที่ยว


เชิญเยี่ยมชมตามเวบwww.goldwinery.com หรือสอบถามโทรสอบถาม โทร 086-0214026 086-3660948 Fax 054-658540 ***

***ท่านที่อยากแจ้งข่าวสารกิจกรรมทั้งการเมือง สังคม ธุรกิจ การค้าขายทำมาหากิน ไม่เป็นพิษเป็นภัยสังคม ไม่หลอกลวงแบบแชร์ลูกโซ่แจ้งมาได้ที่ thaienews99@googlegroups.comหากให้ดีกิจกรรม หรือข่าว หรือสินค้าบริการใดๆกรุณาแจ้งเบอร์ติดต่อสะดวก หรือรูปภาพประกอบมาด้วย ลงให้ฟรีๆไม่ต้องเสียตังค์จ้า ***

ไม่เห็นกับตาก็ไม่รู้เหลี่ยมบาปหนาVSลิ้มบุญหนัก

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
28 พฤศจิกายน 2552


บาปหนา?-เวบผู้จัดการASTVกระบอกเสียงโจรก่อการร้ายพันธมิตรยังใช้วาทกรรม"ชาติศาสน์กษัตริย์"ปลุกปั่นสาวกผู้มืดบอดต่อไป โดยล่าสุดหยิบรูปกิจกรรมที่ทักษิณชวนคนนั่งทำสมาธิถวายพระราชกุศลในหลวง วันนี้(28พ.ย.)ขึ้นมาให้ร้ายว่าเป็นคนบาปหนา




บุญหนัก!-เวบผู้จัดการASTVพาเยี่ยมชมห้องพระของสนธิลิ้ม(คลิ้ก)ซึ่งมีเศียรพระพุทรูปถูกตัดวางไว้กับพื้น ส่วนภาพบนพล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร.ลงพื้นที่อยุธยา ติดตามคดีตัดเศียรพระไปขาย โดยได้มอบนโยบายให้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดจับตายโจร ส่วนผู้ที่รับซื้อเศียรพระถือได้ว่ามีความผิดฐานรับซื้อของโจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี

ตอนนี้สังคมกำลังรอว่าเมื่อไหร่พล.ต.อ.จงรักจะไปจับนายสนธิเสียทีเพราะหลักฐานคาหนังคาเขา ทั้งนี้พล.ต.อ.จงรักเคยเป็นหัวหน้าคดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบินมาก่อน แต่ถูกสนธิลิ้มกดดันให้พ้นหน้าที่ ปัจจุบันคดีนี้อยู่ในมือตำรวจที่เป็นเด็กเนวิน

นักวิชาการเสนอไทยเปิดเจรจากับกัมพูชา

ที่มา Voice TV



นักวิชาการจากเวทีอภิปราย"รัฐชาติ พรมแดน ความขัดแย้ง และข้อยุติบนเส้นทางสันติภาพอาเซียน"เห็นตรงกันว่าไทยควรเปิดเจรจากับกัมพูชา

โชคชะตาพยากรณ์ปี 2553 ราศีพิจิก, ธนู / แม่นไหมไม่ทราบ ประจำวันที่ 28 พฤศจิกายน - 4 ธันวาคม 2552

ที่มา ประชาไท

โดย การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์

ลุงหมอบอกว่า พี่โด้ต้องพักอีกหลายวัน


อย่าเพิ่งไปเล่นที่ไหน


พี่โด้เหงา


น้องอองรู้ดี


อดทนก่อนนะ


เดี๋ยวแผลไม่หาย


ถ้าจะออกไป


ใกล้ๆ ก็พอ


น้องอองจะคอยเฝ้าดู


คอย
...

เฝ้า-ดู

เฝ้า – ดู...


(ซุ่มอยู่จริงๆ ด้วย มามี้เห็น!)

ราศีพิจิก

เกิดระหว่าง 16 พฤศจิกายน ถึง 15 ธันวาคม หรือลัคนาสถิต

ไพ่สำคัญของคุณในปีนี้ ได้แก่ King of Cups

ความหมายโดยทั่วไป หากเป็นลักษณะบุคคล หมายถึงคนอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป คนวัยกลางคน ผู้ที่มีประสบการณ์รักมาก่อนพอสมควร อาจเคยสมรส หย่าร้าง หรือยังมีครอบครัวอยู่ด้วยก็ได้ เป็นคนเจ้าชู้เงียบๆ ชอบเด็ก หรือชอบคนที่อ่อนอาวุโสกว่า มักเป็นคนมีรสนิยมดีเชิงศิลปะ จิตใจละเอียดอ่อน มีน้ำใจ ให้ความอบอุ่นแก่คนอื่นได้ดี แต่ก็มีอารมณ์แปรปรวนไม่น้อย ส่วนสถานการณ์คือการเกี่ยวพันเรื่องรัก อยู่ในตำแหน่งที่ดี มีความสุข ได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก-ชอบ

ในปี 2553 นี้ จึงทายว่าคุณจะมีความรัก ความสุข มีความพึงพอใจต่อสิ่งที่ตนเองได้ครอบครอง อาจมีเรื่องรักเข้ามาเกี่ยวพัน หรือได้ร่วมรักร่วมเรือน ได้มอบความอบอุ่นแก่ใครสักคน แต่ก็ไม่แน่ อาจหมายถึงคนที่จะเข้ามาในชีวิตคุณก็ได้ด้วยนะ :-) ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีวัย มีฐานะ สอดคล้องกับหน้าไพ่หรือเปล่า ถ้ายังอายุน้อยมีแนวโน้มจะมีผู้ใหญ่มาให้ความเมตตา ส่วนสถานการณ์ทั่วไปก็มักหมายถึงความสุข ความสมหวัง หกมีแผนการเกี่ยวกับชีวิตครอบครัว เรื่องของบ้านเรือน จะได้รับความพึงพอใจ

และในปีนี้ ประกบด้วยไพ่ Wheel of Fortune ไพ่ใบนี้หมายถึงโชคลาภ จังหวะชีวิตที่เปลี่ยนแผลงในทางที่ดี การได้ประโยชน์จากมรดกทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ หรือมีครอบครัวเข้ามาหนุนส่งในธุรกิจการงาน ในภาพรวมแสดงถึงจังหวะชีวิตที่จะเคลื่อนไปในทิศทางที่ดีขึ้น หากปีที่ผ่านมาคุณอยู่ขาลง คราวนี้โอกาสดีๆ จะเริ่มทยอยเข้ามา อีกอย่างหมายถึงสิ่งที่คุณไม่ได้คาดฝัน แต่จะได้รับด้วยความสุขอย่างมาก

เรื่องควรระวังของคุณในปีนี้ Ace of Wands การงานใดๆ ก็ตามที่เป็นการเริ่มต้นใหม่ โครงการใหม่ ความคิดใหม่ๆ ในเมื่อหมายเลขหนึ่งคือการตั้งต้น ไม้เท้าแสดงถึงการงาน อาชีพ การเรียนการสอนต่างๆ เมื่ออยู่ในตำแหน่งนี้ขอให้คุณรอบคอบให้มาก โดยเฉพาะสิ่งที่ “ริเริ่ม” เป็นครั้งแรก หรือก่อตั้งขึ้นในปี 2553 นี้

คำแนะนำสำหรับคุณในปีนี้ Three of Cups ไพ่ใบนี้เกี่ยวข้องกับความรื่นรมย์ ความยินดี โอกาสในการเฉลิมฉลอง การมอบความรักความสุขในหมู่เพื่อนสนิทมิตรสหาย แสดงถึงช่วงเวลาดีๆ ที่น่าจะรับเอาไว้ด้วยความขอบคุณ หมายเลขสามนั้นเกี่ยวข้องกับการขยาย การเติบโต จำนวนที่เพิ่มมากกว่าเดิม ความอิ่มหนำสำราญ ความร่วมมือหรือพบปะกันมากกว่าสองคนขึ้นไป ในที่นี้อาจเป็นการบอกคุณให้เปิดใจ เปิดตัว ต้อนรับมิตรภาพใหม่ๆ รักษามิตรภาพเก่าๆ มีความสุขความชื่นชมยินดีต่อสิ่งที่ผู้อื่นมอบให้ และหาโอกาสมอบสิ่งดีๆ ให้แก่ผู้อื่นด้วย

ไพ่ใบนี้เป็นตอกย้ำด้วยว่า ในปีนี้ คุณจะมีโชคลาภ มีความสุข มีความสมหวัง แม้ว่าหน้าไพ่จะไม่ใช่ใบใหญ่ จังหวะดีๆ ของคุณอาจมาเร็วไปเร็ว ด้านความรักความสัมพันธ์ก็ยังมีความปรวนแปรอยู่บ้าง แต่หากแต่ละวันของคุณดำเนินไปด้วยความเบิกบาน ก็เหมือนเส้นทางแห่งความสุขที่จะทอดยาวออกไปไม่ขาดตอน

ราศีธนู

เกิดระหว่าง 16 ธันวาคม ถึง 13 มกราคม หรือลัคนาสถิต

ไพ่สำคัญของคุณในปีนี้ ได้แก่ Queen of Pentacles

ความหมายโดยทั่วไป หากเป็นลักษณะบุคคล หมายถึงคนที่มีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป เป็นคนมีฐานะ ตรงตัวเลยคือผู้หญิงที่มีฐานะ มีอำนาจทางการเงิน ซึ่งอาจจะเป็นตัวเจ้าชะตาเอง หรือคนที่มีอิทธิพลต่อเจ้าชะตาก็ได้ ไพ่ใบนี้มักเน้นที่การจัดการทรัพย์สิน การบริหารอย่างมืออาชีพ การมีอำนาจทางเศรษฐกิจ ให้คุณให้โทษผู้อื่นได้ ทำงานด้านการเงิน การบริหารจัดการสินทรัพย์ ส่วนด้านสถานการณ์หมายถึงช่วงเวลาที่ดีในเรื่องของค่าตอบแทน รายรับ รายได้ มักเกี่ยวพันกับเงินก้อนโต โครงการใหญ่ๆ ที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ใช้ความละเอียดรอบคอบเข้าจัดการ

ในปี 2553 นี้ จึงทายว่าคุณจะได้เกี่ยวพันกับเงินก้อนใหญ่ อาจได้แหล่งทุนหรือผู้สนับสนุนโครงการต่างๆ ที่มีกำลังเงิน มีอำนาจทางเศรษฐกิจ ในระดับชีวิตส่วนตัวถือว่าเป็นเข้าช่วงมือทอง นักธุรกิจจะทำกำไร หากทำงานเป็นลูกจ้างพนักงานก็จะได้ค่าตอบแทนสูง มีงานที่ทำรายได้งามๆ แม้แต่ตกงานก็จะได้คนเข้ามาช่วยเหลือเจือจุน เป็นที่น่าสังเกตด้วยว่า คนที่ได้ไพ่ใบนี้มักมีบุพการีอุปถัมภ์ หรือผู้หลักผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้หญิง ให้ความเมตตาช่วยเหลือ เดือดร้อนเรื่องเงินหนักๆ ก็ไม่เกิน 1 อาทิตย์จะได้รับข่าวดีทันที

และในปีนี้ ประกบด้วยไพ่ Page of Swords แต่สำหรับไพ่ใบนี้ หมายถึงเด็ก บุตรหลานบริวาร คนอายุน้อยกว่า บุคคลอายุต่ำกว่า 25 ปีลงมา หรือหากเป็นสถานการณ์ก็คือสิ่งที่เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน ความคิดที่ปรวนแปรเอาแน่นอนอะไรไม่ได้ สถานการณ์แวดล้อมที่มักนำเรื่องรกหูรกใจมาให้ ดาบในไพ่ใบนี้มักแสดงถึงปัญหาเกี่ยวกับข่าวร้ายต่างๆ แต่ก็เป็นข่าวลือเสียส่วนใหญ่ มีผลต่อความรู้สึก หากไม่มั่นคงพอก็จะโอนเอนจิตตกไปตามๆ กัน เป็นปีที่จะมีเรื่องวุ่นวายเข้ามาเป็นช่วงๆ ที่สำคัญคือการทำจิตใจให้มั่นคง ฟังหูไว้หู หรือตรวจสอบข้อมูลข่าวสารต่างๆ ให้ชัดเจน อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป

เรื่องควรระวังของคุณในปีนี้ Eight of Cups การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก อาจเป็นบุคคลใกล้ชิด คนรัก หรือหมายถึงที่อยู่อาศัยก็ได้ หากมีการโยกย้ายก็จะเป็นไปด้วยความทุกข์มากกว่าความสุข การเดินทางไม่ค่อยราบรื่น จะมีช่วงที่คุณรู้สึกตัวเองลำบาก ตกในที่ๆ ทุรกันดารหรือแห้งแล้งเปล่าเปลี่ยว อย่างไรก็ตาม หลายครั้งไพ่ใบนี้แสดงถึงอารมณ์ภายในมากกว่าสถานการณ์ภายนอก ความผิดหวังที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะคาดหวังมากเกินไป แค่ 10% ที่คุณสูญเสียก็อาจทำให้คุณเสียศูนย์ได้แล้ว

คำแนะนำสำหรับคุณในปีนี้ The Moon เมื่อไพ่พระจันทร์เปิดในตำแหน่งนี้ เป็นคำเตือนเกี่ยวกับจิตใจของคุณโดยตรง ไม่ว่าชีวิตคุณจะได้รับสิ่งที่ดีหรือร้าย มีแนวโน้มว่าคุณจะจิตวิตกง่าย มีความทุกข์เป็นเจ้าเรือน หวาดระแวงผู้อื่น มักรู้สึกโดดเดี่ยว มองอะไรไม่แจ่มชัด บางครั้งรู้สึกตัวเองขาดวิสัยทัศน์ อ่านสถานการณ์ไม่ออก มีความกังวลอย่างลึกซึ้ง เข้ากับคนอื่นได้ยาก มักมีโลกส่วนตัวที่ตัวเองก็ไม่ได้ต้องการ

เมื่อไพ่ใบนี้เปิดขึ้น จึงหมายถึงคำแนะนำขอให้คุณพยายามทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม มองหาแสงสว่างเข้าไว้ มุ่งหน้าไปยังทางที่ทำให้คุณเป็นสุข พยายามจับดูอารมณ์ตนเอง เมื่อไหร่ที่รู้สึกจิตตกให้รีบแสวงหาตัวช่วยซึ่งอาจจะเป็นกิจกรรมใหม่ๆ กัลยาณมิตร หรือข้อเท็จจริงที่จะนำคุณไปพ้นจากความคลุมเครือต่างๆ หากเกิดเรื่องเศร้าหมอง อย่าปล่อยให้ตัวเองอยู่ตามลำพังนานๆ ความอ่อนแอจะยิ่งพาคุณไปสู่ความมืดมน ให้รีบตั้งสติ รีบประคองจิตใจตัวเอง แต่ก็ให้ยอมรับธรรมชาติตัวเอง รู้เท่าทันสภาวะอารมณ์ เพื่อการก้าวไปข้างหน้าด้วยความพยายามไปสู่ทิศทางที่แจ่มใสให้ได้

ราศีเมษ Aries (13 เมย.-13 พค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Nine of Swords ดูเหมือนจะมีความกังวลในใจคุณ มีความทุกข์ ความเศร้า ที่อาจเก็บซ่อนเอาไว้เพียงลำพัง บางครั้งเป็นช่วงการมองโลกในแง่ลบโดยไม่อาจเยียวยา
ความรัก ความสัมพันธ์ Ten of Pentacles โดยทั่วไปแสดงถึงคู่รักที่มีฐานะดี มีการสนับสนุนกันในเรื่องทรัพย์สิน หรืออยู่กินเป็นครอบครัว มีความเป็นปึกแผ่น แต่จะหมายถึงความใฝ่ฝันของคุณก็ได้ อยากได้ครอบครัวแบบนั้น
สถานการณ์การเงิน Knight of Cups โอกาสดีด้านการเงิน นำมาซึ่งความสุข ความพอใจ การได้รับความพึงใจทางวัตถุ ใช้เงินเพื่อตอบสนองจิตใจ
ธุรกิจ การงาน Eight of Wands การงานมีความก้าวหน้าอย่างมาก ผลงานเป็นที่ต้องการ ได้รับการตอบรับที่ดี อาจมีงานใหม่ๆ ต่อยอดจากงานเก่า ได้เรียนรู้เพิ่มเติมถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Five of Cups ได้สิ่งของมีตำหนิ มีเรื่องผิดหวัง เสียใจ


คำแนะนำพิเศษ The Sun ก้าวให้พ้นเส้นทางของดวงจันทร์ หมายถึงช่วงเวลาที่มืดมนคลุมเครือ ออกมาสู่แสงสว่างและความร่าเริงกันดีกว่า พระอาทิตย์ในดวงชะตาคุณแสดงถึงช่วงเวลาเบิกบาน โอกาสในการสบโชค สมหวัง ก่อนอื่นยิ้มรับกับสิ่งต่างๆ กันก่อนนะ

ราศีพฤษภ Taurus (14 พค.-13 มิย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Wheel of Fortune ไพ่แห่งโชคชะตา กงล้อที่หมุนไปไม่หยุดนิ่ง การเปลี่ยนแปลงที่สลับไปมา เดี๋ยวทุกข์เดี๋ยวสุข อาจยังไม่มีอะไรฟันธงได้สักอย่างในเวลานี้
ความรัก ความสัมพันธ์ Eight of Swords ค่อนข้างแย่ ไม่ว่าจะเป็นคนโสดหรือคนมีรัก คุณอาจพบเงื่อนไขที่ไม่พึงประสงค์ มีความอึดอัดคับข้องใจ มีปัญหาที่ไม่สามารถฝ่าวงล้อมออกไปได้
สถานการณ์การเงิน King of Pentacles การเงินอยู่ในตำแหน่งที่ดีค่ะ มีความก้าวหน้า มีความมั่นคงในระยะยาว คุณอาจกำลังมองหาช่องทางใหม่ๆ หรือมีแนวโน้มได้รายได้ดีๆ เพิ่มเติม
ธุรกิจ การงาน Page of Swords คุณอาจรู้สึกถึงสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจเท่าไหร่ รอบตัวมีเรื่องชวนปวดหัว ชวนจิตตก เพื่อนร่วมงานก็มีความแปรปรวน หวั่นไหวง่าย บรรยากาศรอบตัวไม่ค่อยดีนักในช่วงนี้
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Nine of Wands ความปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเดิม แต่แล้วก็พบว่าตัวเองตัดสินใจไม่เด็ดขาดเลยจริงๆ


คำแนะนำพิเศษ Strength ความเข้มแข็ง พลัง ศักยภาพที่จะเดินหน้าหรือเอาชนะคู่ต่อสู้ คู่แข่งขัน ทั้งหมดนั้นอยู่ภายในตัวคุณแล้ว อยู่ที่ว่าคุณจะดึงออกมาใช้ในเวลาเหมาะสมหรือไม่ อีกอย่างหนึ่งหมายถึงการควบคุมสถานการณ์ให้ดีที่สุด รวมถึงการควบคุมตัวเองด้วยนะ


ราศีเมถุน Gemini (14 มิย.-14 กค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Nine of Pentacles การเงินที่ดี เข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบที่คุณปรารถนา มีความสุขกับตัวเลขในบัญชี มองหาลู่ทางสะสมทรัพย์สินให้มากกว่าเดิม
ความรัก ความสัมพันธ์ Two of Swords เป็นช่วงที่ระมัดระวังเรื่องคำพูดคำจาหน่อยค่ะ อาจเจอปัญหาผิดพ้องหมองใจกัน หรือพยายามแก้ไขความเข้าใจผิด กลับยิ่งเหมือนกวนประสาทกันเข้าไปใหญ่ ในคู่รักคู่ครองมักมีปัญหาด้านการสื่อสาร
สถานการณ์การเงิน Two of Wands อย่างไรก็ดี ไม่ว่าคุณจะมีปัญหากันแค่ไหน แต่พอเป็นเรื่องการทำมาหากิน การเงิน การงาน คุณกับคนรักมักจะกลับมาร่วมทีมกันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ สนับสนุนกันและกันอย่างมากธุรกิจ การงาน Page of Cups คุณอาจมีความคิดใหม่ๆ ดีๆ เกี่ยวกับสิ่งที่คุณรักคุณชอบ แปรมาเป็นกิจกรรมพิเศษ งานอดิเรก หรือมองไกลถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข การงานแห่งความรัก
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Ace of Cups การเริ่มต้นใหม่ทุกๆ อย่าง รอบคอบไว้เป็นดีค่ะ

คำแนะนำพิเศษ The Emperor ใช้พระเดชพระคุณของคุณให้เหมาะสม เมื่อถึงคราวต้องเด็ดขาดก็ต้องใช้ บางครั้งคุณอาจต้องยอมรับความช่วยเหลือจากผู้มีอิทธิพล หรือแสดงบทบาทเช่นนั้นบ้าง

ราศีกรกฎ Cancer (15 กค.-16 สค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Three of Pentacles โอกาสดีด้านการเงิน รายได้หรือค่าตอบแทนที่มากับงานสบายๆ ได้โชคลาภไม่คาดฝัน มีสิ่งที่จุดประกายนำคุณไปสู่การเงินที่ดี
ความรัก ความสัมพันธ์ Ace of Pentacles คุณกับคนรักอาจมีโครงการใหม่ร่วมกัน หรือมีความคิดที่เกี่ยวเนื่องกับทรัพย์สิน สองฝ่ายจะทำให้สำเร็จได้ด้วยดี ในบางคนแสดงถึงคนรักที่มีค่ามีความหมายอย่างมากต่อชีวิต เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม (ปานนั้น)
สถานการณ์การเงิน Page of Wands จะมีการใช้จ่ายเกี่ยวกับการเรียนการศึกษา หรือการริเริ่มทำงานใหม่ๆ ดูแนวโน้มในอาทิตย์นี้ คุณจะได้ทำอะไรหลายอย่างที่นำความกระฉับกระเฉงมาให้ การเงินไม่เด่นมากแต่ก็หวังได้ในอนาคต
ธุรกิจ การงาน The World อาจมีงานบางตัวที่กำลังจะจบลงแล้ว หรือโครงการที่สิ้นสุดลง แต่คุณก็จะมีสิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องไปอีก หรือเป็นผลจากเครดิตเก่าๆ มีผู้ยกย่อง มีบรรยากาศที่ดีในการทำงาน คุณเองมีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ กับสิ่งที่ทำต่อไปข้างหน้า
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Star มิตรภาพที่อาจนำปัญหามาให้


คำแนะนำพิเศษ
The Moon พยายามมองให้ทะลุความคลุมเครือของทุกๆ อย่าง หลีกเลี่ยงการทำให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพมัวมนซึมเศร้า หรือหลงไปกับภาพลวงตาที่สร้างแต่ปัญหาให้ หากเกิดช่วงจิตตกให้รีบเปิดตัวเองออกสู่แสงสว่าง


ราศีสิงห์ Leo (17 สค.-16 กย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Queen of Pentacles การเงินที่มั่นคง การจัดการกับทรัพย์สิน ความสมหวังทางวัตถุ ได้ค่าตอบแทนก้อนใหญ่ มีรายได้งามๆ หรือมีผู้สนับสนุนคุณอย่างเป็นทางการ
ความรัก ความสัมพันธ์ Four of Pentacles มักหมายถึงความสัมพันธ์ที่มั่นคง แต่แฝงความกลัว ความกังวล ความอึดอัด ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจมีลักษณะเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ หรือไม่ก็สวิงไปอีกด้านที่เป็นความหวั่นไหว เปราะบาง เหมือนอยู่ด้วยก็อึดอัด จะตัดทิ้งก็เสียดาย
สถานการณ์การเงิน Temperance เป็นช่วงที่เตือนให้จัดสมดุลให้ดี ยังจะมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย การเงินผ่านมือไปมา มีทั้งแนวโน้มที่ดี และช่วงที่ไม่น่าพิสมัย แต่ถ้าคุณจัดสรรสิ่งต่างๆ ให้ลงตัวดีแล้วก็จะผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ไปได้เร็วกว่าคนอื่น
ธุรกิจ การงาน Three of Wands จะมีการร่วมมือกับคนใหม่ๆ หรือมีการงานที่ขยายออกไปข้างหน้า มีแนมโน้มที่ดีในเรื่องการตลาด การประชาสัมพันธ์ ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Six of Cups คุณไม่สามารถแก้ไขอดีตได้ แต่ในเวลาเดียวกัน มันก็ยังส่งผลกระทบถึงคุณ

คำแนะนำพิเศษ Three of Swords พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดความรุนแรง การอยู่ใกล้คนเจ้าอารมณ์ คนยั่วโมโห หรืออาจเป็นตัวคุณเองที่ปรี๊ดขึ้นง่ายๆ กับเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน ดูแลจิตใจให้ดี

ราศีกันย์ Virgo (17 กย.-16 ตค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Knight of Swords ต้องใช้ความอดทนเข้มแข็งในการฝ่าไปข้างหน้า มีปัญหา มีอุปสรรค การเดินทางต่างๆ ไม่ราบรื่น แต่หากคุณมุ่งมั่นจริงๆ จะผ่านไปได้แน่นอน
ความรัก ความสัมพันธ์ Ace of Wands กับคู่รักคู่ครองจะมีสิ่งที่เริ่มต้นใหม่ด้วยกัน อาจเป็นการงาน หรือการให้คำปรึกษาต่อกันและกัน บางคนพบรักกับคนเก่ง นับถือในความสามารถ และยังหมายถึงการมีเป้าหมายจะจัดการกับความสัมพันธ์ให้ดีกว่าเดิม
สถานการณ์การเงิน The Fool น่าจะมีเรื่องให้แสดงความยินดี เพราะหมายถึงประตูบานใหม่ที่กำลังเปิดออกต้อนรับ การเงินใหม่ๆ สิ่งที่น่าหวือหวา ตื่นเต้นดีใจ โอกาสแห่งความสุขในสิ่งที่รอคอย แต่ก็อย่าลืมว่ามันเป็นแค่ก้าวแรกเท่านั้น
ธุรกิจ การงาน Six of Wands ไม่ว่าคุณกำลังรอคอยสิ่งใด หรือมีงานที่ทำล่วงไปแล้ว เป้าหมายของคุณกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จะได้พบความสำเร็จในไม่ช้านี้แล้ว แต่ถ้าเพิ่งเริ่มทำอะไร อย่างที่บอกค่ะ อย่าชะล่าใจไม่งั้นคุณต้องรอไปอีกนาน
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Tower สิ่งที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน ปัญหาที่เกิดโดยฉับพลัน

คำแนะนำพิเศษ Two of Pentacles ระวังการเงินให้มาก คุณอาจมีช่วงขาดแคลนเงินสด ต้องหมุน ต้องยืม หรือใช้เครดิตเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างหนัก ข้อดีคือ คุณจะได้รับความช่วยเหลือเมื่อต้องการ แต่จุดที่ต้องระวังให้มากคือการชดใช้ในภายหลัง


ราศีตุลย์ Libra (17 ตค.-15 พย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Two of Cups ความสุข ความรื่นรมย์ การพบรักพบคู่ มีความสัมพันธ์ที่ดี มีช่วงฮันนิมูน ในบางคนได้เจอคนที่ถูกใจอย่างสุดๆ ตกอยู่ในห้วงรัก
ความรัก ความสัมพันธ์ Page of Pentacles เป็นเวลาที่ความสัมพันธ์ค่อยๆ คืบหน้าไปทีละนิด อาจจะดูช้า แต่ก็แสดงถึงความมั่นคงในระยะยาว แต่บางครั้งอาจมีการประเมินค่ากันอยู่เงียบๆ
สถานการณ์การเงิน Six of Pentacles หากคุณมีปัญหาก็จะได้รับความช่วยเหลือ ไพ่ใบนี้หมายถึงช่วงเวลาที่ดีสำหรับคนที่กำลังลำบาก การขอเครดิต การกู้ยืมต่างๆ จะประสบความสำเร็จ แต่บางกรณีหมายถึงการต้องให้ความช่วยเหลือคนอื่น
ธุรกิจ การงาน King of Cups ดูเหมือนคุณกำลังพบกับสิ่งที่คุณชอบ หรือได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก มีความสุขอย่างมาก แต่จิตใจก็ยังมีความอ่อนไหวไม่น้อย มีประสบการณ์เก่าๆ ที่อดเอามาเปรียบเทียบไม่ได้ บางคนได้บทเรียนใกล้ตัวจากผู้อาวุโสกว่า
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Hanged Man จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตด้วยความทุกข์ทรมาน ต้องยอมเสียสละในสิ่งที่ตนเองทำใจลำบากมาก


คำแนะนำพิเศษ Five of Swords เป็นช่วงที่หากคุณมีคู่กรณี หรือมีปัญหาข้อขัดแย้งใดๆ สถานการณ์จะพาให้คุณเป็นฝ่ายถอยหรือหลบฉากไปก่อน ไม่ง่ายที่จะเดินหน้าต่อในเวลานี้ รอจังหวะก่อนค่ะ

ราศีพิจิก Scorpio (16 พย.-15 ธค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Death การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต การสิ้นสุด การตัดขาด การสูญเสียเงินก้อนใหญ่ หรือมาถึงจุดที่ยากลำบาก เหมือนการเตรียมตัวเข้าถ้ำที่มืดมิด แต่ไม่ผ่านไปก็ไม่ได้ เพราะเป็นทางสายเดียวที่จะพาคุณไปสู่แสงสว่าง
ความรัก ความสัมพันธ์ Eight of Pentacles ยังเป็นไพ่ใบเดิมของสัปดาห์ก่อนค่ะ การวางแผนเกี่ยวการการเงิน การสนับสนุนกันระหว่างคู่รักเพื่ออำนวยผลประโยชน์ให้กันและกัน ในบางคนอยู่ในช่วงพบปะคนเก่ง ขยันทำมาหากิน ไม่ต้องโรแมนติคมากก็ไม่เป็นไร
สถานการณ์การเงิน Queen of Swords ความเหนื่อยหนักหนาสาหัส ช่วงที่คุณต้องอดทนอย่างหนักเพื่อรักษาสถานภาพตนเอง หรือปกป้องสิ่งที่มีอยู่ ต้องใช้กำลังในการต่อสู้ การฝ่าอุปสรรคทางการเงินครั้งใหญ่
ธุรกิจ การงาน Five of Wands การทำงานใดๆ มักไม่ราบรื่น ปัญหาจะเกี่ยวข้องกับคนหมู่มาก ทีมงาน หากต้องการความร่วมมือหรือข้อตกลงร่วมกัน จะเป็นไปอย่างยากลำบาก เกิดข้อทะเลาะถกเถียงกันอยู่เสมอ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Hermit ความโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา ไม่ว่าคุณจะต้องการมันหรือไม่ก็จะได้รับมันอยู่ดี บางครั้งอาจเจ็บปวดตรงที่หลอกตัวเองว่าคุณชอบมัน

คำแนะนำพิเศษ Three of Cups ทุกๆ นาทีคือช่วงเวลาพิเศษ คือสิ่งที่วิเศษ เหมือนมิตรภาพ ความสัมพันธ์ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันของคุณ รู้สึกดีกับสิ่งเหล่านั้นหรือเปล่านั่นคือคำถาม

ราศีธนู Sagittarius (16 ธค.-13 มค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Justice การร่วมงาน-ร่วมมือกับองค์กรของรัฐ หน่วยงานทางราชการ การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม การเปรียบเทียบข้อเสนอหรือเงื่อนไขต่างๆ สรรหาสิ่งที่เป็นธรรมให้กับตัวเอง และยังหมายถึงความตั้งใจที่จะทำทุกอย่างตรงไปตรงมา
ความรัก ความสัมพันธ์ Knight of Pentacles หากคุณกำลังคบหาใครอยู่ แสดงถึงความสัมพันธ์ที่คืบหน้าไปทีละนิด มีความมั่นคงที่เกิดขึ้นช้าๆ แต่ก็ยังรอพิสูจน์คุณค่ากันและกัน
สถานการณ์การเงิน Queen of Wands การเงินของคุณขึ้นอยู่กับการงาน ความสามารถในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย ถ้าทำงานสำเร็จคุณก็จะได้รับผลตอบแทน-เท่านั้นเอง
ธุรกิจ การงาน The Empress คุณมักได้รับความช่วยเหลือจากคนที่มีฐานะ มีตำแหน่งสูง โดยเฉพาะที่เป็นผู้หญิง เป็นคนรัก หรือมีอำนาจอิทธิพล สามารถให้การสนับสนุนคุณได้ แต่ในบางคนแสดงถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย การเกษตร เป็นช่วงการเก็บเกี่ยวพืชผลได้ผลดี
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Ace of Swords ความท้อแท้สิ้นหวัง ไม่อาจปลุกกำลังใจตัวเองให้ต่อสู้ได้ตลอดรอดฝั่ง จิตใจไม่เด็ดขาด


คำแนะนำพิเศษ King of Wands ทำงานให้เต็มประสิทธิภาพ หากมีอะไรที่ต้องพัฒนาหรือปรับปรุง อาจเป็นภาวะความเป็นผู้นำ การจัดการที่เป็นระบบ การนำทีมไปสู่จุดหมายด้วยความราบรื่น

ราศีมังกร Capricorn (14 มค.-12 กพ.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
King of Swords ไม่มีอะไรง่ายสำหรับคุณ ทุกอย่างต้องการการก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง แต่ปัญหาคือคุณเหนื่อย เครียด และเจออุปสรรคมากมายจนไม่ค่อยเหลืออารมณ์ละเมียดละไมในช่วงนี้
ความรัก ความสัมพันธ์ Ten of Swords ดูเหมือนจะมีปัญหาหนักๆ เกิดขึ้น และอาจเกี่ยวเนื่องกับครอบครัว หรือมีบุคคลอื่นๆ เข้ามามีส่วน ความสัมพันธ์อยู่ในช่วงวิกฤติ
สถานการณ์การเงิน Queen of Cups การเงินดีค่ะ เป็นไพ่ของคนที่ไม่เดือดร้อนเรื่องทรัพย์สิน ออกจะมีฐานะดีด้วยซ้ำไป คุณอาจถือเงินก้อนโต จัดการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ การแปรทุนเป็นทรัพย์สินต่างๆ
ธุรกิจ การงาน Four of Cups อาจได้ทำในสิ่งที่ไม่ค่อยชอบใจ หรือมีข้อเสนอที่ไม่ดีพอมาให้เลือก มองซ้ายมองขวายังไม่เห็นสิ่งที่ตัวเองต้องการอย่างแท้จริง
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Hierophant อยู่ร่วมกับคนที่ยึดติดกับประสบการณ์ตัวเอง แสดงภูมิรู้ ใช้คำแนะนำสั่งสอน (ที่ไม่ได้เรื่อง) ตลอดเวลา


คำแนะนำพิเศษ
The Magician ฟังดีๆ ค่ะ เสียงกระซิบจากสัญชาตญาณของคุณ ไม่ได้มาจากความเร้นลับแต่ประการใด อาจเป็นความฉลาดเฉลียว ความว่องไว และจิตสำนึกที่บอกคุณถึงสิ่งชอบมาพากลต่างๆ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้มากในการพลิกแพลงเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี


ราศีกุมภ์ Aquarius (13 กพ.-13 มีค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Ten of Cups ความสุขในชีวิต โดยเฉพาะชีวิตครอบครัว การได้รับสิ่งที่บริบูรณ์ในความรู้สึก ได้ความสุข ความสะดวกสบาย
ความรัก ความสัมพันธ์ Seven of Cups อาจเป็นช่วงที่คุณกำลังมองดูผู้คนมากมายด้วยความฝันสวยๆ มองหาพระเอกนางเอกในฝัน หรือจินตนาการถึงรักที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ อย่างไรก็ตาม โลกความจริงจะนำคุณกลับมา และบอกว่าใช้ชีวิตตามปกติแล้วทุกอย่างจะดีเอง
สถานการณ์การเงิน The Lovers อาจต้องเลือกระหว่างจะจ่ายเงินหรือไม่จ่ายเงิน จะเอาเงินหรือจะเอาความรัก จะเอาเงินมากหรือจะรับเงินน้อย จะรับโอกาสหรือจะตัดโอกาส ฯลฯ เป็นช่วงที่ต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ะ
ธุรกิจ การงาน Four of Swords อาจต้องพักหรือชะลองานบางอย่าง และยังหมายถึงความตึงเครียดอย่างมากที่เกิดขึ้น น่าจะต้องหาทางพักผ่อนบ้าง เติมพลังให้ร่างกายและจิตใจ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Chariot การต้องขับเคี่ยวไปสู่จุดหมายปลายทาง ที่หนักและเหนื่อยสุดๆ


คำแนะนำพิเศษ The High Priestess ใช้เหตุผลเข้าประกบกับอารมณ์ ความละเอียดอ่อนและสัญชาตญาณที่เร้นลับจะนำคุณไปสู่ความหยั่งรู้ที่ลึกซึ้ง หากเจอปัญหายากๆ ลองมองหาผู้ที่จะเข้ามาช่วยเหลือ เป็นตัวกลางหรือช่วยไกล่เกลี่ย แสดงถึงคนฉลาดลึกซึ้ง มีรสนิยมดีทางศิลปะ


ราศีมีน Pisces (14 มี ค.-12 เมย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Nine of Cups การเก็บงำความพึงพอใจต่างๆ ไว้เป็นความลับ อาจเป็นเรื่องรัก รายได้ ชีวิตส่วนตัว ฯลฯ ความสุขที่ไม่อยากเปิดเผยให้อื้อฉาวไป
ความรัก ความสัมพันธ์ Seven of Pentacles คุณอาจกำลังมองดูชีวิตรักที่ผ่านมา เรียนรู้จากมัน ใช้ประสบการณ์ของคุณในการถนอมเลี้ยงดูรักใหม่ หรือรักที่ต่อยอดมาจากของเก่า คนเก่า พยายามทำให้ชีวิตรักมั่นคงที่สุด
สถานการณ์การเงิน Ten of Wands ท่าทางจะงานหนักอยู่ค่ะ และการเงินของคุณก็ขึ้นอยู่กับว่างานเสียด้วยว่าจะสำเร็จหรือเปล่า แก้ไขปัญหาได้มั้ย ฯลฯ ในบางคนหมายถึงการนำเงินเข้าอุดหนุนธุรกิจเพื่อให้ขับเคลื่อนต่อไปให้ได้
ธุรกิจ การงาน The Devil มักหมายถึงงานที่มีพันธะระยะยาว อยู่ในสัญญาหรือเงื่อนไขซึ่งผูกมัด จะมีช่วงเหน็ดเหนื่อย อยากดิ้นหลุดให้พ้นไป แต่ก็ทำไม่ได้ บางคนงานซ้อนงาน ต้องทำสิ่งที่ไม่สามารถเปิดเผยได้อย่างโปร่งใส หรือพัวพันกับรักในที่ทำงานร่วมกัน
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Four of Wands ความมั่นคงที่เคยคิดว่าเป็นรากฐานสำคัญ ณ วันนี้กลับซวดเซและหวั่นไหว


คำแนะนำพิเศษ Six of Swords หลายอย่างในชีวิตคุณ ต่างต้องรอเวลา ต้องใช้ความอดทน กาลเวลาจะเป็นสิ่งที่ยื่นมือเข้ามาสางปัญหาต่างๆ ให้ หมายถึงเร่งรัดแค่ไหนในวันนี้ทุกอย่างก็ยังคืบหน้าไปไม่ได้มากนั่นเอง