ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 3, 2009

เพื่อไทยจี้นายกรัฐมนตรี หาตัวคนข่มขู่ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ที่มา MCOT News

สำนักข่าวไทย 3 ม.ค.- “ประชา ประสพดี” เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เร่งหาตัวผู้ข่มขู่จ้องทำร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ มั่นใจรัฐบาลอยู่ไม่นาน หลังประชาชนฟังการอภิปรายนอกสภาของฝ่ายค้านวันที่ 5 มกราคมนี้ วอนรัฐบาลอย่ากีดกันการชุมนุมของคนเสื้อแดงในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน

นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีประโคมข่าวมีขบวนการลอบทำร้ายนายกรัฐมนตรี ว่า เรื่องนี้ไม่ทราบว่าเป็นการสร้างภาพหรือไม่ แต่ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีหาตัวผู้ข่มขู่ และจ้องทำร้ายมาดำเนินคดีทางกฏหมายให้ได้ ไม่ใช่ออกมาพูดโดยไม่รับผิดชอบ

ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย จะอภิปรายนอกสภา วันที่ 5 มกราคม ว่า พรรคเพื่อไทยมีเรื่องเด็ดหลายเรื่องที่จะทำให้รัฐบาลกังวล เช่น กรณีเงินบริจาค 200 ล้านบาท ที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย จะแฉว่าเกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์อย่างไร กรณีการรับตำแหน่งของ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กรณีการโอนหุ้นที่ไม่ชอบมาพากลในช่วงการจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงการทุจริตที่ดินในพื้นที่ภาคใต้ โดยการอภิปรายมีเอกสารข้อมูลลึกมาก ซึ่งหลายเรื่องข้าราชการได้ส่งข้อมูลมาให้กับฝ่ายค้านจำนวนมาก เชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่ได้นานจึงอยากเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุบสภา

นายประชา กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเสื้อแดง จะเคลื่อนไหวคัดค้านรัฐบาลในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่จะมีขึ้นประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ ว่า รัฐบาลไม่ควรกีดกัน เพราะเป็นการแสดงความเห็นโดยสันติ เพื่อประกาศให้นานาชาติทราบว่า รัฐบาลชุดนี้มาโดยไม่ชอบธรรม. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-01-03 15:26:45

นักนิติศาสตร์แห่งปี

ที่มา เดลินิวส์

บ้านเรามี “เนติบริกร” เต็มไปหมด เข้าไปรับใช้อำนาจเผด็จการแบบไม่ลืมหูลืมตาก็มาก บางคนวนเวียนรับใช้การปฏิวัติ รัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญมาทั้งชีวิต

ชำนาญในการเขียนบทนิร โทษกรรมเป็นพิเศษ ม.309 ใน รธน. ปิศาจคาบไปป์ คือตัวอย่าง

ถึงขนาดผลิตนวัตกรรมให้การทำผิดได้รับการคุ้มครองทั้งอดีต ปัจจุบัน รวมไปถึงอนาคต สุดยอดมาก

ม.237 ก็ขัดหลักนิติธรรมเห็น ๆ ทำผิดคนเดียว ลงโทษมันทั้งพรรค เมืองไทยเลยมีการยุบพรรคเป็นว่าเล่น ชนิดที่ประเทศประชาธิปไตยในโลกไม่มีใครทำกัน

มีการแช่แข็งนักการเมืองไปแล้วเป็นร้อย ๆ คน ตอนนี้เลยมีแต่ นอมินีของนอมินีเต็มไปหมด

น่าเสียดาย ที่เนติบริกร (ใจใฝ่หาเผด็จการ) กลับได้รับการยกย่อง เชิดชูเป็น ปูชนียบุคคล ทั้งที่ทำลายหลักนิติรัฐอย่างที่สุด ทุกครั้งที่มี การปฏิวัติ รัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ

แต่กลุ่มอธิการบดี นักวิชาเกิน บางคนยังถวายหัวรับใช้อำนาจนอก ระบบ ไม่เสื่อมคลาย

เพียงแค่ได้ตำแหน่งทางการเมือง ก็พร้อมขายตัว ขายวิญญาณ หลักนิติศาสตร์ที่สอนกันมาแต่บรรพบุรุษ ไม่มีกฎหมาย ไม่มีความผิด ถูกฉีกทิ้งแบบไม่ไยดี !!!


2-3 ปีที่ผ่านมา นักนิติศาสตร์เหล่านี้ ออกมาลอยหน้าลอยตา เสนอความเห็นครอบงำสังคม ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ ว่า มันผิด อย่างนี้ไม่รู้จะเอาหน้าไปสอนนักศึกษาได้ไง

แต่ท่ามกลางกระแส “เนติบริกร” ยังมีกลุ่มอาจารย์นิติศาสตร์กลุ่ม เล็ก ๆ นำโดย ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ และพวก 5-6 คน กลับกล้ายืนหยัด ยึดหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด

เพียรพยายามเขียนบทความต่าง ๆ เกี่ยวกับคำตัดสินในคดีความ ต่าง ๆ ทั้งกรณี ยุบพรรค การใช้กฎหมายย้อนหลัง การเขียนกฎหมายขึ้นใหม่ เกินกว่าบทบัญญัติเดิม

เช่น กรณี ครม.มีมติเรื่องปราสาทพระวิหารแล้วถูกลงโทษ กฎหมายเขียนว่า ครม.ทำผิด หากเป็นการกระทำที่จะทำให้เสียดินแดน แต่ในคำวินิจฉัยกลับเขียนว่า อาจจะ ทำให้เสียดินแดน

นี่เท่ากับ มีการเขียนกฎหมายขึ้นใหม่

นักนิติศาสตร์กลุ่มนี้ทำให้ประชาชนตื่นตัว แม้ทั้งหมด จะถูกกดดันอย่างหนัก ถูกกล่าวหาเป็นพวกทักษิณ โดยเฉพาะอาจารย์วรเจตน์โดนหนักกว่าเพื่อน ทั้งรับเงิน ทักษิณยกลูกสาวให้

แต่ยังยืนหยัดโต้กระแสเกลียดชัง อคติ อย่างอดทน

เพื่อให้สังคมได้ยึดหลัก นิติธรรม นิติรัฐ เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกกลุ่ม

ถ้าจะมีการให้คะแนนบุคคลแห่งปี ก็ขอมอบให้ ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ และ พวก แห่งคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ผู้เหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจเสรีชน ผู้รักความเป็นธรรม

ขอให้กำลังใจ และขอให้อาจารย์ได้ยืนหยัด เป็นเทียนส่องใจ ตลอดไป ขอบคุณ และขอบคุณจริง-จริง.

ดาวประกายพรึก

จวกปล่อยข่าวทำร้ายนายกฯ

ที่มา เดลินิวส์

รอคำตอบจาก “ทักษิณ” นัดเจรจา “เทพเทือก” ไม่ท้อต่อสายผ่านคนใกล้ชิดนายกฯไปแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้า เชื่อเป็นแนวทางสยบทุกปัญหา “บัญญัติ” เป็นห่วงปี 52 การเมืองกระเพื่อม ชู 5 แนวทางให้รัฐบาลใช้ฝ่าวิกฤติ เน้น “ห้ามโกง” เป็นสิ่งสำคัญ “จตุพร” จวกนายกฯปูดข่าวลอบทำร้ายหวังสร้างราคา “สุชาติ” สับนายกฯกลัวเงาตัวเอง จี้ให้ระวังคนในพรรคร่วมรัฐบาลจะดีกว่า เผยเตรียมขุนพลพร้อมชำแหละนโยบายรัฐบาลนอกสภา 5 ม.ค. อภิปรายในโรงแรม “พงศ์เทพ” เหน็บภาวะผู้นำของนายกฯถูกครอบงำ ปชป.สวนกลับต้องให้เวลาโชว์ผลงาน หลายฝ่ายห่วงหลังเลือกตั้งซ่อมรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ “อภิสิทธิ์” ชาร์จแบตจริงทำงานส่งเช็คเบอร์โทรข่มขู่

เมื่อวันที่ 2 ม.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการติดต่อเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและแกนนำกลุ่มเสื้อแดงว่า ได้ติดต่อผ่านคนใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ แต่จะพยายามเรื่อย ๆ ทั้งนี้ตนไม่ได้ติดต่อผ่านทางนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัวพ.ต.ท.ทักษิณ และไม่ได้กำหนดกรอบการนัดเจรจาว่าต้องจบภายในเวลาใด แต่จะทำให้ดีที่สุดเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาของประเทศ ส่วนข้อเสนอจากแกนนำ นปช.เรื่องให้นายกฯยุบสภา ก็เป็นแนวคิดที่ต้องพูดคุยกันต่อไป

ด้านนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถาน การณ์การเมืองในปี 2552 ว่า ยังคงวุ่นวายไม่ราบรื่น ต้องยอมรับว่ามีปัจจัยเสี่ยงเรื่องเสียงสนับสนุนรัฐบาลที่ยังปริ่ม ๆ แต่ความชัดเจนคงเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 11 ม.ค. ว่าเสียงจะเพิ่มขึ้นที่ข้างไหนอย่างไร หากตัวเลขหมิ่นเหม่เชื่อว่าคงมีการล็อบบี้กันเกิดขึ้นอีกครั้ง ความชุลมุนวุ่นวาย การงัดเกมต่าง ๆ มาเล่นคงไม่ลดราวาศอกกัน รวมถึงคงมีการเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาอย่างต่อเนื่อง แต่เชื่อว่าแรงหนุนจากภาคธุรกิจ ที่อยากออกจากวิกฤติ และความเบื่อหน่ายของ ประชาชน คงเป็นกำลังใจให้รัฐบาลได้บ้าง

นายบัญญัติ ยังกล่าวว่า กรอบ 9 ข้อที่ ครม. มีมติร่วมกันออกมา นายกฯจำเป็นต้องทำให้ได้ รัฐบาลชุดนี้มีข้อได้เปรียบที่สามารถนำเอาบทเรียนที่ก่อให้เกิดความล้มเหลวของรัฐบาลก่อนมาใช้ประโยชน์ได้ และรัฐบาลจะอยู่ต่อไปได้ คือ ต้องไม่ทำใน 5 ข้อนี้ คือ 1.ไม่แบ่งแยกประชาชน 2.ไม่พูดจาท้าทายประชาชน 3.ไม่เลือกปฏิบัติ ในวงราชการ 4.ต้องไม่ลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนในตอนแถลงนโยบาย และข้อ 5.ถือว่าสำคัญที่สุด เพราะทำให้รัฐบาลที่ผ่านมาล้มคว่ำ คือ ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญจะทำให้การเมืองปี 52 ร้อนมากขึ้นหรือไม่อยู่ตรงนี้

นายปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ถึงรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ก่อนรับตำแหน่งรองเลขาธิการนายกฯว่า รัฐบาลชุดนี้มีความคาดหวังเหมือนกับรัฐบาลชุดอื่น ๆ ที่จะอยู่ให้ครบวาระ แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจและการเมือง ส่วนตัวเชื่อว่าอายุรัฐบาลอภิสิทธิ์ น่าจะอยู่ยาวพอสมควรแต่บอก ไม่ได้ว่ายาวแค่ไหน เพราะประชาชนเริ่มเห็นแล้ว ว่าถ้าเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยครั้งเสถียรภาพทางการเมืองไม่ค่อยมี จะส่งผลกระทบกับประเทศ ถ้าปีแรกรัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายให้เห็นเป็นรูปธรรมได้หลายเรื่อง อาทิ แก้ปัญหาความแตกแยก ตัวเลขทางเศรษฐกิจได้ ก็จะเป็นบทพิสูจน์ในการทำงาน

ต่อข้อถามว่า มองบทบาทการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคเพื่อไทยอย่างไร นายปณิธาน กล่าวว่า ฝ่ายค้านปัจจุบันปรับตัวได้เร็วเหนือความ คาดหมาย ที่ผ่านมาจะเห็นว่าพร้อมเตรียมอภิปรายแม้ว่าจะเป็นรัฐบาลมานานติดต่อกันหลายปี เพราะมีข้อมูลอยู่ในมือค่อนข้างมากชำนาญเกี่ยวกับระบบเพียงแต่ว่าอาจต้องใช้เวลาบริหารจัดการ ระบบร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน และหาตัวผู้นำฝ่าย ค้านที่สร้างความเป็นเอกภาพ การเลือกตั้งซ่อมจะมีส.ส.เข้ามาใหม่อีกหลายคน อาจทำให้เสียงในสภาห่างกันไม่มากน่าจะมีผลต่อเสถียรภาพพอสมควร

พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทของกองทัพอากาศต่อสถาน การณ์การเมืองไทยในปี 2552 ว่า การที่มีรัฐบาลเป็นพรรคร่วมก็ค่อนข้างจะมีประเด็นต่าง ๆ ที่ อาจจะมีอุปสรรคบ้าง แต่เราก็ให้กำลังใจอยาก จะเห็นว่าการบริหารงานของนักการเมือง พรรค การเมือง มาร่วมกันจะเห็นได้ว่าปีที่ผ่านมาจะมีอุปสรรคค่อนข้างมาก ดังนั้นเราหวังว่ารัฐบาลที่จะบริหารประเทศต่อไปน่าจะนำบทเรียนดังกล่าวมาปฏิบัติ ส่วนทหารก็คงจะอยู่บทบาทเดิมคือปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคง หากได้รับการร้องขอก็เข้าไปช่วยเหลือในฐานะเจ้าพนักงาน แต่โดยปกติเราก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอยู่แล้ว

นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง ประเมินเสถียรภาพของรัฐบาล “อภิสิทธิ์” ว่า ขณะนี้รัฐบาลเปรียบเสมือนเด็กที่กำลังตั้งไข่ ดังนั้นการที่จะทำอะไรก็ต้องมีความระมัดระวัง และคิดว่ารัฐบาลจะต้องเจอศึกหนักยิ่งในปีนี้ปัญหาเศรษฐกิจยังเป็นประเด็นหลักในการทำงาน แต่เรื่องการเมืองก็ยังมีอยู่ทั้งนี้รัฐบาลผสมไม่ใช่จะราบเรียบทุกอย่างเหมือนกระแสคลื่นใต้น้ำ รัฐบาลจะอยู่นานหรือไม่ต้องดูจาก 3 เดือนแรก ในการเลือกตั้งซ่อมวันที่ 11 ม.ค. ที่จะมาถึง หากไปเพิ่มจำนวนส.ส.ให้กับพรรคฝ่ายค้านโอกาสที่จะมีเสียงข้างมากในสภาก็สุ่มเสี่ยงมาก แต่อาจจะมีผลต่อการเสนอกฎหมาย การถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ขณะที่ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์ ถึงการบริหารงานรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ ได้อำนาจในการบริหารมาด้วยวิธีการที่ไม่ชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะการดึง ส.ส.กลุ่มหนึ่งของพรรคพลังประชาชนเดิมไปร่วมรัฐบาลด้วย และนำบุคคลที่มีส่วนร่วมกับการชุมนุมของกลุ่ม พันธมิตรฯมาเป็น รมต. ดังนั้น จึงต้องตอบคำถามกับสังคมถึงความเหมาะสม เมื่อเห็นโฉมหน้าของครม.ชุดนี้โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ทำให้หลายฝ่ายไม่มั่นใจนักธุรกิจหลายคน รู้สึกผิดหวัง นอกจากนี้ ภาวะผู้นำของนายกฯที่มีไม่มากถูกครอบงำจากหลายกลุ่ม ซึ่งแตกต่างจาก พ.ต.ท. ทักษิณ มีความเป็นผู้นำสูงที่นำประเทศแก้ไขปัญหาวิกฤติได้

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายพงศ์เทพ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายอภิสิทธิ์เรื่องภาวะผู้นำและการจัดตั้ง ครม. ว่า เป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะออกมาวิจารณ์คนที่เป็นนายกฯไม่ว่าด้านใด แต่ ความจริงนายพงศ์เทพควรจะให้โอกาสนายกฯ และ ครม.ชุดใหม่ได้บริหารประเทศไปซักระยะก่อน จึงค่อยมีการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ก็ไม่น่าสงสัยเพราะนายพงศ์เทพ เป็นรมต.ในชุดรัฐบาลทักษิณ การวิพากษ์วิจารณ์ภาวะผู้นำมีหลายด้าน ควรจะบริหารราชการประเทศเพื่อคนทั้งประเทศไม่ใช่ผู้นำที่เข้ามาเพื่อทำประโยชน์ให้ตนเองครอบครัว และพวกพ้อง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวจากหน่วยข่าวทางลับว่าจะมีคนลอบทำร้ายนาย อภิสิทธิ์ว่า ตนไม่เชื่อว่านายอภิสิทธิ์กำลังตกอยู่ในอันตราย ตามที่มีรายงานอ้างหน่วยข่าวทางลับ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ไม่มีความสำคัญจนเป็น สาเหตุให้มีกระบวนการลอบทำร้าย ข่าวที่ออกมาน่าจะเป็นเพียงการสร้างภาพเพื่อเรียกคะแนนความสงสาร ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อโดยตรงจากนายสุเทพที่จะขอให้ยุติการเคลื่อนไหว แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะติดต่อมาหรือไม่ทางกลุ่มคนเสื้อแดงก็จะยังคงยืนยันที่จะกดดันให้นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาต่อไป

ส่วนนายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ยอมรับว่ามีรายงานในทางลับถึงความไม่ปลอดภัยของนายกฯว่า นายกฯคงจะคิดไปเองจนกลัวเงาของตัวเองหรือไม่คนในรัฐบาลเดียวกันอาจจะเล่นกันเองก็ได้ อย่างไรก็ตามหากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงสาเหตุอาจมาจากความไม่พอใจของประชาชนต่อการตั้งรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม ดังนั้นนายกฯไม่ควรที่จะสร้างความคับแค้นและความเหลืออดให้ประชาชนอีก

นายสุชาติ กล่าวถึงการอภิปรายนโยบาย รัฐบาลนอกสภาของพรรคฝ่ายค้านในวันที่ 5 ม.ค. นี้ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ว่า มี ส.ส.พรรคเพื่อไทยร่วมลงชื่อขออภิปราย 56 คน นำโดย ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง, นายจตุพร, นายสุนัย จุลพงศธร ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และตนรวมไปถึงส.ส.จากพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกหลายคน อาทิ นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช, พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน, นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน นอกจากนี้ตนจะประสานไปยังนายไชยยศ จิรเมธากร ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อแผ่นดินที่อกหักจากตำแหน่งรมต.ให้ร่วมอภิปรายนโยบายของรัฐบาลด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งหน่วยงานด้านการข่าวได้เตือนนายอภิสิทธิ์ว่า อาจจะมีคนคิดปองร้ายนั้น นายกฯ ไม่ได้กังวลแต่อย่างใด แต่เพื่อความไม่ประมาทจึงได้งดเดินทางลงพื้นที่ ทั้งนี้ ได้มีการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรฯเข้าไปยังมือถือส่วนตัวของนายกฯเพื่อข่มขู่ พบว่าเบอร์โทรศัพท์ส่วนใหญ่เป็นเบอร์โทรศัพท์แบบเติมเงิน แต่ก็มีหมายเลขโทรศัพท์หนึ่งเป็นหมายเลขส่วนตัว ซึ่งนายกฯได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแล้ว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่รายงานว่าเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนที่พยายามก่อความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง อย่างไรก็ตามในช่วงวันปีใหม่นายกฯพร้อมครอบครัวได้ใช้เวลาช่วงไปพักผ่อนเป็นการส่วนตัวที่บริเวณอ่าวไผ่ป้อง จ.กระบี่

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า สิ่งสำคัญที่รัฐบาลจะเร่งดำเนินการเป็นอันดับแรกหลังจากช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่คือเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามแม้ว่าตนจะเดินทางมาพักผ่อน แต่ก็ยังคงต้องทำงานและไม่ได้รู้สึกเหนื่อยเพราะการเข้ามาทำงานตรงนี้ เนื่องจากมีความต้องการที่จะทำงานให้กับบ้านเมืองอยู่แล้ว ทั้งนี้ เมื่อเปิดประชุมสภาสมัยสามัญก็คิดว่าฝ่ายค้านคงจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอย่างแน่นอน ซึ่งรัฐบาลก็คงต้องทำงานให้หนักมากขึ้น.

2 ขั้วชิงอำนาจ-ชาติบอบช้ำ!

ที่มา ไทยรัฐ

ท่ามกลางวิกฤติการเมืองไทยที่ก่อให้เกิดความแตกแยกรุนแรงใน หมู่ประชาชนครั้งประวัติศาสตร์ แบ่งสี เลือกข้าง ม็อบเต็มบ้านเต็มเมือง ทะเลาะกันมาราธอนข้ามปี

สิ่งหนึ่งที่แทรกเข้ามาในปรากฏการณ์ ก็คือคำว่า “การเมืองใหม่” ถูกโยนออกมาจากกลุ่มชนชั้นปกครอง และนักวิชาการผู้นำความคิดในสังคม

เพื่อนำไปสู่การเมืองในฝัน นัยว่าเป็นวิธีการสกัดวงจรอุบาทว์ที่นักเลือกตั้งซื้อเสียงเข้ามาทุจริต ถอนทุน กัดกินประเทศไทยไม่สิ้นสุด

จึงต้อง “ล้างน้ำ” กันครั้งใหญ่

แต่เอาเข้าจริงก็ยังไม่มีผู้อธิบายนิยามของคำว่า “การเมืองใหม่” ได้อย่างชัดเจน ยังคลุมเครือๆว่าแนวทางคืออะไร รูปแบบเป็นอย่างไร

ในมุมของม็อบพันธมิตรฯ ก็จ้องแบ่งโควตาผู้แทนราษฎร “เลือกตั้ง” กับ “ลากตั้ง” หรือในมุมของนักเลือกตั้งก็พยายามเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญเพื่อ ปฏิรูปการเมืองกันอีกยก

ยื้อเกม กั๊กอำนาจกัน

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ “การเมืองใหม่” ยังคงเป็นคำกล่าวลอยๆ นามธรรมมากกว่ารูปธรรม สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนเลย ก็คือ

ปรากฏการณ์แปลกพิสดารทางการเมือง ที่แทรกคิวเข้ามาให้เห็นตลอดช่วงปีที่ผ่านมา

เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยจะได้เห็นในสถานการณ์ปกติทั่วไป

และยังมีแนวโน้มที่อาจจะได้เห็นกันต่อไปอีกในปีนี้ หากวิกฤติการเมืองไทยยังไม่จบ.

ม็อบครองทำเนียบ

จากภาพในอดีตที่ชินหูชินตาของขาประจำอย่างกลุ่มผู้ชุมนุมสมัชชาคนจนฯ ที่เสร็จจากฤดูเก็บเกี่ยวก็จะขนพลขึ้นรถอีแต๋นจากภาคอีสาน มาปักหลักกางเต็นท์กินนอนกันบนถนนข้างคลองเปรมฯ เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนดักดาน

เรียกขานกันว่า “ม็อบประจำฤดู”

หรือไม่ก็สลับคิวด้วยม็อบคนงานบริษัทห้างร้านที่ถูกเลิกจ้าง เจอเถ้าแก่เบี้ยวค่าแรง นัดรวมพลเดินขบวนประท้วงรัฐบาลให้ช่วยเจรจากับนายทุนโหด โดยอารมณ์อย่างเก่งก็ปิดประตูเข้าออกทำเนียบรัฐบาล

เย้วๆกันพอหอมปากหอมคอ

ใครจะคิดว่า วันหนึ่งพัฒนาการทางการเมืองไทยจะเดิน ทางมาถึงจุดที่ม็อบบุกยึดทำเนียบ รัฐบาลสัญลักษณ์ของฝ่ายบริหารประเทศ

จากปรากฏการณ์ที่ผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ นำโดย “มหาจำลอง” พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำม็อบ เปิดยุทธการดาวกระจายกดดันรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ ด้วยการเคลื่อนพลบุกล้อมและยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที กระทรวงการคลัง กองบัญชาการตำรวจนครบาล สถานที่ราชการสำคัญ ตั้งแต่เช้ามืดวันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2551

ก่อนกรูกำลังเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลแบบเบ็ดเสร็จ นายกฯและคณะรัฐมนตรีต้องระเห็จออกมาอยู่ข้างนอก

จากที่ทำงานของรัฐบาล สถานที่ประชุม ครม. กลายเป็นศูนย์กลางการชุมนุมของม็อบพันธมิตรฯ มีการตั้งเวทีปราศรัยขนาดใหญ่ กางเต็นท์เป็นที่พักถาวรให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม

แค่นั้นไม่พอ ยังดัดแปลงพื้นที่สนามหน้าตึกไทยคู่ฟ้าฯ ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยหรู ใช้เป็นแปลงทำนาปลูกข้าวจนโตออกรวง

และโดยบรรยากาศประวัติศาสตร์ที่หาไม่ได้ง่ายๆในชีวิตประชาชนคนธรรมดา คิวนี้คู่บ่าวสาวหลายคู่ที่พบรักในวงม็อบถือโอกาสจัดงานแต่งเป็นที่ครึกครื้นเฮฮา

ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในอารมณ์ที่แค้นเคืองของนายสมัครต้องแก้ สถานการณ์ด้วยการนำคณะรัฐมนตรี ไปประชุม ครม.เร่ร่อนในเขตความคุ้มครองของทหาร ที่กองบัญชาการกองทัพไทย

และก็ไม่ได้กลับมาใช้ห้องทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้าอีกเลย จนถึงวันที่หลุดจากตำแหน่ง.

ทำกับข้าวตกเก้าอี้

พูดไปใครจะเชื่อ โทษฐานทำกับข้าวโชว์ถึงกับหลุดเก้าอี้นายกรัฐมนตรี แม้แต่สื่อฝรั่งระดับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นยังออกแนวมุกตลก พาดหัวตีข่าวไปทั่วโลก “THAI P.M. GRILLED OVER TV. COOKING SHOW”

แปลเป็นไทย “นายกฯไทยถูกย่าง เหตุทำรายการอาหารโชว์ทางโทรทัศน์”

ใครก็รู้ว่านายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ ชอบทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจ ทั้งชีวิตขลุกอยู่ก้นครัว เป็นส่วนใหญ่ มีความสุขอยู่กับการจ่ายตลาด อยู่ในขั้นเซียนผู้ชำนาญการเมนูอาหารคาวหวาน

ช่ำชองถึงขนาดที่มีนายทุนเชิญให้เป็นกุ๊กกิตติมศักดิ์ เช่าเวลาให้จัดรายการ “ชิมไปบ่นไป” เรตติ้งติดอยู่ในระดับแถวหน้ารายการทำอาหารโชว์ทางโทรทัศน์ ดังมาก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำ แต่เข้าตำรา “หมองูตายเพราะงู”

ภายใต้เงื่อนไขการต่อสู้ทางการเมืองที่ตามล้างตามเช็ดกันแบบถอนรากถอนโคน ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่หาญกล้าประกาศตัวว่าเป็น “นอมินี” อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร โดยไม่สนใครจะต้าน

เปิดคางเชิดหน้าล่อคู่ต่อสู้

หารู้ไม่ว่าโดนจ้องรวบโดยมือสอยโนเนมอย่างนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว. “ลากตั้ง” เด็กสร้างในสายของ “เจ๊เป็ด” คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการ สตง. เดินหน้ายื่นเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบคุณสมบัติของนายสมัครจัดรายการชิมไปบ่นไปในฐานะ “ลูกจ้าง” ขัดรัฐธรรมนูญ

โดยที่คนถูกร้องเองรวมไปถึงนักกฎหมายทั่วไปก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจ เพราะมองว่าปมมันหยุมหยิมเกินไป ให้ราคาแค่มุกของคนอยากดัง

หยิบเอาเหลี่ยมกฎหมายมาเล่นกันพร่ำเพรื่อ

แต่อย่างว่า “กฎหมายดิ้นได้” อยู่ที่จะแปลความเข้าทางใคร

โดยเงื่อนไขรัฐธรรมนูญที่ก้ำกึ่งระหว่างคำว่า “ลูกจ้าง” กับ “รับจ้าง” สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญต้องอาศัยคำบัญญัติในพจนานุกรมประกอบคำวินิจฉัย ฟันธงนายสมัครเป็นพิธีกรรายการชิมไปบ่นไปถือเป็น “ลูกจ้าง” หลุดจากเก้าอี้นายกฯ

พ่อครัวตายเพราะตะหลิว.

โดดกำแพงหนีสภา

ที่ผ่านมาเคยได้ยินแต่ ส.ส.โดดร่มประชุมสภาฯ สื่อมวลชนโดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ใช้เป็นคำอุปมาผู้แทนราษฎรขี้เกียจ ไม่รับผิดชอบต่อประชาชน ไม่สนใจงานในหน้าที่ แต่ใครจะคิดว่าวันหนึ่งจะเกิดเหตุการณ์ที่ ส.ส.ต้องโดดกำแพงสภา ทั้งปีนทั้งโดดกันจริงๆ

เป็นเหตุการณ์ฝ่าวงล้อมม็อบหนีตาย โดยนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นคนนำทีมรัฐมนตรี ส.ส. และข้าราชการ ปีนกำแพงรัฐสภาด้านติดกับพระที่นั่งวิมานเมฆ เป็นเส้นทางหนีม็อบพันธมิตรฯ ที่ปิดล้อมทางเข้าออกประตูรัฐสภา ขวางไม่ให้รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

สถานการณ์ตึงเครียดถึงขั้นนองเลือด

โดยที่ก่อนหน้าก็เป็นนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น พร้อม น.ส. ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ บุตรสาวสุดที่รัก และทีมงานใกล้ชิด เป็นหน่วยหน้าทีมแรกที่ปีนกำแพงรัฐสภาหนีม็อบออกด้านหลังก่อนแล้ว เผ่นกันน้ำบาน

แค่นึกภาพท่านผู้ทรงเกียรติไล่ไปตั้งแต่นายกฯ รัฐมนตรี ส.ส. ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ต้องถอดสูท ปลดเนกไท ถอดรองเท้า ยักแย่ยักยันปีนกำแพง หนีตาย ทุลักทุเลพิลึก

นับเป็นความปั่นป่วนต่อเนื่อง จากคิววุ่นๆภายหลังนายสมัคร สุนทรเวช ต้องตกเก้าอี้นายกฯ เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ต้องโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาฯกันใหม่ และจุดป่วนก็เริ่มมาจากพรรคพลังประชาชนแกนนำรัฐบาลที่เปิดเกมหักกันเอง

ซึ่งปกติการเลือกนายกรัฐมนตรีจะต้องตกลงกันล่วงหน้า แต่การรีเทิร์นของนายสมัคร ภายใต้การกำกับของ “แก๊งออฟโฟร์” ที่มีนายเนวิน ชิดชอบ เป็นโต้โผใหญ่ ถูกขวางโดย “สายเลือดแท้นายใหญ่” ที่นำโดยนายยงยุทธ ติยะไพรัช และ “เจ๊แดง” นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ นำทีม

ดึงเกมจนสภาฯล่ม โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้

ยื้อจนสุดท้ายสามารถฉุดกระชากลากถูนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แหกด่านเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี “นอมินีรุ่นสอง” ผจญกับวิบากกรรมสยองๆ.

นายกฯนอกทำเนียบ

ภายใต้ลูกฟลุกของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่จับพลัดจับผลูได้ก้าวขึ้นแท่นนายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ของประเทศไทย ในสถานการณ์ “ปล้ำผีลุกปลุกผีนั่ง”

แต่ในความโชคดีก็แฝงไว้ด้วยทุกขลาภ ในสถานการณ์การต่อสู้ของสองขั้วอำนาจที่เร่งเกมหักดิบกันให้ได้ โดยความได้เปรียบของม็อบพันธมิตรฯ ที่ยึดทำเนียบรัฐบาลยาวมาตั้งแต่ช่วงของอดีตนายกฯ สมัคร ปักหลักอยู่โยงแบบมาราธอน โดยคำสั่งศาลแพ่งคุ้มครอง

รัฐบาลในฐานะเจ้าของสถานที่ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ

ในขณะที่คณะรัฐมนตรีของนายสมชายต้องบากหน้าไปอาศัยห้องประชุมของ กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ เป็นที่ประชุม ครม.เร่ร่อน

กลายสภาพเป็นรัฐบาลพลัดถิ่นยังไงยังงั้น

และก่อนที่จะอนาถาไปกว่านั้น นายสมชายได้สั่งให้ดัดแปลงอาคารสนามบินดอนเมืองเป็นห้องทำงานนายกรัฐมนตรี ห้องประชุม ครม. รวมถึงห้องแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

รวมๆแล้วก็เรียกกันว่า ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว

กระนั้นก็ยังไม่วายโดนตามไปราวี สุดท้ายภายใต้ยุทธการ “ม้วนเดียวจบ” ของม็อบพันธมิตรฯ ก็เคลื่อนพลเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวสนามบินดอนเมือง และยังตามไปปิดล้อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป้าหมายแรกคือขวางไม่ให้ นายสมชายที่เดินทางไปประชุมเอเปคที่ประเทศเปรูกลับเข้าประเทศไทย

นายสมชายต้องบินไปลงที่บ้านเกิดเมียจังหวัดเชียงใหม่ และใช้ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่เป็นที่ประชุม ครม. ถูกสื่อกระเซ้าว่าเป็น “ทำเนียบรัฐบาลไทยเหนือ”

แต่ทั้งหมดทั้งปวงเลยในห้วงระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งสั้นๆ 2 เดือนกว่า ชื่อของ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ต้องถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ในฐานะนายกฯ ที่ไม่เคยได้เข้าไปนั่งทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล

วาสนาน้อยกว่าเด็กบางคนที่เคยได้นั่งเก้าอี้นายกฯ ในวันเด็กซะอีก.

แฟมิลี่แมนหย่าเมีย

ย้อนกลับไปดูภาพเก่าๆในอดีตที่ยิ่งใหญ่ ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก “พานทองแท้-พินทองทา-แพทองธาร” ใครจะคาดคิดว่า “แฟมิลี่แมน” อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ขึ้นชื่อในเรื่องรักลูก

เป็นโรค “เกลียมัว” กลัวเมียระดับแถวหน้าคนหนึ่งของวงการ

จะมีวันที่เซอร์ไพรส์เป็นพาดหัวข่าวยักษ์หนังสือพิมพ์ “ทักษิณหย่าเมีย”

อดีตนายกฯทักษิณจูงมือคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ไปจดทะเบียนหย่ากันที่สถานกงสุลไทย ประจำฮ่องกง ยุติชีวิตคู่ที่ครองเรือนกันมานานกว่า 30 ปี

ในสถานการณ์เคราะห์ซ้ำกรรมซัด บ้านแตกทั้งๆที่กำลังระเหเร่ร่อนอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ทางการประเทศอังกฤษสั่งถอนวีซ่าห้ามเดินทางเข้าแดนผู้ดี

แต่ประเมินกันอีกที มันก็เป็นอะไรที่มีเหตุให้เอะใจ เบื้องหลังการหย่าช็อกวงการเป็นไปอย่างที่อ้างกันอย่างเป็นทางการว่า คุณหญิงพจมานสุดทนกับชีวิตที่ต้องเผชิญวิบากกรรมต่อสู้ทางการเมือง ห้าม “ทักษิณ” ให้หยุดแล้ว แต่สามีไม่ยอมเชื่อฟัง เลยต้องแยกทางใครทางมัน

หรืออีกมุมหนึ่งฝ่ายตรงข้ามก็ตั้งแง่สงสัย เป็นแค่หย่าทางการเมือง ยุทธศาสตร์ทางกฎหมายในการต่อสู้เพื่อทวงคืนอภิมหาขุมทรัพย์เจ็ดหมื่นกว่าล้านบาทที่ถูกยึดไว้

ซึ่งก็เป็นอะไรที่เข้าเค้า เพราะก่อนหน้านั้นมีลูกน้องสายตรงเดินทางไปเยี่ยมนายใหญ่กับนายหญิง กลับมาส่งข่าวที่เมืองไทย สองผัวเมียเดินกอดคลอเคลียกันไม่ห่าง ต่างฝ่ายต่างให้กำลังใจที่ต้องเผชิญชะตากรรมโหดร่วมกัน

แต่ไม่กี่วันจากนั้นก็มีข่าว “ช็อก” อดีตนายกฯทักษิณหย่ากับคุณหญิงพจมาน

และไม่ว่าเบื้องหลังจริงๆคืออะไร ที่แน่ๆคุณหญิงพจมาน บินกลับเมืองไทยมาเปลี่ยนบัตรประชาชนใหม่ในชื่อ “พจมาน ดามาพงศ์” เป็นที่เรียบร้อย

อย่างน้อยๆก็พูดได้ว่า “การเมือง” ทำบ้านแตก.

'ห้อย'ส่ง 'มาร์ค'ถึงฝัน

โดยคำปรามาสกันถึงขนาดที่ว่า “รอหิมะตกประเทศไทย” หนุ่มน้อยหน้ามนอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถึงจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ใครจะคิดว่า อิทธิฤทธิ์ของ “พ่อมดเขมร” จะเสกอะไรก็ได้

กับปฏิบัติการสะท้านสะเทือน “ก๊วนเพื่อนเนวิน” ทรยศนายใหญ่ พลิกขั้วแบบ 180 องศา จาก “ไอ้ห้อยไอ้โหน” ที่มีบทบาทอยู่เบื้องหลังเกมฮาร์ดคอร์ของกองกำลัง “ทักษิณ”

“เนวิน ชิดชอบ” กอดกันกลมกับ “อภิสิทธิ์” ในฉากหวานชื่นไปด้วยช่อดอกกุหลาบสีแดง

พ่อมดเขมรทำได้ ภายใต้การช่วยลุ้นตัวโก่งของ “สีเขียว” ตามธงของม็อบพันธมิตรฯ “สีเหลือง”

โดยสถานการณ์เปิดให้เขย่าติ้วกันใหม่ ภายหลังนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ต้องหลุดเก้าอี้นายกฯ เพราะผลพวงจากคดียุบพรรคพลังประชาชน

ปิดฉากนอมินีแถวสอง

และก็เป็นเครือข่ายนายใหญ่ที่เดินเกมดัน “นอมินีแถวสาม” ยื้ออำนาจ โดยไม่สนใจว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร นั่นก็เป็นเหตุให้แคนดิเดตเปิดหน้ากันออกมาไล่ตั้งแต่ “สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ไปยัน “เสธ.หนั่น” พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์

ไม่เว้นแม้กระทั่งเจ้าของฉายาไดโนเสาร์อย่าง “ป๋าเหนาะ” นายเสนาะ เทียนทอง ก็มีชื่อติดโผแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศไทย ในอารมณ์ที่ตาสี ตาสา ใครก็เป็นนายกรัฐมนตรีได้

ในสถานการณ์ที่ภาคเอกชน ประชาชนทั่วไป ยังไม่หายขวัญผวาจากยุทธการม้วนเดียวจบของม็อบพันธมิตรฯ บุกปิดล้อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยึดสนามบินดอนเมือง สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล โดยที่รัฐบาลนอมินี “นายใหญ่” ได้แต่มองตาปริบๆ ถ้าได้นอมินีนายใหญ่กลับมาเป็นรัฐบาลปัญหาก็ไม่จบ

นั่นคือเหตุที่เอื้อ “อภิสิทธิ์” ถึงฝั่งฝัน โดยไม่ต้องรอหิมะตก.

“ทีมการเมือง”

"เพื่อนเนวิน"ซบ"ภูมิใจไทย"ดัน"ชวรัตน์"นั่งหัวหน้าพรรค

ที่มา ประชาทรรศน์

"กลุ่มเพื่อนเนวิน" เคาะ 10 ม.ค.นี้ ร่วมสังกัด"ภูมิใจไทย" พร้อมชง"ชวรัตน์"ขึ้นแท่นหัวหน้าพรรค "สมศักดิ์"จ้องยกเครื่องคณะกรรมการบริหารพรรคใหม่หมด แบะท่าดึงอดีต ส.ส.โหวตแหกมติเข็น"ประชา"ชิงเก้าอี้นายกฯ กลับเข้าก๊วน

วันนี้ (23 ม.ค.) นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ในฐานะแกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน เปิดเผยว่า สมาชิกในกลุ่มนัดหารือกันในวันที่ 5 ม.ค.นี้ เพื่อกำหนดท่าทีเรื่องสังกัดพรรค ว่าจะเข้าพรรคการเมืองที่มีอยู่แล้ว หรือตั้งพรรคใหม่ โดยพรรคภูมิใจไทย และพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาติดต่อมา ทางกลุ่มจึงต้องพิจารณาอุดมการณ์ของพรรคที่มีแนวทางเดียวกัน ทั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากแกนนำ คือ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย โดยคาดว่าจะตกลงเรื่องสังกัดพรรคการเมือง ได้ในวันที่ 10 ม.ค.นี้ เพื่อให้ทันสังกัดพรรคภายใน 60 วัน หลังพรรคพลังประชาชนถูกตัดสินยุบ

ด้าน นางพรทิวา นาคาศัย รมช.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ในกรณีเดียวกันว่า ยอมรับว่า ได้ติดต่อกับ ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินให้มาร่วมพรรค แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ

ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และแกนนำกลุ่มมัชฌิมาฯ สามารถตกลงกับนายเนวิน ชิดชอบ ที่จะร่วมงานการเมืองด้วยกัน โดยให้ ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน 23 คน สมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และมีข้อแลกเปลี่ยน โดยให้นายชวรัตน์ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ด้วยการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหม่ มีข้อเสนอให้มีการย้ายที่ทำการพรรคไปที่แห่งใหม่ย่าน ถ.ศรีนครินทร์ด้วย ขณะเดียวกัน ส.ส.กลุ่มมัชฌิมาฯ ที่ลงคะแนนเสียงเลือก พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายสมศักดิ์ ก็มีแผนจะดึงกลับมาร่วมพรรคทุกคน

'เจ๊สด'คอนเฟิร์มเลือกซ่อมดุ!ฟันธงสนามปากน้ำเดือด

ที่มา ประชาทรรศน์

"สดศรี"ฟันธงเลือกตั้งซ่อมแข่งขันรุนแรง เหตุเสียงรัฐบาลฝ่ายค้านสเปกปริ่มน้ำ ชี้ชัดสนามสมุทรปราการเดือดแน่ มั่นใจประชาชนแห่ใช้สิทธิ์เกินร้อยละ 70 ฟุ้งซื้อเสียงน้อยลงหลังกกต.สั่งจับตาเป็นพิเศษ

วันนี้ (3 ม.ค.) นางสดศรี สัตยธรรม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ในวันที่ 11 ม.ค.นี้ว่า จากการประเมินและเท่าที่ดูผู้สมัครใน 22 จังหวัด มีพรรรการเมืองไม่กี่พรรค ที่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อม และผู้สมัครส่วนใหญ่ นามสกุลเดียวกันหรือเป็นญาติของผู้ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งโดยคำสั่งยุบพรรค การที่การเมืองวนเวียนกับคนไม่กี่ตระกูล ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจกันดีว่าการเมืองมีกลุ่มจำกัด เป็นเรื่องที่จะต้องมีการพัฒนาพรรคการเมือง นักการเมือง ให้รู้สึกว่าการเข้าสู่การเมืองไม่ใช่การผูกขาด ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าสู่สนามการเมืองได้ กกต.มีโครงการสถาบันพัฒนาพรรคการเมือง และการเลือกตั้ง เพื่อวางรากฐานให้ประชาชนเข้าใจการเข้าสู่การเมือง

ทั้งนี้ เชื่อว่าการเลือกตั้งในวันที่ 11 มกราคม จะมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง เพราะจำนวน ส.ส. 29 คน ที่จะได้มา จะเป็นตัวที่ทำให้คะแนนเสียงระหว่างพรรครัฐบาลกับฝ่ายค้านก้ำกึ่งกันมากขึ้น แต่ละพรรคจะพยายามหาเสียงและให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ จึงคาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เกินร้อยละ 70 จังหวัดที่คาดว่าจะมีการแข่งขันกันสูง คือ สมุทรปราการ ที่ผ่านมามีการร้องเรียนกันมาก ส่วนจังหวัดในภาคอีสานและภาคเหนือ ส่วนใหญ่เจ้าของพื้นที่เดิมจะครอง การแข่งขันจึงไม่น่าจะสูงนัก

อย่างไรก็ตาม ตนไม่เชื่อว่าจะมีการขายโควตาให้กับพรรคอื่นตามที่มีข่าว ทุกพรรคคงพยายามให้ได้ ส.ส.ของตัวเองกลับมา เพียงแต่เปลี่ยนตัวผู้สมัครเท่านั้น ส่วนเรื่องการทุจริตไม่น่ามีเปอร์เซ็นต์สูงเหมือนการเลือกตั้งใหญ่ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ กกต.ส่งองค์กรเอกชนและเจ้าหน้าที่ไปดูแล ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้การซื้อสิทธิขายเสียงลดน้อยลง สำหรับการทำหน้าที่ของ กกต.นั้น ยึดตามพยานหลักฐาน

หย่อนบัตรล่วงหน้ากร่อย'เสื้อแดงร้อยเอ็ด'ฮึ่มไล่'มาร์ค'

ที่มา ประชาทรรศน์

เลือกตั้งซ่อม ส.ส.ล่วงหน้า บรรยากาศเหงาหงอย "อ่างทอง-สุพรรณบุรี-นครปฐม"ประชาชนทยอยมาใช้สิทธิ์บางตา ด้าน กกต.เมืองร้อยเอ็ดฟุ้งคนแห่ใช้สิทธิ์คึกคัก ขณะที่ "เสื้อแดง"ชูป้ายไล่"มาร์ค"

วันนี้ (3 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ล่วงหน้าวันแรกว่า ในพื้นที่จังหวัดอ่างทองซึ่งเป็นการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ล่วงหน้าแทนนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง บรรยากาศโดยทั่วไปค่อนข้างเงียบเหงา โดยที่บริเวณหน่วยเลือกตั่งซ่อมเขต อ.เมืองอ่างทอง ที่หอประชุมริมน้ำ อบจ.อ่างทอง มีประชาชนมาลงคะแนนเลือกตั่งซ่อมล่วงหน้าบางตาอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหน่วยเลือกตั้งเขต อ.โพธิ์ทอง บริเวณหอประชุมอำเภอโพธิ์ทอง ประชาชนมาลงคะแนนกันน้อยมากทำให้บรรยากาศเงียบเหงาไปถนัดตาเช่นกัน สำหรับจังหวัดอ่างทองมีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง 3 คน คือ เบอร์ 1 นายภคิน ปริศนานันทกุล พรรคชาติไทยพัฒนา เบอร์ 2 นางสาวเพ็ญชิสา หงส์อุปถัมภ์ไชย พรรคเพื่อไทย และเบอร์ 3 นางสาวสุวภัทร พลกลาง พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย

ขณะเดียวกัน การเลือกตั้งซ่อมล่วงหน้า ส.ส.สุพรรณบุรี เริ่มเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง เวลา 08.00 ซึ่งมีทั้งหมด 10 หน่วย 10 อำเภอ สุพรรณบุรี มี 2 เขตเลือกตั้ง เขต 1 มี ส.ส. ได้ 3 คน และ เขต 2 ส.ส. 2 คน รวม 5 คน บรรยากาศโดยทั่วไป ทั้ง 10 หน่วยเลือกตั้ง ช่วงเปิดหีบบัตร ค่อนข้างเงียบเหงา ต่อมาเริ่มมีประชาชนทยอยมาใช้สิทธิ์มากขึ้น

สำหรับจังหวัดนครปฐม ได้มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ล่วงหน้า ในเขตเทศบาลนครนครปฐม และเขตอำเภอเมือง ที่ มีการยุบพรรค ถึง 3 พรรคแต่ที่จังหวัดนครปฐม ที่ถูกยุบพรรค มีพรรคชาติไทย และพรรคพลังประชาชน จึงได้มีการเลือกตั้งซ่อมในเขต 1 จังหวัดนครปฐม ทั้งนี้ มีประชาชนมาใช้สิทธ์น้อย เพราะเป็นช่วงวันหยุดปีใหม่

วันเดียวกัน นายชูศักดิ์ สุทธิประภา ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า การลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขต 2 จังหวัดร้อยเอ็ด แทนนายนิสิต สินธุไพร ที่ถูกตัดสิทธิ์จากการยุบพรรคพลังประชาชนนั้น ปรากฏว่าในช่วงเช้ามีประชาชนผู้มีสิทธิ์เดินทางกลับบ้านช่วงเทศกาลปีใหม่จำนวนมาก และมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันอย่างคึกคัก ก่อนเดินทางกลับ

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณใกล้ๆ กับสถานที่ลงคะแนนล่วงหน้าการเลือกตั้ง ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดร้อยเอ็ด มีกลุ่มเสื้อแดงประมาณ 15-20 คน ถือป้ายข้อความว่า "ไม่เอารัฐบาลโจร ไม่เอาอภิสิทธิ์ เป็นนายก ประชาธิปไตยต้องเป็นของประชาชน" และอีกหลากหลายคำเขียน ส่วนเหตุการณ์อื่น การซื้อสิทธิ การขายเสียง ยังไม่พบ แต่มีปัญหาที่ควบคุมยากคือการจำหน่ายสุรา การตั้งวงดื่มในเขตพื้นที่ 8 อำเภอ ยังมีให้เห็นเพราะเป็นการเลือกตั้งซ่อมล่วงหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เพียงเข้าไปเตือนเท่านั้น

ผ่าน 4 วันอันตรายเซ่น 278 ศพ เจ็บระนาว

ที่มา ประชาทรรศน์

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แถลงยอดเจ็บตายช่วง 7 วันอันตราย ระบุผ่านแค่ 4 วัน ดับ 278 ศพ บาดเจ็บพุ่ง 2,996 ราย เชียงรายยังครองแชมป์เสียชีวิต แจงสาเหตุเมาแล้วขับเสียหายสุด พร้อมกำชับคุมเข้มความปลอดภัยประชาชนแห่เข้ากรุง

วันนี้ (3 ม.ค.) นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน แถลงข่าวสถิติอุบัติเหตุทางถนน ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2552 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยว่า ศูนย์ฯได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 2 ม.ค. เป็นวันที่สี่ของการรณรงค์ช่วง 7 วัน ระวังอันตราย ได้สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.-2 ม.ค. รวมอุบัติเหตุ 2 , 793 ครั้ง มียอดของผู้เสียชีวิต 278 คน ผู้บาดเจ็บ 2,996 ราย โดยยอดเฉพาะวันที่ 2 ม.ค. ได้เกิดอุบัติเหตุรวม 464 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 52 ราย ผู้บาดเจ็บ 492 ราย จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดสะสม 4 วัน ได้แก่ จังหวัดเชียงราย 15 คน รองลงมาเป็นจังหวัดนครราชสีมา 11 คน ส่วนยอดจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา 21 คน รองลงมาเป็นจังหวัดเพชรบูรณ์ 19 คน และจังหวัดชลบุรี 18 คน

"สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 41.59 รองลงมา ขับรถเร็วเกินกำหนดร้อยละ 21.55 สำหรับยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 83.62 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 60.78 โดยอุบัติเหตุเกิดบนถนน อบต. หมู่บ้าน ร้อยละ 33.62 ทางหลวงแผ่นดิน ร้อยละ 32.97 ทั้งนี้ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงกลางคืน ร้อยละ 66.59 โดยเฉพาะในช่วงเวลา 16.01-20.00 น. คิดเป็นร้อยละ 33.19" นายอนุชา กล่าว

นายอนุชา กล่าวอีกว่า ในช่วง 1-2 วันนี้ประชาชนจะทยอยเดินทางกลับจำนวนมาก ทำให้เส้นทางขากลับมียานพาหนะคับคั่ง โดยเฉพาะถนนมิตรภาพ ถนนพหลโยธิน ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ลงมา ประกอบกับการเดินทางหลายวัน อาจทำให้เกิดอาการอ่อนล้า จึงได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจเข้มงวดจับกุมดำเนินคดีกับผู้ขับขี่รถด้วยความประมาท ซึ่งศูนย์ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจเข้มงวดจับกุมผู้ขับขี่รถด้วยความประมาท โดยเฉพาะรถโดยสารระยะทางไกลที่บรรทุกผู้โดยสารจำนวนมาก พร้อมขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเลือกใช้เส้นทาง และช่วงเวลาที่เหมาะสม รวมทั้งร่วมกันสอดส่องผู้ร่วมใช้เส้นทางที่มีพฤติกรรมการขับขี่ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

52บุคคลอัปรีย์

ที่มา Thai E-News


52บุคคลอันตรายแห่งปี-ไทยอีนิวส์รวบรวม52บุคคลอันตรายที่สุดแห่งปี ที่ประชาชนไทยต้องการตัวมากที่สุด สำหรับชดใช้ต่อความพังพินาศของภาพลักษณ์ประเทศ-เศรษฐกิจในปี2551ที่ผ่านมา

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
31 ธันวาคม 2551

ปี2551ที่กำลังผ่านไป คนไทยมีทุกข์สาหัสกับสภาพบ้านเมืองที่แตกแยกออกเป็นเสี่ยง ต่อไปนี้คือ"52 MOST WANTED" หรือผู้ที่ก่อกรรมทำเข็ญไว้กับประเทศไทยอย่างมาก ประชาชนชาวไทยจึงต้องจารึกชื่อพวกเขาไว้ในบัญชีหนังสุนัข แต่ไม่ต้องรอวันชำระบัญชี เพราะทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วนั้นเป็นเรื่องจริง ตอนนี้คนพวกนี้กำลังเสวยกรรมชั่วอย่างแสนสาหัสอยู่แล้ว


โดยจะขอไล่เรียงเป็นประนามานุกรม 52 บุคคลอันตรายสำหรับประชาธิปไตยไทยดังต่อไปนี้

ก.
แก้วสรร อติโพธิ

ก่อกรรม-เป็นกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินรัฐบาลจากระบอบประชาธิปไตย โดยไม่อิงหลักกฎหมาย แต่เต็มไปด้วยอคติ
ผลกรรม-โดนสนธิ ลิ้มทองกุล หักหลังตัดหางปล่อยวัด สั่งสาวกพันธมิตรอย่าเลือกเป็นผู้ว่าฯโดยอ้างว่านำแอ๊ด คาราบาวมาร่วมทีม

การุณ ใสงาม

ก่อกรรม-ทรยศประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยมาเป็นสมุนบริวารสนธิลิ้มทำลายประชาธิปไตยทั้งในประเทศ และเดินสายต่างประเทศ
ผลกรรม-ลงเลือกตั้งสังกัดพรรคมัฌชิมาฯของเสี่ยประชัย สอบตกย่อยยับ ลงสมัครนายกเทศมนตรีบุรีรัมย์ได้ที่โหล่400คะแนน

กษิต ภิรมย์

ก่อกรรม-ใส่ร้ายรัฐบาลจากระบอบประชาธิปไตยในทางสากลด้วยความเท็จ หาเรื่องผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน
ผลกรรม-สื่อมวลชนต่างประเทศโจมตีที่พูดว่า"ม็อบพันธมิตรมันส์มาก อาหารรสดี ดนตรีเพราะ"

กนก รัตน์วงศ์สกุล

ก่อกรรม-ผู้เล่าข่าวเครือNATIONไม่เป็นกลาง เอียงข้างพันธมิตร พ่อยกเผด็จการ ระรานฝ่ายประชาธิปไตย
ผลกรรม-ขาดความเชื่อถือจากฝ่ายประชาธิปไตย และผู้ชมทั่วประเทศ กนกโผล่ปั๊บ คนกดรีโมตหนีพร้อมยี้กันทั่วประเทศ


ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ

ก่อกรรม-เคลื่อนไหวให้ร้ายอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรในเวทีต่างประเทศอย่างต่อเนื่องหลายกรณี
ผลกรรม-จากที่เคยมีนโยบายเขมรอยู่ข้างฮุนเซ็นในสมัยรัฐบาลชาติชาย ต้องมาหวานอมขมกลืนกับพวกสายเหยี่ยวที่จ้องทำสงครามกับเพื่อนบ้านแบบประสงค์ สุ่นศิริ สุดท้ายโดนปาดหน้าตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศไปโดยกษิต ภิรมย์

ข.เครือข่ายแวดวงนักข่าว5เครือข่าย(คลิ้กดูรายละเอียดที่นี่)
กรรมที่ก่อ-ขาดจรรยาบรรณ ไม่เป็นกลาง เอียงข้างพันธมิตร ใกล้ชิดเผด็จการ ระรานประชาธิปไตย โฆษณาชวนเชื่อรับใช้คนๆเดียว
ผลกรรม-ขาดความเชื่อจากฝ่ายประชาธิปไตย ประชาชนเลิกอุดหนุนซื้อหา หันไปติดตามสื่อต่างประเทศ และสื่อทางเลือกแทน บางรายล้มละลายคือเครือผู้จัดการ บางรายต้องขายของเก่ากินเช่นเครือเนชั่น

ค.
คำนูณ สิทธิสมาน(อ่านบทประนามฯจากดาวแดงถึงผ้าพันคอสีฟ้า คลิ้กที่นี่)

ก่อกรรม-เป็นสมุนรับใช้สนธิลิ้มทั้งในกระบอกเสียงพันธมิตรคือผู้จัดการ และเป็นหัวโจกกลุ่ม40สว.ทาสเผด็จการ
ผลกรรม-ถูกบันทึกชื่อในฐานะผู้ทรยศต่อชาติและประชาธิปไตยฝ่ายประชาชน ไปเป็นสมุนกากเดนศักดินา

จ.
จรัญ ภักดีธนากุล

ก่อกรรม-ร่วมมือกับพันธมิตร ตัดสินพิพากษาโดยขาดหลักนิติธรรม ลำเอียงโดยอคติ เปิดพจนานุกรมลากเอาผิดฝ่ายปฏิปักษ์การเมือง
ผลกรรม-ถูกแฉว่ามีพฤติการณ์เดียวกับจำเลยที่ถูกตัดสิน ต้องเสื่อมเกียรติยศ ถูกแฉว่าภรรยามีพฤติการณ์ในทางชั่ว

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง(อ่านรายละเอียด เสือเจ็บไม่ร้อง หมาเจ็บร้องเอ๋ง คลิ้กที่นี่)

ก่อกรรม-ทำลายล้างรัฐบาลจากการเลือกตั้ง รับใช้เผด็จการ ประสานงานพันธมิตร ใกล้ชิดสื่อโจร
ผลกรรม-หมดความน่าเชื่อถือทั้งในฐานะนักวิชาการ สื่อ นักการเมือง ถูกตีตราเป็นเป็นเพียงข้ารับใช้เผด็จการหมดราคา


จำลอง ศรีเมือง(ดูรายละเอียดใน9กบฎพันธมิตร คลิ้ก)

ก่อกรรม-เป็นหัวหน้าโจรก่อการร้ายพันธมิตรอันดับ2นำโจรยึดทำเทียบ ไฮแจ็คสนามบิน ทำลายความสามัคคีในชาติ
ผลกรรม-ทำให้ชาติแตกแยกเป็นสามัคคีเพท สั่นคลอนสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ส่วนจำลองหมดความนับถือจากคนที่เคยศรัทธา

จารุวรรณ เมณฑะกา

ก่อกรรม-เป็นเครื่องมือเผด็จการคมช.ตรวจสอบยึดทรัพย์รัฐบาลจากการเลือกตั้งโดยกฎหมายที่ตราขึ้นโดยเผด็จการ
ผลกรรม-ถูกตรวจสอบกลับว่ามีพฤติการณ์มิชอบทั้งตั้งลูกกินเงินเดือนปปง. พาลูกเที่ยวเมืองนอก จ้างเพื่อนรับงานราชการ

ช.

ชัยอนันต์ สมุทวนิช(อ่านรายละเอียด อ.ย.ม.ชัยอนันต์ คลิ้กที่นี่)
ก่อกรรม-เป็นกูรูและนักคิดให้กับสนธิลิ้มและพันธมิตรหลายเรื่อง รวมทั้งการเมืองใหม่ นายกฯม.7 ทำลายประชาธิปไตย ฝักใฝ่ศักดินา
ผลกรรม-เสื่อมความนับถือในวงวิชาการทั้งนานาชาติและในประเทศ ถูกแฉว่าอยากเป็นองคมนตรีจนเอาเกียรติยศเข้าแลก

ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์

ก่อกรรม-เป็นม้าใช้ให้สนธิกับจำลองเคลื่อนไหวทำลายประชาธิปไตย พยายามสร้างองค์กรจัดตั้งในภาคอีสาน
ผลกรรม-จัดตั้งองค์กรหน้าม้าในอีสานล้มเหลว ลงส.ส.สอบตกแต่ขี้แพ้ชวนตี เสื่อมเกียรติภูมิที่เคยสร้างไว้ในตอนพฤษภา35

ชนะ ผาสุกสกุล


ก่อกรรม-เปลี่ยนสีแปรธาตุจากที่เคยเป็นอดีตผู้นำนักศึกษาเรียกร้องนายกฯจากการเลือกตั้งมาขับไล่นายกฯจากเลือกตั้ง
ผลกรรม-เสื่อมเกียรติภูมิที่เคยสร้างไว้ในอดีต กลายเป็นเบ๊ของสนธิลิ้มที่ใช้ให้เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันนับวันไร้ราคาลงเรื่อยๆ

ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย

ก่อกรรม-อดีตคนเดือนตุลา เคยรับใช้ไกรศักดิ์และพล.อ.ชาติชายตอนนี้มารับใช้สนธิลิ้ม และพาลูกชายอ้วนดำโน้ต-ยุรชัฎมาเคลื่อนไหวต่อต้านประชาธิปไตยด้วย
ผลกรรม-คนเดือนตุลาต่างก็ตั้งข้อรังเกียจชัชวาลย์ที่ขายตัวให้กับสนธิและพวกกากเดนศักดินาทำลายประชาธิปไตย

ณ.
ณรงค์ โชควัฒนา

ก่อกรรม-เครือสหพัฒน์เป็นสปอนเซอร์ให้พันธมิตรออกนอกหน้า เพื่อแลกกับให้สนธิลิ้มโจมตีโมเดิร์นเทรด เพื่อปกป้องธุรกิจ
ผลกรรม-ประชาชนไทยหันไปซื้อของห้างโมเดิร์นเทรดมากขึ้น สหพัฒน์ทำท่าจะเป็นเสือลำบาก และเสือโหยในอีกไม่นาน

ถ.
เถกิง สมทรัพย์
(คลิ้กดูรายละเอียดเครือข่ายแวดวงสื่อที่นี่)

ก่อกรรม-เป็นทีมงานที่เจิมศักดิ์ส่งเข้ามาทำงานร่วมกับเครือเนชั่นในTPBSในฐานะรองผอ.ฝ่ายข่าว เสนอข่าวเอียงข้างเผด็จการ ระรานฝ่ายประชาธิปไตย
ผลกรรมปากเบี้ยวมากขึ้นทุกวัน ตาเหล่มากขึ้นเรื่อยๆ สังขารสวนทางผลประโยชน์ที่ได้รับจากภาษีเหล้า-บุหรี่

ท.
เทพชัย หย่อง


ก่อกรรม-หลังจากร่วมกับสุทธิชัย หยุ่น พี่ชายก่อหนี้ในITVล้นพ้นตัว และใช้อิทธิพลคมช.ทุบITVทิ้งแล้วแปลงมาเป็นTPBSก็กลับเข้ามายึดกุมอีกครั้ง โดยที่ทิ้งขี้สัมปทานหลายหมื่นล้านของITVไว้เบื้องหลัง และน้ำตาของผู้ถือหุ้นรายย่อย
ผลกรรม-หย่องบอกว่าจะมาเป็นกรรมการผู้อำนวยการแค่ช่วงก่อตั้ง แต่แล้วก็สมัครเข้ามาเป็นผู้อำนวยการหลังจากล็อกสเป็กให้ตัวเองเรียบร้อย ท่ามกลางเสียงสาปแช่งก่นด่าของฝ่ายประชาธิปไตย และขี้เหล้าขี้ยาที่ผลาญภาษีย่ำยีปชต.

ไทกร พลสุวรรณ

ก่อกรรม-ไทกรก้าวจากความเป็นโนเนมคนหนึ่ง อาศัยรูปร่างหน้าตาตรงสเป็กของดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์เข้าสู่แวดวงการเมือง ข่าวว่าเขาได้เงินไปพอที่จะออกรถและตั้งตัวได้ ก่อนจะล่าสุดไดเงินประชัยไปใช้อีกหลายล้าน ประสานกับการจับมือสุเทพ เทือกสุบรรณในคดีจ้างพรรคเล็ก และเป็นตัวอะไหล่บนเวทีพันธมิตร หากผู้จัดการไม่มีแหล่งข่าวให้อ้างไปบลั๊ฟฝ่ายตรงข้าม สามารถจะใช้ชื่อ"ไทกรกล่าวว่า...."ได้โดยตลอด
ผลกรรม-เช่นเดียวกับนักการเมืองที่ยืนอยู่ตรงข้ามประชาชนคนอื่น ไทกรลงสมัครอะไรในขอนแก่นก็สอบตกเรียบ แต่ก็แอบอ้างว่าตนเองเป็นประธานกลุ่มอีสานกู้ชาติ

ธ.
ธีรยุทธ บุญมี
(ดูรายละเอียดใน กาฝาก 14 ตุลาและ"ปัญญาชนบริกร" )

ก่อกรรม-วิพากษ์วิจารณ์กัดติดประดิดประดอยถ้อยคำด่าทอรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชน เช่น"ชายกระโปรง" แล้วยกยอพวกเผด็จการเช่น"รัฐบาลขิงแก่"คอยเสี้ยมสอนชี้แนะพันธมิตรเป็นกองเชียร์ที่เอาการเอางาน
ผลกรรม-ถูกคนเดือนตุลาให้ฉายาว่าเป็นกาฝาก14ตุลาและปัญญาชนบริกร สิ้นไร้ความนับถือตกเป็นที่สาบแช่งของญาติวีรชน14ตุลาฯ

ธีระ ธัญไพบูลย์

ก่อกรรม-เล่าข่าวทางเนชั่น ช่อง 3 ช่อง9แบบเป็นกองเชียร์เผด็จการ ระรานฝ่ายประชาธิปไตย ฝักใฝ่ไสยศาสตร์ ออกนอกหน้าและน้ำเสียง ครั้งหนึ่งเคยใส่เสื้อเหลืองออกทีวีชวนเชิญคนทั้งประเทศให้ทำตาม อ้างว่าแก้คุณไสยเขมร เล่นตามที่พวกม้อบโกเต๊กซ์นิยมไสยดำ
ผลกรรม-คนดูเรียกขานว่าชินจัง ทำให้ต้นตำหรับการ์ตูนญี่ปุ่นเดือดร้อนมาก เพราะคนชังมากกว่าคนชอบแบบชินจังในการ์ตูน

น.
เนวิน ชิดชอบ


ก่อกรรม-ทำตนเป็นหมาหลายเจ้าบ่าวหลายนาย ตอนหนีจากนายบรรหารก็ด่าว่า"เตียบเตี้ยบ" หนีจากทักษิณก็ว่า"มันจบแล้วครับนาย" ตอนเล่นงานคมช.ก็อ้างว่าทหารปฏิวัติเสร็จพาขึ้นรถตู้ปล่อยลงมาถอดเสื้อผ้าหมดต้องหนีตายแบบโทงเทง
ผลกรรม-หากผลกรรมที่จะเกิดขึ้นก็คงเป็น"นายใหม่"ไม่ว่าจะเป็นแฝดอินจันอภิสิทธิ์ หรือนายอนุพงษ์ และนายหญิงใหญ่ เร็วๆนี้

ป.
เปรม ติณสูลานนท์



ก่อกรรม-นายพลอาวุโสเปรมชอบบอกว่าให้ตอบแทนแผ่นดิน ซึ่งแปลว่าตอบแทนคนๆเดียวหรือตระกูลเดียว แล้วย่ำยีคนทั้งแผ่นดิน ชอบพูดเรื่องคุณธรรมจริยธรรม แปลว่าการเล่นพรรคเล่นพวกระบบอุปถัมภ์ ให้ทำดี แปลว่า ทำชั่วได้ทุกอย่างหากเปรมเห็นว่าดีแล้ว ชอบพูดว่าคนไทยโชคดีที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ซึ่งความหมายจริงๆก็คือโชคร้ายที่สุด
ผลกรรม-จากที่มีฐานะอยู่สูงเป็นถึงประธานองคมนตรี คนกราบไหว้เหมือนอยู่บนหิ้ง ก็ลงมาต่ำเป็นขี้ปากชาวบ้านร้านตลาด หมดแล้วซึ่งความขลังศักดิ์สิทธิ์ มีแต่รอวันถูกโค่นล้มหรือเสื่อมสลายในฐานะมาสเตอร์มายด์ของฝ่ายอำมาตย์

ประสงค์ สุ่นศิริ

ก่อกรรม-แค้นที่จำลอง ศรีเมือง อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรมปลดออกจากรัฐมนตรีต่างประเทศ แล้วตั้งทักษิณเป็นแทนจึงตามจองล้างจองเวรไม่สิ้นสุด ทั้งบนดินใต้ดิน ทั้งทำให้ชาติพินาศย่อยยับ และวางแผนวินาศกรรม ลอบสังหาร ยึดอำนาจ ชั่วๆมาจากสมองของคนๆนี้
ผลกรรม-กินแห้วมาตลอด ลุ้นตำแหน่งนายกฯยุคคมช.ก็อด ลุ้นประธานสภาสสร.ก็แห้ว ล่าสุดทวงบุญคุณว่าประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลเพราะพันธมิตร(ภายใต้การวางแผนของสงค์เสี้ยม)ลงทุนยึดทำเนียบ ปิดสภา บุกตีบชน. ไฮแจ็คสนามบิน แต่คงจะแห้วตามเคย

ประพันธ์ คูณมี

ก่อกรรม-เป็นตัวประสานงานระหว่างประสงค์เสี้ยมที่เป็นลูกพี่กับสนธิลิ้มพันธมิตรในการต่อต้านประชาธิปไตย ทำลายรัฐบาลประชาชน
ผลกรรม-ลงเลือกตั้งส.ส.เขตบางกะปิเขตเดียวกับสำราญ รอดเพชร คนกรุงเทพฯให้คะแนนสู้ดาราบรู๊คไม่ได้ ผลเลยสอบตก

ประชัย เลี่ยวไพรัตน์


ก่อกรรม-เป็นสปอนเซอร์ให้เผด็จการ สนับสนุนพันธมิตร เพื่อหวังจะคว้าTPIไว้ เนื่องจากเสียประโยชน์หาว่ารัฐบาลทักษิณไม่โอบอุ้ม
ผลกรรมตั้งพรรคมัฌชิมา ถูกป๋าเหนาะเย้ยว่าเป็นอนุบาลการเมือง หมดเปลืองเงินไปร่วมพันล้านแต่ตัวเองกับลูกทีมสอบตกกราวรูด ได้เป็นส.ส.เฉพาะกลุ่มก๊วนนายสมศักดิ์ และถูกลูกน้องสมศักดิ์เฉดพ้นพรรคแบบเจ็บแสบ

ปราโมทย์ นาครทรรพ


ก่อกรรม-เป็นนักวิชาการร่วมรุ่นของชัยอนันต์ มีบทบาทเขียนบทความใส่ไคล้เรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ กับหนุนระบบศักดินาคร่าทำลายประชาธิปไตย
ผลกรรม-ถูกประนามหยามหมิ่นว่านำชื่อเสียงเกียรติคุณที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยในอดีตมาทำป่นปี้ตอนแก่

เปลว สีเงิน

ก่อกรรม-ทำหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์มีจุดยืนมั่นคงคือเป็นใบปลิวโจมตีทักษิณมาแต่ไหนแต่ไร และทำหน้าที่เป็นกุนซือให้กับพันธมิตรกับฝ่ายเผด็จการ หลังๆก็เอียงข้างศักดินาๆไปด้วย
ผลกรรม-ทำหนังสือพิมพ์เจ๊ง ยอดขายไม่พอหล่อเลี้ยงตัว โฆษณาไม่เข้า ก็ลองเดาดูว่าอยู่มาได้อย่างไร ใครอุดหนุน

พิภพ ธงชัย

ก่อกรรม-พิภพทิ้งหมู่บ้านเด็กเมืองกาญจน์และสังคมอุดมคติไว้เบื้องหลัง แล้วก้าวมาเป็น1ในแกนนำพันธมิตรที่มีทัศนะนโยบายล้าหลังคลั่งศักดินา ฉุดรั้งประชาธิปไตยถอยลงคลอง เสนอการเมืองระบบอภิสิทธิชน70:30หมิ่นแคลนสิทธิ์เสียงประชาชน
ผลกรรม-นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว เอ็นจีโอจำนวนมากประกาศตัดหางพิภพออกจากขบวนการ และให้เลิกอ้างว่าเคลื่อนไหวในนามภาคประชาชนอีกต่อไป พร้อมทั้งเรียกร้องให้วิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบพันธมิตรที่เคลื่อนไหวล้าหลังคลั่งศักดินาจารีตด้วย

พัลลภ ปิ่นมณี(อ่านรายละเอียด ชัยชนะที่ปูลาดด้วยเลือดและชีวิตผู้บริสุทธิ์ คลิ้กที่นี่)

ก่อกรรม-พัลลภก่อกรรมในหลายกรรมหลายวาระ หลังเหตุการณ์จับกุมจำลอง ศรีเมืองเพื่อนรักของเขา ได้ประกาศว่าจะก่อเหตุรวดเดียวจบ ซึ่งก็ตามมาด้วยเหตุการณ์พันธมิตรก่อเหตุบุกยึดสภา-บชน.เมื่อ7ตุลาคม2551ซึ่งลีลาเนื้อหาคล้ายกับปฏิบัติการมือที่3ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ2535ที่พัลลภเคยบอกด้วยความภูมิใจว่าเป็นฝีมือของเขาเอง
ผลกรรม-พัลลภถูกสกัดจากสนธิลิ้มไม่ให้มีบทบาทบนเวทีพันธมิตรในฐานะผู้นำรุ่นที่2เขาต้องหนีไปพึ่งทักษิณที่เมืองจีน ทั้งที่ถูกเคยตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวพันกับเหตุคาร์บอมบ์ ล่าสุดเขาอ้างว่าทักษิณให้มาช่วยงานพรรคเพื่อไทย ส่วนจำลองอ้ำอึ้งที่จะพูดถึงเขา

โพธิรักษ์

ก่อกรรม-สมณะโพธิรักษ์นักบวชหัวรุนแรงที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ไปเป็นสังคมชาวพุทธในอุดมคติที่ไม่มีอยู่จริง ปฏิเสธต่อต้านทุนนิยม ทำลายความเป็นปุถุชนของมนุษย์ ถึงขั้นตั้งพรรคเพื่อฟ้าดินที่มีนโยบายแบบการเมืองใหม่ และใช้ชาวอโศกผู้ศรัทธาเป็นสันหลังของม็อบ193วัน เพราะคนเหล่านี้ทุ่มกายถวายชีวิตให้ศาสดาโพธิรักษ์
ผลกรรม-ประชาชนผู้รักชาติ และพิทักษ์พุทธศาสนาที่เดินสายกลางไม่หัวรุนแรงพากันต่อต้านศาสนาโพธิรักษ์แผ่กว้างออกไปทั่วประเทศ ทั้งที่บึงกุ่ม นครปฐม อุบลราชธานี และศรีษะเกษบ้านเกิดโพธิรักษ์

ไพศาล พืชมงคล(อ่านรายละเอียด จาก"โค่นล้มศักดินา"ถึง"โอ้ว่าพระทูลกระหม่อมแก้ว" คลิ้ก )

ก่อกรรม-จากนักประชาธิปไตยเคลื่อนไหวเพื่อกรรมกรในอดีต ไพศาลมารับใช้ขุนศึกชวลิต ยงใจยุทธ มาเขียนประกาศคณะรัฐประหารให้คมช. จากที่เคยเขียนเพลง"เสียงครวญของมวลกรรมกร"มาเขียนเชิดชูบทบาทศักดินาใหญ่ที่ไปงานศพคนของพันธมิตร
ผลกรรม-เช่นเกียวกับนักต่อสู้นักเคลื่อนไหวในอดีตที่เปลี่ยนสีแปรธาตุ ทำให้ประชาชนต้องสาปแช่ง

ภ.
ภูวดล ทรงประเสริฐ
(อ่านรายละเอียด มือเผา14ตุลาฯเปี๊ยนไป๋! คลิ้กที่นี่)

ก่อกรรม-จากเลขาธิการสมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย ทำให้มีสายสัมพันธ์ที่แน่นเหนียวกับชัยอนันต์ คนกินเงินเดือนขอวสนธิ ทำให้ภูวดลปักหลักบนเวทีพันธมิตร ด้วยการด่าชนิดแม่ค้าปากตลาดอาย ทำให้พันธมิตรฮาร์ดคอร์ชื่นชมมีแม่ยกติดเกรียว
ผลกรรม-อย่างไรก็ตามจำลอง ศรีเมือง ขาใหญ่เบอร์2พันธมิตรไม่ถูกหู ในวันที่13ต.ค.51จำลองสั่งปิดไมค์ของภูวดล แล้วไล่ลงเวที ภูวดลเครียดจัดเป็นอัมพาตครึ่งตัว ตอนนี้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ พูดจาด่าใครไม่ได้อีกแล้ว

ม.มาลีรัตน์ แก้วก่า

ก่อกรรม-จากอดีตนักกิจกรรมยุค6ตุลา เข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์พบรักกับ"อ๋า"ธัญญา ผู้นำนักศึกษายุค14ตุลา ต่อมาชาวสกลนครเลือกให้เป็นส.ส. ก่อนจะวิญญาณนักเคลื่อนไหวเก่าเข้าสิงสู่ มาประจำเวทีพันธมิตร
ผลกรรม-มาลีรัตน์ก็เช่นเดียวกับพวกพันธมิตรหลายคนคือเมื่อมาเป็นพธม.ก็ถูกปฏิเสธจากประชาชน จนสอบตกในการเลือกตั้ง(เช่นเดียวกับการุณ ใสงาม,สำราญ รอดเพชร,ประพันธ์ คูณมี,พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ,อมร อมรรัตนานนท์,ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ฯลฯ)แต่แทนที่จะสำนึกที่ประชาชนสั่งสอนบทเรียน กลับหันไปสมคบกับนายทุน ขุนศึก ศักดินาคร่าทำลายประชาธิปไตย และเรียกหาการเมืองใหม่70:30เหมือนจะแก้แค้นที่ประชาชนไม่ยอมเลือกพวกตนเข้าสภา

ร.รสนา โตสิตระกูล

ก่อกรรม-รสนาเคยเป็นเพียงปัญญาชนสายที่สาม คือไม่ขวาไม่ซ้าย เป็นแบบalternativeที่ใกล้ชิดไปทางส.ศิวรักษ์ที่เน้นเรื่องอุดมคติทางศาสนาพุทธแบบปัญญาชน ต่อต้านทุนนิยมโลกาภิวัตน์ มามีชื่อเสียงจากการตรวจสอบเรื่องทุจริตยา แต่รสนาเป็นนักการเมืองที่แย่ คือเอียงขวาสุด ผูกติดกับพันธมิตร เป็นปี่เป็นขลุ่ยกับเผด็จการ ต่อต้านฝ่ายประชาธิปไตย
ผลกรรม-รสนาเข้าไปโหวกเหวกด่าการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายสมชาย ในสภาพ"ซุกสามี"สันติสุข โสภณศิริ ลูกศิษย์ใกล้ชิดส.ศิวรักษ์ และเป็นเพื่อนน้ำมิตรของเปี๊ยก-พิภพ ธงชัยอีกคน ขณะที่ในลีลาบรรยากาศแบบเดียวกันของการแถลงนโยบายรัฐบาลอภิสิทธิ์ นอกจากไม่โวยวายแล้ว รสนายังชื่นชมจนออกนอกหน้าอีกด้วย

ว.วัชระ เพชรทอง

ก่อกรรม-แจ็คเป็นนักศึกษาโข่งรามคำแหง ร่วมรุ่นกับตู่-จตุพร พรหมพันธุ์ แข่งขันกันตั้งแต่อยู่รั้วพ่อขุน จนออกมาสู่สนามใหญ่ ขณะที่ตู่ยืนอยู่บนเวทีนปช. แจ๊คไปโผล่ที่เวทีเสื้อเหลือง ควบกับเป็นบก.แนวหน้าตามราวีล้างผลาญรัฐบาลประชาธิปไตย ก่อนจะลงเลือกตั้งซ่อมได้เป็นส.ส.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
ผลกรรม-แจ็คเคยชื่นชมนักปฏิวัติฝ่ายซ้ายเชกูวาร่ามาก จนถึงขั้นพิมพ์หนังสือขาย มาวันนี้โลกสวิงไป180องศาถึงวันที่แจ๊คต้องเล่นบทคลั่งไคล้ใหลหลงศักดินาใหญ่เข้าให้บ้าง แต่ที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือตอนนี้เขาต้องเจอตู่-จตุพร คู่กัดตลอดกาลออกมาเคลื่อนไหวขย่มรัฐบาลเทพประทานอย่างหนัก

ศ.ศิริชัย ไม้งาม

ก่อกรรม-ไม้ เป็นนักสหภาพที่นำคนสหภาพเข้าร่วมเป็นเนื้อเดียวกับพันธมิตรทุกความเคลื่อนไหว เขาขู่ตัดน้ำตัดไฟประชาชนเพื่อหวังผลชนะในการม็อบ โดยพวกสหภาพเคียดแค้นที่รัฐบาลทักษิณแปรรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อประโยชน์ของชาติ และผู้บริโภค
ผลกรรม-ประชาชนเลิกใช้บริการของรัฐวิสาหกิจที่มีเอกชนเป็นคู่แข่งและทางเลือก เช่นบริการของTOT CAT เป็นต้น ส่วนอภิสิทธิ์เมื่อได้เป็นรัฐบาลวันแรกๆไปพูดที่ตลาดหุ้นว่ารัฐบาลของเขาจะส่งเสริมการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ

ศรัณยู วงศ์กระจ่าง

ก่อกรรม-เป็นดารารุ่นใหญ่ที่โดดขึ้นเวทีพันธมิตรและเอาการเอางานเคียงคู่กับเจ๊ปองอัญชลี จนได้เป็นแกนนำพันธมิตรรุ่นสองช่วงท้ายๆตอนปิดสนามบินสุวรรณภูมิ
ผลกรรม-ช่อง7สีปลดออกจากผู้ดำเนินรายการเรื่องจริงผ่านจอ เพราะเรทติ้งตกเนื่องจากประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยค่อนประเทศบอยคอต เช่นเดียวกับพากันบอยคอตไม่ดูหนังฟอร์มใหญ่เรื่ององค์บากภาค2ที่ศรัณยูเล่นอยู่ไม่กี่ฉาก เพราะไม่อยากสนับสนุน

ส.สนธิ ลิ้มทองกุล

ก่อกรรม-สนธิเริ่มต้นจากการต่อต้านทักษิณเพราะเสียผลประโยชน์ไม่ได้อนุมัติให้รับสัมปทานโทรทัศน์NEWS1และรัฐบาลทักษิณไม่ต่ออายุให้วิโรจน์ นวลแขเพื่อมาเคลียร์หนี้เน่าให้เครือผู้จัดการ แต่เล่นเพลินไปหน่อย เขาจึงสร้างความตกต่ำให้ทุกสถาบันในประเทศไทยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนับแต่ยุคเสียกรุงอยุธยาครั้งที่2เป็นต้นมา
ผลกรรม-นอกจากถูกดำเนินคดีกบฎ บุกรุกทำเนียบแล้ว บริษัทผู้จัดการก็ถูกสั่งให้ล้มละลาย และถูกสื่อค่ายมติชนแฉว่าสนธิลิ้มจึงต้องก่อม็อบเพื่อรับเงินบริจาคเข้ามูลนิธิที่ก่อตั้งขึ้นแล้วนำเงินไปเข้าบริษัทที่เกาะฟอกเงิน สนธิลิ้มยังจิตหลอนต้องกันไปพึ่งคุณไสยดำสารพัด และหวาดระแวงว่าจะโดนลอบฆ่าจากศัตรูรอบด้าน

สมศักดิ์ โกศัยสุข

ก่อกรรม-สมศักดิ์เป็นหางเครื่องของ5แกนนำพันธมิตร แต่บารมีในวงการสหภาพแรงงานก็เหลือไม่เท่าไหร่แล้ว ต้องพึ่งนักสหภาพรุ่นน้องอย่างไม้เป็นหลัก
ผลกรรม-นักสหภาพแรงงาน นักวิชาการด้านแรงงานตัดหางปล่อยวัดสมศักดิ์ ฐานเคลื่อนไหวทำลายประชาธิปไตย และห้ามแอบอ้างว่าทำในนามภาคประชาชน นอกนั้นก็โดนดำเนินคดีกบฎ คดียึดทำเนียบรัฐบาล รอคิวคดียึดสนามบิน

สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์

ก่อกรรม-จากนักเคลื่อนไหวในวงการครู ก้าวสู่วงการเอ็นจีโอ และวงการสื่อจากการรู้จักแนบแน่นกับสำราญ รอดเพชร และเครือเนชั่น สุดท้ายเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อประชาธิปัตย์ แต่ก็เคลื่อนไหวในนาม5แกนนำพันธมิตรด้วย
ผลกรรม-โดนดำเนินคดีกบฎ คดีบุกยึดทำเนียบรัฐบาล รอคิวคดียึดสนามบิน และคดีก่อการร้ายสากล แถมยังโดนส.ส.ลูกพรรคพลังประชาชน เก่ง-การุณ โหสกุลกระโดดถีบ เพราะไปปากดีท้าทายว่าใครแน่เจอกันนอกห้องประชุม แต่พอเจอถีบแล้วกลับไม่แน่ วิ่งแร่ไปแจ้งความตำรวจว่าโดนทำร้ายร่างกาย

สุริยะใส กตะศิลา

ก่อกรรม-จากอดีตเลขาธิการนักศึกษา สนนท.ที่มีจุดยืนประชาธิปไตย มาเป็นผู้ประสานงานพันธมิตร คอยเป็นหนังหน้าไฟให้กับแกนนำ ทั้งที่สุริยะใสควรได้เป็นแกนนำไปนานแล้ว แต่ที่สุดได้เฉพาะรางวัลปลอบใจคือตำแหน่ง"หนุ่มหน้าตาดีที่สุดในเวทีพันธมิตร"
ผลกรรม-โดน สนนท.รุ่นน้องบุกไปมอบหรีดและเผาโลงประท้วง โดนคนนามสกุลเดียวกันที่ศรีษะเกษตัดญาติและเผาโลงประท้วง โดนนักข่าวบอยคอตไม่ทำข่าวหลายหนเพราะมัวแต่ไปแจกลายเซ็นแม่ยก จนมองข้ามหัวนักข่าว โดนจำลองเบรกหัวทิ่มหลายหน โดนลือว่ารวยขี่เบ๊นซ์ไปแล้ว โดนคดีกบฎ คดียึดทำเนียบ แต่เพื่อนคนหนึ่งชื่อ"ไผ่ ครป."โดนคดียึดNBTแต่สุริยะใสอ้างว่าไม่รู้จัก เลยโดนเพื่อนรุมด่าอย่างหนัก สรุปว่าโดนรอบด้านงานเข้ารอบตัว

สำราญ รอดเพชร

ก่อกรรม-สำราญเคยทำงานITVของทักษิณ ต่อมาทักษิณปลดออกในสภาพหมาล่าเนื้อ มาได้สนธิลิ้มโอบอุ้มไว้จึงต้องทุ่มทั้งชีวิตชดใช้บุญคุณ ทำหน้าที่เป็นโฆษกเวทีพันธมิตรเจ้าของประโยคฮิต"พี่น้องเอ๊ยยยยยย.."
ผลกรรม-สอบตกส.ส.เขตบางกะปิเช่นเดียวกับประพันธ์ คูณมีและพรรคพวกร่วมอุดมการณ์พันธมิตรที่ถูกปฏิเสธจากประชาชนเจ้าของประเทศ

สุทธิชัย หยุ่น

ก่อกรรม-หยุ่นชงเรื่องตั้งโทรทัศน์ITVหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ2535ขึ้นไปให้รัฐบาลอานันท์ แล้วเข้ารับสัมปทานด้วยข้อเสนอจ่ายค่าสัมปทานแพงลิบ แต่ทำไม่ได้ตามสัญญา พยายามจะให้รัฐบาลประชาธิปัตย์ลดให้ แต่ต่อมารัฐบาลทักษิณเข้าขวางไว้ และทักษิณเข้าเทกโอเวอร์ITVพวกหยุ่นต้องระเห็จออกไปทำNation Channelกับไกรวัฒน์ลูกน้องเก่าทักษิณ เป็นความตกต่ำอย่างที่สุดของหยุ่น

ในที่สุดทหารทำรัฐประหาร หยุ่นสามารถยึดITVกลับมาในฉลากใหม่คือTPBSโดยที่ทิ้งขี้ค่าสัมปทานITVไว้เบื้องหลัง และผู้ถือหุ้นรายย่อยที่พินาศขาดทุนยับเยิน แถมเขาส่งเทพชัย หย่อง น้องชายกลับไปกุมบังเหียนTPBSแบบที่รัฐต้องควักเงินจากภาษีบาปมาอุดหนุนปีละ2พันล้าน ให้ทำทีวีเนชั่นสาขา2แบบจ้องระรานฝ่ายประชาธิปไตย โปรพันธมิตร-เผด็จการเต็มที่
ผลกรรม-ประชาชนไม่นิยมอ่านหรือชมเพราะเป็นสื่อเอียง ทำให้ขายโฆษณาไม่ได้ ในที่สุดได้ประกาศขายตึกNATIONบางนาเพื่อให้รอดภาวะล้มละลายตามค่ายผู้จัดการของลิ้ม แต่หยุ่นจะรอดไปได้กี่น้ำ ยังต้องลุ้นระทึก เพราะตอนนี้เริ่มปลดลูกน้องกันระนาวแล้ว

สุเทพ เทือกสุบรรณ

ก่อกรรม-กำนันสุเทพพาประชาธิปัตย์กลับมาเป็นรัฐบาลสำเร็จในรอบ9ปี โดยวิธีเดิมคือไปฉกลูกพรรคอื่น คือกลุ่มเพื่อนเนวินมาหนุนอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี
ผลกรรม-ผลกรรมของกำนันเทพนั้นมีมากนับไม่หมดไม่ถ้วน แต่ที่เสวยกรรมไปในไวๆนี้ก็คือพรรคประชาธิปัตย์เคยทำกับรัฐบาลทักษิณไว้อย่างไรโดนย้อนศรคืนทุกเม็ด รวมทั้งไปโดนชาวอุบลฯม็อบไล่ทั้งที่ร้านอาหาร และโรงแรม เรียกได้ว่าเจอทุกขลาภจากการเป็นรัฐบาล ชนิดที่อยู่กันไม่สุข

สุรพล นิติไกรพจน์

ก่อกรรม-สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นอธิการบดีคนแรกที่ทิ้งจุดยืนประชาธิปไตยอันแน่วแน่ มาอยู่เคียงข้างพันธมิตร เคียงข้างเผด็จการทหาร ล่าสุดคือเคียงข้างพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้นำกองทัพเสนอให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ยุบสภา หาไม่แล้วจะแนะนำให้พล.อ.อนุพงษ์ทำอารยะขัดขืน
ผลกรรม-ถูกลูกศิษย์ยกพวกนำพวงหรีดไปประท้วง ส่วนมหาวิทยาลัยก็ตกต่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มีกรณีอาจารย์ให้นักศึกษาหญิงอมนกเขาแลกเกรด จนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยุคของสุรพลถูกล้อเลียนว่าเป็นมหาวิทยาลัยนกเขา นับเป็นความเสื่อมเพราะสุรพล

สมบัติ ธำรงธัญวงศ์

ก่อกรรม-เป็นอธิการของNIDAที่แสดงจุดยืนเคียงข้างพันธมิตร และผู้นำกองทัพอย่างเหนียวแน่น ละเลยหลักการประชาธิปไตยที่พร่ำสอนนักศึกษา
ผลกรรม-โดนกลุ่มนักศึกษานิด้าประชาธิปไตยออกแถลงการณ์ประนามอย่างหนัก และเสนอให้หยุดพฤติการณ์ให้ท้ายพันธมิตร

ห.หงา คาราวาน

ก่อกรรม-ทิ้งจุดยืนเพื่อประชาธิปไตยและประชาชนคนยากจนยากไร้ ขึ้นเวทีพันธมิตรที่ใกล้ชิดไฮโซราชนิกุล มีแนวนโยบายรุกรานเพื่อนบ้านในอินโดจีน นอกจากนี้ศิลปินหลายคนเช่น เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อังคาร กัลยาณพงศ์ ไพวรินทร์ ขาวงาม วงโฮ้ป เป็นอาทิ ต่างก็มีพฤติกรรมทำนองเดียวกับหงา
ผลกรรม-โดนเพื่อนร่วมอุดมการณ์ในอดีตทั้งวิสา คัญทัพ และจรัล ดิษฐาอภิชัย ออกมาแฉชีวิตส่วนตัวและอุดมการณ์อย่างหมดเปลือก เสื่อมความเชื่อถือจากแฟนๆขาประจำทั้งประเทศ

อ.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ก่อกรรม-ต่อต้านรัฐบาลจากประชาชนเลือกตั้งไม่ลืมหูลืมตา เข้าข้างให้ท้ายพันธมิตรอย่างไม่เกรงใจใคร ส่งลูกพรรคอย่างนายสมเกียรติ และวัชระ เพชรทองไปประจำเวที หนุนส่งด้านกำลังและเสบียงกรัง ร่วมมือกับผู้นำเหล่าทัพปล้นอำนาจรัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้ง เพื่อตัวเองจะได้ตั้งรัฐบาลแทน
ผลกรรม-อภิสิทธิ์ต้องชดใช้ผลกรรมที่ก่อแบบที่โดนฝ่ายประชาธิปไตยย้อนศรทุกเม็ด นับแต่การแถลงนโยบายรัฐบาลเป็นต้นไป แม้ได้เป็นนายกฯ แต่ก็ไร้เกียรติภูมิเพราะคนทั้งโลกเห็นว่าเป็นเพียงนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดของพันธมิตร กองทัพ อสิทธิ์ชนในประเทศไทย ไม่ใช่ตัวแทนที่ภาคภูมิใจของประชาชนชาวไทย และฝ่ายเสื้อแดงประกาศว่าอย่าหวังความเป็นสุขในการทำงาน ตราบที่ไม่มีความยุติธรรม ตราบนั้นก็ไม่มีสันติภาพที่จีรัง

อมร อมรรัตนานนท์

ก่อกรรม-อดีตนักศึกษาคนเดือนตุลา เคยทำงานกับทักษิณในกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร ต่อมารับใช้สนธิลิ้ม เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันคนสำคัญ บทบาทเด่นคือนำกองโจรศรีวิชัยและกองโจรพันธมิตรบุกยึดNBTและสนามบินสุวรรณภูมิ
ผลกรรม-โดนดำเนินคดีบุกรุกNBT คดีบุกยึดทำเนียบ รอคิวคดีก่อการร้ายสากลบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ

อัญชลี ไพรีรักษ์

ก่อกรรม-เจ๊ปองเคยเป็นอดีตผู้อ่านข่าวช่อง7 ต่อมาทำธุรกิจรายการวิทยุแล้วตามด่าทักษิณ เลยโดนปลดออกจากคลื่น หม้อข้าวโดนทุบจึงไปเข้าแก๊งกับเอกยุทธ อัญชัญบุตร เจ้าพ่อแชร์ชาร์เตอร์ ต่อมาก็มาประจำการที่เวทีพันธมิตรเป็นการถาวร
ผลกรรม-ได้ชื่อในเรื่องเป็นพิธีกรปากมอมประจำเวทีพันธมิตร แม้แต่แฟนคลับก็ยังอ่อนอกอ่อนใจ แถมโดนแมงลือใส่ไคล้เรื่องสัมพันธ์ลึกซึ้งกับดาราชายรุ่นใหญ่ขาประจำเวทีพันธมิตรให้อีก ทั้งที่อีกฝ่ายมีลูกเมียเป็นตัวเป็นตนแล้ว

อนุพงษ์ เผ่าจินดา

ก่อกรรม-เป็นกำลังหลักในการทำรัฐประหารยึดอำนาจ19กันยายน49 มีบทบาทโดดเด่นในฐานะทหารเสือราชินี ออกมาสำทับให้รัฐบาลนายสมชายยุบสภา-ลาออกผ่านทางโทรทัศน์ถึง2ครั้ง สุดท้ายต้อนก๊วนเนวินเข้าไปหาที่บ้านพักในร.11พร้อมกับยื่นเงื่อนไขจาก"บุคคลที่ไม่อาจปฏิเสธได้"ให้เนวินสลายขั้วมาหนุนอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ
ผลกรรม-ถูกนานาชาติ ทั้งทูต ทูตทหาร สื่อมวลชนต่างประเทศโจมตีว่าเหตุใดทหารไม่เป็นกลไกของรัฐในการรักษาความสงบในประเทศ ทั้งในตอนรัฐบาลนายสมัครประกาศฉุกเฉินตั้งให้อนุพงษ์ควบคุมเหตุการณ์ความไม่สงบในตอนวันที่2กันยายน2551 และตอนที่พันธมิตรยึดสนามบิน แต่พอทีกลุ่มเสื้อแดงเดินขบวนโดยสงบไปประท้วงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์แถลงนโยบายเถื่อนที่กระทรวงต่างประเทศ ทหารกลับออกมาพรึบพรับ ทำให้กองทัพไทยถูกมองว่าเป็นกองทัพของประเทศด้อยพัฒนา แทรกแซงทำลายประชาธิปไตย

ฮ.เฮียกับเจ๊

ก่อกรรม-มีเพียงเสียงร่ำลือว่าเฮียกับเจ๊ ผัวเมียคู่นี้เป็นศัตรูหลักของประชาชน และเป็นตัวถ่วงของฝ่ายประชาธิปไตย แต่ก็เดากันไปต่างๆนานาว่าเฮียกับเจ๊ ผัวเมียคู่นี้เป็นใคร จะเป็นคู่ของนายใหญ่+นายหญิง หรือสมชาย+เจ๊แดง หรือมาร์ค+เมีย หรือใครก็ไม่รู้แน่ชัด คงต้องรอให้อนาคตเฉลยว่าเฮียกับเจ๊เป็นใครกันแน่ต่อไป...

ผลกรรม-เรายังต้องรอดูว่าเฮียกับเจ๊ต้องเสวยผลกรรมในชาตินี้อย่างไรบ้าง..

แต่ก็มีเสียงร่ำลือถึงความ"เสื่อม"ลามไปดั่งไฟลามทุ่งเมื่อแล้ง ก็มิปาน