ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, December 31, 2009

"เหลิม"ประกาศเปิดศึก กกต.ทุกรูปแบบ ขู่ฟ้องกลับ"ประชัย"

ที่มา มติชน

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย(พ.ท.) กล่าวตั้งข้อสังเกตถึงการพิจารณาคดียุบ ปชป.ของ กกต.ว่า เรื่องดังกล่าวสังคมรู้ความจริงกันทั้งหมด แต่เหตุใด กกต.ถึงไม่เคยเอ่ยถึงเงินจำนวน 23 ล้านบาท ที่เป็นเงินสำหรับพัฒนาการเมือง นอกจากนี้สำนวนที่ดีเอสไอ (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) ส่งมานายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองเคยอ่านหรือไม่ หรืออนุกรรมการตัดตอน เพราะในสำนวนระบุชัดว่า เงินที่อ้างว่าบริจาค 258 ล้าน ไม่ใช่เงินของนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตผู้บริหารบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) แต่มาจากตลาดหลักทรัพย์ โดยนำเงินบางส่วนไปทำป้ายหาเสียงให้กับสภากรุงเทพฯ สภาเขต และผู้ว่าฯกทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งสามารถประเมินเป็นทรัพย์สินได้ จึงไม่ทราบว่าเหตุใด กกต.ถึงระบุว่า ปชป.ไม่ได้ประโยชน์ในเรื่องนี้โดยตรง


"ผมไม่ยอมหรอก จากนี้ต่อไปจะเปิดศึกทุกรูปแบบกับ กกต. ส่วนที่นายประชัยฟ้องผมและศาลยกฟ้องนั้น ผมจะฟ้องกลับนายประชัยข้อหาฟ้องเท็จ และเรียกค่าเสียหายจำนวน 500 ล้านบาท โดยไม่มีการรอมชอมโดยเด็ดขาด รบกันให้เต็มพิกัดไปเลย" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

ใครเข้มแข็ง

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




ถ้าเป็นศัพท์วัยรุ่นต้องบอกว่า"ปวดตับ"ซะเหลือเกิน เมื่อนักข่าวทำเนียบฯตั้งฉายาให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แสบๆ คันๆ อย่างยิ่ง พร้อมอธิบายที่มา ที่ไป ได้ถึงใจพระเดชพระคุณเหลือเกิน

และพูดก็พูดเหอะ ตรงเผง ตีแสกหน้ากันจริงๆ!!

อย่างฉายารัฐบาลว่า"ใครเข้มแข็ง" นี่ก็ชัด เพราะปัญหาทุจริตต่างๆ โผล่ออกมาไม่เว้นแต่ละวัน

เจ็บแสบสุดก็คือเงินที่นำมาถลุงเป็นเงินกู้ ที่คนไทยทั้งประเทศต้องมาชดใช้ในภายหลัง

"หล่อหลักลอย" ของนายอภิสิทธิ์ ก็บ่งบอกตัวตนได้อย่างดี

เพราะในอดีตที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ มักจะมีสโลแกนเรื่องยึดมั่นประชาธิปไตย หรือยึดถือความซื่อสัตย์สุจริต

แต่การมาเป็นรัฐบาลหนนี้ ก็รู้กันอยู่ว่ามาด้วยวิธีพิเศษแบบไหน เพราะเป็นการร่วมมือร่วมใจกันขององค์กรต่างๆ สหบาทาพรรคการเมืองที่ได้ส.ส.เข้ามาเป็นอันดับ 1

ส่วนพรรคเล็ก พรรคน้อย ก็เจอยุทธการ"ตบเด็ก" ทั้งขู่ ทั้งปลอบ ต้องยอมเปลี่ยนขั้วในที่สุด

เช่นเดียวกับการเลือกผบ.ตร.คนใหม่ ที่นายอภิสิทธิ์ ออกแนวไม่ยอมรับเสียงข้างมากที่ลงคะแนนให้คนหนึ่ง แต่กลับพยายามดันคนที่ตัวเองต้องการขึ้นมาแทน

ทั้งบีบ ทั้งกดดันเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามมาลงคะแนนให้

แต่เมื่อทำไม่สำเร็จก็ซิกแซ็กใช้วิธีตั้งเป็น"รักษาการ"ไปเรื่อยๆ

หลักลอยอีกประการคือการประกาศกฎเหล็ก 9 ข้อ ช่วงก่อนรับตำแหน่งนายกฯ ถึงวันนี้เห็นๆ อยู่ว่ามีรัฐมน ตรี มากขนาดไหนที่ละเมิด แต่นายอภิสิทธิ์ นอกจากจะไม่ทำอะไรแล้ว หลายครั้งยังออกมาปกป้องอีกด้วย

ส่วนเรื่องทุจริตไม่ต้องพูดถึง

รัฐมนตรีอีกคนที่โดนเพ่งเล็งมาตั้งแต่แรกในฐานะ"เด็กเส้น" คือนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ได้รับฉายา"ไส้ติ่งรัฐบาล" เพราะนอกจากจะไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ยังทำให้อักเสบบ่อยๆ อีกต่างหาก

ผลงานที่ผ่านมานอกจากการไล่ล่า"พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" จนสร้างศัตรูไปทั่ว เพราะอาละวาดฟาดงวงฟาดงากับประเทศที่ให้อดีตนายกฯไทยผ่านไปพำนัก

ยังขยันด่ากราดผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะสมเด็จฮุนเซน แห่งกัมพูชา ที่ไล่จวกมาตั้งแต่บนเวทีพันธมิตรฯ

พอตัวเองมาเป็นรัฐมนตรี เลยเข้าหน้ากันไม่ติด

แถมล่าสุดยังเจอพิษเอกสารลับ จนแทบไปไม่เป็นอีก

ไม่รู้ว่าครม.ชุดนี้จะรู้สึกรู้สาอะไรหรือไม่

กับฉายาที่ได้ในครั้งนี้!?

ลาทีปีวัว

ที่มา เดลินิวส์

อีกไม่ถึง 24 ชั่วโมงดี ปีวัว ก็จะผ่านไป และ ปีเสือ จะเข้ามาแทนที่ แต่ยังไม่ทันข้ามปีเลย 4 นักการเมือง วิทยา แก้วภราดัย มานิต นพอมรบดี รมว. และ รมช.สาธารณสุข กับอีก 2 นักการเมือง และ 8 ข้าราชการ

ก็โดนเสือขย้ำเรียบร้อย จากผลสอบทุจริตโครงการไทยเข้มแข็ง ทำท่าจะเป็นปีเสือดุจริง ๆ ตั้งแต่เริ่มต้นปี

หันไปดูช่วงปีที่แล้ว ปฏิเสธยากว่าชะตากรรมบ้านเมืองยังคงส่งผลต่อชะตากรรมคนไทยโดยตรง อย่างที่ชอบพูดกันนักว่า ถ้าการเมืองไม่นิ่ง บ้านเมืองก็ไม่มีวันก้าวไปข้างหน้าได้เลย เป็นความจริงเลย

และหากไทยยังจมปลักกับวงจรอุบาทว์ ปฏิวัติร่าง รธน.ปิศาจ มาปก ครองบ้านเมือง อีกไม่กี่ปี เวียดนาม จะทะยานเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวมากของไทย

เห็นชัด ประมูลข้าวครั้งหลัง ๆ ไทยแพ้เวียดนามกระจุย กีฬาซีเกมส์ ที่ไทยเคยเป็นเจ้าเหรียญทองมาตลอด แม้ปีนี้จะรักษาแชมป์ไว้ได้ แต่เวียดนามก็มาหาย ใจรดต้นคอแล้ว แพ้อยู่ไม่กี่เหรียญ

นั่นแสดงว่า ขณะที่เราย่ำเท้าอยู่กับที่ คนอื่นไปไกลลิบ และอีกไม่นาน ลาว กัมพูชา พม่า ก็คงแซงหน้าไทย อย่าทำเป็นเล่นไป การเมืองที่อ่อนแอ ประชาชนแตกแยกรุนแรง มีแต่ความเสี่ยง

ใครอยากเข้ามาลงทุน

ปีหนึ่งเคยมีนายกฯ ถึง 4 คน นายสมัคร สุนทรเวช (ถึงแก่อนิจกรรมไปแล้ว) ตกเก้าอี้ เพราะไปทำรายการอาหารโชว์ทางทีวี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ตกเก้าอี้ เพราะพรรคถูกยุบซ้ำแล้วซ้ำอีก

นาย ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รักษาการนายกฯ ทั้งถูกบีบ ถูกกล่อม มีผลประโยชน์แลกเปลี่ยน จนยอมแปรพักตร์ไปอยู่กับทหาร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯปัจจุบัน รู้กันไปทั้งโลก เป็นรัฐบาลที่ตั้งในค่ายทหาร

เมื่อที่มาไม่สง่างาม มีหักหลัง มี งูเห่า ปฏิวัติซ่อนรูป ตามแผนบันได 4 ขั้น ของ คมช. ที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิวัติ เผลอประกาศไว้เป็นหลักฐานมัดคอ การไม่ยอมรับจึงเป็นเรื่อง ปกติ

เหนืออื่นใด เมื่อ อภิสิทธิ์ มาเป็นรัฐบาล ก็ น่าผิดหวัง เพราะใช้กฎหมาย 2 มาตรฐาน เช่น คนเสื้อแดงชุมนุม จะงัด พ.ร.บ.ความมั่นคงมาใช้แทบทุกครั้ง คดีสงกรานต์เลือดของเสื้อแดง ก็สั่งฟ้อง และตัดสินเร็วมาก

ขณะที่คดีคนเสื้อเหลืองยึดทำเนียบฯ 2-3 เดือน ระบบคอมพ์ อย่างเดียวพังไป 40 กว่าล้าน สนามหญ้า แอร์ ค่าน้ำ ค่าไฟ อีกเป็นร้อยล้าน แต่จู่ ๆ มีการไปถอนแจ้งความดื้อ ๆ

นี่หรือ ความเป็นธรรม

คดี ยึดสนามบิน ที่เสียหายเป็นแสน ๆ ล้าน ทั้งโลกถือว่า เข้าข่ายก่อการร้ายสากล ผ่านมาเป็นปี ๆ ทุกคนยังลอยนวลสบายใจเฉิบ รวมทั้งคดีระเบิดเวลา ยุบพรรค ปชป. ก็ตั้งท่าจะรอด ตั้งแต่ไก่ไม่ทันโห่ ???

ทั้งหมดนี่ล่ะ ที่ทำให้การกำจัด มันคนเดียว ล้มเหลวมาตลอด และยังจะล้มเหลวต่อไป หาก ความเป็นธรรมไม่มี สันติสุข ก็ไม่เกิด จะมีแต่ความคัดแค้นไม่สิ้นสุด

บอกตรง ๆ ยังมองไม่เห็นทางออกเลย นอกจากชวนท่านผู้อ่านร่วมภาวนา ขอให้คุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลให้คนไทยมีความเมตตาต่อกันบ้าง จะได้ไม่ต้องเกิดสงครามกลางเมืองแบบที่วิตกกัน

ขอให้ปีหน้าฟ้าใหม่ ท่านผู้อ่านทุกท่านจงสุขกาย สุขใจ คิดอ่านอะไร ขอให้ได้ตามที่หวัง มีสุขภาพแข็งแรง มีปัญญาเฉียบคมฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ทุกประการ... เทอญ.

ดาวประกายพรึก

บูรพาพยัคฆ์

ที่มา ไทยรัฐ

คาบลูกคาบดอกฉบับนี้ส่งท้ายปี 2552 ท่ามกลางบรรยากาศเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่แสนจะว้าเหว่ ซึ่งอันที่จริงตั้งแต่ปลายปี 2549 หลังเกิดเหตุการณ์ยึดอำนาจเป็นต้นมา หรือจะว่าไปแล้ว ตั้งแต่มีการยึดทำเนียบ ปิดสนามบิน ของ เหล่าพันธมิตรฯ

ความสุขของคนไทยก็หดหายไปโดยปริยาย

เปลี่ยนสภาพจากความสงบสุขร่มเย็น เป็นความขัดแย้งที่ไม่มีวันสิ้นสุด เศรษฐกิจ สังคม การเมืองย่อยยับไปพร้อมกับรอยยิ้มของคนไทย

การเมืองที่ผ่านมาไม่ต้องไปบรรยายให้เมื่อยตุ้ม คนไทยเอือมระอานักการเมืองไปเยอะ วิกฤติการเมืองกลายเป็นวิกฤติ ของบ้านเมืองถาวร ถ้าจะถามว่าวิกฤติการเมืองจะมีโอกาสคลี่คลายหรือเจรจากันโดยสันติวิธีหรือไม่ ก็คงพอจะตอบได้ว่า โอกาสน้อยมาก

เพราะช่องทางการเจรจากันแบบสันติถูกปิดตายหมดแล้ว

ก็ยังเหลือวิธีเดียวคือ เอาชนะกันด้วยกำลัง ปี 2553 ไม่พ้น ที่จะเห็นคนไทยเลือดนองแผ่นดินอีกกระทอก ประเทศไทยจะย่อยยับ ไปพร้อมกับระบบเศรษฐกิจที่ล้าหลัง

สงครามแตกหักที่จะมีขึ้นใน ปลายเดือนมกราคมไปจนถึงเดือนเมษายน 2553 ถูกนำมาวิเคราะห์จากขั้วอำนาจทุกฝ่าย รวมทั้งกองทัพ

ที่จะเป็นผู้ออกมาปิดเกม

ต้องยอมรับว่าในกองทัพเองก็มีแนวคิดที่แตกต่าง ส่วนหนึ่งเป็นทหารมืออาชีพ คิดและมองการเมืองในอีกมุมมองหนึ่งเป็นมุมมองที่ไม่ต้องการให้การเมืองล้ำเส้นจนเกินไป

อีกฝ่ายหนึ่งเป็นทหารการเมือง ยึดโยงระหว่างอำนาจในกองทัพกับขั้วอำนาจทางการเมือง จึงต้องโฟกัสไปที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. รวมไปจนถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว. กลาโหม และกลุ่มการเมืองสีน้ำเงินบนแนวนโยบายอุดมการณ์

ที่สอดคล้องต้องกัน ปกป้องสถาบันเป็นหลัก ซึ่งก็ตรงกับอุดมการณ์ ของกองทัพพอดี

กลายเป็นกองกำลังบูรพาพยัคฆ์

ความยึดโยงระหว่างอดีตนายทหารที่มีบทบาททางการเมืองกับทหารมืออาชีพก็ มีความพร้อมไม่แพ้กัน แม้จะยังไม่ปรากฏภาพให้เห็นความชัดเจนออกมา แต่ก็มีความเคลื่อนไหวอย่างลับๆ

บวกกับปัจจัยการครองอำนาจของ พล.อ.อนุพงษ์ ที่จะเกษียณอายุในเดือนตุลาคมปี 2553 และเห็นเค้ารางของผู้ที่จะขึ้นมาสืบทอดตำแหน่งซึ่งมีแนวทางที่ชัดเจนจะส่งผลให้

ขั้วอำนาจมีการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นจึงเป็นไปได้ว่า ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น จะต้องมีการปิดเกมให้เรียบร้อยในช่วงเวลาไตรมาสแรกของปีหน้า

ไม่ยุบก็ยึด.

หมัดเหล็ก

‘ใบตองแห้ง’ ออนไลน์: 10 ข่าวฮาในรอบปี

ที่มา ประชาไท

2552 เป็นปีที่สถานการณ์พลิกผันจาก 2551 แบบหน้าเท้าเป็นหลังเท้า 2551 เป็นปีของรัฐบาลนอมินี “ระบอบทักษิณ” และนักการเมืองทุนท้องถิ่นที่ได้คะแนนท่วมท้นจากคนชนบท แต่กลับมาถูกโค่นล้มโดยคนกรุงคนชั้นกลางที่ผนึกกำลังกับอำมาตยาตุลาการภิวัตน์ เป็นพันธมิตร “ฝ่ายขวา” ชูอุดมการณ์ราชาชาตินิยมเหนืออุดมการณ์ประชาธิปไตย

2552 เปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลนอมินีของ “ระบอบไม่เอาทักษิณ” ที่สับสนวุ่นวาย จำต้องแบ่งสันอำนาจระหว่างชนชั้นนำผู้อ้างคุณธรรมจริยธรรมไม่ขาดปาก กับนักการเมืองกเฬวรากปากห้อย โดยมี NGO สื่อ นักวิชาการ เป็นทั้งลูกหาบและหอกข้างแคร่

อำนาจอันง่อนแง่นดำรงอยู่ได้ด้วยการโปรโมทอุดมการณ์ราชาชาตินิยมถึงขีดสุด พร้อมกับปลุกผี “ระบอบทักษิณ” นอกจากนี้ยังอาศัยภาพลักษณ์ของ “หล่อหลักลอย” ที่แม้จะไร้ประสิทธิภาพเพียงไรก็ยังถูกจริตคนกรุงคนชั้นกลาง

ความวิปลาสที่ไร้ระบบ ความสองมาตรฐานไร้หลักการ ทำให้ผู้คนที่ไม่น่าอยู่ร่วมกันได้กลายเป็นแนวร่วมเพื่อชัยชนะ ศัตรูกลายเป็นมิตร คนดีคบคนชั่ว คนมีหลักกลายเป็นคนเลอะเทอะ แถไปวันๆ กลืนน้ำลายตัวเองเหมือนไร้ยางอาย นี่-ไม่ใช่แค่ฝ่าย “ระบอบไม่เอาทักษิณ” แต่รวมถึงฝ่ายทักษิณและเสื้อแดง ที่คนไม่น่าจะร่วมกันได้ก็กลับมาร่วมกัน เช่น ใครเลยจะคิดว่าม็อบเชียร์ “ทุนสามานย์” กลับใส่หมวกดาวแดง ฮิฮิ

เรื่องตลกเลอะเทอะผิดฝาผิดตัวจึงเกิดขึ้นได้ด้วยประการฉะนี้

1.พันธมิตรยึดเขาพระวิหาร...ที่ปากน้ำ

วีระ สมความคิด แกนนำพันธมิตรกู้ชาติ นำมวลชนกว่า 500 คน ส่ายอาดๆ อย่างวีรอาจหาญ บุกยึดเขาพระวิหารอ่านแถลงการณ์ทวงคืนแผ่นดินไทย ชักธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา แล้วร่วมกันร้องเพลงชาติดังกึกก้องสะท้านสะเทือน

ถือเป็นวีรกรรมอันน่าซาบซึ้งสะเทือนใจ ถ้าไม่อ่านข่าวต่อมาว่าเป็นเขาพระวิหารจำลอง ที่เมืองโบราณปากน้ำ

คิดได้ไงเนี่ย มุขนี้ ต้องยกให้เป็นข่าวฮาอันดับหนึ่งในรอบปี เรียกเสียงฮาทั้งประเทศ แก้เครียดไปเยอะเลย

ก่อนหน้านั้น พันธมิตรยังทำอะไรขำๆ แบบว่าลงมติตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยใช้การโห่สามลาเหมือนทาร์ซานแทนยกมือ

2.เนวิน ชิดชอบ เป็นประธานจัดงานเฉลิมพระเกียรติ... และจัดได้สุดยอด

เนวิน ชิดชอบ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการที่ตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย และตัดสิทธิ 111 กรรมการบริหารพรรค โดยใช้ประกาศ คปค.ย้อนหลังนั้น ได้ทำให้ประเทศสูญเสียทรัพยากรบุคคลอันล้ำค่า เพราะเมื่อสังคมหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง ยอมให้เขากลับมามีบทบาท เนวินก็สามารถจัดงานเฉลิมพระเกียรติได้อย่างยิ่งใหญ่อลังการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงแสดงสีเสียง 4D Visual Light and Sound นั้น สมพระเกียรติ เทิดพระบารมี และจะเป็นที่กล่าวขวัญกันไปอีกนานแสนนาน

สมแล้วที่ลูกพรรคตะโกนว่า “เนวินสุดยอด” เป็นการตบปากพวกตั้งฉายา “111 ศพ” ให้เซ่อแ-กไปเลย

3.นายกฯ กับ ผบ.ตร.

ประเทศนี้มีเรื่องแปลกประหลาด เมื่อนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อนุมัติให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ลาไปราชการต่างประเทศ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน 10 วัน แล้วตั้งรักษาการแทน แต่ ผบ.ตร.ดันขยัน ดอดกลับก่อนกำหนด

แทนที่จะดีใจว่า ผบ.ตร.รีบไปรีบกลับ ไม่อู้งานหนีเที่ยว นายกฯ กลับเครียดจนต้องออกคำสั่งให้ไปราชการภาคใต้ เพื่อจะตั้งรักษาการแทนอีกครั้ง แต่ท้ายที่สุดก็จนปัญญาจัดการน้องชาย รมว.กลาโหม ต้องรอจน ปปช.ขี่ม้าขาวมาชี้มูลความผิดกรณีสลายม็อบ 7 ตุลา พล.ต.อ.พัชรวาทจึงถูกปลดออกจากราชการ

โจ๊กครั้งนี้สร้างมาตรฐานใหม่ เพราะปกติมีแต่คนก่นด่านักการเมือง ข้าราชการใช้เงินหลวงไปดูงานเที่ยวต่างประเทศ ครั้งนี้คนรีบไปรีบกลับ กลับถูกโจมตีว่าไม่ทำตามคำสั่ง

ส่วนเรื่องที่ตั้ง ผบ.ตร.ไม่ได้ ต้องรักษาการข้ามปี เป็นอะไรที่เละยิ่งกว่าโจ๊ก เหมือนโจ๊กโดนระเบิด

4.กษิตชูฮุนเซนเป็นสุภาพบุรุษนักเลง ฮุนเซนชูทักษิณเทียบอองซานซูจี อภิสิทธิ์เรียกร้องให้พม่าปล่อยตัวซูจี

เลอะเทอะทั้งนั้น! กษิต ไส้ติ่ง กลืนน้ำลายที่เคยด่าฮุนเซนเป็น “กุ๊ย” มายกย่องกลางสภาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าเป็น “สุภาพบุรุษนักเลง” แต่ไม่วายโดนเขมรเข้าใจผิดเพราะข่าวฝรั่งแปลว่า Gangster

ล่วงมาปลายปี ฮุนเซนยกย่องทักษิณเทียบอองซานซูจี มาร์คโต้ว่าไม่ใช่ ความจริงก็ไม่ใช่ ทักษิณไม่ใช่นักประชาธิปไตย เพียงแต่ทักษิณถูกโค่นโดยเผด็จการทหาร ขณะที่มาร์คซึ่งใช้ฐานะประธานอาเซียนเรียกร้องให้เผด็จการทหารพม่าปล่อยตัว (น.ญ.) ซูจี ลืมคิดไปว่า หนึ่ง ตัวเองก็มาจากผลพวงของเผด็จการทหาร สอง แทรกแซงกระบวนการตุลาการภิวัตน์ของพม่า

ที่จริงต้องประณามพม่าว่าลอกการบ้าน ทั้งให้ลงประชามติรัฐธรรมนูญ ทั้งใช้ตุลาการภิวัตน์ตัดสิทธิอองซานซูจี

5. หมักมีชีวิตเป็นเผด็จการ ตายเป็นผีประชาธิปไตย

เวงกำใดกันหนอ ทำให้ “ออหมัก” มีชีวิตยืนยาวมา 33 ปีหลัง 6 ตุลา จนกระทั่งรัฐมนตรีมหาดไทยของรัฐบาลหอยรัฐประหาร กลายเป็นนายกรัฐมนตรีของฝ่ายต่อต้านรัฐประหาร อดีตนักปลุกระดมลูกเสือชาวบ้าน ถูกฮือไล่โดยม็อบคนชั้นกลาง นักวิชาการ และสื่อ-ซึ่งส่วนหนึ่งก็คืออดีตนักศึกษายุค 6 ตุลา แต่หันมาเป็นดาวสยามยุคจานดาวเทียม

โชคชะตาเล่นตลก (ร้าย) ชิมไปบ่นไป ตายเพราะมะเร็งตับ จมูกชมพู่กลายเป็นผีอินเตอร์เน็ต @ กระปุกดอทคอม ไปโผล่ในหน้าจอคอมที่วุฒิสภา พร้อมกับได้รับการยกย่อง (& โหสิ) จากฝ่ายผู้ต่อสู้เพื่อ “ประชาธิปไตยสมบูรณ์” ว่าเป็นผู้รักษาประชาธิปไตย

เฮ้อ! จากที่ไม่เคยคิดว่าจะเผาผีกัน ก็ยังมีคนตุลาเสื้อแดงหลายรายโผล่ไปงานศพ ประวัติศาสตร์พลิกผัน ผิดฝาผิดตัวจริงๆ

6.สองมาตรฐานครึ่ง

เลอะเทอะได้ทั้งปี แต่พูดได้แค่บางกรณี บางคดีเขาห้ามฮา ที่จริงปี 51 เป็นปีแห่งสองมาตรฐานตัวจริง ปี 52 ถือเป็นปีสองมาตรฐานครึ่ง คือมาตรฐานเสื้อแดง มาตรฐานเสื้อเหลือง และมีมาตรฐานเสื้อน้ำเงินโผล่มาใหม่ แม้ยังไม่เต็มตัว

ตุลาการภิวัตน์บังอาจโกงให้เสื้อน้ำเงินอย่างหน้าด้านๆ-เปล่า ไม่ได้พูดถึงเมืองไทย แต่พูดถึงกรรมการตาถั่วที่ปล่อยให้เธียรี อองรี ใช้มือตบบอลถึง 2 ครั้งก่อนส่งให้เพื่อนยิงประตูเข้ารอบบอลโลก (ฮา)

ความเลอะเทอะไร้หลักการทำให้แกนนำ 40 สว.ออกมาเต้นเหมือนถูกน้ำร้อนลวก เมื่อ กกต.มีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพเพราะถือหุ้นสัมปทานรัฐจำนวนเพียงน้อยนิด ซึ่งที่จริงก็ไม่ควรพ้น แต่ถ้าการทำกับข้าวออกทีวีทำให้นายกฯ ตกเก้าอี้ได้ มันก็คือตรรกบวมๆ อันเดียวกันที่ทำให้ สว.ถือหุ้นตกเก้าอี้ได้ จะร้องโหยหวนไปทำไม

กกต.ยังส่งท้ายปีเก่าด้วยคดียุบพรรค ปชป. ที่อ้างข้อกฎหมายว่านายทะเบียนพรรคการเมืองต้องเป็นผู้วินิจฉัย ถ้าเห็นควรยุบพรรคก็ส่งให้ กกต. 5 คนลงมติ ถ้าเห็นว่าไม่ยุบพรรคก็ไม่ต้องส่ง ตัดสินใจคนเดียว แล้วบังเอิ๊ญ ซาวเสียงกันแล้ว นายทะเบียนดันเป็นทั่นประธานหัวเดียวกระเทียมโทน ผู้ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรค

มิพักต้องกล่าวถึงการที่ ปปช .ชี้มูลความผิดสมัคร นพดล กรณีออกแถลงการณ์ร่วมปราสาทพระวิหาร ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า “สุ่มเสี่ยง” (?) เสียดินแดน แต่ ปปช.ชี้ว่านพดลกระทำไปโดย “รู้ดีอยู่แล้วว่าจะเกิดความเสียหายตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ”

เอ๊ะ ก็ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่รู้เลยว่าเสียดินแดนหรือเปล่า นพดลเสือกรู้ดีอยู่แล้ว ก็สมควรผิดอยู่หรอก

7.ทักษิณ โฟนอิน ทวิตเตอร์ SMS แก้กรรม คว่ำบาตร เป็นมะเร็ง ฯลฯ

ทักษิณเป็นผู้กำหนดหัวข่าวการเมืองในรอบปีที่ผ่านมา กระทั่งคะแนนนิยมรัฐบาลจะขึ้นหรือตก ก็เป็นเพราะทักษิณ ไม่ใช่เป็นเพราะการทำงานของรัฐบาล เช่น คะแนนนิยมมาร์คพุ่งหลังสงกรานต์ หรือหลังทักษิณรับเป็นที่ปรึกษาฮุนเซน

ต้นปีทักษิณยังแค่โฟนอินไปตามม็อบที่ต่างๆ แต่หลังความพ่ายแพ้ของม็อบเสื้อแดงสงกรานต์ ทักษิณก็เพิ่มทั้งทวิตเตอร์ SMS จัดรายการวิทยุ ทีวี ทางอินเตอร์เน็ต และโทรหาแกนนำระดับต่างๆ กระทั่งแฟนคลับระดับรากหญ้า เรียกว่าใกล้ชิดประชาชนยิ่งกว่าอยู่เมืองไทยเสียอีก (ไม่น่าให้กลับเลย-ฮา)

ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีระดับสูง แต่ทักษิณยังใช้พิธีกรรมโปรโมชั่น เช่น “แก้กรรม” ในงานวันเกิด ส่งภาพถ่ายตัดเท่าตัวจริงแปะไม้อัด มาแทนตัว ส่งภาพนั่งใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์มาแจก (ก่อนหน้านั้นส่งภาพกับเพชรอาฟริกามาแจก) ขณะที่ฝ่ายเสื้อเหลืองก็ทำพิธีคว่ำบาตร พร้อมปล่อยข่าวว่าทักษิณเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

ข่าวทักฺษิณไม่ทักษิณจึงมีตั้งแต่เนื้อหาสาระลงไปถึงระดับเลอะเทอะ แม้แต่วงการหมอดูยังแตกกันเละ ตั้งแต่หมอดูฟันธง หมอดูลิเดีย หมอดูพันธมิตร โหร คมช. ทักษิณทำให้เกิดความแตกแยกได้ทุกองค์กรสถาบันจริงๆ

ทักษิณกลับมาแล้วคร้าบ แยกร่างได้ด้วย

(ฉวยภาพประกอบจาก CBN Press คงไม่ว่ากัน)

8.รถเมล์ 4 พันคัน

ยื้อกันไปยื้อกันมา ช้าๆ ไม่ได้พร้าสักเล่ม รถเมล์ 4 พันคันผ่านสะด๊วบ ทั้งที่สื่อ นักวิชาการ เครือข่ายภาคประชาชนต่อต้านการทุจริตทั้งหลาย รวมทั้งพระเอกนางเอก 40 สว.คัดค้านกันเซ็งแซ่ แต่หลังซื้อเวลาส่งให้สภาพัฒน์ศึกษา ครม.ก็อนุมัติ โดย “ภาคประชาชน” ออกมาด่ากันหอมปากหอมคอ แล้วก็เงียบไป ไม่เห็นมีใครสนใจ “ปกป้องทรัพย์ของชาติ”

ฉะนั้นก็ลองก๊อปถ้อยคำของผู้คัดค้านมาทบทวนให้ดูกัน

สมชาย แสวงการ “ข้อมูลจากสันติบาลพบว่ามีผลประโยชน์ไปตกในกระเป๋าผู้เกี่ยวข้องถึงคันละ 1.5-2 ล้านบาท”

รสนา โตสิตระกูล “รัฐบาลสมัครโดนคดีเขาพระวิหาร รัฐบาลสมชายโดนคดีสลายการชุมนุม 7 ตุลา รัฐบาลนี้อาจโดนเรื่องรถเมล์เอ็นจีวีก็ได้ รับรองกัดไม่ปล่อยอย่างแน่นอน” (กลิ้งงับงับ)

สนธิ ลื้มทองกุล “ผมคิดว่าคุณเปลว สีเงิน ท่านเขียนบทความในไทยโพสต์ ท่านเขียนดีมาก ท่านบอกว่าวันไหนอนุมัติรถเมล์ชุดนี้ วันนั้นคือวันพินาศฉิบหายของรัฐบาลชุดนี้”

ก็ไม่เห็นมีใครช่วยทำให้คำทำนายของเถ้าแก่เปลวเป็นจริง

9.รถไฟผิด คนไม่ผิด

รฟท.ตกรางผู้โดยสารตาย 7 คน พขร.ยอมรับว่าวูบหลับเพราะเป็นหวัดกินยาแก้แพ้ แต่คุณพ่อสหภาพไม่ยอมรับ อ้างว่ารถไฟต้องมีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ถ้าเร็วเกิน 100 กม./ชม.เครื่องจะหยุดทันที และต้องมีระบบกริ่งเตือนไม่ให้พนักงานหลับใน ระบบห้ามล้ออัตโนมัติ ฯลฯ

ว่าแล้วสหภาพการรถไฟก็ชูมือตบไขว้กัน สะบัดผ้าเหลือง เกิดแสงเฮ้ากวง แปลงร่างเป็นอุลตร้าพันธมิตร หยุดเดินรถทิ้งผู้โดยสารโดยอ้างว่าอุปกรณ์ไม่พร้อม

ต่อไปถ้าคนขับรถเมล์หลับในซิ่งตายหมู่ สหภาพก็ต้องออกมาไล่ผู้บริหาร โทษฐานกระจกมองข้างแตก ที่ปัดน้ำฝนไม่ทำงาน ไฟเบรกไม่ขึ้น ฯลฯ

10.โอบามาได้รางวัลโนเบล

การเมืองฝรั่งก็สร้างภาพโหนกระแสเหมือนกัน คณะกรรมการรางวัลโนเบลมอบรางวัลสันติภาพให้โอบามา ทั้งที่ยังไม่ได้ทำหง่าอะไรเลย นอกจากปราศรัยได้จับใจ เป็น “โพเดียมธิปไตย” แม่แบบ “โฆษกธิปไตย” ของโอบามาร์ค เพียงแค่มีความชอบธรรมกว่าเพราะชนะเลือกตั้งมาท่วมท้น

หนำซ้ำ โอบามาผู้สัญญาว่าจะถอนทหาร ยังสั่งเพิ่มทหารให้อัฟกานิสถานอีก 3 หมื่นคนจนถูกคนนับหมื่นประท้วงเมื่อไปรับรางวัลที่นอร์เวย์

วาทะฮาแห่งปี “ก้าวข้ามประชานิยมสู่รัฐสวัสดิการ”

เพ้อหรือเปล่า ถึงกล้าพูดได้เต็มปาก พูดได้ไม่กี่วัน รัฐมนตรีสาธารณสุขลาออกเพราะไทยเข้มแข็งใครเข้มแข็ง ชุมชนพอเพียงกลายเป็นทุจริตพอเพียง ต้นกล้าอาชีพล้มเหลวเสียตังค์เปล่า มีแค่เรียนฟรี 12 ปี ที่เป็นรัฐสวัสดิการแม้ยังมีปัญหาอีกบานเบอะ เอ๊ะ หรือว่าแจกเงิน 2 พันไม่ใช่ประชานิยม

โอกาสนี้ ขอชื่นชมนักข่าวทำเนียบรัฐบาล นักข่าวรัฐสภา ที่ตั้งฉายาอย่างเป็นอิสระ ไม่กริ่งเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมหรือหน้าม้า ไม่ว่าใครจะชอบหรือไม่ชอบ ไม่ถูกต้อง ไม่ถูกใจ แต่นี่คือการแสดงออกอย่างเป็นอิสระ ลงมติกันเองในผู้สื่อข่าวการเมืองภาคสนาม โดยไม่ต้องผ่านอคติสุคติของหัวหน้าข่าว บก.ข่าว บรรณาธิการ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าผู้สื่อข่าวภาคสนามยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบผู้มีอำนาจทุกฝ่าย

ส่งความสุข จากดา ตอปิโด..."พี่เชื่อมั่นว่าเราทำเพื่อประเทศและประชาชน"

ที่มา thaifreenews

โดย kaered

วันที่ 30 ธันวาคม 2552 เวลาประมาณ 12.30 น. ทางกลุ่มพลังรวมใจพร้อมด้วยดีเจอ้น ชัยนรินทร์ และคุณกิตติชัย พี่ชายคุณดา ตอปิโด ได้เข้าเยี่ยมคุณดา ซึ่งนับได้ว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของปี 2552 ที่ทางเรือนจำจะเปิดโอกาสให้ญาติสนิท มิตรสหายได้เข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง เพื่อเป็นการส่งความสุขถึงกันอย่างถ้วนทั่ว
กลุ่มพลังรวมใจก็เช่นกัน วันนี้ทางกลุ่มมีนัดกับคุณดา ตอปิโด เพื่อจะไปนำเอาคำอวยพรจากคุณดา ตอปิโดมาฝากยังพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทุกท่านค่ะ ระหว่างที่เรานั่งรอเรียกชื่อเพื่อเข้าเยี่ยมนั้น เราก็ได้กวาดสายตาสำรวจบรรยากาศโดยรอบ มีผู้คนมากมายต่างก็เดินทางมาซื้อข้าวของเพื่อไว้ให้สำหรับผู้ต้องขังไว้ใช้ในระหว่างช่วงวันหยุดยาวนี้ พี่ชายคุณดาก็เช่นกัน คุณกิตติชัยเดินทางจากภูเก็ตเพื่อมาเยี่ยมคุณดา ตอปิโด น้องสาวคนสุดท้องของบ้านทุกอาทิตย์ พี่กิตติชัยเล่าว่า เมื่อเช้าพี่กิตติชัยต้องรอต่อคิวนานมาก เพื่อจะซื้อของสดของแห้ง รวมถึงของใช้ส่วนตัวจากทางเรือนจำเพื่อฝากไว้ให้คุณดา ตอปิโดได้ไว้ใช้ในช่วงวันหยุดยาวนี้
เวลาประมาณ 13.30 น.ทางเรือนจำก็ประกาศชื่อให้เราเข้าเยี่ยมคุณดา ตอปิโดได้ เมื่อถึงช่องเยี่ยมที่ 63 เราก็ได้พบกับรอยยิ้มคุณดา เป็นอันดับแรก และคุณดาก็ได้ฝากคำอวยพรมาถึงยังพี่น้องผู้รักความเป็นธรรม,แกนนำ นปช,สื่อมวลชน และกล่าวคำขอบคุณมายังแฟนคลับที่ส่ง สคส มาให้เธอ ซึ่งขณะนี้มีจำนวนร่วม 1000 ฉบับ โดยเนื้อความมีดังนี้

สำหรับพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยและความเป็นธรรม
ในวารดิถีขึ้นปีใหม่นี้ ขอให้ทุกคนมีกำลังใจต่อสู้ต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอย่าท้อ ไม่มีอะไรจะเกินความสามารถ ต้องเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่ถูกต้องเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี พี่ดาเชื่อว่าฟ้าดินจะต้องคุ้มครองฝ่ายเรา และขอให้ทุกคนมีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่เข้มแข็ง แข็งแรง
ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย ให้ช่วยปกป้องคุ้มครองพวกเราทุกคนให้ไปสู่เป้าหมายและให้ได้รับชัยชนะในปีใหม่นี้ ....ด้วยความคิดถึงและห่วงใยทุกคน... ดารณี (ดา ตอปิโด)

สำหรับแกนนำทุกท่าน
ขอฝากภารกิจในการเรียกร้องประชาธิปไตยเต็มใบไว้กับแกนนำทุกท่าน ขอให้แกนนำทุกคนอย่าหมดกำลังใจ แม้พี่ดาจะอยู่ข้างในก็ส่งกำลังใจออกไปช่วย ขอให้ทุกคนสามัคคีและยึดมั่นในเป้าหมายร่วมกัน คือ ประเทศชาติและประชาชน สักวันคงมีโอกาสได้ออกไปร่วมงานกับแกนนำทุกท่านอีกครั้ง พี่ดาเชื่อมั่น เพราะทุกคนต่างมีปณิธานเพื่อประเทศชาติและประชาชน......สวัสดีปีใหม่..... ดารณี

สำหรับสื่อมวลชน
ในฐานะที่พี่ดาเป็นสื่อมวลชนมาก่อน ขอฝากไปถึงพี่น้องและเพื่อนร่วมวิชาชีพ ให้มีความเป็นกลาง เห็นแก่ความถูกต้อง ให้ยึดถือจรรยาบรรณ ส่วนจะเข้าข้างใครให้เก็บไว้ในใจก็ได้ แต่ขอให้เป็นกลาง เพราะสื่อมวลชนเป็นที่พึ่งของประชาชน เพราะฉะนั้นอย่าทำให้ประชาชนผิดหวังในศุภาระดิถีขึ้นปีใหม่ ขอให้สื่อมวลชนทุกท่านประสบแต่ความสุขกันถ้วนทั่ว.....สวัสดีปีใหม่...ดารณี

คำขอบคุณจากใจ ดา ตอปิโด
พี่ดาฝากขอบคุณทุกคนที่ส่ง สคส มาถึงพี่ดา พี่ดาขออนุญาตเรียกว่า แฟนคลับ พี่ดานะคะ พี่ดาขอขอบพระคุณด้วยใจจริงที่ทุกท่านได้ส่ง สคส มาให้ ซึ่งมีคุณค่าทางจิตใจของพี่ดามาก และต่อจากนี้ไปพี่ดาจะพยายามส่งจดหมายมายังส่วนกลาง โดยจะผ่านทางกลุ่มพลังรวมใจเพื่อสื่อสารกับแฟนคลับอย่างต่อเนื่องค่ะ

สำหรับอาการป่วยของคุณดา ในตอนนี้ทางคุณกิตติชัย พี่ชายคุณดาได้ติดต่อขอการ์ด OPD ออกมาจากทางโรงพยาบาลกลางของเรือนจำเพื่อนำมาติดต่อกับคุณหมอที่ท่านจะอุปการะดูแลในเรื่องการผ่าตัดของพี่ดา ซึ่งสิ่งที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก คือ พี่ชายได้รับทราบจากทางท่านผู้อำนวยการฝ่ายปกครองเรือนจำว่า ตอนนี้พี่ดาไม่สามารถทานอาหารทั่วไปได้ พี่ดาต้องรับประทนแต่นมเท่านั้น เนื่องจากพี่ดาไม่สามารถอ้าปากและบดเคี้ยวอาหารได้อย่างคนปกติทั่วไป ซึ่งทางกลุ่มพลังรวมใจจะติดตามเรื่องนี้ต่อไปอย่างใกล้ชิด
หากท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือพี่ดา สามารถโอนเงินผ่านบัญชีพี่ชาย คุณกิตติชัย ชาญเชิงศิลปะกุล บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 297-1-25805-5 สาขาถนนพูนผล จ.ภูเก็ต และที่สำคัญ อย่าลืม ! ส่งกำลังถึงคุณดา โดยการส่ง สคส ถึงดา ตอปิโด ได้ที่ตู้ ปณ 58 ปณศ (พ) พระโขนง กรุงเทพฯ 10110 หรือส่งเป็นอีการ์ด มาที่ wemissyouda@gmail.com ส่งกันมาเยอะๆนะคะ ให้คุณดา ตอปิโด ได้เป็นผู้ต้องขังที่มีคนส่ง สคส ถึงมากที่สุดในโลก

กลุ่มพลังรวมใจ

1 ปีเต็มแห่งความขื่มขมของรัฐบาล...เทพประทาน..

ที่มา thaifreenews

โดย ป้าพลอย

เหลืออีกหนึ่งวันเราก็จะได้เข้าไปยืนอยู่ในพุทธศักราชใหม่นี้แล้ว หวังว่าอาจมีอะไรใหม่ตามมาด้วย บ้านเมืองจะได้สงบราบรื่นกันเสียที แต่มันก็เป็นเพียงความหวังลมๆแล้งๆที่ทุกคนหวังใว้ แต่ความเป็นจริงนั้น เรายังมืดมนอยู่เลยว่า เราจะเอาความยุติธรรมกลับคืนมาได้อย่างไร ในเมื่อ

ความยุติธรรมทั้งหลายของเรานั้น ถูกฮิบโปตัวใหญ่ๆ กลืนกินเข้าไปในท้องหมดแล้ว มันอ้าปากคอยงับอยู่ตลอดเวลา แล้วเราจะไปล้วงเอาความยุติธรรม ออกมาจากปากฮิปโประยำได้อย่างไร ในเมื่อตัวมันใหญ่กำลังมันแรงกว่า เราอาจถูกมันแค่วิ่งชนเราก็ล้มลงแล้ว ฉะนั้นเราต้องหาวิธี

อันแยบยลล้มฮิปโปให้ได้ เห็นในประเทศแคนยา ฮิปโปอยู่ร่วมกันกับจรเข้ในแม่น้ำเดียวกัน แต่ฮิปโปตัวใหญ่กว่า ก็ยังเสียท่าเจ้าจรเข้ เป็นเยื่อให้จรเข้กินเป็นอาหาร มันก็น่าเอามาพิจารณาดูเหมือนกันว่า ทำไมฮิปโปจึงเผลอเสียท่าจรเข้ได้ ทั้งที่ฝูงฮิปโปมีมากกว่าฝูงจรเข้ เสียดายที่ผู้ทำ

หนังสารคดีสัตว์ไม่ได้ถ่ายทำตอนที่จรข้ไล่ต้อนฮิปโปจนจนมูม ความรู้เล็กๆน้อยๆที่เห็น บางทีอาจเป็นประโยชน์ภายหน้า วันนี้เป็นวันที่จะสั่งลาปีเก่าเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดที่มีประเทศไทยมา เป็นปีที่พกความหลอกลวงใว้เต็มบ้านเต็มเมือง เป็นปีที่ขมขื่นสุดๆของประชาชนชาวไทย 1 ปีเต็ม

ความยากจนแร้นแค้นของประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากหน้ามือเป็นหลังมือทันที การทำมาหากินฝืดเคือง บางคนต้องปิดกิจการเพราะขายไม่ออก คนจนมีจำนวนมากขึ้น คนตกงานมากขึ้น แล้วปัญหามิจฉาชีพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะคนเหล่านี้ไม่มีเงินเลี้ยงชีพจึงต้อง วิ่งราว

ขโมยงัดแงะ ขายยาเสพติด ขายหวยเถื่อน หรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดผิดกฏหมายที่จะได้เงินมาซื้ออาหารเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง และเลี้ยงครอบครัว หากรัฐบาลหาทางช่วยเหลือคนพวกนี้ แก้ปัญหาที่ค้างคาให้บรรลุเป้าหมาย เชื่อเหลือเกินว่าบ้านเมืองของเรา ก็จะไม่มีอาการเหมือนกำลังจมน้ำ

ในขณะนี้ เพราะประชาชนได้รับการบูรณะจากรัฐบาล ดูแลความผาสุขไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน แต่ประเทศไทยของเรา คนที่มาบริหารเป็นคนที่เห็นแก่ตัว จะเห็นได้หลายๆอย่างที่ออกมา ว่าทำเพื่อตนเองทั้งสิ้นหาได้ทำเพื่อประชาชนไม่ ยิ่งรัฐบาลที่ประชาชนไม่ได้เลือกขึ้นมา ยิ่งมอง

ไม่เห็นหัวประชาชนเอาเลย ดังที่ประจักษ์ในขณะนี้ ต่างทำเพื่อตัวเองและพวกพ้องเท่านั้น ประชาชนมาทีหลัง พวกตนสำคัญกว่า ดังนั้นประเทศไทยจึงมีชาวบ้านรากหญ้าเต็มแผ่นดินก็เพราะว่า พวกที่มองไม่เห็นหัวชาวบ้าน พากันรุมแย่งของชาวบ้านเอาไปเป็นของตัวเองอย่างหน้าด้านๆ

นั่นเอง จะเห็นได้หลายๆกรณี ที่แย่งของชาวบ้านเอาไปครอบครองเป็นกรรมสิทธิ์ ดังนั้นความเห็นแก่ตัวของพวกอิทธิพลนี่แหละ คือภัยของประชาชน และคนพวกนี้ก็คือคนในรัฐบาลนั่นเอง เห็นมีอยู่ทั่วแผ่นดินไทยทุกภาค นักการเมืองมีที่ดินเป็นหมื่นๆไร่ มีรีสอรต์หรูๆให้นักท่องเที่ยว

พัก มีหลายๆอย่างที่คนชาวบ้านธรรมดารากหญ้าไม่อาจมีได้ แล้วที่ดินที่ได้มาเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่น ไร่นะได้มาอย่างบริสุทธิ์หรือว่าไปแย่งชาวบ้านเขามา? คนที่อยู่ชนบทต่างรู้ใส้รู้พุงว่าคนพวกนี้มีกี่ขด แต่ไม่กล้าพูดเพราะไม่อยากให้ครอบครัวเดือดร้อน นี่คือเรื่องจริงที่ประเทศไทย

ใช้ระบบหน้าด้านเห็นแก่ตัวต่อประชาชน ไม่ว่ากี่สมัยก็เป็นอย่างนี้ตลอด หากประเทศไทยยังไม่โละระบบนี้ออกไป ประเทศไทยก็ยังอยู่เช่นเดิมๆไม่มีวันดีขึ้นแน่นอน เพราะในเมื่อนักการเมืองยังไม่ยอมลดความเห็นแก่ตัวลง ให้เป็นตัวอย่างต่อประชาชน แล้วประชาชนจะไปเคารพนับถือ

พวกท่านให้เสียเวลาทำไม ในเมื่อไม่เห็นหัวประชาชนกันแบบนี้ ขออยู่อย่างตัวใครตัวมันเถอะนะ..

๔ กรณีศึกษา – นักธุรกิจผู้ “ขายวิญญาณ” ให้อภิสิทธิ์

ที่มา Thaifreenews

ที่มา – Thai Intelligent News
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

ถ้ากล่าวถึงแวดวงธุรกิจของประเทศไทยในเวลานี้ เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ที่จะได้ยินจากปากของ ดุสิตแห่งหอการค้าไทย ทูตพาณิชย์ของไทยที่ประจำสถานทูตต่างๆทั่วโลก และกลุ่มนักธุรกิจชั้นนำของไทย เช่น ซีพี จนถึงปัญหาของการบินไทย

เรื่องราวข้างล่างนี้ อาจจะเป็นการบอกให้ผู้อ่านของเราได้ทราบว่า ทำไมประเทศไทยจึงได้เละเทะอย่างนี้

หอการค้าไทย:

เริ่มที่ดุสิต ประธานกรรมการหอการค้าไทย เมื่อเสื้อเหลืองเข้ายึดสนามบิน ดุสิตออกมาประกาศว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลทักษิณต้องไป เพราะทักษิณสร้างปัญหาการเมืองอย่างหนักให้กับประเทศไทย นั่นดูเหมือนจะฟังดูมีเหตุผล แต่ปัญหาคือ เมื่อเสื้อแดงบุกการประชุมสุดยอดแห่งอาเซียน ดุสิตได้ออกมาพูดว่ารัฐบาลต้องหยุดเสื้อแดงให้ได้

ดุสิตได้สร้างผลงานเช่นเดียวกันนี้ในอดีต เช่น เมื่อประเทศไทยเรียกตัวเอกอัครราชทูตกลับจากกัมพูชา ดุสิตออกมาต่อต้านนักธุรกิจไทยส่วนใหญ่ ที่ออกมาชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจจะได้รับผลกระทบเกือบสองแสนล้านบาท ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของนักธุรกิจไทย และเรียกร้องให้ปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง แต่แทนที่ดุสิตจะเห็นด้วยกลับกล่าวว่า รัฐบาลไทยทำถูกต้องแล้ว และเมื่อครบหนึ่งปีจากการประเมินผลงานของรัฐบาลไทย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยให้คะแนนรัฐบาล “สอบตก” แต่ดุสิตกล่าวว่า รัฐบาลบริหารประเทศอย่างยอดเยี่ยม

ทูตพาณิชย์:

ทางด้านทูตพาณิชย์ สยามธุรกิจซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์เสนอข้อมูลทางธุรกิจ เพิ่งเปิดเผยข้อมูลโดยกล่าวว่า ด้วยตำแหน่งทูตซึ่งมีเงินเดือนสูงลิ่ว และเบี้ยเลี้ยงไม่อั้น การจะได้ตำแหน่งนั้นต้องมีเส้นสายทางการเมือง สยามธุรกิจกล่าวต่อว่า สถานการณ์ถึงขั้นเลวร้าย เมื่อนักการเมืองต่างแต่งตั้งคนใกล้ชิดของตัวเองเข้ารับตำแหน่ง

สยามธุรกิจกล่าวว่า “การส่งออกของประเทศไทยอยู่ในสภาพลูกผีลูกคน โดยเฉพาะการหาตลาดใหม่ๆซึ่งต้องใช้ทั้งความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม แต่แทนที่จะค้นหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ รัฐบาลไทยกลับแต่งตั้งบุคคลที่มีเส้นสายทางการเมือง”

หนังสือพิมพ์กล่าวต่อว่า สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายไปกว่านั้น เมื่อบุคคลที่มีเส้นสายทางการเมืองเหล่านี้ สนองผลประโยชน์ทางธุรกิจให้กับนักการเมืองที่ตัวเองรับใช้ “มีความพยายามทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อผลประโยชน์ให้กับนักธุรกิจไทยเพียงหยิบมือที่ถูกเลือกขึ้นมา ซึ่งผลประโยชน์นั้นไม่ได้ตกอยู่กับประเทศไทยโดยส่วนรวม”

วงการธุรกิจเอกชน:

ทักษิณผู้มีพื้นฐานทางด้านธุรกิจโทรคมนาคมในไทย ได้ทวิตเมื่อไม่นานมานี้ว่า ปัญหาเรื่องการประมูลใบอนุญาตคลื่น 3G ในไทยนั้น เนื่องจากมีกลุ่มนักธุรกิจเอกชนของไทยเดินเกมขัดขวางการพัฒนา เพราะต้องการได้ราคาดีที่สุด ในประเทศไทยกลุ่มซีพีมีความใกล้ชิดมากที่สุดกับรัฐบาล ความจริงที่ว่าหลังจากผู้บริหารระดับสูงของซีพีออกมาส่งเสียงปฏิเสธการออกใบอนุญาตคลื่น 3G ว่าไม่เป็นผลดีสำหรับประเทศไทยเนื่องมาจากราคา รัฐบาลก็ตามออกมาขานรับด้วยเรื่องเดียวกัน

ต่อมา ได้มีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนในการประมูลเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มซีพี แต่ปัญหาคือ บรรดาคนไทยระดับมันสมองจำนวนมากซึ่งสนับสนุนขั้นตอนการประมูลก่อนมีการแก้ไข และต่อต้านการเคลื่อนไหวของกลุ่มซีพีและรัฐบาล ถึงเวลานี้ความขัดแย้งส่งผลให้ขั้นตอนทั้งหมดต้องหยุดชะงัก การเลือกตั้งครั้งที่แล้วมา กลุ่มซีพี ได้บริจาคเงิน ๘๐ ล้านบาทให้แก่เพียงพรรคเดียว และนั่นก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นรัฐบาลของอภิสิทธิ์ในขณะนี้

รัฐวิสาหกิจ:

ประธานกรรมการหรือประธานการบินไทย เราจำตำแหน่งจริงๆไม่ได้ แต่เขามาจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน มีการวิจารณ์ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลในระยะ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ในการที่รัฐอัดเงินจำนวนมหาศาลเพื่ออุดหนุนพลังงานของภาคอุตสาหกรรม เป็นการทำลายระบบตลาดเสรี และส่งผลให้เกิดการบริโภคที่ฟุ่มเฟือย ทุกครั้งที่มีการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา เขาจะออกโรงแสดงความกราดเกรี้ยวต่อหน้าสาธารณะชน อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานการบินไทยแล้ว และรัฐบาลปัจจุบันยังคงออกนโยบายหลักอย่างต่อเนื่องในการอัดเงินอุดหนุนด้านพลังงานนี้ ประธานการบินไทยคนนี้กลับทำเงียบเป็นเป่าสากในทันที

ในสมัยการบริหารการบินไทยของเขา มีนักการเมืองจำนวนมากที่ใช้เส้นบินฟรี ล่าสุดนี้ กรณี กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีคลังได้ใช้อภิสิทธิ์ของนักการเมือง ในการอัพเกรดตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไปพักร้อนส่วนตัวของทั้งครอบครัว

ทำไมพวกเขาถึงขายจิตวิญญาณ:

ทำไมบุคคลทั้งสามกรณีนี้ประพฤติตัวเยี่ยงนี้ เป็นเรื่องยากที่จะหาคำตอบ ดุสิตนั้นมาจากกลุ่มปูนซีเมนต์ไทย ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนที่คุณก็รู้ว่าเป็นใคร ด้านกระทรวงต่างประเทศ ทูตพาณิชย์อยู่ใต้ใคร ถ้าไม่ใช่กษิต ซึ่งเป็นเสื้อเหลือง และเป็นเสื้อเหลืองที่เลื่องลือกันให้กระฉ่อนว่า ไม่เคารพรักษาทั้งกฎหมาย และคำสั่งใดๆ

แล้วการยกซีพีขึ้นมาถกเถียงกันละ ซึ่งนับเป็นสิบๆปีแล้วที่กลุ่มนักธุรกิจนี้ถูกวิจารณ์ว่า ทำลายชีวิตครอบครัวชาวนาและพ่อค้าปลีกของไทย การออกมาขู่ และการฉวยโอกาสในการทำธุรกิจแบบใหม่ ดูเหมือนว่าซีพีเห็นการเมืองเป็นคำตอบ เป็นเรื่องยากที่จะวิเคราะห์ประธานการบินไทย อาจจะเป็นเพราะว่าเขาหมดความสนใจในด้านพลังงานที่เคยสู้มาถึง ๑๐ ปีเพียงชั่วข้ามคืน แล้วเรื่องตั๋วเครื่องบินล่ะ อาจจะเป็นเพราะว่า เขาเป็นเพียงผู้ที่ใจดีต่อนักการเมืองไทย ซึ่งอยู่ฝ่ายรัฐบาลก็เป็นได้

สรุป:

อย่างไรก็ตาม กรณีทั้งหมดข้างต้นเป็นการชี้ให้เห็นว่า นอกจากมีการทุจริตอย่างโจ่งแจ้งแล้ว การเมืองไทยยังมีอิทธิพลก้าวก่ายไปถึงหน่วยงานซึ่งควรจะมีความเป็นอิสระ แน่นอนว่า บล็อกเรานี้จะจับตามองประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และจะคอยนำเสนอให้เห็นการพัวพันทางการเมืองและธุรกิจแบบนี้

เราเพียงต้องการเตือนให้ผู้อ่านทราบว่า ขณะนี้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการทุจริตมากที่สุดในโลก และจากระบบที่เคยมีทั้งประสิทธิภาพและมีสมรรถภาพ ในห้าปีที่ผ่านมา ได้ล้มพังอย่างไม่เป็นท่า และอันดับของระดับความเสื่อมนั้น จัดเป็นลำดับที่สองของโลก

ไพรีพินาศ!

ที่มา บางกอกทูเดย์

พระภิกษุเจ้าฟ้ามหามงกุฎ ทรงพิจารณาเห็นว่าตั้งแต่ได้พระพุทธรูปองค์นี้มาสักการะบูชา ไพรีราชศัตรูของพระองค์ก็แพ้พ่ายพินาศย่อยยับไปจนสิ้นจึงถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ ซึ่งมีพุทธลักษณะเป็นพระศิลาขนาดหน้าพระเพลา ๑ คืบ ๔ นิ้ว (๓๓ ซ.ม.) สูงตลอดรัศมี ๑ ศอก (๕๓ ซ.ม.) ศิลปะในองค์พระบอกสมัยศรีวิชัยประทับนั่งปางประทานอภัยอย่างพระรัตนสัมภาวะของนิกายมหายานว่า “พระไพรีพินาศ”

บางกอกทูเดย์ ก้าวข้ามสู่วันปีใหม่ด้วยการขยับปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอเพื่อตอบสนอง ให้ตรงตามความต้องการของท่านผู้มีอุปการคุณมอบเป็นของขวัญ แทนคำอำนวยอวยชัยให้ท่านในวาระดิถีอันมีมงคลยิ่งนี้ งานที่ได้รับคำตำหนิเราก็แก้ไขปรับปรุง ที่มีคำชื่นชมเราก็จะเติมเต็มให้ตรงใจมากขึ้น ดังที่ท่านจะได้เห็นชัดเจนในฉบับสุดสัปดาห์นับแต่นี้เป็นต้นไป บอร์ดบริหารของเรามีมติให้ปรับเปลี่ยน ภาพปกและเรื่องราว ที่“คอนเซ็ปต์” เดิมวางไว้ เอาใจ เสือป่า-แมว

เซา-เสือเฒ่า-สิงห์หนุ่ม ทั่วราชอาณาจักร (โดยลืมนึกว่าเป็นเรื่องเซนซิทิฟของคนไทย)นำ-เหนอ ภาพข่าวเรื่องราวของสาวงาม-ทรงอร่าม (เปิดนิด-ปิดหน่อย) ซึ่งก็เรียกเสียงเกี๊ยว-ก๊าว จากชาย “ไม้งาม” ทั้งหลายได้มากโข แต่กลับมีเสืยงค้านจากแฟนหนังสือฝ่ายสตรี ขู่ฟ่อ “คอมเพลน” เข้ามามากว่าหากยังนำภาพที่พวกเธอมองต่างมุมว่า“อัปมงคล” มาเป็นปก “ยั่วโมโห” อยู่อย่างเดิม จะออกคำสั่งห้ามทั้ง “หนุ่มน้อย-หนุ่มมาก” ที่เป็น “ลูกไก่ในกำมือ” เธอซื้อ

หนังสือ “ดีโคตร” เล่มนี้อีกต่อไป เมื่อมีเสียงขู่จาก “นางพญา” เข้ามามากๆบอร์ดบริหาร “ชายล้วน” ของเรา จึงต้องทำตัวเป็น “นายพยอม” มอบนโยบายใหม่ให้ “ทิดมา” ดำเนินการปรับเปลี่ยนเอาความเป็นมงคลของ “พระเครื่อง” มาขึ้นปกหน้าหนังสือทุกฉบับวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยถือฤกษ์ยามวันเริ่มต้น “ปีขาล” เป็นฉบับปฐมผมน้อมรับคำสั่งด้วยความรู้สึกเสียดาย มาดำเนินการด้วยความเต็มใจ แต่ด้วยไม่อยากให้แฟนคลับ “ชายไทยโคตรแข็ง” รมณ์เสียจึงเสนอโยก

ภาพข่าวสาวงามอร่ามตา “โจ๊ะพรึ่ม พรึม” ไปเป็นภาพปกฉบับวันจันทร์ซึ่งบอร์ดก็อนุมัติให้ด้วยความ “กรุ้มกริ่ม”เมื่อได้สัมปทานหน้าข่าวมากขึ้น ผมจึงวางแนวทางนำเสนอ “ต่อยอด” ให้แฟนคลับ“พระเครื่องทูเดย์” ได้รับสาระความรู้ในมุมมองที่หลากหลายรอบด้าน พร้อมมูลด้วยข่าวสารความเคลื่อนไหวในวงการพระเครื่อง ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไรในแต่ละสัปดาห์ เราจะหาข่าว “เบื้องกว้าง-ทางลึก” มาเขียนข่าวคุยกันแบบไม่ปิดบังโดยเปิดกว้างรับข่าวสาร คำแนะนำ ติ

ชมร้องเรียน จาก “คนพระเครื่อง” ทั่วประเทศทุกกรณี ด้วย “ทิดมา” มองเห็นความเจริญเติบโตของวงการพระเครื่องว่ากำลังมีการพัฒนาไปสู่ความเป็นมาตรฐานที่มีศักยภาพทางสังคมสูงขึ้น ข่าวสารในวงการย่อมเป็นเรื่องสำคัญที่สาธารณชนสนใจมากขึ้น น.ส.พ.บางกอกทูเดย์ จึงขออาสาเป็น “กระบอกเสียง” สายตรงข“คนพระเครื่อง” ทั้งนอกในวงการอย่างแท้จริง ณ บัดนี้เป็นต้นไปความเป็นมาของ “พระไพรีพินาศ” กำเนิดขึ้นเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระ

จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งดำรงพระอิสริยยศที่เจ้าฟ้ามหามงกฎุ ขณะยังทรงผนวชอยใู่นเพศบรรพชิตราวปี พ.ศ. ๒๓๙๑ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระองค์มีศัตรูมุ่งร้ายอยู่คือ “หม่อมไกรสร”ที่มีความหมายมั่นจะขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบต่อจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเห็นพระองค์เป็นคู่แข่งสำคัญ จึงหาวิธีกลั่นแกล้งทุกวิถีทางเพื่อหวังให้พระองค์ท่านเกรงกลวัขนาดครั้งหนึ่งขณะทรงออกบิณฑบาต “หม่อมไกรสร”ได้ตั้งใจนำข้าวต้มร้อนจัดมาใส่

บาตร ทำให้พระองค์ได้รับทุกขเวทนาอย่างมาก แต่ก็ทรงยึดหลักธรรมวางอุเบกขาไม่ตอบโต้ ต้องใช้ขันติธรรมต่อสู้กับการโดนกลั่นแกล้งอยู่ตลอดเวลา กระทั่งวันหนึ่งมีพสกนิกรที่มีความศรัทธาในพระองค์ นำพระพุทธรูปมาถวาย ท่านรับมาพิจารณาเห็นว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะแปลกตา แต่มีความงดงามน่าเลื่อมใสศรัทธาจึงทรงรับไว้ จัดที่อันควรประดิษฐานไว้และทำการสักการะบูชาอยู่อย่างสมํ่าเสมอ นับแต่นั้นมาเหตุร้ายต่างๆได้ที่เุลาลงโดยเฉพาะ “หม่อม

ไกรสร” คู่กรณีต้องประสบเหตุแพ้ภัยตัวเอง ด้วยกระทำผิดกฎมณเฑียรบาลอย่างร้ายแรง สุดท้ายต้องอาญาแผ่นดินโดนสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์สิ้นชีพ ณ วัดปทุมคงคาเมื่อเหตุการณ์จบลง พระภิกษุเจ้าฟ้ามหามงกุฎ ทรงพิจารณาเห็นว่าตั้งแต่ได้พระพุทธรูปองค์นี้มาสักการะบูชา ไพรีราชศัตรูของพระองค์ก็แพ้พ่ายพินาศย่อยยับไปจนสิ้นจึงถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ ซึ่งมีพุทธลักษณะเป็น พระศิลาขนาดหน้าพระเพลา ๑ คืบ๔ นิ้ว (๓๓ ซ.

ม.) สูงตลอดรัศมี ๑ ศอก(๕๓ ซ.ม.) ศิลปะในองค์พระบอกสมัยศรีวิชัย ประทับนั่งปางประทานอภัยอย่างพระรัตนสัมภาวะของนิกายมหายานว่า “พระไพรีพินาศ”กาลต่อมาเมื่อพระองค์ลาสิกขาสละเพศบรรพชิตเพื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจาก พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็น พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงให้จัดพิธี“ผ่องพันไพรี” อันเป็นพระราชพิธีที่แสดงถึงบุญญาบารมีของพระองค์ที่สามารถผ่านพ้นการปองร้ายของศัตรูมา

ได้ โดยมิต้องตอบโต้ประการใด และด้วยเชื่อว่าเป็นด้วยพระพุทธานุภาพของ “พระไพรีพินาศ”เห็นว่าพระองค์นี้ ควรประดิษฐานอยู่กับวัดจึงพระราชทานให้ไว้แต่บัดนั้น โดยจัดที่ประดิษฐานไว้ในเก๋งจีนด้านทิศเหนือของมหาเจดีย์องค์ประธาน “พระไพรีพินาศ”เริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลาย ด้วยสาธุชนที่มีโอกาสได้เข้าสักการะบูชาต่างลํ่าลือถึงอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ด้านกำจัดเภทภัยสลายศัตรู ชื่อเสียงขจรกระจายสูงขึ้นไปตามวันเวลามีผู้ปรารถนาอยากได้รูปเหมือนจำลอง

องค์ท่านไปติดตัวบูชากันมากกระทั่งถึงวันครบรอบพระชนมายุครบ๘๐ พรรษาของสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๕ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จพระราชดำ เนินบำ เพ็ญพระราชกุศลถวายในกาลนี้ คณะกรรมการผู้ดำเนินงานเห็นควรให้มีการจัดสร้างวัตถุมงคลจำลองพระไพรีพินาศขึ้นเป็นที่ระลึก โดยกราบบังคมทูลขอพระราชานุญาติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นประธานเททอง วัตถุมงคลที่จัดสร้างประกอบด้วย

พระบูชาขนาด ๓ นิ้วพระกริ่งไพรีพินาศ (บัวแหลม-บัวเหลี่ยม)พระชัยวัฒน์ เหรียญปั๊มทองคำ ทองคำลงยา เงินลงยาและทองแดง นับเป็นการจัดสร้างวัตถุมงคล “พระไพรีพินาศ”รุ่นแรกของวัดบวรนิเวศน์ปัจจุบัน พระไพรีพินาศรุ่นนี้จัดเป็นพระเครื่องที่มีชื่อเสียงอยู่ในระดับพระยอดนิยมของวงการพระเครื่อง ที่มีราคาค่าความนิยมอยู่ในหลักแสนทีเดียวผู้อ่านท่านใดรู้สึกว่ามีศัตรูหรือกำลังจะมี หากไม่มั่นใจว่าจะรับมือไหวอยากจะแสวงหา “พระไพรีพินาศ” รุ่นนี้มาบูชา

ช่วยให้อุ่นใจอีกแรง ผมก็สนับสนุนแต่ก่อนจะตัดสินใจจ่ายสตางค์เช่าบูชา ต้องให้มั่นใจว่าเป็นของแท้แน่นอนฯ ครับ จะได้ไม่ต้องมีศัตรูเพิ่มโดยไม่ตั้งใจครับ และเพื่อให้ท่านมีภูมิรู้พื้นฐานในการพจิารณาพระแท้ที่เป็นมาตรฐาน ผมได้เปิดคอลัมส์ “ครูพักลักจำ” นำภาพพระแท้แบบว่า “สวยดูง่าย”มาขยายใหญ่ชี้ตำหนิบอกเคล็ดลับควรรู้เบื้องต้นในการพิจารณาพระแท้ไว้อย่างพร้อมมูลลองศึกษาดูนะโบราณว่าไว้“รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม” จริงไหมครับ!!! 

53 บุคคลอัปรีย์ปี '52

ที่มา Thai E-News


53 บุคคลอันตรายแห่งปี-ไทยอีนิวส์รวบรวม 53 บุคคลอันตรายที่สุดต่อระบอบประชาธิปไตยแห่งปี'52 โดยที่บุคคลอัปรีย์ดังกล่าวส่วนใหญ่ยังคงครองตำแหน่งไว้เหนียวแน่น ต่อเนื่องจากการจัดอันดับในปีที่แล้ว และมี"หน้าใหม่"ที่เป็นบุคคลอันตรายถูกจัดไว้ในบัญชีใหม่ในปีนี้จากผลงานอัปรีย์ต่อระบอบประชาธิปไตย


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 ธันวาคม 2552

ปีพ.ศ. 2552 กำลังก้าวผ่านไป ย่างเข้าปีใหม่'53 คนไทยยังเผชิญทุกข์สาหัสกับสภาพบ้านเมืองที่แตกแยกออกเป็นเสี่ยง ต่อไปนี้คือ"53 MOST WANTED" หรือผู้ที่ก่อกรรมทำเข็ญไว้กับประเทศไทยอย่างหนัก ประชาชนชาวไทยจึงต้องจารึกชื่อพวกเขาไว้ในบัญชีหนังสุนัข แต่ไม่ต้องรอวันชำระบัญชี เพราะทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วนั้นเป็นเรื่องจริง ตอนนี้คนพวกนี้กำลังเสวยกรรมชั่วอย่างแสนสาหัสอยู่แล้ว


โดยจะขอไล่เรียงเป็นประนามานุกรม 53 บุคคลอันตรายสำหรับประชาธิปไตยไทย เรียงลำดับตามอักษรดังต่อไปนี้

1.กษิต ภิรมย์

ก่อกรรม-ร่วมมือกับโจรก่อการร้ายพันธมิตรโค่นล้มรัฐบาลจากระบอบประชาธิปไตย ขึ้นเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศจากแรงหนุนของ"เส้นใหญ่" แล้วก่อเรื่องกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน ออกแผนกำจัดทักษิณ ชินวัตร ที่ประชาชนเลือกเป็นนายกฯ

ผลกรรม-เจออัปยศตลอดปี นับแต่ต้องเผ่นลงเรือหนีในสภาพน่าสังเวชตอนอาเซียนซัมมิต ตอนกลางปีโดนตั้งข้อหาเป็น1ในผู้ก่อการร้ายยึสนามบิน มาปลายปีสื่อทำเนียบตั้งฉายาให้เป็นไส้ติ่งรัฐบาล ถูกรัฐบาลกัมพูชากล่าวหาว่าเป็นตัวการล้วงความลับจนนำไปสู่การ"จับแพะ"นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ แต่นายกษิตหลบหน้าสังคมเกาะเก้าอี้แน่น ทำหน้าที่ให้เกียรติภูมิของชาติตกต่ำ

2.แก้วสรร อติโพธิ

ก่อกรรม-อิงอำนาจคณะรัฐประหารตั้งให้เป็นกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินรัฐบาลจากระบอบประชาธิปไตย โดยไม่อิงหลักกฎหมาย แต่เต็มไปด้วยอคติ
ผลกรรม-โดนสนธิ ลิ้มทองกุล หักหลังตัดหางปล่อยวัด สั่งสาวกพันธมิตรฯไม่ให้เลือกเป็นผู้ว่าฯกทม. ขณะที่ชาวกรุงเทพฯไม่ไว้วางใจให้เป็นผู้ว่าฯ แวดวงวิชาการตั้งข้อรังเกียจว่ารับใช้คณะรัฐประหาร เป็นแค่เนติบริกรเผด็จการ

3.กนก รัตน์วงศ์สกุล

ก่อกรรม-ผู้เล่าข่าวเครือNATIONไม่เป็นกลาง เอียงข้างพันธมิตร โฆษกกระบอกเสียงเผด็จการ ระรานฝ่ายประชาธิปไตย
ผลกรรม-ขาดความเชื่อถือจากฝ่ายประชาธิปไตย และผู้ชมทั่วประเทศ กนกโผล่ปั๊บ คนกดรีโมตหนีพร้อมยี้กันทั่วประเทศ ล่าสุดทำตัวน่าเกลียดโฆษณาขายหุ้นจองเครือเนชั่น(NBC)ว่าใครจองหุ้นตัวนี้จะรวยเละ แต่ปรากฎว่าคนที่จองซื้อไว้ซวยเละเพราะหลุดจอง จึงโดนกลต.อยู่ระหว่างตรวจสอบ มีฐานความผิดปั่นหุ้นและโฆษณาอันเป็นเท็จ ระวางโทษจำคุกถึง3ปี

4.เครือข่ายแวดวงนักข่าวสื่อเห้-คลิ้กดูรายละเอียด

กรรมที่ก่อ-ขาดจรรยาบรรณ ไม่เป็นกลาง เอียงข้างพันธมิตร ใกล้ชิดเผด็จการ ระรานประชาธิปไตย โฆษณาชวนเชื่อให้ระบอบอำมาตย์

ผลกรรม-ขาดความเชื่อจากฝ่ายประชาธิปไตย ประชาชนเลิกอุดหนุนซื้อหา หันไปติดตามสื่อต่างประเทศ และสื่อทางเลือกแทน บางรายล้มละลายคือเครือผู้จัดการ บางรายต้องขายของเก่ากินเช่นเครือเนชั่น ฝ่ายประชาธิปไตยมองเป็นแค่"สื่อมวลชั่ว"หมดสิ้นความเชื่อถือ

5.คำนูณ สิทธิสมาน(อ่านบทประนามฯจากดาวแดงถึงผ้าพันคอสีฟ้า คลิ้กที่นี่)

ก่อกรรม-เป็นสมุนรับใช้สนธิลิ้มทั้งในกระบอกเสียงพันธมิตรคือผู้จัดการ และเป็นหัวโจกกลุ่ม40สว.ทาสเผด็จการ เป็นหัวหอกกล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยเป็นขบวนการล้มเจ้า ดึงสถาบันเบื้องสูงลงมาเป็นเครื่องมือการเมือง

ผลกรรม-ถูกบันทึกชื่อในฐานะผู้ทรยศต่อชาติและประชาธิปไตยฝ่ายประชาชน ไปเป็นสมุนกากเดนศักดินา

6.จรัญ ภักดีธนากุล

ก่อกรรม-ร่วมมือกับพันธมิตร ตัดสินพิพากษาโดยขาดหลักนิติธรรม ลำเอียงโดยอคติ เปิดพจนานุกรมลากเอาผิดฝ่ายปฏิปักษ์การเมืองของอำมาตย์
ผลกรรม-ถูกแฉว่ามีพฤติการณ์เดียวกับจำเลยที่ถูกตัดสิน คือไปรับจ้างเอกชน แต่สีข้างเข้าถูกไม่ต้องรับผิด ต้องเสื่อมเกียรติยศ ถูกแฉว่าภรรยามีพฤติการณ์ในทางชั่ว

7.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง(อ่านรายละเอียด เสือเจ็บไม่ร้อง หมาเจ็บร้องเอ๋ง คลิ้กที่นี่

ก่อกรรม-ทำลายล้างรัฐบาลจากการเลือกตั้ง รับใช้เผด็จการ ประสานงานพันธมิตร ใกล้ชิดสื่อโจร
ผลกรรม-หมดความน่าเชื่อถือทั้งในฐานะนักวิชาการ สื่อ นักการเมือง ถูกตีตราเป็นเป็นเพียงข้ารับใช้เผด็จการหมดราคา

8.จำลอง ศรีเมือง(ดูรายละเอียดใน9กบฎพันธมิตร คลิ้ก)

ก่อกรรม-เป็นหัวหน้าโจรก่อการร้ายพันธมิตรอันดับ2นำโจรยึดทำเทียบ ไฮแจ็คสนามบิน ทำลายความสามัคคีในชาติ
ผลกรรม-ทำให้ชาติแตกแยกเป็นสามัคคีเพท สั่นคลอนสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ส่วนจำลองหมดความนับถือจากคนที่เคยศรัทธา แม้แต่พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี เพื่อนซี้ก็ตีจากเพราะเดินทางผิด ถูกดำเนินคดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน ถูกการบินไทยฟ้องเรียกค่าเสียหาย500ล้านบาท

9.จารุวรรณ เมณฑะกา

ก่อกรรม-เป็นเครื่องมือเผด็จการคมช.ตรวจสอบยึดทรัพย์รัฐบาลจากการเลือกตั้งโดยกฎหมายที่ตราขึ้นโดยเผด็จการ
ผลกรรม-ถูกตรวจสอบกลับว่ามีพฤติการณ์มิชอบทั้งตั้งลูกกินเงินเดือนปปง. พาลูกเที่ยวเมืองนอก จ้างเพื่อนรับงานราชการ สร้างคฤหาสถ์ใหญ่โตแต่อ้างว่าค่าสร้างแค่4ล้าน


10.ชัยอนันต์ สมุทวนิช(อ่านรายละเอียด อ.ย.ม.ชัยอนันต์ คลิ้กที่นี่)

ก่อกรรม-เป็นกูรูและนักคิดให้กับสนธิลิ้มและพันธมิตรหลายเรื่อง รวมทั้งการเมืองใหม่ นายกฯม.7 ทำลายประชาธิปไตย ฝักใฝ่ศักดินา กล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยว่าจะตั้งสาธารณรัฐประเทศไทยอย่างไร้มูล
ผลกรรม-เสื่อมความนับถือในวงวิชาการทั้งนานาชาติและในประเทศ ถูกแฉว่าอยากเป็นองคมนตรีจนเอาเกียรติยศเข้าแลก

11.ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์

ก่อกรรม-เป็นม้าใช้ให้สนธิกับจำลองเคลื่อนไหวทำลายประชาธิปไตย พยายามสร้างองค์กรจัดตั้งในภาคอีสาน แต่จุดไม่ติด
ผลกรรม-จัดตั้งองค์กรหน้าม้าในอีสานล้มเหลว ลงส.ส.สอบตกแต่ขี้แพ้ชวนตี เสื่อมเกียรติภูมิที่เคยสร้างไว้ในตอนพฤษภา35 ถูกจับข้อหากบฎยึดทำเนียบ ถูกดำเนินคดีก่อการร้ายยึดสนามบิน

12.ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย

ก่อกรรม-อดีตคนเดือนตุลา เคยรับใช้ไกรศักดิ์และพล.อ.ชาติชายตอนนี้มารับใช้สนธิลิ้ม และพาลูกชายอ้วนดำโน้ต-ยุรชัฎมาเคลื่อนไหวต่อต้านประชาธิปไตย ไส่ไฟว่าฝ่ายประชาธิปไตยเป็นขบวนการล้มเจ้า
ผลกรรม-คนเดือนตุลาต่างก็ตั้งข้อรังเกียจชัชวาลย์ที่ขายตัวให้กับสนธิและพวกกากเดนศักดินาทำลายประชาธิปไตย

13.แซมดิน เลิศบุศย์

ก่อกรรม-เป็นหัวการ์ดพันธมิตร สายสันติอโศก เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ยึดหอบังคับการบิน

ผลกรรม-ถูกดำเนินคดี1ใน36ผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน

14.ณรงค์ โชควัฒนา

ก่อกรรม-เครือสหพัฒน์เป็นสปอนเซอร์ให้พันธมิตรออกนอกหน้า เพื่อแลกกับให้สนธิลิ้มโจมตีโมเดิร์นเทรด เพื่อปกป้องธุรกิจผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคผูกขาดของตน
ผลกรรม-ประชาชนไทยหันไปซื้อของห้างโมเดิร์นเทรดมากขึ้น สหพัฒน์ทำท่าจะเป็นเสือลำบาก และเสือโหยในปีเสือนี้

15.ดุสิต นนทนาคร

ก่อกรรม-อาศัยเส้นใหญ่ศักดินาขึ้นเป็นประธานหอการค้าแบบข้ามหัวแคนดิเดตอย่างน่าเกลียด เพื่อทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้อำมาตย์ ต่อต้านประชาธิปไตย หนุนหลังรัฐบาลหุ่นเชิด กล่าวหาว่าฝ่ายประชาธิปไตยทำลายชาติ

ผลกรรม-ถูกวงการหอการค้าและวงการพ่อค้านินทาว่ามีที่มาอย่างขาดความชอบธรรม ไม่ได้เคลื่อนไหวปกป้องวงการค้า แต่เอาหัวโขนไปรับใช้อำมาตย์

16.เทพชัย หย่อง

ก่อกรรม-หลังจากร่วมกับสุทธิชัย หยุ่น พี่ชายก่อหนี้ในITVล้นพ้นตัว และใช้อิทธิพลคมช.ทุบITVทิ้งแล้วแปลงมาเป็นTPBSก็กลับเข้ามายึดกุมอีกครั้ง โดยที่ทิ้งขี้สัมปทานหลายหมื่นล้านของITVไว้เบื้องหลัง และน้ำตาของผู้ถือหุ้นรายย่อย
ใช้TPBSเป็นกระบอกเสียงให้อำมาตย์โฆษณาชวนเชื่อ ดิสเครดิตฝ่ายประชาธิปไตย

ผลกรรม-หย่องบอกว่าจะมาเป็นกรรมการผู้อำนวยการแค่ช่วงก่อตั้ง แต่แล้วก็สมัครเข้ามาเป็นผู้อำนวยการหลังจากล็อกสเป็กให้ตัวเองเรียบร้อย ท่ามกลางเสียงสาปแช่งก่นด่าของฝ่ายประชาธิปไตย และขี้เหล้าขี้ยาที่ผลาญภาษีย่ำยีปชต.

17ธีรยุทธ บุญมี(ดูรายละเอียดใน กาฝาก 14 ตุลาและ"ปัญญาชนบริกร" )


ก่อกรรม-วิพากษ์วิจารณ์กัดติดประดิดประดอยถ้อยคำด่าทอรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชน แล้วยกยอพวกเผด็จการจากรัฐประหาร ยิ่งพอเป็นรัฐบาลเผด็จการอำมาตย์หุ่นเชิดอย่างในปัจจุบันก็ทำตัวเงียบหาย ไม่ออกมาวิจารณ์เลย

ผลกรรม-ถูกคนเดือนตุลาให้ฉายาว่าเป็นกาฝาก14ตุลาและปัญญาชนบริกร สิ้นไร้ความนับถือตกเป็นที่สาบแช่งของญาติวีรชน14ตุลาฯ

18.ธีระ ธัญไพบูลย์

ก่อกรรม-เล่าข่าวทางเนชั่น ช่อง 3 ช่อง9แบบเป็นกองเชียร์เผด็จการ ระรานฝ่ายประชาธิปไตย ฝักใฝ่ไสยศาสตร์ ออกนอกหน้าและน้ำเสียง ครั้งหนึ่งเคยใส่เสื้อเหลืองออกทีวีชวนเชิญคนทั้งประเทศให้ทำตาม อ้างว่าแก้คุณไสยเขมร เล่นตามที่พวกม้อบโกเต๊กซ์นิยมไสยดำ
ผลกรรม-คนดูเรียกขานว่าชินจัง ทำให้ต้นตำหรับการ์ตูนญี่ปุ่นเดือดร้อนมาก เพราะคนชังมากกว่าคนชอบแบบชินจังในการ์ตูน

19.เนวิน ชิดชอบ

ก่อกรรม-ทำตนเป็นหมาหลายเจ้าบ่าวหลายนาย ตอนหนีจากนายบรรหารก็ด่าว่า"เตียบเตี้ยบ" หนีจากทักษิณก็ว่า"มันจบแล้วครับนาย" ตอนเล่นงานคมช.ก็อ้างว่าทหารปฏิวัติเสร็จพาขึ้นรถตู้ปล่อยลงมาถอดเสื้อผ้าหมดต้องหนีตายแบบโทงเทง จัดตั้งเสื้อสีน้ำเงินกอ่เหตุมือที่3ล้มประชุมอาเซียนซัมมิต ขนรถแก๊สมาแฟลตดินแดงตอนสงกรานต์เลือด แล้วป้ายขี้ให้เสื้อแดง เคลื่อนไหวเป็นแกนนำพรรคภูมิใจไทย โดยไม่ถูกยุบพรรคหรือสั่งห้าม
ผลกรรม-หากผลกรรมที่จะเกิดขึ้นก็คงเป็น"นายใหม่"ไม่ว่าจะเป็นแฝดอินจันอภิสิทธิ์ หรือนายอนุพงษ์ และนายหญิงใหญ่ เร็วๆนี้

20.นพดล กรรณิการ์

ก่อกรรม- ใช้เอแบคโพลล์เป็นเครื่องมือหนุนรัฐบาลระบอบหุ่นเชิดอำมาตย์แบบเปิดปุ๊บติดปั๊บ ฝืนมติมหาชนที่แท้จริง ขนาดคู่แข่งอย่างกรุงเทพโพลล์ให้รัฐบาลหุ่นเชิดสอบตกได้คะแนน3.87เต็ม10 แต่เอแบคโพลล์ดั้นเมฆว่าคนไทยหนุนอภิสิทธิ์เพิ่มเป็น70%

ผลกรรม-ถูกแฉว่าเข้าไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อรับงานจากนายอภิสิทธิ์เป็นประจำ ทำให้ผลโพลล์หมดความน่าเชื้อถือ

21.เปรม ติณสูลานนท์

ก่อกรรม-มหาอำมาตย์ใหญ่นายพลอาวุโสเปรมชอบบอกว่าให้ตอบแทนแผ่นดิน ซึ่งแปลว่าตอบแทนคนๆเดียวหรือตระกูลเดียว แล้วย่ำยีคนทั้งแผ่นดิน ชอบพูดเรื่องคุณธรรมจริยธรรม แปลว่าการเล่นพรรคเล่นพวกระบบอุปถัมภ์ ให้ทำดี แปลว่า ทำชั่วได้ทุกอย่างหากเปรมเห็นว่าดีแล้ว ชอบพูดว่าคนไทยโชคดีที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ซึ่งความหมายจริงๆก็คือโชคร้ายที่สุด ชอบกล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยว่าทรยศชาติ ซึ่งแปลว่าคนไทยกำลังสร้างชาติสร้างประชาธิปไตย

ผลกรรม-จากที่มีฐานะอยู่สูงเป็นถึงประธานองคมนตรี คนกราบไหว้เหมือนอยู่บนหิ้ง ก็ลงมาต่ำเป็นขี้ปากชาวบ้านร้านตลาด เป็นเป้าหมายของการสาปแช่ง หมดแล้วซึ่งความขลังศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่ลูกน้องเก่าอย่างบิ๊กจิ๋วหรือขุนทหารก็พากันตีจากมาต่อต้าน มีแต่รอวันถูกโค่นล้มหรือเสื่อมสลายในฐานะมาสเตอร์มายด์ของฝ่ายอำมาตย์


22.ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา


ก่อกรรม-เป็นล็อบบี้ยิสต์ตัวกลางให้นายใหญ่ของขบวนการอำมาตย์ในการกำจัดทักษิณทุกทาง โดยถูกพลเอกพัลลภ ปิ่นมณี กล่าวหาว่ารวมทั้งวางแผนลอบสังหาร และสั่งการให้แวดวงตุลาการขจัดพรรคการเมืองที่สนับสนุนทักษิณที่บ้านซอยสุขุมวิท รวมทั้งเป็นหัวหน้าฝ่ายการสร้างpropagandaให้กับคนๆเดียว

ผลกรรม--ถูกแฉว่าเป็นตัวกลางในการประสานงานฝ่ายทหาร ตุลาการ เครือข่ายอำมาตย์ในการกำจัดขบวนการประชาธิปไตย ปลูกฝังลัทธินิยมอำมาตย์เผด็จการศักดินาให้หยั่งรากถาวรในไทย

23.ประสงค์ สุ่นศิริ

ก่อกรรม-แค้นในอดีตที่จำลอง ศรีเมือง อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรมปลดออกจากรัฐมนตรีต่างประเทศ แล้วตั้งทักษิณเป็นแทนจึงตามจองล้างจองเวรไม่สิ้นสุด ทั้งบนดินใต้ดิน ทั้งทำให้ชาติพินาศย่อยยับ และวางแผนวินาศกรรม ลอบสังหาร ยึดอำนาจ ชั่วๆมาจากสมองของคนๆนี้
ผลกรรม-กินแห้วมาตลอด ลุ้นตำแหน่งนายกฯยุคคมช.ก็อด ลุ้นประธานสภาสสร.ก็แห้ว ล่าสุดทวงบุญคุณว่าประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลเพราะพันธมิตร(ภายใต้การวางแผนของสงค์เสี้ยม)ลงทุนยึดทำเนียบ ปิดสภา บุกตีบชน. ไฮแจ็คสนามบิน แต่ก็แห้วตามเคย

24.ประชัย เลี่ยวไพรัตน์

ก่อกรรม-เป็นสปอนเซอร์ให้เผด็จการ สนับสนุนพันธมิตร เพื่อหวังจะคว้าTPIไว้ เนื่องจากเสียประโยชน์หาว่ารัฐบาลทักษิณไม่โอบอุ้ม พอโค่นรัฐบาลได้ก็ตั้งพรรคมัฌชิมาประชาธิปไตย แต่ล้มเหลว ตอนนี้เป็นนายทุนให้วิทยุคลื่นเก้าสิบสองสลึง

ผลกรรมตั้งพรรคมัฌชิมา ถูกป๋าเหนาะเย้ยว่าเป็นอนุบาลการเมือง หมดเปลืองเงินไปร่วมพันล้านแต่ตัวเองกับลูกทีมสอบตกกราวรูด ได้เป็นส.ส.เฉพาะกลุ่มก๊วนนายสมศักดิ์ และถูกลูกน้องสมศักดิ์เฉดพ้นพรรคแบบเจ็บแสบ

25.ปราโมทย์ นาครทรรพ

ก่อกรรม-เป็นนักวิชาการร่วมรุ่นของชัยอนันต์ มีบทบาทเขียนบทความใส่ไคล้เรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ กับหนุนระบบศักดินาคร่าทำลายประชาธิปไตย มาปีนี้ผุดเรื่องปฏิญญาดูไบอีกรอบ
ผลกรรม-ถูกประนามหยามหมิ่นว่านำชื่อเสียงเกียรติคุณที่เคยอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยในอดีตมาทำป่นปี้ตอนแก่

26.เปลว สีเงิน

ก่อกรรม-ทำหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์มีจุดยืนมั่นคงคือเป็นใบปลิวโจมตีทักษิณมาแต่ไหนแต่ไร และทำหน้าที่เป็นกุนซือให้กับพันธมิตรกับฝ่ายเผด็จการ หลังๆก็เอียงข้างศักดินาๆไปด้วย ล่าสุดปลด"ใบตองแห้ง"คอลัมนิสต์ที่นำเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นที่รอบด้าน เพราะเปลวอยากให้ไทยโพสต์เป็นกระบอกเสียงอำมาตย์อย่างเดียว

ผลกรรม-ทำหนังสือพิมพ์เจ๊ง ยอดขายไม่พอหล่อเลี้ยงตัว โฆษณาไม่เข้า แต่ได้รัฐบาลระบอบอำมาตย์ขุนเอาไว้แลกกับการเป็นกองเชียร์ระบอบหุ่นเชิด ถูกวงการและนักสิทธิสื่อประณามที่คุกคามสื่อ"ใบตองแห้ง"อย่างไร้ยุติธรรม

27.ประเวศ วะสี-

ก่อกรรม-สถาปานาตัวเป็นราษฎรอาวุโส กล่าวร้ายว่าทักษิณควรยุติบทบาททางการเมือง ยอมจำนนต่อการปฏิวัติรัฐประหาร หากเคลื่อนไหวอยู่ก็เป็นไปเพื่อคนๆเดียว

ผลกรรม-เปิดเผยธาตุแท้ล่อนจ้อนว่าเป็นเครือข่ายอำมาตย์ ไม่ศรัทธาฝ่ายประชาธิปไตย ดูแคลนความเคลื่อนไหวพลังของประชาชน ทำให้เสื่อมเสียความเชื่อถือทั้งในและนานาประเทศ

28.พิภพ ธงชัย

ก่อกรรม-พิภพทิ้งหมู่บ้านเด็กเมืองกาญจน์และสังคมอุดมคติไว้เบื้องหลัง แล้วก้าวมาเป็น1ในแกนนำพันธมิตรที่มีทัศนะนโยบายล้าหลังคลั่งศักดินา ฉุดรั้งประชาธิปไตยถอยลงคลอง เสนอการเมืองระบบอภิสิทธิชน70:30หมิ่นแคลนสิทธิ์เสียงประชาชน หลังยึดสนามบินนำไปสู่การโค่นรัฐบาลจากประชาชนเลือกตั้งแล้ว พิภพได้โบนัสจากลิ้มให้ไปทัวร์อียิปต์10วันเป็นรางวัลตอบแทน

ผลกรรม-นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว เอ็นจีโอจำนวนมากประกาศตัดหางพิภพออกจากขบวนการ และให้เลิกอ้างว่าเคลื่อนไหวในนามภาคประชาชนอีกต่อไป พร้อมทั้งเรียกร้องให้วิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบพันธมิตรที่เคลื่อนไหวล้าหลังคลั่งศักดินาจารีตด้วย

29.โพธิรักษ์

ก่อกรรม-สมณะโพธิรักษ์นักบวชหัวรุนแรงที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ไปเป็นสังคมชาวพุทธในอุดมคติที่ไม่มีอยู่จริง ปฏิเสธต่อต้านทุนนิยม ทำลายความเป็นปุถุชนของมนุษย์ ถึงขั้นตั้งพรรคเพื่อฟ้าดินที่มีนโยบายแบบการเมืองใหม่ และใช้ชาวอโศกผู้ศรัทธาเป็นสันหลังของม็อบ193วัน เพราะคนเหล่านี้ทุ่มกายถวายชีวิตให้ศาสดาโพธิรักษ์
ผลกรรม-ประชาชนผู้รักชาติ และพิทักษ์พุทธศาสนาที่เดินสายกลางไม่หัวรุนแรงพากันต่อต้านศาสนาโพธิรักษ์แผ่กว้างออกไปทั่วประเทศ ทั้งที่บึงกุ่ม นครปฐม อุบลราชธานี และศรีษะเกษบ้านเกิดโพธิรักษ์

30.ไพศาล พืชมงคล(อ่านรายละเอียด จาก"โค่นล้มศักดินา"ถึง"โอ้ว่าพระทูลกระหม่อมแก้ว" คลิ้ก )

ก่อกรรม-จากนักประชาธิปไตยเคลื่อนไหวเพื่อกรรมกรในอดีต ไพศาลมารับใช้ขุนศึกอำมาตย์ เป็นหัวสมองให้พันธมิตร เขียนประกาศคณะรัฐประหารให้คมช. จากที่เคยเขียนเพลง"เสียงครวญของมวลกรรมกร"มาเขียนเชิดชูบทบาทศักดินาใหญ่ที่ไปงานศพคนของพันธมิตร
ผลกรรม-เช่นเกียวกับนักต่อสู้นักเคลื่อนไหวในอดีตที่เปลี่ยนสีแปรธาตุ ทำให้ประชาชนต้องสาปแช่ง

31.ภูวดล ทรงประเสริฐ(อ่านรายละเอียด มือเผา14ตุลาฯเปี๊ยนไป๋! คลิ้กที่นี่)

ก่อกรรม-จากเลขาธิการสมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย ทำให้มีสายสัมพันธ์ที่แน่นเหนียวกับชัยอนันต์ คนกินเงินเดือนของสนธิลิ้ม ทำให้ภูวดลปักหลักบนเวทีพันธมิตร ด้วยการด่าชนิดแม่ค้าปากตลาดอาย ทำให้พันธมิตรฮาร์ดคอร์ชื่นชมมีแม่ยกติดเกรียว
ผลกรรม-อย่างไรก็ตามจำลอง ศรีเมือง ขาใหญ่เบอร์2พันธมิตรไม่ถูกหู สั่งปิดไมค์ของภูวดล แล้วไล่ลงเวที ภูวดลเครียดจัดเป็นอัมพาตครึ่งตัว ตอนนี้ยังนอนพักรักษาตัวยาวอยู่ที่โรงพยาบาล พูดจาด่าใครไม่ได้อีกแล้ว

32.มาลีรัตน์ แก้วก่า

ก่อกรรม-จากอดีตนักกิจกรรมยุค6ตุลา เข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์พบรักกับ"อ๋า"ธัญญา ผู้นำนักศึกษายุค14ตุลา ต่อมาชาวสกลนครเลือกให้เป็นส.ส. ก่อนจะวิญญาณนักเคลื่อนไหวเก่าเข้าสิงสู่ มาประจำเวทีพันธมิตร
ผลกรรม-มาลีรัตน์ก็เช่นเดียวกับพวกพันธมิตรหลายคนคือเมื่อมาเป็นพธม.ก็ถูกปฏิเสธจากประชาชน จนสอบตกในการเลือกตั้ง(เช่นเดียวกับการุณ ใสงาม,สำราญ รอดเพชร,ประพันธ์ คูณมี,พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ,อมร อมรรัตนานนท์,ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ฯลฯ)แต่แทนที่จะสำนึกที่ประชาชนสั่งสอนบทเรียน กลับหันไปสมคบกับนายทุน ขุนศึก ศักดินาคร่าทำลายประชาธิปไตย และเรียกหาการเมืองใหม่70:30เหมือนจะแก้แค้นที่ประชาชนไม่ยอมเลือกพวกตนเข้าสภา

33.รสนา โตสิตระกูล

ก่อกรรม-รสนาเคยเป็นเพียงปัญญาชนสายที่สาม คือไม่ขวาไม่ซ้าย เป็นแบบalternativeที่ใกล้ชิดไปทางส.ศิวรักษ์ที่เน้นเรื่องอุดมคติทางศาสนาพุทธแบบปัญญาชน ต่อต้านทุนนิยมโลกาภิวัตน์ มามีชื่อเสียงจากการตรวจสอบเรื่องทุจริตยา แต่รสนาเป็นนักการเมืองที่แย่ คือเอียงขวาสุด ผูกติดกับพันธมิตร เป็นปี่เป็นขลุ่ยกับเผด็จการ 1ใน40สว. ต่อต้านฝ่ายประชาธิปไตย

ผลกรรม-รสนาเข้าไปโหวกเหวกด่าการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายสมชาย ในสภาพ"ซุกสามี"สันติสุข โสภณศิริ ลูกศิษย์ใกล้ชิดส.ศิวรักษ์ และเป็นเพื่อนน้ำมิตรของเปี๊ยก-พิภพ ธงชัยอีกคน ขณะที่ในลีลาบรรยากาศแบบเดียวกันของการแถลงนโยบายรัฐบาลอภิสิทธิ์ นอกจากไม่โวยวายแล้ว รสนายังชื่นชมจนออกนอกหน้าอีกด้วย รสนายังถูกแฉว่าต่อต้านปตท.ไม่ให้อยู่ในตลาดหุ้น แต่พวกตนกลับกินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องมีหุ้นปตท.ซะเอง

34.วัชระ เพชรทอง

ก่อกรรม-แจ็คเป็นอดีตนักศึกษาโข่งรามคำแหง ร่วมรุ่นกับตู่-จตุพร พรหมพันธุ์ แข่งขันกันตั้งแต่อยู่รั้วพ่อขุน จนออกมาสู่สนามใหญ่ ขณะที่ตู่ยืนอยู่บนเวทีนปช. แจ๊คไปโผล่ที่เวทีเสื้อเหลือง ควบกับเป็นบก.แนวหน้าตามราวีล้างผลาญรัฐบาลประชาธิปไตย ก่อนจะลงเลือกตั้งซ่อมได้เป็นส.ส.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ยังไม่ทิ้งสันดานเดิม

ผลกรรม-แจ็คเคยชื่นชมนักปฏิวัติฝ่ายซ้ายเชกูวาร่ามาก จนถึงขั้นพิมพ์หนังสือขาย มาวันนี้โลกสวิงไป180องศาถึงวันที่แจ๊คต้องเล่นบทคลั่งไคล้ใหลหลงศักดินาใหญ่เข้าให้บ้าง แต่ที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือตอนนี้เขาต้องเจอตู่-จตุพร คู่กัดตลอดกาลออกมาเคลื่อนไหวขย่มรัฐบาลเทพประทานอย่างหนัก

35.วีระ สมความคิด

ก่อกรรม- เป็นมือตีนให้สนธิลิ้มเคลื่อนไหวล้าหลังคลั่งชาติจะบุกยึดเขาพระวิหารคืนจากเขมรหลายหน จากนั้นเกณฑ์กองกำลังโจรศรีวิชัยไปทำร้ายประชาชนชาวภูมิสรอลที่รักถิ่นฐานและรักสันติภาพ

ผลกรรม-ทำตัวเสมือนว่าเก่งกล้าสามารถ แต่พอเขมรจะเอาจริงก็ป๊อดมาปักธงยึดเขาพระวิหารจำลองที่บางปูแทน ทำให้เกียรติภูมของไทยตกต่ำสุดกู่เป็นตัวตลกในเวทีประชาคมโลก

36.ศิริชัย ไม้งาม

ก่อกรรม-ไม้ เป็นนักสหภาพที่นำคนสหภาพเข้าร่วมเป็นเนื้อเดียวกับพันธมิตรทุกความเคลื่อนไหว เขาขู่ตัดน้ำตัดไฟประชาชนเพื่อหวังผลชนะในการม็อบ โดยพวกสหภาพเคียดแค้นที่รัฐบาลทักษิณแปรรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อประโยชน์ของชาติ และผู้บริโภค
ผลกรรม-ประชาชนเลิกใช้บริการของรัฐวิสาหกิจที่มีเอกชนเป็นคู่แข่งและทางเลือก เช่นบริการของTOT CAT เป็นต้น ส่วนอภิสิทธิ์เมื่อได้เป็นรัฐบาลวันแรกๆไปพูดที่ตลาดหุ้นว่ารัฐบาลของเขาจะส่งเสริมการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ส่วนศิริชัยกลายเป็นผู้ก่อการร้ายถูกดำเนินคดียึดสนามบิน

37.ศรัณยู วงศ์กระจ่าง


ก่อกรรม-เป็นดารารุ่นใหญ่ที่โดดขึ้นเวทีพันธมิตรและเอาการเอางานเคียงคู่กับเจ๊ปองอัญชลี จนได้เป็นแกนนำพันธมิตรรุ่นสองช่วงท้ายๆตอนปิดสนามบินสุวรรณภูมิ แต่หลังยุติยึดสนามบินก็เกิดผลประโยชน์ไม่ลงตัวกับจอย-ศิริลักษณ์ดาราพันธมิตรอีกราย จนจอยต้องเผ่นหนี ให้ตั้วครองASTVไว้ แต่ท้ายๆก็เสื่อม แม่ยกหายหน้าหมด

ผลกรรม-ช่อง7สีปลดออกจากผู้ดำเนินรายการเรื่องจริงผ่านจอ เพราะเรทติ้งตกเนื่องจากประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยค่อนประเทศบอยคอต เช่นเดียวกับพากันบอยคอตไม่ดูหนังฟอร์มใหญ่เรื่ององค์บากภาค2ที่ศรัณยูเล่นอยู่ไม่กี่ฉาก เพราะไม่อยากสนับสนุน พอมาจัดคอนเสิร์ตล้างหนี้ที่ม.รังสิต คนก็โหรงเหรงสุดเสื่อม

38.สนธิ ลิ้มทองกุล

ก่อกรรม-สนธิเริ่มต้นจากการต่อต้านทักษิณเพราะเสียผลประโยชน์ไม่ได้อนุมัติให้รับสัมปทานโทรทัศน์NEWS1และรัฐบาลทักษิณไม่ต่ออายุให้วิโรจน์ นวลแขเพื่อมาเคลียร์หนี้เน่าให้เครือผู้จัดการ แต่เล่นเพลินไปหน่อย เขาจึงสร้างความตกต่ำให้ทุกสถาบันในประเทศไทยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนับแต่ยุคเสียกรุงอยุธยาครั้งที่2เป็นต้นมา

ผลกรรม-นอกจากถูกดำเนินคดีหัวโจกผู้ก่อการร้ายยึดสนามบินแล้ว บริษัทผู้จัดการก็ถูกสั่งให้ล้มละลาย และถูกสื่อค่ายมติชนแฉว่าสนธิลิ้มจึงต้องก่อม็อบเพื่อรับเงินบริจาคเข้ามูลนิธิที่ก่อตั้งขึ้นแล้วนำเงินไปเข้าบริษัทที่เกาะฟอกเงิน สนธิลิ้มยังจิตหลอนต้องกันไปพึ่งคุณไสยดำสารพัด และหวาดระแวงว่าจะโดนลอบฆ่าจากศัตรูรอบด้าน หลังจากถูกถล่มสังหารรอดตายมาได้ช่วงสงกรานต์ และถูกระเบิดถล่มเวทีพันธมิตร มีข่าวว่าเขาอาจปลีกวิเวกยาวในต่างประเทศ เพราะตั้งพรรคการเมืองใหม่ก็ไปทับรอยปชป.ส่อว่าอาจจะเป็นพรรคต่ำสอง

39.สมศักดิ์ โกศัยสุข

ก่อกรรม-สมศักดิ์เป็นหางเครื่องของ5แกนนำพันธมิตร แต่บารมีในวงการสหภาพแรงงานก็เหลือไม่เท่าไหร่แล้ว ต้องพึ่งนักสหภาพรุ่นน้องอย่างไม้เป็นหลัก ต่อมาเป็นรักษาการหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ ก่อนที่สนธิลิ้มหัวหน้าตัวจริงจะมาริบไป

ผลกรรม-นักสหภาพแรงงาน นักวิชาการด้านแรงงานตัดหางปล่อยวัดสมศักดิ์ ฐานเคลื่อนไหวทำลายประชาธิปไตย และห้ามแอบอ้างว่าทำในนามภาคประชาชน นอกนั้นก็โดนดำเนินคดีกบฎ คดียึดทำเนียบรัฐบาล และคดียึดสนามบิน

40.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์

ก่อกรรม-จากนักเคลื่อนไหวในวงการครู ก้าวสู่วงการเอ็นจีโอ และวงการสื่อจากการรู้จักแนบแน่นกับสำราญ รอดเพชร และเครือเนชั่น สุดท้ายเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อประชาธิปัตย์ แต่ก็เคลื่อนไหวในนาม5แกนนำพันธมิตรด้วย

ผลกรรม-โดนดำเนินคดีกบฎ คดีบุกยึดทำเนียบรัฐบาล คดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน แถมยังโดนส.ส.ลูกพรรคเพื่อไทยเก่ง-การุณ โหสกุลกระโดดถีบ เพราะไปปากดีท้าทายว่าใครแน่เจอกันนอกห้องประชุม แต่พอเจอถีบแล้วกลับไม่แน่ วิ่งแร่ไปแจ้งความตำรวจว่าโดนทำร้ายร่างกาย

41.สุริยะใส กตะศิลา

ก่อกรรม-จากอดีตเลขาธิการนักศึกษา สนนท.ที่เป็นองค์กรฝ่ายประชาธิปไตย มาเป็นผู้ประสานงานพันธมิตร คอยเป็นหนังหน้าไฟให้กับแกนนำ ทั้งที่สุริยะใสควรได้เป็นแกนนำไปนานแล้ว แต่ที่สุดได้เฉพาะรางวัลปลอบใจคือตำแหน่ง"หนุ่มหน้าตาดีที่สุดในเวทีพันธมิตร" และรางวัลไปทัวร์อียิปต์10วันหลังยึดสนามบิน

ผลกรรม-โดน สนนท.รุ่นน้องบุกไปมอบหรีดและเผาโลงประท้วง โดนคนนามสกุลเดียวกันที่ศรีษะเกษตัดญาติและเผาโลงประท้วง โดนนักข่าวบอยคอตไม่ทำข่าวหลายหนเพราะมัวแต่ไปแจกลายเซ็นแม่ยก จนมองข้ามหัวนักข่าว โดนจำลองเบรกหัวทิ่มหลายหน โดนลือว่ารวยขี่เบ๊นซ์ไปแล้ว โดนคดีกบฎ คดียึดทำเนียบ คดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน แต่เพื่อนคนหนึ่งชื่อ"ไผ่ ครป."โดนคดียึดNBTแต่สุริยะใสอ้างว่าไม่รู้จัก เลยโดนเพื่อนรุมด่าอย่างหนัก สรุปว่าโดนรอบด้านงานเข้ารอบตัว

42.สำราญ รอดเพชร

ก่อกรรม-สำราญเคยทำงานITVของทักษิณ ต่อมาทักษิณปลดออกในสภาพหมาล่าเนื้อ มาได้สนธิลิ้มโอบอุ้มไว้จึงต้องทุ่มทั้งชีวิตชดใช้บุญคุณ ทำหน้าที่เป็นโฆษกเวทีพันธมิตรเจ้าของประโยคฮิต"พี่น้องเอ๊ยยยยยย.."

ผลกรรม-สอบตกส.ส.เขตบางกะปิเช่นเดียวกับประพันธ์ คูณมีและพรรคพวกร่วมอุดมการณ์พันธมิตรที่ถูกปฏิเสธจากประชาชนเจ้าของประเทศ สนธิลิ้มจะให้รางวัลปลอบใจไปเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่ถูกรุมต่อต้านจนกินแห้ว

43.สุทธิชัย หยุ่น

ก่อกรรม-หยุ่นชงเรื่องตั้งโทรทัศน์ITVหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ2535ขึ้นไปให้รัฐบาลอานันท์ แล้วเข้ารับสัมปทานด้วยข้อเสนอจ่ายค่าสัมปทานแพงลิบ แต่ทำไม่ได้ตามสัญญา พยายามจะให้รัฐบาลประชาธิปัตย์ลดให้ แต่ต่อมารัฐบาลทักษิณเข้าขวางไว้ และทักษิณเข้าเทกโอเวอร์ITVพวกหยุ่นต้องระเห็จออกไปทำNation Channelกับไกรวัฒน์ลูกน้องเก่าทักษิณ เป็นความตกต่ำอย่างที่สุดของหยุ่น

ในที่สุดทหารทำรัฐประหาร หยุ่นสามารถยึดITVกลับมาในฉลากใหม่คือTPBSโดยที่ทิ้งขี้ ค่าสัมปทานITVไว้เบื้องหลัง และผู้ถือหุ้นรายย่อยที่พินาศขาดทุนยับเยิน แถมเขาส่งเทพชัย หย่อง น้องชายกลับไปกุมบังเหียนTPBSแบบที่รัฐต้องควักเงินจากภาษีบาปมาอุดหนุนปีละ2พันล้าน ให้ทำทีวีเนชั่นสาขา2แบบจ้องระรานฝ่ายประชาธิปไตย โปรพันธมิตร-เผด็จการเต็มที่ ในรัฐบาลอภิสิทธิ์เขาใช้สื่อเครือเนชั่นเป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลหุ่นเชิด โดยได้สิทธิจากพลเอกเปรมให้เข้าไปยึดครองช่วงข่าวช่องฟรีทีวีทุกช่อง แลกกับการได้ผลประโยชน์ค่าโฆษณาและรายได้จากการจัดอีเว้นต์ให้มาร์คไปเกาะโพเดี้ยมตลอดปี

ผลกรรม-ประชาชนไม่นิยมอ่านหรือชมเพราะเป็นสื่อเอียง ทำให้ขายโฆษณาไม่ได้ ในที่สุดได้ประกาศขายตึกNATIONบางนาเพื่อให้รอดภาวะล้มละลายตามค่ายผู้จัดการของลิ้ม เมื่อนำหุ้นทีวีเนชั่น(NBC)ขายเข้าตลาดหุ้น ก็ไม่มีใครจองซื้อ ต้องแบกรับไว้เอง หากรัฐบาลหุ่นเชิดไม่อยู่ หยุ่นจะรอดไปได้กี่น้ำ ยังต้องลุ้นระทึก เพราะตอนนี้เริ่มปลดลูกน้องกันระนาวแล้ว

44.สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (หนูแก้ว)


ก่อกรรม-"เสี่ยต้อยนักข่าว100ล้าน"ก่อร่างสร้างตัวมาจากการได้ทุนจากจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการทรัพย์สินฯทำสื่อทางวิทยุ SMS และล่าสุดรุกเข้าทางช่อง11ผลิตรายการสกู๊ปในนามสำนักข่าวทีนิวส์กล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยว่า เป็นขบวนการของระบอบทักษิณสมคบคอมฯหลงยุคเป็นขบวนการล้มเจ้า

ผลกรรม-หมดความเชื่อถือจากประชาชน เพราะเคลื่อนไหวรับใช้ระบอบอำมาตย์บิดเบือนทำblack propaganda

45.สุเทพ เทือกสุบรรณ

ก่อกรรม-กำนันสุเทพพาประชาธิปัตย์กลับมาเป็นรัฐบาลสำเร็จในรอบ9ปี โดยวิธีเดิมคือไปฉกลูกพรรคอื่น คือกลุ่มเพื่อนเนวินมาหนุนอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี แอบซุ่มมุบมิบทำโครงการหมื่นล้านสร้างโรงพัก-แฟลตตำรวจ โดยไม่โดนสื่อตรวจสอบ ขณะที่มีข้อครหากระหึ่ม

ผลกรรม-ผลกรรมของกำนันเทพนั้นมีมากนับไม่หมดไม่ถ้วน แต่ที่เสวยกรรมไปในไวๆนี้ก็คือพรรคประชาธิปัตย์เคยทำกับรัฐบาลทักษิณไว้อย่างไรโดนย้อนศรคืนทุกเม็ด รวมทั้งไปโดนชาวไทยขับไล่ในทุกที่ที่ไปโผล่หน้า ล่าสุดใจเต้นตุ๊มๆต่อมๆคดียุบพรรค

46.สุรพล นิติไกรพจน์

ก่อกรรม-สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นอธิการบดีคนแรกที่ทิ้งจุดยืนประชาธิปไตยอันแน่วแน่ มาอยู่เคียงข้างพันธมิตร เคียงข้างเผด็จการทหาร เสนอให้รัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งมายุบสภา แต่ทีกับรัฐบาลระบอบหุ่นเชิดกลับเงียบเฉย

ผลกรรม-ถูกลูกศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ยกพวกนำพวงหรีดไปประท้วง ถูกแฉว่ามาจากการแต่งตั้งของนายสุเมธ ตันติเวชกุล เครือข่ายอำมาตย์ ทำให้ต้องรับใช้อำมาตย์ ส่วนมหาวิทยาลัยก็ตกต่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มีกรณีอาจารย์ให้นักศึกษาหญิงอมนกเขาแลกเกรด จนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยุคของสุรพลถูกล้อเลียนว่าเป็นมหาวิทยาลัยนกเขา นับเป็นความเสื่อมเพราะสุรพล

47.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์

ก่อกรรม-เป็นอธิการของNIDAที่แสดงจุดยืนเคียงข้างพันธมิตร และผู้นำกองทัพอย่างเหนียวแน่น ละเลยหลักการประชาธิปไตยที่พร่ำสอนนักศึกษา

ผลกรรม-โดนกลุ่มนักศึกษานิด้าประชาธิปไตยออกแถลงการณ์ประนามอย่างหนัก และเสนอให้หยุดพฤติการณ์ให้ท้ายพันธมิตร แต่ยังคงรับใช้อำมาตย์อย่างเหนียวแน่น

48.หงา คาราวาน

ก่อกรรม-ทิ้งจุดยืนเพื่อประชาธิปไตยและประชาชนคนยากจนยากไร้ ขึ้นเวทีพันธมิตรที่ใกล้ชิดไฮโซราชนิกุล มีแนวนโยบายรุกรานเพื่อนบ้านในอินโดจีน นอกจากนี้ศิลปินหลายคนเช่น เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อังคาร กัลยาณพงศ์ ไพวรินทร์ ขาวงาม วงโฮ้ป เป็นอาทิ ต่างก็มีพฤติกรรมทำนองเดียวกับหงา

ผลกรรม-โดนเพื่อนร่วมอุดมการณ์ในอดีตทั้งวิสา คัญทัพ และจรัล ดิษฐาอภิชัย ออกมาแฉชีวิตส่วนตัวและอุดมการณ์อย่างหมดเปลือก เสื่อมความเชื่อถือจากแฟนๆขาประจำทั้งประเทศ

49.อัญชลี ไพรีรักษ์

ก่อกรรม-เจ๊ปองเคยเป็นอดีตผู้อ่านข่าวช่อง 7 ต่อมาทำธุรกิจรายการวิทยุแล้วตามด่าทักษิณ เลยโดนปลดออกจากคลื่น หม้อข้าวโดนทุบจึงไปเข้าแก๊งกับเอกยุทธ อัญชัญบุตร เจ้าพ่อแชร์ชาร์เตอร์ ต่อมาก็มาประจำการที่เวทีพันธมิตรเป็นการถาวร ทำงานรับใช้นายวัฒนา อัศวเหม คนปากน้ำด้วยกัน

ผลกรรม-ได้ชื่อในเรื่องเป็นพิธีกรปากมอมประจำเวทีพันธมิตร แม้แต่แฟนคลับก็ยังอ่อนอกอ่อนใจ แถมโดนแมงลือใส่ไคล้เรื่องสัมพันธ์ลึกซึ้งกับดาราชายรุ่นใหญ่ขาประจำเวทีพันธมิตรให้อีก ทั้งที่อีกฝ่ายมีลูกเมียเป็นตัวเป็นตนแล้ว

50.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

ก่อกรรม-เป็นกำลังหลักในการทำรัฐประหารยึดอำนาจ19กันยายน49 มีบทบาทโดดเด่นในฐานะทหารเสือราชินี ออกมาสำทับให้รัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งยุบสภา-ลาออกผ่านทางโทรทัศน์ถึง2ครั้ง สุดท้ายต้อนก๊วนเนวินเข้าไปหาที่บ้านพักในร.11พร้อมกับยื่นเงื่อนไขจาก"บุคคลที่ไม่อาจปฏิเสธได้"ให้เนวินสลายขั้วมาหนุนอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ไม่ยอมทำหน้าที่สลายการชุมนุมของพันธมิตรทั้งที่รัฐบาลจากการเลือกตั้งสั่งการถึง2ครั้ง แต่พอรัฐบาลหุ่นเชิดสั่งก็นำทหารออกมาปราบปรามประชาชนตอนเมษาเลือด

ผลกรรม-ถูกนานาชาติ ทั้งทูต ทูตทหาร สื่อมวลชนต่างประเทศโจมตีว่าเหตุใดทหารไม่เป็นกลไกของรัฐในการรักษาความสงบในประเทศ ทั้งในตอนรัฐบาลนายสมัครประกาศฉุกเฉินตั้งให้อนุพงษ์ควบคุมเหตุการณ์ความไม่สงบในตอนวันที่2กันยายน2551 และตอนที่พันธมิตรยึดสนามบิน แต่พอทีกลุ่มเสื้อแดงเดินขบวนโดยสงบในช่วงสงกรานต์ กลับเคลื่อนรถถังและทหารออกปราบปรามอย่างป่าเถื่อน ทำให้กองทัพไทยถูกมองว่าเป็นกองทัพของประเทศด้อยพัฒนา แทรกแซงทำลายประชาธิปไตย แต่ไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้

51.อานันท์ ปันยารชุน

ก่อกรรม-เป็นเครือข่ายอำมาตย์ระดับสูงเชื่อมประสานระหว่างฝ่ายอำมาตย์กับวงการเอ็นจีโอ ผ่านการให้ทุน วงการสื่อสารมวลชน ทำลายฝ่ายประชาธิปไตย

ผลกรรม-ไปร่วมงานศพสารวัตรจ๊าบ ทำให้ประชาชนทั่วประเทศรุมประณามว่าเป็นพวกอีแอบอยู่เบื้องหลังฝ่ายอำมาตย์ที่ต่อต้านประชาธิปไตย

52.อภิชาต สุขัคคานนท์

ก่อกรรม-เป็นเครื่องมืออำมาตย์เผด็จการยุบพรรคเพื่อไทยและอีก2พรรค ทั้งที่พยานหลักฐานไม่ชัดเจน ต่อมาคนที่รับจ้างเป็นพยานเท็จออกมาแฉว่าถูกนายสุเทพ เทือกสุบรรณจ้างวานแล้วเบี้ยว แต่พอกรณีพรรคประชาธิปัตย์258ล้านชัดเจน แต่นายอภิชาตกลับมีความเห็นว่าให้ยกคำร้องไม่ต้องยุบ

ผลกรรมประชาชนทั้งประเทศจับตามองนายอภิชาตอยู่ว่าจะก่อ2มาตรฐาน ตอกย้ำวลีที่ว่า"ความยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่เกิด"ต่อไปอีกหรือไม่...


53.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ก่อกรรม-ต่อต้านรัฐบาลจากประชาชนเลือกตั้งไม่ลืมหูลืมตา เข้าข้างให้ท้ายพันธมิตรอย่างไม่เกรงใจใคร ร่วมมือกับผู้นำเหล่าทัพปล้นอำนาจรัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้ง เพื่อตัวเองจะได้ตั้งรัฐบาลแทน

ผลกรรม-อภิสิทธิ์ต้องชดใช้ผลกรรมที่ก่อแบบที่โดนฝ่ายประชาธิปไตยย้อนศรทุกเม็ด นับแต่การแถลงนโยบายรัฐบาลเป็นต้นไป แม้ได้เป็นนายกฯ แต่ก็ไร้เกียรติภูมิเพราะคนทั้งโลกเห็นว่าเป็นเพียงนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดของอำมาตย์ พันธมิตร กองทัพ อสิทธิ์ชนในประเทศไทย ไม่ใช่ตัวแทนที่ภาคภูมิใจของประชาชนชาวไทย และฝ่ายเสื้อแดงประกาศว่าอย่าหวังความเป็นสุขในการทำงาน ตราบที่ไม่มีความยุติธรรม ตราบนั้นก็ไม่มีสันติภาพที่จีรัง แต่พอเป็นนายกฯระบอบหุ่นเชิดแล้วกลับไร้ผลงาน ผลโพลล์ให้สอบตก เพราะเกาะโพเดี้ยมเป็นอาชีพหลัก สื่อทำเนียบตั้งฉายาว่า"หล่อหลักลอย"