ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, April 5, 2008

‘​ยู​เออี​'​เชิญอดีตนายกฯ​‘​ทักษิณ​'​ปาฐกถา​ 14-16 ​เม​.​ย​.​นี้

​เมื่อเวลา​ 12.40 ​น​. ​ทีผ่านมา​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​อดีตนายกรัฐมนตรี​ ​พร้อม​ด้วย​คณะ​ ​อาทิ​ ​นายพานทองแท้​ ​ชินวัตร​ ​บุตรชาย​ ​นายยงยุทธ​ ​ติยะ​ไพรัช​ ​ส​.​ส​.​สัด​ส่วน​ ​พรรคพลังประชาชน​ ​นายเสริมศักดิ์​ ​พงษ์พานิช​ ​อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย​ ​น​.​ส​.​ศันสนีย์​ ​นาคพงศ์​ ​โฆษก​ส่วน​ตัว​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ได้​เดินทางกลับ​ด้วย​เที่ยวบินทีจี​ 1133 ​มา​ยัง​ท่าอากาศดอนเมือง​ ​ทั้ง​นี้​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​กล่าวเพียงสั้น​ ​ๆ​ ​ด้วย​สีหน้ายิ้มแย้ม​ถึง​การทำ​บุญว่า​ "​ไปทำ​บุญก็​ได้​บุญ" ​จาก​นั้น​ได้​ขึ้นรถกลับทันที​

​ด้าน​ ​น​.​ส​.​ศันสนีย์​ ​กล่าวว่า​ ​การเดินทางดังกล่าว​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ได้​ทำ​บุญที่วัดศรี​โคมคำ​ ​จังหวัดพะ​เยา​ ​และ​วัดพระธาตุดอยตุง​ ​จังหวัดเชียงราย​ ​ซึ่ง​มีพิธีสืบชะตาหลวง​ ​ซึ่ง​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​บอกว่า​ ​จาก​การทำ​บุญ​และ​พบปะ​กับ​คนสนับสนุน​ให้​กำ​ลังใจก็รู้สึกสบายใจ​ ​หน้าตา​เบิกบาน​ ​ทั้ง​นี้​ใน​วันพรุ่งนี้​ (5 ​เม​.​ย​.) ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​จะ​เดินทาง​จาก​สนามบินสุวรรณภูมิ​ไปประ​เทศกัมพูชา​ ​เวลาประมาณ​ 10.00 ​น​. ​ส่วน​การเดินทางไปจังหวัดเชียง​ใหม่​ ​ซึ่ง​ตามกำ​หนดการคือวันที่​ 11 ​เมษายน​ ​จะ​ไปแสดง​ความ​เคารพบรรพบุรุษ​ ​แต่กิจกรรมอย่าง​อื่น​อยู่​ใน​ระหว่างการวางแผน​ ​เพราะ​มีบุคคลต่าง​ ​ๆ​ ​ได้​แสดง​ความ​จำ​นงขอทำ​กิจกรรม​กับ​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ทั้ง​นี้​ ​การดู​แลรักษา​ความ​ปลอดภัยคง​ไม่​มีอะ​ไร​เป็น​พิ​เศษ​ ​คง​เป็น​ไปตาม​ความ​เหมาะสม​

​นอก​จาก​นี้​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ยัง​มีกำ​หนดการเดินทางไป​ยัง​เมืองดู​ไบ​ ​ประ​เทศสหรัฐอาหรับเอมิ​เรตส์​ (ยู​เออี) ​ระหว่างวันที่​ 14-16 ​เมษายน​ ​ซึ่ง​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ได้​รับเชิญ​ให้​พูด​ใน​หัวข้อ​ "ภาวะ​ผู้​นำ​ภาย​ใต้​โลกที่มี​แต่​ความ​ไม่​แน่นอน"

ประกาศ '​ฉันทามติประชาธิปไตย​'​ล้มคว่ำ​'​รัฐธรรมนวย​ฉบับ​หัวคูณ​'



​คพปร​. ​เปิดเวทีฉะ​'​รัฐธรรมนวย​ฉบับ​หัวคูณ​' ​ชี้ที่มา​จาก​ '​พวกโจร​' ​อุ้ม​ '​พวกทรราษฎร์​ – ​ซากคมช​.' ​ทำ​บ้านเมืองพังพินาศ​ ​มุ่งล้างประชาธิปไตย​ ​ปล้นอำ​นาจไป​จาก​ประชาชน​ ​ปลุกพลังมวลชนผนึกกำ​ลังเรียกร้องเอา​ ​รธน​.40 ​กลับคืนมาสร้าง​ความ​ชอบธรรม​ ​ฉีกระบอบ​ '​อำ​มาตยาธิปไตย​' ​ให้​สิ้นซาก​ ​ขณะที่​ ​กลุ่มคนวันเสาร์​ ​ไม่​เอา​เผด็จการ​ ​เปิดเวทีสนามหลวง​ ​หนุนต่อ​ 17.00 ​น​. ​พรุ่งนี้​ ​ตั้งหัวข้อทำ​ไม​ ​ส​.​ส​.​ร​.​จึง​ค้านแก้รธน​.

​คณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้​ไขรัฐธรรมนูญ​ 2550 (คปพร​.) ​เปิดเวทีสัมมนาวิชาการ​ '​วิกฤติรัฐธรรมนูญ​ 2550' ​โดย​มีวิทยากรร่วมอภิปราย​ ​อาทิ​ ​นพ​.​เหวง​ ​โตจิราการ​ ​คุณคณิน​ ​บุญสุวรรณ​ ​อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรมมนูญ​ (ส​.​ส​.​ร​.) 2540 ​นายอดิษร​ ​เพียงเกษ​ ​อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย​ ​นายวีระ​ ​มุสิกพงศ์​ ​และ​ร​.​ต​.​ฉลาด​ ​วรฉัตร​ ​โดย​เริ่มตั้งแต่​เวลา​ 16.00 ​น​.- 21.00 ​น​. ​ณ​ ​อาคาร​ ​เวทีลีลาส​ ​สวนลุมพินี

​อ​.​จรัล​ ​ดิษฐาอภิชัย​ ​เริ่มต้นกล่าวว่า​ ​คพปร​.​มี​แนวทางเพื่อการแก้รธน​.50 ​ทั้ง​ฉบับ​ ​เสนอแนะผลักดัน​ ​ให้​นำ​รธน​.40 ​กลับคืนมา​ ​และ​เรา​จะ​ดำ​เนินการต่อไปจนกว่าบรรลุผลสำ​เร็จ​ ​ตั้งแต่สัปดาห์หน้า​เรา​ ​จะ​เดินทางไปต่างจังหวัดตามแผนปฏิทินกิจกรรมประจำ​เดือนเมายน​ ​คาดว่า​ ​ประชาชน​ใน​พื้นที่​จะ​เห็น​ด้วย​ ​กับ​การแก้รธน​.50 ​ครั้งนี้​

​ทั้ง​นี้​ ​คณะกรรมการ​ ​คพปร​. ​ยืนยัน​จะ​ดำ​เนินการทุกรูปแบบ​ให้​มีการแก้​ไขรธน​.​เผด็จการที่พ่นพิษทางการเมือง​ ​อยู่​ใน​ขณะนี้​ ​แล้ว​เอารธน​.40 ​ของประชาชนกลับคืนมา

​ต่อมา​ ​นายชินวัตร​ ​หาบุญพาด​ ​หนึ่ง​ใน​ ​คปพร​.​กล่าวว่า​ ​รธน​.​ฉบับ​นี้​ ​มุ่งล้มล้างประชาธิปไตย​เป็น​ฉบับ​ที่​เขียน​ ​เพื่อประ​โยชน์ของตนเอง​แล้ว​พวกที่ออกมาคัดค้าน​ ​การแก้รธน​.​ฉบับ​นี้​ ​ทำ​เพื่อตัวเอง​หรือ​เปล่า​? ​เป็น​ปกป้องคนผิด​ ​หรือ​พวก​ ​คมช​.​ร่วมไป​ถึง​ลูกสมุนที่ล้มล้างระบอบประชาธิปไตย​และ​ปล้นอำ​นาจไป​จาก​ประชาชน​ ​จึง​มา​เขียนกติกา​ ​เพื่อการคุ้มครองตัวเอง​ ​รธน​.50 ​ไม่​ว่า​จะ​หัวหงอก​หรือ​ดำ​ต่างก็ออกมาปกป้องคนผิด​ด้วย​กัน​ทั้ง​นั้น​ ​พรรคการเมือง​ไม่​ว่า​จะ​เป็น​พรรคพลังประชาชน​หรือ​พรรค​ '​ลูกผีลูกคน​' ​อย่างประชาธิปัตย์ที่​เคยพูดว่า​ถ้า​ได้​เป็น​รัฐบาล​ ​จะ​เข้า​มา​แก้รธน​.50 ​ตอนนี้​ยัง​ไม่​เห็น​จะ​ดำ​เนินการอย่างไรเลยแม้​แต่น้อย​ ​กลับออกมาบอกว่า​ยัง​ไม่​ถึง​เวลา​ ​และ​ให้​ยุบ​ 3 ​พรรคก่อน​แล้ว​ค่อยมา​แก้​ไข​ ​ตรงตนมองว่ามัน​ไม่​ยุติธรรม

​ด้าน​ ​นายสมยศ​ ​พฤกษา​เกษมสุข​ ​คณะกรรมการคปพร​. ​กล่าวว่า​ ​รธน​.50 ​ไม่​ใช้​รธน​. ​ที่​เกิด​จาก​ประชาชน​ ​เป็น​ '​รัฐธรรมนวย​ฉบับ​หัวคูณ​' ​มาก​จาก​พวกโจร​ ​สมควรถูกฉีกทิ้ง​ ​ซึ่ง​เชื่อว่า​ ​ส​.​ส​.​คน​ใด​ยอมรับ​ ​รธน​.50 ​ถือว่า​เป็น​ซากคมช​. ​อีก​ทั้ง​ต้อง​ประนาม​ผู้​ที่คัดค้านการแก้​ไขรธน​. ​คน​ผู้​พวกนี้​เป็น​หางเครื่องของพวกคมช​. ​และ​ขอประนามพวกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย​ ​ที่ออกมาต้านการแก้​ไขรธน​. ​ทั้ง​นี้​ ​ขอยืนยันว่า​จะ​ขอประกาศการแก้​ไขรธน​.50​และ​ขอ​ให้​ประชาชนร่วม​กัน​ผนึกกำ​ลังเพื่อแก้​ไขรธน​. ​และ​นำ​ไปสู่ระบอบประชาธิปไตย

​ส่วน​ ​นายวิภู​แถลง​ ​พัฒนภูมิ​ไท​ ​คณะกรรมการ​ ​คปพร​. ​กล่าวว่า​ ​การแก้​ไขรธน​.​ต้อง​การปฏิรูป​หรือ​ยกเลิก​ ​รัฐธรรมนูณ​เท่า​นั้น​ ​เพราะ​ว่าประชาชน​ไม่​ต้อง​การอำ​นาจนอกระบบ​ ​โดย​หนึ่ง​จะ​ต้อง​ทำ​ความ​เข้า​ใจ​กับ​ประชาชน​ ​ทั่ว​ประ​เทศ​ใน​หลักการที่​จะ​แก้​ไขรธน​.50 ​วันนี้ถือ​เป็น​การ​ '​เขี่ยลูก​' ​เพื่อวันแดงเดือด​ ​เพราะ​รธน​.​นี้มีที่มา​จาก​การกดขี่​ ​สองทาง​ ​คปพร​.​จะ​มีประชาสัมพันธ์​ไป​ยัง​ประชาชน​ด้วย​สื่อสิ่งพิมพ์​ ​ว่าทำ​ไม​ต้อง​แก้​ไขรธน​.50 ​เพื่อร่วม​กัน​ขับเคลื่อน​ ​ขณะนี้​เราทุกคนถูกล้อมกรอบ​ด้วย​อำ​นาจอำ​มาตยาธิปไตย​ ​ถึง​ตอนนี้พลังประชาชน​ ​ได้​เป็น​รัฐบาล​แล้ว​ควรเปิดโอกาศ​ให้​ ​คปพร​. ​ปูพรมแดงทางอากาศ​ให้​ใช้​วิทยุ​และ​โทรทัศน์​เพื่อบอกประชาชนชาวไทยว่า​ ​ที่มาของรธน​.​ไม่​ชอบธรรม​ ​และ​ต่อไปนี้​ใครอย่า​ได้​บังอาจทำ​การปฏิวัติอีก​ ​เพราะ​ประชาชน​ไม่​เอา​แล้ว

​ด้าน​ ​อ​.​คนิน​ ​บุญสุวรรณ​ ​อดีตสสร​.​ปี​2540 ​กล่าวว่า​ ​วันนี้ที่หนังสือพิมพ์มติชนพาดหัวว่า​ 41 ​นักวิชาการอ​.​นิติฯ​ ​เสนอว่าการแก้​ ​ม​.237 ​จะ​ทำ​ให้​ชาติบ้านเมืองพังทลายลง​ ​อันที่จริง​แล้ว​ ​ทำ​ไมกล่าวผ่านสื่อไปว่า​ ​กฏหมายประ​เทศไทย​ ​พังมาตั้งแต่สมัย​ 19 ​กัน​ยายน​ 2549 ​รธน​.40 ​ที่มา​จาก​ประชาชน​ ​ทำ​ให้​ระบบการเมือง​ ​ดำ​เนินมา​โดย​ดีตลอด​ ​แต่หลัง​ 19 ​ก​.​ย​. ​ประ​เทศไทย​ได้​มีกฏหมายที่​เขียนขึ้น​ ​โดย​บุคคลเดียวที่​เรา​เรียกว่า​ ONE MAN LAW ​โดย​ ​ม​.237 ​ใน​รธน​.50 ​ที่ต่อยอดมารธน​.​ฉบับ​ชั่วคราว​ ​เพราะ​ ​ม​.35​ได้​ระบุว่า

​ให้​ตุลาการศาลรัฐธรรนูญ​ ​ที่​ไม่​ใช่​ศาลมา​ใช้​อำ​นาจแทนศาล​ใน​การสั่งยุบพรรคการเมือง​ ​ทำ​ให้​เกิดกระบวน​ ​การยุติธรรมทางเดียว​ ​โจทย์คือ​ผู้​ปฏิวัติจำ​เลยคือ​ผู้​ถูกปฏิวัติ​ ​ใน​ขณะที่รธน​.40 ​ส่งเสริมการจัดตั้งพรรคการเมือง​ ​ที่มา​จาก​ประชาชน​จะ​ไม่​ถูกยุบ​ ​แต่พรรคการเมืองที่ควรถูกยุบควร​เป็น​พรรคที่ร่วมมือ​กัน​ก่อรัฐประหาร​ ​ไม่​ใช้​พรรค​ ​ที่ถูกรัฐประหาร​ ​เชื่อรธน​.50 ​อายุ​ไม่​ยืนยาวแน่นอน​ ​เพราะ​เป็น​แค่รธน​.​เฉพาะกิจที่ออกแบบมา​เพื่อกำ​จัดอำ​นาจเก่า​ ​และ​ไม่​ให้​กับ​มามีอำ​นาจอีกครั้ง​ ​เพราะ​ฉะ​นั้น​แล้ว​ตอนนี้คนที่ถูกปฏิวัติมา​จาก​ภาคประชาชน​ ​อีก​ทั้ง​รธน​.50 ​เป็น​สิ่งมหัศจรรย์​เป็น​รธน​.​ฉบับ​เดียว​ใน​โลกที่บุคคลเดียวมี​ถึง​ 5 ​ตำ​แหน่ง​และ​รธน​.​ฉบับ​เดียว​กัน​นี้​ ​ทำ​ให้​ตำ​แหน่งนายกฯ​ ​กลาย​เป็น​ตำ​แหน่งที่ต่ำ​ต้อยที่สุด

​ขณะที่​ ​นพ​.​เหวง​ ​โตจิราการ​ ​กล่าวตอนหนึ่งว่า​ ​วันนี้​เริ่มเป่านกหวีด​ ​คพปร​. ​จัดงานนี้ขึ้นเพื่อนำ​มาสู่การต่อสู้​ ​ู้​เพื่อประชาธิปไตย​ ​รณรงค์​ให้​มีการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ​ ​เรา​ไม่​เอาอำ​นาจนอกระบบ​ ​เอารัฐธรรมนูญ​ 2540 ​ของพวกเราคืนมา​ ​เรา​จะ​สัปยุทธ์​กับ​พวกอำ​นาจนิยม​ ​พวกทรราษฎร์นิยม​ ​ขณะนี้​ถึง​เวลาที่พวกเรา​จะ​ต้อง​ลุกขึ้น​ ​มาหวงแหนประชาธิปไตย​ ​และ​บดขยี้อำ​นาจเผด็จการ​ ​วันนี้​จึง​ขอ​ '​ฉันทามติประชาธิปไตย​' ​แสดงจุดยืนร่วม​กัน​แก้รัฐธรรมนูญ​ 2550

'​เรามารวม​กัน​ใน​ที่นี้​ ​เพื่อแสดงจุดยืนร่วม​กัน​ใน​การ​ ​แก้​ไขรัฐธรรมนูญ​ 2550 ​ที่​ได้​ใช้​มา​เป็น​ระยะ​เวลา​ 7 ​เดือน​และ​ ​กำ​ลังส่งผลเสียหายต่อการปกครอง​ใน​ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์​เป็น​องค์พระประมุข​ใน​หลายกรณี​ ​โดย​มีนักวิชาการุกสาขาวิชา​ ​องค์กรเพื่อประชาธิปไตย​ ​ผู้​แทนองค์กรภาคประชาชน​ ​ผู้​แทนองค์กร​ผู้​ใช้​แรงงาน​ ​ผู้​แทนองค์กรนิสิตนักศึกษา​ ​องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ​ ​ได้​แสดงเหตุผลสนับสนุนต่างกรรม​ ​ต่างวาระ​ ​หลายครั้ง​ ​เห็นสมควร​ให้​มีการแก้​ไขรัฐธรรมนูญ​ 2550 ​ให้​มี​ความ​เป็น​ประชาธิปไตย

​รัฐธรรมนูญ​ ​ปี​ 2550 ​มีการ​ใช้​งบประมาณกว่า​ 5 ​พันล้านบาท​ ​ซึ่ง​ถือว่ามีราคา​แพงที่สุด​ใน​โลกก็ว่า​ได้​ ​แต่กลับมี​ความ​อัปลักษณ์หลายประการ​ ​คือ

1. ​ที่มา​แห่งการร่างรัฐธรรมนูญ​ไม่​เป็น​ประชาธิปไตย​ ​มีการล็อคโผ​กัน​ตั้งแต่ต้น​ ​กีด​กัน​ฝ่ายการเมืองสมาชิกพรรคการเมืองกว่า​ 36 ​ล้านคน​และ​ประชาชนที่รักประชาธิปไตยอีกเกือบ​ 30 ​ล้าน​ไม่​ให้​เข้า​ไปมี​ส่วน​ใน​กระบวนการ

2. ​เนื้อหาภาย​ใน​มี​ความ​จงใจทำ​ลายสถาบันพรรคการเมือง​ให้​อ่อนแอ​ ​โดย​ '​อำ​มาตยาธิปไตย​' ​ได้​สถาปนา​ “​ตุลาการภิวัตน์​” ​ขึ้นมามีอำ​นาจเหนืออำ​นาจอธิปไตยของประชาชน​

3. ​ทำ​ลายหลักนิติธรรม​ ​ดดยการนิรโทษกรรม​ให้​กับ​คณะปฏิวัติรัฐประหาร​ 19 ​กัน​ยายน​ 2549 ​ทั้ง​ ​อดีต​ ​ปัจจุบัน​ ​และ​อนาคต​ ​ทั้ง​ที่​ได้​ ​ทำ​ผิดตามกฏหมายอาญามี​โทษ​ถึง​ประหารชีวิตทำ​ให้​รัฐธรรมนูญ​2550 ​มีค่า​เพียงเครื่องมือสร้าง​ความ​ชอบธรรม​ ​ให้​แก่การรัฐประหาร​เท่า​นั้น​

4. ​ใช้​อำ​นาจกระบอกปืน​และ​กฏอัยการศึก​ใน​การการบีบคับประชาชนลงมติประชามติ​ ​ผ่าน​ ​หน่วยงานราชการนักวิชาการที่หามเสลี่ยง​ให้​คณะปฏิวัติรัฐประหาร​ ​ล่อหลอกประชาชน​ ​ทั้ง​ทางตรง​และ​ทางอ้อม​ ​เพื่อ​ให้​ไปกากาบาท​ '​เห็นชอบ​' ​แล้ว​นำ​ผลอันทุจริตฉ้อฉลนี้มากล่าวอ้าง​

5. ​คอรัปชั่น​ ​เอื้อประ​โยชน์​ใน​กระบวนการการจักพิมพ์ร่างฯ​ ​การซื้อโฆษณา​ให้​กับ​ ​สื่อที่​เป็น​ ​พรรคพวก​ ​และ​ยอมศิ​โรราบ​กับ​คณะปฏิวัติรัฐประหาร​ ​รวม​ทั้ง​การ​ใช้​งบประมาณคนไปเที่ยวเพื่อหวังซื้อใจ​ ​ให้​ลงประชามติ​ ​ิ​ใน​แนวทางที่ตนเอง​ต้อง​การ​

​ใน​ขณะนี้​ ​สังคมแบ่ง​เป็น​ 2 ​ฝ่ายอย่างชัดเจน​ ​คือพวกเรา​ใน​มหาสมาคมแห่งนี้​ ​ที่ร่วมประกาศจุดยืนสนับสนุน​ให้​มีการแก้​ไขรัฐธรรมนูญ​ 2550 ​กับ​ฝ่ายที่​แสดง​ความ​คิดเห็นคัดตค้าน​ซึ่ง​คน​ ​พวกนี้ล้วนแต่​เป็น​พวกที่นิยมชมชบการปฏิวัติรัฐประหาร​ 19 ​กัน​ยายน​ 2549 ​โดย​ไม่​สนใจ​ความ​เสียหาย​ ​ของประ​เทศชาติ​ทั้ง​ทางเศรษฐกิจ​ ​สังคม​และ​การเมือง​ ​ตลอดระยะ​เวลา​ 1 ​ปี​ 5 ​เดือนที่ผ่านมา​ ​มิ​ได้​เคารพ​ใน​วิถีทางประชาธิปไตย​ ​มิ​ได้​เคารพเสียงอันบริสุทธิ์ของพี่น้องประชาชนแม้​แต่น้อย​ ​เพียง​เพราะ​มี​ความ​มุ่งหวังผลทางการเมือง​ ​ตำ​แหน่ง​ ​ลาภ​ ​ยศ​ ​สรรเสริญ​เป็น​การ​ส่วน​ตัว​เท่า​นั้น​เอง​ ​ซึ่ง​เรา​จะ​พบ​ได้​ใน​ข้อมูลข่าวสารที่​เผยแพร่​โดย​ทั่ว​ไปว่ามีการทุจริตฉ้อฉล​ใน​หน่วยงานราชการ​ ​รัฐวิสาหกิจที่​เหล่านี้สนับสนุน​เข้า​ไปมีตำ​แหน่ง​ใน​ ​ตลอดระยะ​เวลา​ 1 ​ปี​ 5 ​เดือนที่ผ่านมา​

​กลุ่มคนที่คัดค้านการแก้​ไขรัฐธรรมนูญ​ 2550 ​ไม่​มี​ความ​ชอบธรรม​ใน​การเคลื่อนไหว​เพราะ​ 1.​พวก​เขา​เป็น​ผู้​ที่​เคลื่อนไหวทางการเมือง​ 2.​พวก​เขา​เป็น​สมุนบริวารรับ​ใช้​คณะรัฐประหาร​โดย​ตลอด​ 1 ​ปี​ 5 ​เดือน​ 3.​รูปการจิตสำ​นึกของพวก​เขา​เป็น​ '​รัฐประหารนิยมอำ​มาตยาธิปไตยนิยม​' 4. ​พวก​เขา​เป็น​ผู้​มี​ส่วน​ร่วม​ใน​ ​การร่างรัฐธรรมนูญ​ 2550 ​นั้น​ย่อมพิสูจน์​เป็น​ที่ประจักษ์ชัดว่า​ ​พวก​เขา​นั่นแหละ​เป็น​ '​อาชญากรทางประชาธิปไตย​' ​อย่างแท้จริง

​พวกเราที่มาร่วมประชุม​ใน​มหาสมาคมแห่งนี้​จะ​ร่วม​กัน​ต่อสู้​แก้​ไขรัฐธรรมนูญ​ 2550 ​โดย​ให้​นำ​รัฐธรรมนูญ​ 2540 ​มา​เป็น​หลัก​แล้ว​ปรับปรุงเนื้อหา​ให้​ความ​เป็น​ประชาธิปไตยมากขึ้น​ ​เพื่อพิทักษ์​ไว้​ซึ่ง​การปกครอง​ใน​ระบอบ​ ​ประชาธิปไตย​ ​ที่​แท้จริงของประชาชน​'


Hi-Thaksin


'​สมัคร​'​ยันมีข้าวสำ​รอง​ 2 ​ล้านตันลั่นชาวบ้าน​ไม่​อด

"นายกฯสมัคร" ​ออกโรงยันรัฐบาลมีข้าวสำ​รอง​ 2 ​ล้านตัน​ ​ชาวบ้าน​ไม่​มีอดแน่​ ​ด้าน​ "มิ่งขวัญ" ​กล่อมชาวนา​เปิดเจรจาราคาขายข้าว​กับ​พ่อค้า​ใหม่​ ​เตรียมหารืออิน​ ​เดีย​-​เวียดนาม​ ​กำ​หนดราคาข้าว​ใน​ตลาดโลกเอง​ ​ขณะที่ยุคข้าวแพง​ ​ชาวนา​ยัง​ทุกข์​ ​แก๊งโจรแสบย่องลักพันธุ์ข้าว​ถึง​บ้านกลางดึก​ ​ตื่นมา​เห็น​จะ​จะ​คาตากำ​ลังขน​ใส่​รถปิกอัพ​ ​โดดขึ้นรถจยย​.​หวังซิ่งตาม​ ​แต่ถูกตัดสายคันเร่งทิ้ง​ ​เผ่นหนีลอยนวล​ “​กาฬสินธุ์​” ​ชาวนากักตุนข้าว​ไว้​กิน​-​เลี้ยงสัตว์​ ​หวั่นขายหมด​ต้อง​ซื้อข้าวแพงกิน​

เดลินิวส์

เปลืองข้าวสุก

ช่วงสมัยรัฐบาลชวน​ ๒ ​นายสนธิมี​ความ​ใกล้​ชิดสนิทสนม​กับ​นายธารินทร์มาก่อน​ ​ตอนแรกก็ดี​กัน​ ​แต่ต่อมา​เกิด​ความ​ขัดแย้งระหว่าง​กัน​อย่างรุนแรง​ โดย​นายสนธิอ้างว่า​เป็น​ความ​ขัดแย้ง​กัน​ทาง​ความ​คิด​ใน​การแก้ปัญหาวิกฤติ​เศรษฐกิจของประ​เทศ​ จาก​นั้น​จึง​พุ่งเป้า​โจมตีนายธารินทร์อย่างรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ​ ใน​ช่วง​ ๒ ​ปีหลังของรัฐบาลชวน​ ๒ ​ทั้ง​ผ่านทางวิทยุ​ ​และ​หนังสือพิมพ์ต่างๆ​ใน​เครือ​ผู้​จัดการ​โดย​ใช้​ชื่อว่าพายัพ​ ​พนาสุวรรณ​ มีการทำ​เทปออกขาย​ ​ปรากฏ​ความ​ตอนหนึ่งว่านายสนธิ​ ​กล่าวหานายธารินทร์​ ​นิมานเหมินทร์​ ​อดีตรมว​.​คลังว่า​ ​กระทำ​การอัน​เป็น​การหมิ่นพระบรมราชานุภาพ​ ​ทำ​ให้​นายธารินทร์​ ​ต้อง​ฟ้องร้องนายสนธิ​ใน​ข้อหาหมิ่นประมาท​ ​เรื่อง​ยัง​อยู่​ใน​ศาลจน​ถึง​ปัจจุบันนี้

***เกาะรัฐบาลทักษิณ​ ๑***

ขณะที่​ใน​ช่วงรัฐบาลทักษิณ​ ๑ ​เมื่อ​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ขึ้น​เป็น​นายกรัฐมนตรีสมัยแรก​นั้น​ ​ก็​ได้​ดึงเอานายสนธิมาร่วมงาน​ด้วย​ ​เพราะ​เขา​รู้จัก​กับ​คน​ใน​รัฐบาลหลายคน​ ​ต่อมา​ใน​ช่วงรัฐบาลทักษิณ​ ๒ ​เกิดการขัดแย้งระหว่างนายสนธิ​กับ​รัฐบาลอย่างรุนแรงสา​เหตุที่​แท้จริง​ไม่​ทราบว่า​ด้วย​เรื่องอะ​ไร​ แต่บางคนอ้างว่า​ ​เพราะนายสนธิลงทุนไปซื้ออุปกรณ์​ใน​การทำ​โทรทัศน์​เสรีมา​แล้ว​เป็น​พันล้านบาท​ แต่กลับ​ไม่​ได้​ช่องมาทำ​ ​ก็​เลยหันมา​โจมตี​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ใน​แบบเดียว​กัน​กับ​ที่​เคยโจมตีนายธารินทร์​ ​สำ​เร็จมา​แล้ว

วาทกรรมขยะ​แขยง​.... ​นั่งขี่คอกะ​..​ทิ่มปาก​ ​พ​.​ศ​.​นี้ ​แผนการลับลวงโลก​โดย​ผ่านบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญคือ​ความ​ชอบธรรมล้มอำ​นาจรัฐฯ​ ​เอามากระ​แทกสร้างกระ​แส​ความ​ไม่​พอใจออกมา​เดินขบวนชุมนุมครั้ง​ใหญ่​กดดันรัฐฯ ถึง​ต้อง​เล่า​ความ​เท็จลัทธิสนธิ​ ​โฆษณาชวนเชื่อครั้งก่อนสัมฤทธิ์ผลของเวทีพันธมิตร​ ​ดึงมา​ใช้​สร้างกระ​แส​ความ​ไม่​พอใจจงเกลียดจงชัง​...​จุดไฟ​ให้​มันติด!!!

ย้อนเอาอดีตวันเวลาที่​เก่า​เวลา​เดิมพฤติกรรม ลัทธิสนธิ​เที่ยงจัดๆ​ๆ​ ​ตรงบริ​เวณสี่​แยกมิสักวันระหว่างข้างกระทรวงศึกษาธิการมุ่งตรงไปทำ​เนียบรัฐบาล ด้านข้างที่ตั้งกองทัพภาคที่​1 ​สมรภูมิรบมันเหมาะ​เหม็ง ต่อศูนย์กลางมุมอับพาคนไปตาย​จาก​ความ​ประมาทชะล่า​ใจ​...​ใครลงมือทํา​ใครก่อนเสียเปรียบทันที​...​ปมเงื่อนตาย​...​ขุดหลุมล่อ​...​เหยื่อ

ผมจำ​ติดหูติดตาของเจ้าลัทธิสนธิ​ ​หยิบหนังสือพิมพ์มติชนพาดหัวเกี่ยว​กับ​เรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ม่รอช้า​เดินปรี่ขึ้นเวทีตะ​โกนฟ้องประชาชน​ใน​กลุ่ม​ผู้​ชุมนุมที่นั่นว่า​ "พ่อแม่พี่น้องครับ​...​ไอ้​...​ทักษิณ​ ​มันหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอีก​แล้ว​ครับ​ ​พ่อแม่พี่น้องครับ" ​ตอกย้ำ​อยู่​หลายเที่ยว​...​ของเที่ยงวันวัน​นั้น

ลัทธิสนธิ สงครามแย่งชิง​ "ความ​จงรักภักดี" ​เปลือง​โดย​ใช่​เหตุ ครั้งนี้รูปการเหมือนเดิมเป้าหมาย​ต้อง​การล้มลูกเดียว​ ​ชวนทะ​เลาะทรมาน รูปแบบจุดเริ่มต้นแถลงข่าวของพันธมิตรเนื้อหา​และ​รูปแบบพิมพ์​เขียว​ ​โดย​เอาบทเฉพาะกาลแก้​ไขรธน​.​ขุดหลุมล่อ​...

วันนี้​ ​พ​.​ศ​.​นี้ ลัทธิบูชายัญมูลนิธิยามจับไข้​...​ม็อบไข่ปลา​(ทู) ...​ขี่กระ​แสเกาะกระ​แสเอารัฐธรรมนูญ​ฉบับ​คลุมถุงชนปกปิดไส้​เน่า​ ​ม​.309 ​แผนการสืบทอดอำ​นาจ​โดย​ผ่านบทเฉพาะกาล

บทเฉพาะกาลมาตรา​ 309 ​บัญญัติ​ให้​การ​ใด​หรือ​การกระทำ​ใด ของบุคคล​ใด​หรือ​คณะบุคคล​ใด ที่​ได้​รับรอง​ไว้​ใน​รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย​(​ฉบับ​ชั่วคราว) ​พุทธศักราช​ 2549 ​ว่าการ​นั้น​หรือ​การกระทำ​นั้น​ชอบ​ด้วย​รัฐธรรมนูญ​และ​กฎหมาย ให้​ถือว่าชอบ​ด้วย​กฎหมาย และ​ชอบ​ด้วย​รัฐธรรมนูญ​ฉบับ​ใหม่ ด้วย​ไม่​ว่าการกระทำ​นั้น​หรือ​การกระทํา​นั้น​จะ​เกิดขึ้นก่อน​หรือ​หลังวันประกาศ​ใช้​รัฐธรรมนูญ​ฉบับ​ใหม่​ ​ซึ่ง​มี​ความ​หมาย​เท่า​กับ​นิรโทษกรรมล่วงหน้า​ ​ไป​ถึง​สิ่งที่​เกิดขึ้น​ใน​อนาคตตลอดอายุการ​ใช้​รัฐธรรมนูญ​ฉบับ​ใหม่​นั่นเอง​

***เพี้ยนหนักกล่าวหารัฐบาลแก้​ไขรัฐธรรมนูญเพื่อรองรับระบอบประธานาธิบดี​***

เมื่อวันที่​ (2 ​เม​.​ย​.2551) 5 ​แกนนำ​พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย​ ​ประกอบ​ด้วย​ พล​.​ต​.​จำ​ลอง​ ​ศรี​เมือง นายสนธิ​ ​ลิ้มทองกุล นายสมศักดิ์​ ​โกศัยสุข นายพิภพ​ ​ธงไชย​ และนายสมเกียรติ​ ​พงษ์​ไพบูลย์ ​ได้​ประชุมหารือ​ถึง​สถานการณ์ทางการเมืองที่บ้านท่าพระอาทิตย์​ ​หลัง​จาก​นั้น​

นายสุริยะ​ใส​ ​กตะศิลา ผู้​ประสานงานพันธมิตรฯ​ ได้​อ่านแถลงการณ์พันธมิตรฯ​ ​ฉบับ​ที่​ 5/2551 ​โจทย์​ใหญ่​ใจ​ความ​หัวเรื่องคำ​ประกาศ​ "พร้อมต่อต้านอาชญากรประชาธิปไตยเพื่อล้มล้างรัฐธรรมนูญฟอก​ความ​ผิด​ให้​ตัวเอง" ดั่งข้อ​ความ​ว่า​ ​การแก้​ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย​ ​พุทธศักราช​ 2550 ​มาตรา​ 237 ​และ​มาตรา​ 309 ​นั้น​ ​มี​เป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษการกระทำ​ความ​ผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งของตัวเอง และ​พวกพ้องตลอดจนทำ​ลาย​และ​ตัดตอนกระบวนการยุติธรรม เพื่อล้มล้างคดี​ความ​ของอดีนายกฯ​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​และ​ครอบครัว​

นายสนธิ​ ​ลิ้มทองกุล ​ได้​กล่าวว่า​ "ท่านสื่อมวลชนครับ​ ​เมื่อกี้นี้ผม​ได้​พูดออกไปประ​โยคหนึ่งอยาก​ให้​ท่านตั้งใจฟัง​ให้​ดีๆ​ ​นั่นก็คือว่า​ ​การแก้​ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีนัยที่ลึกซึ้งมาก​ ​มันมี​ความ​หมาย​อยู่​มากมายที่​เราคาด​ไม่​ถึง​ ​คือการแก้รัฐธรรมนูญทำ​ได้​ 2 ​ลักษณะ​ ​ที่ถูก​ ​ที่ควร​จะ​ทำ​ ​ก็คือว่า​ ​ถามประชาชนก่อน​ ​ทดสอบ​ ​ตั้งกรรมาธิการ​ ​ใช้​เวลาพิจารณาดูข้อดีข้อเสีย​ ​เท่า​ที่ผมทราบมา​

เมื่อวานนี้​ ​พรรคพลังประชาชนมีมติภาย​ใน​ว่า​จะ​ทำ​ให้​เสร็จภาย​ใน​สิ้นเดือนเมษายนนี้​ ​เพราะ​ฉะ​นั้น​การกระทำ​เช่นนี้มีนัยที่น่ากลัวมาก​ ​เพราะ​ว่า​ถ้า​สามารถ​ที่​จะ​หักดิบแบบนี้​ได้​ ​อีกหน่อยวันดีคืนดี​ใครก็ตาม​ ​เอา​เงินมาซื้อเสียง​ ​เข้า​มามี​เสียงข้างมาก​ใน​สภา​ ​อยาก​จะ​ขอแก้รัฐธรรมนูญหมวดกษัตริย์บ้างล่ะ​ ​ก็​สามารถ​ทำ​ได้​เช่น​กัน​ ​เพราะ​ฉะ​นั้น​แล้ว​เนื่อง​จาก​ไม่​เคยฟัง​ ​ไม่​มีการฟัง​ ​ไม่​มีการพิจารณา​ ​ไม่​มีการขอ​ความ​เห็น​ ​ไม่​มีการเอา​เข้า​สภามาถกเถียง​กัน​ ​จะ​ทำ​ให้​เสร็จภาย​ใน​ 30 ​วันใคร​จะ​ทำ​ไม​ ​เพราะ​ว่าผมมี​เสียงข้างมาก​ ​อันตรายมากนะครับ

"อันที่​ 2 วันดีคืนดี​ ​พอแก้รัฐธรรมนูญนี้​เสร็จเรียบร้อย​ ​อาจ​จะ​แก้ต่อว่า​ ​จาก​นี้​ไป​ให้​ใช้​ระบบเลือกตั้งแบบประธานาธิบดี​ ให้​เลือกประธานาธิบดีคนเดียวพอ​ ​แล้ว​ประธานาธิบดี​เข้า​มา​ เอา​เสียงข้างมาก​ รากหญ้าที่​ไหน​ ใครคุมอีสาน​ ใครคุมเหนือ​ได้​ ​ก็​เอาอีสานเครือข่ายลง​ให้​ ​อาจ​จะ​เป็น​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​ก็​ได้​ ​ถ้า​เกิดแกหลุด​จาก​คดี​เพราะ​ว่า​ 309 ไม่​มี​แล้ว​แกก็​จะ​เป็น​ประธานาธิบดีคนแรกของประ​เทศไทย"

ทุกอย่างมัน​เป็น​ไป​ได้​หมด​ ​มัน​เป็น​ไป​ได้​ตรงที่ว่า​ ​เนื่อง​จาก​การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้​ไม่​ใช่​เป็น​การแก้​ด้วย​ความ​บริสุทธิ์​ใจ​ ​ทุกๆ​ ​ครั้งการแก้รัฐธรรมนูญ​ต้อง​แก้​ด้วย​ความ​บริสุทธิ์​ใจ​ ​และ​การแสดงออก​ด้วย​ความ​บริสุทธิ์​ใจ​นั้น​ ​ต้อง​มา​จาก​การปรึกษาหารือ​กับ​พรรคฝ่ายค้าน​ ​แสดงเวทีประชาพิจารณ์​ ​ให้​นักวิชาการต่างๆ​ ​ได้​ออกสื่อมวลชนมาถกเถียง​กัน​เรื่องราวต่างๆ​ ​เห็น​ด้วย​หรือ​ไม่​เห็น​ด้วย​ ​แล้ว​ค่อยหาข้อยุติ​

"นั่นคือวิถีทางที่​เป็น​หลักที่ถูก​ต้อง​ ​แต่นี่​ไม่​ใช่​ ​เมื่อ​ไม่​ใช่​ก็อด​ให้​เราคิด​ไม่​ได้​ว่า​ ​อีกหน่อย พวกคุณก็​สามารถ​จะ​หักดิบ แก้หมวดกษัตริย์​ได้​ ​แก้​ให้​ไม่​มีนายกรัฐมนตรี​แล้ว เป็น​ประธานาธิบดี​ได้​ ​คุณอาจ​จะ​มา​โต้​เถียง​ อาจ​จะ​ใช้​คนเก่ง​ ​ปากเก่ง​ ​เถียงเก่ง​ ​แต่ว่าการกระทำ​มันส่อเจตนาว่า​ ​โอกาสคุณ​จะ​ทำ​เช่น​นั้น​ก็มี​เช่น​กัน​ เพราะ​ฉะ​นั้น​แล้ว​นัยตรงนี้อันตรายมาก​ ที่ผมอยาก​จะ​ชี้​ให้​เห็นว่า​ ​ถ้า​ปล่อย​ให้​แก้รัฐธรรมนูญ​ได้​ ​นี่คือจุดจบของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์​เป็น​ประมุข"

น่าขายหน้า​???...ขยะ​แขยง​...​อดสู​ใจ​...​อดีตที่ผ่านมานายสนธิ ​เที่ยวตีกินกล่าวหา...​หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ​ล่าสุดแอบอ้างกอด​ "ความ​จงรักภักดี"หาที่พึ่งสุดท้าย​...​นี่คือหลากหลายๆ​ตัวอย่างที่ถูกนายสนธิ​...​เล่นงานมา​แล้ว​ทั้ง​นั้น​ ​อาทิ​ ​เช่น

1.​นายสนธิกล่าวหานายธารินทร์ว่า​ ​กระทำ​การอัน​เป็น​การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ​ ​ทำ​ให้​นายธารินทร์​ต้อง​ฟ้องร้องนายสนธิ​ใน​ข้อหาหมิ่นประมาท​ ​เรื่อง​ยัง​อยู่​ใน​ศาลจน​ถึง​ปัจจุบันนี้

2.​ผมจำ​ติดหูติดตา​เจ้าลัทธิสนธิ​ ​หยิบหนังสือพิมพ์มติชนพาดหัวเกี่ยว​กับ​เรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เดินตรงปรี่ขึ้นเวทีตะ​โกนฟ้องประชาชน​ใน​กลุ่ม​ผู้​ชุมนุมว่า"พ่อแม่พี่น้องครับ​...​ไอ้​...​ทักษิณ​ ​มันหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอีก​แล้ว​ครับ​ ​พ่อแม่พี่น้องครับ" ​ลักษณะกล่าวหา​เหมือน​กัน​...​มุกตีกิน​!!!

ลัทธิสนธิ​ ​คิดโหนกระ​แสสงครามแย่งชิง​ "ความ​จงรักภักดี" ​เปลืองเปล่า​โดย​ใช่​เหตุ เป้าหมาย​ต้อง​การล้มลูกเดียว​ ชวนทะ​เลาะยืดเยื้อ จุดเริ่มต้นแถลงข่าวพันธมิตรเนื้อหา​และ​พิมพ์​เขียว​...​ใครสั่ง​...​แห่ศพประจานตาย​เป็น​ตายเจ๊ง​เป็น​เจ๊ง​...​ยุคกรรมติดจรวดขายดี​เป็น​เทน้ำ​เทท่า​อยู่​พอดีครับ!!!


Hi-Thaksin



คืนรัง

'​มิ่ง​'​จีบ​'​อินเดีย​-​ญวน​'​ร่วมตั้งราคาข้าวส่งออก​ '​เลี้ยบ​' ​มึนถูกปล่อยข่าวไทยคุมเข้มส่งออก

'​มิ่งขวัญ​'​ปิ๊งไอเดียอีก​ ​จีบ​'​อินเดีย​-​ญวน​'​ผนึกกำ​ลังตั้งราคาข้าวส่งออก​ ​ขณะที่ตลาดสินค้า​เกษตรฯปฏิ​เสธข่าวเฮดจ์ฟันด์ปั่นราคา​ ​ยัน​เป็น​ไปตามกลไกตลาด​ '​เลี้ยบ​'​มึน​ ​ตปท​.​ปล่อยข่าวไทยคุมเข้มส่งออก​ ​ยันไทย​ไม่​บิดเบือนตลาด​ ​พ่อค้า​เมินรัฐนำ​เข้า​ปุ๋ยมาขายเอง​

ไทยจีบ​ '​อินเดีย​-​ญวน​' ​ตั้งราคาข้าว

นายมิ่งขวัญ​ ​แสงสุวรรณ์​ ​รองนายกรัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์​ ​เปิดเผยเมื่อวันที่​ 4 ​เมษายน​ ​ว่า​ ​ใน​วันที่​ 27 ​เมษายน​ ​นี้​ ​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์​ ​ประ​เทศอินเดีย​ ​จะ​เดินทางมา​เข้า​พบเพื่อเยี่ยมคารวะ​ใน​โอกาสที่ตนรับตำ​แหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์​ ​ดัง​นั้น​ ​จะ​ใช้​โอกาสนี้หารือ​และ​ดูท่าทีของอินเดีย​ถึง​แนวทางการร่วมมือ​ใน​การกำ​หนดราคาข้าวส่งออกของประ​เทศไทย​ ​อินเดีย​ ​และ​เวียดนาม​ ​ใน​ฐานะที่​เป็น​ผู้​ผลิตข้าวส่งออกราย​ใหญ่​ของโลก​ ​จาก​นั้น​ ​จะ​เดินทางไปประ​เทศเวียดนามเพื่อหารือ​ถึง​ความ​เป็น​ไป​ได้​ใน​การร่วมมือ​กัน

ทั้ง​นี้​ ​ประ​เทศไทย​ ​ส่งออกข้าว​เป็น​อันดับ​ 1 ​ของโลก​ ​คิด​เป็น​สัด​ส่วน​ 31.40% ​ของการส่งออกข้าว​ใน​ตลาดโลก​ ​รองลงมาคืออินเดีย​ 16% ​และ​เวียดนามอีก​ 14% ​รวม​แล้ว​ทั้ง​ 3 ​ประ​เทศ​ ​จะ​มีสัด​ส่วน​การส่งออกข้าวรวมกว่า​ 60% ​ของการส่งออกข้าว​ใน​ตลาดโลก

นายมิ่งขวัญ​ ​กล่าว​ถึง​การหารือร่วม​กัน​ระหว่าง​ 13 ​สมาคมที่​เกี่ยวข้อง​กับ​การค้าข้าว​ ​ใน​วันที่​ 5 ​เมษายน​ ​ว่า​ ​พร้อม​จะ​รับฟัง​ความ​เห็น​จาก​ทุกฝ่าย​ ​และ​จะ​บอก​ให้​ชาวนากลับไปเจรจาตกลงซื้อขายข้าวฤดูกาล​ใหม่​ที่กำ​ลัง​จะ​ออก​กับ​พ่อค้าคนกลาง​และ​โรงสี​ให้​ได้​ราคาดีขึ้น​ ​เนื่อง​จาก​ขณะนี้ชาวนารู้​แล้ว​ว่าข้าวสารที่ส่งออกไป​จะ​ขาย​ได้​ราคาดี​ถึง​ 3 ​หมื่นบาทต่อตัน​ ​ดัง​นั้น​ ​ราคารับซื้อของพ่อค้าคนกลาง​และ​โรงสีก็​ต้อง​เพิ่มขึ้น​ด้วย​เช่น​กัน​เพื่อ​ความ​เป็น​ธรรม​

นายทศพล​ ​วังศิลาบัตร​ ​ประธานสภาอุตสาหกรรม​ ​จ​.​พระนครศรีอยุธยา​ ​กล่าวว่า​ ​เห็น​ด้วย​กับ​แนวคิดที่​ไทย​จะ​จับมือ​กับ​กลุ่ม​ผู้​ผลิตข้าว​ใน​ลักษณะกลุ่มโอเปค​ ​เพื่อต่อรองราคา​กับ​ผู้​ซื้อ​ ​จะ​ทำ​ให้​ราคาข้าวสูงขึ้น​ ​รวม​ทั้ง​รัฐบาล​ต้อง​เร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ​ทำ​นา​ ​โดย​เฉพาะ​ ​จ​.​พระนครศรีอยุธยา​ ​มีปัญหาขาดแคลนน้ำ​มาก​ซ้ำ​ซาก

สั่งเช็คสต๊อคข้าวรัฐ​-​จนท​.​เอี่ยวเจอเด้ง

จาก​ราคาข้าวขยับตัวสูงขึ้นต่อ​เนื่อง​ ​และ​เกิด​ความ​ต้อง​การข้าว​ใน​ปริมาณสูง​ ​จนเกิดการลักขโมยตามโกดังเก็บข้าวของเกษตรกร​และ​พ่อค้าคนกลางเพิ่มขึ้นจำ​นวนมาก​นั้น​ ​นายศิริพล​ ​ยอดเมืองเจริญ​ ​ปลัดกระทรวงพาณิชย์​ ​กล่าวว่า​ ​สั่งการ​ให้​ 3 ​หน่วยงานคือ​ ​กรมการค้าภาย​ใน​ ​กรมการค้าต่างประ​เทศ​ ​และ​องค์การคลังสินค้า​ (อคส​.) ​ทำ​การตรวจสต๊อคข้าวของรัฐบาล​ซ้ำ​อีกครั้ง​ใน​สัปดาห์หน้า​ ​และ​ให้​ได้​ข้อสรุปภาย​ใน​ 2 ​สัปดาห์​ ​รวม​ทั้ง​ให้​ ​อคส​.​วางระบบแนวทางการตรวจสอบที่ต่อ​เนื่อง​ ​หลัง​จาก​ล่าสุดที่ตรวจพบข้าวที่ฝาก​ไว้​ใน​โกดังเอกชนสูญหาย​ 13,000 ​ตัน​

'​ขอ​ความ​ร่วมมือไป​ยัง​ผู้​ว่าราชการจังหวัด​ทั่ว​ประ​เทศ​ให้​ตรวจเช็คโรงสีข้าวที่​เข้า​ร่วมโครงการรับจำ​นำ​ของภาครัฐ​ ​และ​ขอเตือนเจ้าหน้าที่ภาครัฐ​ ​หากพบว่า​ ​พื้นที่​ใด​มีปัญหาข้าวขาดหาย​ ​จะ​สั่งย้ายออก​จาก​พื้นที่​ ​และ​หากมีมูลว่า​เจ้าหน้าที่ทุจริต​จะ​ตั้งกรรมการสอบสวน​ ​หากพบ​ความ​ผิด​จะ​ดำ​เนินคดี​ ​รวม​ทั้ง​โรงสีที่มักง่าย​ ​หาผลประ​โยชน์​ด้วย​การนำ​ข้าวภาครัฐออกไปขายก่อน​ได้​รับอนุญาต​ ​ก็​จะ​ส่งดำ​เนินคดีต่อไป​' ​นายศิริพลกล่าว​

ส​.​โรงสีค้านตั้งราคาขั้นต่ำ​ส่งออก

นายปรา​โมทย์​ ​วานิชานนท์​ ​นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย​ ​เปิดเผยว่า​ ​สมาคมฯ​ไม่​เห็น​ด้วย​กับ​ข้อเสนอ​ผู้​ส่งออกที่​ต้อง​การ​ให้​มีการกำ​หนดเพดานราคาขั้นต่ำ​ส่งออกข้าว​ ​และ​จะ​เสนอแนวคิดนี้​ใน​การประชุมร่วม​กับ​นายมิ่งขวัญ​ ​ใน​วันที่​ 5 ​เมษายนนี้​ ​เพราะ​เห็นว่า​เป็น​ผลเสีย​ ​ทำ​ให้​ราคาข้าว​ใน​ประ​เทศตกต่ำ​ลง​และ​เกิดการเก็งกำ​ไร​ส่วน​ต่าง​จาก​การส่งออก​ได้​มากขึ้น​ ​เพราะ​ข้าวที่ระบายออกมา​ใน​สมัยนายเกริกไกร​ ​จีระ​แพทย์​ ​อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์​ ​จำ​นวน​ 4 ​ล้านตัน​ ​ยัง​อยู่​ใน​มือ​ผู้​ส่งออกที่ประมูล​ได้​ถึง​ 9 ​แสนตัน​ ​ซึ่ง​ขณะ​นั้น​ราคาที่ประมูล​ได้​เฉลี่ยกระสอบละ​ 1.2 ​พันบาท​ ​ปัจจุบันขึ้นไป​ 2 ​พันบาท​ ​หากขายออกมาก็​ได้​ส่วน​ต่างกำ​ไร​ถึง​ 6 ​พันล้านบาท​ ​และ​ไม่​ได้​แก้ปัญหาการขาดแคลนข้าว​ใน​ประ​เทศตามที่​ผู้​ส่งออกกล่าวอ้าง​ ​และ​ขอยืนยันว่าผลผลิตข้าวที่​จะ​ออกสู่ตลาด​ใน​ปีนี้​เพียงพอต่อการบริ​โภค​ใน​ประ​เทศแน่นอน​

'​เลี้ยบ​'​ปัดไทยคุมเข้มส่งออกข้าว

วันเดียว​กัน​ ​นายแพทย์สุรพงษ์​ ​สืบวงศ์ลี​ ​รองนายกรัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง​ ​ให้​สัมภาษณ์ระหว่าง​เข้า​ร่วมการประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่มประ​เทศอา​เซียนที่​เมืองดานัง​ ​ประ​เทศเวียดนาม​ ​ปฏิ​เสธข่าวลือ​ใน​ตลาดข้าวระหว่างประ​เทศที่ว่า​ไทยกำ​ลังเตรียมแผนเข้มงวดการส่งออกข้าวไป​ยัง​ตลาดต่างประ​เทศว่า​ ​ไม่​เป็น​ความ​จริง​ ​เพราะ​ไม่​ต้อง​การ​ให้​เกิดการบิดเบือน​ ​หรือ​สร้างอิทธิพลเทียมขึ้น​ใน​ตลาด​ ​ส่วน​ตลาดภาย​ใน​ประ​เทศ​นั้น​ก็ปล่อย​ให้​เป็น​ไปตามกลไกของอุปสงค์​และ​อุปทาน

เอพีระบุว่า​ ​ก่อนหน้านี้​ ​มีข่าวสะพัด​ใน​ตลาดว่า​ ​ไทยเตรียมจำ​กัดการส่งออก​ ​เพื่อทำ​ให้​ปริมาณข้าว​ใน​ตลาดภาย​ใน​มี​เพิ่มขึ้นจนเพียงพอต่อการบริ​โภค​ ​หลัง​จาก​ที่ราคาข้าว​ใน​ตลาดโลกเพิ่มขึ้นสูงมาก​ใน​ช่วง​ 2 ​เดือนที่ผ่านมา​ ​และ​เพิ่มขึ้น​เป็น​อย่างน้อย​ 1 ​เท่า​ตัวนับตั้งแต่ปี​ 2547 ​โดย​มีสา​เหตุหลายประการ​ ​ตั้งแต่ปัญหาราคาน้ำ​มัน​ ​ราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยไปจน​ถึง​ปัญหา​เรื่องการระบาดของโรค​, ​แมลง​และ​ภาวะ​โลกร้อนที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิต​ ​ทั้ง​นี้​เกิด​ความ​วิตก​กัน​ว่า​ ​ราคาข้าวอาจ​จะ​เพิ่มขึ้นไปอีก​ 40 ​เปอร์​เซ็นต์​จาก​ราคาปัจจุบัน​ใน​ช่วงอีก​ไม่​กี่​เดือนข้างหน้า​ ​หลัง​จาก​ที่​เวียดนามออกมาประกาศ​แล้ว​ว่านับตั้งแต่สิ้นเดือนมีนาคม​ ​จะ​ตัดปริมาณการส่งออกลง​ 1 ​ล้านตัน​ ​เพื่อชะลอปัญหาราคา​และ​ปัญหา​เงินเฟ้อ​และ​ทำ​ให้​เกิด​ความ​มั่นคงด้านอาหารขึ้น​ใน​ประ​เทศ​ด้วย

ยันข้าว​ใน​ไทยพอบริ​โภค

ก่อนหน้านี้นายประ​เสริฐ​ ​โกศัลวิตร​ ​อธิบดีกรมการข้าว​ ​กระทรวงเกษตรฯ​ ​เปิดเผยที่สิงคโปร์ว่า​ ​ไทยมีข้าว​อยู่​ใน​สต๊อคราว​ 2.13 ​ล้านเมตริกตัน​ ​ซึ่ง​มากพอสำ​หรับการบริ​โภค​ใน​เวลา​ 3 ​เดือน​ ​สำ​หรับราคา​ใน​ตลาดระหว่างประ​เทศที่​เพิ่มขึ้น​นั้น​ส่งผลดีต่อชาวไร่ชาวนา​และ​รัฐบาล​จะ​ปล่อย​ให้​กลไกตลาดกำ​หนดราคา​เพื่อการส่งออกเอง​ ​ใน​ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ของไทยเคยประมาณการการส่งออกข้าว​ไว้​ว่า​ใน​ปีนี้​จะ​อยู่​ที่ราว​ 8.5 ​ล้านตัน​ ​ลดลง​จาก​ที่​เคยส่งออกเมื่อปี​ 2550 ​ที่ผ่านมา​ ​ซึ่ง​อยู่​ที่​ 9.7 ​ล้านตัน

เทสโก้​ให้​รัฐสกัดปชช​.​ตื่นข้าวขาด

นายดามพ์​ ​สุคนธทรัพย์​ ​รองกรรมการ​ผู้​จัดการอาวุ​โส​ ​บริษัท​ ​เอก​-​ชัย​ ​ดิสทริบิวชั่น​ ​ซิสเทม​ ​จำ​กัด​ ​ผู้​บริหารค้าปลีกสมัย​ใหม่​ ​เทสโก้​ ​โลตัส​ ​กล่าวว่า​ ​ต้อง​การ​ให้​ภาครัฐสร้าง​ความ​เข้า​ใจ​กับ​ประชาชน​ถึง​สถานการณ์ข้าว​ใน​ขณะนี้​ ​เพื่อ​ไม่​ให้​เกิดการตื่นตระหนก​ ​เนื่อง​จาก​ขณะนี้ปริมาณข้าว​ใน​ตลาดเพียงพอต่อ​ความ​ต้อง​การของ​ผู้​บริ​โภค​ ​แต่ปัญหาการตื่นตระหนกทำ​ให้​ 2 ​สัปดาห์ที่ผ่านมา​ ​มีการแห่ซื้อสินค้า​เพื่อกักตุน​เป็น​จำ​นวนมาก​ ​จนบริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้น​จาก​ 2,000 ​ถุงต่อวัน​ ​เป็น​ 6,000 ​ถุง​ ​หรือ​เพิ่ม​ 3 ​เท่า​ตัว​ ​ขณะที่บริษัท​ได้​สินค้า​เพียง​ 20-30% ​ของจำ​นวนที่สั่งซื้อข้าวถุง​ 1 ​หมื่นถุง​เท่า​นั้น​ ​โดย​ผู้​ผลิต​ให้​เหตุผลว่าสินค้าขาดตลาด​ ​และ​จะ​พยายามเจร​จา​กับ​ซัพพลายเออร์​เพื่อขอเพิ่มปริมาณสินค้า​ ​โดย​ยืนยันว่าห้าง​ไม่​ได้​กักตุนสินค้า

มติชน

ฉะ แฉ ฉาว 2

เมื่อปี​ 2549 "ฉะ​ ​แฉ​ ​ฉาว​ ​นักการเมืองไทย" ​ของ​'​ทีมข่าวการเมืองมติชน​' ​กลาย​เป็น​หนังสือขายดีของสำ​นักพิมพ์มติชน​ 2 ​ปีผ่านไป​ "ฉะ​ ​แฉ​ ​ฉาว" ​กลับมาอีกครั้ง​ ​ใน​ชื่อ​ "ฉะ​แฉ​ ​ฉาว​ 2 ​เล่ห์​..​ลมปากการเมืองไทย"

กลับมาครั้งนี้​เป็น​ "บันทึกคำ​ให้​การ" ​ของทุกคน​ ​ซึ่ง​เกี่ยวข้อง​กับ​การปฏิวัติ​ 19 ​กัน​ยายน​ 2549 ​แบบละ​เอียด​ ​ทุกซอก​ ​ทุกมุม
ตั้งแต่​ "จุดกำ​เนิด" ​ที่ส่อ​ให้​เห็นเค้าลางก่อนการปฏิวัติ​

นับ​จาก​ น​.​พ​.​พรหมินทร์​ ​เลิศสุริย์​เดช ​เลขาธิการนายกรัฐมนตรี​ใน​รัฐบาล​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​รัฐบาลก่อนการรัฐประหาร​ ​ซึ่ง​กล่าว​ถึง​สถานการณ์ทางการเมือง​ ​ไขปริศนาข้อกล่าวหาที่​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ถูกโจมตีว่า​ "​ไม่​จงรักภักดี​" ​รวม​ทั้ง​การสื่อ​ถึง​ "​ผู้​มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ" ​ว่า​เป็น​ใคร​..?
"..​วันนี้มัน​เป็น​นิทานวันละ​เรื่อง​ ​โกหกวันละคำ​ ​พอเรา​อยู่​เฉยๆ​ ​ก็​จะ​มีนิทานออกมา​เรื่อยๆ​ ​ล้วน​แล้ว​แต่พยายามโยงไปสู่สถาบัน​ ​เป็น​เรื่องที่​ไม่​ใช่​ข้อจริง​ ​ไม่​ใช่​ความ​เห็น​ ​แต่​เป็น​ข้อ​ไม่​จริง​แล้ว"


"ครั้งหนึ่งผมเคยเรียน​ผู้​ใหญ่​ซึ่ง​เป็น​ปัญญาชนท่านหนึ่งว่า​ ​อาจารย์​ ​ถ้า​โต้​แย้ง​กัน​เรื่อง​ความ​คิด​ไม่​เป็น​ไรนะ​ ​แต่​ถ้า​โต้​แย้ง​ใน​เรื่องข้อเท็จจริง​แล้ว​พิสูจน์​ได้​ ​ผู้​ใหญ่​จะ​เสียคนนะ​ถ้า​พูดผิด​ ​วันนี้ทำ​ไมเครดิตคนกล่าวหาลดลงเรื่อยๆ​ ​เพราะ​คุณ​ใช้​เครดิตเก่า​ ​นำ​บารมี​เดิมที่​เคยสั่งสมมา​ใช้​ ​แต่​เมื่อพิสูจน์​ด้วย​ข้อเท็จจริงทีละข้อๆ​ ​สิ่งที่พูดก็​จะ​ดาวน์​(ต่ำ​)​ลงไป​ .."


​ขณะที่นายทหารลูก​ "ป๋า​เปรม" ​อย่าง​ ​พล​.​อ​.​พงศ์​เทพ​ ​เทศประทีป ​เลขาธิการนายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล​ พล​.​อ​.​สุรยุทธ์​ ​จุลานนท์ ​รัฐบาลหลังรัฐประหาร​ ​ก็มีมุมมองที่​แตกต่าง
"..​ความ​จริง​แล้ว​ผู้​ใหญ่​ก็มาพบท่าน(พล​.​อ​.​เปรม​ ​ติณสูลานนท์​ ​รัฐบุรุษ​และ​ประธานองคมนตรี) ​มาคุย​ ​บางคนก็คุยดีต่อหน้า​ ​แล้ว​พอลับหลังก็​ไปนินทา​ ​ไปอะ​ไร​เป็น​สิ่ง​ไม่​ดี​ ​เหมือน​กับ​คำ​พังเพยที่ว่า​ ​หน้า​ไหว้หลังหลอก​ ​ซึ่ง​เขา​ไม่​ทำ​กัน​ ​เรา​ต้อง​เคารพคน​ทั้ง​ต่อหน้า​และ​ลับหลัง​ ​เหมือน​เช้า​เรา​ไหว้พระ​ ​ตักบาตร​อยู่​ดีๆ​ ​แต่ออก​จาก​วัดไปทำ​อีกอย่างหนึ่ง​ ​ทำ​ได้​อย่างไร​ ​ไม่​ใช่​วิสัย​ ​ใจ​เขา​ทำ​อย่างนี้​ได้​อย่างไร​.."

กระทั่ง​ "มูลเหตุ​" ​ที่​ต้อง​ทำ​การปฏิวัติ ​ที่ออก​จาก​ปากของ​ พล​.​อ​.​สนธิ​ ​บุญยรัตกลิน ​อดีตประธาน​ ​คมช​. ​บอกกล่าว​ถึง​ความ​จำ​เป็น​ใน​การทำ​ปฏิวัติ​ ​พร้อมเปิดเผย​ถึง​เรื่องที่​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณเคยถาม​เขา​แบบต่อหน้าบนโต๊ะอาหารว่า​ "กองทัพ​จะ​ปฏิวัติผมจริง​หรือ"​
แม้ดู​เหมือน​จะ​เป็น​คำ​พูดหยอกล้อเล่นๆ​บนโต๊ะอาหาร​ ​แต่​ ​พล​.​อ​.​สนธิ​ ​ก็​เชื่อว่า​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณหวาดระ​แวง​ ​"​ผู้​ใต้​บังคับบัญชา​" ​ซึ่ง​นั่งร่วมโต๊ะอาหารมือ​นั้น​อย่าง​ไม่​ต้อง​สงสัย
"​แต่​เมื่อทุกอย่างผ่านผมเชื่อว่า​ ​ท่าน​(พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ)​เป็น​นักกีฬา​ ​เมื่อเกมจบ​ ​ทุกอย่างจบ"

นอก​จาก​นั้น​ ​ยัง​มี​ "บันทึกคำ​ให้​การ" ​ของ​ พล​.​อ​.​สพรั่ง​ ​กัลยาณมิตร ​อดีตรอง​ ​ผบ​.​ทบ​. ​ที่ประกาศว่า​ ​ตัวเอง​ไม่​ใช่​เผด็จการ​ ​แต่ยอมรับว่าบทบาทของ​ ​คมช​.​ใน​การจัดการ​กับ​รัฐบาล​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​แม้ปาก​จะ​บอกว่า​ "คมช​.​สุภาพเกินไป" ​แต่หากอ่านเนื้อหาจบก็​จะ​รู้ว่า​ ​พล​.​อ​.​สพรั่งคิดอย่างไร​กับ​การปฏิวัติ​และ​ ​พล​.​อ​.​สนธิ

รวม​ถึง​คำ​ให้​การของ​ พล​.​อ​.​อ​.​ชลิต​ ​พุกผาสุข ​ผบ​.​ทอ​.​ที่บอก​ถึง​ตัดสินใจ​เข้า​ร่วมก่อการ​ ​โดย​ใช้​เวลาคิดแค่​ 3 ​วัน​ ​ก่อน​จะ​ให้​คำ​มั่นสัญญา​ใน​ฐานะลูก​ผู้​ชายชาติทหาร​กับ​พล​.​อ​.​สนธิ​ ​แม้ว่า​ ​หากปฏิวัติ​ไม่​สำ​เร็จ​จะ​ถูกตั้งข้อหาว่า​เป็น​กบฏ​ ​ถูกปลดออก​จาก​ตำ​แหน่ง​ ​หรือ​เอาตัวไปยิงเป้า​ ​สะท้อน​ความ​รู้สึกเบื้องลึกที่​เขา​ต้อง​ตัดสินใจ​ "​โค่นทักษิณ"

ใน​หนังสือ​ ​ยัง​มี​เนื้อหา​ ​ที่สะท้อน​ความ​รู้สึก​ใน​หัวใจทหารนัก"บู๊​-​บุ๋น" ​อย่าง​ พล​.​อ​.​อนุพงษ์​ ​เผ่าจินดา ​ผบ​.​ทบ​. ​ที่ถูกเพื่อนร่วมรุ่นตท​.10 ​ตราหน้าว่า​ "หักหลังเพื่อน"
"ผม​ไม่​คิดมาก​ ​ใครมา​อยู่​ใน​ตำ​แหน่งนี้ก็​แล้ว​แต่​ ​คง​ไม่​มี​ใครคิด​ถึง​ครอบครัว​ ​เพียงขอ​ให้​ทำ​งาน​ให้​ดี​" ​นั่นคือ​ความ​รู้สึกภาย​ใน


เช่นเดียว​กับ​ ​ความ​รู้สึกของ​ พล​.​อ​.​สุรยุทธ์​ ​จุลานนท์ ​อดีตนายกรัฐมนตรี​ ​ที่ถูก​ ​พล​.​อ​.​สนธิมองว่า​ ​เป็น​นายกรัฐมนตรีที่​เข้า​มา​แล้ว​ไม่​ทำ​อะ​ไรเลย​ ​และ​ยัง​ถูกนักวิชาการมองว่า​ ​เป็น​ฤาษี​เลี้ยงเต่า
​หากแต่​ ​พล​.​อ​.​สุรยุทธ์ก็มีมุมมองที่​แตกต่าง​ ​เขา​บอก​ถึง​เหตุผลที่​ต้อง​บริหารประ​เทศ​ใน​รูปแบบที่ถูก​ทั้ง​ ​คมช​.​และ​นักวิชาการออกมาตำ​หนิ
"...​ถ้า​มี​โอกาสที่​จะ​ทำ​ถนนของเรา​ใหม่​ ​ผมถามว่า​เรา​จะ​เดินตามถนน​ใหม่​นั้น​หรือ​จะ​ไปเดิน​ใน​ตรอกที่​เรา​เคยเดินมา​แล้ว​ ​และ​ก็มีปัญหาอีก​.."

นอก​จาก​นั้น​ ​"​ผู้​อ่าน" ​จะ​ได้​รับฟังเหตุผลของนักการเมือง​ ​ซึ่ง​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณเคยบอกว่า​เป็น​ "​เพื่อนตาย" ​อย่าง​ ดร​.​สมคิด​ ​จาตุศรีพิทักษ์ ​อดีตขุนพลคู่​ใจพ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​, ​ดร​.​วิษณุ​ ​เครืองาม​, ​สนธยา​ ​คุณปลื้ม​ ​ที่บอก​ถึง​ "​เหตุผล" ​ที่​ต้อง​ตัดบัวแบบ​ไม่​เหลือใย​กับ​นายที่​เคยเคารพก่อนใครเพื่อน

อาจ​เป็น​แนวคิดที่​แตกต่าง​จาก​ "ยงยุทธ​ ​ติยะ​ไพรัช" ​ที่ประกาศหลังเดินทางกลับเมืองไทย​ได้​ไม่​น่านว่า​ ​ชีวิตนี้อุทิศ​ให้​แก่​ "นาย​ใหญ่​-​นายหญิง" ​รวม​ถึง​เปลือยหัวใจ​ "จักรภพ​ ​เพ็ญแข" ​ที่ตอบคำ​ถามเต็มไป​ด้วย​เหลี่ยมคูทางการเมือง​ ​แต่​ทั้ง​หมดถวายหัวเพื่อ​ "ทักษิณ"

รวม​ทั้ง​ ​การ​ได้​สัมผัสการกลับคืนสู่สนามการเมืองของ​ "นักการเมืองตกขอบ" ​อย่าง​ สมัคร​ ​สุนทรเวช ​ที่​ไม่​คิด​ไม่​ฝัน​จะ​ก้าวขึ้นสู่ตำ​แหน่งนายกรัฐมนตรี​ ร​.​ต​.​อ​.​เฉลิม​ ​อยู่​บำ​รุง ​ที่ทำ​ทุกอย่างเพื่อตำ​แหน่ง​ ​มท​.1 ​ที่​เขา​เอง​ยัง​ "​เซอร์​ไพร์ส"


นั่นคือเนื้อหา "ฉะ​ ​แฉ​ ​ฉาว​ 2 ​เล่ห์​..​ลมปากการเมืองไทย" ​ที่ทำ​หน้าที่​เป็น​เครื่องบันทึกเทปปากคำ​นักการเมืองไทย​ ​และ​ทำ​หน้าที่สะท้อน​ให้​เห็น​ถึง​ "​เนื้อแท้​" ​ของมนุษย์พันธุ์พิ​เศษเหล่านี้​ ​เมื่อเปรียบเทียบ​กับ​พฤติกรรมที่​แสดงออกมา​ใน​ปัจจุบันว่า​ "..​คำ​พูดเมื่อวันวาน​..​แตกต่าง​จาก​พฤติกรรม​ใน​วันนี้อย่างไร​..?



มติชน

ทักษิณ​ ​ให้​ ​ยอดรัก​ ​รักษาที่​ ​โรงพยาบาลพระรามเก้า​ ​จนหาย






"อริสมันต์​" ​เผย​ "ทักษิณ" ​สวมบทเศรษฐี​ใจบุญ​ให้​ "ยอดรัก" ​ไปรักษาที่​ ​โรงพยาบาลพระรามเก้าจนกว่า​จะ​หาย​ ​เจ้าตัวขอหารือแพทย์ศิริราชก่อนย้าย​ ​โรงพยาบาล​ ​ยัง​ไม่​มีการติดต่อขอซื้อบ้าน​ ​เข็ดถูกโจมตีอย่างหนัก​ ​หลังพูดอ้อนเศรษฐี​ใจดี​จาก​เมืองนอกมาซื้อบ้าน​

​เมื่อวันที่​ 3 ​เมษายน​ ​นายอริสมันต์​ ​พงศ์​เรืองรอง​ ​รองโฆษก​ส่วน​ตัว​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​อดีตนายกรัฐมนตรี​ ​กล่าวเกี่ยว​กับ​กรณีกระ​แสข่าว​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ยื่นมือ​ช่วย​เหลือ​ ​นายนิพนธ์​ ​ไพรวัลย์​ ​หรือ​ "ยอดรัก​ ​สลักใจ" ​นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง​ ​เพื่อรักษา​โรคมะ​เร็งตับว่า ​กระ​แสข่าวดังกล่าว​เป็น​เรื่องจริง​ ​เนื่อง​จาก​ที่ผ่านมา​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณทราบข่าว​ไม่​สบายของยอดรักมาตลอด​ จึง​ให้​ติดต่อประสานไป​ยัง​ยอดรัก​ ​และ​ตัดสินใจ​ช่วย​เหลือทางการเงิน​ใน​การรักษาพยาบาลแก่ยอดรักเมื่อ​ 1 ​เดือนที่ผ่านมา​ โดย​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ให้​ยอดรักไปรักษาตัวที่​โรงพยาบาลพระรามเก้าจนกว่า​จะ​หายดี​ ​โดย​ไม่​ต้อง​เสียค่า​ใช้​จ่าย​ใดๆ ​เนื่อง​จาก​เมื่อการเลือกตั้งปี​ 2549 ​ที่ผ่านมา​ ​ยอดรักเคยประสานว่า​จะ​มาลงสมัคร​ ​ส​.​ส​.​พรรคพลังประชาชน​ ​แต่บังเอิญมีปัญหาติดขัด​ ทั้ง​นี้​ ​ยอดรัก​ ​สลักใจ​ ​ก็มี​ความ​รักใคร่ชอบพอ​กับ​ ​พล​.​ต​.​สนั่น​ ​ขจรประศาสน์​ ​จึง​ทำ​ให้​ไม่​สามารถ​ตัดสินใจมาลงสมัคร​ ​ใน​นามพรรคพลังประชาชน​ได้​

เมื่อถามว่าพ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​จะ​ช่วย​เหลือเฉพาะค่ารักษาพยาบาล​ ​หรือ​จะ​ซื้อบ้านที่ยอดรัก​ ​สลักใจ​ ​ประกาศขายมูลค่ากว่า​ 10 ​ล้านบาท​ ​ด้วย​หรือ​ไม่​ ​นายอริสมันต์กล่าวว่า​ ​ทางฝ่ายของยอดรักเสนอไป​ ​ซึ่ง​ตนทำ​หน้าที่ประสาน​อยู่​ ​แต่ตอนนี้​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ยัง​ไม่​ได้​ตัดสินใจ​ใดๆ ​อยู่​ระหว่างการพิจารณา​ ​อีก​ทั้ง​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณบอกยอดรักว่า​ ​อยาก​ให้​รักษาตัว​ให้​หายก่อน​ โดย​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​จะ​ช่วย​เหลือทางการเงิน​ใน​เรื่องค่ารักษาพยาบาล ​แต่​เรื่องการขายบ้านที่ยอดรัก​ต้อง​การขาย​นั้น​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณแนะนำ​ยอดรักไปว่า​ ​ให้​เก็บบ้าน​ไว้​อยู่​กับ​ครอบครัว​ ​นอก​จาก​นี้​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ยัง​เตือนยอดรัก​ใน​เรื่อง​ความ​ขัดแย้งระหว่าง​ ​สายัณห์​ ​สัญญา​ ​ว่า​ไม่​ควร​จะ​มาสร้างเรื่อง​ ​และ​ไม่​ควร​จะ​มาพูด​กัน​ผ่านสื่อ​ ​เพราะ​จะ​ทำ​ยิ่ง​ให้​เข้า​ใจผิด​

​ขณะ​เดียว​กัน​ยอดรัก​ ​สลักใจ​ ​กล่าว​ใน​งานเลี้ยงขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชน​ ​และ​คน​ใน​วงการบันเทิง​ ​ที่หมู่บ้านกฤษดานคร​ 17 ​ถนนพุทธมณฑล​ ​สาย​ 3 ​ว่า​ ​ข่าวที่บอกว่าอดีตนายกฯ​ ​มาซื้อบ้าน​นั้น​ไม่​เป็น​ความ​จริง​ ​ก่อนหน้านี้มีคน​ทั่ว​ไปติดต่อมา​ ​แต่ก็​เงียบหายไป​ ​รู้สึกงง​กับ​ข่าวที่ออกไป ​แต่​เรื่องการรักษาพยาบาลยอมรับว่ามีการคุย​กัน​จริง​ ​โดย​นายอริสมันต์มาพูดคุยเมื่อวันที่​ 26 ​มีนาคม​ ​ที่ผ่านมา​ ​ว่าทาง​ผู้​ใหญ่​ให้​เป็น​ผู้​ประสานเรื่องการรักษาพยาบาล​ ​โดย​ให้​ไปทำ​การรักษาที่​โรงพยาบาลพระรามเก้าฟรี​ทั้ง​หมด​ ซึ่ง​เป็น​การ​ช่วย​เหลือ​กัน​ใน​เบื้องต้น​ ​ส่วน​จะ​ไปรักษาที่​โรงพยาบาลดังกล่าวเมื่อไร​ ​กำ​ลังปรึกษาหมอที่​โรงพยาบาลศิริราช​อยู่​ ​ซึ่ง​น่า​จะ​ไปรักษาหลังสงกรานต์​ โดย​อาจ​จะ​ใช้​รักษาวิธีบล็อกเส้นเลือด​

"ผมยืนยันนะ​ ​ว่า​เศรษฐี​ใจบุญที่ว่า​ไม่​ใช่​อดีตท่านนายกฯ​ ​บอก​ได้​แค่ว่า​เป็น​เศรษฐีนิรนาม​ ​ที่อยากมา​ช่วย​เหลือผมจริงๆ​ ​แต่​ไม่​อยาก​เป็น​ข่าว​ ​แต่​ถ้า​ทางโน้น​จะ​ให้​ข่าวก็​ให้​ไป​ ​ผมเข็ด​แล้ว​ ​เพราะ​ตั้งแต่ที่บอกว่า​ให้​เศรษฐี​ใจดีมาซื้อบ้าน ​ผมก็​โดนโจมตีกระหน่ำ​แล้ว​ ​ส่วน​เรื่องการรักษา​โรค​ด้วย​วิธีบล็อกเส้นเลือก​ ​คาดว่าหลังสงกรานต์​จะ​ให้​หมอที่ศิริราชเช็กอย่างละ​เอียดอีกครั้งหนึ่ง​ ​ว่าขั้นตอนการบล็อก​จะ​เป็น​อย่างไร​ ​ซึ่ง​ใน​ขั้นต้นหมอ​ให้​พักผ่อนมากๆ​ ​เพื่อ​จะ​ได้​มีพลัง​ใน​การรักษา​" ​ยอดรัก​ ​สลักใจกล่าว​

​เมื่อถาม​ถึง​การรักษาตัวที่ประ​เทศอังกฤษ​ซึ่ง​เศรษฐี​ใจดี​จะ​เป็น​ผู้​ดู​แลค่า​ใช้​จ่าย​ให้​ทั้ง​หมด​ ​ว่ามี​ความ​เป็น​ไป​ได้​มากน้อยแค่​ไหน​ ​นักร้องชื่อดังบอกว่า​ ​คง​ต้อง​ฟังหมอศิริราช​เป็น​หลักก่อนว่าการรักษา​จะ​ออกมา​ใน​ลักษณะ​ไหน​ ​จะ​รักษาหาย​หรือ​ดีขึ้นอย่างไร​ ถ้า​รักษา​แล้ว​ ​แต่​ยัง​ไม่​หาย​ ​ก็คง​ไม่​จำ​เป็น​ต้อง​ไป​ถึง​อังกฤษ​ ​เนื่อง​จาก​เชื่อ​ใน​ความ​สามารถ​ของหมอศิริราช​

"ผมเข็ด​แล้ว​ ​ถ้า​มีข่าวอะ​ไร​ยัง​ไง​ ​ผม​จะ​แจ้ง​ให้​สื่อมวลชนทราบอีกครั้งหนึ่ง​ ​ข่าวลือต่างๆ​ ​อย่า​เพิ่งไปหลงเชื่อ​ ​จนกว่า​จะ​มี​ความ​ชัดเจนออกมา​จาก​ทางผม​ ​ข่าวลือก็คือข่าวลือ​ ​อย่างไรก็ตาม​ ​อยากฝากผ่านสื่อ​ ​แสดง​ความ​เสียใจไป​ถึง​ครอบครัวของ "น้ำ​" ​เดอะ​ ​สตาร์ ​ที่​เสียชีวิต​ด้วย​โรคมะ​เร็ง​ด้วย​ ​เพราะ​โรคพวกนี้มัน​เร็ว​มาก" ​นักร้องลูกทุ่งรุ่น​ใหญ่​กล่าว​

ข้อมูล​และ​ภาพประกอบ​จาก​

“​สมัคร​” ​เชิญสื่อรดน้ำ​ขอพร​ ​ช่วงเทศกาลสงกรานต์​ [5 ​เม​.​ย​. 51 - 05:44]

วานนี้​ (4 ​เม​.​ย​.) นายสมัคร​ ​สุนทรเวช​ ​นายกรัฐมนตรี​ ​และ​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลา​โหม​ กล่าว​ถึง​เทศกาลสงกรานต์​ซึ่ง​เป็น​วันขึ้นปี​ใหม่​ของไทย​ ​ว่า​ ​วันที่​ 13 ​เมษายน​ 2551 ​เวลา​ 09.00 ​น​. ​ขอเชิญสื่อมวลชนทุกคนมาที่บ้านนายกรัฐมนตรี​ ​เพื่อมารดน้ำ​ขอพร​จาก​นายกรัฐมนตรี​ ​พร้อมกล่าวว่า​ ​จะ​สอนวิธีรดน้ำ ขอพรแบบภาคกลางที่ถูก​ต้อง​ให้​กับ​สื่อมวลชนว่าควรปฏิบัติอย่างไร​ ​และ​กล่าว​ถึง​อาหารว่างที่​จะ​นำ​มา​เลี้ยงสื่อมวลชน​ใน​วัน​นั้น​จะ​มี​ ​ขนมครก​ ​ปาท่องโก๋​ ​และ​น้ำ​เต้าหู้ โดย​ห้ามสื่อมวลชนนำ​สิ่งของ​หรือ​พวงมาลัยมามอบ​ให้​ตนเอง​ ​เพราะ​ได้​จัดเตรียมพวงมาลัยดอกไม้​ไว้​ให้





ไทยรัฐ

อย่าปล่อยโอกาสทอง​ [5 ​เม​.​ย​. 51 - 02:55]

มัวแต่สาละวน​อยู่​กับ​การเมืองเรื่องถีบๆ​ถ่อยๆ​เถื่อนๆ​ ​ทางเสือเดิน​ ​ทางหมาผ่าน​ ​ไม่​มี​แก่นสารอะ​ไร​กับ​ชีวิต​ความ​เป็น​อยู่​ของชาวบ้าน​

ทั้ง​ที่​เรื่อง​ใหญ่​และ​น่าตื่นเต้น​เป็น​ประวัติการณ์ของชาติ​ไทย​ใน​ห้วง​ไม่​รู้กี่ร้อยปี

ยืนยันว่า​ไม่​ใช่​เรื่องฝันไป​ ​ปีทองของชาวนา​ไทย​ ​ข้าว​ซึ่ง​เป็น​พืชเศรษฐกิจอันดับหนึ่งคู่บ้านคู่​เมืองของเรามาช้านาน​ ​กำ​ลังทำ​สถิติ​โลก​ใหม่​

ราคาพุ่งกระฉูด​ ​ไต่​เพดาน​ไม่​หยุด

ข้าวมีค่าราว​กับ​ทองคำ​ ​ถึง​ขั้นเกิดคดีลักเกี่ยวข้าว​ใน​ท้องนา​ ​ขโมยข้าวเปลือก​ใน​ยุ้งฉางขาย​กัน​เลย​

จาก​ที่​ต้อง​กระอัก​จาก​พิษน้ำ​มันราคาทะลัก​ ​เราคนไทย​ได้​แต่นั่งทำ​ตาปริบๆ​รอรับชะตากรรม​จาก​แขกเจ้าของบ่อน้ำ​มัน​ ​เพราะ​ผลิตน้ำ​มันเอง​ไม่​ได้

ต้อง​ลุ้นน้ำ​มัน​จะ​ลดทีละ​ 40-50 ​สตางค์​ ​แล้ว​ก็พุ่งขึ้นพรวดๆ​ 1-2 ​บาท​

ขายข้าว​ไม่​พอซื้อน้ำ​มัน

แต่วันนี้สำ​นักข่าวธอมสัน​ ​นิวส์​ ​ใน​ฮ่องกง​ ​ได้​รายงานเมื่อวันที่​ 3 ​เมษายนที่ผ่านมาว่า​ ​บรรดา​ผู้​ค้าข้าว​ใน​หลายประ​เทศต่างวิตกว่า​ ​ราคาข้าว​ใน​ตลาดโลก​จะ​พุ่งสูง​ไม่​หยุด​ ​หลัง​จาก​ที่ประ​เทศไทย​ใน​ฐานะ​ผู้​ส่งออกข้าวหลักของโลก​

ได้​เตรียมลดปริมาณการส่งออก​แล้ว

รายงานระบุ​ด้วย​ว่า​ ​ผู้​ผลิตข้าวเพื่อการส่งออกของไทยต่าง​ยัง​คงลังเลที่​จะ​ทำ​สัญญาการซื้อขายข้าว​กับ​ผู้​ซื้อ​ใน​ต่างประ​เทศ​ ​เนื่อง​จาก​ปัญหาค่า​เงินบาทของไทยที่​แข็งตัวอย่างต่อ​เนื่อง​ ​อีก​ทั้ง​ราคาข้าว​ใน​ประ​เทศของไทยเองก็สูงขึ้นกว่า​เมื่อช่วงต้นปี​ถึง​ 50%

นอก​จาก​นี้​ ​ผู้​ค้าข้าวหลายราย​ทั้ง​ใน​ฮ่องกง​ ​และ​ฟิลิปปินส์​ ​ได้​ร้องเรียนว่า​ ​แม้​ใน​ขณะนี้​ยัง​ไม่​ได้​รับคำ​ยืนยัน​จาก​ผู้​ส่งออกข้าวของไทย​ ​ว่าปริมาณการส่งออกข้าว​จาก​ไทย​จะ​ลดลง​ ​แต่ก็กังวลว่า​ผู้​ส่งออกข้าวของไทยกำ​ลังหันกลับไปมองตลาดภาย​ใน​ประ​เทศมากขึ้น​

ต่างชาติผวา​ไทย​ใน​ฐานะ​ผู้​ส่งออกหลักจำ​กัดปริมาณส่งออกข้าว​

ประ​เทศไทย​อยู่​ใน​ฐานะ​ผู้​กำ​หนดชะตา​ ​คุมกลไกราคาข้าว​ได้

และ​ก็​เป็น​อะ​ไรที่​เชื่อว่ามีคนเคยคิดแบบเพ้อฝัน​ไว้​ว่าสักวันหนึ่ง​จะ​เกิดขึ้น​กับ​เมืองไทย​ ​ล่าสุดนายมิ่งขวัญ​ ​แสงสุวรรณ์​ ​รองนายกรัฐมนตรี​ ​และ​ ​รมว​.​พาณิชย์​ ​วางแผนล่วงหน้า​

เตรียมหา​แนวทางกำ​หนดราคาข้าวเหมือนกลุ่มโอเปกกำ​หนดราคาน้ำ​มัน

วิกฤติราคาข้าวทำ​ให้​โลกตื่นตะลึง​ ​ถึง​ขนาดมีการหวั่นเกรง​กัน​ว่า​ ​กองทุนเฮดจ์ฟันด์​จะ​แห่มา​เก็งกำ​ไรข้าว​ ​เหมือน​กับ​ที่​เก็งกำ​ไรน้ำ​มันล่วงหน้า​ ​ปั่นราคาจนพุ่งทะลักเพดาน​

ข้าวกำ​ลังไต่​เพดานไปประกบ​กับ​น้ำ​มัน​

กลาย​เป็น​สินค้าสำ​คัญที่มีผลต่อโลก

จะ​ต่าง​กัน​ตรงที่​ไม่​มีน้ำ​มัน​ ​คนเรา​ยัง​มีชีวิต​อยู่​ได้​ ​แต่​ไม่​มีข้าวกิน​เป็น​อาหารก็อดตาย​

แนวโน้ม​จึง​เป็น​ปีทองของชาวนา​ไทยอย่างแท้จริง

และ​แน่นอน​ ​เมื่อข้าว​ใน​ฐานะพืชเศรษฐกิจอันดับหนึ่งไต่ราคาทะลักเพดาน​ ​ชาวนา​ไทยมี​โอกาสทำ​เงิน​ได้​เป็น​กอบ​เป็น​กำ​

ฐานรากเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งซะอย่าง​ ​ภาคธุรกิจ​อื่น​ก็​จะ​ขับเคลื่อน​โดย​อัตโนมัติ​

โอกาสงามๆ​แบบนี้​ ​หากปล่อยหลุดลอยไป​ ​ต้อง​เขกกบาลตัวเอง

และ​แม้​จะ​เสียฟอร์มไปหน่อย​กับ​อารามดี​ใจ​ ​นายมิ่งขวัญรีบประกาศยุชาวนาอย่า​เพิ่งขายข้าว​ ​เพราะ​ราคาข้าวหอมมะลิ​จะ​ดัมพ์ขึ้นไปตันละ​ 3 ​หมื่นบาท​

ตั้งใจปั่นราคาขาย​ให้​ชาวนา

แต่อีกมุมก็​เผลอไป​เข้า​ทางพ่อค้าคนกลางเจ้า​เล่ห์ที่รอกักตุนเก็งกำ​ไร​ ​ก่อ​ให้​เกิดอาการตื่นตระหนก​ใน​หมู่​ผู้​บริ​โภคกลัวข้าวขาดตลาด​ ​แห่ซื้อข้าวตุน​กัน​ยก​ใหญ่​

ทำ​ให้​อุปสงค์​กับ​อุปทาน​ไม่​สมดุล​กัน​

“​มิ่งขวัญ​” ​พลาด​ ​อาจ​จะ​ชิน​กับ​บทเซียนการตลาด​ ​ถนัดการปั่นกระ​แสสร้างราคา​ ​แต่​ใน​เชิงของธุรกิจการค้า​ยัง​อ่อนประสบการณ์

มันก็​ยัง​ไม่​สายเกินไป​ ​งานนี้​ต้อง​ฉวยจังหวะดีที่ข้าวกำ​ลังไต่​เพดานติดลมบน​ ​รวมไป​ถึง​พืชเศรษฐกิจหลักๆ​ของประ​เทศไทย​ ​ทั้ง​มันสำ​ปะหลัง​ ​อ้อย​ ​ก็ราคาสูงขึ้นตาม​

ยุคทองอู่ข้าวอู่น้ำ​ของไทย​

ไม่​ใช่​เรื่องผิดกฎหมายที่นายมิ่งขวัญ​จะ​ไปขอคำ​ปรึกษามือเศรษฐกิจชั้นอ๋องอย่างนายสมคิด​ ​จาตุศรีพิทักษ์​ ​อดีตกระบี่มือหนึ่งทีมเศรษฐกิจรัฐบาลพรรคไทยรักไทย​ ​หรือ​พ่อค้ามือโปรอย่างนายปรีชา​ ​เลาหพงศ์ชนะ​ ​อดีต​ ​รมช​.​พาณิชย์​ ​ที่รู้​เหลี่ยมทันเกมพ่อค้า​เจ้า​เล่ห์​

กำ​หนดยุทธศาสตร์ข้าวของไทย​ให้​ติดลมบนยาว​.


ทีมข่าวการเมือง​ ​รายงาน


ไทยรัฐ

Friday, April 4, 2008

รมว.พาณิชย์ เตรียมหารือกับ 2 ประเทศผู้นำการส่งออกข้าวเพื่อร่วมกันกำหนดราคาข้าวในตลาดโลก

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผย อีกไม่เกิน 2 สัปดาห์ ราคาข้าวจะสูงถึง 30,000 บาทต่อตัน พร้อมเตรียมหารือกับ 2 ประเทศผู้นำการส่งออกข้าวเพื่อร่วมกันกำหนดราคาข้าวในตลาดโลก
วันนี้ (3 เม.ย.51) ณ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในระหว่างตอบกระทู้ของ นายสาธิต ปิตุเตชะ และ นายมานิต นพอมรบดี เกี่ยวกับปัญหาสถานการณ์ข้าวขาดตลาด และมีราคาสูง ว่า เนื่องจากขณะนี้ตลาดมีความต้องการข้าวมาก ทำให้ข้าวมีราคาสูงขึ้น คาดการณ์ว่าอีกไม่เกิน 2 สัปดาห์ ข้าวหอมมะลิ จะมีราคา 30,000 บาทต่อตัน ส่วนข้าวขาวจะมีราคา 21,000 บาทต่อตัน ซึ่งนับว่าเป็นช่วงเวลาเหมาะสมกับผลผลิตที่จะเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูกาลใหม่ ทั้งนี้ยืนยันว่า จะดูแลให้คนไทยมีข้าวบริโภคตลอดปี รวมทั้งควบคุมราคาปุ๋ยไม่ให้สูงเกินไปและพร้อมออกมาตรการต่างๆ มาดูแลเรื่องดังกล่าว
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังกล่าวถึงแนวคิดในอนาคตว่า จะมีการหารือกับประเทศ อินเดีย และเวียดนาม เพื่อร่วมกันกำหนดราคาข้าวในตลาดโลก ให้เหมือนกับกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน เพราะไทย อินเดีย และเวียดนาม มีปริมาณการส่งออกข้าวรวมกันเกินกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณการส่งออกข้าวทั่วโลก



กัญจนาหวั่นเสียสัตยาบัน ค้านแก้รธน.เพื่อล้มคตส. [4 เม.ย. 51 - 05:08]

น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าววานนี้ (3 เม.ย.) ถึงแนวคิดรัฐบาลในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า หลายคนในพรรคชาติไทยเห็นตรงกันว่าไม่เห็นด้วยในการแก้ไขมาตรา 309 และจะต้องมีการหารือกันภายในพรรคเพื่อแสดงจุดยืนของพรรคชาติไทย แต่เนื่องจากตนไม่ได้เป็นวิปรัฐบาล จึงไม่สามารถลงรายละเอียดได้มาก ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าหากแก้ไขมาตรานี้แล้วจะมีผลอย่างไร อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้เพื่อล้มเลิกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) อย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องสัตยาบัน 5 ข้อ ในการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคชาติไทยกับพรรคเพื่อแผ่นดิน ส่วนเรื่องการแก้มาตรา 237 ที่ระบุโทษถึงหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคในกรณีที่เห็นว่าเป็นการปล่อยปละละเลยเรื่องใบแดงนั้น ถือเป็นโทษรุนแรงเกินไป มันไม่ยุติธรรมกับพรรคการเมือง

ด้าน นายเอกพจน์ ปานแย้ม ส.ส.ปทุมธานี พรรคชาติไทย ในฐานะวิปรัฐบาล และคณะอนุกรรมการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 กล่าวว่า ที่ประชุมวิปรัฐบาลเห็นด้วยที่จะให้แก้ไขถ้อยคำในรัฐธรรมนูญบางส่วน แต่ส่วนใหญ่ยังคงเห็นด้วยกับร่างเดิม ที่คณะอนุกรรมการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เสนอมาในมาตรา 309 ให้แก้ไขวรรคสอง โดยเพิ่มข้อความว่า "ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับบรรดาการใด หรือการกระทำใดที่มิได้เป็นไปตาม หลักอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย หลักนิติธรรม หลักสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญนี้ ประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่ หรือหลักธรรมนูญทั่วไป ทั้งนี้ ไม่ว่าการนั้นหรือการกระทำนั้นเกิดขึ้นก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2549 และรัฐธรรมนูญฉบับนี้" แทนการตัดออกทั้งมาตรา ทุกพรรคต่างเห็นด้วย เพราะหากถอนมาตรานี้ออกทั้งหมดอาจไม่ชอบ แต่การใส่ถ้อยคำดังกล่าว เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกฟ้องร้องสามารถต่อสู้ในชั้นศาลได้

กฎหมายกับการยุบพรรค [4 เม.ย. 51 - 15:39]

เห็นได้ชัดว่าแนวความคิดใน การแก้รัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชาชน ยังขาดเอกภาพ มีการเปลี่ยนประเด็นที่จะแก้ไขเป็นรายวัน เริ่มต้นจากการเสนอแก้ไขมาตรา 237 เรื่องการยุบพรรคเพียงมาตราเดียว ต่อมาเพิ่มเป็น 2 มาตรา 5 มาตรา จนเพิ่มเป็น 7 ประเด็น และยังไม่ทราบว่าจะมีการเพิ่มประเด็นอีกหรือไม่ เพราะยังมีบางกลุ่มที่ต้องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

ข้อเสนอที่จะให้ตัดทิ้ง หรือยกเลิก มาตรา 309 ทั้งมาตรา กลายเป็นความขัดแย้งที่สำคัญ ทำให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมองว่าเป็นการ แก้ไขเพื่อพรรคและพวกอย่างโจ่งแจ้งและล่อนจ้อนยิ่งขึ้น ชมรม ส.ส.ร.50 มีมติไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าเป็น การแก้ไขเพื่อประโยชน์ส่วนตน ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 122 ซึ่งอาจนำไปสู่การยื่นถอดถอน ส.ส.ผู้เสนอแก้ไขได้

อันที่จริง ถ้าหากไม่โลภมากจน เกินไป การแก้ไขมาตรา 237 เพียงมาตราเดียว อาจประสบความสำเร็จโดยเร็ว เพราะจะไม่นำไปสู่ความขัดแย้งที่ขยายวงออกไปมากนัก เนื่องจากมีหลายฝ่ายเห็นด้วย ในหลักการที่ว่า พรรคเป็นสถาบันทางการเมือง ไม่ควรถูกยุบได้โดยง่าย เว้นแต่จะกระทำผิดร้ายแรงจริงๆ เช่น พรรคนาซีของฮิตเลอร์ ซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยชัดแจ้ง

ส่วนการกระทำความผิด อันเป็น เหตุให้ต้องยุบพรรคตามกฎหมายของไทย ก็วางหลักเกณฑ์ไว้ค่อนข้างสูง กล่าวคือ พรรคจะต้องกระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย หรือกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ โดยวิถีทางนอกรัฐธรรมนูญ หรือกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย หรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือขัดต่อกฎหมาย หรือความสงบเรียบร้อย

แต่บทบัญญัติที่เป็นปัญหา คือ ส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ในรัฐธรรมนูญ 2550 คือการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้ง หรือระเบียบหรือประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผลทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ผู้สมัคร ส.ส.ที่ฝ่าฝืนอาจโดนใบ แดง 1 ปี แต่ถ้าหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรค “ผู้ใด” มีส่วนรู้เห็น อาจโดนใบแดงทั้งคณะ 5 ปี และต้องเสนอให้ยุบพรรค

รัฐธรรมนูญและกฎหมายการ เลือกตั้ง ระบุว่า ถ้าหัวหน้าพรรคหรือกรรมการ บริหารพรรค แม้แต่เพียงคนเดียว มีส่วนรู้เห็นการกระทำผิดของผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค จนโดนใบแดง “ให้ถือว่า” พรรคนั้นกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการนอกวิถีทางรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นการกระทำความผิดที่ร้ายแรง พอๆกับการใช้กำลังยึดอำนาจ จึงให้ยุบพรรค

ประเด็นที่เป็นข้อโต้แย้งก็คือ เพียงแต่กรรมการบริหารพรรคคนเดียว มีส่วนรู้เห็นในการทำผิดของผู้สมัคร ส.ส. หรือกรรม-การบริหารพรรคเพียงคนเดียวทำผิดเสียเอง จะเหมารวมเอาว่าเป็นการกระทำของพรรค จน ถึงกับต้องโดนยุบ จะเป็นธรรมหรือไม่? จะแยก การกระทำผิดของส่วนบุคคลกับของพรรคได้อย่างไร? และแค่ไหนจึงจะถือว่าทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม



พ.ต.ท.ทักษิณ ร่วมงานวันเกิดยงยุทธ ที่เชียงราย

เชียงราย 3 เม.ย.-อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมงานวันคล้ายวันเกิดประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่บ้านพัก จ.เชียงราย โดยมี ส.ส.และรัฐมนตรี เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมงานเลี้ยงครบรอบวันเกิดปีที่ 48 ของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่บ้านพัก อ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยมี ส.ส ภาคเหนือของพรรคพลังประชาชน และรัฐมนตรีเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เช่น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

สำหรับงานคืนนี้ มีการนำอาหารจากร้านอาหารชื่อดังของจังหวัดเชียงรายกว่า 20 ร้าน มาจัดเลี้ยงชาวบ้านนับพันคน นอกจากนี้ยังมีพิธีบายศรีสู่ขวัญตามประเพณีล้านนา ขณะที่นายยงยุทธ มอบจตุคามรามเทพเป็นของที่ระลึกแก่ผู้ที่มาร่วมงาน .

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-04-03 22:09:11

การุณท้าสมเกียรติลาออกหากผลสอบบอกไม่ผิด

นายการุณ โหสกุล ยืนยันไม่ได้ทำร้ายร่างกายนาย
สมเกียรติ พงศ์ไพบูลย์ คู่กรณีจากประชาธิปัตย์ พร้อมแจ้ง
ความกลับเมื่อคืน ซ้ำยังท้านายสมเกียรติให้ลาออก หากผล
สอบบอกว่าตัวเองไม่ผิด

นายการุณ ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ที่รัฐสภา โดยชี้แจงว่าไม่ได้เป็นคนทำร้ายร่างกายนายสมเกียรติก่อน แต่ได้พยายามเข้าไปถามว่าสิ่งที่ นายสมเกียรติพูดในที่ประชุมหมายความว่าอย่างไร

เพราะคำพูดของนายสมเกียรติเป็นการท้าทาย ส.ส.ทุกคน ทำให้ถูก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่อยู่ในห้องกาแฟ
ฮือเข้ามาผลักติดผนังห้อง หลังเกิดเหตุ ส.ส.พรรคประธิปัตย์กลับไปให้ข่าวกับสื่อ และแจ้งความดำเนินคดีกับตน ทั้งที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ตกลงในที่ประชุมสภาฯแล้วว่าให้พูดเรื่องนี้ในสภาฯ แสดงว่านายสมเกียรติไม่เชื่อฟังคำสั่งหัวหน้าพรรค ดังนั้นตนจึงเพิ่งตัดสินใจได้ตอนตี 1 ไปแจ้งความเอาผิดนายสมเกียรติที่ สน.ดุสิต ข้อหาแจ้งความเท็จ

ทั้งนี้นายการุณ ได้ยกย่องการเคลื่อนไหวของกลุ่มนายประชา ประสพดี ที่เมื่อหัวหน้าพรรคขอร้องก็ยอมยุติความเคลื่อนไหว ผิดกับนายสมเกียรติที่เป็น ส.ส. แต่พอขึ้นเวทีพันธมิตรกลับทำตัวเหมือนกุ้ยข้างถนน พร้อมกับด่านายสมเกียรติด้วยว่า เมื่อเป็นหมามาอยู่ทางเสือหากปรับตัวไม่ได้ก็กลับไปเป็นหมาเหมือนเดิม


ขณะที่ในส่วนของฝ่ายค้านนั้น นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้เข้าหารือกับ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาฯคนที่ 2 ซึ่งเป็นประธานตรวจสอบเรื่องนี้ โดยได้ข้อยุติให้แต่ละพรรคส่ง ส.ส.อาวุโสเป็นตัวแทนพรรคละ 1 คน รวม 7 คน (7 พรรค) มีกรอบการทำงาน 30 วัน (03/04/51)

งูหรือหมองู

เป็นครูบาอาจารย์..สอนกฎหมาย..ใจมันจะต้องเป็นครู..แต่..ครูกฎหมายหมายเลข 1 ของ..ม.แห่งความวุ่นวาย ที่กำลังรันทดใจอยู่กับความปราชัยของฝักฝ่ายพันธมิตรฯ..

และจุดไฟไม่ติดเมื่อปลายเดือนที่แล้ว..ครูคนนี้..น่าจะมีปัญหา เพราะ..ลูกศิษย์ลูกหาที่จบไปแล้วเป็นใหญ่เป็นโตในปัจจุบัน กับลูกศิษย์ที่กำลังเป็นปัจจุบัน..กำลังงงกันอยู่ว่า..มันจะเอามหาวิทยาลัยไปพัง..มีอย่างที่ไหน..สำหรับการเมืองแล้ว..ผู้ชนะได้รับสัญญาจากประชาชน ก็คือคนบริหารราชการแผ่นดิน..การณ์ใดๆ ก็ตามที่สร้างปัญหาให้กับการบริหารราชการแผ่นดิน การณ์นั้นจะต้องได้รับการแก้ไขหลักการนี้เป็นหลักสากล

รัฐบาลนี้เกิดจากการรวมตัวกันของพรรคการเมือง 6 พรรค ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน เท่ากับว่าประชาชนให้เขามาเป็นสภาร่างกฎหมาย แก้ไขกฎหมาย และยกเลิกกฎหมายรวมทั้งเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินเมื่อ..กฎหมายที่ร่างโดยเผด็จการทหารตั้งมา..และคณะบุคคลจำนวนน้อยนิดที่ได้สิทธิ์ยิ่งใหญ่..กำลังจะทำให้การบริหารการปกครองมีปัญหา..

เพื่อเสถียรภาพของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน ปัญหานั้นก็ต้องได้รับการปัดเป่าและความเป็นสากลจะต้องกลับมา..ความยุติธรรมจะต้อง..เป็นไปตามกระบวนการอันเป็นสากล ผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องคำพิพากษา จะต้อง..มีสิทธิ์ในการต่อสู้ไปตามลำดับ..ไม่ใช่ศาลเตี้ยศาลเดียว

ศาลต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา..ก็เคยกลับคำพิพากษาปล่อยนักโทษออกจากคุกที่ถูกจองจำมาแล้วนับ 10 ปี..เพราะพบว่าเขาบริสุทธิ์..นั่นแค่ความผิดต่อบุคคล..แค่กับประเทศชาติ ประชาธิปไตยและฉันทานุมัติจากประชาชน..คนแค่ไม่ถึง 2 กำมือ..จะถืออาญาสิทธิ์เทียบเท่ากับพระมหากษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์..กระนั้นหรือ..เราจะย้อนหลัง..กันไปถึงไหน..

มันยังจะเป็นครูบาอาจารย์สอนกฎหมายกันอยู่ได้อย่างไร..ที่พูดออกมาว่า..รู้ว่าทำผิดแล้วแก้กฎหมายย้อนหลังนั้น มันไม่ถูกต้อง..ก็กฎหมายบอกไว้ไม่ใช่หรือว่า..ตราบเท่าที่ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด..ให้ถือว่า..ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์..คุณเป็น “หมองู” หรือ “งู”

พญาไม้

พระหรือโจร?

ดูเหมือนความเป็น นักจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ของ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ จะไปได้ไม่ดีนักกับ...การวางแผนการขายและการตลาดอย่างเป็นระบบนายมิ่งขวัญ อาจจะประสบผลสำเร็จอย่างงาม จากการ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ในองค์กรที่มีตัวสินค้าดีอยู่แล้ว เช่น...“โตโยต้า” หรือ “อสมท” ที่เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “โมเดิร์นไนน์” แต่กับภารกิจ...ความเป็น รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ซึ่งต้องกำกับดูแลการค้าขายสินค้าและบริการของประเทศ มันไม่ง่ายอย่างที่คิด??? แค่ “ไอเดีย” นำข้าวสาร 5% จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 2549 มาบรรจุถุง 5 กก. ขายที่ราคา 85.70-86.50 บาท หรือเฉลี่ย 17.14-17.30 บาทต่อ กก. ก็ผิดเสียแล้ว???

คุณมิ่งขวัญ เข้าใจหรือไม่ว่า...มาตรฐานของความเป็นข้าว 5% นั้น ประกอบด้วยอะไรบ้าง? รู้หรือเปล่าว่า...ทุกๆ 1 กก. ของข้าว 5% จะต้องมีข้าวเปลือก 7 เมล็ดผสมอยู่แล้วยิ่งเป็นข้าวค้างสต็อกอายุ 2 ปีด้วยแล้ว สิ่งปนเปื้อนต่างๆ ที่ผสมปนเปอยู่ในนั้น ยังมีอีกมากมาย!!!ไม่ว่าจะเป็น...ฝุ่น รา รำ ปลายข้าว รวมถึง เมล็ดข้าวสีเหลือง ที่จะต้องคัดแยกแล้วนำไป “ขัดขาว” เสียใหม่ หาก นายมิ่งขวัญ คิดแบบ..คนที่ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้าวอย่างลึกซึ้ง โอกาสจะ “เสียคน” มีสูงมากเหลือเกิน!!! ก็ต้องบอกว่า...วงการนี้ “เขี้ยวลากดิน” เอามากๆ ที่สำคัญ อย่าได้เผลอไปคิดแบบสูตรคณิตศาสตร์ ว่า...1+1 ต้องเท่ากับ 2 สำหรับวงการค้าขายในเมืองไทยเด็ดขาด เพราะ ผิดถนัด!!!แน่นอน หากมีการนำข้าวสาร 5% จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 2549 มาบรรจุถุง 5 กก. ขาย โดยไม่ทำการปรับปรุงคุณภาพข้าวเสียก่อนล่ะก็คงหาคนซื้อข้าวล็อตนี้ลำบากอย่างแน่นอนเพราะคุณภาพของข้าวบรรจุถุง 5 กก. ของกระทรวงพาณิชย์ ต่ำกว่ามาตรฐานมากนักข้อเสนอที่ “บางกอกทูเดย์” สอบถามจาก “ผู้รู้” ในระดับผู้เชี่ยวชาญและคลุกคลีอยู่กับวงการข้าวมานาน ก็คือ...กระทรวงพาณิชย์จะต้องเร่งปรับปรุงคุณภาพข้าวในโครงการดังกล่าวโดยเร็ว โดยการ...ทำความสะอาด “ร่อน” และ “กำจัด” ฝุ่น รา รำ และปลายข้าว ออกให้หมดจากนั้น ก็ทำการขัดขาว 1 ครั้ง ก่อนจะนำไป “ขัดมัน” อีก 2 ครั้งต่อด้วยการ “ร่อนกัดปลาย” เพื่อปรับให้เป็นข้าว 5% จริงๆ ที่เหลือจึงจะนำเข้าไปผ่านเครื่องแยกสี นำ “ข้าวเปลือก” และ “ข้าวเหลือง” ออกไปให้หมดแล้วจึงนำไปบรรจุถุงขายให้กับชาวบ้านปกติ ต้นทุนรับจำนำข้าวเปลือก 5% ในปี 2549 ของกระทรวงพาณิชย์ อยู่ที่ตันละ 7,000 บาทหากนำข้าวเปลือก 5% ดังกล่าว ไปผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพข้าวก่อนบรรจุถุงขาย เช่นที่ “บางกอกทูเดย์” บอกเอาไว้ข้างต้น ก็จะต้องมีต้นทุนดำเนินการและค่าความสูญเสียระหว่างกระบวนการผลิตไปบ้างอย่างไรก็ตาม ต้นทุนและความสูญเสียที่เกิดขึ้น เมื่อหักกลบลบหนี้กันแล้ว ราคาต้นทุนจริงๆ ก่อนการนำไปขายก็ยังเฉลี่ยอยู่ที่ กก. ละ 12.92 บาทดังนั้น การกำหนดราคาขายบรรจุถึงที่ กก. ละ 17.14-17.30 บาท เช่นที่กระทรวงพาณิชย์และนายมิ่งขวัญพยายามจะเร่งรัดดำเนินการนั้นส่วนต่างที่เกิดขึ้นราว 4.22–4.38 บาท ต่อ กก. จะไปตกอยู่กับใคร???อย่าลืมว่า...ข้าวเปลือก 5% จากโครงการรับจำนำข้าวฯ ในปี 2549 ของกระทรวงพาณิชย์ มีมากมายหลายแสนตัน1 ตัน เท่ากับ 1,000 กก.1 แสนตัน ก็จะเท่ากับ 100,000,000 กก. (1 ร้อยล้าน กก.)ลองคิดดูว่า...หากส่วนต่างราคาขายข้าว 5% บรรจุถุง 5 กก. ที่ระดับ 4.22-4.38 บาทต่อ กก. เมื่อนำมาคำนวณผลต่างต่อ 1 แสนตัน หรือ 100 ล้าน กก. นั่นก็หมายความว่า...กระทรวงพาณิชย์หรือใครก็ตาม จะมีกำไรส่วนต่างทันที 422–438 ล้านบาทส่วนต่างตรงนี้ จะเข้ากระเป๋าใคร???แล้วข้าวเปลือก 5% จากโครงการรับจำนำข้าวฯ ในปี 2549 ก็ไม่ได้มีแค่ 1 แสนตัน เท่านั้นเท่าที่ นายมิ่งขวัญ เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา เห็นว่า...จะนำข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 2549 ในสต็อก มาบรรจุถุง 5 กก. รวมกันถึง 9 แสนตัน หรือราว 10% ของปริมาณการบริโภคข้าวแต่ละปีที่ 9 ล้านต้นลองคิดดู 1 แสนตัน กระทรวงพาณิชย์จะมีกำไรส่วนต่าง 422–438 ล้านบาท แล้วหากเป็น 9 แสนตัน กำไรส่วนนี้จะขยับเป็น 9 เท่า หรือราว 3,798–3,942 ล้านบาทน้อยซะที่ไหนกัน???ตรงนี้เอง ที่อาจจะทำให้ นายมิ่งขวัญ คนนี้ “เสียคน” กลายเป็นอีกคนที่โดดลงไปในวังวนผลประโยชน์ ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือเพราะ “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” ก็ตามกระนั้น คนเป็น...รองนายกรัฐมนตรี ควบ เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์ จะมีข้ออ้างไม่ได้เลยใน “ทุกความผิดพลาด”คนที่เคยเป็น รมว.พาณิชย์ ลงจากเวทีแบบ “ศพไม่สวย” ก็มีมากมายให้เห็นกันมาแล้ว “บางกอกทูเดย์” ไม่อยากนำชื่อมาเขียนซ้ำ เพื่อ “กระเทือนซาง” ต่อเกียรติยศวงศ์ตระกูลของคนเหล่านี้นายมิ่งขวัญกำลังพลาด!!ต้องรีบหาทางแก้ไขและทบทวน ก่อนที่คนไทยทั้งประเทศจะมองว่าเป็น “รมว.พาณิชย์ อีกคน” ที่มีสมองและสติปัญญาเหมือน “ก๊อบปี้” มาจาก “พ่อค้าข้าว” ระดับเบิ้มๆ (ที่ผูกขาด) ของประเทศนี้มาว่ากันต่อ...นายมิ่งขวัญ อาจสงสัยถึงต้นทุนหลังการผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพข้าว ที่ “บาง กอกทูเดย์” บอกว่า...ราคาต้นทุนจริงๆ อยู่ที่ 12.92 บาทต่อ กก.นั้น มาจากไหน???เริ่มต้นจากตรงนี้ก่อน กล่าวคือ กระทรวงพาณิชย์ และ นายมิ่งขวัญ จะต้องสร้างกรอบนโยบายให้ชัดเจน เพื่อที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติจะได้ดำเนินงานตามรอบนโยบายและแผนงานได้อย่างราบรื่น ด้วยการสร้างกติกาใหม่ที่ว่า...กระบวนการปรับปรุงคุณภาพข้าว ก่อนบรรจุถุงขายทั้งหมด จะต้องให้ “โรงสี” ซึ่งมีเครื่องมือและอุปกรณ์ปรับปรุงคุณภาพข้าวครบ และมีที่ตั้งอยู่ภายในจังหวัด ซึ่งมีโกดังที่ องค์การคลังสินค้า หรือ อคส. (ไม่มีเครื่องมือและอุปกรณ์ดังกล่าว) เช่าเก็บข้าวสารอยู่เกือบทั่วประเทศรับดำเนินการไปทั้งจำนวนโดยใช้วิธีการ “บาร์เตอร์” หรือการแลกเปลี่ยนสินค้าเป็นค่าจ้าง ด้วยการนำ...รำ ข้าวปลาย และข้าวเหลือง ที่ได้จากคัดแยกออกมาเป็นค่าจ้างต่างตอบแทนถามว่า...แล้ว “โรงสี” จะเอาหรือ???ก็ต้องบอกต่อไปว่า...เอาแน่ๆ เพราะ..รำ ข้าวปลาย และ ข้าวเหลือง ที่ได้จากกระบวนการปรับปรุงข้าวมีจำนวนมหาศาล!!แถมอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาขายในท้องตลาดทุกวันนี้ ก็ไม่ได้น้อยกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาขายข้าวสารแต่อย่างใดปกติ ข้าวเปลือกทุกๆ 1 ตัน ต่อการแปลงสภาพเป็นข้าวสาร จะมีค่าความสูญเสียระหว่างกระบวนการผลิตและส่วนอื่นๆ ที่ต้องถูกคัดแยกออกไปทำให้เหลือเป็นข้าวสารจริงๆ เพียง 587 กก. เท่านั้นกว่า 400 กก. ก็คือ รำ-ข้าวปลาย และ ข้าวเหลือง ที่โรงสีจะได้รับเป็นค่าจ้างนั่นเอง เหตุที่ต้องใช้ “โรงสี” เป็นผู้รับจ้าง ก็เพราะเงื่อนไขข้างต้นกล่าวคือ...นอกจาก กระทรวงพาณิชย์ จะไม่ต้องเสียเงินเป็นค่าจ้างในการปรับปรุงคุณภาพข้าว เพราะ “โรงสี” คือ กลุ่มคนที่ใช้ประโยชน์จาก...รำ ข้าวปลาย และ ข้าวเหลือง ได้เต็มๆ แล้วยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าขนส่ง เนื่องจากจะเลือกเฉพาะ “โรงสี” ที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับโกดังเก็บข้าวของ อคส. ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งแทบจะไม่มีหรือหากจะมี ก็ต้องถือว่า...ต่ำมากๆเมื่อรู้แล้วว่า...ข้าวเปลือก 1 ตัน ที่ราคารับซื้อ 7,000 บาท เมื่อนำไปผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพข้าว ก็จะเหลือข้าวสารเพียง 587 กก.เมื่อนำมาหารเฉลี่ย ก็จะได้ต้นทุนข้าวรับซื้อมาอยู่ที่ 11.92 บาทต่อ กก.หักค่าความสูญเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งมาตรฐานทั่วไปอยู่ที่ 10% ก็จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอีกราวๆ 1.2 บาทต่อ กก. บวกกับค่ากระสอบและถุงบรรจุข้าว ก็จะทำให้ต้นทุนเบื้องต้นอยู่ราวๆ 13.12 บาทต่อ กก.แต่เฉพาะกระสอบบรรจุข้าว สามารถนำไปขายที่ราคาใบละ 20-25 บาท ก็จะได้เงินคืนกลับมาเฉลี่ย 0.20 บาทต่อ กก.นำไปลบกับต้นทุนเบื้องต้น ก็จะเหลือต้นทุนแท้จริงอยู่ที่ 12.92 บาท อย่างที่ “บางกอกทูเดย์” บอกไว้ในช่วงต้น…ตรงเป๊ะ!!ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างเกราะป้องกัน มิให้มีการนำข้าวถุงออกมา “เวียนเทียน” ขายใหม่ซ้ำๆ ซากๆ ใน “ร้านโมเดิร์นเทรด” ผู้รู้ในวงการข้าว จึงบอกผ่าน “บางกอกทูเดย์” มาว่า...น่าที่ กระทรวงพาณิชย์ ควรจะปรับเปลี่ยนขนาดของบรรจุภัณฑ์เสียใหม่จากถุงบรรจุ 5 กก. เป็น 7 กก. ซึ่งจะแปลกและแตกต่างไปจากท้องตลาด นอกจากจะสามารถป้องกันการ “เวียนเทียน” ได้แล้ว ยังบอกได้อีกว่า...ข้าวสารบรรจุถุง 7 กก. เป็น ข้าวสารของภาครัฐ ที่ต้องการจะนำออกมาช่วยเหลือคนไทย ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากราคาข้าวที่แพงขึ้นส่วนขั้นตอนการขายข้าวให้กับชาวบ้านนั้น ผู้รู้ท่านนี้ บอกว่า...หลังการบรรจุแล้ว ให้นำข้าวถุงไปกองเอาไว้ ณ สถานที่บรรจุ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง แล้วให้ อบต.ต่างๆ ไปซื้อที่พาณิชย์จังหวัด หรือหน่วยงานของรัฐโดยออก “ตั๋ว” ให้มารับของ ณ คลังสินค้าที่รับแปรสภาพข้าวสาร ซึ่งหน่วยงานรัฐจะทราบได้ว่า...องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. แต่ละแห่ง มีประชาชกรเท่าใด???ตรงนี้จะช่วยให้ควบคุมจำนวนได้ และยังเป็นการขนส่งจากคลังสินค้าไปยังผู้ซื้อในคราวเดียว โดยไม่ต้องเข้าคิวซื้อทีละถุงเหมือนประเทศอื่นๆแม้ขั้นตอนอาจดูยุ่งยากไปสักนิดแต่ก็รัดกุม และสามารถจะกระจายข้าวถุงไปสู่ “รากหญ้า” และ “คนจนในเมือง” โดยตรงและครบจำนวนไหนๆ รัฐบาลของ นายสมัคร สุนทรเวช ที่มี รองนายกฯ ฝ่ายจุลภาค อย่าง...นายมิ่งขวัญ คอยกำกับดูแล กระทรวงพาณิชย์ คิดจะช่วยเหลือคนไทยแล้วก็ต้องทำอย่าง “มืออาชีพ” และ “ทำอย่างเป็นระบบ”อย่าสักแต่ว่า...ทำแบบ “ผักชีโรยหน้า” หรือ “ขายผ้าเอาหน้ารอด” แบบ “นักโปรโมชั่น” เน้น “ภาพลักษณ์” และ “ยอดขายหลอกๆ” ไปวันๆที่สำคัญ ราคาต้นทุนข้าวบรรจุถุงจริงๆ ก็ไม่เกิน 12.92 บาทต่อ กก. ครั้นจะบวกเป็นค่ากำไรหรือเงินชดเชย เมื่อครั้งรับจำนำข้าวเปลือกเอาไว้เมื่อปี 2549 อย่างไรก็ไม่น่าจะถึงระดับราคาขายที่ 17.14-17.30 บาทต่อ กก. หรือถุงละ 85.70-86.50 บาทต่อ 5 กก. เช่นที่...นายมิ่งขวัญคิดจะทำ???ส่วนต่างที่เกิดขึ้น 4.22-4.38 บาทต่อ กก. หรือ 422–438 ล้านบาทต่อ 1 แสนตันนั้นมันมากเกินไปหรือเปล่า???หากจะช่วยชาวบ้านแล้ว กระทรวงพาณิชย์ และ นายมิ่งขวัญ ได้โปรดกรุณา “ลดราคาขายต่อ กก.” ลงมาอีกได้มั้ย???หรือจะเก็บส่วนต่างตรงนี้เอาไว้ให้ใคร???“บางกอกทูเดย์” เชื่อโดยไม่มีอะไรเคลือบแคลงในความเป็น “คนดี-ใจซื่อ-มือสะอาด” ของ นายมิ่งขวัญ แต่กับ “วงการค้าข้าว” ซึ่งมีประวัติและพฤติกรรมชั่วร้ายติดต่อกันมาหลายชั่วคน มันได้ทำให้คนดีๆ กลายเป็น “คนเลว” มานักต่อนักแล้วนายมิ่งขวัญต้องไม่มองข้าม!! แล้วก็อย่า “ชะล่าใจ” ในความคิดอ่านของตัวเองเพียงสถานเดียว เพราะมันอาจจะทำให้ตัวเองหลงเข้าไปใน “ชุมโจรค้าข้าวสาร” เหมือนอย่างที่ รมว.พาณิชย์ หลายคนเคยหลงเข้าไปแล้ว...ประคองตัวไว้!! อย่าให้ชีวิตที่สวยงามมาจบลงด้วย “คำถาม” จะเป็นพระหรือจะเป็นโจร??

กระทรวงศึกษาฯ ตรวจสอบ มธ.ให้พันธมิตรฯเช่าหอประชุม

“สมชาย” มอบ “บุญลือ” ตรวจสอบ อธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ให้กลุ่มพันธมิตรฯเช่าหอประชุมฯ เหมาะสมหรือไม่ ด้านรองอธิการบดี ร้อนก้น แจ้ง ข่าวปฏิเสธฯให้กลุ่มประชาธิปไตยเช่าหอวันที่ 4 ไม่ได้เลือกปฎิบัติ

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ขอให้กระทรวงศึกษาธิการ เข้าไปตรวจสอบการชุมนุมของนักศึกษา ที่ใช้คำพูดไม่เหมาะสม และตรวจสอบอธิการบดีที่อนุญาตให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปใช้สถานที่ในสถาบันอุดมศึกษาเป็นที่ชุมนุมว่ามีความเป็นกลางหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ตนจะมอบหมายให้นายบุญลือ ประเสริฐโสภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะกำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ให้เข้าไปตรวจสอบว่า การอนุญาตให้กลุ่มบุคคลเข้าไปดำเนิน

กิจกรรมต่างๆ ในมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องที่ถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งการเข้าไปใช้พื้นที่ในสถาบันอุดมศึกษา จะต้องไม่รบกวนสมาธิการเรียนการสอนของนักศึกษาในสถาบัน หรือก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่เหมาะสมขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เท่านั้น สถาบันอุดมอื่นๆ ก็ต้องระมัดระวัง และให้ดูแลเรื่องนี้ด้วย

ด้าน รศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต รองอธิการฝ่ายบริหาร ท่าพระจันทร์ กล่าวว่า ตามที่มีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชนว่า กลุ่มที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เช่าหอประชุมใหญ่

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดการอภิปรายและแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา จะขอเช่าใช้หอประชุมใหญ่ มธ. เพื่อจัดกิจกรรมทำนองเดียวกัน ในวันที่ 4 และ 10 เมษายน และมหาวิทยาลัยปฏิเสธการขอเช่าเป็นการกีดกันและเลือกปฏิบัตินั้น

มธ. ขอชี้แจงว่าในวันที่ 5 เมษายน ได้มีหน่วยงานเอกชนขอเช่าหอประชุมใหญ่ไว้ล่วงหน้าแล้ว เพื่อจัดการแสดงโขนและละคร และการขออนุญาตเข้าใช้พื้นที่เพื่อติดตั้งฉากและเวทีการแสดงตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงไม่อาจอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้หอประชุมในวันที่ 4 เมษายนได้อีก สำหรับวันที่ 10 เม.ย.นั้น หอประชุมใหญ่ยังว่างอยู่และสามารถให้เช่าใช้ประโยชน์จัดกิจกรรมต่างๆ ได้โดยจะต้องชำระค่าเช่าและค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ตามระเบียบของมหาวิทยาลัย


“สมัคร”กลับบ้านแล้ว-ฟิตพบสื่อที่ทำเนียบพรุ่งนี้

ทีมแพทย์อนุญาตให้ “นายกฯ” กลับบ้านได้แล้ว หลังฟื้นไข้ พร้อมอนุญาตให้ช่างภาพเข้าไปเก็บบรรยากาศ เตรียมพบสื่อทำเนียบศุกร์นี้ทันที หลังหายหน้าจากจอทีวีไปหลายวัน

วันนี้ (3 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้มีบุคคลต่างๆ เข้าเยี่ยม นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม อาทิ กระเช้าของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมถึงตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ร่วมส่งแจกันดอกไม้เยี่ยมอาการป่วยของนายกรัฐมนตรี หลังเข้ารับการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา

ต่อมาเมื่อเวลา 11.45 น.นายเคารพ วงศ์ประเสริฐ ผู้จัดการอาวุโสแผนกสื่อสารและประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยกับสื่อมวลชน ว่า นายสมัครได้อนุญาตให้ตัวแทนช่างภาพนิ่ง และช่างภาพทีวี อย่างละ 2 คน ขึ้นไปเก็บภาพบรรยากาศตรงชั้น 11 เพื่อรายงานข่าว และนายกฯ ได้ฝากบอกว่า ในวันที่ 4 เมษายนพร้อมเจอนักข่าว ที่ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ คณะแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ ทำให้สีหน้าของนายสมัครสดชื่นขึ้นมาก ส่วนจะนัดตรวจร่างกายเมื่อใดนั้นไม่ทราบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.15 น.นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายไพศาล อัคคะสารกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรีสวมสูทสีดำได้เดินทางออกจากโรงพยาบาลด้วยรถตู้โฟล์กสีดำ ป้ายทะเบียน ศร 3333 กรุงเทพมหานคร ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใดกับผู้สื่อข่าว



คนเชียงรายแห่ต้อนรับ “ทักษิณ” คับคั่ง พร้อมให้กำลังใจ

พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงเชียงราย ประชาชน - ส.ส. รอต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนตรงดิ่งเข้าร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสเยี่ยมของนางมติ ท่ามกลางกลุ่มคนรักอีกจำนวนมากที่ยังพร้อมกล่าวให้กำลังใจอดีตนายกฯ ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต่อไป จากนั้นจะเดินสายทำบุญที่วัดศรีโคมคำ เมืองกว๊านฯ – ดอยตุง ก่อนกลับมาร่วมงานวันเกิด “ยงยุทธ” เย็นนี้

เมื่อเวลา10.30 น.วันนี้ (3 เม.ย.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย และนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคณะติดตามอีก 2 คน ได้เดินทางด้วยเครื่องบินจาก กทม.มาถึงท่าอากาศยานเชียงราย โดยมีประชาชน และ 8 ส.ส.เชียงราย นำโดยนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เขต 1 พรรคพลังประชาชน ไปรอต้อนรับ โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับช่อดอกไม้จากชาวบ้านและแจกลายเซ็นให้กับผู้ที่มารอขอ โดย พ.ต.ท.ทักษิณ มีสีหน้าสดชื่น

จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมคณะ ได้เดินทางด้วยรถยนต์มารับประทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวรสเยี่ยม ถนนพรรพปราการ อ.เมืองเชียงราย ของนางมติ แซ่อั้ง แกนนำชมรมคนรักทักษิณ จ.เชียงราย ที่ให้การต้อนรับและโห่ร้องดีใจ พร้อมโผเข้ากอด พ.ต.ท.ทักษิณ ก่อนจะมีผู้มารอขอถ่ายภาพจำนวนมาก ทั้งชมรมคนรักทักษิณ กลุ่มเสรีชนจาก กทม. กลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการ โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับประทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัว โต๊ะเดียวกับนายยงยุทธ ติยะไพรัช มีนายพานทองแท้ นั่งโต๊ะติดกันกับบรรดา ส.ส.เชียงราย

ขณะที่ภายในร้ายมีการจำหน่ายเสื้อชมรมคนรักทักษิณและติดสติ๊กเกอร์ชมรมคนรักทักษิณ และภาพถ่ายในอดีตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวว่า มาทำบุญ และคิดถึงประชาชนทุกคนมากๆ

ด้านนางมติ กล่าวว่า ในสมัยที่มีการยึดอำนาจ หลายคนต้องถูกเจ้าหน้าที่ทหารกดดันต่างๆ นานา แต่ก็ต่อสู้มาจนได้ทุกวันนี้ เพราะมี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นกำลังใจและจะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต่อไป พร้อมกันนั้นได้ขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ปลงผมให้สมาชิกชมรมคนรักทักษิณที่จะไปบวชด้วย 1 คน

นางปิยะวรรณ สนองญาติ อดีตครู วัย 60 ปี กล่าวว่า ดีใจที่ได้พบ พ.ต.ท.ทักษิณ และเป็นตัวแทนของประชาชนมามอบดอกไม้เพื่อเป็นกำลังใจให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ต่อสู้กับความไม่ถูกต้องต่อไป และดีใจมากในวันนี้ หลังจากติดตามข่าวสารมานาน

ต่อจากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปทำบุญที่วัดศรีโคมคำ อ.เมือง จ.พะเยา และช่วงบ่ายเดินทางด้วยรถยนต์ กลัมาทำบุญต่อที่วัดพระธาตุดอยตุง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นวัดเดียวกันกับที่ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร เคยมาทำบุญเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ส่วนในช่วงเย็นคาดว่าจะร่วมงานเลี้ยงวันเกิดนายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่บ้านพัก ใน อ.แม่จัน จ.เชียงราย พร้อมกับพักค้างแรมที่เชียงราย1 คืน แต่ไม่ระบุว่าพักที่ใด จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางกลับ กทม.เวลา15.30 น.ของวันที่ 4 เม.ย.



ทักษิณเดินสายทำบุญ การเมืองไม่ยุ่งมุ่งทำประโยชน์

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วันนี้ (3 เม.ย.) ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมด้วย นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย ได้ปรากฏตัวต่อสื่ออีกครั้ง ก่อนเดินทางไป จังหวัดเชียงราย เพื่อเดินสายทำบุญ

โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ปฏิเสธตอบคำถามเกี่ยวกับประเด็นทางการเมือง รวมถึงอาการป่วยของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า การเมืองไม่ยุ่งขอทำประโยชน์ ์ให้กับประเทศชาติและบ้านเมือง การเดินทางไปจังหวัดเชียงราย เพื่อเดินสายทำบุญ และในวันที่ 5-6 เมษายนนี้ จะเดินทางไปพบกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา เพื่อออกรอบตีกอล์ฟ ในฐานะคนรู้จักคุ้นเคย ก่อนที่วันที่ 8-9 เมษายนนี้ จะกลับมาต้อนรับนักธุรกิจชาวบราซิลและยุโรป 2 คน ที่จะมาลงทุนในประเทศไทย

ด้านนายรักเกียรติ วัฒนพงษ์ เลขานุการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กล่าวถึงกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมเดินทางไปร่วมออกรอบตีกอล์ฟกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ว่า การเดินทางออกนอกประเทศครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทำเรื่องขออนุญาตศาล เดินทางออกนอกประเทศแล้ว และศาลก็มีคำสั่งอนุญาตตามที่ร้องขอ ซึ่งการเดินทางออกนอกประเทศทุกครั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องยื่นเรื่องขออนุญาตจากศาลหลังตกเป็นจำเลยในคดีทุจริตที่ดินรัชดาภิเษก และศาล มีคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต

'อานันท์' จี้รัฐตอบโจทย์แก้รธน.เพื่อใคร

อดีตนายกรัฐมนตรี 'อานันท์ ปันยารชุน' จี้ รัฐฯตอบโจทย์แก้รัฐธรรมนูญมุ่งประโยชน์เพื่อประชาชน และชาติเป็นหลักหรือไม่

นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการยุบพรรคการเมืองว่า รัฐธรรมนูญทุกประเทศซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแก้ไขได้ง่าย เพราะในแต่ละประเทศไม่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง แต่รัฐธรรมนูญทุกฉบับมักเปิดช่องทางให้แก้ไขได้เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

แต่ความต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ต้องตอบคำถามประชาชนให้ได้ ว่าการแก้ไขดังกล่าวมุ่งประโยชน์ของประเทศชาติ และมุ่งไปสู่ประชาชนภายในประเทศหรือไม่ ซึ่งหากตอบคำถามดังกล่าวได้ จึงค่อยนำมาพิจารณาแก้ไข

‘สดศรี'หนุนแก้รธน.ให้ยุบพรรคทำได้ยาก

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 237 ที่เกี่ยวกับการยุบพรรคการเมืองว่า หากมีการแก้ไขจริง ก็ควรจะเขียนในบทเฉพาะกาลให้ชัดเจน โดยเฉพาะการให้บังคับใช้ย้อนหลังถึงเดือนสิงหาคม 2550 ส่วนจะเหมาะสมหรือไม่ ที่จะแก้ไขในช่วงที่ กกต.พิจารณาคดียุบพรรค ทุกอย่างขึ้นอยู่กับรัฐบาล และฝ่ายนิติบัญญัติจะพิจารณา กกต.มีหน้าที่ทำตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังเห็นว่าจะแก้กฎหมายให้การจัดตั้งพรรคการเมือง และยุบพรรคได้ยาก ไม่ใช่ตั้งง่ายและยุบง่ายเหมือนกฎหมายปัจจุบัน เพราะพรรคการเมืองถือเป็นสถาบันที่ควรจะมีความน่าเชื่อถือ รวมทั้งอยากให้ตั้งศาลเลือกตั้งขึ้นมาพิจารณาคดีเลือกตั้งโดยเฉพาะ เพราะปัจจุบัน กกต. ถูกฟ้องร้องมาโดยตลอด ทั้งที่ทำทุกอย่างตามขั้นตอน
ส่วนการพิจารณาคดียุบพรรคชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตย วันที่ 8 เมษายนนั้น ไม่แน่ใจว่าจะสามารถลงมติได้เลยหรือไม่ ต้องรอฟ้งการชี้แจงของทั้ง 2 พรรคก่อน โดยยืนยันว่า กกต. ไม่ได้ยื้อเวลาให้ล่าช้า แต่ต้องการให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

จาก hi-thaksin

‘จักรภพ'ยืนยันชัดเจน!ไม่แก้รธน.ถือว่า‘เสียชาติเกิด'

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 12.15 น. 3 เม.ย. 51 นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ขณะนี้บานปลายโดยมีการรวมพลังของทั้งกลุ่มพันธมิตรฯและนักวิชาการที่ออกมาคัดค้าน ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นและต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกมาก แต่รัฐบาลขอยืนยันว่าแนวความคิดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่อยู่ในนโยบายการหาเสียงของพรรคการเมืองที่มาจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันหลายพรรค โดยเฉพาะพรรคพลังประชาชนสัญญาชัดเจนว่าต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เหตุที่มีคนพูดว่ามาเปลี่ยนแปลงฉับพลันในตอนนี้ รีบแก้รัฐธรรมนูญเพราะเรื่องยุบพรรค ก็ต้องบอกว่ามีทั้งส่วนจริงและไม่จริง ความคิดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมีกำหนดเป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว
" แต่ตอนแรกก็มีเสียงจากนายกรัฐมนตรีว่าควรจะรอเวลาสักหน่อย เพื่อแก้ไขในตอนหลัง ก็เพราะเราเข้าใจว่าฝ่ายที่ไม่ต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญจะยอมรับวิถีทางประชาธิปไตยบ้าง ไม่ใช่ว่าบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยแล้วก็ยังใช้ระบบพรรคพวก ไม่ยอมให้บริหารประเทศ ไปทางซ้ายก็ติด ไปทางขวาก็ติด วางยาจะให้ประสบความล้มเหลวในการบริหารประเทศ พอจะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็มาบอกว่าห้ามแก้ อย่างนี้ก็เหมือนกับเรื่องหมาป่ากับลูกแกะ การแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนี้เหมือนเรื่องหมาป่ากับลูกแกะ เอ็งไม่เคยทำข้า พ่อเอ็งก็ทำ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราจะยอมรับได้ในประเทศไทยในปีพุทธศักราชนี้ หากมีความเห็นที่ตรงกันหรือขัดแย้งกันก็ให้แสดงออกมา แต่กระบวนการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเดินหน้าต่อไป เปลี่ยนแปลงจากระบอบที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยกลับมาเป็นประชาธิปไตย ถ้าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญก็เสียชาติเกิด " นายจักรภพ กล่าว
เมื่อถามว่าแต่ในส่วนของพรรคพลังประชาชนเองก็ยังมีความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับประเด็นการแก้ไข นายจักรภพ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าพรรคพลังประชาชนสั่งได้ก็คงเป็นพรรคที่เผด็จการตั้ง แต่นี่คือพรรคประชาธิปไตย ซึ่งความเห็นที่แตกต่างนั้นสามารถพูดกันได้ สังคมควรจะดีใจที่พรรคการเมืองอย่างพรรคพลังประชาชนมีข้อถกเถียงและมีความขัดแย้งทางความคิด เมื่อถามย้ำว่าแต่ความขัดแย้งลุกลามจนถึงขั้นมีการกระโดดถีบกันกลางสภาผู้แทนราษฎรระหว่าง ส.ส.สองฝั่ง นายจักรภพ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่น่าจะเกิด เราไม่สนับสนุนและไม่เห็นด้วยเลยที่จะให้มีการแสดงออกด้วยความรุนแรงอย่างนั้น แต่ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงว่าเรื่องนี้หลายคนให้ความสำคัญ โดยลงไปถึงจิตใจและความรู้สึก มองในแง่บวกว่าถ้ารัฐธรรมนูญไม่สำคัญขนาดนี้ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แต่เราก็ขอร้องและอ้อนวอนว่าทุกฝ่ายที่ต้องการให้มีการแก้ไข หรือฝ่ายที่ไม่อยากเห็นรัฐธรรมนูญเปลี่ยนแปลงมาเป็นประชาธิปไตยก็ตาม ควรต้องมีเวทีพูดกันอย่างสันติ ที่สำคัญคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นต้องอาศัยความช่วยเหลือจากทุกพรรคการเมือง รวมทั้งฝ่ายค้านด้วย ดังนั้นเรื่องนี้เป็นการมองหามติร่วมระหว่างทุกฝ่ายอยู่แล้ว
นายจักรภพ กล่าวว่า ตนคิดว่าโดยกระบวนการถ้าหากกลุ่มพลังภายนอกจะยอมให้ดำเนินไปตามครรลองที่ควรเป็น ก็จะมีวิธีการป้องกันความขัดแย้งอยู่แล้วในตัว อย่าลืมว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอดีตที่นำไปสู่ปัญหาเป็นเพราะมีกลุ่มพลังนอกระบบเข้าไปเกี่ยวข้องทั้งสิ้น ถ้าหากว่าปล่อยให้เป็นไปตามระบบก็จะไม่เกิดปัญหา เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายมองว่าเหตุการณ์ขณะนี้เหมือนกับก่อนเกิดเหตุการณ์รัฐประหารที่ผ่านมา นายจักรภพ กล่าวว่า ตนไม่เห็นว่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะถ้ามีคนที่คิดจะทำอะไรอย่าง 19 ก.ย.อีก เราก็คงคิดปิดกิจการประเทศไทยกันได้ ความคิดอย่างนั้นเป็นความคิดของคนที่เอาผลประโยชน์ทางการเมืองเฉพาะหน้าเป็นหลัก ซึ่งตนเชื่อว่าน่าจะเริ่มสูญพันธุ์หรือเป็นพันธุ์ที่ไม่น่าจะเติบโตได้มาก ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาล แต่เกี่ยวกับประชาชนที่มีวุฒิภาวะ มีความรู้สึกร่วมในการเป็นเจ้าของประเทศ แล้วจะยอมให้คนหยิบมือเดียวมาทำอะไรบุ่มบ่าม รุนแรง เพื่อจะเปลี่ยนแปลงทิศทางทางการเมืองและการพัฒนาประเทศ ตนเชื่อว่าประชาชนไม่ยอมเหมือนสมัยก่อนอีกแล้ว
เมื่อถามว่ามั่นใจว่าจะสามารถควบคุมความเห็นที่แตกต่างภายในพรรคได้ใช่หรือไม่ นายจักรภพ กล่าวว่า สบายมาก เราเคยมีความเห็นที่ไม่ตรงกันมากกว่านี้มาแล้ว ดังนั้นผ่านมาถึงขนาดนี้ความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันแค่นี้ถือว่าสบายมาก ประชุมกันครั้งหรือสองครั้งก็เนียนหมด ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลนั้นก็เป็นเรื่องของแต่ละพรรค ตนคงจะไม่ไปก้าวล่วงในพรรคอื่น
ผู้สื่อข่าวถามว่าสัญญาณอย่างนี้จะนำไปสู่ความขัดแย้ง แสดงว่าประเทศไทยเลยจุดที่จะสมานฉันท์ได้แล้วใช่หรือไม่ นายจักรภพ กล่าวว่า ตนคิดว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาการเป็นประชาธิปไตยในทางปฏิบัติ คือ เราต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ท่ามกลางความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน คำว่าเอกภาพท่ามกลางความหลากหลายเป็นคำที่เราต้องเรียนรู้และทำให้เกิดขึ้นได้จริง ยุคที่ผ่านมาก็มีความเห็นขัดแย้งกัน แต่ที่ดูเหมือนกับเงียบกันไปหมดก็เพราะว่ากดกันเอาไว้ได้ แต่ตอนนี้ไม่มีใครไปกดใคร ทุกคนเปิดโอกาสให้มีการแสดงออกกันอย่างเต็มที่ ดังนั้นช่วงเวลานี้อาจต้องว้าวุ่นหัวใจกันหน่อย แต่ถ้าเรายอมรับสภาพนี้ได้ มีการจัดระเบียบตัวเอง วางระบบการทำงานร่วมกันให้ดี ใครมีความเห็นขัดแย้งก็พูดกันในที่เปิดเผย กลางที่ประชุม ไม่ใช่ทำใต้ดิน ตนคิดว่าความขัดแย้งก็จะน้อยลงไป
เมื่อถามว่าในส่วนของรัฐบาลจะมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้เกิดความคิดไปในแนวทางเดียวกัน โดยเฉพาะในส่วนของนักวิชาการที่ขณะนี้ออกมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก นายจักรภพ กล่าวว่า แนวความคิดในการสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญก็มีมาก เพียงแต่อยู่ในกลุ่มประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งประชาชนไม่มีทางไปให้สัมภาษณ์ หรือจัดสัมมนา ดังนั้นเรื่องนี้ต้องยอมรับความจริงว่าถ้าหากจะระดมความคิดเห็นในเชิงปริมาณกันจริงๆ ตนคิดว่าฝ่ายสนับสนุนสามารถจะเอาชนะได้โดยไม่ยาก แต่เราไม่ควรจะทำแบบนั้น ควรจะให้กระบวนการนิติบัญญัติจุดชนวนว่าเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร ซึ่งประชาชนก็จะอยู่เบื้องหลัง ส.ส. และ ส.ว.อีกที ดังนั้นกระบวนการนี้ลงตัวและพร้อมอยู่แล้ว ก็ไม่อยากเห็นการเคลื่อนไหวอะไรที่จะส่งเสริมความรุนแรง ตนคิดว่าการยอมรับระบบเป็นเรื่องที่ดีที่สุด คนที่ออกมาแสดงความเห็นคัดค้านก็เป็นเรื่องของท่านแต่อย่าทำตัวอยู่เหนือระบบ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าขณะนี้มีการพยายามยั่วยุนำไปสู่ความรุนแรง เพื่อที่รัฐบาลจะทำการปฏิวัติตัวเอง นายจักรภพ กล่าวว่า คงไม่ถึงขั้นนั้น ตอนนี้เราสับสนเพราะเราอยู่ภายใต้ระบบอุปถัมภ์มานาน พอมาอยู่ในระบบประชาธิปไตย ไม่มีนายตามสังกัดที่จะคอยบอกว่าจะให้ทำอย่างไร เราเริ่มเข้าสู่ระยะประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ดังนั้นเราก็ต้องอยู่ร่วมกับคนที่เราไม่ชอบหน้า ไม่ชอบความเห็นให้ได้ ลัทธิหมั่นไส้ อิจฉาริษยาแบบไทยต้องทำให้ลดลง ไม่เช่นนั้นเราจะไม่สามารถผลักดันประเทศให้เดินหน้าได้ ขณะนี้ขอให้เห็นใจรัฐบาลกันบ้าง เพราะทุกวันนี้ไปเชิญชวนต่างประเทศมาลงทุนก็มีแต่คำถามว่าแน่ใจหรือว่าจะไม่มีการยึดอำนาจอีก แต่ถ้ามาคอยกระแซะกันอยู่ คอยเสนอความเห็นว่าอาจจะมีได้ก็ทำให้ประเทศไม่สามารถเดินหน้าได้ ทั้งนี้ตนเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนคนที่ไม่ต้องการก็บอกมาให้ชัดว่าไม่ต้องการให้แก้มาตราใด การไม่เห็นด้วยกับการแก้บางมาตราแล้วมาบอกว่าไม่ควรแก้ทั้งฉบับนั้นเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง การแก้รัฐธรรมนูญเป็นฉันทามติที่รัฐบาลทุกพรรครับมาจากประชาชน ดังนั้นต้องเดินหน้าแก้ไข
เมื่อถามว่ากรณี ส.ส.ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกลางสภาจำเป็นต้องเอามาตรฐานของ ส.ว.เมื่อปี 2547 มาใช้หรือไม่ นายจักรภพ กล่าวว่า เรื่องนี้นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรับมนตรี คงจะตอบได้ดีกว่าตน เพราะดูแลทั้งวิปและกฎหมาย เมื่อถามย้ำว่าส่วนตัวคิดว่า ควรมีการแสดงสปิริตลาออกจากการเป็น ส.ส.หรือไม่ เพราะพฤติกรรมดังกล่าวก้าวร้าวและรุนแรง นายจักรภพ กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้ต้องมองให้เห็นถึงเจตนา แน่นอนว่าพฤติกรรมอย่างนี้ไม่ควรส่งเสริมอย่างแน่นอน แต่เรื่องนี้ต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าทำไปเพราะอะไร เรื่องนี้คงจะเป็นวิจารณญาณของแต่ละคน
ผู้สื่อข่าวถามว่าทางพรรคมีกระบวนการจัดการหรืออบรมบ่มนิสัย ส.ส.ประเภทนี้หรือไม่ เพราะมีลักษณะนี้หลายคนที่ออกมาขู่ว่าพร้อมประจันบาญ นายจักรภพ กล่าวว่า เราคงจะพูดกันในพรรคอย่างพี่น้อง เรื่องการบันดาลโทสะมีกันได้ทุกวงการ ไม่เฉพาะในการเมืองหรือพรรคใดพรรคหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อเกิดขึ้นในบรรยากาศแบบนี้ก็ดังหน่อย ดังนั้นคงจะพูดกันภายในว่าต้องแสดงตัวอย่างที่ดีให้ประชาชนที่มอบความไว้วางใจให้บริหารประเทศ โดยส่วนตัวเชื่อว่าบุคคลสาธารณะไม่สามารถพูด หรือแสดงกิริยาต่างๆอันเป็นเรื่องส่วนตัวได้ จะต้องคิดเรื่องการเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันไปมานั้นก็เป็นเรื่องที่ดี แสดงว่าระบบยังทำงานอยู่

จาก hi-thaksin

ชาวพะเยาต้อนรับอดีตนายกฯทักษิณอบอุ่น

พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาสักการะพระเจ้าตนหลวง พร้อมทำบุญสืบชะตา ภายในพระวิหารหลวงวัดศรีโคมคำ โดยมีนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต,นายดำรง อารีกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา ได้ให้การต้อนรับ ในโอกาสเดียวกันนี้ได้มีประชาชนจำนวนมากที่ทราบข่าวการเดินทางมาของอดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้การต้อนรับอดีตนายกรัฐมนตรีพร้อมมอบดอกกุหลาบสีแดงให้กับอดีตนายกรัฐมนตรี
จากนั้น พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะได้เข้าสักการะพระเจ้าตนหลวง ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพะเยา พร้อมทำบุญสืบชะตาในโอกาสใกล้ถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือปี๋ใหม่เมือง ซึ่งประชาชนในภาคเหนือ จะร่วมสรงน้ำ สักการะพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง พร้อมทั้งทำบุญรดน้ำดำหัว และทำบุญสืบชะตา เพื่อให้เกิดความเป็นมงคลกับชีวิต

จาก hi-thaksin

ขบถปราบกบฏ

"กระแสข่าวการปฎิวัติเราไม่ต้องตรวจสอบ ผมมั่นใจ และผมได้รับรองท่านนายกฯไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ ไม่ต้องมีการตรวจสอบอะไร เพราะถ้ามีอะไร ผมก็รับผิดชอบ เมื่อผมยืนยันไปแล้วผมก็รับผิดชอบอยู่แล้ว"

ลั่นตรงจากปากคำเจ้าของเสียงเนื้อๆอย่างนี้ "บิ๊กป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก หนักแน่นต่อสื่อมวลชน กระหึ่มกังวานว่าเที่ยวทริปนี้ ใครอย่าคิดก่อกษฎปฎิวัติรัฐประหารซ้ำเสียให้ยาก อย่างที่ท่านรีบประกาศแจ้งไว้ไมตรีแก่พันธมิตร "พอแล้วมั้ง จะไปออกศึกรบกับใครอีก"

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. จัดอยู่ขั้นขุนพลคุมเกม แยกแยะ สุขุม ลุ่มลึก รอบคอบ ทั้งบู๊บุ่นมีครบ มีเหมาะสมนั่งจ่าฝูงผู้นำทัพในยามนี้ยิ่งนัก ทหารอาชีพกลับคืนสู่ทหารรั้วของชาติ ทหารในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ...นักรบทหารเสือราชินีอย่างแท้จริง

ตบหน้าล้างบางประวัติศาสตร์ ลับลวงโลก ตํารับแผนพิฆาต 4 ขั้น พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน "นายพลหน้าขาว" หัวหน้าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) พูดจาสับปลักกลับไปกลับมาตลอดเวลาที่ปฎิวัติรัฐประหารไม่อยู่กะร่องกะรอย ค้นหาหลักฐานคําพูดคำจาตลอดเวลา 1ปี 7เดือน เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมา

จบมาเรียงต่อกันโกหกไม่ซ้ำหน้าซ้ำรอยเดิม..."เริ่มที่พูดเรื่องบุญคุณที่ไม่เคยลืม แต่หน้าที่ของชาติต้องมาก่อน"..."สมัยผมรับรองไม่มีการปฎิวัติอย่างแน่นอน"..."วิจารณ์พฤติกรรมรัฐบาลอดีตนายกฯทักษิณมันแทะจนเหลือแต่กระดูก"..."การปฎิวัติครั้งนี้ไม่มีวีรบุรุษ คนวางแผนครั้งนี้มีเพียงผมกับลูกน้องยศ พ.อ.สองคนเท่านั้นเอง"..."การปฎิวัติครั้งนี้ทำให้รู้ว่าใครมิตรและไม่ใช่มิตร"..."ผมยังยืนยันการปฎิวัติที่ผ่านมามันไม่สูญเปล่า"ภาค1.2.3 จะนำพูดคําต่อคำมาลงตีแผ่จะจะ...บางเสี้ยวบางตอน...วาทกรรมงี่เง่าของ นายพลหน้าขาว ท่านนี้

เขกกะบาลเรียกความโง่ออกจากหัวซักเสียบ้าง ต่ออาการแบล็คเมล์อำนาจคนอื่น ดับฝันฝันร้ายของประชาชนได้แล้ว ทหารนักการค้าต่อรองของมืออาชีพเท่านั้น ตกที่นั่งลำบากแรงจูงใจประกาศสงครามแย่ง "ความจงรักภักดี" มันเกินงาม ข้อหาคลาลสิก "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" ข้อต่อรองหากินปฎิวัติทุกครั้งต้องยัดเหยีดข้อกล่าวไว้ข้อใดข้อหนึ่งของคําแถลงการณ์คณะยึดอำนาจเสมอมา

ไหนๆๆก็ไหนๆๆแล้วไม่ขัดศรัทธาเอาภาค1 ตอนที่1 ผมเองตั้งใจจะนำบทสัมภาษณ์เป็นฉากๆๆทั้ง พล.อ.สนธิ จอมลับลวง...พรางเพื่อน...ปลิ้นปล้อนกักฬะในหมู่ลูกแกะ พอดีขอขอบคุณข้อความที่โพส ชื่อคุณ guest แสดงความคิดเห็นต่อข้อเขียนของผม ตรงจังหวะพอดิบพอดีที่ตั้งใจหยิบขึ้นมาเขียนเล่าความ

... คือบทสัมภาษณ์พิเศษ ขวักเจาะใจ "พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร"ตีความต่อ "พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน...ผมไม่นับญาติ

สัมภาษณ์พิเศษ เมื่อวันที่ Saturday, February 23, 2008

"ขออภัยในความไม่สำเร็จ"

วาทกรรมที่พรั่งพรูที่ไม่มีเขื่อนทำนบกั้นขวางสื่อลับลวงพรางโกหก ทั้งต่อหน้าและลับหลังตีกินแม้กระทั่งเพื่อนนักรบเดียวกันเอง คณะนายทหารที่ร่วมก่อการปฎิวัติรัฐหารยึดอำนาจมาด้วยกันแท้ๆๆ ...โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง...นายพลหน้าขาว...บิ๊กบัง...หวานใจของเมียหลายหลายคน..รับฟังได้เปล่าหรือแกล้งทำลืมไม่รู้ไม่ชี้ไม่เห็นว่าการหักหลังใคร...เขาคนนั้นเจ็บปวด...ประเทศชาติ...ใครกันแน่ที่แทะตบทรัพย์บานเบอะ ตบตาประชาชน

ตั้งโต๊ะเจรจาต่อรองหลอกตั้งพรรคการเมือง......... รักชาติ รักหมู รักหมา รักตัวเอง รักชาติน้ำลายหก รักแล้วฟัน รักลับลวงพราง สุดท้าย...รักเงินที่สุด ก่อนเข้าเรื่องเพื่อนฆ่าเพื่อน เพื่อนหักหลังเพื่อน และเพื่อนลับลวงพรางแทงเพื่อน

ตั้งโต๊ะเข้าชื่อเพื่อทวงถามหน่วยงาน คตส. หัวเรือใหญ่นายนาม ยิ้มแย้ม ต้องกล้าตรวจสอบข้อสงสัยเหล่านี้ อย่าเกรงใจคนแต่งตั้งองค์กร คตส.มากับมือเช่นเดียวกัน

ข้อที่1 ข่าวลับลวงพราง ที่เป็นข่าวอื้อฉาว อย่าแทรกแซงหัวดื้อถามหาใบเสร็จ และเอกสารหลักฐานตัวจริงตัวปลอม ใบปลิวย่อมไม่ใช่...งบหลวงที่จัดซื้อจัดหาอาวุธยทโทปกรณ์ งบกลางเบี้ยเสี่ยงภัย นายพลหน้าขาวท่านใดอมพกเข้าห่อรวยอยู่บนซากศพ เหยียบศพคนอื่นหากิน ทหารชั้นผู้น้อยบาดเจ็บล้มตาย ทําเรื่องเบิกจ่ายยากเย็นเข็ญใจรอจนเบื่อหน่ายเซ็งไปเอง...องค์กรท่านนาม ตงฉิน ภารกิจเร่งด่วน...กล้าดำเนินการตรวจสอบไหม

สามัญชนคนธรรมดารับทราบ ท่านนาม...อยากเจอ ม157 ตอนเกษียณในหน้าที่ ค้าความตอนแก่ไม่สนุก สุภาษิตจีน "เป็นความกัน กินขี้หมาดีกว่า" เจรจายอมความ ฐานเข้าใจดีแต่ไม่ถูกต้อง "ให้ถือว่า เงินหลวงตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้" อยู่รอดปลอดภัยจนเกษียณจนตาย เสียงสาปแช่งก่นด่า...ไหนๆขยันเอาผิดทุกคนไม่เลือกหน้าตาเลือกตา ตลอดที่ชีวิตรับราชการรับทราบดีว่าค่าคอมมิชชั่นกรม กอง เหล่านั้น มีตามน้ำทวนน้ำกี่เปอร์เซ็นต์ อย่าทำตัวถ่านฟอกสี ใครต่อใครอยู่เลย

ข้อที่สอง ข้อมูลพบว่านายพลหน้าขาว นั่งหัวโต๊ะเชิญนักธุรกิจระดมทุนหาเงินจัดตั้งพรรครักชาติบ้าง รักชาติเหลว โดนดัดหลังโดดร่มเชิดเงินเข้ากระเป๋าหายเข้ากลีบเมฆ โดยไม่ชี้แจงวัตถุประสงค์ของเงินทั้งหมดเฉียดหลักพันกว่าล้านบาท สบายเฉิ่มอีกก้อนโต มีประจักษ์พยานคนใหญ่คนโตเข็ดขยาด ที่หวนคิดถึงลับลวงโลภ (มากจริงๆๆ) คนพรรค์นี้

ข้อที่สามและข้อที่สี่ ห้า หก เจ็ด ทุนนิยมเผด็จการสามานย์ฉบับหมกเมล็ด...เราจะตามไปดู...ตายเป็นตาย...เจ๊งเป็นเจ๊ง...กลียุคเป็นกลียุค...ทุนนิยมเผด็จการสามนย์...พันธมิตรรุ่นเด็ก รุ่นกลาง รุ่นใหญ่ จัดเสวนาตรวจสอบกล้าๆๆหน่อยหรือมีธง แค่คู่อริทางการเมืองฝ่ายตรงข้าม...พันธมิตรปลอมพันธมิตรเก๊...หยุดวงจรอุบาทว์แค่หน้าฉาก...หลังฉาก... รีบกวาดบ้านเผด็จการคราบประชาธิปไตย...อมเงินหลวงทุกรูปแบบ

อดใจรอมาหลายย่อหน้า ต่อจากนี้คือความในใจลูกผู้ชายชื่อ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร อดีตผู้ช่วยเลขาธิการคมช. ซึ่งตกปากรับคำจาก พล.อ.สนธิ เสร็จภาระกิจพาดบันไดก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผบ.ทบ.ชัวร์ แต่มิตรกลับออกลายกลับลำชู (พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์) เพื่อนรู้ใจอีกคนขึ้นแทนแต่สะดุดขาตัวเองล้มอีกครั้ง ผลที่สุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา คว้าผบ.ทบ.

พล.อ.สพรั่ง โดนเด้งข้ามห้วยนั่งรองปลัดกระทรวงกลาโหมมาถึงปัจจุบัน เป็นผลต่อเนื่องจากเพื่อนดัดหลัง จนต้องพูดฝากใจ...นับไม่ญาติ กับคนชื่อ(พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน) ตามบทสัมภาษณ์พิเศษ ดังนี้

-ถามตรงๆว่ามีความรู้สึกที่มีต่อ พล.อ.สนธิ ยังเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะมีข่าวตอนนี้ไม่มองหน้ากันแล้ว

พล.อ.สพรั่ง - เอาเป็นว่าไม่โกหก คือเหมือนคนใหม่ อยากขอสื่อลงให้ชัดว่า "เหมือนคนใหม่" นั่นคือคําตอบ เหมือนกับคนที่เพิ่งรู้จักกันครั้งแรก

-ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่

พล.อ.สพรั่ง - ก่อนการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารเมื่อปลายเดือน ต.ค.ปีที่ผ่านมา ไม่นับญาติ ไม่ถือว่าคุ้นเคย และอื่นๆในความหมายของมัน คนมันต้องมีความจริงใจ หากขาดเสียซึ่งความจริงใจมันก็...

ความจริงใจเหมือนยาที่มีคุณภาพมาก ความจริงใจจะทำให้วงจรชีวิตของยามีคุณภาพ แต่เมื่อไหร่วงจรชีวิตมันหมดก็จะสูญเสีย ยาก็จะไม่มีคุณภาพ ยานั้นก็จะต้องทิ้ง ความจริงใจเป็นคุณสมบัติอันนี้ ถ้าอยู่ในคุณสมบัติชองใครจะทําให้คนนั้นเป็นคนดี แต่ถ้าไม่มีความจริงใจจะน่าคบหรือไม่...เป็นเพื่อนร่วมทางกันไม่ได้

-แสดงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรุนแรงมาก พูดได้หรือไม่ว่าจะไม่เผาผีกับ พล.อ.สนธิ อีก

พล.อ.สพรั่ง - เพราะมันตายกันคนละเวลาแน่นอน ปกติผมก็ไม่ค่อยไปงานพวกนี้อยู่แล้ว เพียงแต่จะเลือกไปเท่านั้น คนที่ทำร้ายผมได้คือคนที่ใกล้ชิด รักกันชอบกัน

-เคยทุบโต๊ะบ่นเจ็บใจหรือไม่ว่าทําไมถึงทํากับนักรบชื่อ พล.อ.สพรั่ง ได้

พล.อ.สพรั่ง - ก็ต้องไปถามเขา แต่ผมไม่แปลกใจ เพราะรู้จักคน ก็เหมือนร่วมอาชีพ บางทีเราอยากจะหนี แต่ทําไม่ได้

-ความสัมพันธ์กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เป็นอย่างไรบ้าง

พล.อ.สพรั่ง - น้องเขาให้ความเคารพสม่ำเสมอ น้องเขามีไมตรีจิตดีเป็นปกติ ตอนนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ได้เป็นผบ.ทบ. ผมก็แสดงความยินดี พล.อ.อนุพงษ์ ก็บอกว่าพี่มีอะไรเต็มที่เหมือนเดิม ผมก็บอกว่าพี่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมยังขอบคุณ พล.อ.อนุพงษ์ เลย

-รู้สึกอย่างไรที่เจอมรสุมทั้งผู้บังคับบัญชา และเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดที่เรียกว่า "มิตรอำมหิต"

พล.อ.สพรั่ง - ข่าวหนังสือพิมพ์ที่เข้าข่ายโจมตี ผมได้ดำเนินการทางกฎหมายไปแล้ว ผมอยากจะหาตัวผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่น มิตรรักแฟนเพลงกันทั้งนั้น เจ้าตัวรู้ดี เป็นใครไปไม่ได้ แต่ผมไม่อยากทะเลาะผ่านสื่อ เพราะไม่อยากตกเป็นเหยื่อของการเล่น ปัญหาบ้านเมืองมีอีกเยอะ

จากปากคำ พล.อ.สพรั่ง คนกันเองที่ถูกหมางเมิน...เปลือยกายเปลือยใจจุดยืนนายพลหน้าขาวเปลี่ยนสี ถอดสี ถอดใจ ปันใจให้คนอื่น ใครอย่าเปลี่ยนใจผม จะตามล่าขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า เงินงบหลวงอยู่กับคนมันชั่วปฎิวัติยึดอำนาจ เงินทองอยู่ติดมือ จะใต้ดินบนดินจะกี่พันกี่หมื่นล้านบาท ให้ถือว่า กำลังนี้กรรมมันติดจรวดกับคนมันชั่วอยู่ครับ

จาก hi-thaksin