ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 23, 2010

วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ.2553

ปฏิบัติการ ‘ตบหน้าทหาร’ ระเบิดการเมือง!

ต้องออก

วีระแฉภาพถ่าย ทหาร-ยีเอ็มซี รปภ.สนามกอล์ฟ

กระตุกหนวด 5 เสือ

'ทักษิณ'แฉ ทวิตเตอร์ โดนปลอมแปลง

บ้านเหลืองเมืองร้อน

คำเตือนจากเอ็ม 79

สุดท้ายก็ต้องคืน

หักหน้า ผบ.ทบ.

เสธ.แดงไม่หนี บุกสอยดาว ตำรวจรอรวบ

แม่นไหมไม่ทราบ ประจำวันที่ 23-29 ม.ค. 53

ที่มา ประชาไท

โดย การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์


เช้าแล้ว


เช้าแล้วจริงๆ เหรอ


ต้องออกไปปฏิบัติภารกิจเสียแล้ว


ดูแลสวนให้มามี้


(ในความคำนึง > มามี้ชอบเด็ดดอกไม้มาใส่แจกัน)


เดี๋ยวหนูทึ้งให้


ทำไมล่ะ มามี้ หนูผิดตรงไหน


(
ภาพที่ถ่ายไม่ทัน งับทึ้ง งับทึ้ง)

ราศีเมษ Aries (13 เมย.-13 พค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
The Magician อาจเกิดจุดหักเหที่สำคัญอย่างใดอย่างหนึ่งในชีวิตคุณ แต่นำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ไพ่ใบนี้ยังหมายถึงการเดินทางที่ราบรื่นปลอดภัย โชคที่มาไม่คาดฝันด้วยค่ะ
ความรัก ความสัมพันธ์ Queen of Swords ถือว่าเหน็ดเหนื่อย อาจมีการปะทะ การป้องกันตัว ปกป้องตัวเอง สัมพันธ์กับคนที่มีลักษณะแข็งกร้าว ไม่ยอมกันง่ายๆ
สถานการณ์การเงิน Eight of Swords ปัญหาเกิดได้จากทุกสารทิศ เรื่องค่าใช้จ่ายที่ไม่พึงประสงค์ เสียเงินแบบเลี่ยงไม่ได้ งานการกุศลที่ไม่พร้อมใจ เกิดอุปสรรคที่เหลียวซ้ายแลขวาก็เห็นแต่ความมืด
ธุรกิจ การงาน King of Cups ถือว่าราบรื่นดีนะคะ มักได้ทำงานที่รัก มีความสุข แต่ก็อดไม่ได้ที่จะอ่อนไหว หรือปิ๊งรักกับคนในที่ทำงานบ้าง มีเรื่องวุ่นวายใจพอเป็นกระสาย
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Justice ปัญหาทางข้อกฎหมาย เรื่องเอกสารสำคัญ การลงนามต่างๆ รอบคอบให้มาก

คำแนะนำพิเศษ Temperance ปรับตัว ปรับใจ ปรับสมดุลให้ได้ค่ะ ไม่ว่าจะพบความเปลี่ยนแปลงอย่างไร ตกในที่ๆ ทุรกันดาร หรือเผชิญหน้ากับคนที่ยากแก่การเดาใจ อดทนประคองตัวไว้ก่อน

ราศีพฤษภ Taurus (14 พค.-13 มิย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Nine of Wands ความรู้สึกไม่พึงพอใจต่อสถานการณ์ ช่วงเวลาที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงแต่ทำไม่ได้ งานหนักสุมรุมเร้าแต่ก็ไม่ไว้ใจใครให้มาช่วยเหลือ แบกความทุกข์อยู่เงียบๆ (หรือเปล่า?)
ความรัก ความสัมพันธ์ Four of Swords ในคู่รักอาจมีช่วงที่ต้องยุติความสัมพันธ์ จัดระยะ ปรับท่าทีให้เย็นชาต่อกันเพื่อตั้งหลักให้ได้ มีความตึงเครียดแฝงอยู่ บางครั้งการอยู่ลำพังไม่สุขแต่ก็ทุกข์น้อยกว่า
สถานการณ์การเงิน The Emperor มีความมั่นคงดีค่ะ มีอำนาจในการจับจ่าย หรืออาจถือเงินของโครงการใหญ่ ร่วมงานกับผู้ที่มีอำนาจ มีช่องวางแสวงหาผลประโยชน์ มีผู้หนุนหลัง ถ้าทำธุรกิจกับชาวต่างชาติถือว่ามีโอกาสที่ดี
ธุรกิจ การงาน The Hermit เป็นไพ่ที่เด่นสำหรับครูบาอาจารย์ นักศึกษานักวิจัย จะได้ใช้เวลาของตัวเองเต็มที่ แต่ถ้าเป็นงานอื่นๆ โดยทั่วไปอาจอยู่ในโลกส่วนตัวที่คนอื่นยากหยั่งถึง มีความแปลกแยก เงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูก ไม่ค่อยอยากออกสังคมมากนัก
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Ten of Swords เรื่องยุ่งๆ ที่มากับกลุ่มคน หรือปัญหาต่อมาเป็นทอดๆ จนถึงจุดฟางเส้นสุดท้าย

คำแนะนำพิเศษ Seven of Cups อาจมีสิ่งที่ยั่วยวนคุณให้โหยหา ปรารถนา หรือมีความใฝ่ฝันแสนสวยตลอดเวลา แต่ว่าการมองโลกในแง่จริงก็สำคัญมาก

ราศีเมถุน Gemini (14 มิย.-14 กค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Sun คงต้องขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ ไพ่เจิดจ้าโดดเด่นขนาดนี้ มักมีแต่เรื่องดีๆ เด่นๆ ชื่อเสียงเกียรติยศ เงินทอง ความเบิกบานใจ อยากได้อะไรก็จะได้สิ่งนั้น
ความรัก ความสัมพันธ์ Knight of Pentacles คุณอาจมีคนรักหรือความสัมพันธ์ที่เอื้อผลประโยชน์ต่อกันและกัน มีการประเมินคุณค่าในที พ้นจากช่วงรักหวือหวาหรืออารมณ์โรแมนติคอ่อนไหว ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ “ได้” และ “เสีย” ของแต่ละฝ่าย
สถานการณ์การเงิน Nine of Pentacles เด่นค่ะ ความหมายตามหน้าไพ่คือคนที่มีเงินทองเหลือใช้ ได้เงินจากความเหน็ดเหนื่อยอย่างหนักที่ผ่านมา ได้เวลาใช้จ่ายเพื่อความสุขส่วนตัว ซื้อหาความสะดวกสบาย แม้แต่เสน่หาก็ยังซื้อได้
ธุรกิจ การงาน Eight of Cups แต่สำหรับเรื่องงาน จะมีเหตุให้ผิดหวัง ต้องตัดใจ หากมีการเดินทางถือว่าไม่ราบรื่น เจอข้อขัดข้อง รู้สึกต้องตกระกำลำบาก
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Tower สิ่งที่ไม่คาดฝัน การรื้อหรือพังทลาย อาจเป็นจิตใจหรือสถานการณ์ก็ได้

คำแนะนำพิเศษ Nine of Swords จะเห็นว่าหน้าไพ่ของคุณสุดโต่งมากในสัปดาห์นี้ มีทั้งดีที่สุด ร้ายที่สุด และยังอารมณ์มืดหม่นที่กรองออกไม่ได้ ดูแลสุขภาพใจให้ดีค่ะ ระวังปัญหาจากสายตา ปวดหัว-ปวดไหล่ ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงเช่น แม่ป้าน้ายาย ทำให้เกิดเรื่องกังวลขึ้นมาอีก

ราศีกรกฎ Cancer (15 กค.-16 สค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Three of Cups มีเรื่องให้ยินดีค่ะ อาจได้รับข่าวดี เพื่อนฝูงให้ความชื่นชมยกย่อง ได้ไปปาร์ตี้ที่มีความเพลิดเพลิน สนุกสนาน ได้ในสิ่งที่ต้องการ
ความรัก ความสัมพันธ์ Eight of Wands เอาใจใส่การงานดีกว่าค่ะ ไพ่บอกไว้ กรณีมีคู่รักคู่ครอง หมายถึงความสัมพันธ์กำลังก้าวหน้า แต่ก็มีเรื่องอื่นให้คิดให้ทำมากกว่ามองตากันไปวันๆ ส่วนคนโสด พัฒนาตัวเองให้เต็มที่ โอกาสดีด้านต่างๆ กำลังมาถึง
สถานการณ์การเงิน Four of Pentacles น่าจะเป็นช่วงที่คุณขี้เหนียวเป็นพิเศษ ไม่ค่อยไว้ใจอนาคต หรือกลัวสิ่งที่มีจะสูญเสีย เป็นเวลาที่ตั้งหน้าตั้งตาเก็บงำทรัพย์สินก็ว่าได้
ธุรกิจ การงาน Five of Pentacles ปัญหาจุกจิกค่ะ เรื่องไม่ใหญ่แต่น่ารำคาญใจ ที่ควรให้ความสำคัญคือปัญหาที่มองไม่เห็น เพื่อนร่วมงานซึ่งไม่นิยมพูดความจริง
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Knight of Wands การมุ่งไปข้างหน้าเร็วเกินไป หรือรุกทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้พร้อมจริง


คำแนะนำพิเศษ
Ten of Cups สิ่งที่คุณต้องการลึกๆ อาจเป็นครอบครัวแสนสุข ความอบอุ่น ความสนิทสนมที่แนบแน่น หรือคุณอาจมีสิ่งเหล่านี้อยู่แต่ละเลยมันไป

ราศีสิงห์ Leo (17 สค.-16 กย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Ten of Pentacles การเงินที่มั่งคั่ง ความสมบูรณ์พร้อมในด้านทรัพย์สิน แรงสนับสนุนจากครอบครัว คู่ครอง การทำธุรกิจในครอบครัว รายได้งามๆ
ความรัก ความสัมพันธ์ The Moon บางครั้งอาจเหมือนอยู่ในภาพลวงตา อยู่บนถนนที่มองทางข้างหน้าพร่ามัว ไม่รู้ว่าทางเลี้ยวอยู่ไหน ตัวเองกำลังอยู่ตรงไหน อ่านใจกันไม่ออก คุณเองก็อาจซ่อนเร้นความรู้สึกเสียมิดชิด มีเรื่องทุกข์ใจ
สถานการณ์การเงิน Five of Cups ดูจากไพ่ใบแรก การเงินของคุณเด่นมาก แต่พอมาลงรายละเอียดกลับมีเรื่องผิดหวังเข้ามาแทรก มีเหตุที่ทำให้สุขได้ไม่เต็มร้อย อาจมีค่าใช้จ่ายซึ่งไม่ได้เตรียมตัว หรือไม่เต็มใจเสียธุรกิจ การงาน King of Wands เด่นค่ะ อาจได้ร่วมงานกับคนเก่ง หรือคุณเองที่ได้รับการโปรโมท มีแรงสนับสนุน บางคนได้เลื่อนตำแหน่ง ได้รับบทบาทสำคัญ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Seven of Pentacles สิ่งที่คุณคิดว่าสั่งสมมาเป็นเวลานาน กลับไม่ผลิดอกออกผลตามที่ควรเป็น ประสบการณ์บางอย่างก็ใช้ไม่ได้ อดีตผ่านไปเหมือนสายลมพัดผ่าน


คำแนะนำพิเศษ
Two of Wands ใครสักคนที่เป็นหุ้นส่วนที่ดี เพื่อนร่วมงานที่สอดคล้องกัน มีความสำคัญต่อคุณมาก คุณอาจทำอะไรได้ดีมากยิ่งขึ้นเมื่อได้คู่หู อาจมีคนดังกล่าวอยู่แล้ว หรือยังมองไม่เห็น บางทีลองมองๆ หาดูอาจอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

ราศีกันย์ Virgo (17 กย.-16 ตค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Three of Pentacles ความชื่นใจเกี่ยวกับการเงิน มีรายได้พิเศษ เงินจากงานที่ทำสบายๆ เพื่อนฝูงนำโชคลาภมาให้ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ผลตอบแทนน่าปลื้ม
ความรัก ความสัมพันธ์ Knight of Swords ค่อนข้างเหนื่อย อาจต้องเป็นฝ่ายรุก ฝ่ายนำ หรือพยายามไปสู่จุดหมายให้ได้ ไม่ว่าจะรัก อยู่ร่วม หรือเลิกร้างก็ไม่มีอะไรง่าย
สถานการณ์การเงิน Six of Cups มักได้ของขวัญของฝาก ได้เงินทองของถูกใจจากผลงานที่ทำมาแต่อดีต มีความสุขหลังผ่านเรื่องร้ายๆ ใช้จ่ายกับความสุขในชีวิตส่วนตัว บ้างมีเงินไปชำระหนี้
ธุรกิจ การงาน Death อาจมีงานที่จบลง โครงการสิ้นสุด เดินทางมาถึงจุดสุดท้ายแล้วจริงๆ แต่อย่างไรก็ตาม จะมีประตูบานใหม่รอคุณอยู่ ขอเพียงมีกำลังใจในช่วงนี้
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Lovers เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง ปัญหาคือ ตัวเองไม่รู้จะเลือกอะไร


คำแนะนำพิเศษ
Ace of Wands การเริ่มต้นเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณ ไม่ว่าจะเป็นการงาน ความรัก หรือชีวิตด้านอื่นๆ ทำมันให้ดีที่สุด

ราศีตุลย์ Libra (17 ตค.-15 พย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Queen of Wands การควบคุมงาน การทำงานร่วมกับคนเก่ง ต้องใช้อำนาจในการตัดสินใจ ใช้การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพที่สุด
ความรัก ความสัมพันธ์ The Devil อาจมีเรื่องยวนยั่วหัวใจ จูงคุณให้หลงไปกับเสน่หา มีรักมีหลง มีรักต้องห้ามหรือความสัมพันธ์ไม่เปิดเผย บางคู่คบกันดีๆ ก็มีหวาดระแวง
สถานการณ์การเงิน Queen of Cups หากเงินของคุณพร่องก็จะมีมาเติม มีความสุขไม่น้อยหากจะมี เงินดูเหมือนไม่ใช่ปัญหา สภาวะอารมณ์คุณมากกว่า การใช้จ่าย การรอคอย เวลาเล็กน้อยก็ทำให้คุณเป็นทุกข์ได้
ธุรกิจ การงาน Wheel of Fortune สถานการณ์ของคุณน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ หากก่อนหน้านี้มีปัญหาใด ก็จะคลี่คลายทีละน้อย ผ่านช่วงแย่ๆ ถือว่าขาขึ้นมาถึงแล้ว
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Ace of Pentacles การเงินการลงทุนใหม่ๆ ระวังให้มาก การใช้เงินในอนาคต

คำแนะนำพิเศษ Two of Pentacles คุณคงจะยุ่งไปอีกพักใหญ่ มีเรื่องให้ต้องจัดการแบบชุลมุนวุ่นวายพอสมควร อาจเป็นการหมุนเงิน สับหลีกความสัมพันธ์ โม่งานแบบแก้ปัญหารายวัน แต่ในความมั่วนั้นอาจใช้ได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ

ราศีพิจิก Scorpio (16 พย.-15 ธค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Four of Wands การงานใดๆ ที่ทำในเวลานี้ (หรือเพิ่งเริ่มก็ตาม) จะมั่นคงสถาพร การลงหุ้น ทำธุรกิจ จะมีความสำเร็จไปในอนาคต คุณอาจได้เพื่อนหรือมิตรที่ไว้วางใจได้เข้ามาเสริมทีมแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ความรัก ความสัมพันธ์ Page of Wands ไพ่เน้นที่การเรียนรู้กัน จะเป็นสองฝ่าย หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ตาม ระวังเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่คนเรามักลืมไปเมื่ออยู่กันไปนานๆ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา นึกถึงเมื่อครั้งแรกรัก
สถานการณ์การเงิน Five of Wands มักมีปัญหาค่ะ ยิ่งถ้าต้องขอความเห็นจากคนอื่นๆ หรือหาข้อสรุปร่วมกัน การใช้จ่ายไม่ราบรื่น การเบิกจ่ายก็ติดขัด ระวังการงานปั่นป่วนรวนเรส่งผลกระทบมาด้วย
ธุรกิจ การงาน Four of Cups คุณอาจต้องตัดสินใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างจริงจัง มีเงื่อนไขซึ่งยากจะตกลงใจได้ มีความลังเล ไม่แน่ใจ ข้อมูลไม่พอ ไม่อยากทำแต่ก็ต้องทำ ฯลฯ รวมๆ คือรู้สึกขัดข้องในใจ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Chariot การมุ่งหน้าหาเป้าหมาย แต่ขับเคี่ยวกดดันตัวเองมากไป ดีไม่ดีก็ไปผิดทางเอาตอนท้ายเพราะเหนื่อยจนเบลอ


คำแนะนำพิเศษ Three of Swords ระวังปัญหาทางอารมณ์ค่ะ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับคนที่ยั่วโทสะ ความตึงเครียดที่พร้อมปะทุ รวมถึงอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ด้วย

ราศีธนู Sagittarius (16 ธค.-13 มค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Three of Wands การมองไปข้างหน้าด้วยความหวังที่ดีกว่าเดิม มีสิ่งที่เริ่มต้นมาด้วยดีแต่ยังต้องการก้าวต่อไปให้ไกลกว่านี้ อาจต้องให้ความสำคัญกับแผนโฆษณาประชาสัมพันธ์ การใช้สื่อ การขอความร่วมมือจากคนนอกแวดวงเดิม
ความรัก ความสัมพันธ์ Knight of Cups มีความรักหรือเปล่าคะ ดูเหมือนจะมีใครเข้ามา หรือเข้าหาใคร จิตใจอ่อนไหว บางทีก็แสดงถึงคนรักที่อยู่ไกลแต่จิตใจเชื่อมต่อหากันตลอด
สถานการณ์การเงิน Nine of Cups อาจมีเรื่องลับลวงพราง หรือประเภทรวยเงียบๆ ไม่อยากบอกใคร มีรายได้ที่เสน่หาช่วยเอื้ออำนวย ผลประโยชน์ทับซ้อน (แน่ะ)
ธุรกิจ การงาน The High Priestess อาจทำงานกับคนใกล้ชิด สัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานแบบลับเร้น มีเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ซึ่งนำพาจิตใจขัดแย้งสับสน อีกอย่างหมายถึงคำแนะนำให้หาคนกลางที่ฉลาดมาช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาในงาน จัดสมดุลระหว่างอารมณ์กับเหตุผล
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Ace of Cups เรื่องรัก โดยเฉพาะรักใหม่ การคืนดี ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะเริ่มต้นสมบูรณ์แบบ


คำแนะนำพิเศษ
Page of Cups บางครั้งการยอมรับว่าตัวเองไร้เดียงสาจะเป็นไรไป ลองปล่อยใจไปกับสิ่งที่ตัวเองเป็น เปิดใจให้กับสิ่งใหม่ๆ ต่อให้แก่หง่อมแต่รักเด็กสิบสี่ ก็เห็นทีจะต้องยอมรับตัวเอง (แต่ผู้ปกครองเด็กจะรับได้ไหมอีกเรื่องนึง)

ราศีมังกร Capricorn (14 มค.-12 กพ.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Two of Swords การสื่อสารที่มีปัญหา โดยเฉพาะกับคนรัก คนใกล้ตัว ยิ่งคุยกันเหมือนยิ่งพูดกันไม่รู้เรื่อง ครั้นพยายามปกป้องตัวเองก็เหมือนเงื้อดาบใส่กันอยู่ดี
ความรัก ความสัมพันธ์ Page of Swords ไม่ค่อยเป็นสุขนัก อาจเป็นทุกข์กับคำพูด เรื่องที่แว่วมาเข้าหู หรือเก็บเอาคำพูดกันมาคิดเป็นวรรคเป็นเวร จิตใจไม่ค่อยมั่นคง สำหรับคนโสดมองใครๆ ก็เห็นแต่ข้อบกพร่อง
สถานการณ์การเงิน The Star แจ่มใสค่ะ มีความหวัง ได้รับสิ่งดีๆ ตามที่ควรเป็น อาจได้ใช้จ่ายกับการกุศล ทำบุญด้วยเมตตา แต่ยิ่งให้ยิ่งได้รับกลับมาในรูปแบบต่างๆ บ้างมีเงินน้อยแต่ความสุขนี่ล้นเหลือ มั่งคั่งมิตรภาพ
ธุรกิจ การงาน Six of Wands มีงานที่ใกล้ถึงเส้นชัยทุกขณะ อีกไม่นานคงได้ไชโยสมใจ แต่ก็ยังประมาทไม่ได้ มีวินัยไว้
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Hanged Man เรื่องทุกข์หรือปัญหาที่หมักหมมภายใน เงื่อนไขข้อแลกเปลี่ยนที่ต้องจำใจรับ ความสูญเสียที่เลี่ยงไม่ได้


คำแนะนำพิเศษ Eight of Pentacles ทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุดค่ะ พัฒนาฝีมือแรงงานไว้ เรื่องหัวใจยุ่งนักก็วางไว้ก่อน หันมาดูเงินเอางาน หาความเบิกบานจากสิ่งที่ได้รับอย่างเป็นรูปธรรม

ราศีกุมภ์ Aquarius (13 กพ.-13 มีค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Strength มีพลังเข้มแข็งดีค่ะ จัดการธุรกิจการงานได้ลุล่วงด้วยดี หากมีปัญหาข้อขัดแย้งก็จะเอาชนะได้ เป็นคนพึ่งตนเองได้เก่ง
ความรัก ความสัมพันธ์ Seven of Wands เหมือนกำลังเดินทางไปข้างหน้า อุปสรรคมีมาเรื่อยๆ เป็นระยะ ขึ้นอยู่ว่าคนสองคนพร้อมใจกันฝ่าฟันแค่ไหน ส่วนคนโสดเหนื่อยกับงานแทบตาย ได้เวลาหลับเวลานอนไม่ต้องฝันถึงใครก็ได้ ให้หลับสนิทก็พอ
สถานการณ์การเงิน Six of Swords อุปสรรคใดๆ หากมี กำลังคลี่คลายออกไปในไม่ช้านี้ สิ่งที่รอคอยใกล้บรรลุเป้าหมาย ได้ข่าวการเงินที่เคยเงียบหายไป
ธุรกิจ การงาน Six of Pentacles หากมีปัญหาจะมีคนยื่นมือเข้าช่วยด้วยเมตตา การขอเครดิต การกู้ยืมต่างๆ ผ่านราบรื่นด้วยดี บางคนต้องให้แก่ผู้อื่น ซึ่งไม่สูญหายไปไหน จะได้กลับมาในอนาคต
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Judgement การประกาศผลครั้งสำคัญ แต่คุณดันไม่ได้ยิน หรือโอกาสสุดท้ายที่จะแก้ไขปัญหาผ่านไปเสียแล้ว


คำแนะนำพิเศษ
King of Pentacles ไพ่เกี่ยวข้องกับการบริหารเงิน การจัดการงบประมาณ หมายถึงใช้ศักยภาพให้เต็มที่ หรือเรียนรู้จากมืออาชีพให้มากที่สุด อีกอย่างคือคนดวงเฮง จับอะไรก็เฮง เงินทองคล่องมือไหลมาเทมา ว่าอย่างนั้น

ราศีมีน Pisces (14 มี ค.-12 เมย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Seven of Swords การไหวตัวหนีปัญหา การชิงลงมือทำอะไรๆ ก่อนคู่แข่งขัน ทำเรื่องลับลวงพราง มีรักซ้อนซ่อนเร้น มีเรื่องปิดบังผู้อื่น
ความรัก ความสัมพันธ์ Two of Cups ช่วงนี้ถ้าจะมีเพลงอะไรสำหรับคุณ คงเป็นเพลงนี้ “พรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาพบกันทันใด ก่อนนี้อยู่กันแสนไกล พรหมลิขิตดลจิตใจ ฉันจึงได้มาใกล้กับเธอ เออชะรอยจะเป็นเนื้อคู่”
สถานการณ์การเงิน Six of Pentacles หากมีปัญหาก็จะได้รับความช่วยเหลือ แต่บางครั้งก็หมายถึงการช่วยเหลือผู้อื่น หากกำลังขอเครดิต การกู้ยืมต่างๆ จะราบรื่นด้วยดี
ธุรกิจ การงาน King of Swords สู้หลังชนฝา หน้าเครียดคิ้วเกร็งก็ไม่แปลก เป็นช่วงตึงเครียด เจอคนมีอัตตา หรือตัวคุณเองก็อาจใช่ย่อย ใครดีใครอยู่ สู้ไม่ถอย
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Hierophant เจอเข้ากับคนหรือบรรยากาศอนุรักษ์นิยม ได้รับคำแนะนำที่ไม่ต้องการ


คำแนะนำพิเศษ
Six of Swords กาลเวลาจะช่วยคลายเลือกหลายเปลาะให้คุณ

ฮิวแมนไรท์วอทช์ ประเทศไทย: สิทธิมนุษยชนถดถอยอย่างหนักในปี 2552

ที่มา ประชาไท

(นิวยอร์ค: 21 มกราคม 2553) – รายการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนประจำปีในกว่า 90 ประเทศทั่วโลกขององค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า ในปี 2552 ที่ผ่านมา รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะแทบจะไม่ได้ทำตามคำสัญญาเคยกล่าวไว้ว่าจะให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน และหลักกฏหมายระหว่างประเทศเลย

แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการแผนกเอเชียขององค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวว่า "ถึงแม้บางครั้ง นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะกล่าวถึงสิ่งที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน แต่การกระทำของเขากลับกลายเป็นเรื่องตรงกันข้าม รัฐบาลชุดนี้ได้บั่นทอนการเคารพสิทธิมนุษยชน และนิติธรรมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง"

องค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า การท้าทายจากกลุ่มคนเสื้อแดงในเครือข่ายของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ทำให้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากกองทัพมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะรักษาความอยู่รอดทางการเมืองของตน โดยในการตอบโต้ต่อการชุมนุมประท้วงที่มีการใช้ความรุนแรงของกลุ่ม นปช. ที่พัทยา และกรุงเทพฯ นั้น รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่ดังกล่าวเมื่อวันที่ 11 และ 12 เมษายน ตามลำดับ มีการระดมกำลังทหารมาสลายการชุมนุมประท้วง โดยใช้แก๊สนำ้ตา และกระสุนจริงยิงเข้าใส่กลุ่มผู้ประท้วง การปะทะกันระกว่างผู้ประท้วงกลุ่ม นปช., ทหาร และประชาชนกลุ่มต่างๆ ในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 13 เมษายน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 123 คน และเสียชีวิต 2 คน

การที่รัฐบาลมี "สองมาตรฐาน" ในการบังคับใช้กฏหมายทำให้ความตึงเครียด และการแบ่งขั้วทางการเมืองทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยขณะที่แกนนำ และสมาชิกของกลุ่ม นปช. ถูกจับกุม, คุมขัง และดำเนินคดีภายหลังจากที่มีการสลายการชุมนุมประท้วงนั้น รัฐบาลกลับเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องในสังคมที่ต้องการให้มีการสอบสวนอย่างเป็นกลางเกี่ยวกับความรุนแรงทางการเมือง และการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งเกิดจากการกระทำของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ในระหว่างการชุมนุมประท้วงเมื่อปี 2551 ที่รวมถึงการยึดทำเนียบรัฐบาล และสนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งนี้ การชุมนุมประท้วงของ พธม. มีส่วนสร้างเงื่อนไขที่ช่วยให้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก้าวขึ้นสู่อำนาจได้สำเร็จ ความล่าช้าในการดำเนินคดีต่อแกนนำ และสมาชิกของ พธม. ทำให้เกิดความเชื่อในหมู่สาธารณชนว่า พธม. มีภูมิคุ้มกันต่อการรับผิดทางกฏหมาย

สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีปัญหาความรุนแรง และการก่อความไม่สงบโดยกลุ่มแบ่งแยกดินแดนมาตั้งแต่ปี 2547 นั้น รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ปล่อยให้กองทัพสามารถใช้อำนาจได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวต่อการรับผิดชอบใดๆ โดยในรอบปีที่ผ่านมายังไม่มีการลงโทษทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงหน่วยต่างๆ ที่กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนเลย ซึ่งรวมถึงกรณีที่อื้อฉาว เช่น เหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ, เหตุการณ์ตากใบ, การทรมาน และการฆาตกรรมอิหม่ามยะผา กาเซ็งและเหตุการณ์กราดยิงที่มัสยิดอัลฟาร์กอน (มัสยิดบ้านไอปาแย)

นอกจากนี้ รัฐบาลยังล้มเหลวในการสร้างระบบการควบคุมที่มีประสิทธิภาพของพลเรือนเพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจของกองทัพภายใต้กฏหมายความมั่นคงพิเศษ โดยเฉพาะกระบวนการพิจารณาต่ออายุสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แต่ละครั้งนั้น ปรากฏว่า ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจังเลย สภาวะเช่นนี้เปิดทางให้กลุ่มแบ่งแยกดินแดนในเครือข่ายของขบวนการบีอาร์เอ็น-โคออร์ดิเนตสามารถนำมาใช้เป็นเงื่อนไขในการแสวงหาสมาชิก และแนวร่วมผู้สนับสนุนใหม่ๆ รวมยังยังใช้เป็นเหตุผลในการก่อความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจนถึงขณะนี้ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปมากกว่า 3,900 คนแล้ว

ในปี 2552 รัฐบาลล้มเหลวในการลงโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ถึงแม้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะคัดค้านแนวทางการใช้ความรุนแรงปราบปรามยาเสพติดในแบบของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร แต่รัฐบาลก็ไม่เต็มใจที่จะดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อที่จะลงโทษทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ "ฆ่าตัดตอน" ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไปมากกว่า 2,500 คนระหว่างที่มีการทำสงครามต่อต้านยาเสพติดเมื่อปี 2546 รวมทั้งยังไม่มีการตรวจสอบ และลงโทษอย่างเอาจริงเอาจังต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจโดยมิชอบ และละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรณีอื่นๆ ด้วย

นอกจากนี้ รัฐบาลยังไม่สามารถดำเนินการต่อการ “ดื้อแพ่ง” ของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (กตร.) ที่ปฏิเสธไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ที่เสนอให้ดำเนินคดีอาญา และลงโทษทางวินัยต่ออดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุมประท้วงของ พธม. เมื่อวันที่ 7ตุลาคม 2551 ซึ่งทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 443 คน และเสียชีวิต 2 คน

แบรด อดัมส์ กล่าวว่า "ประชาธิปไตยในประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการบังคับใช้กฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และกฏหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ บรรยากาศแห่งความหวาดกลัวได้ปกคลุมสังคมอินเตอร์เน็ต เนื่องจากการที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เพิ่มระดับการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น"

ในปี 2552 รัฐบาลใช้บทบัญญัติเกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในประมวลกฏหมายอาญา และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพื่อปราบปรามผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ และผู้ที่ต้องสงสัยว่าเป็นศัตรูของรัฐบาล โดยเมื่อเดือนมกราคม สุวิชา ท่าค้อถูกจับกุม และดำเนินคดี เนื่องจากเผยแพร่ความเห็นที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพบนอินเตอร์เน็ตซึ่งทำให้เขาถูกพิพากษาให้จำคุก 10 ปี ต่อมาเมื่อเดือนสิงหาคมศาลตัดสินลงโทษดารณี ชาญเชิงศิลปกุล (ดา ตอร์ปิโด) ให้ถูกจำคุก 18 ปีเนื่องจากปราศัยดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์ในระหว่างการชุมนุมประท้วงของ นปช. โดยมีรายงานว่า เธอถูกแยกขังเดี่ยวอยู่ที่เรือนจำลาดยาวระยะหนึ่ง และไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้ออกไปรับการรักษาอาการขากรรไกรอักเสบที่โรงพยาบาลนอกเรือนจำตามคำแนะนำของแพทย์ มาตรการลงโทษที่รุนแรงเช่นนี้ทำให้ผู้ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลจำนวนหนึ่งหลบหนีออกนอกประเทศไทย เพื่อที่จะไม่ถูกตั้งข้อหา และดำเนินคดีในลักษณะเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ และสอดแนมการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ที่แปล และแสดงความคิดเห็นทางอินเตอร์เน็ต เกี่ยวกับรายงานข่าวของสื่อมวลชนต่างประเทศเกี่ยวกับสุขภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งยังมีการปิดหน้าเว็บไซต์ไปมากกว่า 18,000 หน้า โดยกล่าวหาว่า มีเนื้อหาที่ต่อต้านสถาบันกษัตริย์ หรือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ

องค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า ในปี 2552 รัฐบาลของนายกมนตรีอภิสิทธิ์ได้ละเมิดพันธะของประเทศไทยเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้ลี้ภัย และผู้แสวงหาความคุ้มครองตามกฏหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง

รัฐบาลอนุญาตให้กองทัพดำเนินการผลักดันส่งตัวชาวม้งที่เป็นผู้ลี้ภัย และผู้แสวงหาความคุ้มครองมากกว่า 4,600 คนกลับไปประเทศลาว ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากนานาชาติ ซึ่งรวมถึงสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ และเลขาธิการสหประชาชาติ

องค์การฮิวแมนไรท์วอทช์มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคำอ้างของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลคนอื่นๆ ที่กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นบนพื้นฐานของ "ความสมัครใจ" ทั้งนี้ตลอดรอบปีที่ผ่านมา ทหารที่ดูแลค่ายห้วยน้ำขาวได้จำกัดความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมด้านเสบียงอาหาร และการรักษาพยาบาลที่องค์กรเอกชนจัดให้กับชาวม้ง จนถึงขั้นที่ทำให้องค์การแพทย์ไร้พรมแดน ตัดสินใจถอนตัวออกจากค่ายห้วยน้ำขาวเมื่อเดือนพฤษภาคม 2552 ทั้งนี้ ในการผลักดันชาวม้งกลับครั้งใหญ่เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมานั้น ได้มีการระดมกำลังทหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงหน่วยต่างๆ มากกว่า 5,000 คนไปยังค่ายห้วยน้ำขาว และมีการปิดกั้นพื้นที่โดยรอบอย่างเข้มงวดไม่ให้สื่อมวลชน และผู้สังเกตการณ์เข้าไปใกล้ รวมทั้งยังมีการใช้อุปกรณ์รบกวนสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในค่ายห้วยน้ำขาว เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวม้งติดต่อกับโลกภายนอก ขณะที่แกนนำชาวม้งถูกประกบตัวไม่ให้เคลื่อนไหวต่อต้านการส่งกลับ มาตรการต่างๆ เหล่านี้มีลักษณะของการข่มขู่ และบีบบังคับอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับคำอ้างของรัฐบาลเรื่อง "ความสมัครใจ"

ส่วนอีกกรณีหนึ่งที่รัฐบาลดำเนินนโยบายที่ไม่เป็นมิตรต่อผู้ลี้ภัย และผู้แสวงหาความคุ้มครองในปี 2552 นั้น เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม โดยนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ในฐานะประธานที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้อนุมัติให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสกัดกั้นเรือที่บรรทุกชาวโรฮิงญาจากประเทศพม่า และประเทศบังคลาเทศที่พยายามเดินทางเข้ามาในน่านน้ำของประเทศไทย โดยกองทัพเรือสามารถจับกุมเรือที่บรรทุกชาวโรฮิงญาได้เป็นจำนวนมาก และได้ลากจูงเรือเหล่านั้นออกไปยังน่านน้ำสากล โดยไม่ได้จัดหาอาหาร และน้ำดื่มไปให้อย่างเพียงพอ ถึงแม้ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสถานะของผู้ลี้ภัย ปี 2594 หรือพิธีสารปี 2510 แต่ประเทศไทยก็มีพันธะภายใต้กฏหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศที่ห้ามไม่ให้ส่งตัวบุคคลไปยังที่ใดๆ ซึ่งจะทำให้ชีวิต หรือเสรีภาพของบุคคลดังกล่าวเสี่ยงต่ออันตราย

นครบาลแถลงจับคนใกล้ชิด “เสธ.แดง” ยึด “บีบีกัน” เป็นของกลาง

ที่มา ประชาไท

ตำรวจนครบาลบุกค้นบ้านคนสนิทเสธ.แดง 2 หลัง รวมยึดได้กระสุนปืน 25 นัด ไม่ได้ปืนสักกระบอก ยึดได้แต่ “บีบีกัน” ที่บ้าน “อำนาจ อินทรโชติ” เจ้าตัวยันไม่รู้จัก เสธ.แดงเป็นการส่วนตัว กระสุนปืนมีคนนำมาฝาก เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหามีสิ่งเทียมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ครอบครอง ด้าน “อ.เค ทอง” ระหว่างค้นไม่อยู่บ้าน ขณะนี้ถูกออกหมายจับ

ภาพจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์ เมื่อ 21 ม.ค. เขียนคำบรรยายว่า “อาวุธสงครามที่อยู่ในรถตู้ เสธ.แดง” โดยเป็นภาพของกลางที่ยึดได้จากรถของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล เมื่อ 21 ม.ค.

มีรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วานนี้ (22 ม.ค.) พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อรัญวัฒน์ ผกก.สน.คลองตัน พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชัยพันธ์ เพ็ชรสดศิลป์ สว.สส.สน.คลองตัน ร่วมกันแถลงข่าวผลการค้นบ้านนายอำนาจ อินทรโชติ และ นายพรวัฒน์ ทองธนบูรณ์ หรือ “อ.เค ทอง” โดยมีการนำนายอำนาจ อินทรโชติ อายุ 54 ปี ซึ่งถูกจับกุมพร้อมด้วยของกลางมาร่วมแถลงข่าวด้วย

บุกค้นบ้านคนใกล้ชิด เสธ.แดง ยึด “บีบีกัน”

พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวานที่ผ่านมา (21 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้ทำการตรวจค้นบ้านของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง และทหารคนสนิทจนพบของกลางอาวุธสงครามจำนวนมาก จึงได้มีการสืบสวนขยายผลต่อจนกระทั่งทราบว่ามีการซุกซ่อนอาวุธเอาไว้ที่บ้าน ของนายอำนาจ อินทรโชติ อายุ 54 ปี และนายพรวัฒน์ ทองธนบูรณ์ อายุ 49 ปี ฉายา “อ.เคทอง” อยู่บ้านเลขที่ 13 ซอยลาดกระบัง 14/1 แขวงเขตลาดกระบัง กทม. จึงได้นำหมายศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 8/2553 ลงวันที่ 22 ม.ค.53 เข้าตรวจค้นบ้านของนายอำนาจ และหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 79/2553 ลงวันที่ 22 ม.ค.53 เข้าตรวจค้นบ้านของนายพรวัฒน์

พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวต่อว่า จากการตรวจค้นบ้านของนายอำนาจพบเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 5 นัด ซองบรรจุกระสุน 3 อัน วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง และสิ่งเทียมอาวุธ “ปืนบีบีกัน” 1 กระบอก โดยจับกุมตัวนายอำนาจได้ที่บ้านพักของผู้ต้องหา

ส่วนการตรวจค้นบ้านของนายพรวัฒน์ พบลูกกระสุนปืนขนาดเอ็ม 16 อยู่ในซองบรรจุกระสุนจำนวน 9 นัด ลูกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 24 นัด ซองบรรจุกระสุน 9 มม.จำนวน 1 อัน และซองพกอาวุธปืนจำนวน 3 ซอง และซองพกซองกระสุนปืน อีกจำนวน 2 อัน แต่ไม่พบตัวผู้ต้องหา จึงได้ยึดของกลางทั้งหมดมาตรวจสอบ

จากการสอบสวนนายอำนาจให้การว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยเป็นทหารพรานอยู่ที่ค่ายปักธงชัย เมื่อปี 2521 และได้ไปรบที่ จ.ชุมพร ถูกยิงที่นิ้วโป้งข้างซ้ายจนขาด แต่ก็ต่อกลับมาเหมือนเดิมจนครบ 10 นิ้ว ส่วนฉายามือปืน 9 นิ้ว เป็นฉายาที่เพื่อนๆ เรียกกันในกลุ่ม ซึ่งหลังจากที่ออกจากทหารพรานตนก็มาเป็นพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งตนไม่ได้รู้จักกับ เสธ.แดง เป็นการส่วนตัว แต่มีใจรักในประชาธิปไตยไม่อยากเห็นประชาชนถูกยิง ตนจึงมาเป็นการ์ดอาสานักรบพระเจ้าตากให้กลุ่มคนเสื้อแดง ส่วนกระสุนปืนที่พบมีคนนำมาฝากไว้ ตนไม่รู้ไม่เห็นแต่อย่างใด

พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวด้วยว่า อำนาจทั้งหมดที่เกี่ยวกับคดีนี้เป็นหน้าที่ของกองปราบปราม ทางตำรวจมีเพียงหน้าที่ในการตรวจค้นตามจุดที่ได้รับข้อมูลมาจากการสืบสวนขยายผล ซึ่งได้สั่งการให้แต่ละ บก.น. ตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหามีสิ่งเทียมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีวิทยุสื่อสารไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อผู้ต้องหา สำหรับนายพรวัฒน์เจ้าหน้าที่จะทำการออกหมายจับและติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 21 ม.ค. เวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล กองปราบปราม สันติบาล และ พ.ต.ประเสริฐ พิศมัย นายทหารพระธรรมนูญ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร (สห.) เข้าตรวจค้นบ้านพักของ พล.ต.ขัตติยะ ภายใน ม.พัน 4 รอ. ย่านเกียงกาย พบระเบิดสังหารชนิดเอ็ม 26 จำนวน 1 ลูก อาวุธปืนพกสั้นขนาด .380 พร้อมกระสุนปืน คอมพิวเตอร์ 1 ชุด และแผ่นซีดีอีกจำนวนหนึ่ง

ส่วนการตรวจค้นภายในรถเบนซ์ตู้ ทะเบียน ศข 121 กรุงเทพมหานคร บริเวณเบาะหลังพบระเบิดชนิดเอ็ม 26 และอาวุธปืนขนาด .32 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุน กระสุน .22 หลายร้อยนัด จึงควบคุมตัว พลทหารมนัสชัย คำพร ทหารที่ดูแลบ้าน และนายเอกลักษณ์ วิเศษวงศ์ษา คนรับใช้ในบ้านมาสอบปากคำ

ขณะเดียวกันกำลังทหารอีกชุดหนึ่ง อาศัยอำนาจของผู้ควบคุมอาคารบ้านพักแฟลตชุมชนทหาร ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ. 2497 และระเบียบบ้านพักอาศัยของทางราชการทหาร ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักแฟลตชุมชนทหาร ห้องที่ 9 ชั้นล่าง ภายใน ม.พัน 3 รอ. ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กัน ควบคุมตัว จ.ส.อ.ณัฎฐ์สิทธิ์ สุวรรณราช อายุ 50 ปี สังกัด ม.พัน 3 รอ. อดีตพลขับให้กับ พล.ต.ขัตติยะ นอกจากนี้ยังค้นในรถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ถข 1161 กรุงเทพมหานคร พบลูกกระสุนขนาดเอ็ม 79 รวม 22 นัด กระสุนปืนเอ็ม 16 ประมาณ 300 นัด ระเบิดซีโฟร์ 3 แพค ระเบิดทีเอ็นที 3 ขนาด รวม 13 แท่ง

ส่วนภายในบ้านพักพบลูกระเบิดเอ็ม 79 รวม 10 ลูก ระเบิดเคโม 3 ลูก กระสุนปืนเอ็ม 16 ประมาณ 400 นัด กระสุนปืนอาก้าอีกหลายร้อยนัด ปลอกกระสุนปืนเอ็ม 79 ที่ใช้แล้ว 2 ปลอก กระสุนปืน ปตอ. ขนาด 50 มม. ประมาณ 60 นัด เสื้อเกราะ 2 ตัว แผงวงจรพร้อมเชื้อปะทุฝักแค เครื่องยิง 2 ชุด

จ.ส.อ.ณัฎฐ์สิทธิ์ ให้การว่า เคยเป็นลูกน้องของ พล.ต.ขัตติยะเมื่อหลายปีก่อน รวมทั้งเคยร่วมงานเป็นคณะทำงานติดตามนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมาก็แยกตัวออกมาโดยไม่ได้ใกล้ชิดกับ พล.ต.ขัตติยะ

จ.ส.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ ให้การยอมรับว่า อาวุธสงครามทั้งหมดที่ตรวจพบในบ้านพักเป็นของตนจริงเพราะเป็นคนชอบสะสมอาวุธสงครามมาได้ประมาณ 20 ปี เนื่องจากเคยเป็นทหาร อาวุธส่วนใหญ่ ซื้อมาจากชายแดนเขมรฝั่ง อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว บางส่วนก็นำบุหรี่ไปแลกมา อย่างไรก็ตามอาวุธดังกล่าวไม่เคยมีใครมาขอดู หรือหยิบยืมไปใช้ ส่วนกรณี ปลอกกระสุนปืน M79 ที่ ถูกใช้ไป 2 ปลอกนั้น เก็บมาจากการฝึกที่ จ.ลพบุรี สำหรับเสธ.แดงเคยขับรถให้เมื่อ 2ปีก่อน และไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย และขอยืนยันว่าอาวุธทั้งหมดเป็นของตนไม่เกี่ยวข้องกับ เสธ.แดงแต่อย่างใด

ศาลให้ประกันตัวคนสนิทบ้าน เสธ.แดง แล้ว ส่วนจ่าอดีตพลขับ เสธ.แดง ขังเรือนจำทหารนครปฐม

ล่าสุด มติชนออนไลน์ รายงานว่า ตำรวจกองปราบปราม พร้อมกำลังตำรวจคอมมานโด อาวุธครบมือ ควบคุมตัว พลทหารมนัสชัย คำพร และนายเอกลักษณ์ วิเศษวงศา ไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังผลัดแรก พร้อมค้านการประกันตัว เนื่องจากต้องรอตรวจสอบประวัติการต้องโทษ และสอบพยานเพิ่มเติมอีก 10 ปาก เพื่อหาความเชื่อมโยงผู้อยู่เบื้องหลัง และป้องกันไปยุ่งกับพยานหลักฐาน

พนักงานสอบสวนยังเตรียมส่งมอบของกลาง ที่ยึดได้จากบ้านพัก พล.ต.ขัตติยะ และบ้าน จ.ส.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ สุวรรณราช ทั้งหมด ให้ตำรวจปฏิบัติการพิเศษไปตรวจสอบและเก็บรักษาไว้ และแม้การสอบสวนผู้ต้องหาจะไม่ให้การซัดทอดถึงบุคคลใด แต่ตำรวจก็มั่นใจสามารถขออนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องได้ภายในสัปดาห์หน้า พร้อมเร่งติดตามตัว พล.ต.ขัตติยะ ซึ่งยังอยู่ที่ จ.สงขลา มาสอบปากคำ

ต่อมาเวลา 17.20 น. มีรายงานว่า ศาลอาญาให้ประกันตัวพลทหารมนัสชัย และนายเอกลักษณ์ ในหลักทรัพย์เงินสดคนละ 200,000 บาท

ส่วน จ.ส.อ.ณัฐสิทธิ์ สุวรรณราช ผู้บังคับหมู่ยานเกราะ กองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ นายทหารคนสนิทของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่ถูกจับกุมในข้อหาครอบครองอาวุธสงคราม ซึ่งค้นเจอในบ้านพักในกองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ มาขออำนาจศาลทหารกรุงเทพฝากขังผลัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว ซึ่งศาลได้อนุญาตตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอในการควบคุมตัวต่อ จึงมีคำสั่งให้ พ.ท.มงคลสวัสดิ์ เพชรศรีกอง ตุลาการศาลทหารกรุงเทพ พิจารณาพยานหลักฐาน และมีคำสั่งให้ควบคุมตัวได้ 12 วัน พร้อมส่งตัวไปควบคุมไว้ที่เรือนจำของมณฑลทหารบกที่ 11 จ.นครปฐม

โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนที่ยื่นขออำนาจฝากขังต่อศาลทหาร ระบุว่าขอคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานอีก 10 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง รอผลการตรวจประวัติการต้องโทษจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร และคดีนี้เป็นคดีสำคัญอาจเกี่ยวข้องกับการยิงลูกระเบิดในสถานที่สำคัญหลายแห่ง จึงเกรงว่าหากผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน

สรุปค้นบ้าน 4 หลัง ควบคุมตัว 4 ราย อยู่ระหว่างหลบหนี 1

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลจากการค้นพื้นที่เป้าหมาย 4 พื้นที่ ระหว่างวันที่ 21 – 22 ม.ค. ของตำรวจกองปราบฯ ร่วมกับสารวัตรทหาร มีการควบคุมตัวบุคคล 4 ราย คือ พลทหารมนัสชัย คำพร ทหารที่ดูแลบ้าน พล.ต.ขัตติยะ นายเอกลักษณ์ วิเศษวงศ์ษา คนรับใช้บ้าน พล.ต.ขัตติยะ เพื่อสอบปากคำ ซึ่งขณะนี้ทั้ง 2 รายได้รับการประกันตัวแล้ว ขณะที่ รายที่ 3 คือ จ.ส.อ.ณัฐสิทธิ์ สุวรรณราช อดีตคนใกล้ชิด พล.ต.ขัตติยะ ถูกควบคุมตัวเพื่อสอบปากคำที่ศาลทหาร

ขณะที่นายอำนาจ อินทรโชติ ซึ่งถูกค้นบ้านวันนี้ (22 ม.ค.) ถูกตั้งข้อหาและถูกควบคุมตัว ส่วนกรณีนายพรวัฒน์ ทองสมบูรณ์ หรือ อ.เคทอง ถูกออกหมายจับ และตำรวจกำลังติดตามจับกุม โดยผลการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย และรายการของกลางที่ถูกยึดมีดังนี้

สรุปผลการตรวจค้นบ้าน เสธ.แดง และ “คนใกล้ชิด” เสธ.แดง (22 ม.ค. 53)

วันที่

บ้าน

ของกลางที่ถูกยึด

การดำเนินคดี

21 ม.ค.

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล

ที่พบในบ้าน

- ระเบิดเอ็ม 26 1 ลูก

- ปืนพก .380 พร้อมกระสุน 1 กระบอก

- คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง

- แผ่นซีดีจำนวนหนึ่ง

ที่พบในรถตู้ ศข121 กรุงเทพ

- ระเบิดเอ็ม 26 1 ลูก

- ปืนพก .32 พร้อมกระสุน 1 กระบอก

- กระสุน .22 หลายร้อยนัด

1.ควบคุมตัวพลทหารมนัสชัย คำพร ทหารที่ดูแลบ้าน และนายเอกลักษณ์ วิเศษวงศ์ษา คนรับใช้ ฝากขังที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก

2.ออกหมายเรียก พล.ต.ขัตติยะ มาสอบปากคำ

21 ม.ค.

จ.ส.อ.ณัฐสิทธิ์ สุวรรณราช

ที่พบในห้องพัก

- กระสุนระเบิดเอ็ม 79 10 ลูก

- ระเบิดเคโม 3 ลูก

- กระสุนปืนเอ็ม 16 400 นัด

- กระสุนปืนอาก้า 100 นัด

- ปลอกกระสุนเอ็ม 79 2 ลูก

- กระสุนปืนต่อต้านอากาศยาน (ปตอ.) 50 มม. 60 นัด

- เสื้อเกราะ 2 ตัว

- แผงวงจร/เชื้อปะทุฝักแค/เครื่องยิง 2 ชุด

ที่พบในรถทะเบียน ถข 1161 กรุงเทพ

- กระสุนระเบิดเอ็ม 79 22 นัด

- กระสุนปืนเอ็ม 16 300 นัด

- ระเบิดซีโฟร์ 3 แพ็ค

- ระเบิดทีเอ็นที 13 แท่ง

1. ยังไม่มีการตั้งข้อหา แต่ควบคุมตัวไว้ที่ เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 จ.นครปฐม

2. พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานอีก 10 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง รอผลการตรวจประวัติการต้องโทษจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร พนักงานสอบสวนให้ความเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญอาจเกี่ยวข้องกับการยิงลูกระเบิดในสถานที่สำคัญหลายแห่ง จึงเกรงว่าหากผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานต่างๆ

22 ม.ค.

อำนาจ อินทรโชติ

- กระสุนปืนขนาด .38 5 นัด

- ซองบรรจุกระสุน 3 อัน

- วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง

- ปืนบีบีกัน 1 กระบอก

1.มีสิ่งเทียมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

2.มีวิทยุสื่อสารไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

22 ม.ค.

พรวัฒน์ ทองสมบูรณ์ (อ.เคทอง)

- กระสุนปืนเอ็ม 16 9 นัด พร้อมซองบรรจุ

- กระสุนปืน 9 มม. 24 นัด

- ซองบรรจุกระสุน 9 มม. 1 อัน

- ซองพกปืน 3 ซอง

- ซองพกซองกระสุนปืน 2 อัน

ระหว่างค้นบ้านไม่พบผู้ต้องหา ตำรวจจึงยึดของกลางและออกหมายจับนายพรวัฒน์

เหลิม ฉะ กกต. ท้าอภิชาติ ยกคำร้องยุบปชป.

ที่มา ประชาไท

เฉลิมปูด ปชป.เอาเงิน กกต. ไปหาเสียงเลือกตั้ง ผู้ว่ากทม. เผยเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจอภิสิทธิ์-กษิต ท้ามาร์คยุบสภา ถ้าสนธิ ลิ้มทองกุลได้เสียงข้างมากก็เป็นนายกฯ ไป

22 ม.ค. เวลา 13.30 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อมาให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมการในกรณีถูกร้องเรียนว่าปราศรัยหาเสียงระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

โดย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า สมัยที่ตนไปหาเสียงให้พรรคเพื่อไทย ที่ จ.สกลนคร ตนได้ปราศรัยแบบประชดประชันเพราะพรรคเพื่อไทยถูกดูหมิ่น ดูแคลนจากฝ่ายการเมืองหลายพรรคว่าเป็นพรรคหัวขาด เป็นพรรคไม่มีหัวหน้าพรรค เป็นพรรคที่เดินหน้าต่อไปไม่ได้ ตนจึงได้พูดประชดไปว่าไม่ต้องมาถามหาหัวหน้าพรรคหรอกเพราะหัวหน้าพรรคอยู่ที่นครดูไบ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะข้อแรก พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกศาลสั่งจำคุก 2 ปี ข้อที่สองท่านพำนักอยู่ต่างประเทศ และสามท่านถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5 ปี

“สิ่งที่ผมได้ปราศรัย มันเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นไปไม่ได้ เหมือนกรณีที่ศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาว่า จำเลยกล่าวหาโจทก์ว่าโง่เหมือนควาย ศาลก็บอกว่าไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท เพราะคนจะเป็นควายไม่ได้ ซึ่งนี่ก็เช่นเดียวกัน จะไปพูดยังไงก็ไม่มีใครเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตัวจริง เพราะโดยทางนิตินัย ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ท่านเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอยู่ และที่สำคัญ ผมก็เห็นหลายคนที่ถูกเว้นวรรคทางการเมือง ก็ไปกอดกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งรัฐบาลชุดนี้”

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ ก็ได้เข้าไปพบผู้ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นนาย บรรหาร ศิลปอาชา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และได้กอดกลมดิกกับนายเนวิน ชิดชอบ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร แต่พอตนปราศรัยเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมีคนมาร้องเรียน ซึ่ง กกต. ก็ต้องทำตามหน้าที่จึงได้เรียกมาสอบสวน เช่นเดียวกับ กรณีพ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอิน วีดีโอลิงค์เข้ามาที่พรรคเพื่อไทย โอ้โหจะเป็นจะตายจะยุบพรรคเพื่อไทย แล้วทีผู้ถูกตัดสิทธิ์ฯ ที่อยู่ในพรรคร่วมประชุมกันเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ กลับไม่มีคนมาร้องเรียนทั้งที่ชัดเจนมากกว่ากรณีพรรคเพื่อไทย

ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรมาปรับทุกข์ผูกมิตรให้กำลังใจสมาชิกพรรคและ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า พรรคพลังประชาชนเคยโหวตโนแสดงความไม่เห็นด้วยกับ รธน. 50 ไปแล้วเท่านี้กลับมีคนจะเป็นจะตายจะยุบพรรคเพื่อไทย ก็แบบนี้สังคมจะอยู่ไม่ได้เพราะ อีกฝ่ายทำอะไรได้หมด ไปประชุมกันที่บ้านพิษณุโลก โดยอภิสิทธิ์เป็นประธาน เปิดโรงแรมสามรอบสิบรอบ กินข้าวกันกลับทำได้ไม่เป็นอะไร ทีพรรคเพื่อไทยทำไม่ได ก็จะได้รู้กันว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ว่าไป

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า กรณีเงิน 258 ล้าน ที่พรรคประชาธิปัตย์ รับจากบริษัท ทีพีไอ จำกัดมหาชน ผ่านนอมินี บริษัทเมซไซอะ และเงิน 29 ล้านจาก กกต. แท้ๆ ซึ่งนายประจวบ สังข์ขาว ก็บอกแล้วว่า เงินที่จ่ายมาไม่ได้ทำป้ายหาเสียง แต่พรรคประชาธิปัตย์ขอร้องให้นายประจวบ ออกบิลให้ กกต. กลับไม่ดำเนินการโดยเร็ว

“ผมขอฝากไปยังนายอภิชาต ประธาน กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ขอให้อ่านสำนวนที่ดีเอสไอส่งมาโดยละเอียด เพราะผมไม่ใช่คนร้องเรียนเรื่องยุบพรรคประชาธิปัตย์ แต่ดีเอสไอได้สอบสวนพบ ว่ามีการกระทำผิดพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ จึงได้ดำเนินคดีไปส่วนหนึ่ง และเมื่อพบว่าพรรคประชาธิปัตย์รับเงินบริจาคแล้วไม่แจ้งและพบว่าพรรคประชาธิปัตย์เอาเงิน กกต.ไปใช้ผิดประเภท จึงได้แจ้งมายัง กกต. ถ้าอย่างนี้ประธาน กกต.ยังอ่านกฎหมายไม่รู้ดูกฎหมายไม่เป็น บ้านเมืองมีปัญหาแน่ ผมบอกเลยว่าผมไม่เคยเล่นการเมืองนอกสภา แต่ถ้า กกต. ละเลยเรื่องอย่างนี้ แล้วมาเข้มงวดกวดขันกับพวกผม อะไรเกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย อะไรเกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ละไม่ได้ ไอ้อย่างนี้มันไม่ยุติธรรม ผมขอถามว่าทำไมนายอภิชาต ไม่เรียก ดีเอสไอ มาสอบว่าเพราะอะไรจึงมากล่าวโทษให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ทำไมไม่เรียกกรมสรรพากร มาตรวจสอบว่านายประจวบได้ออกบิลเท็จออกใบกำกับภาษีปลอมจริงไหม เพราะนายประจวบได้รับสารภาพแล้ว”

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า ประธานกกต. อ่านกฎหมายไม่รู้เรื่องหรือ ทั้งที่เงิน 29 ล้าน เป็นเงิน กกต.แท้ๆและนายประจวบก็บอกว่าไม่ได้มีการเอาเงินไปทำป้ายหาเสียงอะไร

“ที่สำคัญที่สุด ดีเอสไอเขาสอบชัดว่าเงินจากทีพีไอ เอามาทำป้ายหาเสียงเลือกตั้ง สก.สข. เอามาทำป้ายรณรงค์เลือกตั้งผู้ว่ากทม. นี่มันเป็นการประเมินทรัพย์สินอันสามารถประเมินได้ ว่าประชาธิปัตย์ได้ประโยชน์ ทีอย่างนี้โอ้เอ้วิหารลาย สักวันหนึ่งเขาจะมาด่าหน้า กกต.อีก ขอให้ตัดสินใจไปเลย เพราะนานแบบนี้คนเขาก็ติฉินนินทา เกิดความเสื่อม” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวต่อไปว่า ที่สำคัญที่สุด ตนคิดว่านายอภิชาต ก็ความจำเสื่อม เพราะในอดีตเคยมีผู้พิพากษาผู้ใหญ่คนหนึ่งซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว เคยมาบอกตนว่านายอภิชาต เป็นคนดี และเสนอให้เป็นอธิบดีศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ จ.เชียงใหม่ ตนในฐานะรมว.ยุติธรรมในขณะนั้น ก็นำเสนอให้เข้าคณะกรรมการตุลา การ หรือ กต. เมื่อ กต.อนุมัติเห็นชอบ ตนก็เห็นชอบตาม ไม่ได้วีโต้ แต่นายอภิชาต กลับบอกว่า รมว.ยุติธรรม สมัยตนมีหน้าที่แค่นำรายชื่อกราบบังคมทูลเท่านั้น ทั้งที่สมัยนายอนันต์ มีเรื่องทะเลาะเกือบจะมีฆ่ากันตายเพราะรมว.ยุติธรรมไม่เห็นด้วยกับ กต.

“นายอภิชาต แหมม ให้สัมภาษณ์ลอยหน้าลอยตาบอกว่า บอกว่า โอ้ย ไม่เคยมาวิ่งเต้น คุณไม่เคยมาวิ่งเต้นกับผมหรอก แต่มีคนมาบอกผมว่าคุณเป็นคนดี และผมไม่ได้มีหน้าที่แค่นำความกราบบังคมทูล ไอ้ตรงนี้ไงความจำเสื่อม เลยทำให้ยุ่งไง ” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวและว่า ตนฝากบอกนายอภิชาตว่าอย่าพูดแต่เรื่องเงิน 258 ล้าน แต่ขอให้ตรวจสอบเงิน 29 ล้านบาทที่ประชาธิปัตย์เอามาจาก กกต. โดยขณะนั้นนายอภิสิทธิ์ ก็เป็น กรรมการบริหารพรรคตอนขอเงินด้วย ซึ่งตนจะนำเรื่องนี้มาอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกรอบ

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า ตนขออวยพรให้นายอภิชาต หายจากโรคความดันและอย่ามีโรคใหม่คือโรคดันทุรัง ตนเคยชื่นชมชื่นชอบนายอภิชาต และไม่คาดคิดคนเป็นอดีตผู้พิพากษาจะบอกว่ารมว.ยุติธรรมสมัยนั้น ไม่มีหน้าที่อื่นนอกจากนำความกราบบังคมทูล พูดออกมาได้ยังไง ถ้าอยู่ใกล้ๆ จะเอาไม้เรียวเฆี่ยนก้นสัก 3 ที พูดมาได้ยังไงสะเปะสะปะ

เมื่อถามว่า กรณีประธานกกต.ระบุว่ายังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะยุบพรรคประชาธิปัตย์ จึงอยากให้พรรคเพื่อไทยนำข้อมูลมาให้เพิ่มเติม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า อย่ามาเอาข้อมูลจากตนเพราะตนให้ไปหมดแล้ว และคนที่ร้องเรื่องนี้คือดีเอสไอ ตนถือว่าที่นายอภิชาตพูดแบบนี้แสดงว่าไม่มีความรับผิดชอบ แสดงว่าอ่านสำนวนไม่สะเด็ดน้ำ เพราะคนกล่าวโทษเรื่องนี้คือดีเอสไอ กกต.ทำไมไม่เรียกคนที่เกี่ยวข้องมาสอบ ไม่ต้องรอสามวันเจ็ดเพราะแค่ชั่วโมงเดียวก็ก็จบแล้ว ไม่ต้องรอเรียกตน

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าหากประธาน กกต.ไม่ได้ข้อมูลเพิ่มเติมและยืนตามมติเดิมคือให้ยกคำร้อง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของท่านไม่ใช่เรื่องของตน

“ถ้าท่านทำผิด ท่านก็เตรียมเข้าคุก ถ้าทำถูกก็ปลอดภัย ซึ่งปกติเมื่อท่านเป็นนายทะเบียน ท่านสวมหมวก 2 ใบนะ ถ้านายทะเบียนรับคำร้องแล้วเห็นว่า ไม่มีมูล ก็ยกคำร้องไปเลย จะเอาไปเข้าที่ประชุมกกต.ทำไม เพราะเมื่อเอาเข้าที่ประชุม กกต.รับรู้แล้วก็ตั้งอนุฯ ซึ่งอนุฯ บอกไม่ผิด ที่ประชุมกกต.ก็ต้องตัดสิน ไม่ใช่ให้เอากลับมาที่ท่านใหม่อีกรอบ ทำงานยังไงกันเขาถึงด่ากันทั้งบ้านทั้งเมือง”

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า กรณีการร้องเรียนให้ยุบพรรคการเมือง ไม่มีครั้งไหนที่พยานแวดล้อมชัดเจนเท่าครั้งนี้ที่ร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะพยานเอกสาร พยานบุคคล

“เอาเถอะน่า ถ้ากกต.แน่จริง ก็ยกคำร้องสิ กล้าๆหน่อย อย่ามาเก็บเอาไว้เฉยๆ สุด ท้ายก็เสื่อม ไม่มีคนเชื่อถือ วันนี้ไปไหนเนี่ยต้องหลบๆ ซ่อนๆ แล้ว เพราะอะไรก็รู้อยู่เต็มอก ผมถามว่าคุณเชื่อดีเอสไอไหม ถ้าเชื่อก็เรียกเขามาถามว่าบ้าหรือเปล่าทำไมร้องประชาธิปัตย์ เรียกสรรพกรมาถามว่านายประจวบทำบิลปลอมจริงไหม ก็จบแล้วเขาเป็นหน่วยราชการ แน่จริงยกสิ แล้วผมจะทำอะไรให้เห็นบ้าง งานนี้ไม่มียอม ไม่ใช่ข่มขู่นะแต่ มีเอกสารหลักฐานทั้งหมด ถ้ายกคำร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอให้ยุบดีเอสไอไปด้วย”

เมื่อถามว่ามีการวิ่งขอไม่ให้ยุบประชาธิปัตย์หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่าตนไม่ทราบว่าวิ่งร้อยเมตรหรือพันเมตร

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ทางพรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ และนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ส่วนกระทรวงที่ทุจริตมากที่สุด ถ้าจะตรวจสอบว่าใครทุจริตมากกว่ากันต้องวัดเป็นความดันโลหิต ระหว่างกระทรวงพานิชย์และกระทรวงคมนาคม สูสีจริงๆ ส่วนจะเอาใครเดี๋ยวจะบอกส่วนจะอภิปรายใครเพิ่มหรือไม่ ยื่นตอนไหนทางพรรคจะมีการหารืออีกครั้ง

เมื่อถามว่าหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเกิดขึ้น ได้เตรียมชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตรงนี้ยังไม่พิจารณากัน คราวที่แล้วใส่ชื่อตนก็ไม่เห็นแผ่น ดินจะทรุด ส่วนพรรคจะใส่ชื่อใครก็แล้วแต่ แต่ต้องไม่ใช่คนนอกพรรค ซึ่งถ้าเห็นว่า น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ หรือ การุณ โหสกุล เหมาะก็ใส่ชื่อไปใครก็ได้แต่ต้องเป็นพรรคเพื่อไทย

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนขอเสนอแนวทางที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข ว่านายอภิสิทธิ์ ต้องเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทุกพรรคการเมือง กลุ่มเสื้อเหลือง กลุ่มเสื้อแดง พรรคการเมืองใหม่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ มาหารือจากนั้นให้ยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งถ้าผลการเลือกตั้งออกมาใครได้เสียงข้างมาก ก็ให้เป็นรัฐบาลและทุกฝ่ายต้องยุติไม่ต้องมาประท้วงกัน ถ้านายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้เสียงข้างมากก็ให้เป็นนายกฯไป ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมากก็ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะผมหานายกฯได้