ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, May 30, 2009

"จำลอง" ยันพันธมิตรฯได้หัวหน้าพรรคใหม่ก่อน 25มิ.ย. ประกาศส่งคนลงสมัครส.ส.ครบทุกจว.แน่

ที่มา มติชนออนไลน์

" ... สำหรับผม จะรับหรือไม่รับตำแหน่งอะไร แต่บอกไม่ได้ เพราะรับปากแกนนำไว้ อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า หาหัวหน้าพรรคได้ก่อนที่จะยื่นจดทะเบียนพรรคเมือง ซึ่งกำหนดว่า ทุกอย่างจะต้องเสร็จภายใน 1 เดือน คือ 25 มิถุนายน ... "


พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ให้สัมภาษณ์ "น.ส.พ.มติชน" ที่ จ.กาญจนบุรี เกี่ยวกับการตั้งพรรคการเมืองของพันธมิตร เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ว่า ที่ต้องตั้งพรรคการเมืองของพันธมิตร เพราะพูดมาตลอดว่าต้องมีการเมืองใหม่ ซึ่งหมายถึงว่าการเมืองที่มีนักการเมืองซื่อสัตย์ เสียสละ ไม่คดโกง ซึ่งไม่ใช่ความคิดที่เริ่มมาจากนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำอีกคนของพันธมิตร


"ความคิดที่จะตั้งพรรคเกิดมาจากสมาชิกกลุ่มพันธมิตรที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการเมืองที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ไปสู่การเมืองแบบใหม่ที่ไม่ทุจริตฉ้อโกงเล่นพรรคเล่นพวก ข่มเหงรังแกข้าราชการ คุณสนธิเป็นเพียงคนที่บัญญัติคำว่า การเมืองใหม่ เท่านั้น ส่วนตัวผมถึงแม้จะเคยเป็นนักการเมืองหรือเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองมาแล้ว แต่ก็ไม่เคยคิดว่าพันธมิตรจะตั้งพรรคการเมือง แต่ที่ต้องตั้งเพราะประชาชนบอกให้ตั้ง" พล.ต.จำลองกล่าว


พล.ต.จำลองกล่าวว่า รูปแบบพรรคการเมืองใหม่นั้น ยอมรับว่าส่วนหนึ่งเมื่อกำหนดออกมาแล้วตรงกับพรรคพลังธรรม คือ ซื่อสัตย์ เสียสละ กล้าหาญ และมีประสิทธิภาพ ตรงกันก็ไม่เห็นเป็นอะไร แต่พรรคการเมืองใหม่ที่ตั้งขึ้นมี 3 อย่าง ซึ่งพรรคพลังธรรมไม่มี คือ
1.มีคนที่รู้เรื่องการเมืองเป็นอย่างดีจำนวนมาก
2.มีสื่อมาหนุนช่วย ซึ่งเมื่อก่อนไม่มี มีแต่สื่อจะเล่นงานท่าเดียว
3.ยังมีองค์การอิสระที่มาช่วยตรวจสอบ เช่น กกต. แม้จะไม่ได้ดั่งใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี


พล.ต.จำลองกล่าวว่า สำหรับใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรค ตนได้พูดไปแล้ว และยืนยันไปแล้วสำหรับตนจะรับหรือไม่รับตำแหน่งอะไร แต่บอกไม่ได้เพราะรับปากแกนนำไว้ อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า หาหัวหน้าพรรคได้ก่อนที่จะยื่นจดทะเบียนพรรคเมือง ซึ่งกำหนดว่าทุกอย่างจะต้องเสร็จภายใน 1 เดือน คือ 25 มิถุนายน และรับปากแกนนำว่าจะไม่พูดเรื่องหัวหน้าพรรคจนกว่าจะตั้งพรรคเสร็จ เขาขอร้องกันว่าให้เก็บไว้ในลิ้นชักก่อน อย่าเพิ่งเอามาพูดต่อสาธารณะ


เมื่อถามว่า นายสนธิมีปัญหาด้านกฎหมายหากต้องมาเป็นหัวหน้าพรรค พล.ต.จำลองกล่าวว่า ให้ไปดูเรื่องกฎหมายให้ชัดเจน จะได้ไม่พลาด ตนฟังๆ ดูในข้อกฎหมาย บางคนบอกไม่ผิด บางคนบอกไม่แน่


"เราไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็น 5 แกนนำที่มาเป็นหัวหน้าพรรค อาจจะเป็นอาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ (ส.ส.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์) ก็ได้ หรือนักธุรกิจที่อยู่ในกฎเกณฑ์ ผมยืนยันว่าหากประกาศยุบสภาเมื่อไหร่ พรรคการเมืองใหม่ของเราพร้อมจะส่งคนลงสมัครครบทุกจังหวัด เพราะสมาชิกพันธมิตรมีเป็นล้านๆ คน และสิ่งที่มีแน่นอน คือ
1.ไม่ฝ่าฝืนกฎหมายพรรคการเมือง และกฎหมายเลือกตั้ง
2.มีคุณลักษณะทำการเมืองด้วยความซื่อสัตย์ กล้าหาญ และมีประสิทธิภาพ
ไม่ใช่เอาใครมาเป็นรัฐมนตรีก็ได้ และไม่ใช่นายทุนของพรรค"
พล.ต.จำลองกล่าว

พท.ซัด"มาร์ค"ปากพาจน ปูดมิ.ย.เผาบ้านเผาเมือง ออกตัวส.ส.ร่วมเสื้อแดงสิทธิ์ส่วนตัว ยัน"แม้ว"ไม่เกี่ยว

ที่มา มติชนออนไลน์

"มาร์ค"เผยเดือนมิถุนายนจะมีกลุ่มคนออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง เพื่อสร้างความไม่สงบ ทำผิดกฎหมายจนถึงขั้นเผาบ้านเมืองเผาเมือง กระตุ้นนักธุรกิจร่วมต้านช่วยเหลือประเทศ โฆษเพื่อไทยซัดปากพาจน ออกตัวส.ส.ร่วมเสื้อแดงเรื่องส่วนตัว อย่าโยงพรรค

พท.ซัด"มาร์ค"ปากพาจน" แจงส.ส.ร่วมเสื้อแดงสิทธิ์ส่วนตัว


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุในระหว่างกล่าวปาฐกถาพิเศษให้สมาคมนักธุรกิจฟังเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมว่า ในเดือนมิถุนายนจะมีความเคลื่อนไหวจากบางกลุ่มที่เคยเผาเมือง ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ว่า นายอภิสิทธิ์ชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ และทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องใหญ่กว่า ซึ่งการออกมาพูดครั้งนี้ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่นักลงทุน และทำให้ประชาชนวิตกกังวลจนไม่กล้าไปจับจ่ายใช้สอย ถือว่านายกฯ เป็นพวกปากพาจน

เมื่อถามว่า หากกลุ่มคนเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่ในเดือนมิถุนายน ส.ส.เพื่อไทย จะไม่เข้าร่วมใช่หรือไม่ นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า เราเน้นระบบรัฐสภา แต่ส.ส. มีสิทธิไปร่วมชุมนุมในนามส่วนตัว แต่ต้องมีความเหมาะสม และไม่โยงว่าพรรคกระทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ถ้าไปชุมนุมแล้วไปสร้างความเสียหาย ผิดกฎหมาย ก็ต้องรับผิดชอบเอง ส่วนนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส. สัดส่วน พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ก็ถูกดำเนินการหลายคดี แต่ถ้าใช้สิทธิส่วนตัวไปร่วมชุมนุม ก็ห้ามไม่ได้


"ประชา"เชื่อมิ.ย.วุ่นตามนายกฯบอก เหตุรบ.ถูกปัญหารุม


เมื่อวันที่ 30 พ.ค. นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุเดือนมิถุนายนนี้จะมีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น ว่า นายกรัฐมนตรีพยากรณ์ทางวิทยาศาสตร์ เพราะรู้ว่าขณะนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ทำให้มีม็อบออกมาเคลื่อนไหวจำนวนมาก ประกอบกับพรรคร่วมรัฐบาลขณะนี้ ไม่สามารถตกลงเรื่องผลประโยชน์กันได้ มีความขัดแย้งกับพรรคภูมิใจไทย ทั้งเรื่องระบายสินค้าการเกษตร การเช่าที่ดินราคาถูกของพรรคประชาธิปัตย์ ที่พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วย และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเตรียมตั้งพรรคการเมือง ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เจอปัญหารุมเร้าหลายด้าน ซึ่งจะทำให้เกิดความวุ่นวายตามคาด


ส.ส.สมุทรปราการ กล่าวว่า ทั้งหมดนี้ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แม้จะมีข่าวว่า วันที่ 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จะมี ส.ส.เดินทางไปพบ แต่ตนไม่รู้ว่าใครไปบ้าง แต่ที่รู้คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้อยู่ที่เมืองดูไบแล้ว และหลังสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ จะมีความชัดเจนเรื่องหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อย่างแน่นอน

"มาร์ค"หวังผันก้อนใหญ่สู่ระบบสค.


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ ภายใต้หัวข้อ "มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ นักธุรกิจจะช่วยได้อย่างไร"ที่สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยจัดขึ้นที่ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ถนนวิทยุ ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสองจะเน้นการสร้างงาน โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณประมาณ 1.55 ล้านล้านบาท ภายในเวลา 3 ปี โดยนำเงินมาจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี ปีละ 400,000-500,000 ล้านบาท และอีกส่วนมาจากเงินกู้ 800,000 ล้านบาท โดยเงิน 200,000 ล้านบาทจะถูกนำไปใช้เสริมฐานะทางการคลัง อีก 600,000 ล้านบาทจะนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน จึงหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทที่ออกไปมีความเรียบร้อย โดยในสัปดาห์ถัดไปจะนำทั้ง พ.ร.ก.และ พ.ร.บ.กู้เงินทั้ง 8 แสนล้านบาทเข้าสู่สภา โดยคาดว่าจะเริ่มกู้และนำเงินเข้าสู่ระบบได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้


โวยกลุ่มเผาบ้านเผาเมืองจ้องป่วน


"ความคาดหวังของผมต่อภาคเอกชนมี 4 ข้อ
1.อยากให้ภาคเอกชนเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจโลก
2.อยากให้เอกชนช่วยสร้างบรรยากาศบ้านเมืองที่ดี ให้ประชาชนเห็นว่าบรรยากาศบ้านเมืองกลับเข้าสู่ความสงบแล้ว ผมรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่พัทยา เพราะทำให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนเป็นอย่างมาก
วันนี้อาจดูว่าบ้านเมืองของเรากลับเข้าสู่ความสงบแล้ว แต่คนที่ไม่ต้องการให้เกิดความสงบยังมีอยู่ ยังทำงานอยู่ ซึ่งภายในเดือนหน้าคนกลุ่มนี้ก็จะออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง จึงอยากให้ช่วยกันไม่ให้สนับสนุนคนเหล่านั้น ในการกระทำผิดกฎหมายจนถึงขั้นเผาบ้านเผาเมือง เพื่อเป็นการรักษาบรรยากาศที่ดี ซึ่งการช่วยเหลือกันครั้งนี้ ไม่ใช่การช่วยเหลือรัฐบาล แต่เป็นการช่วยเหลือประเทศชาติ
3.ภาคเอกชนจะต้องหาความพอดี ระหว่างการไม่ตื่นตระหนักและการไม่ประมาท และ
4.ภาคเอกชนต้องช่วยสอดส่องและให้ข้อมูลการทุจริต เพราะการทุจริตส่วนใหญ่มาจากคนสามฝ่าย คือนักการเมือง ข้าราชการ และนักธุรกิจ ซึ่งหากนักธุรกิจไม่ยอมให้เกิดการคอร์รัปชั่น นักการเมืองและข้าราชการก็ไม่สามารถเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ได้"นายกฯกล่าว


ให้เกษตรฯสำรวจต้นทุนข้าวโพด


นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการกำหนดราคาประกันสินค้าข้าวโพดล่วงหน้า ภายใต้แนวทางการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรรูปแบบใหม่ ทดแทนโครงการรับจำนำ หลังจากได้ดำเนินการกับสินค้ามันสำปะหลังไปก่อนหน้านี้ โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ ไปดำเนินการสำรวจต้นทุนการผลิตสินค้าชนิดนี้ว่า จะอยู่ที่ราคาเท่าไร และให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไปวางแนวทางการดำเนินงาน รวมถึงข้อมูลเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการ โดยให้เวลาประมาณ 2 เดือน และนำกลับเข้ามาเสนอที่ประชุมอีกครั้ง


"เชื่อว่าการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรรูปแบบใหม่ จะช่วยป้องกันปัญหาการทุจริตได้ดีกว่าการรับจำนำแบบเดิม เราไม่ต้องไปกังวลเรื่องการเก็บรักษาสินค้าอีกต่อไป เพราะสินค้าจะอยู่ที่เกษตรกรเอง และไม่ต้องกังวลว่า จะมีสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาปะปนด้วยอีกหรือไม่"รองนายกฯกล่าว


จี้พณ.ทำงานให้มีประสิทธิภาพ


ส่วนการระบายข้าวโพดในสต๊อครัฐบาล จำนวน 4 แสนตันจากปริมาณทั้งหมด 1 ล้านตัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เปิดประมูลไปก่อนหน้านี้ นายกอร์ปศักดิ์กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานข้อมูลให้รับทราบว่า ผู้ส่งออกที่ชนะการประมูล 2 ราย ทำหนังสือขอถอนตัวและขอคืนหลักประกันสัญญาจากการประมูลครั้งนี้แล้ว ส่วนผู้ส่งออกอีกหนึ่งราย คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะข้าวโพดที่ประมูลได้มีกว่า 6 หมื่นตันเท่านั้น และน่าจะทำหนังสือแจ้งขอถอนตัวเร็วๆ นี้เช่นกัน ทั้งนี้เรื่องการระบายข้าวโพดสต๊อครัฐบาล คงจะต้องรอให้คณะกรรมการชุดที่มีอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ วางแนวทางการระบายที่ชัดเจนก่อน แต่ที่ประชุมครั้งนี้ได้กำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่า สินค้าที่ประมูลไปจะต้องส่งออกไปต่างประเทศ หากถ้าจะมีเหลืออยู่ก็จะอนุญาตให้แค่อยู่ในมือสหกรณ์กลุ่มเล็กๆ ที่ต้องการซื้อเพื่อใช้ในประเทศเท่านั้น


รองนายกฯกล่าวว่า ที่ประชุมแจ้งให้กระทรวงพาณิชย์ไปปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยหยิบยกกรณีการประมูลข้าวโพด ซึ่งพบว่าหลังจากคณะกรรมการฯมีมติให้กระทรวงพาณิชย์ส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความอำนาจการระบายข้าวโพดของคณะทำงาน ชุดที่แต่งตั้งในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว พบว่าต้องใช้เวลากว่า 6 สัปดาห์ถึงจะนำผลการตีความเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ได้ ซึ่งถือว่าค่อนข้างล่าช้า


สั่งยกเลิกโควต้านำเข้าข้าวโพด


"เรื่องการระบายข้าวโพด สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ คุณภาพของสินค้าที่ไม่รู้ว่าขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง ดังนั้นในวันที่ 30 พฤษภาคม นี้ ผมจะลงพื้นที่ไปสุ่มตรวจสอบในโกดังสินค้าด้วยตนเอง เพื่อดูว่าสินค้าที่เก็บไว้เป็นอย่างไร"


นายกอร์ปศักดิ์กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีมติให้มีการพิจารณายกเลิกโควต้าการนำเข้าสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 4 แสนตัน ในปี 2552 ตามโครงการคอนแท็คฟาร์มมิ่ง ที่รัฐบาลในอดีตทำร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการเปิดให้นักธุรกิจชาวไทยเข้าไปลงทุนปลูกพืชสินค้าเกษตรเพื่อส่งออกมายังประเทศไทย เนื่องจากเห็นว่าปริมาณข้าวโพดในประเทศไม่ได้ขาดแคลนเหมือนในอดีต ในทางตรงกันข้ามกลับมีปริมาณผลผลิตจำนวนมาก โดยได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ ไปพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ รวมถึงสินค้าเกษตรประเภทอื่นด้วย


บอร์ดอคส.นัด1มิ.ย.ถกปม17บริษัท


สำหรับกรณีปัญหาการระบายข้าวค้างสต๊อคนั้น แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ด อคส.) ที่มีนายวิวัฒน์ เลาหพูนรังษี เป็นประธาน ในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ จะมีการหารือประเด็นเงื่อนไขของสัญญาซื้อขายข้าวกับภาคเอกชนที่ชนะการประมูล 17 ราย ปริมาณรวม 2.6 ล้านตัน ว่าผู้ซื้อสามารถฟ้องร้องและเรียกค่าเสียหายจาก อคส.ได้ในกรณีใดบ้าง และผู้ซื้อไม่สามารถฟ้องร้องต่อรัฐในกรณีใดบ้าง นอกจากนี้จะหารือประเด็นหากมีการยกเลิกสัญญาซื้อขายที่ได้อนุมัติขายข้าวให้กับผู้ชนะประมูลทั้ง 17 รายแล้ว ใครมีอำนาจในการยกเลิก เนื่องจากเป็นกรณีที่ไม่เคยเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมา อคส.จะถูกฟ้องร้องกรณีมีสินค้าส่งมอบไม่ตรงกับคุณภาพและปริมาณที่ซื้อขาย

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รักษาการอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจดูแลสินค้าเกษตรทั้งระบบ กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ต้องรอหารือและรับทราบแนวทางจากนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก่อน คาดว่าจะหารือใน 1-2 วันนี้


นายสมพงษ์ กิตติเรียงลาภ ประธานบริษัท พงษ์ลาภ จำกัด หนึ่งในผู้ชนะประมูลข้าวรายใหญ่ กล่าวว่า ได้ติดต่อไปยัง อคส. เพื่อสอบถามเรื่องการรับมอบข้าวที่ประมูลได้ แต่ทางอคส. ขอเวลา 1-2 วัน ก่อนจะให้คำตอบว่าจะสามารถให้เอกชนเข้าไปรับมอบข้าวได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางบริษัทฯได้รับการติดต่อจากบุคคลระดับสูงขอให้ชะลอการดำเนินคดีตามกฎหมายในโกดังอื่นที่ยังไม่ได้แจ้งความไว้ก่อน เพื่อรอความชัดเจนในเรื่องนี้

ไม่มีข้อหาก่อการร้าย

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




คดีกลุ่มพันธมิตรบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ผ่านมา 187 วันแล้ว ยังไม่ชัดเจนว่าจะเอาผิดใครได้บ้าง หรือเอาผิดข้อหาอะไร

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เคยตอบในสภาว่าทุกคดีมีความคืบหน้า จะดำเนินการอย่างเท่าเทียมกันตามกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ภ.1 บอกว่ายึดสนามบินสุวรรณภูมิที่ยังช้า เพราะเป็นคดีก่อการร้าย มีโทษถึงประหารชีวิต

พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วยผบ.ตร.เจ้าของคดี ก็ยืนยันเช่นเดียวกันว่า พนักงานสอบสวนที่ทำคดีพอจะมองเห็นช่องทางในการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่ต้องรอฟังผลของผู้เชี่ยวชาญจากกรมการขนส่งทางอากาศ ที่จะต้องยืนยันเอกสารความผิดของพันธมิตรว่ามีความผิดเข้าข่ายข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรมขนส่งทางอากาศหรือไม่ ในวันที่ 28 พ.ค.จะประสานขอทราบผลอีกครั้ง

พล.ต.ท.วุฒิ ยังระบุด้วยว่าเบื้องต้นได้เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาตั้งแต่บุกรุกจนถึงข้อหาก่อการร้ายสากล คาดว่าประมาณปลายเดือนพ.ค. จะมีความคืบหน้าในการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่เกี่ยวข้อง

ต่อมา พล.ต.ท.วุฒิได้ยื่นขอลาออกจากหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีนี้ เมื่อวันที่ 12 พ.ค.

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.จึงมีคำสั่งให้พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร.เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนดูแลควบคุมคดีแทน

เมื่อวันพุธที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ธานี ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวน เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีเกี่ยวกับการชุมนุมของพันธมิตร ทั้งคดีปิดล้อมรัฐสภา คดีบุกยึดสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ

เมื่อนักข่าวถามถึงคดียึดสนามบิน จะสามารถแจ้งข้อหาการก่อการร้ายสากลได้หรือไม่

พล.ต.อ.ธานี บอกหน้าตาเฉยว่าจากที่ดูรายงานการประชุมที่พล.ต.ท.วุฒิทำมา ไม่เห็นมีข้อหานี้

สำหรับคดีเกี่ยวพันธมิตร เดิมพล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร.เป็นผู้ดูแล

หลังรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เข้ามา มีการย้ายนายตำรวจที่เกี่ยวข้องหลายนาย ทำให้พล.ต.อ.จงรักพ้นหน้าที่ไป

ต่อมา พล.ต.ท.วุฒิได้มาดูแลคดีแทน เมื่อยื่นขอลาออกไป ก็เป็นอำนาจของพล.ต.อ.ธานี

ซึ่งบอกว่าไม่มีข้อหาก่อการร้ายสากลสำหรับกลุ่มพันธมิตร

จากเคอิโงะถึงแพนด้า

ที่มา เดลินิวส์

ไม่ได้อยู่หลังเขาเพิ่งเห่อนะ ก็ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับหนูน้อยตามหาพ่อ เคอิโงะ ซาโต เหมือนคนอื่น ๆ นั่นแหละ นอกจากหน้าตาจะน่ารัก ตาหยีนิด ๆ แบบญี่ปุ่นของแท้แล้ว

เด็กอะไรไม่รู้ ช่าง กล้าหาญแท้

ผู้ใหญ่ออกทีวีถูกสื่อรุมซะขนาดนั้น ยังเอาตัวไม่รอด อย่าว่าแต่เคอิโงะที่อายุยังไม่เต็มสิบเลย

นักข่าวเอาไมค์จ่อปาก ถามว่า ถ้าเด็กคนอื่น ๆ อยากตามหาพ่อบ้าง จะแนะนำเค้ายังไงบ้าง เคอิโงะ ตอบยังไง รู้มั้ย เอามือเท้าคาง กอดตุ๊กตาแมวที่เป็นผ้าในชุดทหาร ด้วยเสียงใส ๆ หัวใจดวงเดียวว่า

“หนูจะบอกเค้าว่า สู้ สู้ สู้ต่อไป หนูสู้ไปไม่มีวันยอม จนกว่าจะ พบพ่อ”

โอ้โฮ เขียนสคริปต์ใส่ปาก ยังไม่กินใจขนาดนี้เลย สมแล้วที่กลาย เป็น ขวัญใจคนไทย ชั่วข้ามคืน เรื่องราวการตามหาพ่อญี่ปุ่นของเคอิโงะ ที่เอารูปพ่อใส่กระเป๋า

ถามคนมาซื้ออาหารปลาที่ป้ากับตัวเองขายอยู่ใน วัดท่าหลวง จังหวัดพิจิตร ทุกวัน ติดต่อกัน 2 ปี เพราะแม่บอกให้คอยพ่อที่นี่ จนทีวีเอามาเสนอข่าว

กลายเป็นการจุดพลุให้ลูกญี่ปุ่นคนอื่น ตามหาพ่อนับสิบคน ที่จังหวัด แพร่ มีลูกญี่ปุ่นที่ไม่เคยพบหน้าพ่อเกือบ 20 คน ปัญหาคล้ายลูกครึ่ง ไทย- อเมริกัน ช่วงสงครามเวียดนาม

แต่พ่อญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักเป็นนักท่องเที่ยว ผ่านมาแล้วผ่านไป เคอิโงะ ก็เป็นหนึ่งในผลผลิตนั้น

วันนี้เคอิโงะได้พูดโทรศัพท์กับพ่อแล้ว เพราะสื่อและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสถานทูตญี่ปุ่นยื่นมือเข้ามาช่วยประสาน พ่อญี่ปุ่นบอก จะมาหาลูก เดือนกันยายนนี้ ก็ขอให้ได้พบพ่อจริง ๆ

เรื่องเคอิโงะ ล่าสุดมีข่าวสหมงคลฟิล์ม จะเอาไปเล่นหนัง ก่อนหน้านั้นก็มีข่าว ค่ายหนังสือใหญ่ญี่ปุ่นจะขอซื้อลิขสิทธิ์ไปทำหนังสือการ์ตูน สินค้าหลายตัว ก็จะจ้างเป็นพรีเซ็นเตอร์

ทั้งหมดถือเป็นเรื่องดี เคอิโงะ จะได้มีเงิน เป็นทุนการศึกษาต่อไป

เห็น ผู้ว่าฯ พิจิตร ให้สัมภาษณ์ว่า จะหา คกก.ช่วยเหลือดูแลให้เคอิโงะได้ประโยชน์สูงสุด แต่นั่นแหละ พอมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ปัญหาจะตามมาเป็นพรวน ก็ต้องฝากท่านผู้ว่าฯ รับมือด้วย

ถ้าเคอิโงะ มีคนดูแลอย่างจริงใจ และจริงจัง อนาคตก็คงจะสดใส ไปได้ดี

อีกเรื่อง ที่ทำให้คนไทยแช่มชื่น คงไม่พ้น ช่วง ช่วง กับ หลินฮุ่ย หมีแพนด้าที่จีนให้ไทยมา เพราะเป็นสัตว์โลกสุดมหัศจรรย์ แต่แพร่พันธุ์ไม่เก่งเอาเลย ที่จีนเหลือแค่ 3,000 ตัว จีนจึงหวงมาก

ต้องมีสายสัมพันธ์ดีมากถึงจะให้ แต่ในรูปให้ยืมเพื่อการศึกษา (10 ปี) แล้วต้องส่งคืน หรือจะให้ยืมต่อ แล้วแต่ความญาติดีต่อกัน ไม่ได้ ให้ขาด !!!

สวนสัตว์เชียงใหม่ โชคดีมากที่ได้แพนด้า แต่โชคดีกว่านั้น คือ ผสมเทียมสำเร็จ หลังรอมา 6 ปี หลินฮุ่ย ให้กำเนิดลูกถึง 2 ตัว กลายเป็นประเทศที่สามในโลกต่อจากสหรัฐและญี่ปุ่น ที่ทำสำเร็จ

ทีมสัตวแพทย์ ไทยเก่งมาก สมควรได้รับการปรบมือ และการขอบคุณ

ทั้งสองเรื่องทำให้คนไทย ได้หัวเราะ ได้ยิ้ม อย่างแช่มชื่นเบิกบานใจ หลังจากมีแต่เรื่องเครียดชวนหดหู่มานานกว่า 3-4 ปี แล้ว.

ดาวประกายพรึก

แรงไปก็พัง

ที่มา ไทยรัฐ

การเมืองก็เหมือนโรงละคร หน้าฉากเป็นการแสดงแต่หลังฉากคือของจริง

ถ้าแยกมิติการแสดงกับมิติความเป็นจริงไม่ได้ ก็จะอ่านเกมการเมืองไม่เข้าใจ และสุดท้ายก็จะงงซะเอง!!

ข่าวที่ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์จะแตกหักกับพรรคภูมิใจไทยจนต้องยุบสภาฯเลือกตั้งใหม่ภายใน 3 เดือน 6 เดือน จึงเป็นเพียง "ภาพลวงตา"

เพราะในมิติของความเป็นจริง ประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทยต้องกอดคอกันไปอย่างนี้อีกนาน

เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกันทางการเมือง เปรียบเหมือนน้ำพึ่งเรือเสือต้องพึ่งป่านั่นแหละโยม

พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่พร้อมยุบสภาฯจนกว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัว และนโยบายของรัฐบาลที่อัดฉีดลงไปจะเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม

หมายความว่ารัฐบาล "นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" จะต้องประคองตัวให้ผ่าน 1 ปี เพื่อรับประกันความมั่นใจว่าหลังเลือกตั้งใหม่พรรคประชาธิปัตย์จะคัมแบ็กกลับมาเป็นรัฐบาล

เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทยก็ยังไม่ พร้อมที่จะลงสนามเลือกตั้งเต็มตัว ยังต้องใช้เวลาระดมสรรพกำลังทั้งคนทั้งทุนที่จะใช้ขับเคลื่อนการเมืองเพื่อแย่งชิงฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย

เพราะเป้าหมายสำคัญคือการทำให้พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่มี ส.ส.มากที่สุดในสภาฯ

"แม่ลูกจันทร์" จาระไนมาซะยืดยาวก็เพื่อสรุปว่า พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทยจะไม่ปล่อยให้ความขัดแย้งบานปลาย

โครงการใดที่พรรคภูมิใจไทยผลักดัน พรรคประชาธิปัตย์อาจจะทักท้วงบ้าง เพื่อรักษาหลักการ

แต่จะไม่หักดิบถึงขั้นล้มโครงการ

เพราะพรรคประชาธิปัตย์รู้ดีว่าถ้าเล่นแรงเกินไปรัฐบาลก็พัง!!

"แม่ลูกจันทร์" ฟันธงว่าในที่สุด โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวีสี่พันคัน ก็จะผ่านความเห็นชอบจาก ครม.

เพราะถ้าโครงการนี้ถูกยกเลิก พรรคภูมิใจไทยจะเสียรังวัดอย่างแรง!!

แต่เนื่องจากโครงการนี้มีกระแสคัดค้าน

กันครึกโครม ก็ต้องหาทางปรับลดค่าเช่าลงบ้างพอเป็นกระสายยา

อย่างน้อยก็เป็นข้ออ้างว่ามีการแก้ไขเพื่อรักษาประโยชน์ของประชาชน

เช่นเดียวกับโครงการประมูลข้าว 2.6 ล้านตัน และโครงการประมูลข้าวโพด 4.4 แสนตัน ซึ่ง "นายกฯอภิสิทธิ์" สั่งให้กระทรวงพาณิชย์ทบทวน

"แม่ลูกจันทร์" เชื่อว่าสุดท้ายจะไม่ ยกเลิกประมูล เพื่อให้การระบายสินค้าเกษตรที่ค้างสต๊อกให้เดินหน้าต่อไป

ส่วนปัญหาขัดแย้งระหว่าง รองนายกฯ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ พรรคประชาธิปัตย์ กับ "รมว.พาณิชย์ พรทิวา นาคาศัย" พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับการประมูลขายสินค้าเกษตรในสต๊อกรัฐบาล

งานนี้ "รองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ" ต้องสวมวิญญาณกาวใจ คืนอำนาจให้ "เจ๊พรทิวา" รมว.พาณิชย์ เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจอย่างเดิม

สำหรับรองนายกฯ กอร์ปศักดิ์ที่ออกมาขวางทางปืน ก็ถูกสะกิดให้ลดบทบาทลง เพื่อลดความขัดแย้งภายในรัฐบาล

หมายเหตุ "แม่ลูกจันทร์" เห็นด้วยที่ "นายกฯอภิสิทธิ์" จะยกเลิกนโยบายรับจำนำสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำให้รัฐขาดทุนมโหฬารติดต่อกันหลายปี

ขาดทุนมโหฬารเพราะตั้งราคารับจำนำไว้สูงเว่อร์เกินไป แต่เวลาประมูลขายให้พ่อค้าดันขายราคาต่ำเกินควร

คนที่ได้ประโยชน์จึงกลายเป็นพ่อค้า แทนที่จะเป็นพี่น้องเกษตรกร

ก็หวังว่าปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายของนโยบายรับจำนำสินค้าเกษตรของรัฐบาล

ผีถึงป่าช้าแล้วนี่ก็ต้องเลยตามเลย.

"แม่ลูกจันทร์"

'กษิต'ทิ้งพันธมิตรฯ ซบปชป. ยาหอมมาร์คดีที่สุด

ที่มา ไทยรัฐ

รมว.ต่างประเทศ 'กษิต ภิรมย์' ปันใจ! ทิ้งกลุ่มพันธมิตรฯ ประกาศขออยู่ซบพรรคประชาธิปัตย์ ต่อ ชื่นชม 'อภิสิทธิ์' เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ดีที่สุด ของประเทศไทย ...


วันนี้ (30 พ.ค.) นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงอนาคตทางการเมือง ภายหลังกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ประกาศตั้งพรรคการเมือง ว่า ตนอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนเรื่องความสนิทสนมกับแกนนำพันธมิตรฯ ไม่เป็นปัญหา ก็สนิทกับหลายพวก หลายกลุ่ม ไม่มีปัญหา เป็นเรื่องธรรมดาของสังคมไทย

เมื่อถามว่า ยืนยันจะอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า 'แน่นอน เพราะ ท่านนายกฯ เป็นคนที่ดีที่สุดของประเทศไทย และเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม และได้ทำงานร่วมกันมา 4-5 ปี ในช่วงเป็นฝ่ายค้าน พอมาเป็นรัฐบาล 5 เดือน เราก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ ภายใต้การนำของนายกฯ ไม่มีข้อสงสัย ไม่มีความลังเลอะไร ทุกอย่างมั่นคง ขอให้สบายใจได้ว่า อยู่กับท่านนายกฯและพรรคประชาธิปัตย์'

ต่อข้อถามกลุ่มพันธมิตรฯ เสนอแนวคิดการเมืองใหม่ที่นายกษิต สนับสนุน ดังนั้นจะไปร่วมทำงานด้วยกันหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า อันนี้คือความเป็นประชาธิปไตย เมื่อถามว่า ตกลงจะอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ นายกษิต ตะโกนตอบอย่างเสียงดังว่า 'ประชาธิปัตย์ 100% ครับ'

ข่าวมอนิเตอร์ประจำวันที่ 30 พฤษภาคม 2552

ที่มา ประชาไท

ในประเทศ

โปรดเกล้าฯ"ศุภชัย โพธิ์สุ"นั่งรมช.เกษตรฯแล้ว

เว็บไซต์สยามรัฐ : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2551 แล้ว และแต่งตั้งรัฐมนตรี เพื่อบริหาราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2551 และประกาศครั้งสุดท้าย ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 นั้น บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า ได้มีรัฐมนตรีลาออกบางตำแหน่ง สมควรแต่งตั้งรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่าง เพื่อความเหมาะสม และบังเกิดประโยชน์แก่ราชการ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายศุภชัย โพธิ์สุ เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 เป็นปีที่ 64 ในรัชกาลปัจจุบัน

อนุกก.ฯเสนอ4ประเด็นปฏิรูป

มติชนออนไลน์ : นายประเสริฐ ชิตพงศ์ ส.ว.สงขลา ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการปฏิรูปการเมือง กล่าวว่า จะรายงานผลการศึกษาต่อคณะกรรมการสมานฉันท์ฯในวันที่ 2-4 มิถุนายน ใน 4 ประเด็นของการปฏิรูปการเมือง คือ 1.โครงสร้างทางสังคมการเมืองและเศรษฐกิจตามรัฐธรรมนูญ อาทิ องค์กรตามรัฐธรรมนูญในเรื่องบทบาทอำนาจหน้าที่ ที่มา การปฏิบัติหน้าที่ หรือที่มาของกรรมการองค์กรอิสระอาจต้องเชื่อมโยงกับประชาชน ส่วนพรรคการเมืองและนักการเมืองต้องพัฒนาให้เข้มแข็ง เช่น การบริจาคเงินให้พรรค หรืออาจไม่ต้องให้ผู้มีสิทธิลงสมัครเลือกตั้งสังกัดพรรค 2.วัฒนธรรมทางการเมืองที่สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจ สังคมไทย 3.หลักกฎหมายที่เอื้อต่อการพัฒนาให้สังคมเป็นนิติรัฐ และ 4.บทบาททางการเมืองของภาคส่วนต่างๆ ที่สอดคล้องกับการส่งเสริมประชาธิปไตย เช่น ภาคพลเมือง ภาคการเมือง ภาครัฐ ภาควิชาการ


"แนวทางการดำเนินการปฏิรูป 3 ข้อ คือ 1.ให้ศึกษาโครงสร้างรัฐธรรมนูญและกฎหมายในประเด็นที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และที่กระทบต่อสังคมเศรษฐกิจซึ่งเป็นข้อจำกัดในการพัฒนาการเมือง และอาจนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญบางมาตรา 2.ให้มีองค์กรรับผิดชอบด้านเผยแพร่ความรู้ประชาธิปไตยผ่านระบบการศึกษาและ ระบบอื่นๆ เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมประชาธิปไตยแก่เยาวชนและชุมชน อันเป็นพื้นฐานการปฏิรูปการเมือง 3.ควรตั้งสภาปฏิรูปการเมืองแห่งประเทศไทย และกรณีต้องแก้รัฐธรรมนูญก็ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยนำข้อดีข้อด้อยของรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับมาเป็นแนวทางให้ได้รัฐธรรมนูญที่ เป็นประชาธิปไตย"นายประเสริฐกล่าว

ด้านนายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต อนุกรรมการ กล่าวว่า การปฏิรูปการเมืองคือการให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่มีคุณภาพ อาทิ การเลือกตั้งที่เป็นธรรม รวมถึงการสร้างเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมที่เป็นประชาธิปไตย หมายถึงระบบเศรษฐกิจที่ทุกคนมีเสรีภาพประกอบการและแข่งกันอย่างเป็นธรรม ผู้อ่อนแอกว่ารัฐต้องช่วยเหลือ เสริมสร้างความเสมอภาคทางสังคม เพื่อกันธนาธิปไตย และอำมาตยาธิปไตย ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาหลายปี สังคมจึงต้องอดทน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุสรณ์ยังแจกบทความเรื่องเศรษฐศาสตร์การเมืองว่าด้วยความสมานฉันท์และ การปฏิรูป ซึ่งตอนหนึ่งมีการเสนอว่า ต้องปฏิรูปการเมือง โดยให้สมาชิกรัฐสภามาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และให้เลือกนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยตรง ทั้งนี้ การปฏิรูประดับโครงสร้างต้องให้เลือกตั้งสภาปฏิรูปประเทศเพื่อมาศึกษาข้อ เสนอการปฏิรูปประเทศอย่างรอบด้าน การคืนความเป็นธรรม หรือนิรโทษกรรมและนำเสนอให้รัฐสภาตัดสินใจเพื่อความสงบสุขของสังคม และเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

เชิญแม่-เพื่อน"อภินพ"แจงเหตุตาย

การประชุมคณะอนุกรรมการรวบรวมเหตุการณ์ที่บริเวณดินแดง โดยมี พล.ต.ต.สุเทพ สุขสงวน ส.ว.สรรหา เป็นประธาน ที่ประชุมเชิญเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นางศิริมนต์ มาเพชร มารดา พลทหาร อภินพ เครือสุข พลทหาร ธงชัย สิมมา ทหารคนรับใช้ มาชี้แจงข้อเท็จจริง เกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของพลทหารอภินพ ภายในบ้านพักแม่ทัพภาคที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 รอ. โดยอนุกรรมการพรรคเพื่อไทย ได้ซักถามถึงโรคประจำตัวของพลทหารอภินพ การเร่งรัดให้รีบเผาศพ


นางศิริมนต์ชี้แจงว่า พลทหารอภินพไม่มีโรคประจำตัว แข็งแรงดีเพราะก่อนที่จะมาเป็นทหารรับใช้ สามารถขนของขึ้นภูที่ จ.เลย ได้ไม่มีปัญหา ส่วนกรณีเร่งรัดเผาศพยอมรับว่ามีทหารจาก จ.ปราจีนบุรี แต่ไม่รู้จักชื่อและยศ โดยคุยทางโทรศัพท์สอบถามว่าเผาศพหรือยัง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างชี้แจงของพลทหารธงชัย มีนายทหารพระธรรมนูญ 3 นายนำโดย พ.อ.วีระพันธ์ ปูรณะโชติ เข้าห้องประชุมด้วย ทำให้นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ เพื่อไทย ทักท้วงว่า นำพลทหารธงชัยมาชี้แจง เป็นไปตามอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่การสอบสวนผู้ต้องหา อยากให้พลทหารธงชัยชี้แจงอย่างอิสระ โดยไม่มีนายทหารพระธรรมนูญร่วมรับฟัง แต่ฝ่ายทหารพระธรรมนูญ ไม่ยินยอมและอ้างว่ามีหน้าที่ต้องมานั่งฟังด้วยเพราะได้รับมอบหมายจากผู้ บังคับบัญชา ต่างฝ่ายต่างไม่ยินยอม นายวรวัจน์ ได้ขอให้มีการประชุมลับกว่า 20 นาที


ด้าน พล.ต.ต.สุเทพเปิดเผยว่า การซักถามพลทหารธงชัยในที่ประชุมลับ ยอมรับว่า ไม่เป็นประโยชน์ต่อข้อสงสัยของคณะอนุกรรมการมากนัก เพราะพลทหารธงชัย ยืนยันเพียงว่าพลทหารอภินพ ลื่นล้มในห้องน้ำจริง หลังจากนั้นมานอนก็บ่นว่า ปวดหัว พลทหารธงชัย จึงไปซื้อยาแก้ปวดมาให้กิน 2 เม็ดก็เท่านั้น ขณะที่ข้อสงสัยเกี่ยวกับการลื่นล้ม พลทหารธงชัยระบุว่า ห้องน้ำอยู่ระหว่างการปรับปรุง มีคนงานซ่อมห้องน้ำมาร่วมใช้ด้วยจำนวนมาก จนเกิดคราบสบู่ทำให้ลื่นล้มได้ และพลทหารธงชัยยืนยันว่า ไม่มีการทะเลาะหรือทำร้ายกัน


ทีมรปภ.ยันนายกฯไม่ได้เปลี่ยนรถ

คณะอนุกรรมการรวบรวมเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทย มีนางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม เชิญ พ.ต.ท.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม หัวหน้าทีมบังคับรถนำขบวนนายกรัฐมนตรี เข้าชี้แจงและให้ข้อมูล โดย พ.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ลำดับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่กระทรวงมหาดไทย และยืนยันว่าเป็นผู้ส่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขึ้นรถประจำตำแหน่ง ก่อนที่จะวิ่งตามรถเพื่อเตรียมขึ้นรถนำขบวนออกจากกระทรวงแต่ไม่สามารถออกไป ได้สะดวก เนื่องจากติดกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงจนต้องวนรถภายในกระทรวง 1-2 รอบก่อนที่รถนายกฯ จะวิ่งฝ่ากลุ่มผู้ชุมนุมออกไปได้เพียงคันเดียว ขอยืนยันว่าไม่ได้เปลี่ยนรถอย่างแน่นอนเพราะได้หารือกันระหว่างทีม รปภ.แล้วเชื่อว่ารถประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีความปลอดภัยสูงสุด


พ.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ขณะที่ตนยืนอยู่ข้างรถนายกรัฐมนตรีได้ยินเสียงปืนพกดังขึ้นใกล้รถนายก รัฐมนตรี และคาดว่าเป็นการยิงขู่เพื่อควบคุมสถานการณ์ที่ตึงเครียด ทราบภายหลังว่าผู้ยิงคือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของผู้ใหญ่คนหนึ่ง แต่ไม่ใช่เสียงปืนจากทีม รปภ.ของนายกฯเพราะได้ตกลงกันแล้วว่าจะไม่มีการชักปืนยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุม เพราะเกรงว่าจะถูกดำเนินคดีอาญา ซึ่งตนหนีออกจากกระทรวงภายหลังที่รถนายกฯออกจากกระทรวงแล้ว เพราะได้ยินเสียงประกาศจากแกนนำปลุกระดมให้กลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าไปภายใน กระทรวงโดยแกนนำอ้างว่าทหารฆ่าผู้ชุมนุมแล้วเก็บศพไว้ในกระทรวง


ต่อมาคณะอนุกรรมการฯเชิญนายไพฑูรย์ รักษ์บ้านเกิด คนขับรถนายกรัฐมนตรี เข้าชี้แจงว่า นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ นั่งอยู่ในรถคันที่ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมบุกทุบทำลายจริง และไม่มีใครลงก่อนที่รถจะแล่นออกจากกระทรวง เนื่องจากรถประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกันกระสุนรอบคันและไม่สามารถเปิดประตู จากด้านนอกได้ ทั้งนี้กระจกรถด้านหลังและด้านข้างคนขับไม่สามารถเปิดได้เพราะเป็นกระจกที่ ปิดตาย และกระจกด้านคนขับเปิดได้แค่ครึ่งเดียวเพราะกระจกมีความหนามาก ขณะเกิดเหตุนายกรัฐมนตรีขอลงจากรถเพื่อเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่นายสุเทพได้ห้ามไว้ ทั้งนี้เมื่อสถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นตนได้ตัดสินใจขับรถพุ่งชนประตูที่ปิด ตายอยู่ เนื่องจากเกรงว่าผู้ที่อยู่ในรถจะได้รับอันตรายถึงชีวิต

"มาร์ค" ปูดมิ.ย.จะมีการเคลื่อนไหว เผาบ้านเผาเมือง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ ภายใต้หัวข้อ "มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ นักธุรกิจจะช่วยได้อย่างไร" ที่สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยจัดขึ้น ที่ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ถนนวิทยุ โดยกล่าวท่อนหนึ่งว่า ถึงความคาดหวังที่มีต่อภาคเอกชน 4 ข้อ คือ 1.อยากให้ภาคเอกชนเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจโลก 2. อยากให้เอกชนช่วยสร้างบรรยากาศบ้านเมืองที่ดี ให้ประชาชนเห็นว่าบรรยากาศบ้านเมืองกลับเข้าสู่ความสงบแล้ว ผมรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่พัทยา เพราะทำให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนเป็นอย่างมาก

“วันนี้อาจดูว่าบ้านเมืองของเรากลับเข้าสู่ความสงบแล้ว แต่คนที่ไม่ต้องการให้เกิดความสงบยังมีอยู่ ยังทำงานอยู่ ซึ่งภายในเดือนหน้าคนกลุ่มนี้ก็จะออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง จึงอยากให้ช่วยกันไม่ให้สนับสนุนคนเหล่านั้น ในการกระทำผิดกฎหมายจนถึงขั้นเผาบ้านเผาเมือง เพื่อเป็นการรักษาบรรยากาศที่ดี ซึ่งการช่วยเหลือกันครั้งนี้ ไม่ใช่การช่วยเหลือรัฐบาล แต่เป็นการช่วยเหลือประเทศชาติ”

3.ภาคเอกชนจะต้องหาความพอดี ระหว่างการไม่ตื่นตระหนักและการไม่ประมาท และ 4. ภาคเอกชนต้องช่วยสอดส่องและให้ข้อมูลการทุจริต เพราะการทุจริตส่วนใหญ่มาจากคนสามฝ่าย คือนักการเมือง ข้าราชการ และนักธุรกิจ ซึ่งหากนักธุรกิจไม่ยอมให้เกิดการคอร์รัปชั่น นักการเมืองและข้าราชการก็ไม่สามารถเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ได้"นายกฯกล่าว

เพื่อไทยแถลงจี้ สุเทพรับผิดชอบหลังศาลตัดสินร่วมกระทำผิดเลือก อบจ.สุราษฎร์

เว็บไซต์แนวหน้า : เมื่อเวลา 14.30 น.ที่รัฐสภา นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส.กทม.และนายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงเรียกร้องให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายชุมพล กาญจนะ และนายประพนธ์ นิลวัชรมณี ส.ส.สุราษฎร์ พรรคประชาธิปัตย์ แสดงจริยธรรมทางการเมืองและความรับผิดชอบต่อประชาชนตามที่รัฐสูญเสียเงินภาษีจัดการเลือกตั้งและจะต้องนำมาจัดการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุราษฎร์ธานี อีกรอบ ภายหลังศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำพิพากษาให้บุคคลทั้ง 3 มีความผิดร่วมในเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยนายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า สิ่งแรกนายสุเทพควรลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค ส่วนตำแหน่งรองนายกฯ แล้วแต่จะพิจารณาตัวเอง โดยตนจะส่งระเบียบและจริยธรรมทางการเมืองผ่านช่องทางรัฐสภาเพื่อส่งถึงนายสุเทพ ต่อไป

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ขอตั้งคำถามไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีด้วยว่าการกระทำดังกล่าวขัดกับกฎเหล็ก 9 ข้อที่เคยประกาศไว้หรือไม่ และขอเรียกร้องไปถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงผู้ใหญ่ในพรรคว่าจะแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานและจริยธรรมทางการเมืองหรือไม่ อย่างไร เพราะพรรคประชาธิปัตย์มักพูดว่าตนเป็นสถาบันการเมือง ซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสมากกว่าคนอื่นมาโดยตลอด

ขู่ถอดถอนครม.มาร์คหากยังดันรถเมล์ฉาว

ASTV ผู้จัดการรายวัน : นายสมชาย แสวงการ ประธานกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภาได้ออกมาเรียกร้องให้ส.ส.กทม. ทั้งจากพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 30 คน และพรรคเพื่อไทย อีก 6 คน ร่วมตรวจสอบโครงการที่นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ได้ดำเนินการขออนุมัติจัดซื้อรถเมล์ 4,000 คัน จากครม. โดยเห็นว่าหากปล่อยให้โครงการนี้ได้รับการพิจารณาอนุมัติ ความเสียหายจะเกิดขึ้นกับประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ที่ใช้บริการขนส่งรถเมล์สาธารณะโดยเฉพาะงบประมาณของประเทศจำนวนมหาศาล ที่จะต้องจ่าย เฉพาะข่าวทุจริตการจัดซื้อนับหมื่นล้านบาทฃ

ทั้งนี้ เห็นว่า ทางออกการแก้ไขปัญหาการขนส่งมวลชนสาธารณะ น่าที่จะต้องให้หน่วยงานที่มีความรับผิดชอบ และรู้ปัญหาการแก้ไขปัญหาจราจร อย่างกรุงเทพมหานคร รับไปดำเนินการเหมือนกับโอนย้ายตำรวจดับเพลิงมาสังกัด เพราะจะได้สะดวกต่อการบริหารแบบองค์รวม โดยขณะที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ก็เคยมีแนวคิดที่จะโอนย้ายองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.เข้าสังกัด แต่ติดอยู่ที่มีหนึ้ผูกพันจำนวนมหาศาล ซึ่งหากม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.คนปัจจุบัน มีความจริงใจแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่จะใช้รถเมล์สาธารณะ และแก้ปัญหาจราจรไปพร้อมกัน ก็จะต้องรับอาสาไปดำเนินการ และหากจะจัดซื้อรถเมล์เพิ่มแทนรถเก่าที่ชำรุด ก็ต้องดำเนินการจัดซื้อเฉพาะที่จำเป็น และเป็นรถที่ประกอบในประเทศไทยเท่านั้นเพราะจะเป็นการช่วยเหลือแรงงาน และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไปพร้อมกันด้วย

นายสมชาย กล่าวว่าขณะนี้ทราบมาว่า ป.ป.ช.ภาคประชาชน กำลังเคลื่อนไหวที่จะเป็นผู้ยื่นแสดงเจตจำนง รวบรวมประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา164 เพื่อถอดถอนรัฐมนตรี และ ครม.ออกจากตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 ต่อประธานวุฒิสภา หากครม.ยังจะคิดอนุมัติ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีข่าวการทุจริตเกิดขึ้นกับการจัดซื้อของโครงการนี้อยู่

ทำเอฟทีเอ 5 ชาติ ชี้ส่งออกเกินดุล

เว็บไซต์เดลินิวส์ : นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค รักษาการอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงผลการค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่ค้าเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) 5 ประเทศ ในไตรมาสแรกปี 52 (ม.ค.-มี.ค.)ว่า ไทยมีมูลค่าการค้าเกินดุลใน 3 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย นิวซี แลนด์และอินเดีย แต่ยังขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่น และจีน โดยภาพรวมมูลค่าการส่งออกปรับลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงจาก ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ

สำหรับมูลค่าการค้าทั้ง 3 ประเทศที่เกินดุลได้แก่การค้าไทย-ออสเตรเลียไทย ส่งออกมูลค่า 2,123.4 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.5% นำเข้ามูลค่า 665.8 ล้านเหรียญลดลง 36.3% เกินดุลการค้า 1,457.5 ล้านเหรียญ ส่วนการค้าระหว่างไทย-นิวซีแลนด์ ไทยส่งออก 115.2 ล้านเหรียญลดลง 37% นำเข้า 61.4 ล้านเหรียญลดลง 70.7% เกินดุลการค้า 53.8 ล้านเหรียญและการค้าระหว่างไทย-อินเดีย ไทยส่งออกมูลค่า 598.9 ล้านเหรียญลดลง 17% นำเข้ามูลค่า 352.3 ล้านเหรียญลดลง 42.6% เกินดุลการค้า 246.6 ล้านเหรียญ

ส่วนประเทศที่ขาดดุลการค้าคือ ไทย- ญี่ปุ่นขาดดุลการค้า 1,473.4 ล้านเหรียญ และไทย-จีนขาดดุลการค้า 381.7 ล้านเหรียญ

แผนจากนี้กรมจะเร่งรัดการใช้ประโยชน์ จากเอฟทีเอ เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้มากขึ้น และเพิ่มดุลการค้ากับประเทศคู่ค้าให้กลายเป็นบวก โดยเป็นสิ่งที่กรมฯ ได้ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาได้จัดประชุมชี้แจงแก่ผู้ประกอบการในภาคต่าง ๆ แล้ว

กองทุนฟื้นฟูของบ2พันล.ซื้อหนี้เกษตรกร4,500ราย

ASTV ผู้จัดการรายวัน : นางสมบุญ สุวรรณปัญญา ผู้แทนกลุ่มพัฒนาอาชีพเกษตรกร จากภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคเหนือ พร้อมคณะเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อยืนหนังสือสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของ รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ รักษาการเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.)

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้มารับหนังสือด้วยตัวเอง พร้อมกล่าวว่าเรื่องกองทุนฟื้นฟูฯเป็นเรื่องที่มีความวุ่นวายมาหลายปีแล้ว ปีนี้รัฐบาลตั้งใจว่าจะทำให้เรื่องของกระบวนการฟื้นฟูสามารถเดินหน้าได้จริงๆ ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติงบกลางไปแล้ว 2 ครั้ง พร้อมกับได้ติดตามเรื่องนี้ แต่ทั้งนี้เห็นว่าเวลาที่ปฏิบัติก็อาจจะมีปัญหาขลุกขลักบ้าง

ผู้แทนกลุ่มพัฒนาอาชีพเกษตรกร กล่าวด้วยว่า ภายหลังจากที่รศ.ดร. สังศิต มาทำหน้าที่รักษาการเลขาธิการสำนักงานกฟก. สามารถดูแลการดำเนินการของกองทุนฯ ทั้งเรื่องภายในสำนักงาน และการฟื้นฟูดูแลจัดการแก้ปัญหาหนี้ให้กับเกษตรกรได้ถึง 4,000 รายในเวลา6-8 เดือนซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าช่วง 9 ปีที่ผ่านมา

ขณะที่นายสังศิต แถลงภายหลังนำคณะผู้บริหารกองทุนฟื้นฟูฯ เข้าหารือกับนายกรัฐมนตรีว่าได้ขอให้นายกฯ ช่วยดูแลเรื่องงบประมาณปี2553 ที่จะใช้ซื้อหนี้เอ็นพีแอลอายุ 6 ปี ของเกษตรกร ซึ่งนายกฯ ก็บอกว่าจะช่วยดูให้ แต่ต้องเข้าใจว่าขณะนี้รัฐบาลต้องลดงบฯลง แต่ทางกองทุนฟื้นฟู ก็ขอเพียงให้ได้งบฯ สำหรับซื้อหนี้มาตามที่มติครม.มีไว้ และขณะนี้รัฐบาลกำลังดูให้ ยังไม่ได้ปรับลด

ทั้งนี้ ได้เรียนให้นายกฯทราบถึงสถานการณ์ที่กลุ่มเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย มาขอตรวจสอบสถานะหนี้ของสมาชิกเครือข่าย 7,000 คน ซึ่งกองทุนฟื้นฟู ได้ตรวจสอบจนเสร็จและมอบเอกสารนั้นให้แก่เครือข่ายหนี้สินชาวนาฯไปตั้งแต่เมื่อกลางเดือนเม.ย. และได้ขอร้องว่า หากมีอะไรขอให้พูดคุย และยินดีจะทำให้ทุกเรื่อง

อย่างไรก็ตาม เครือข่ายหนี้สินชาวนาฯ ก็ยืนยันว่าจะเอาเกษตรกรมาตรวจสอบสถานะหนี้ ซึ่งเราก็ต้องให้เขาตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. และยืดเยื้อมาจนถึงวันที่ 29 พ.ค. เครือข่ายหนี้สินชาวนาฯได้ขอยุติการตรวจสอบสถานะหนี้ เพราะไม่มีอะไรจะตรวจสอบอีกแล้ว ซึ่งแสดงว่าเราทำงานให้เต็มที่แล้ว และนายกฯ ก็พอใจที่เราสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี

นอกจากนั้นกองทุนฟื้นฟูฯได้ขอให้นายกฯ ช่วยอธิบายเรื่องนี้ผ่านทางรายการเชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯอภิสิทธิ์ ในวันอาทิตย์ 31 พ.ค. และได้ขอให้สำนักนายกฯช่วยเป็นเจ้าภาพรับแจ้งเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรที่ถูกหลอกลวงฉ้อโกง หรือถูกเรียกเงินค่าหัวคิว ซึ่งนายกฯ ก็รับปากที่จะดำเนินการให้ โดยหากสำนักนายกฯ เปิดให้รับเรื่องร้องทุกข์ ก็จะช่วยบรรเทาปัญหาได้ และเป็นการสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรด้วย

ธปท.รับแทรกแซงค่าบาทชี้สัญญาณสินเชื่อเริ่มฟื้น

ASTV ผู้จัดการรายวัน : นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา ธปท.ได้เข้าไปดูแลเงินบาทไม่ให้แข็งค่ามากเกินไป เพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออกไทยในระดับหนึ่ง โดยเห็นได้จากเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การเข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาทก็จะต้องดูให้เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจและคำนึงถึงภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ไม่ใช่เฉพาะภาคการส่งออก ดังนั้น ธปท.จะแทรกแซงค่าเงินบาทให้อ่อนค่ามากเกินไป เพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออกด้านเดียวคงไม่ได้

ทั้งนี้ การแข็งค่าของเงินบาทในช่วงที่ผ่านมาเกิดจากการไหลเข้าเม็ดเงินจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในเอเชีย รวมถึงไทย จึงทำให้สกุลเงินภูมิภาคปรับแข็งค่าขึ้นทั้งหมด รวมถึงการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยที่มีอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีเงินตราต่างประเทศเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งธปท.คาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดเริ่มชะลอตัวลงในไตรมาส 4 เพราะมีการนำเข้ามากขึ้น

สำหรับกรณีที่การประชุมร่วมคณะกรรมการภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ภาคเอกชนได้เรียกร้องให้ธปท.แยกการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินตราต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นกับเงินตราต่างประเทศที่ผู้ส่งออกได้รับจากการขายสินค้า นางอมรา กล่าวว่า ธปท.คงไม่สามารถจะแยกการดูแลเป็น 2 ตลาดได้ เนื่องจากตลาดการเงินไทยเป็นตลาดที่เสรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธปท.ได้รายงานฐานะเงินสำรองระหว่างประเทศล่าสุด ณ วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า เงินสำรองระหว่างประเทศอยู่ที่ระดับ 120,500 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 2,000 ล้านเหรียญ และสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าอยู่ที่ 6,100 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นสัปดาห์ก่อน 1,700 ล้านเหรียญ ซึ่งเงินทุนสำรองที่เพิ่มขึ้นเกิดจากธปท.เข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาทด้วยการซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐล่วงหน้า เพื่อประคองไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วเกินไป

นางอมรากล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเปรียบเสมือนกับการตกลงไปในเหวแล้วพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมา โดยช่วงไตรมาสแรกของปีนี้เศรษฐกิจหดตัว แต่เมื่อพิจารณาเดือนต่อเดือนที่มีการปรับฤดูกาลแล้วล่าสุดเศรษฐกิจไทยเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้คอยขยับขึ้นมาจากการที่ก่อนหน้านี้ตกไปแรง ฉะนั้น ภาครัฐควรมีมาตรการเข้ามาช่วย โดยเฉพาะการลงทุน เพื่อให้เศรษฐกิจคลายลงและผลักดันให้เอกชนกล้าลงทุน ดังนั้นขณะนี้สัญญาณการฟื้นตัวเศรษฐกิจยังช้าอยู่ จึงต้องใช้เวลา ประกอบกับการเมืองและเศรษฐกิจโลกยังไม่มีความแน่นอนอยู่ จึงต้องติดตามดูต่อไป

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจล่าสุดในเดือนเม.ย.ลดลงเหลือ 39.2 จากเดือนก่อน 40 ซึ่งเกิดจากในเดือนนี้มีวันทำการน้อยกว่าปกติ ประกอบกับความไม่สงบทางด้านการเมือง แต่หากมองไปอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 46.0 จาก 41.5 ในเดือนก่อน ตามคำสั่งซื้อที่สูงขึ้นและผลประกอบการที่ดี โดยเฉพาะผลประกอบการที่กลับมาอยู่ในระดับเชื่อมั่นเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่แรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมยังคงลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 72.1 จากเดือนก่อน 72.8 ซึ่งเป็นการลดลงทุกรายการทั้งความเชื่อมั่นในปัจจุบันและอนาคต

สำหรับเงินฝากขยายตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อนที่ 6% หากนับรวมการออกตราสารหนี้ประเภทตั๋วแลกเงินแล้ว เงินฝากขยายตัว 8.7% สะท้อนการย้ายเงินฝากไปสู่การลงทุนในตั๋วแลกเงินเพิ่มสูงขึ้น ด้านสินเชื่อภาคเอกชนขยายตัว 5.8%จากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามภาวะเศรษฐกิจและการชะลอสินเชื่อที่ให้แก่ภาคธุรกิจเป็นสำคัญ ขณะที่สินเชื่อภาคครัวเรือนขยายตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเป็นรายเดือน พบว่า สินเชื่อภาคเอกชนเริ่มเพิ่มขึ้นเป็น 29.4 พันล้านบาท หลังจากหดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน โดยเป็นการขยายตัวจากสินเชื่อสถาบันการเงินภาครัฐเป็นสำคัญ โดยเฉพาะด้านการอุปโภคบริโภค

รัฐใช้งบร่วม 1,000 ล้านพลิกโฉมสนามบินอู่ตะเภาสู่อินเตอร์

ASTV ผู้จัดการรายวัน : เมื่อเร็วๆนี้ ที่สำนักงานท่าอากาศยานสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา-เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พล.ร.ต.สุรพงษ์ อัยสานนท์ รองผู้อำนวยการการท่าอากาศยานสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมการขนส่งทางอากาศ การบินไทย และเมืองพัทยา เพื่อร่วมหารือแนวทางการพัฒนาสนามบินร่วมกัน

หลังจากที่รัฐบาลและหลายฝ่ายเล็งเห็นว่า จำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างจริงจัง จากกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงปลายปีที่ผ่านมา จนภาครัฐต้องหันมาใช้อู่ตะเภาแทนสนามบินหลักอย่างสุวรรณภูมิ และดอนเมือง โดยพบว่าประสพปัญหาในเรื่องของการให้บริการ สถานที่ และบุคลากรเป็นอย่างมาก

สำหรับการประชุมครั้งนี้เป็นการนำเสนอแผนการพัฒนาในภาพรวมของสนามบินอู่ตะเภา โดยเฉพาะกรณีในโครงการที่ทางกองทัพเรือได้เสนอไปยังส่วนกลาง เพื่อขอจัดสรรงบประมาณจำนวน 995 ล้านบาท เพื่อนำมาดำเนินการก่อสร้างอาคารรองรับผู้โดยสารใหม่ ในงบประมาณจำนวน 600 ล้านบาท ซึ่งขยายพื้นที่จากเดิมในพื้นที่ 4,280 ตารางเมตร(ตร.ม.)เป็น 25,200 ตร.ม. ที่สามารถรองรับผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออกได้จำนวนถึง 1,500 คน/ชั่วโมงหรือเพิ่มสัดส่วนการให้บริการจากเดิมเพิ่มขึ้นได้อีกถึง 100 %

ทั้งนี้ จะมีการจำลองรูปแบบของอาคารมาจากท่าอากาศยานจังหวัดพิษณุโลกมาจัดทำ เพียงปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในและอุปกรณ์บางอย่างให้มีความทันสมัย และสามารถใช้งานในการรองรับผู้โดยสารและเที่ยวบินจำนวนมากได้โดยสะดวก รวมทั้งการก่อสร้างลานจอดแห่งใหม่เพิ่มเติม การจัดซื้อเครื่อง X-Ray การจัดสร้างโรงน้ำมันเชื้อเพลิง รถดับเพลิง และอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์สูงสุดในปี 53-55 นี้

พล.ร.ต.สุรพงษ์ เปิดเผยว่าปัจจุบันสำหรับแผนงานการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา เป็นความดำริของภาครัฐที่เล็งเห็นว่าควรพัฒนาอู่ตะเภาให้เป็นพื้นที่สำรองหากเกิดกรณีฉุกเฉิน อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในอนาคต ซึ่งจะได้มีการนำโครงการเสนอขอจัดสรรอย่างเป็นรูปธรรมภายในช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้

ในส่วนของการเตรียมความพร้อม จากการเจรจาร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง ก็ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางอากาศเป็นผู้ดำเนินการออกแบบร่วมกับกรมการทหารช่างของกองทัพเรือ จากนั้นจะมีการร่าง TOR ก่อนนำเสนอบอร์ดการท่าอากาศยานเพื่อขอความเห็นชอบภายในระยะเวลา 2 เดือน และดำเนินการก่อสร้างอย่างเป็นรูปธรรม โดยคาดว่าจะสามารถลงมือปฏิบัติการได้ภายในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2553 และจะใช้เวลาในการก่อสร้างรวมแล้วจำนวน 540 วัน ซึ่งคาดว่าหากดำเนินการแล้วเสร็จก็คงจะเกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อไป

กาชาดประกาศห้ามเกย์เซ็กซ์สำส่อนบริจาคเลือด

ASTV ผู้จัดการรายวัน : พญ.สร้อยสอางค์ พิกุลสด ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า คณะอนุกรรมการวิชาการในคณะกรรมการจัดหาและส่งเสริมผู้ให้โลหิตแห่งสภากาชาดไทยได้ปรับเปลี่ยนแบบสอบถามในการคัดเลือกผู้บริจาคโลหิตใหม่ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยศูนย์บริการโลหิตฯส่วนกลางได้เริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว โดยมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นกระดาษเอสี่ จากเดิมที่มีขนาดเพียงครึ่งเดียว รวมทั้งเรื่องของอายุผู้บริจาคและมาตรการคัดกรองพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของทุกเพศ รวมถึงกลุ่มรักเพศเดียวกันด้วย ทั้งนี้จะเริ่มพร้อมกันภายในสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ สภากาชาดฯได้ปรับเปลี่ยนแบบสอบถามของผู้บริจาคโลหิตให้มีความครอบคลุมมากขึ้น โดยเพิ่มเติมคำถามของพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ในข้อ 12 เป็น 4 ข้อย่อย โดยมิได้เฉพาะเจาะจงบุคคลหรืออาชีพใด ซึ่งหากผู้บริจาคโลหิตไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าอาจมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือคู่นอนของตัวเองมีพฤติกรรมเสี่ยงก็จำเป็นต้องงดการรับบริจาคโลหิตอย่างถาวร และไม่แนะนำให้ปกปิดข้อมูล เพราะการบริจาคโลหิตเป็นการทำบุญกุศล ซึ่งต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้รับโลหิตด้วย ไม่ใช่โยนให้เป็นหน้าที่ของสภากาชาดฯเพียงอย่างเดียว

กลุ่มรักเพศเดียวกันที่ไม่เห็นด้วยกับแบบสอบถามที่ห้ามผู้รักเพศเดียวกันบริจาคโลหิต ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้ว โดยไม่ต้องนำแบบสอบถามที่ปรับปรุงใหม่นี้ไปให้ตรวจดูอีก เพราะแบบสอบถามฉบับนี้ครอบคลุมห้ามทุกกลุ่ม ทุกเพศทุกวัย ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศโดยไม่ป้องกันให้ควรงดการบริจาคโลหิตแต่ไม่ได้เจาะจงเพศหนึ่งเพศใด ซึ่งเราโยนความรับผิดชอบนี้กลับไปที่ทุกเพศ เพราะไม่ว่าจะเป็นชายรักชาย หรือแม้แต่ชายรักหญิงที่มีคู่นอนหลายคู่ก็ต้องแนะนำว่าไม่ควรบริจาค เพราะถ้าสำส่อนโลหิตก็มีโอกาสติดเชื้อ ดังนั้นถ้าอยากบริจาคโลหิตก็ชักชวนผู้อื่นมาบริจาคก็ถือว่าเป็นการทำบุญเช่นกันพญ.สร้อยสอางค์ กล่าว

พญ.สร้อยสอางค์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังได้ปรับเปลี่ยนในส่วนเกณฑ์อายุของผู้บริจาค คือ ให้ผู้บริจาคโลหิตได้ 17-70 ปี จากเดิม 18-60 ปี แต่หากผู้มีอายุ17ปีแต่ไม่ถึง 18ปี จะต้องมีใบรับรองจากผู้ปกครอง เช่นเดียวกับผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะต้องใบรับรองจากแพทย์ว่าสามารถบริจาคโลหิตได้

นอกจากนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่คัดกรองผู้บริจาคโลหิตได้สอบถามประวัติการเดินทางมาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ด้วย เพราะหากเดินทางกลับมาภายใน 15 วัน แนะนำว่าให้งดบริจาคโลหิตก่อน เพื่อดูอาการป่วย แต่โรคดังกล่าวเป็นโรคระบาดที่มาเร็วไปเร็วอาการไม่ค้างอยู่ในผู้ป่วยนาน จึงไม่จำเป็นต้องระบุข้อคัดกรองในแบบสอบถามแต่อย่างใด

พญ.สร้อยสอางค์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ สภากาชาดไทยได้ตั้งเป้าในปี 2558 ให้จัดหาผู้บริจาคโลหิตด้วยความสมัครใจ 100% เนื่องจากปัจจุบันจำนวนผู้สมัครใจมาบริจาคอยู่ประมาณ 93% ที่เหลือจะเป็นกรณีที่สถานพยาบาลไม่สามารถหาโลหิตได้ทัน จึงจำเป็นต้องมีการซื้อขาย โดยให้ค่าตอบแทนกับผู้ที่จะมาบริจาคให้ ซึ่งยอดในขณะนี้มีประมาณ 0.2% ส่วนการจัดหาผู้บริจาคโลหิตจากญาติของผู้ป่วยเองมีประมาณ 7-10 % ทั้งนี้จะต้องมาพิจารณาอีกครั้งว่า ในกรณีที่เป็นญาตินั้นเป็นญาติจริงหรือแอบมีการซื้อขายโลหิต โดยให้ค่าตอบแทนกับผู้มาบริจาค ซึ่งเป้าหมายของสภาฯคือการที่ไม่ต้องซื้อโลหิต รวมถึงการประกาศฉุกเฉินระดมผู้บริจาคโลหิตใดๆเลย แต่ต้องการให้มีผู้บริจาคโลหิตในคลังเลือดเพียงพอ และอยู่ในตู้แช่ของสถานพยาบาลอย่างพร้อมใช้งาน

อนึ่งแบบสอบถามผู้บริจาคโลหิตที่เพิ่มเติม อาทิ ข้อ 12 พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ 12.1 ท่านมีเพศสัมพันธ์กับผู้อื่นที่ไม่ใช่คู่ของท่านหรือไม่ 12.2 ท่านมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน (เฉพาะเพศชาย) 12.3 คู่ของท่านมีเพศสัมพันธ์กับผู้อื่น 12.4 คู่ของท่านมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน(ตอบเฉพาะเพศหญิงที่มีคู่เป็นชาย)

หวั่นเสียภาพลักษณ์ สั่งห้ามพระนอนโรงแรม

เว็บไซต์ไทยรัฐ : นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคมได้รับทราบเรื่องกรณีกลุ่มพระที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เดินทางไปพักร้อนตากอากาศที่รีสอร์ต จ.ตราด ตามที่เป็นข่าวนั้น โดยที่ประชุมมหาเถรฯได้แสดงความเป็นห่วงต่อพฤติกรรมของพระสงฆ์กลุ่มดังกล่าว ซึ่งคาดว่า ส่วนใหญ่จะเป็นพระภิกษุหรือสามเณรที่มีวุฒิภาวะทางโลกน้อยทำให้ มิได้มีความระมัดระวังต่อการวางตัวให้เหมาะสมกับสมณสารูป

ทั้งนี้ที่ประชุมมหาเถรฯ ได้มอบหมายให้สำนักพุทธฯ ได้นำประกาศคณะสงฆ์เรื่องห้ามพระภิกษุสามเณรพักแรมในสถานที่เป็นที่รังเกียจ ทางพระวินัยและทำหนังสือแจ้งไปที่เจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัดให้นำประกาศคณะ สงฆ์ดังกล่าว เน้นย้ำให้พระสังฆาธิการทั่วประเทศได้นำไปปฏิบัติและให้ช่วยกวดขันสอดส่อง ดูแลความประพฤติของพระภิกษุ-สามเณรในสังกัด อีกทั้ง ยังขอให้เจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัดได้ประสานขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในท้องที่ได้แจ้งเตือนไปยังเจ้าของสถานที่พักโรงแรมหรือรีสอร์ต ในพื้นที่รับผิดชอบให้ช่วยกันสอดส่องดูแล หากมีพระสงฆ์เข้าพักสถานที่นั้นๆให้แจ้งไปที่เจ้าคณะชั้นผู้ใหญ่ในท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในเขตนั้นได้นำพาพระภิกษุเข้าไปจำวัดในวัดที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ทันทีเพื่อความเหมาะสม

"ประกาศของคณะสงฆ์เรื่องห้ามพระภิกษุสามเณรพักแรมในสถานที่เป็นที่รังเกียจ ทางพระวินัยมีผลบังคับใช้มาตลอด แต่ในบางครั้ง พอไม่มีเหตุการณ์ความผิดเกิดขึ้นคำสั่งก็มักจะไม่ได้รับความสำคัญในแง่การ ปฏิบัติก็จะย่อหย่อนวินัยลงไปบ้าง ดังนั้นจำเป็นที่คำสั่งจะต้องได้รับการเน้นย้ำอยู่เป็นประจำส่วนในเรื่อง กรณีพระเดินทางไปพักร้อนที่รีสอร์ต จ.ตราด นั้นพระผู้ใหญ่ในที่ประชุมมหาเถรฯ ท่านเห็นว่าพระที่มีความประพฤติไม่เหมาะสมน่าจะเป็นพระหรือสามเณรที่มีวุฒิ ภาวะน้อย อาจขาดความสำรวมไปบ้างตรงนี้ก็ขอให้เจ้าอาวาสทุกวัดช่วยดูแลสอดส่องกันด้วย" ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคมกล่าว

นักวิชาการแนะให้ล้างมลทินคนติดคุก 1ปี

เว็บไซต์ไทยรัฐ : ที่โรงแรมอเดรียติคพาเลส สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง แนวทางการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้ด้อยโอกาส กลุ่มผู้พ้นโทษโดยมีผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เทศบาลเมือง องค์การบริการส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริการส่วนจังหวัด (อบจ.) พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) เรือนจำกลางจังหวัด คุมประพฤติจังหวัด จัดหางานจังหวัด ศูนย์พัฒนาสังคมจากจ.เพชรบุรี ลำพูน สุราษฏร์ธานี อุบลราชธานีรวม 120 คนเข้าร่วม

นายกิตติ สมานไทย ผู้อำนวยการ สท.กล่าวในพิธีเปิดฯ ว่า กลุ่มผู้พ้นโทษที่กลับสู่สังคมมักประสบปัญหาการยอมรับทั้งจากครอบครัว สังคม การประกอบอาชีพ รวมถึงความมั่นคงในชีวิต เป็นผลให้กระทำผิดซ้ำ และกลับเข้าสู่เรือนจำอีก หรือไม่ก็อยู่ในลักษณะที่เป็นภาระต่อครอบครัว ดังนั้นทุกภาคส่วนมีบทบาทในการหยิบยื่นโอกาสให้ผู้พ้นโทษเห็นคุณค่าในตัวเอง เพื่อปรับเปลี่ยนภาระเป็นพลัง สท.ได้ร่วมกับคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศึกษารูปแบบการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้ด้อยโอกาส กลุ่มผู้พ้นโทษ และนำรูปแบบที่ได้ไปทดลองปฏิบัติในพื้นที่นำร่อง เพื่อหารูปแบบที่เหมาะสม ก่อนขยายผล ปี 2551 ทดลองนำร่องที่จ.ตราดและสมุทรสงคราม และปี 2552 ทดลองปฏิบัติในจ.เพชรบุรี ลำพูน สุราษฎร์ธานี และอุบลราชธานี

ด้าน นายศักดิ์ชัย เลิศพานิชพันธุ์ อาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ.กล่าวถึงผลการวิจัย รูปแบบการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิผู้ด้อยโอกาสเฉพาะกลุ่มผู้พ้นโทษว่า ระบบชุมชน สังคมรอบข้างโดยเฉพาะอบต.อบจ.เทศบาลมีส่วนสำคัญในการตระหนักรู้และช่วยเหลือ ทั้งการดูแลด้านจิตใจ การประกอบอาชีพ รวมถึงความร่วมมือจากวัดในการให้ที่พักชั่วคราว โดยให้พมจ.เป็นผู้ประสาน ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยศึกษา ถึงกลไกการรองรับกลุ่มผู้พ้นโทษอย่างเป็นระบบ ทั้งที่แต่ละปีมีผู้พ้นโทษออกมาเป็นหมื่น ทำให้จำนวนไม่น้อยกระทำผิดซ้ำและกลับเข้าสู่เรือนจำอีกนอกจากนี้ควรมีการจัดทำข้อมูลตัวเลขที่แท้จริงถึงความต้องการช่วยเหลือ จากกลุ่มผู้พ้นโทษ

อ.คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ.กล่าวอีกว่า คนในครอบครัวมีส่วนสำคัญในการให้กำลังใจ เพราะผู้พ้นโทษมักมีปมด้อย ไม่เหลือศักดิ์ศรี เกินกว่าครึ่งของผู้พ้นโทษไม่ได้กระทำความผิดโดยสันดาน หากคนเหล่านี้ได้รับการดูแลที่เป็นระบบก็สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่า นอกจากนี้การถูกกีดกันจากการประกอบอาชีพ และรับราชการ เป็นอีกสิ่งที่ควรปรับแก้ ในประเด็นคนที่ผิดเล็กน้อยจำคุกไม่เกิน 1 ปี หากพ้นโทษไปแล้ว 5 ปีโดยไม่กระทำผิดซ้ำ ควรจะล้างใบแดงได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องรอ พ.ร.บ.ล้างมลทิน

นายศักดิ์ชัย กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ญี่ปุ่นมีประชากร 120 ล้านคน แต่มีผู้ต้องขังในเรือนจำเพียง 70,000 คน เนื่องจากมีกระบวนการของชุมชน และอาสาสมัครช่วยกันดูแลอย่างเป็นระบบ ขณะที่ไทยมีประชากรเพียงครึ่งหนึงของญี่ปุ่น ประมาณ 60 ล้านคน แต่มีผู้ต้องขังถึง 1.5 แสนคน สะท้อนถึงกระบวนการดูแลคนเหล่านี้ โดยเฉพาะหลังพ้นโทษอาจจะบกพร่อง

ตร.คุมนักเรียนชาย-หญิงในสวนสัตว์เกือบ100คนสอบสวนหลังชาวบ้านทนดูพฤติกรรมไม่ได้

เว็บไซต์สยามรัฐ : เจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.ดุสิต ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพบเห็นเด็กนักเรียนซึ่งคาดว่าน่าจะหนีเรียน มาเที่ยวภายในสวนสัตว์ดุสิต เป็นจำนวนมากจึงรุดไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงภายในสวนสัตว์ดุสิตพบเด็กนักเรียนสวมใส่เครี่องแบบนักเรียนและนอกเครื่องแบบ จำนวนหลายคน ทั้งหญิงและชาย อายุประมาณ 14-15 ปี บางคนกำลังปั่นเรือถีบ หลายคนมาเป็คู่ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็พากันวิ่งหนี เจ้าหน้าที่สายที่สายตรวจจึงขอกำลังเสริมมาช่วยจับกุม

จากการปิดล้อม เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนักเรียนดังกล่าวเอาไว้ได้ จำนวนกว่า 70 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนโรงเรียนสังกัดในกรุงเทพฯ จึงควบคุมตัวมาสอบปากคำและทำประวัติก่อนจะประสานโรงเรียนต้นสังกัดและผู้ปกครองมารับตัว

จากการสอบถามเด็กส่วนใหญ่ ให้การว่า เนื่องจากช่วงนี้เพิ่งจะเปิดเทอม ไม่ค่อยมีวิชาเรียนมากนัก จึงชักชวนกันมาเที่ยวที่สวนสัตว์ เนื่องจากเห็นว่าบรรยากาศดี และเป็นที่ลับตาของเจ้าหน้าที่ ไม่เหมือนกับภายในห้าง และ เหมาะแก่การพาแฟนมาเที่ยว จึงหนีเรียนมาโดยไม่ได้นัดกัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากต่างโรงเรียนไม่ได้รู้จักกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามทราบว่าเด็กที่หนีเรียน ส่วนใหญ่ จะเป็นเด็กจากต่างจังหวัดที่เดินทางมาเรียนในกรุเทพฯ และพักอาศัยอยู่กับญาติ ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ ไม่เต็มใจมที่จะเรียนต่อ และอยากทำงานมากกว่าที่จะเรียนแต่ถูกผู้ปกครองบังคับ

ผวามาลาเรียดื้อยา

เว็บไซต์สยามรัฐ : สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติค้นพบหลักฐานสำคัญชิ้นแรกที่แสดงว่าเชื้อมาลาเรีย มีการพัฒนากลายพันธุ์เป็นชนิดที่ดื้อยา จากการศึกษาในพื้นที่ตะวันตกของกัมพูชา โดยเบื้องต้นนักวิทยาศาสตร์แบ่งกลุ่มศึกษาออกเป็น 2 ทีม ได้แก่สหรัฐฯ และอังกฤษ โดยผลการวิจัยที่ออกมาเป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ เชื้อมาลาเรียใช้ระยะเวลานานกว่าเดิมในการสลายตัว หลังจากใช้ยาต้านซึ่งมีอยู่ในปัจจุบัน ส่วนนี้แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงว่า เชื้อมีการดื้อยาเกิดขึ้น ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก หรือฮู เคยออกมาเตือนเมื่อปี 2549 ให้เฝ้าจับตัวพัฒนาการของเชื้อมาลาเรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเชื้อมาลาเรียนี้ เป็นสาเหตุให้ประชากรทั่วโลกเสียชีวิตถึงล้านคนทุกๆปี

สำหรับการค้นพบครั้งนี้ นับเป็นการจุดกระแสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตื่นตัวในการหามาตรการระวัง และรองรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบจัดการสาธารณสุขในกัมพูชาที่ยังไม่ได้มาตรฐานเท่าที่ควร ประกอบกับปัญหายาปลอมที่ยังคงแก้ไม่ตก

ต่างประเทศ

เจ้าพ่อสื่อเมอร์ด็อคระบุอนาคตนสพ.ต้องพัฒนาสู่ระบบดิจิตอลเต็มรูปแบบ

ASTVผู้จัดการรายวัน : เอเอฟพี เจ้าพ่อสื่อ รูเพิร์ต เมอร์ด็อค ประธานนิวส์ คอร์ป กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี(28)ว่า อนาคตของหนังสือพิมพ์ก็คือการพัฒนาไปสู่ระบบหนังสือพิมพ์ดิจิตอล แต่อาจต้องใช้เวลา 10 ถึง 15 ปี ก่อนที่ผู้อ่านจะคุ้นเคยกับการอ่านหนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ

ระหว่างการให้สัมภาษณ์ผ่านเครือข่ายโทรทัศน์ ฟ็อกซ์ บิสซิเนส เน็ตเวิร์ก ซึ่งเป็นกิจการหนึ่งของอาณาจักรนิวส์ คอร์ป เมอร์ด็อคชี้ด้วยว่า หนังสือพิมพ์ซึ่งกำลังเผชิญกับการลดลงของรายได้จากการโฆษณาและยอดจำหน่าย อาจต้องเริ่มคิดค่าธรรมเนียมการอ่านหนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์จากผู้อ่านผ่านเว็บไซต์ในอนาคตอันใกล้นี้

ประธานนิวส์ คอร์ป กล่าวว่า หนังสือพิมพ์ในอนาคตจะยังคงต้องพึ่งพารายได้จากผู้อ่านและจากค่าโฆษณาเหมือนเดิม แต่รูปแบบของหนังสือพิมพ์จะแตกต่างไปจากเดิม กล่าวคือ แทนที่จะเป็นตัวอักษรที่พิมพ์ลงบนแผ่นกระดาษ ก็จะกลายเป็นตัวอักษรบนจอภาพหรือจอโทรศัพท์มือถือ ซึ่งสามารถรับหนังสือพิมพ์ทั้งฉบับผ่านระบบการสื่อสารแบบใหม่ และจะเป็นหนังสือพิมพ์ที่มีการอัปเดทข่าวทุก 1 หรือ 2 ชั่วโมงด้วย

เรื่องเหล่านี้มีความเป็นไปได้แน่นอน บริษัทธุรกิจด้านอิเล็กทรอนิกส์ส์หลายแห่งกำลังพัฒนาระบบกันอย่างจริงจัง เชื่อว่าอีก 2 หรือ 3 ปีข้างหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน จากนั้นก็จะใช้เวลาอีกประมาณ 10 ถึง 15 ปีในการพัฒนาไปสู่ระบบดิจิตอลทั้งหมดเมอร์ด็อคบอก

ประธานนิวส์ คอร์ป ซึ่งประกาศแผนจะคิดค่าธรรมเนียมจากผู้อ่านหนังสือพิมพ์ออนไลน์ไปก่อนหน้านี้แล้วกล่าวด้วยว่า ผู้อ่านคงไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่น นอกจากต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการอ่านหนังสือพิมพ์ผ่านเว็บไซต์ เพราะยุคของการอ่านข่าวออนไลน์ฟรีกำลังจะสิ้นสุดลง หนังสือพิมพ์ในอนาคตจะต้องขายสมาชิกในเว็บแทน และเว็บไซต์หนังสือพิมพ์จะเปลี่ยนรูปโฉมไปอีกมากทีเดียว

ต่อข้อถามถึงความเป็นไปได้ที่หนังสือพิมพ์จะขอความช่วยเหลือด้านการเงินจากรัฐบาล เมอร์ด็อคกล่าวว่า นิวส์ คอร์ป จะไม่ร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างแน่นอน เพราะนั่นจะเป็นการทำลายเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นหรือความเป็นสื่อสะท้อนความเป็นจริงในสังคม และเขาเชื่อว่าเจ้าของหนังสือพิมพ์อื่น ๆ อย่างเช่น นิวยอร์กไทมส์ ก็คงไม่คิดจะขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลเช่นเดียวกัน

ประธานนิวส์ คอร์ป วัย 78 ปี ประกาศเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า นิวส์ คอร์ป จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการอ่านหนังสือพิมพ์ในสังกัดทั้งหมดผ่านเว็บไซต์ภายใน 12 เดือนข้างหน้านี้

นิวส์ คอร์ป มีหนังสือพิมพ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกอยู่ในสังกัดหลายฉบับด้วยกัน อาทิ วอลสตรีทเจอร์นัล, นิวยอร์กโพสต์, ไทมส์ แห่ง ลอนดอน, เดอะซัน และ ดิออสเตรเลียน เป็นต้น โดยวอลสตรีทเจอร์นัล มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสมาชิกในระบบออนไลน์สำหรับเนื้อหาบางส่วนมานานปีแล้ว--จบ—

ยิงขีปนาวุธอีกลูก โสมแดงท้าทาย ยูเอ็นขู่คว่ำบาตร

เว็บไซต์ไทยรัฐ : สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันนี้ (29 พ.ค.) อ้างเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ที่ไม่เปิดเผยชื่อคนหนึ่ง เปิดเผยว่า วันเดียวกันนี้ กองทัพเกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้อีก1ลูกจากฐานยิงแถบชายฝั่งด้าน ตะวันออกและว่าเป็นขีปนาวุธชนิดใหม่แบบภาคพื้นสู่อากาศ มีพิสัยยิงไกลถึง 260 กิโลเมตร

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือ แถลงเตือนว่าเกาหลีเหนือ จะต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเอง หากถูกยั่วยุปลุกปั่นโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติซึ่งกำลังพิจารณา หามาตรการคว่ำบาตรเล่นงานเกาหลีเหนือรุนแรงขึ้น รายงานระบุว่า การยิงขีปนาวุธลูกล่าสุด นับเป็นการทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ลูกที่6 ตั้งแต่เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ใต้ดินลูกที่ 2 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

พบภูเขาไฟขนาดยักษ์อยู่ใต้มหาสมุทรอินเดีย

เว็บไซต์คมชัดลึก : คณะนักวิทยาศาสตร์ที่ดำลงไปสำรวจพื้นมหาสมุทรเพื่อศึกษาถึงธรรมชาติการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ได้ค้นพบภูเขาไฟขนาดใหญ่ใต้น้ำ บริเวณชายนอกฝั่งทางตะวันตกของอินโดนีเซีย โดยนายยูซุฟ สุรัชมาน ดีจาจา-ดีฮัจจา ผู้ชี่ยวชาญการสำรวจทางธรณีวิทยาทางทะเล จากสำนักประเมินและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ให้ความเห็นว่า ภูเขาไฟ ซึ่งมีความสูง 15,000 ฟุต และมีฐานกินพื้นที่เป็นระยะทาง 50 กิโลเมตร ถือเป็นการค้นพบที่คาดไม่ถึง ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่า ภูเขาไฟลูกนี้มีการเคลื่อนไหวหรือไม่ แต่ถ้าเกิดการประทุขึ้นก็จะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติได้ค้นพบภูเขาไฟ อยู่ห่างไปทางตะวันตกของเกาะสุมาตราประมาณ 330 กิโลเมตร ขณะทำการสำรวจใต้ท้องมหาสมุทรอินเดีย เมื่อช่วงต้นเดือนและภูเขาไฟอยู่ต่ำจากผิวน้ำ 1,380 เมตร

เป้าหมายของการสำรวจใต้ทะเล ก็เพื่อทำความเข้าใจให้มากขึ้น ถึงสาเหตุของภัยธรรมชาติอย่างการเกิดสึนามิในเอเชีย เมื่อปี 2547 ที่คร่าช่วิตประชาชนไป 230,000 คน ในกว่า 10 ประเทศ และผู้เสียชีวิตกว่าครึ่งอยู่ในอินโดนีเซีย ซึ่งอยู่ใกล้ศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวมากที่สุด เนื่องจากมีที่ตั้งอยู่บริเวณรอยเลื่อน และภูเขาไฟ ที่เรียกกันว่า วงแหวนแห่งไฟ

ด้านวารสารไซเอนซ์ วารสารวิทยาศาสตร์ของสหรัฐ ฉบับวางแผงวันศุกร์ (29 พ.ค.) รายงานอ้างผลการศึกษาของนักโบราณชีวศาสตร์ในอังกฤษที่ระบุว่า เหตุภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ในจีนเมื่อ 260 ล้านปีก่อน ได้ทำลายล้างชีวิตสัตว์น้ำ และสัตว์บกทั่วโลก โดยเชื่อว่าการระเบิดครั้งนั้นทำให้สัตว์น้ำสูญพันธุ์ถึงร้อยละ 96 และสัตว์บกสูญอีกราวร้อยละ 70 เลยทีเดียว

นายพอล วิกนอลล์ ศาสตราจารย์และนักโบราณชีวศาสตร์ ประจำมหาวิทยาลัยลีดส์ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะนักวิจัยครั้งนี้ กล่าวว่า การสูญพันธุ์อย่างฉับพลันของเหล่าสัตว์น้ำที่เรียกว่า "การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่กัวดาลูเปียน" สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนในซากฟอสซิลที่บันทึกความเชื่อมโยงระหว่างการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟ และหายนภัยสิ่งแวดล้อมโลกเอาไว้ โดยการระเบิดของภูเขาไฟอี้เหมยในมณฑลเสฉวน ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ปล่อยลาวาออกมามากถึงครึ่งล้านลูกบาศก์กิโลเมตร ซึ่งเป็นปริมาณมากพอที่จะปกคลุมพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่กว่าแคว้นเวลส์ในอังกฤษได้ถึง 5 เท่า

การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสัตว์ทะเลเกิดขึ้นเพราะการปะทะกันของน้ำทะเล และลาวาที่ไหลอย่างรวดเร็วลงทะเลน้ำตื้น ทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง ส่งก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ปริมาณมหาศาลขึ้นสู่บรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ ซึ่งเป็นชั้นบรรยากาศสูงสุด โดยนายวิกนอลล์อธิบายว่า เมื่อลาวาที่มีความหนืดต่ำเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปปะทะกับน้ำทะเลตื้นๆ ที่เคยปกคลุมภูเขาอี้เหมยซาน จะทำให้น้ำทะเลเดือดจัด ส่งไอน้ำจำนวนมหาศาลขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศกระจายไปทั่วโลก ทำให้โลกเย็นลง และทำให้เกิดฝนกรดจำนวนมากตกลงใส่ต้นไม้ และสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์ที่กระจายตัวอยู่ทั่วผืนโลก ซึ่งขณะนั้นยังเป็นทวีปแพนเจียร์ ทวีปใหญ่ทวีปเดียว ก่อนจะแยกตัวออกมาเป็นทวีปแอฟริกา อเมริกา ออสเตรเลีย และแอนตาร์กติกาอย่างเช่นปัจจุบันนี้

รายงานระบุอีกว่า การระเบิดนี้เป็นการระเบิดครั้งใหญ่อย่างที่มนุษย์ไม่เคยพบเห็นมาก่อน และเกิดขึ้นก่อนที่ไดโนเสาร์จะครองโลก รุนแรงจนเกือบจะกวาดล้างชีวิตบนโลก โดยการระเบิดเกิดที่ขึ้นใกล้ทะเลตื้นๆ จึงทำให้นักวิจัยสามารถศึกษาได้ทั้งหินภูเขาไฟ และหินตะกอนที่มีซากฟอสซิลสัตว์น้ำได้พร้อมๆ กัน ทำให้สามารถเปรียบเทียบช่วงเวลาที่เกิดขึ้นได้

สงครามลังกาคร่าชีวิตพลเรือนกว่า2หมื่นคน

เว็บไซต์สยามรัฐ : สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างการเปิดเผยของหนังสือพิมพ์ เดอะ ไทมส์ ในอังกฤษว่า พลเรือนชาวทมิฬเสียชีวิตมากกว่า 20,000 คน จากการสู้รบระหว่างกองทัพรัฐบาลศรีลังกา กับกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนพยัคฆ์ทมิฬอีแลมครั้งล่าสุด ซึ่งส่งผลทำให้กลุ่มกบฏฯ ประสบกับความพ่ายแพ้ และต้องสูญเสียผู้นำ

รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า สาเหตุที่ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก มาจากการใช้กองทัพรัฐบาลศรีลังกาใช้อาวุธหนักโจมตีในพื้นที่เขตปลอดการยิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวมีพลเรือนอาศัยอยู่กว่า 100,000 คน