ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, March 13, 2010

เสื้อแดงอเมริกา- อังกฤษปรามมาร์คปราบผู้ชุมนุม เจอแน่ลุกฮือทั่วโลกกดดันให้สากลลงโทษสาสม

ที่มา Thai E-News



ติดตามสดเคลื่อนพลทั้งแผ่นดิน:
-รับฟังสดทางวิทยุชุมชนแท็กซี่ คลิ้ก
-ติดตามถ่ายทอดสดทางเวบนิวสกายไทยแลนด์ คลิ้ก
-ติดตามถ่ายทอดสดทางพีเพิลชาแนลทางทีวีเสื้อแดงจอเท่าบ้าน คลิ้กหรือ คลิ้ก

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
13 มีนาคม 2553

แถลงการณ์จากเครือข่ายคนเสื้อแดงในสหรัฐอเมริกา:จะดำเนินการทางสากลทุกทางหากปราบเสื้อแดง


เราเป็นกลุ่มคนไทยรักชาติ รักประชาธิปไตย ที่อาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนียภาคใต้ สหรัฐอเมริกา รวมตัวกันเพื่อรณรงค์ และดำเนินการส่งเสริมการปฏิรูปให้ประเทศชาติไปสู่ความสมบูรณ์อย่างแท้จริงในทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย ในความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมากที่สุด และในความเสมอภาคเท่าเทียมกันทางสังคม

เราขอประกาศว่าเรามั่นใจในเจตนาบริสุทธิ์แน่วแน่ของคนเสื้อแดงในประเทศที่ออกมาชุมนุมโดยสันติระหว่างวันที่ ๑๒ ถึง ๑๔ มีนาคมนี้ เป็นไปตามสิทธิพื้นฐานของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย พวกเขาจำเป็นต้องออกมาแสดงตนเรียกร้องเพราะรัฐบาล และชนชั้นนำของประเทศใช้วิธีการจำบังปิดกั้นโอกาส ความเสมอภาคของประชากรรากหญ้าด้วยการรัฐประหาร ตุลาการภิวัฒน์ และการปฏิบัติอย่างสองมาตรฐาน

เราในฐานะคนเชื้อชาติไทยที่อยู่อาศัยในต่างประเทศ ขอเรียกร้องต่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายดังนี้

๑. รัฐบาลต้องไม่กระทำการข่มขู่คุกคามต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน เช่น การตั้งด่านสกัด การตรวจทะเบียนรถ ฯลฯ และรัฐบาลต้องไม่บังคับใช้ พรบ.ความมั่นคงภายใน พรบ.สถานการณ์ฉุกเฉิน และ/หรือรวมทั้งการประกาศใช้กฎอัยการศึก ซึ่งเป็นกฎหมายกดขี่ ไม่ควรมีอยู่ในสารบบประชาธิปไตย

๒. รัฐบาลต้องยุติกลอุบายสื่อสารกล่าวหาล่วงหน้า ใส่ร้ายป้ายสี และสร้างสถานการณ์บิดเบือนว่า กลุ่มผู้ชุมนุมต้องการสร้างความรุนแรง เช่น การกล่าวหาว่าผู้ชุมนุมพกพาอาวุธ หรือกล่าวหาว่ามีการขนแรงงานด่างด้าวเข้าร่วมการชุมนุม เพื่อทำลายความชอบธรรมของการชุมนุมของประชาชน และสร้างความชอบธรรมให้แก่การปราบปรามอย่างรุนแรง

หากเกิดเหตุรุนแรงใดๆ อันเป็นการเสียเลือดเนื้อแก่ผู้ชุมนุม เราจะถือว่าเกิดจากเจตนาร้ายของฝ่ายผู้กุมอำนาจรัฐ และชนชั้นนำเป็นเบื้องต้น เราจะดำเนินการในทางสากลทุกรูปแบบเพื่อตอบโต้ และลงโทษให้สาสมต่อการปราบปรามประชาชนด้วยกำลังร้ายแรงดังกล่าว

๓. กำลังทหาร และกองทัพเป็นสมบัติของประชาชน ต้องไม่ทำร้ายหรือเข่นฆ่าประชาชนผู้ชุมนุมโดยเด็ดขาด ต้องไม่ก้าวก่ายแทรกแซงกระบวนทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง และพึงตระหนักว่าการยึดอำนาจโดยการรัฐประหารต้องระวางโทษประหารชีวิตโดยไม่มีการนิรโทษกรรมอีกต่อไป ทหารผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาพึงมีสิทธิชอบธรรมที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอันเป็นปฏิปักษ์ต่อระบบประชาธิปไตยของประชาชน

๔. สื่อมวลชนทุกแขนงจักต้องคำนึงถึงจรรยาบรรณ และจิตวิญญาณของความเป็นประชาธิปไตย ไม่ตกเป็นเครื่องมือของเผด็จการ ที่ไม่ว่าจะแสดงออกในรูปของรัฐาธิปัตย์ หรือผู้มีอิทธิพลซึ่งมีอุดมการณ์ และการกระทำอันไม่เป็นประชาธิปไตย สื่อมวลชนมีหน้าที่ต้องส่งเสริม และนำเสนอข่าวอย่างรอบด้าน ให้ต้องตามระบบการเมืองประชาธิปไตย

๕. ต้องมีการจัดการเงื่อนไขต่างๆ เพื่อเป็นทางออกต่อวิกฤตความขัดแย้งในสังคมการเมืองปัจจุบัน เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ต้องตามอุดมการณ์ประชาธิปไตย สะสางปัญหาความไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม ยุติการใช้กฎหมายอย่างสองมาตรฐาน

๕.๑ ทางออกที่เราเห็นว่าเหมาะสมอย่างหนึ่งก็คือ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องประกาศยุบสภา จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เพื่อคืนอำนาจอธิปไตยให้แก่ประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และช่วยแก้ไขวิกฤตดังกล่าว

๕.๒ เพื่อก่อให้เกิดบรรยากาศสมานฉันท์ อันจะนำไปสู่การปรองดองของสองอุดมคติทางการเมืองต่างขั้ว เราเสนอให้ยกเลิกกฏหมายมาตรา ๑๑๒ ว่าด้วยการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพฯ และทำการปลดปล่อยผู้ต้องโทษ และถูกจับกุมคุมขังในคดีหมิ่นฯ โดยทันที เนื่องจากกฏหมายฉบับนี้ถูกผู้กุมอำนาจปกครองนำมาใช้เป็นเครื่องมือกำหราบ และกำจัดฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง โดยขัดแย้งต่อข้อกำกับ และกระบวนการแห่งกฏหมาย (Rules of Law & Due Process of Law)

๖. ขอเรียกร้องให้ประชาชนทุกคนเคารพกติกาประชาธิปไตย โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตยเกี่ยวกับสิทธิของประชาชนในการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรที่ว่า แต่ละบุคคลมีหนึ่งเสียงเท่าเทียมกัน ไม่มีความแตกต่างระหว่างเสียงของประชาชนรากหญ้า "คนบ้านนอก" หรือคนชั้นกลาง "ชาวกรุง" อันเป็นเครื่องยืนยันความศักดิ์สิทธิ์แห่งผลการเลือกตั้ง ไม่สามารถอ้างคุณความดีแบบไทยๆ เหนือประชาธิปไตยได้

Red USA / Red News USA / พลังไทยใน USA / ไทยรักประเทศไทย (TLT)

๑๓ มีนาคม ๒๕๕๓

เสื้อแดงไทยในอเมริกาตั้งWar roomเกาะติดหนุนช่วยเสื้อแดงไทย

เสื้อแดงไทยในสหรัฐฯ กลุ่มแดงยูเอสเอ/พลังไทย/เรดนิวส์ นัดพบผู้รักประชาธิปไตย คนเสื้อแดง หรือผู้สนใจเพื่อหนุนช่วยการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในประเทศไทย

สถานที่:ร้านอาหารเสริมมิตร 4814 Melrose Ave. Los Angeles, CA 90029 วันเสาร์ที่ 13 March 2010
เวลา: 7:00 p.m. เป็นต้นไป

ขอเชิญคนเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตยทุกท่านมาร่วม War Room เพื่อประเมินสถานะการณ์ในการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในวันเสาร์ที่ 13 มีนาฯ ณ ร้านอาหารเสริมมิตร บนถนน Melrose, California ตั้งแต่เวลา หนึ่งทุ่มเป็นต้นไป.. อาหาร เครื่องดื่มฟรี ..ใครที่อยู่ในแอลเอ หรือเมืองใกล้เคียงขอเชิญทุกท่านเลยจ้า....มาช่วยกันสร้างประวัติศาตร์ร่วมกับพี่น้องคนเสื้อแดงทางเมืองไทยด้วยกัน ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณเนตร 562/ 139-5652 คุณสนั่น เมลโรส 323/ 286-8722 คุณเบญจะ310/ 706-7023


เสื้อแดงมลรัฐอิลลินอยส์ USAระดมทุนหนุนพี่น้องแดงไทย

ขอเชิญพี่น้องสมาชิกทุกท่านในมลรัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ร่วมชุมนุมพูดคุย + ที่ร้านอาหาร และระดมทุน(fundraising) สมทบทุนช่วยหน่วยปฐมพยาบาลเสื้อแดง ที่จะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในเดือน มีนาคมนี้ พบโฟนอินจากนายกฯทักษิณ(Phone-in from the P.M. TS) สถานที่ Dharma Garden Thai 3109 W Irving Park (between Albany Ave & Troy St) Chicago, IL 60618
(773) 588-9140 วันเสาร์ 13 มีนาคม 2553 เวลาดินเนอร์ 6 โมงเย็น รายละเอียดhttp://illinoisredshirts.blogspot.com/***



เสื้อแดงไทยในอังกฤษยื่นแถลงการณ์ต้านรัฐปราบเสื้อแดง พร้อมชุมนุมสถานทูต

คุณวัฒนา เอ็บเบจช์ แกนนำกลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร และเวบไซต์คนไทยยูเคออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่ง เรื่อง "ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยปฎิบัติต่อประชาชนด้วยมาตรฐานเดียวกันและไม่ใช้ความรุนแรงเข้าปราบปราม " และได้เปิดเผยว่าหากเกิดการปราบปรามเสื้อแดงขึ้น คนไทยในสหราชอาณาจักรจะไปรวมตัวกันต่อต้านหน้าสถานทูตไทยในอังกฤษทันที

โดยมีเนื้อหารายละเอียดแถลงการณ์ดังต่อไปนี้

เรียน รัฐบาลไทย

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ เมษาเลือด เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 รัฐบาลไทยโดย นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กองทัพนำกำลังเข้าปราบปรามกลุ่มประชาชน ซึ่งเรียกตนเองว่า ชาวเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยและความยุติธรรม ซึ่งชุมนุมกันโดยยึดหลัก สงบ สันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ ด้วยอาวุธสงคราม - ปืนเอ็ม16 แกนนำหลายๆคนก็ถูกจับกุมคุมขังกันถ้วนหน้า มีคดีความขึ้นโรงขึ้นศาลกันอีกนับไม่ถ้วน

แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการปฎิบัติต่อบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเรียกตนเองว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในปลายปี พ.ศ.2551หรือ กว่า 15 เดือนแล้ว ได้เข้ายึดทำเนียบรัฐบาล สถานที่ทำงานของคณะรัฐบาลผู้ทรงเกียรติทางการเมือง มีการทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ตามที่เป็นข่าวน่าอายโด่งดังไปทั่วโลก และปิดสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินนานาชาติที่เป็นหน้าตาของประเทศ เป็นหนึ่งในเครื่องบ่งชี้เศรษฐกิจของชาติ เป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายอย่างเด่นชัดและเข้าข่ายการก่อการร้ายสากล ส่งผลให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจทรุดหนัก การลงทุนภายในประเทศถดถอย ต่างชาติขาดความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของรัฐบาล และยังติดอันดับต้นๆของประเทศที่มีความปลอดภัยต่ำอีกด้วย จนถึงวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการลงโทษหรือจับกุมผู้หนึ่งผู้ใด

อย่างไรก็ตาม ขอให้ คณะรัฐบาลโดย นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปฎิบัติต่อประชาชนด้วยหลักมนุษยธรรม จริยธรรม ใช้มาตรฐานอันเป็นสากล ไม่ข่มขู่คุกคามสิทธิเสรีภาพ และพึงอำนวยความสะดวกต่อประชาชนชาวเสื้อแดงที่จะเข้าร่วมชุมนุม เคลื่อนพลทั้งแผ่นดิน ซึ่งจะจัดให้มีขึ้นในเขตจังหวัดกรุงเทพมหานคร จุดชุมนุมหลักจะอยู่ที่ถนนราชดำเนิน ในวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคมนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้จะมีประชาชนจากทุกจังหวัดทุกภาคในประเทศไทยเดินทางเข้าร่วมชุมนุมตั้งแต่วันศุกร์ที่ 12 มีนาคมนี้เป็นต้นไป การชุมนุมจะเป็นไปโดยยึดหลัก สงบ สันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ

ทั้งนี้ การชุมนุมของประชาชนโดยสันติวิธี เพื่อเรียกร้องอำนาจอธิปไตย ในระบอบประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเสมอภาค นั้นถือเป็นสิทธิเสรีภาพอันสมบูรณ์ของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยตามหลักสากล ซึ่งรัฐบาล และสังคมไทย ต้องเคารพสิทธิเสรีภาพอันสมบูรณ์ของประชาชนโดยแท้จริง

ขอให้รัฐบาลยุติการใช้ความรุนแรงกับประชาชน โดยควรมุ่งเน้นให้เกิดความยุติธรรมอันเป็นมาตรฐานสากลเยี่ยงต่างประเทศทั่วโลก เพื่อนำความสุขสงบมาสู่สังคมและประชาชนไทยโดยรีบด่วน

กลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร และ เวบไซต์คนไทยยูเคดอทคอม ขอสนับสนุน เป็นกำลังใจ และอยู่เคียงข้างชาวเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยและความยุติธรรม ผู้ชุมนุมอย่างสงบ สันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ แค่พวกสร้างสถานการณ์ก็เดือดร้อนกันมากแล้ว ถ้าเกิดไฟ เสื้อแดงจะช่วยกันดับ


แดงฮอลแลนด์ไอเดียแจ่ม ประมูลภาพเขียนเปลือยแม่นาค หาทุนหนุนชุมนุมใหญ่14มีนา

ประมูลภาพเขียนเปลือยแม่นาคหาทุน-แดงกังหันลม หรือเสื้อแดงไทยในเนเธอร์แลนด์เปิดประมูลภาพเขียนประวัติศาสตร์"ร่างเปลือยแม่นาค"เพื่อหาทุนหนุนช่วยพี่น้องชาวไทยที่จัดการชุมนุมใหญ่ในสุดสัปดาห์นี้ ราคาเริ่มต้นที่ 143 ยูโร


RED ON THE ROCK
LET'S ROCK FOR DEMOCRACY
ภาพเขียนประวัติศาสตร์ ภาพเดียวในโลกเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยร่วมกับพี่น้องคนไทยทั่วโลก


กลุ่มคนรักประชาธิปไตยในประเทศเนเธอร์แลนด์ ขอร่วมส่งพลังแรงใจให้พี่น้องเสื้อแดงในประเทศไทยในการเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ครั้งนี้กลุ่มกังหันแดงได้จัดให้มีการประมูลภาพเขียนสีอะคริลิค ภาพเขียนประวัติศาสตร์เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย โดยเปิดให้มีการประมูลทางอินเตอร์เน็ตตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ราคาเริ่มต้น ที่ 143 ยูโร ปิดทำการประมูลในวันเสาร์ที่ 13 มีนาคม เวลา 6 โมงเย็น ตามเวลาในประเทศไทย สำหรับรายละเอียดภาพเขียน มีดังนี้

ชื่อภาพ :ร่างเปลือยของแม่นาค
ศิลปิน :เบื่อ ศักดินา
Canvas : 24"x 30 " Acrylic.
เทคนิค : ขีดถูไถ ตวัดพู่กันไปๆมาๆ


รายได้ที่เกิดจากการประมูลครั้งนี้จะนำไปช่วยเหลือเป็นทุนเสบียงให้กับพี่น้องเสื้อแดงในการต่อสู้ครั้งนี้ และจะประกาศรายได้จากการประมูลฯทางไทยอีนิวส์ และเวปพี่น้องเสื้อแดงอื่นๆ ตามความเหมาะสม เพื่อแจ้งส่งมอบเงินรายได้จากการประมูลให้พี่น้องเสื้อแดงได้ืทราบ

ท่านใดที่รักในงานศิลปะและรักประชาธิปไตย ปรารถนาที่จะเข้าร่วมการประมูลภาพเขียนประวัติศาสตร์ชิ้นนี้ เชิญติดต่อ

email:rednederland@gmail.com หรือ
โทร.+31622378780 ประธานเรดอินฮอลแลนด์ คุณเกิดศิริ ธรรมสัตย์
โทร.+31650578304 รองประธานฯ คุณศศิมา บุญรอด
โทร.+31624154693 ผู้ประสานงาน คุณพอกันธี อำมาตยา


พร้อมกันนี้ทางกลุ่มกังหันแดงยังได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อร่วมในการต่อสู้ครั้งนี้ โดยจะประกาศแจ้งให้ท่านได้ทราบในโอกาสต่อไป

เสื้อแดงไทยฝรั่งเศสนัดชุมนุมหอไอเฟลหนุนเสื้อแดงไทย

เสื้อแดงไทยในฝรั่งเศส(Rouge-france)ได้มีการประชุมในวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา โดยกลุ่มแดงรูแบร์ ( Roubaix ) กับแดงปารีส ( Paris ) ในที่ประชุมใด้มีการร่วมบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 มีนาคม โดยผ่านเว็บไซต์คนไทยพิทักษ์ประชาธิปไตย

พวกเรา Rouge-france ต้องการแสดงให้กลุ่มอำมาตย์ใด้รับรู้ว่าการกระทำของกลุ่มอำมาตยาธิปไตยเป็นการกระทำที่ใช้อำนาจเผด็จการ เพื่อต้องการทำลายล้างอำนาจอธิปไตยของประชาชน Rouge-franceไม่ยอมรับการกระทำใดๆของพวกท่าน

Rouge-france (แดงฝรั่งเศส)ขอประกาศถึงพี่น้องชาวไทยในฝรั่งเศสที่มีใจรักความเป็นธรรมและรักประชาธิปไตยร่วมใจสีแดงเพื่อแสดงพลังของมวลชนว่าพวกเราขอต่อต้านการใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม อย่าใช้อำนาจปืนมาเข่นฆ่าประชาชนเพราะปืนทุกกระบอกลูกปืนทุกลูกมาจากภาษีของประชาชน รักประชาธิปไตย รักประเทศไทย อย่าลืมมารวมตัวกันที่ TOUR EIFFEL(หอเอเฟิล)ในวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2553 เวลา 14.30 น.ของฝรั่งเศสเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ว่าพวกเราRouge-franceคนไทยไกลถิ่นไม่ทอดทิ้งมาตุภูมิ

สำหรับท่านที่ต้องการบริจาคเพิ่มเพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ชุมนุมทางเมืองไทยติดต่อตามรายชื่อที่อยู่ด้านล่างนี้

-คุณขวัญใจ เนตรแสงศรี เบอร์ : 0366646288 / 0667320655

-แดงสายปารีส คุณมนู มิ่งชัย เบอร์ : 0148573403 / 0614743573 , คุณวิไลลักษณ์ สีหราช เบอร์ : 0143838607 / 0623586389

ขอบคุณทุกท่านที่ใด้ร่วมกันบริจาคแลเร่วมพลังต่อสู้ในครั้งนี้และพร้อมที่จะเดินในเส้นทางอุดมการณ์อันเดียวกัน




Thai Red Australia นัดชุมนุมวันที่ 14 มีนาคม 2553



ก่อนการชุมนุม นัดหมายรวมกันที่วัดพระยอดแก้ว ทัมมะยานาราม ในวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2553 เวลา 10.30 น. ร่วมทำบุญถวายเพลในงานเทศน์มหาชาติ

เวลา 13.00 น. เคลื่อนขบวนไป Cabramatta ถึงบริเวณหน้า BKK Supermarket Cabramatta เวลาประมาณ 14.00 น.(ตรงกับเวลาเมืองไทย 10.00 น.) ร่วมชุมนุมเพื่อสนับสนุนการชุมนุมใหญ่ในประเทศไทยในการเรียกร้องประชาธิปไตย

ขอเชิญพี่น้องชาวไทยในออสเตรเลียที่รักประชาธิปไตยทุกท่านมาร่วมกันแสดงจุดยืนในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไทยโดยพร้อมเพรียงกัน

หากทางเมือิงไทย มีการระดมกำลังของกองทัพทำการรัฐประหาร หรือมีการปราบปรามประชาชนผู้รักประชาธิปไตย พวกเราและคนไทยที่รักประชาธิปไตยในออสเตรเลียทุกคน จะออกมารวมตัวกันที่บริเวณ Archibald Fountain(น้ำพุ) ของHyde Park, Sydney ด้าน St. James railway station โดยจะร่วมกันประกาศประนาม ให้ประชาชนและสื่อมวลชน รวมทั้งองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศออสเตรเลียทราบ

รวมถึงจะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อรัฐบาลออสเตรเลียให้ทราบถึงการกระทำที่เป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตย รวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกองทัพไทยและกลุ่มอำมาตย์ โดยจะใช้สิทธิ์ของความเป็นคนไทย ดำเนินการในทุกวิถีทาง เพื่อต่อต้านการรัฐประหารในครั้งนี้จนถึงที่สุด

กลุ่มพลังประชาธิปไตยไทยในออสเตรเลีย พร้อมทั้งคนไทยและคนในประเทศออสเตรเลียผู้รักประชาธิปไตย รวมถึงเครือข่ายของคนไทยที่รักประชาธิปไตยทั่วโลก จะร่วมกันดำเนินการต่อต้านการรัฐประหารหรือการเข้ามามีอำนาจใดๆโดยไม่ผ่านวิถีทางประชาธิปไตย และจะร่วมสนับสนุนการต่อสู้ของขบวนการประชาชนผู้รักประชาธิปไตยในประเทศไทย เพื่อให้ได้มาของระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์ และเพื่อปกป้องชีวิตพี่น้องร่วมชาติที่จะถูกกองทัพและกลุ่มอำมาตย์ละเมิดสิทธิมนุษยชนจนถึงที่สุดเช่นเดียวกัน

RED JAN ความจริงวันนี้จัดชุมนุมคู่ขนานกับเมืองไทย

ประกาศ รวมพลคนเสื้อแดงพร้อมพี่น้องที่สนามหลวง 14 มีนาคม ใน2จังหวัด 2อำเภอ นำโดยประธานกลุ่ม คุณ นำชัย ประธานกิติมศักดิ์ เจี๊ยบเจแปน และแกนนำพื้นที่ คุณน้อยคุณโอ๋

สถานที่ อำเภอ อะระงะวะ จังหวัด อิบะระงิ ติดต่อ คุณขก คุณโอ๋080-1042-5881 คุณน้อย 090-8893-4491 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ติดตามสดโฟนอิน พ.ต.ท ทักษิณ คุณอริสมันต์ คุณดารุณี คุณนิสิต

อีกที่หนึ่ง งานผ้าป่าไล่อำมาตย์ อำเภอ โอะอะมิ จังหวัด จิบะ แกนนำพื้นที่ คุณส่ง090-2679-3637 น้องนา090-5437-1964 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ติดตามสดโฟนอินจากคุณแรมโบ้ และคุณ เจ๋งดอกจิก

แดงญี่ปุ่นความจริงวันนี้ ยังพร้อมที่จะคอยดูสถานการณ์ การทำงานของรัฐบาล และถ้ามีการรุนแรงเราก็จะพร้อมที่จะไปรวมกันที่สถานทูตไทยในญี่ปุ่นทันที จึงขอบอกพี่น้องที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นว่า เมื่อถึงเวลานั้นก็ขอให้ไปประชุมกันที่สถานทูต รวมถึงขอฝากไปถึงพี่น้องในประเทศต่างๆขอให้มารวมกันที่สถานทูต***

แดงเยอรมันจดทะเบียนก่อตั้งกลุ่มเคลื่อนไหวการเมืองอย่างถูกกฏหมาย

ก่อนจะถึงวันชุมนุมใหญ่ของเมืองไทย12-14 มีนาคม พศ.2553 พวกเราคนไทยนอกประเทศในเยอรมัน รู้สึกผูกพันร่วมชะตากรรมด้วยความเป็นห่วงประชาชนผู้ร่วมเรียกร้องประชาธิปไตย

กลุ่มคนรักทักษิณเยอรมนี บางคน ได้เดินไปร่วมรุกรบต่อสู้กับกลุ่มแกนนำทางเมืองไทยอย่างที่เคยปฏิบัติแล้ว ทางพวกเราที่อยู่หลังหวั่นเกรงว่าจะถูกล้อมปราบและถูกใส่ร้าย สาดโคลนรุมกันใช้อาวุธเข่นฆ่าเหมือนผักปลาอีก พวกเราจึงได้ยื่นเรื่องขอทนายอย่างเป็นทางการจดทะเบียนก่อตั้งกลุ่มอย่างถูกกฏหมาย โดยคุณบัญชา เอมโอช ได้ดำเนินการยื่นผ่านเป็นกลุ่มการเมืองอย่างสมบูรณ์ โดยแบ่งหน้าที่กันทำตามแคว้นต่างๆ เมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา จึงถือเป็นวันสตรีชาวบ้านสากล รูปธรรมกลุ่มเสื้อแดงไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ที่จะเคลื่อนไหวหนุนช่วยเสื้อแดงเมืองไทยทุกวิถีทาง

แดงเยอรมันแคว้นNRWนัดพบเกาะติดเคลื่อนไหวหนุนพี่น้องผู้รักชาติ

ขอเชิญชาวเสื้อแดงไทยในเยอรมันรอบ ๆ แคว้น NRW (Nordrhein-Westfalen)และพี่น้องผู้มีหัวใจรักประชาธิปไตยร่วมงานวันเสาร์ที่ 13 มีนาคม คศ.2010
เสื้อแดงไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เขตเมือง Dortmund จัดชุมนุม (อาหารฟรี เครื่องดื่มจ่ายเอง)เวลา 12.00 น.-19.00 น. ณ ร้าน BAKUDA,Weisenburger str.8, 44137 Dortmund สนทนาเรื่องประชาธิปไตยกับ อาจารย์ ไจ อึ๊งภากรณ์ มีวิดิโอฉายเรื่องราวการต่อสู้ -เอกสารความรู้ประชาธิปไตยในงาน

มิตรเสื้อแดงต่างถิ่น ผู้สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียด คุณอำนวย Dockweiler มือถือ 0176 3818 74 07 ทุกวัน

ข้อเสนอจากแดงไทยในต่างประเทศหากมากรุงเทพฯไม่ได้ให้ลุกฮือใส่เสื้อแดงทั่วไทย-ทั่วโลก อย่าเฉย

If the one who thinks they want to support the Red [ or tux or democracy or etc.]and only talk..talk ..talk..,they should not, they shoulddo something this time.!

I suggest the one who want to..but can not leave their home,[ with soooo many responsibility and reasons] ,THEY SHOULD COME OUT TO THE ROAD,IN FRONT OF THEIR HOUSE OR ELSEWHERE, AND SHOW THE WHOLE COUNTRY FOR A FEW HOURS,WEAR RED!!!!ON THE 14 OF MARCH! maybe from 8 or 9 am...to 11 am. Don't be scare !! BEING S C A R E will do no good, it is ways..s. s.. to do ,think positive and DO IT.

nothing come for free,

And this is the way, they do not have to come to BKK , Just stay where you are, and wear some sign[anything red] to show that you are telling,yelling,...WE WANT THE GOVERNMENT THAT WE VOTE FOR.!!!!..NO MORE COUP !!!!! Repeat!!! only a few hours on MARCH 14,


will it be possible???? to just stand from chiangrai, chianmai Lpoon lpang pang petch nakon wan, yuthya, thoomtanee,until Bkk, AND IN THE SAME ACTION ALL OF THAILAND SHOULD SHOW THIS FROM E-SARN TO BKK, AND THE SOUTH TO BKK. ,FROM EAST again do it as same as other part of thailand....

YES IT IS POSSIBLE.

If all the main drag of thailand full of people that come out and stand around for at least the first half day.. I reckon it will be very IMPRESS


TOOK KHON PROM !!!

คนกรุงเทพฯ: สันติวิธีและยุบสภา

ที่มา Thai E-News



คนกรุงเทพฯหนุนเสื้อแดงสู้-กลุ่มเสื้อแดงได้รับดอกกุหลาบแดงจากชาวกรุงเทพฯที่มาให้กำลังใจ ขณะที่พวกเขาเริ่มชุมนุมในกรุงเทพฯเมื่อวันศุกร์ที่ 12 มีนาคม แม้จะมีการโหมกระพือให้ร้ายเสื้อแดงว่าจะก่อความรุนแรงและส่งผลต่อวิถีชีวิตปกติของชาวกรุงก็ตาม แต่ดูเหมือนการสร้างภาพเสื้อแดงเป็นผู้ร้ายจะไร้ผลเสียแล้วภาพข่าว AP โดยDavid Longstreath)

โดย เปลวเทียน ส่องทาง
13 มีนาคม 2553

ติดตามสดเคลื่อนพลทั้งแผ่นดิน:-รับฟังสดทางวิทยุชุมชนแท็กซี่ คลิ้ก
-ติดตามถ่ายทอดสดทางเวบนิวสกายไทยแลนด์ คลิ้ก
-ติดตามถ่ายทอดสดทางพีเพิลชาแนลทางทีวีเสื้อแดงจอเท่าบ้าน คลิ้กหรือ คลิ้ก

ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่เข้มข้นในภาวะปัจจุบัน รัฐได้ใช้กลยุทธ์สร้างภาพ และสื่อรับใช้อำมาตย์ก็ขานรับโดยการสร้างภาพและกล่าวอ้างว่า คนกรุงเทพฯจะเป็นกลุ่มคนที่ออกมาคัดค้านการชุมนุมของคนเสื้อแดง

เป็นวิธีการที่สามานย์ของรัฐอภิสิทธิ์ที่ได้แยกเขาแยกเรา แยกคนกรุงเทพฯออกจากคนในประเทศ และสร้างคนเสื้อแดงเป็นดั่งศัตรู
ทั้งๆที่กรุงเทพฯเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย และคนกรุงเทพฯจำนวนไม่น้อยก็เป็น คนเสื้อแดง โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯที่เป็นคนจนและคนชั้นกลางที่รับรู้ข้อมูลข่าวสารรอบด้าน รักความยุติธรรม และรักประชาธิปไตย

คนกรุงเทพฯ จำนวนไม่น้อยไม่ได้ชื่นชมระบอบอำมาตยาธิปไตยแต่อย่างใด

นอกจากนี้แล้ว ก็ได้มีองค์กรต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวให้ทั้งรัฐและคนเสื้อแดง ใช้สันติวิธีในการเคลื่อนไหวไม่ใช้ความรุนแรง ให้ต้อนรับคนเสื้อแดงอย่างมิตร นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ไม่สร้างความเกลียดชังในสังคม

หลายองค์กรหลายคนเป็นห่วงความรุนแรง และหลายคนหลายองค์กรที่รักประชาธิปไตย ต้องการให้สังคมพัฒนาการแก้ไขความต่างความขัดแย้งกันอย่างสันติ อย่างมีเหตุมีผล ยอมรับเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกัน

ความรุนแรงมีทั้งหลากหลายมิติ ทั้งรูปธรรม นามธรรมทั้งกายภาพและรูปการจิตสำนึก

ความรุนแรงทางการเมืองที่สำคัญในปัจจุบัน ก็คือการไม่ยอมรับหลักการประชาธิปไตยพื้นฐาน ไม่เคารพหนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียง ไม่ยอมรับเสียงข้างมากที่เคารพเสียงข้างน้อย ไม่ยอมรับว่าคนจนมีสิทธิ์เท่าคนรวย ไม่ยอมรับว่าคนจบป 4 เท่ากับคนจบดอกเตอร์ ไม่เคารพว่าคนเกิดในตระกูลไพร่เท่ากับคนเกิดในตระกูลผู้ดีสูงศักดิ์ ไม่เคารพว่าผู้หญิงเท่ากับผู้ชาย ไม่ยอมรับว่าคนบ้านนอกเท่ากับคนเมืองกรุง ฯลฯ

สรุปก็คือ เป็นวิธีคิดที่ไม่เชื่อไม่ยอมรับไม่เคารพว่า “คนเท่ากัน” ในโลกที่ไม่ได้มีไพร่ทาสกันแล้ว หรือกล่าวอีกด้านหนึ่งได้ว่า เป็นความรุนแรงทางโครงสร้าง นั่นเอง

ดังนั้น ความขัดแย้งในทางการเมืองไทยที่ผ่านมานับแต่รัฐประหาร 19 กันยายน 49 ก็มีสาเหตุรากเหง้าปัญหามาจากความรุนแรงทางโครงสร้างและเพื่อแก้ไขปัญหานี้ จึงต้องหาหนทางแก้ไขปัญหาอย่างสันติ อย่างมั่นคงและเป็นประชาธิปไตย จึงต้องคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชน รณรงค์อย่างขนานใหญ่ให้ประชาชนเคารพกติกาประชาธิปไตยที่มีวาระเลือกผู้ปกครองแน่นอน ต่อสู้กันอย่างมีหลักการเหตุผล อย่างสันติวิธี ไม่ทำร้ายกัน

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ จัดตั้งโดยมีทหาร อำมาตย์หนุนหลัง หรืออำนาจนอกระบบประชาธิปไตยกำหนดขึ้น ไม่ได้มาจากเสียงสวรรค์ของประชาชนโดยแท้จริง

และคงมีแต่พวกตีสองหน้า สร้างภาพลักษณ์ให้ดูดี มืดบอดทางปัญญา พวกปล้อนปลิ้นหลอกลวงประชาชนไปวันๆเท่านั้นที่บอกว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์มีความชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย

ดังนั้น การยุบสภา จึงเป็นทางออกเดียวเพื่อสร้างสันติวิธีทั้งเฉพาะหน้าและระดับโครงสร้าง

นอกจากนักสันติวิธีจอมปลอม และนักสันติวิธีไร้หัวใจประชาธิปไตย รับใช้อำมาตย์เท่านั้นที่ปฏิเสธแนวทางนี้ใช่หรือไม่? โปรดทบทวนความคิดกันดู

วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2553

'TOP COP' วีรบุรุษผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

เพื่อไทยแฉนายตร.ใหญ่ชื่อย่อ"ก"ขนพวกคนพร้อมอาวุธสงครามเข้ากรุง

เพื่อนร่วมแผ่นดิน

สำรวจแนวรบ

นปช.อีสานผ่านด่านวังน้อยฉลุย

เสื้อแดงตะวันออกลั่นสู้ไม่ถอย

ยิ่งกลัว ยิ่งเกลียด

ไม่มีคดีตัวอย่าง

คลื่นแท็กซี่เต็มแยกลาดพร้าว ต้อนรับกองทัพแดง

'นพดล'ซัดกุข่าวเลอะเทอะ'ทักษิณ'มาเขมร

เสื้อแดงสระแก้วยกพลบุกกรุงเทพฯ

แดงชุมนุมคึกคัก อุบแผน เล็งดาวกระจาย

'เพื่อไทย' อ้าง พระสงฆ์นับหมื่นร่วมชุมนุมเสื้อแดง

กว้านซื้อชุดทหาร มากผิดปกติ หวั่นฝีมือพวกป่วน

สนนท.ประกาศร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง

ที่มา ประชาไท


(13 มี.ค. 53) นายอนุธีร์ เดชเทวพร เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ให้สัมภาษณ์ว่า สนนท. จะเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ที่เข้ามาทวงคืนประชาธิปไตย โดยมีข้อเรียกร้องร่วมคือให้รัฐบาลยุบสภา

"ถ้าเชื่อว่ากุมหัวใจของคนส่วนใหญ่ได้ ก็ไม่ควรกลัวการเลือกตั้ง" นายอนุธีร์ กล่าวและว่า นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะเมื่อรัฐบาลยุบสภา ผู้ชุมนุมก็จะแยกย้ายกันกลับบ้าน

ข่าวชุมนุมจากไทม์ออนไลน์ รัฐบาลพยายามทำให้เสื้อแดงเป็นผู้ร้าย

ที่มา ประชาไท


เว็บไซต์ไทม์ออนไลน์รายงานการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที 12 มี.ค. 2010 โดยพาดหัวว่า "ผู้ประท้วงในไทยเริ่มต้นเดินขบวนด้วยพิธีกรรมทางพุทธศาสนา" (Thai protest march starts with Buddhist chants)

ไทม์ออนไลน์รายงานบรรยากาศของการชุมนุมว่า มีการเริ่มต้นในช่วงเวลา 12.12 น. ด้วยเสียงตีฆ้องและการสวดมนต์ของพระ

นอกจากนี้ยังได้สัมภาษณ์ แหม่ม อังคณา ผู้ขายอาหารเสริมสุขภาพบอกว่าการชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 14 มี.ค. ที่จะถึงนี้ เป็นการชุมนุมเพื่อแสดงให้โลกเห็นว่ารัฐบาลปัจจุบันเป็นที่รังเกียจของประชาชนทั่วไปขนาดไหน

อังคณากล่าวว่าเธอไม่ชอบรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเลย เขาไม่ได้ทำอะไรเพื่อคนจน โดยเธอยังกล่าวประเมินอีกว่า อาจมีความรุนแรงเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันนี้ "กลุ่มคนเสื้อแดงมีแค่ 'มือตบ' แต่รัฐบาลมีกองทัพอยู่" และยังให้ความเห็นอีกว่านายกฯ อภิสิทธิ์ต้องการฆ่าประชาชน ต้องการฆ่าคนเสื้อแดง

ไทม์ออนไลน์รายงานถึงการรักษาความสงบว่า นอกจากจะมีการใช้หน่วยรักษาความสงบ 50,000 นายแล้ว ยังมีเตรียมปืนฉีดน้ำจากรถดับเพลิง เครื่องส่งคลื่นเสียงหรือแอลแรด แก๊สน้ำตา และกระบอง นอกจากนี้ยังมีข่าววงในรัฐบาลเตือนว่าอาจมีการใช้ปืนและปืนครกในการจู่โจม ขณะที่ผู้นำกองทัพอาวุโสจะประจำการอยู่ที่ฐานบัญชาการชั่วคราวในช่วงของการชุมนุม

รัฐบาลบอกอีกว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้เข้ามาในกรุงเทพฯ ด้วยการตั้งด่านตรวจอย่างหนาแน่นตามทางหลวง ขู่ปิดปั้มน้ำมัน สั่งห้ามรถอีแต๋น การประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคงฯ ที่เข้มงวด รวมถึงการทำให้เสื้อแดงดูเป็นผู้ร้าย (demonising the Red Shirt movement)

กลุ่มแกนนำบอกว่าพวกเขาเพียงแค่ต้องการเปลี่ยนระบบเก่าที่เอื้อประโยชน์แต่เพียงชนชั้นนำ, คนในเมือง และคนกลุ่มน้อย ณอน บุญประคอง โฆษกต่างประเทศของกลุ่มเสื้อแดง บอกว่าชาวเสื้อแดงคือคนไทย และมีชีวิตอยู่กับความจริงที่ว่าสังคมไทยไม่เท่าเทียมกัน

ณอนบอกอีกว่าเป้าหมายคือการยุบสภา หากมีการยุบสภาวันที่ 13 มี.ค. ก็จะไม่มีการชุมนุมวันที่ 14 มี.ค.

ไทม์ออนไลน์ รายงานอีกว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า เขาจะไม่ยึดติดกับอำนาจ หากการยุบสภาหรือการที่เขาออกจากตำแหน่งจะเป็นการทำให้สิ่งต่าง ๆ ดีขึ้น เขาก็จะไม่มีปัญหาเลย แต่การรัฐประหารเป็นสิ่งที่เขายอมรับไม่ได้

ที่มา:

Thai protest march starts with Buddhist chants, Times Online, 12-03-2010

ประเทศไทยไม่ได้ ‘ปกครองโดยกฎหมาย’ แต่ใช้ ‘กฎหมายของผู้ปกครอง’

ที่มา ประชาไท


6 มีนาคม 2553

ในแง่ของคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ที่ตัดสินไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานั้น ผมคิดว่าจะปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองระดับมืออาชีพไว้ชั่วคราว แล้วหันมาให้ความสนใจเรื่องความไม่ยุติธรรมในสังคมแทน ทั้งนี้ ในทัศนะของผมแล้ว เป็นต้นตอของอาการป่วยไข้อันน่ากลัวที่ปรากฏให้เห็นเด่นชัดอยู่มากมายในบ้านเมืองของเราซึ่งแตกแยกออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างลึกซึ้ง

ยิ่งไปกว่านั้น ผมเชื่อว่า ถ้าหากความไม่ยุติธรรมเหล่านี้ยังคงมีปรากฏอยู่ในคำพิพากษาหรือความหายนะใดๆ ที่รอคอยทักษิณอยู่ในคดีต่างๆ ที่กำลังจะตามมาแล้ว สังคมไทยเราก็จะไม่มีวันพบเจอหนทางกลับไปสู่วิถีแห่งความปรองดองกันอีกครั้งได้

นี่เป็นตัวอย่างความอยุติธรรมในสังคมไทยที่ผมคิดออก ซึ่งจะเป็นเครื่องยืนยันว่า เราจำเป็นต้องให้ความสนใจกับมันอย่างจริงจัง

ในความคิดของผม เมืองไทยคงจะเป็นแผ่นดินที่แห้งผากถ้าหากไร้ซึ่งผู้หญิง ไม่ใช่เพราะว่าผมโชคดีพอที่ได้แต่งงานกับคนสวยและเป็นคนที่ผมรัก แต่เป็นเพราะผมเชื่ออย่างแน่วแน่ว่า สถาบันที่สำคัญที่สุดในสังคมไทยไม่ใช่รัฐสภา ศาล หรือกองทัพ แต่เป็นสถาบันครอบครัว และผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในครอบครัวก็คือผู้ที่เป็นแม่นั่นเอง

ดังนั้น ออกจะน่าเสียใจ และเป็นความไม่ยุติธรรมอย่างใหญ่หลวง เมื่อผมเห็นผู้หญิงเพียงน้อยนิดดำรงตำแหน่งอยู่ในรัฐสภา, คณะรัฐมนตรี และระบบยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการร่างรัฐธรรมนูญ กฎหมายสูงสุดของประเทศ ซึ่งดูเหมือนจะมีการกำหนดโควตาให้แก่นักธุรกิจชั้นนำ, นักวิชาการขี้หงุดหงิด และข้าราชการปากมากอย่างไม่อั้น แต่กับผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ที่เป็นแม่ ดูเหมือนว่าตลอดเวลาจะได้รับหน้าที่เป็นตัวแทนน้อยมากในเรื่องที่มีความสำคัญต่อประเทศเช่นนี้

ฉะนั้นแล้ว ลองหาผู้หญิงที่มีความสามารถซักคนมาลงสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีให้ผมเห็น แล้วผมที่เชื่อว่าเราต้องการการเลือกตั้งแบบ ‘วันแมน วันโหวต’ จะขอโอกาสให้แมนคนนี้ไปโหวตเลือกผู้หญิงเป็นนายกฯ!

เกษตรกรไทยก็ได้รับความสำคัญน้อยกว่าคนอื่นๆ มานานแสนนานแล้วเช่นกัน เกษตรกร คือคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ดูเหมือนจะถูกบรรดานักการเมืองมองข้ามจนกว่าการเลือกตั้งใกล้จะมาถึง

สำหรับประเทศไทย เกษตรกรรมไม่ได้เป็นแค่อาชีพ แต่เป็นวิถีชีวิต โชคร้ายสำหรับเกษตรกร การที่จะดำรงไว้ซึ่งระดับความเป็นอยู่อย่างที่เป็นอยู่นี้ ทำให้พวกเขาต้องตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงสูงมาก เพื่อจะได้ผลตอบแทนอันน้อยนิด

ผลผลิตทั้งหมดอาจจะหายวับไปกับตาด้วยโรคพืชหรือภัยแล้ง นำพาครอบครัวไปสู่การถูกบีบคั้นทางการเงินและสังคมอย่างหนัก แต่ถึงแม้จะได้เก็บเกี่ยว ผลผลิตที่ได้ก็ไม่ได้มากมายอะไร

ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบอย่างมากในเรื่องการเพาะปลูกเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเราสามารถปลูกพืชหลายๆ อย่างที่มีคุณค่าและรสชาติอร่อยที่สุดในโลก

ด้วยความเคารพต่อชาวอินโดนีเซีย (ผมรู้ว่ากำลังจะโดนขัดคอ) แต่คุณเคยลองชิมมะม่วงจากอินโดนีเซียมั้ย? มันมีขนาดเท่าๆ กับลูกฟุตบอล และรสชาติก็คล้ายๆ กันด้วย!

ฉะนั้นแล้ว ขอให้พวกเราโอบกอดเกษตรกรทั้งหลายของเราเอาไว้ และแสดงให้พวกเขารู้ว่า เขามีค่าต่อเราเฉกเช่นผลไม้ที่เขาปลูก ตลอดจนเรียกร้องให้ทุกๆ รัฐบาลควรจะรับผิดชอบให้การชดเชยต่อความไม่สมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทนจากการเพาะปลูก และแทนที่จะเห็นแก่ประโยชน์ของพ่อค้าคนกลาง ผู้ซึ่งอยู่ดีกินดีอยู่แล้ว รัฐบาลควรจะหันมาเห็นแก่ประโยชน์ของเกษตรกรรายย่อยหลายล้านคน ซึ่งถูกกระทำให้ต้องอยู่อย่างทุกข์ๆ ยาก ๆ เสมอมา

น่าขันที่ว่า ความอยุติธรรมที่น่ารังเกียจที่สุดในสังคมไทยมีแหล่งกำเนิดมาจากคนที่เราเสียภาษีให้มาคุ้มครองเรานั่นคือ กองทัพ นั่นเอง เราอาจจะมีภาพว่า มีรัฐบาลที่เป็นพลเรือน แต่ความจริงแล้ว ตำแหน่งที่มีอำนาจและอิทธิพลมากที่สุดในประเทศไทยไม่ใช่นายกรัฐมนตรี แต่เป็นผู้บัญชาการทหารบก

นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาเตือนเราอยู่เสมอว่า ประชาชนทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎกติกา แต่เมื่อกติกา ซึ่งกรณีนี้คือ รัฐธรรมนูญ 2540 ที่เรียกกันอย่างชื่นชมว่า ‘รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน’ ถูกฉีกกลางวันแสกๆ โดยการทำรัฐประหารเมื่อปี 2549 และเขียนกันขึ้นใหม่ให้เข้ากับความต้องการของคณะรัฐประหาร ท่านไม่ได้ทำตัวเป็นนักสืบเชอร์ล็อค โฮล์มส์ ทำความเข้าใจว่า ทำไมประเทศไทยถึงได้สิ้นสุดการมี ‘นิติรัฐ’ หรือ ‘การปกครองโดยกฎหมาย’ (Rule of Law) และแทนที่ด้วยยี่ห้อพิเศษเป็นของตนเองว่า เป็นประเทศที่ใช้ ‘กฎหมายของผู้ปกครอง’ (Law of Rule)

‘กฎหมายของผู้ปกครอง’ ทำให้เข้าใจชัดเจนว่า ในราชอาณาจักรนี้ กองทัพมีอำนาจเบ็ดเสร็จ และอยู่เหนือกฎหมาย เนื่องจากกองทัพแต่งตั้งนายทหารระดับนายพลไปนั่งในตำแหน่งที่สำคัญๆ จัดสรรงบประมาณที่สูงเกินให้กับกองทัพเอง และไม่เคยตอบคำถามใครๆ

ผมเห็นด้วยกับท่านนายกฯ เมื่อท่านขอร้องเสมอๆ ให้ประชาชนทุกคนไม่ว่าจะเป็นเสื้อแดงหรือเสื้อเหลือง ยึดมั่นใน ‘นิติรัฐ’ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ คนไทยจำนวนมากสัมผัสได้ว่า ตัวกฎหมายเองนั่นแหละที่ไม่ยุติธรรม เพราะดูเหมือนว่าจะมีกฎหมายชุดหนึ่งที่ใช้กับประชาชนทั่วไป และมีอีกชุดหนึ่งที่ใช้กับกองทัพ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ในเมื่อกฎหมายและการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายมีสองมาตรฐานอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งแล้ว ทำให้ผมตั้งข้อสงสัยว่า เหตุผลที่ท่านอภิสิทธิ์อ้างถึง ‘นิติรัฐ’ อยู่เรื่อยๆ คงเป็นเพราะว่า เชื่อและศรัทธา เหมือนการสวดของชาวยิวบนเทมเพิล เมาท์ (เยรูซาเล็ม) นั่นละมั้ง

กรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับจีที 200 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ที่แสดงให้เห็นถึงการที่กองทัพไม่แยแสต่อความวิตกกังวลของคนในชาติ และท้าทายต่อเจตนาของท่านนายกฯ อย่างโจ่งแจ้ง

ในความเห็นของผม ข้อสงสัยในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ก็คือ ทำไมอภิสิทธิ์ถึงต้องยัดเยียด ‘นิติรัฐ’ ให้เรานัก ในเมื่อตามความเป็นจริงแล้ว ความยุติธรรมที่แท้จริงและมีความหมายนั้นเป็นที่ยอมรับได้ง่ายมาก สามารถสัมผัส และรู้ซึ้งอยู่ในใจคนทั่วไปได้

ผมเกรงว่า ในคดียึดทรัพย์ทักษิณนั้น จะไม่มีใครรับรู้ได้ถึงความยุติธรรม เนื่องจากความยุติธรรมถูกทำให้มีมลทินโดยการทำรัฐประหารของกองทัพ ซึ่งถือเป็นการปลดปล่อยที่ยิ่งเลวร้าย และคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน โครงสร้างจากการรัฐประหาร ซึ่งถือเป็นทางด่วนไปสู่ความยุติธรรมแบบห่วยแตก

ด้วยความสัตย์จริง ผมไม่เห็นด้วยและชิงชังหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่างที่รัฐบาลทักษิณเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด แต่การกำจัดคนที่ทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นที่ชิงชังรังเกียจของคนทั่วไปขนาดไหน ด้วยวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นไม่ยุติธรรมอย่างแน่นอน และสมควรได้รับการประณามในประเทศที่ปกครองโดยกฎหมาย ดังนั้น ณ ที่นี้ ปัญหาจึงมีอยู่ว่า จากจุดที่เรายืนอยู่นี้ สังคมไทยจะก้าวไปทางไหน? กฎกติกาอันไหน หรือกฎหมายของใครที่เราต้องทำตาม?

ถึงแม้ว่าวันหนึ่งทักษิณจะถูกจับและถูกโยนเข้าคุกใต้ดินที่มืดและชำรุดทรุดโทรมที่สุด แต่หนทางที่จะกลับมาเป็นประเทศที่ปกครองโดยกฎหมายนั้นยังอีกยาวไกล เพราะเป็นที่น่าเศร้าใจว่า ในประเทศไทยคนบางคนที่เราไว้วางใจให้ปกป้องและบังคับใช้ ‘นิติรัฐ’ ดูเหมือนจะคิดว่า พวกเขาไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามหลัก ‘นิติรัฐ’ ซะเลย

..............................................................

*สงกรานต์ กระจ่างเนตร นักธุรกิจ จบการศึกษาจาก The London School of Economics และ Columbia University

มาดูพิษของ "แก๊สน้ำตา" (Tear gas) และวิธีการป้องกัน

ที่มา thaifreenews

"แก๊สน้ำตา" (Tear gas) หรือ CS gas ที่เป็นชื่อสามัญของ 2-chlorobenzalmalononitrile หรือ o-Chlorobenzylidene Malononitrile มีสูตรทางเคมีคือ C10 H5 Cl N2 โดยส่วนประกอบที่นำมาผลิต เป็นสารเคมีหลายชนิด แต่พบบ่อยคือ 1- chloroacetophenone (CN), 2-chlorobenzalmalononitrile (CS), dibenzoxazepine (CR), oleoresin capsicum (OC or "pepper spray") และ pelargonic acid vallinylamide (PAV)

แก๊สน้ำตาเป็นส่วนผสมของสารเคมี มีคุณสมบัติละลายน้ำ เมื่อถูกร่ายกายจะเกิดการระคายเคือง โดยเฉพาะเยื้อบุต่างๆ จำแนกอาการได้ดังนี้


เยื่อบุตา ทำให้มีน้ำตาไหล แสบ คัน บวม แต่ไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้ตาบอดได้
ยกเว้นว่าถูกแก๊สน้ำตาระเบิดใส่ตาโดยตรง
เยื่อบุโพรงจมูก ทำให้แสบจมูก มีน้ำมูก
เยื่อบุในช่องปาก ทำให้แสบ ร้อนริมฝีปาก ปากแห้ง หรือเกิดการพองมีน้ำเหลืองไหล เกิดแผลในปาก
ทางเดินหายใจ เจ็บคอ ไอ จาม มีเสมหะ หายใจลำบาก หัวใจเต้นแรง หัวใจทำงานผิดปกติ หายใจติดขัดเพราะหลอดลมอักเสบ โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคหอบหืด หรือถุงลมโป่งพอง รายที่สูดดมควันเป็นเวลานานมาก อาจทำให้ปอดอักเสบได้
ทางเดินอาหาร สำลักควัน กลืนน้ำลายที่มีแก๊สน้ำตาเข้าไป จะทำให้รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียนได้
ผิวหนัง : แสบ บวมแดง


แก๊สน้ำตาจะออกฤทธิ์ทันทีที่ร่างกายสัมผัสถูก และฤทธิ์จะคงอยู่นานประมาณ 10-30 นาที ขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่ถูกแก๊สน้ำตา สิ่งแรกคือ หลีกเลี่ยงออกไปอยู่พื้นที่ที่ไม่มีควันแก๊สน้ำตาป้องกันการสูดดมซ้ำ จากนั้นรีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือในปริมาณมากๆ ทันที วิธีการล้างให้ปล่อยน้ำให้ไหลผ่านดวงตาเบาๆ นานสักระยะเพื่อให้นำล้างแก๊สน้ำตาออกให้หมด เพราะหากล้างน้ำแรงไปจะทำให้ดวงตาอักเสบหรือกระจกตาเสียหายได้ หลังจากล้างดวงตาเสร็จแล้วให้ล้างใบหน้า มือ ขา ขา ด้วยสบู่ หรือน้ำเปล่าก็ได้ แต่สบู่จะช่วยชะล้างแก๊สน้ำตาได้ดีกว่าน้ำเปล่า และรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที หลังจากปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อตรวจเช็คร่างกายว่าได้รับอาจเกิดอาการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจทำให้หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบได้ โดยผู้ป่วยจะจะมีอาการ หายใจติดขัด หายใจไม่ออก เจ็บบริเวณคอหลอดลมเพราะเกิดการอักเสบ แน่นหรือเจ็บหน้าอก ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้แพทย์จะรักษาตามอาการ โดยให้ดมออกซิเจน และจิบน้ำเปล่าบ่อยๆ ระยะเวลาการรักษาไม่นานภายใน 1-7 วัน อาการก็หายเป็นปกติ

สำหรับผลข้างเคียงระยะยาว รายงานทางการแพทย์จากการทดลองให้ห้องปฏิบัติการได้ฉีดแก๊สน้ำตาให้กับสัตว์ทดลอง พบว่ายังไม่มีข้อมูลยืนยันได้ว่าแก๊สน้ำตามีอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว หรือเกิดการสะสมในร่างกายเป็นเวลานานก่อให้เกิดเป็นมะเร็งได้

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ได้รับแก๊สน้ำตา สวมใส่เสื้อผ้า และรองเท้าที่มิดชิด เช่น เสื้อแขนยาว กางแกงขายาว รองเท้าหุ้มข้อ สวมหมวก หรือหน้ากาก และควรพกแว่นกันแดดติดต่อตลอดเวลา หรือจะให้ดีควรเป็นแว่นที่มีลักษณะคล้ายแว่นกันน้ำ เพราะจะช่วยปกปิดดวงตาได้มิดชิดกว่าแว่นกันแดดปกติ


ด้วยความปรารถดีจาก FARED first aid red shirt อาสาปฐมพยาบาลเสื้อแดง

สัญญาณเสื่อม ข้าราชการเริ่มไม่ทำตามคำสั่ง อำมาตย์คุมทหารบางกองพันได้ คุมกองทัพไม่ได้

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย



หากเราประเมินสถานการณ์ต่อต้านการชุมนุมของคนเสื้อแดง โดยฝ่ายรัฐบาล เราคงไม่อาจประเมินได้จากการประโคมข่าวของสื่อ หรือจากโฆษกรัฐบาล หรือคำพูดของนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เพราะนั่นเป็นการโปรประกันดา เป็นการพูดคุยโวที่เกินจริง

ถ้าหากเราสมมุติว่าเหตุการณ์นี้เป็นการรบ การทำสงครามระหว่างสองกองทัพ สองประเทศ (ประเทศเสื้อเหลือง กับประเทศเสื้อแดง) เราก็ต้องดูผลการรบ ที่แนวรบเป็นสำคัญ ไม่ใช่ดูผลที่การโปรประกันดาของฝ่ายตรงข้าม

กองทัพเสื้อแดงเคลื่อนพลจากอีสาน เหนือ ใต้ กทม. และตะวันตกเข้าสู่เมืองหลวง สภาพการเคลื่อนพลนี้ สงครามเก้าทัพของพม่ายังเทียบเท่าไม่ได้เลย พื้นที่การรบไม่มีแนวหน้า ทั้งประเทศกลายเป็นสมรภูมิหมดสิ้น



สภาพการต่อต้านของกองทัพรัฐบาลที่ประกาศผ่านสื่อในเครือข่ายอย่างใหญ่โต หรือมีข่าวการตั้งวอร์รูมต่อต้านคนเสื้อแดง มีมาตรการต่างๆมากมาย ขู่ว่าจะใช้กฎหมายนับสิบฉบับ สภาพการณ์อย่างนี้ราวกับว่า ฝ่ายรัฐบาลได้สร้าง "แนวป้องกันมายิโนต์" ขึ้นตั้งรับกองทัพเสื้อแดงเรียบร้อยแล้ว เป็นแนวป้องกันที่ไม่มีกองทัพใดทะลวงผ่านได้

แต่ผลการเคลื่อนพลตั้งแต่เมื่อวานนี้ "แนวต้านทาน" ของฝ่ายรัฐบาล อ่อนแอยิ่ง เรียกว่า กองทัพเสื้อแดงบุกผ่านได้โดยไม่มีการต่อต้านจากทัพฝ่ายอำมาตย์เลยก็ว่าได้ จึงประเมินได้ว่า "แนวตั้งรับ" ของอำมาตย์ นั้นได้ล่มสลายไปแล้ว

ทำไมจึงล่มสลาย หากดูจากข่าวการสกัดของเจ้าหน้าที่ตามจุดต่างๆจะเห็นว่าไม่ได้มีการสะกัดคนเสื้อแดงอย่างจริงจัง บางด่านเป็นใจกับเสื้อแดง นั่นหมายถึง "ข้าราชการระดับปฎิบัติ" ไม่ทำตามคำสั่งแล้ว ไปตั้งรับตามหน้าที่ แต่ไม่มีการต่อต้าน หากเป็นการรบ ก็ถือได้ว่า ทหารฝ่ายต่อต้าน "ลดปืนลงหมด" เปิดทางโดยไม่มีการขัดขวางแต่อย่างใด

ผมทราบจากข่าวบางสายมาว่า "อำมาตย์สั่งการ" ให้กองกำลังพยัคฆ์บูรพา เตรียมพร้อมเต็มที่ แต่ให้เขาประเมินว่า ได้กำลัง 42 กองพัน แบบกบถเมษาฮาวายหรือ ไม่ เขาบอกว่าไม่ถึงขนาดนั้น รวมทหารที่สั่งได้ประมาณ 5,000 คน เท่านั้น

5,000 VS 1,000,000

จะสลายม็อบ 1 ล้าน ด้วยกำลัง 5,000 คน นั้นมีทางเดียวคือ "ฆ่าทิ้งให้มากเพื่อสร้างBalance of Terror หรือดุบลแห่งความกลัวขึ้น ให้ม็อบกลัวแล้วก็สลายตัวไป คงต้องฆ่า ทำลายล้าง กวาดล้างด้วยอาวุธ ตายไม่ต่ำกว่า 5,000 คน



ผมยังไม่คิดถึงประเด็นว่าจะ "ทำได้หรือไม่" นะครับ แต่วิธีการสลายม็อบ 1 ล้านคน ด้วยกำลังทหารอาวุธเต็มอัตราศึก 5,000 คน ไม่มีหนทางอื่นหรอกครับ

วันนี้อำมาตย์ คุมทหารที่พวกเขาคิดว่า "มั่นใจได้" แค่นี้เท่านั้นเอง

ดุลยภาพของสงคราม เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงแล้ว

อย่าเพิ่งคิดว่าเสื้อแดงจะชนะนะครับ มันยังมีเกมอื่นๆ นอกจากการใช้กำลังอีก เช่น ยุบสภาหนี หรือ อภิสิทธิ์ลาออก เพื่อต่ออายุ อำมาตย์ออกไปนะครับ

เขาคงเลือกเล่นเกมพวกนี้มากกว่าการใช้กำลัง

อีกอย่างหนึ่งการต่อต้านของคน กทม. ต่อม็อบเสื้อแดงมีน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย ทั้งๆ ที่สื่อ ปลุกระดมปูทางเต็มที่

มันเป็นไปตาม สมมุติฐานของผมแต่ต้นใน “ระบบการเมืองแบบบขั้ว(Political Polarization)” ประชาชนได้แบ่งขั้วกันเรียบร้อยแล้ว นี่เป็นสงครามระหว่าง คนเสื้อแดงกับอำมาตย์ ไม่ใช่สงครามระหว่างอำมาตย์กับทักษิณ เป็นสงครามระหว่าง ไพร่ กับ นาย

คนเสื้อเหลือง (แม้ไม่ยอมรับว่าเป็นพวกสนธิ แต่สนับสนุนอำมาตย์ ผมก็จัดกลุ่มไว้เป็นพวกเสื้อเหลือง) ที่เป็นมวลชนทั่วไปเกิดเบื่อหน่าย และเกิด "อับอายทางจริยธรรม" เพราะแต่ก่อนพวกตนก็สนับสนุนให้ พธม. ชุมนุมได้ ทำทุกอย่างได้ มันจึงไม่มีความชอบธรรม ที่จะ"โต้แย้ง" กระบวนการเสื้อแดง ได้แต่อย่างใด

นอกจากนี้รัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็คงทำให้พวกเขาผิดหวัง

ประชาชนแนวร่วมเสื้อเหลือง คงอยากจบความขัดแย้งนี้เสียที

ปัญหามันอยู่ที่ เจ้ กับ เฮีย (ย่านเยาวราชมั๊ง) ต่างหาก ที่ไม่ยากจบ อยากจะเอาชนะให้ได้ ทั้งๆ ที่บารมีเสื่อมไปแทบหมดสิ้นแล้ว (ผมไม่วิเคราะห์แนวรบอื่นๆ ใต้ดินเช่น นปช.ยูเอสเอ ที่ส่งผลกระเทือนที่ ฐานรากแห่งศรัทธาอย่างรุนแรงนะครับ)

ผมได้ยินข่าวจากบางกระแสมาว่า อาจไม่มีการชุมนุมวันที่ 14 มี.ค. เพราะจะมีการยุบสภาหนีก่อน แต่ผมก็ยังไม่คิดว่าเรื่องมันจะจบ

เพราะ ม็อบได้มาแล้ว กองทัพเสื้อแดงได้เคลื่อนพลลงมาแล้ว คงมีการเรียกร้องอื่น เพื่อสร้างหลักประกันไม่ให้อำมาตย์ซื้อเวลา เช่น ให้เปรมลาออก หรืออย่างอื่นเป็นต้น

หากยุบสภา เลือกตั้งภายใต้อำมาตย์ยังคุมหน่วยงานอิสระ สั่งศาลได้ บ้านเมืองก็ยังวุ่นวายไม่จบครับ สงครามยังไม่จบ เป็นแค่การเลื่อนเวลาการรบออกไปเท่านั้น มันบั่นทอนประเทศครับ

มาแล้ว ก็ต้องรบแหละครับ