ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, November 29, 2008

แถลงการณ์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

แถลงการณ์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
เรื่อง คืนความเป็นมนุษย์และนำหลักนิติรัฐกลับสู่สังคมไทย



ท่ามกลางความขัดแย้งที่กำลังขยายตัวออกอย่างกว้างขวางในสังคมไทย ดังปรากฏให้เห็นจากการเข่นฆ่าและการทำร้ายกันระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนและต่อต้านพันธมิตรฯ ทั้งที่เกิดขึ้นทั้งในกรุงเทพและในต่างจังหวัด และจนบัดนี้ก็ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะยุติลงได้อย่างไร แต่มีแนวโน้มว่าจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น


ไม่ว่าความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลและพันธมิตรจะดำเนินไปหรือยุติลงในลักษณะเช่นไร แต่สิ่งที่มีความหมายสำหรับสังคมไทยและจะเป็นหนทางหนึ่งในการธำรงรักษาให้สังคมไทยไม่ให้บอบช้ำไปมากกว่านี้ นั่นคือต้องร่วมผลักดันและเรียกร้องดังต่อไปนี้


ประการแรก นำหลักนิติรัฐมาบังคับใช้อย่างเป็นธรรม
สภาวะความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมาของหน่วยงานรัฐรวมถึงการเพิกเฉยของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งทำให้สังคมตกอยู่ในสภาวะของการทำสงครามระหว่างผู้คน หากยังปล่อยให้สภาพดังกล่าวดำเนินต่อไปก็จะมีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของผู้คน


จำเป็นที่จะต้องทำให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายโดยองค์กรเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อผู้ที่กระทำผิดกฎหมายไม่ว่าผู้กระทำจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม หากหน่วยงานรัฐใดไม่กระทำตามหน้าที่ก็ต้องรับผิดชอบในการกระทำของตน อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดต้องดำเนินไปตามกรอบของความชอบด้วยกฎหมายและความเหมาะสมตามมาตรฐานของอารยะประเทศ มิใช่เป็นการใช้อำนาจด้วยความรุนแรงตามอำเภอใจเพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของตนเองและพรรคพวก
ประการที่สอง คืนความเป็นมนุษย์ให้กับสังคมไทย


ในห้วงเวลาแห่งความขัดแย้งที่ผ่านมา ได้มีการปลุกเร้าและสร้างความหมายให้ฝ่ายที่คิดต่างจากตนกลายเป็นศัตรูที่ต้องกำจัด จึงทำให้สามารถที่จะลงมือต่ออีกฝ่ายได้เมื่อเผชิญหน้ากัน สังคมไทยเคยมีบทเรียนของการแบ่ง “ซ้าย/ขวา” จากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เมื่อมาถึงบัดนี้การแบ่งแยกระหว่าง “แดง/เหลือง” กำลังนำพาสังคมไทยย้อนกลับไปสู่โศกนาฏกรรมแบบเดิมอีกครั้งหนึ่ง


ควรตระหนักว่าไม่ว่าจะมีความเห็นไปในทิศทางใดก็ตาม แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับตนก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเฉกเช่นเดียวกับเรา อุดมการณ์ทางการเมืองที่ทั้งสองฝ่ายกำลังยึดมั่นและปลุกปั่นอยู่ในขณะนี้ ล้วนแต่ไม่มีคุณค่าพอต่อชีวิตและเลือดเนื้อของผู้คน ต้องเรียกร้องให้หวนกลับมาตระหนักถึงความเป็นมนุษย์ของเพื่อนร่วมสังคมให้มากขึ้น รวมทั้งประณามการกระทำที่มีผลต่อการสร้างความเป็นศัตรูให้เกิดขึ้นระหว่างผู้คนในสังคมไทยด้วยกันไม่ว่าการกระทำนั้นจะมาจากฝ่ายใดก็ตาม


เงื่อนไขทั้งสองประการจะเป็นสิ่งที่ช่วยประคับประคองสังคมไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจึงใคร่ขอเรียกร้องให้สังคมร่วมกันผลักดันและสนับสนุนให้เกิดการคืนความเป็นมนุษย์และนำหลักนิติรัฐกลับสู่สังคมไทยโดยเร่งด่วนที่สุด


มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

29 พฤศจิกายน 2551


ที่มา : website มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

"อียู"ซัดพธม.ทำภาพลักษณ์ไทยเสียจี้"ม็อบถ่อย"ออกจากสนามบินอย่างสันติ


สหภาพยุโรป ออกแถลงการณ์ จวก ม็อบเถื่อนยึดท่าอากาศยานไม่เหมาะสม ทำภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย เรียกร้อง กลุ่มผู้ประท้วงออกจากดอนเมือง-สุวรรณภูมิ อย่างเร็วและสันติ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (29 พ.ย.) ว่า สหภาพยุโรป (อียู) ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ชุมนุมประท้วงในประเทศไทย ออกไปจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองอย่างสงบ และว่าการชุมนุมประท้วง ซึ่งทำให้มีผู้โดยสารตกค้างถึงกว่า 100,000 คน กำลังทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหายอย่างมาก

แถลงการณ์จากเอกอัครราชทูตอียูประจำประเทศไทยยังได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเมืองในไทยอย่างสันติ เคารพในกฎหมาย และสถาบันประชาธิปไตยของประเทศ และว่าอียูเคารพสิทธิในการประท้วงและปราศจากการแทรกแซงปัญหาการเมืองภายในของไทย แต่เห็นว่าการกระทำของกลุ่มผู้ประท้วงในเวลานี้เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งยังเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของนานาประเทศ
เอกอัครราชทูตอียูเรียกร้องให้กลุ่มผู้ประท้วงออกไปจากท่าอากาศยานทั้ง 2 แห่ง อย่างสันติและโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตการณ์และผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทย

เด็กพรรคสะตอกร่างรุมตื้บนักข่าวพิมพ์ไทย

เด็กส.ส.ประชาธิปัตย์ อำนาจล้นฟ้า ส่ง 3ชายฉกรรจ์ไล่บี้กระทืบนักข่าวพิมพ์ไทย โดดแย่งหลักฐานภาพเด็ดส่อทุจริตเลือกตั้ง แจกแว่นปชช.เป็นว่าเล่น โชคช่วยรอดน้ำมือมารมาได้โร่แจ้งความตามจับมาดำเนินคดีตามกม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (29พ.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น.ที่สถานีตำรวจนครบาลบุคโล นายฐากูร คงมิ่ง ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย เข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.สุรศักดิ์ ปานอ้น พนักงานสอบสวนสน.บุคโล เนื่องจากถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บหลังจากเข้าไปถ่ายภาพ ส.ส.พรรคประชาธิปัติแจกแว่นตาให้กับประชาชนที่ศาลเจ้าโกวบ้อ ซอยตากสิน 34

โดยนายฐากูร กล่าวว่า ตนเองได้รับแจ้งจากบรรณาธิการข่าวว่ามีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไปแจกจ่ายแว่นตาที่ศาลเจ้าโคลบอล ซึงผิดพ.ร.บ.การเลือกตั้ง จึงให้ตนเองไปตรวจสอบ ตนก็เดินทางไปที่ดังกล่าวในเวลาประมาณ 11.30 น.เมื่อไปถึงพบว่ามีนางนันทพร วีรกุลสุนทร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมส.ก.ในพื้นที่และทีมงานกำลังแจกจ่ายแว่นตาให้ประชาชนอยู่จริง จึงได้นำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพ ขณะที่บันทึกภาพอยู่นั้น กลุ่มผู้แจกจ่ายแว่นตาได้เข้ามารุมต่อว่าจะถ่ายไปทำไม และเกิดการโต้เถียงกันขึ้น ตนเองบอกว่าไม่ได้ถ่ายเพราะเกรงจะถูกทำร้าย

“หนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์ ก็เข้ามาแย่งโทรศัพท์มือถือไปจากมือ และลบภาพที่บันทึกไว้ทิ้งไป และกลุ่มคนร้ายก็รุมต่อว่าและกักตัวไม่ให้ออกจากพื้นที่ พยายามคาดคั้นให้ผมบอกให้ได้ว่าเอารูปไปทำอะไร ผมพยายามหนีขี่มอเตอร์ไซด์ออกมา ขณะที่ขี่มอเตอร์ไซด์ก็ถูกชายคนหนึ่งกระโดดต่อยที่หน้า ผมก็ขี่มอเตอร์ไซด์หนีต่อมาทางซอยตากสิน 34 ก็มีชายฉกรรจ์อีก 3 คนมาดักรุมทำร้าย ผมจึงตัดสินใจทิ้งมอเตอร์ไซด์ แล้ววิ่งหนีมายังฝั่งตรงกันข้ามขอความช่วยเหลือจากสายตรวจบริเวณ นำผมไปแจ้งความที่สน.บุคโล และเอารถผมกลับไปให้”นายฐากูรกล่าว

ทั้งนี้นายฐากูร กล่าวต่อว่า หลังจากไปแจ้งความที่สน.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตากสิน และเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมติดตามคนร้ายแต่ปรากฏว่าคนร้ายได้หนีไปหมดแล้ว



กลไกบัดซบ!!เสื้อแดงแฉตัดลมพปช.แลกม็อบมารยุติชำเราประเทศ


เข้าตำรายกพิมเสนแลกเกลือ'นายหัววีระ'แฉยับคดียุบพรรคหวัง“รัฐประหารซ่อนรูป”ล้มรัฐบาลพลังประชาชน แลก ม็อบสถุนเลิกย้ำยีประเทศ ชี้'ไอ้ปื้ด'ดอดเจรจาลับกับม็อบโกเต็กซ์ย้ายออกสุวรรณภูมิ 'จตุพร'ลั่นตุลาการรธน.ชุดนี้น่าละอาย สมคบคิดยึดอำนาจ ประกาศศึกวันแดงเดือดพรุ่งนี้ ต้านชุมนุมม็อบสันดานหมาบ้า ต้านรัฐประหารเงียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(29 พ.ย.) นายวีระ มุสิกพงษ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการการแห่งชาติ และผู้ดำเนินรายการหลักความจริงวันนี้ กล่าวแถลงนัดชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดง ว่า หากมาตราการที่จะดึงคนออกจากสนามบินทั้งสองแห่งไม่บังเกิดผลและเหตุการณ์ในบ้านเมืองยังไม่ดีขึ้นเราจะจะนัดชุมนุมคนเสื้อแดง เพื่อให้กำลังใจแต่เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติตามกฎหมายให้เห็นว่ายังมีประชาชนสนับสนุนการทำหน้าอย่างเต็มกำลัง พร้อมกับระบุถึงคดียุบพรรคพลังประชาชนนั้นเป็นข้อเจรจาระหว่างคนลึกลับกับคนในม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่กลุ่มพันธมิตรฯจะล่าถอยออกจากการเข้ายึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยให้ประชาชนสังเกตจากคำแถลงของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า วันที่ 2 ธค.ทุกอย่างจะจบ ซึ่งเห็นได้ว่ามีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อล้มล้างรัฐบาลให้ได้ แต่ใช้วิธีแยบยลให้ประชาชนเห็นว่าเป็นเรื่องของกระบวนการประชาธิปไตย ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธี “รัฐประหารซ่อนรูป”

"เวลานี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฎิบัติการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยจากมาตราการอ่อนไปหาแข็งด้วยวิธีการเจรจา ซึ่งอาจต้องใช้เวลา ฉะนั้นจึงต้องชุมนุมคนเสื้อแดง เพื่อให้กำลังใจการทำงานของรัฐบาล แต่ขณะนี้เกิดเหตุแทรกซ้อน คือกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่ พิจารณาตามข้อเสนอของทั้ง 3 พรรค ได้แก่พรรคพลังประชาชน พรรคมฌิมาธิปไตยและพรรคชาติไทย โดยจะไม่พิจารณาพยานหลักฐานเพิ่มเติมตามที่ได้ร้องขอเสนอไป โดยจะไม่รับหลักฐานใดๆเพิ่มเติมปิดคดีเพียงเท่านั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวเราทราบว่าเป็นการแลกเปลี่ยน ในการเจราระหว่างคนลึกลับกับคนในม็อบที่ไปปิดสนามบิน เป็นข้อตกลงว่าใช้มาตราการทางศาลล้มล้างรัฐบาลจะยอมเคลื่อนย้ายออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ"นายวีระกล่าว

อย่างไรก็ตามในการวันที่ 30 พ.ย.นี้ จึงมีวัตถุประสงค์ 2 ประการคือ 1. เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติหน้าที่ทุกฝ่ายที่ไปคลี่คลายสถานการณ์ในสนามบินทั้งสองแห่ง 2.เพื่อต่อต้านการทำ “รัฐประหารซ่อนรูป” ดังนั้นเชิญชวนผู้ที่รักประชาธิปไตยมาร่วมต่อต้อานเผด็จการในทุกรูปแบบตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ที่ท้องสนามหลวง เวลา 16.00 น.ส่วนการชุมนุมจะจบสิ้นใน 1-2 วันหรือจะยืดเยื้อต่อไปแล้วแต่สถานกาณ์ อย่างไรก็ตามในการชุมนุมจะไม่ต่อสายโทรศัพท์ถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งขอสงวนเนื้อหาของแต่ละคนที่จะขึ้นพูดบนเวทีด้วย และยืนยันว่าการชุมนุมจะไม่สร้าความปั่นป่วนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่เคลื่อนย้ายเพื่อสร้างความวุ่นวายใดๆทั้งสิ้น

'เดอะตู่'ลั่นแดงรักชาติล้นสนามหลวง

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ หนึ่งในแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการการแห่งชาติ กล่าวว่า จุดเปลี่ยของเหตุการณ์มีอยู่ 2 ทางคือ 1.ในวันพรุ่งนี้ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยคนเสื้อแดง จะมาชุมนุมกันเต็มท้องสนามหลวงล้นถนนราชดำเนินเพื่อหยุดยั้งความเป็นอาณาธิปไตยในขณะนี้ และ 2.เพื่อหยุดยั้งการรัฐประหาร ของศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของกลไกลเผด็จการเดิมในการประหัตถ์ประหารฝ่ายประชาธิปไตยอย่างนับไม่ถ้วน

หากพรรคพลังประชาชนถูกตัดสินยุบนั้นไม่มีปัญหา แต่การที่ศาลรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือเพื่อหยุดยั้งการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งเมื่อหลังจากที่ นายกฯประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อนำกลุ่มพันธมิตรฯออกจาสนามบิน และวันรุ่งขึ้นศาลรัฐธรรมนูญประกาศวันให้แต่ละพรรคนั้นได้แถลงปิดคดี นั้นหมายความว่าเมื่อตัดสินยุบพรรคความเป็นนายกรัฐมนตรี ของนาสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะพ้นตำแหน่งไปโดยกฎหมาย ทั้งนี้กลไกลของศาลก็เป็นกลไกลของรัฐประหารนายกรัฐมนตรี

พร้อมกันนี้ตนขอเรียนต่อสื่อมวลชนว่า ตุลาการศาลรัฐธรมนูญชุดนี้เป็นกลไกลทางการเมือง ไร้ความน่าเชื่อถือ มีพฤติกรรมที่น่าละอาย สมคบคิดกันยึดอำนาจ เป็นการรัฐประหารแบบครอบคลุม คือการใส่ชุดครุยทำการรัฐประหาร การทำการโดยไม่เกรงใจประชาชนที่รักความยุติธรรม คนที่ตัดสินคดีความหากจิตใจสกปรก ผลการตัดสินดคีก็สกปรก การประกาศวันยุบพรรคเพื่อต้องการประกาศว่า อีก 4 วันรัฐบาลจะหมดอำนาจจะต้องไป เพื่อที่จะบอกเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงานว่า อย่าไปทำสิ่งใดกับกลุ่มพันธมิตรฯ ต้องการทำให้เป็นศูนย์ยากาศทางการเมือง ฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่รักประชาธิปไตยขอให้มารวมตัวกัน เพื่อนๆสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคยกล่าวว่า จะระดมคนให้นำมารวมกันที่ท้องสนามหลวง

อนุพงษ์เกือบเสียรู้สองนักวิชาการ "สุรพล-สมบัติ" ซ่อนเงื่อนวิ่งราวเก้าอี้ รมต. โดย : Scorpion

Thaifreenews

อนุพงษ์เกือบเสียรู้

อนุพงษ์เกือบเสียรู้สองนักวิชาการ "สุรพล-สมบัติ"


ซ่อนเงื่อนวิ่งราวเก้าอี้ รมต.



โดย : Scorpion


วันเสาร์ที่ 29 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2551



วันที่ ๒๖ พ.ย. คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วมโดยมีพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เป็นประธาน สรุปผลหารือกับฝ่ายความมั่นคง หัวหน้าส่วนราชการระดับอธิบดีขึ้นไป อธิการบดีมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน รวมทั้งนายกสมาคมภาคธุรกิจหลายสาขา เสนอให้นายกรัฐมนตรียุบสภา ตามการชื้นำของ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยลัยธรรมศาสตร์ และ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

***หากนายกสมชายตัดสินยุบสภาอะไรจะเกิดขึ้น***

๒๗ พ.ย. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เดินทางกลับจากต่างประเทศได้เห็นข้อเสนอของ พลเอกอนุพงษ์ เสนอให้ยุบสภาแล้วเห็นว่าเป็นความคิดเห็นที่หวังดี แต่ทำไม่ได้


เพราะการยุบสภาปัญหาจะเกิดขึ้นมาก แม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ ระบุว่ามาตรา ๑๐๑ บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (๓) เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกัน ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภา ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง เพราะ....ถ้ายุบสภาแล้วศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดียุบพรรค เท่ากับลอยแพ ส.ส.สังกัดพรรคที่ถูกยุบพรรค โดยเฉพาะพรรคพลังประชาชน จะวิ่งหาเข้าพรรคใหม่ไม่ทัน ก็หมดสิทธิ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง และตัวนายกรัฐมนตรีก็จะขาดคุณสมบัติลงทันที

ณ วันนี้ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่ามันเล่นกันแบบตาใสๆเลย โดยศาลรัฐธรรมนูญนัดตัดสินคดียุบพรรคในวันที่ ๒ ธ.ค.นี้ ตรงกับพันธมิตรฯที่ประกาศเช้าประกาศเย็นว่าคดียุบพรรคจะตัดสินภายในไม่เกิน ๓ ธ.ค. และนายกฯจะไม่ได้เข้าไปนั่งฟังพระราชดำรัสในวันที่ ๔ ธ.ค.

ผูกเงื่อนพันคอรัฐบาลต่อไป

วีรกรรมการวิ่งราวเก้าอี้นายกรัฐมนตรีก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เลยนึกถึงนิทานอีสบเรื่อง สุนัขจิ้งจอกกับอีกา ว่า

สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่ง (สองตัว) เห็นอีกาคาบชื้นเนื้ออยู่บนต้นไม้มันต้องการเนื้อชิ้นนั้นเจ้าสุนัขจิ้งจอกที่ฉลาดแกมโกงจึงกล่าวยกยออีกาว่า " เจ้าช่างสวยอะไรเช่นนี้จะดูขนก็สวยงามกว่าใครๆ ข้ายังไม่เคยพบใครขนสวยอย่างนี้มาก่อนเลยรูปร่างก็ระหงสวยสง่าน้ำเสียงหรือก็จะแสนไพเราะจับใจ " อีกาดีใจที่ได้ฟังคำพูดยกยอดังนั้น จึงกระโดดไปมาด้วยความตื่นเต้นบนกิ่งไม้และต้องการพิสูจน์ตัวเองว่า มีเสียงไพเราะจริงหรือไม่จึงอ้าปาก ส่งเสียงร้องเพลงทันใดนั้นชิ้นเนื้อก็ตกลงมาที่สุนัขจิ้งจอก ซึ่งตรงเข้าตะครุบและขย้ำกินทันทีด้วยความปลาบปลื้มกับ สมองอันชาญฉลาดของมัน

อนุพงษ์ อ้าปากไม่มีชิ้นเนื้อ หมาจิ้งจอกสองตัวนั้นจึงได้กินแต่น้ำลาย

แต่หากนายกสมชายอ้าปาก ชิ้นเนื้อนั้นก็จะตกลงมาให้สุนัขจิ้งจอกสองตัวขย้ำกินอย่างโอชะทันที

จิ้งจอกสองตัวนี้ ไม่เคยคิดถึงความเสียหายอะไรต่อประเทศ ....มีแต่ข่มขืนประเทศครั้งแล้วครั้งเล่า

ขอให้เพียงได้ชิ้นเนื้อ คือเก้าอี้รัฐมนตรี แบบเรียนลัดโดยไม่ต้องลงเลือกตั้ง...ก็พอ

ท่านอนุพงษ์ที่เคารพ ระวังสุนัขจิ้งจอกสองตัวนี้ให้ดี และฝากลสุภาษิตนี้ให้ท่านด้วย ที่ว่า

คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล

เสี่ยมมาเกิดปชป.แขวะพรรคร่วมเร่งถอรตัวจากรบ.

วันนี้ (29 พ.ย.) นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง ปัญหาทางการเมืองในขณะนี้ว่า ทุกฝ่ายควรหยุดกระทำการสิ่งต่างๆ และลดทิฐิที่มีต่อกัน เพื่อหาทางออกให้กับประเทศชาติ ซึ่งเชื่อว่าแนวคิดรัฐบาลรักษาการ น่าจะมีความเหมาะสม โดยการเชิญชวนคนกลางที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่จำเป็นต้องมาจากพรรคใด หรืออาจจะเป็นบุคคลภายนอกได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนตัวต่อต้านการปฏิวัติ แต่หากการทำปฏิวัติแล้วทำให้ปัญหาทุกอย่างจบลง และเป็นทางออกของประเทศก็ยอมรับได้

พร้อมกันนี้หากพรรคร่วมรัฐบาล ยอมถอนตัว เพื่อให้เกิดช่องทางในการแก้ไขปัญหาทางการเมืองก็ถือเป็นเรื่องที่ดี ส่วนการที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะถอนการชุมนุมจากสนามบินสุวรรณภูมิในเวลานี้คงเป็นเรื่องที่ยาก แต่หากผู้ชุมนุม เปิดสนามบินให้ชาวต่างชาติได้เดินทางกลับ ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าเหมาะสม



ขี้ล้นสมองม็อบโกเต็กซ์สั่งปชช.ตายแทนด้วย


ม็อบคลั่ง สื่อมั่ว สร้างกระแสป่วนทั้งวุ่น บีบตร.ห้ามเข้าใกล้ฐานที่ตั้ง ขี้ขึ้นสมองหวั่นสลายการชุมุนม ตั้งด่าน จอดรถ 8 คัน ปิดถนนวิภาวดี จราจรติดอัมพาต 3 ชั่วโมง ประชาชนสวดยับโจรทำเดือดร้อน แกนนำหน้าด้านอ้างไม่ใช่พวก กุซ้ำตร.กราดยิงผู้ชุมนุม 'โกตั๊บ'หัวหดปลุกคนไปตายคาสนามบิน อ้างขอป้องกันฐานASTV ยิ่งชีพ

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา มีกลุ่มบุคคลนำรถยนต์ 8 คัน จอดปิดถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า บริเวณด้านหน้าอาคารคลังสินค้า สนามบินดอนเมือง ทำให้การจราจรสามารถวิ่งได้เลนเดียว ทำให้รถบริเวณหน้าสนามบินดอนเมืองติดยาวไปถึงรังสิตสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก บางคนถึงกลับลงมาเข็นรถ แต่คนขับใส่เบรคมือไว้ ผู้ใช้รถบางคนจึงนำก้อนหินขว้างใส่รถคันดังกล่าว
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ผ่านไป 3 ชั่วโมง ตำรวจจราจรกลางจึงนำรถลากมาลากรถที่จอดกีดขวางดังกล่าวทั้งหมดออกไป ขณะที่ทางแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่างปฏิเสธว่า ไม่ใช่การกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ

ขณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กลุ่มแนวร่วมพันธมิตรฯ ได้ระดมมวลโดยขนคนเต็มรถกระบะหลายคนเพื่อกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ตรึงกำลังอยู่บริเวณทางเข้ารอบนอกของตัวอาคาร หลังรู้ว่ามีการปิดกั้นไม่ให้นำอาหารและขนคนเข้ามาในพื้นที่การชุมนุม

'โกวิท'ย้ำม็อบหมาบ้าห้ามเมินเจรจา

อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมากองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาประชุมร่วมกับพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง โดยพล.ต.อ.โกวิท กล่าวถึงการเจรจากับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ต้องดูว่าเขาจะเจรจาด้วยหรือไม่

ทั้งนี้เมื่อถามว่า ถ้ากลุ่มพันธมิตรฯไม่ยินยอมเจรจาตำรวจจะทำอย่างไร พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า หากไม่เจรจา ก็ต้องทำ โดยไม่ได้ตอบคำถามว่าจะทำอย่างไร โดยอ้างว่าขอเข้าประชุมก่อน

ตร.ตั้งด่านสกัดบนมอเตอร์เวย์ ห้ามเข้าสุวรรณภูมิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าความคืบหน้าการตั้งด่านสกัดบนทางถนนมอเตอร์เวย์ทางเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างยาวนานตั้งแต่เวลา 03.00 น.โดยมีการเรียกตรวจรถทุกคันที่วิ่งผ่านอย่างละเอียด พร้อมกับห้ามเข้าไปในสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังปักหลักชุมนุมอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีการประกาศใช้ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง

เริ่มจากเมื่อช่วงเช้าของวันนี้(29 พ.ย.)พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัยที่ทำเนียบรัฐบาล โดยประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล เตรียมพร้อมไปสมทบกับผู้ชุมนุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้มากที่สุด และจะมีการแจ้งให้ทราบว่าจะไปขึ้นรถที่จุดใด อย่างไรก็ตามการรักษาความปลอดภัยของพันธมิตรฯ การ์ดพันธมิตรฯยังรักษาความปลอดภัยอยู่ทุกประตูอย่างเข้มงวดตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีการประกาศกับกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ต้องเดินทางไปสมทบที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว โดยอ้างว่ามีกำลังพลอย่างเพียงพอ เพราะมีการส่งคนไปก่อนหน้านี้ประมาณ 400 คน ได้มีการจัดชุดทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมที่เดินทางไปช่วยที่สุวรรณภูมิ และให้กลับมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล

ม็อบป่วนล้อมวงตร.หวิดปะทะ

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายอมร อมรรัตนานนท์ แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ได้นำกลุ่มผู้ชุมนุมขึ้นรถยนต์ส่วนตัวและรถบรรทุกของกองทัพธรรมกว่า 30 คัน ออกมาประกบและขอร้องตำรวจชุดปราบจลาจลของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้เปิดเส้นทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิบริเวณทางยกระดับเชื่อมถนนมอเตอร์เวย์ตัดกับถนนร่วมเกล้า

ทั้งนี้ ในจุดดังกล่าว เกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อยเมื่อกลุ่มพันธมิตรฯ ที่มีจำนวนมากกว่าเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีจำนวน 1 กองร้อย ได้พยายามเข้าล้อมกรอบเจ้าหน้าที่และต้องการให้เคลื่อนย้ายรถบรรทุกผู้ต้องขังออกไปจากการปิดถนน ทั้งนี้ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย พล.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งอยู่ในจุดเกิดเหตุได้เข้าเจรจาและทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุมจนเหตุการณ์คลี่คลาย โดยตำรวจยอมทำตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม

สื่อโกเต็กซ์กุตร.กราดยิงประชาชน

จากเหตุปะทะคารมของกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ เพื่อขับไล่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 กองร้อย ที่ตั้งด่านสกัดอยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังขับรถออกจากที่เหตุ กลุ่มพันธมิตรฯดังกล่าวสื่อเอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ได้เสนอรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 200 นายตรึงกำลังประชิดกลุ่มผู้ชุมนุม ที่บริเวณด่านสกัดตรงทางขาขึ้นสุวรรณภูมิชั้นที่ 4 พร้อมกับเปิดฉากยิงใส่ผู้ชุมนุมแต่ไม่ปรากฎว่ามีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ไม่มีสื่อแขนงใดได้รายงานสถานการณ์รุนแรงดังกล่าว เนื่องจากไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง

'โกตั๊บ'ชี้นิ้วสั่งม็อบบ้าหลั่งเลือดทาแผ่นดิน

ต่อจากนั้นเมื่อช่วงสายของวันเดียวกันที่สตูดิโอเอเอสทีวี บ้านเจ้าพระยา นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำคนสำคัญได้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงสดผ่านสื่อโดยปลุกระดมประชาชนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการปิดสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี จึงขอให้ประชาชนต่อสู้ให้ถึงที่สุด เพือปกป้องรัฐธรรมนูญ

" ไม่เป็นไรช่างมั่น ถ้าตายแล้วชาติบ้านเมืองจะดีขึ้นก็ขอให้ตายในวันนี้ก็แล้วกัน ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วก็อย่าอยู่มีชีวิตต่อไปอีกจะดีกว่า เพราะมันไม่มีความหมาย ผมไม่อยู่กับความเป็นสัตว์นรก พี่น้องไม่ต้องกังวล พี่น้องดูแลทำเนียบฯ ดูแลสุวรรณภูมิ ถ้ามันจะจ้องหลั่งเลือดอีกหลายครั้งก็ให้มันหลั่งเลือดพี่น้อง การชุมนุมของพวกเราคือป้องกันรัฐธรรมนูญ เอเอสทีวีถ่ายทอดอยู่ในสถานที่ตั้ง ฉะนั้นแล้วการจะมาบุกยึดเอเอสทีวีนั้น เราไม่เปิดประตูให้แน่นอน แล้วถ้าบุกเข้ามายิงเรา เราก็ยิงสวนกลับถ้าต้องตายก็ต้องตาย ”

ตร.อารักขาบ้านนายกฯหวั่นมือมืด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศที่บ้านพักของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ที่ จ.เชียงใหม่ กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 กว่า 100 คน ได้ระดมกำลังมารวมตัวกันที่ถนนด้านหน้า บริเวณทางเข้าหมู่บ้านกรีนวัลเลย์ จ.เชียงใหม่ เพื่ออารักขานายกรัฐมนตรี โดยมีการตั้งเต้นท์ และนำอาหารมารับประทาน เฝ้าเวรยามตลอดทั้งคืน โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 และชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ วางกำลังอารักขาโดยรอบประมาณ 15 นาย


ยินดีต้อนรับอดีตนักรบ hi-thaksin.....โดย : Albatross

ยินดีต้อนรับอดีตนักรบ hi-thaksin

โดย : Albatross

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ.2551

Thaifreenews.com ขอต้อนรับกองทัพอดีตนักรบแห่ง hi-thaksin ผู้มีหัวใจประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการกลับสู่สมรภูมิอีกครั้ง เป็นที่ประจักรแล้วว่าท่านได้ร่วมรบกับ hi-thaksin ในทุกสมรภูมิอย่างกล้าหาญ เป็นที่พึ่งของประชาชนชาวรากหญ้า และสามารถเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลต่างๆ ให้กระจ่างชัดเปิดเผยสู่สาธารณชนทั้งก่อนและหลังรัฐประหารอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยและได้ผล

Thaifreenews.com ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป Thaifreenews.com จะร่วมกับกองทัพอดีตนักรบแห่ง hi-thaksin ต่อสู้กับความอยุติธรรมเพื่อรักษาประเทศไทยไว้ให้ลูกหลานสืบไป

ขอต้อนรับ Power Inspection, ประดาบ, กาหลิบ, อาคมซิดนีย์, บก.ลายจุด, มังกรดำ, bangdor, thai esan, konnon, satitep, chaispat, porntep,bdrjr, super mild, prathueang, chunrapan, chaispat, sivadewa, phatararanakorn, lena, USA, chunrapan, pong pang, percival, hmopong,jirayu, clipclub, บิ๊กอู๊ด, เด็กโคราช,รู้ทัน, bell, rangsun,จักร, jeabok, rsujet, phim, กาดำ, demo, คนอีสาน, น้ำใส, leela, ลูกข้าวเหนียว, วาเนซา, คนไทยต่างแดน, คนรากหญ้า, panada, konnan, kan, win, geelong, tugtry chinchar, rakthai,nikita, piya444, Top Secret, Crying Prophet (ขออภัยที่ชื่อตกหล่น) สู่สมรภูมิอีกครั้ง

สมรภูมิของท่านจะปรากฏขึ้นที่นี่ภายในวันอาทิตย์นี้

Albatross

จาก thaifreenews

อินเดียตบหน้าไทยแลนด์อย่างจัง!!!!!!!!!!!

อินเดียตบหน้าไทยแลนด์อย่างจัง!!!!!!!!!!!


โดย : ป้าพลอย

วันเสาร์ที่ 29 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2551

ตอนนี้ภาคพื้นเอเซียแข่งขันกันก่อการร้ายใหญ่เลย ไทยแลนด์ยังไม่ทันที่จะปราบผู้ก่อการร้ายพันธมิตร ทางประเทศอินเดียแซงคิวไปอีกแล้วตอนนี้กำลังยิงสู้กันหูดับตับไหม้ ดูข่าวในโทรทัศน์รัฐบาลอินเดียเด็ดขาดกว่าไทย สั่งทหารตำรวจลุยเลย ซัดกันใช้ปืนใหญ่ยิงถล่มจุดที่ผู้ก่อการร้ายซุ่มอยู่ในบ้านฝาผนังบ้านพังทลายรูโตช้างยังรอดเข้าไปได้ ยิงกันแบบสงครามอิรักเลยวะ นั่นมันต้องอย่างนั้นแหละถึงจะสาสม เพราะผู้ก่อการร้ายระเบิดในโรงแรมมีคนเสียชีวิตเกือบร่วมร้อยคนที่เมืองท่าเรือบอมส์เบย์

ประเทศไทยผู้ก่อการร้าย ยังไม่ออกจากสนามบิน ตำรวจทหารไทยกลัวผู้ก่อการร้ายขายขี้หน้าสู้ประเทศอินเดียก็ไม่ได้เฮ้อไทยแลนด์ แล้วนี่เมื่อไหร่จะเริ่มเสียทีมัวแต่หันรีหันขวาง คนต่างชาติเขาจะได้กลับบ้านกลับช่องเสียทีลูกเมียคอยอยู่ทางบ้าน ได้ข่าวว่ากร่างน่าดูพวกเสื้อเหลืองก่อการร้าย ฝรั่งบอกไม่เคยเห็นมาก่อนม๊อบมีผู้หญิงเพียบเลย แถมมีคนเฒ่าคนแก่ร่วมด้วย แก่ชราขนาดนั้นยังมานั่งทรมารกับเขา คงเข้าใจผิดอะไรสักอย่างแน่ๆ ยิ่งโชว์รูปภาพฝรั่งยิ่งงงม๊อบทำเพื่อคนคนนั้นทั้งที่เขาอยู่ดีกินดีกว่าคุณลุงคุณป้าทั้งหลายแล้วมาเสี่ยงชีวิตเพื่อเขาทำไม? สรุปแล้วที่มาเย๊วๆกันทั้งหมดโดนหลอกมาทั้งสิ้น

ต่างชาติบอกไม่เห็นมีใครมาทำให้เจ้าของภาพถ่ายเดือดร้อน เจ้าของภาพเขานอนกินนั่งกินอยู่บนฟูกอันนุ่มๆ แต่พวกพี่ป้าน้าอามานอนกินนั่งกินกันกลางถนนเยี่ยงสุนัขแล้วทำเพื่ออะไร? ยังไม่มีใครจับเจ้าของรูปเป็นตัวประกันสักหน่อยแล้วมาประท้วงหาหอกอะไร? ต่างประเทศมองคนเหล่านี้แล้วสั่นหัว พวกเขาช่างโง่งมงายอย่างไร้สาระเชื่อในสิ่งที่เหลวไหลตกเป็นเครื่องมือหากินของพวกสิบแปดมงกุฏแท้ๆ แทนที่จะทำเพื่อตัวเองดันไปทำให้คนที่ร่ำรวยล้นฟ้าไม่นึกถึงตัวเองเลยแล้วหลังจากเสร็จการประท้วงจะมีข้าวกรอกหม้อให้ครอบครัวตัวเองกินหรือเปล่าหนอ? แล้วจากนี้ไปจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเก่าหรือไม่? ที่อุตส่าห์เสียสละทรมานสังข์หลับนอนข้างถนนเพื่อคนคนหนึ่งที่ไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่ของเราเองสักหน่อยเลย ฉะนั้นคนต่างชาติจึงงงว่าคนไทยทำไมจึงได้งมงายเพียงนี้ แล้วที่ว่ามากู้ชาติต่างประเทศก็งงกู้ชาติไหน ไทยแลนด์ยังไม่ได้ตกเป็นของใครสักหน่อยแล้วบอกกู้ชาติ

โทษทักษิณขายชาติแล้วใครมาซื้อชาติที่ทักษิณขายไปล่ะ? ทักษิณนี่ช่างแข็งแรงจังน๊ะแบกชาติเที่ยวเร่ขายให้คนอื่น ถ้าทักษิณขายชาติพวกเอ็งทั้งหลายคงไม่มานั่งกินนอนกินเห่าหอนอยู่ได้อย่างนี้ เจ้าของประเทศที่เขารับซื้อจากทักษิณเขาคงเอาเอ็ม 79 ส่องพวกเอ็งลงนรกไปนานแล้ว ดังนั้นถ้าเอ็งยังมีที่ยืนมีที่นั่งมีที่เห่าหอนแปลว่าทักษิณไม่ได้ขายชาติ อยากหาเรื่องใส่ความเขาควรหัดมีสมองคิดซะมั่ง การกล่าวร้ายผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐานมายืนยันว่าทักษิณโกงอีกเรื่องหนึ่ง พวกที่ชอบเดาเอาเองแหกปากปาวๆก็พวกฟังเขาเล่ามาทั้งนั้น ของจริงไม่รู้อยู่ที่ใหนเห่าหอนกันเป็นทอดๆเหมือนฝูง Wolf แต่หาต้นตอที่ทักษิณโกงไม่เจอ

คนที่เกลียดทักษิณก็ยังหาความจริงไม่ได้ ทีเกลียดก็เพราะฟังเขาเล่าว่าทักษิณโกงแต่เนื้อหารายละเอียดไม่รู้ มีน้องสาวที่เป็นล่ามแปลภาษาต่างประเทศเพราะจบมาทางนี้โดยตรง เวลาคนไทยมีปัญหาขึ้นโรงขึ้นศาลต้องเอาล่ามไปแปลด้วย ในกรณีที่ต้องตกเป็นจำเลยทางศาลเขาจะไต่ถามถึงสาเหตุทำไมถึงต้องตบตีกันจนหน้าแหกแบบนี้ ล่ามแปลจะต้องสอบถามจำเลยอย่างละเอียดแล้วจึงอธิบายให้ศาลรับทราบ บางครั้งน้องสาวก็ต้องโมโหจำเลยพูดจากวนไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ

อยู่กับใครฟังคนอื่นเขามาเล่าอีกทีไม่ได้ยินด้วยตัวเอง เรื่องจึงบานปลายเพราะของจริงไม่รู้อยู่ทีใหนฟังเขามาเล่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้นี่คือสันดานคนไทยหรือใครจะเถียงว่าไม่จริง? ดังคำโบราณที่ว่าฟังไม่ศัพท์แล้วจับเอามากระเดียด ขอเสียทีเถอะที ฟังคนอื่นมาเล่าน๊ะเซ็ง ในประเทศไทยต้องมีการปรับระบบอีกหลายๆอย่าง เพราะมันยังบกพร่องอีกมาก ขั้นแรกคือ ระบบใส่ร้ายป้ายสีต้องใส่กฏหมายลงโทษปรับหรือจำคุกฐานประทุษร้ายทำลายชื่อเสียงคนอื่น คนไทยจะได้ไม่กล้าปั้นน้ำเป็นตัวอีก ทักษิณโดนทั้งขึ้นทั้งร่อง อะไรๆก็โทษแต่ทักษิณทำเพราะมันไม่มีอะไรที่จะเล่นจึงใช้ชื่อ ทักษิณโกง ทักษิณขายชาติ ทักษิณทรยศต่อสถาบัน ทักษิณโกงภาษีทั้งที่ทักษิณเสียภาษีปีละหลายหมื่น ทักษิณจะเป็นประธานาธิบดี ทักษิณคอรัปชั่นเป็นต้นฯ นี่คือคำกล่าวหาที่เลื่อนลอยสร้างความเสียหายต่อผู้ที่ถูกกล่าวหา หวังว่ารัฐบาลรุ่นต่อไปควรพิจารณาเรื่องนี้ด้วย...........

ป้าพลอย

จาก thaifreenews

ต้องหยุดการก่อการร้ายของแกนนำพันธมิตรก่อนชาติจะล่มจมมากกว่านี้


ไม่ว่าแกนนำพันธมิตรฯจะใช้ข้ออ้างใดในการบุกยึดสถานที่ราชการหรือปิดถนนก็ตาม จะเห็นว่าการกระทำต่างๆ ล้วนแล้วแต่ละเมิดหลักการขั้นพื้นฐานของรัฐธรรมนูญที่ไปละเมิดสิทธิบุคคลอื่นทั้งสิ้น แต่ที่รุนแรงและรับไม่ได้เลยก็คือการยึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิและดอนเมือง ซึ่งผมเห็นว่า น่าจะเข้าข่ายการก่อการร้ายแล้วตามคำอธิบายของศูนย์ศึกษาการก่อการร้าย (Terrorism Studies Center) ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ Thai E-News ซึ่งได้อรรถาธิบายไว้ว่า



ก.การก่อการร้ายสากล


-ความหมายของคำว่าการก่อการร้ายสากล
ในการประชุมสมัชชาองค์การสหประชาชาติ เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๑๕ คณะกรรมการร่างกฎหมายองค์การสหประชาชาติกำหนดว่า “การก่อการร้ายสากล” เป็นการกระทำที่


๑) มุ่งกระทำต่อบุคคลซึ่งอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น ผู้นำของรัฐ หรือ

นักการทูต
๒) เป็นสลัดอากาศกระทำต่อเครื่องบินโดยสารพลเรือน
๓) ส่งผู้ก่อการร้ายไปปฏิบัติการนอกประเทศ
๔) ใช้ชีวิตมนุษย์ผู้บริสุทธิ์เป็นเครื่องมือของการก่อการร้าย


รัฐบาลไทยกำหนดนิยามคำว่าการก่อการร้ายสากลไว้ในนโยบายการแก้ปัญหาการก่อการร้ายสากลว่า เป็นการปฏิบัติการคุกคาม หรือใช้ความรุนแรงของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มุ่งหวังผลตามเงื่อนไขข้อเรียกร้องทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งส่วนใหญ่จะปฏิบัติการล่วงล้ำเขตแดนหรือเกี่ยวพันกับชาติอื่น การกระทำนั้นอาจเป็นไปโดยเอกเทศปราศจากการสนับสนุนจากรัฐใด หรือมีรัฐใดรัฐหนึ่งสนับสนุนรู้เห็นก็ได้ เมื่อเกิดขึ้นย่อมมีผลกระทบโดยตรงต่อผลประโยชน์ของชาติ พันธกรณีระหว่างประเทศ นโยบายของชาติด้านการเมือง การป้องกันประเทศ เศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา ชื่อเสียง และเกียรติภูมิของชาติ


ข.ลักษณะพิเศษของการก่อการร้ายสากล
๑) ผู้ก่อการร้ายอาจไม่เคยมีความบาดหมางและไม่เคยมีความสัมพันธ์มาก่อนกับฝ่ายปราบปรามหรือรัฐที่ทำการปราบปราม แต่ต้องการให้รัฐนั้นปฏิบัติตามหรือจัดให้มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตนต้องการ เงื่อนไขดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐนั้นหรือความสัมพันธ์กับรัฐอื่น หรือทำให้ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ชื่อเสียง และเกียรติภูมิของชาติเสียหาย


๒) การก่อการร้ายจะทำให้เกิดการตื่นตระหนกจนควบคุมสถานการณ์ได้ยาก อาจมีการใช้เด็กและผู้หญิงเป็นตัวประกัน ถ้าไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องอาจเกิดอันตรายแก่ตัวประกัน แต่ถ้ายอมทำตามข้อเรียกร้องอาจขัดต่อนโยบายของชาติ และกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การใช้กำลังเข้าปราบปรามอาจเกิดความผิดพลาด ทำให้เสียชีวิตผู้บริสุทธิ์ สื่อมวลชนจะประโคมข่าวโจมตีปฏิบัติการปราบปราม จนอาจทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปราบปรามต้องโทษถูกจำคุก


๓) ผู้ก่อการร้ายจะกระทำต่อเป้าหมายด้วยวิธีการที่ตนต้องการโดยไม่คำนึงว่าประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นชนชาติใดและทรัพย์สินเป็นของชาติใด เช่น การปล้นยึดอากาศยานจะมีหลายชาติเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะเป็นลูกเรือ ผู้โดยสาร เครื่องบิน สนามบินที่แวะเติมเชื้อเพลิง สนามบินที่จี้ไปลง ฯลฯ ประชาชนผู้บริสุทธิ์มีความผิดเพียงสถานเดียวคืออยู่ผิดสถานที่และเวลา


๔) การแก้ไขสถานการณ์การก่อการร้ายสากลมีกฎหมายเข้าเกี่ยวข้องมากมาย ตั้งแต่กฎหมายภายในประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ ความตกลงทวิภาคี ไปจนถึงความตกลงพหุภาคี

การแก้ไขวิกฤตการณ์จึงต้องให้หัวหน้ารัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจสั่งการ


๕) ในวิกฤตการณ์การก่อการร้ายสากลจะมีสื่อมวลชนจำนวนมากและทุกแขนงมาชุมนุมกันทำข่าว และจะหาวิธีเข้าไปใกล้เหตุการณ์ให้มากที่สุด ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการปราบปราม และในทางตรงกันข้ามจะเกื้อกูลต่อฝ่ายผู้ก่อการร้าย โดยผู้ก่อการร้ายสามารถสดับตรับฟังความเคลื่อนไหวและเห็นภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่งผู้ก่อการร้ายย่อมปรารถนาจะให้สื่อมวลชนกระจายข่าวการกระทำ ข้อเรียกร้องและอุดมการณ์ของกลุ่มไปสู่ชาวโลก


๖) การแก้ไขวิกฤตการณ์การก่อการร้ายสากลต้องการความมีเอกภาพในการตัดสินใจและสั่งการเป็นที่สุด ผู้รับผิดชอบแก้ไขการณ์จะต้องมีเสรีในการตัดสินใจโดยไม่ถูกแทรกแซงจากผู้อื่นหรือหน่วยงานอื่น มิฉะนั้นจะเกิดการลังเลใจ การเสียเวลา และการพลาดจังหวะจัดการขั้นเด็ดขาดเมื่อโอกาสมาถึง


ค. วัตถุประสงค์การก่อการร้าย
ค.๑ วัตถุประสงค์ในระยะสั้น (Immediate goals)
ค.๑.๑ สร้างการยอมรับของการกระทำในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ หรือนานาชาติ
ค.๑.๒ สร้างสถานการณ์ให้รัฐบาลตอบโต้ กระทำรุนแรงเกินเหตุ และกำหนดข้อจำกัดต่าง ๆ
ซึ่งจะนำไปสู่ความไม่พอใจของสาธารณชน
ค.๑.๓ รบกวน ทำให้อ่อนกำลังหรือสร้างความอับอายให้รัฐบาล กำลังทหารหรือหน่วยรักษาความ

ปลอดภัยอื่น ๆ
ค.๑.๔ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลขาดความสามารถในการปกป้องพลเมือง นักการทูตหรือชาวต่างชาติ
ค.๑.๕ รวบรวมเงินทุนและยุทโธปกรณ์
ค.๑.๖ ขัดขวางและทำลายระบบสื่อสารคมนาคม
ค.๑.๗ แสดงพลังและภัยคุกคามที่น่ากลัว
ค.๑.๘ ขัดขวาง หรือก่อให้เสียเวลาในการตัดสินใจในระดับรัฐบาล ระดับชาติ
ค.๑.๙ ก่อให้เกิดการนัดหยุดงาน หรือทำงานให้ช้าลง
ค.๑.๑๐ ทำให้การลงทุนหรือการช่วยเหลือจากต่างชาติหยุดชะงัก
ค.๑.๑๑ สร้างอิทธิพลต่อการเลือกตั้ง
ค.๑.๑๒ ปลดปล่อยนักโทษ
ค.๑.๑๓ สนองแรงจูงใจในการแก้แค้น


ค.๒ วัตถุประสงค์ระยะยาว (Long-range goals)
ค.๒.๑ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญในระดับรัฐบาล เช่นการปฏิวัติ สงครามกลางเมืองหรือ

สงครามระหว่างชาติ
ค.๒.๒ ให้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ระดับชาติ หรือระหว่างชาติ ในการตัดสินใจนโยบายสำคัญ ๆ และ

ประชามติ
ค.๒.๓ ให้ได้รับการยอมรับในทางการเมือง ในฐานะผู้แทนที่ชอบธรรมของกลุ่มชนของชาติหรือกลุ่ม

การเมือง


ง.ขั้นตอนของการก่อการร้ายสากล
การก่อการร้ายสากลส่วนใหญ่ มักจะเป็นการกระทำเพื่อบีบบังคับรัฐบาลของประเทศใดประเทศหนึ่งให้ปฏิบัติตามความต้องการของตนโดยพฤติการณ์ต่างๆ เช่น การจี้เครื่องบิน, การก่อวินาศกรรม, การลอบสังหาร และการลักพาตัว เป็นต้น แต่สิ่งที่ผู้ก่อการร้ายจะต้องกำหนดไว้ในขั้นต้น คือ เป้าหมายของการก่อการร้ายซึ่งจะเป็นเครื่องบังคับหรือต่อรองให้ได้ผลมากที่สุด


จ.เป้าหมายในการก่อการร้าย อาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
1. เป้าหมายที่ดำเนินการแล้วเกิดผลกระทบรุนแรง อาทิ สถานที่ราชการ, บุคคลที่สำคัญของรัฐ และบุคคลสำคัญต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศหรือเดินทางผ่าน


2.เป้าหมายที่ดำเนินการแล้วเกิดผลกระทบเล็กน้อยแต่มีผลทำให้มวลชนเสื่อมศรัทธาต่อรัฐที่ไม่สามารถให้ความคุ้มครองได้ อาทิ สถานีตำรวจ, กิจการขนส่งมวลชน, คลังสินค้า เป็นต้น


ฉ. เป้าหมายผู้ก่อการร้าย
๑. เป้าหมายทางทหาร ได้แก่ ทหาร, ที่ตั้งทางทหาร, อาวุธ, กระสุน/วัตถุระเบิด, ศูนย์เครือข่ายคอมพิวเตอร์, สถานที่พักผ่อน รถโรงเรียน เป็นต้น


๒. เป้าหมายทางพลเรือน ได้แก่ ระบบพลังงานและวิศวกรรม (เขื่อน, โรงไฟฟ้า, บ่อขุดเจาะน้ำมัน, ท่อส่งน้ำมัน/ก๊าซ, โรงน้ำมัน ฯลฯ) ระบบคมนาคม (เส้นทางรถไฟ, ท่ารถ, ท่าเรือ, สนามบิน ฯลฯ) ระบบการติดต่อสื่อสาร (เครื่องมือ/อุปกรณ์การติดต่อสื่อสาร, ศูนย์คอมพิวเตอร์ ฯลฯ) และบุคคลสำคัญ (จนท.รัฐ/สถานทูต, ตำรวจ, จนท.ติดต่อประสานงาน ฯลฯ)


ช. เครื่องมือต่อต้านลัทธิการก่อการร้าย
การโจมตีทางทหารนับเป็นมาตรการต่อต้านการก่อการร้ายที่มีความศักดิ์สิทธิ์ที่สุด และเป็นวิธีที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการเอาชนะผู้ก่อการร้ายมากที่สุด




จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าการกระทำของพันธมิตรนั้นเข้าข่ายของการกระทำที่เป็นการก่อการร้ายแล้ว และวิธีการที่หยุดยั้งการก่อการร้ายที่ว่านี้ ต้องใช้ยุทธวิธีทางทหารเท่านั้น และต้องเป็นยุทธวิธีทางทหารที่ชอบด้วยกฎหมาย มิใช่การปฏิวัติรัฐประหารซึ่งเป็นวิธีการที่ผิดกฎหมาย


ไม่ว่านายกรัฐมนตรีจะชื่อสมชาย ทักษิณ สนธิ หรือจำลอง หรือไม่ก็ตาม เมื่อเหตุการณ์ถึงขั้นยึดสนามบินนานาชาติสร้างความพินาศย่อยยับให้กับประเทศชาติอย่างประเมินค่ามิได้ ผู้ที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ซึ่งถือว่าเป็นกลไกของรัฐในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่จะนิ่งเฉยดูดายปล่อยให้ประเทศย่อยยับไปกับตาต่อไปไม่ได้แล้ว


มิฉะนั้นแล้วตราบาปก็จะติดตัวท่านตลอดไปในฐานที่ปล่อยให้ประเทศล่มจมด้วยการ ละเว้นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของท่านนั่นเอง

ที่มา ประชาไท http://www.prachatai.com/05web/th/home/14643
จาก thaifreenews

Exclusive: Thaksin on today's Thai crisis

ข่าวจาก มติชนออนไลน์

ชีวิตเหมือนฝัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ เตือนหากทำรัฐประหารจะเกิดเหตุนองเลือดและสถานการณ์ร้ายกว่าที่ผ่านมา บอกบางทีชีวิตก็เหมือนฝันไป มีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้นมากมาย เมื่อวันที่ 28 พ.ย.

http://www.youtube.com/watch?v=WjZh1rhNpbk





"ทักษิณ"เปิดฉากให้ตัวเองอีกระลอก ให้สัมภาษณ์สื่อเทศ กรณีม็อบพันธมิตรฯบุกยึดพื้นที่สองสรามบินหลัก เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมาย ระบุถ้าทำรัฐประหาร จะนองเลือดกว่าที่ผ่านมา การรักษาประชาธิปไตยอาจต้องเจ็บปวดเช่นตัวเอง

ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศอีกครั้ง สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัต อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้ต้องคดีและหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ โดยเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน นายโธมัส แครมป์ตัน อดีตผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชันแนล เฮรัลด์ ทริบูน (ไอเอชที) และนิวยอร์กไทม์ส ระบุว่าได้สัมภาษณ์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและได้โพสต์คลิปวิดีโอดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ของเขาคือ http://www.thomascrampton.com

ใน การสัมภาษณ์ของ นายโธมัส แครมป์ตัน ซึ่งเกิดขึ้น คาดว่าน่าจะเป็นในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องจากอดีตผู้สื่อข่าวคนดังกล่าว ปฏิบัติงานศูนย์ข่าวประจำกรุงปักกิ่ง โดยการสัมภาษณ์ มีใจความว่า

พ.ต.ท.ทักษิณได้ออกมาเตือนกลุ่มผู้ ชุมนุมประท้วงที่ปิดสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิว่าให้ย้ายออกไป หรือไม่ก็ต้องเตรียมพบกับผลที่จะตามมา



อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ยังเตือนว่าหากทหารจะทำรัฐประหาร ครั้งนี้จะเกิดการนองเลือดมากกว่าคราวที่แล้ว แครมป์ตัน ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณกลัดกลุ้มมากกับเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในเมือง ไทยและเขายังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด



โดยแครมป์ตันบอกไว้ในเว็บไซต์ของเขาว่าระหว่างที่เขาคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณนั้น พ.ต.ท.ทักษิณได้รับโทรศัพท์สอบถามถึงสถานการณ์ในเมืองไทยจากนายกรัฐมนตรีของ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2 คนซึ่งไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร



ในคลิปวิดีโอ พ.ต.ท.ทักษิณได้ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกฏหมายและเตือนว่าการพยายามทำ รัฐประหารครั้งนี้จะไม่เหมือนครั้งก่อนๆและจะทำให้สถานการณ์ออกมาเลวร้ายมาก



พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า "สนามบินจะต้องเปิดใช้อีกครั้งและกลุ่มผู้ประท้วงจะต้องไม่เพียงแต่เคารพ กฏหมายเท่านั้นแต่รวมถึงประชาชนชาวไทยด้วย หากไม่มีใครเคารพกฏหมายแล้ว จะต้องมีการบังคับใช้อย่างจริงจังตามมา นี่เป็นอันตรายมากสำหรับประเทศและจะมีผลกระทบในระยะยาวหากคนไทยไม่สามัคคี กัน กลุ่มผู้ประท้วงต้องออกจากสนามบิน และผู้ที่ไม่เคารพกฏหมายจะต้องถูกลงโทษ"



อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า "หากเกิดการรัฐประหารขึ้น จะต้องมีการนองเลือด ครั้งนี้จะไม่ง่ายเหมือนในอดีต ประชาชนชาวไทยตอนนี้พบกับความยากลำบากมากตั้งแต่เผด็จการเข้ามา"



พ.ต.ท.ทักษิณยังได้เรียกร้องให้กลุ่มผู้สนับสนุนเขา "ปกป้องประชาธิปไตย" โดยเขากล่าวว่า "หากคุณปกป้องประชาธิปไตย คุณอาจจะเจ็บปวดเป็นบางครั้ง แต่ถ้าคุณยินยอมให้เผด็จการเข้าครอบครองประเทศคุณจะต้องพบกับฝันร้ายตลอด ชีวิต"



พ.ต.ท.ทักษิณยังพูดถึงกองทัพว่า "พวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับเงินเดือนจากภาษีของประชาชน ดังนั้นพวกเขาจะต้องทำในสิ่งที่ประชาชนทั้งประเทศต้องการ ไม่ใช่เพื่อคนกลุ่มเล็กๆ พวกเขาจะต้องเคารพประชาธิปไตย จะต้องเคารพกติกา เป็นกลางหมายถึงคุณจะต้องทำตามกฏหมาย"


พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวอีกว่า "ชีวิตผมบางทีก็เหมือนฝันไป" เขาบอกว่าเช้าวันหนึ่งเคยอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองในอังกฤษและได้รับ โทรศัพท์จากนักการเมืองไทยขอร้องให้ช่วยสนับสนุนเพื่อให้ได้ตำแหน่งทางการ เมือง ไม่กี่วันถัดมาขณะที่อยู่นอกประเทศอังกฤษ เขาก็พบว่าไม่สามารถกลับไปที่นั่นได้อีกแล้ว " บางครั้งชีวิตผมก็มีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้นมากมาย" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

ยึดสุวรรณภูมิไปทำอะไร (ภาพมันฟ้อง)

เครดิต คุณมาร์ค http://www.democraticthai.com

คุณ Mapaw post ต่อที่ pantip http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E7262621/E7262621.html

รูปเพิ่มเติมดูที่ http://sites.google.com/site/lmphanthmitr/khlang-phaph




















"ปะโถ่ !! อยากได้ที่ตีแบต ดูทีวี ชาร์จมือถือ ก็ไม่บอก
มาหลังบ้านอาก็ได้ ไม่ต้องไปถึงสุวรรภูมิหรอกไอ่หนู
มันเสียหายหลายแสนล้านนะเว้ย"






ด่วน !! นัดรวมพลคนเสื้อแดง ที่สนามหลวง อาทิตย์ 30 พย.51

thaienews

ที่มา รายการ ความจริงวันนี้ ทาง NBT
28 พฤศจิกายน 2551

คุณวีระ มุสิกพงศ์ ผู้ดำเนินรายการ ความจริงวันนี้
ประกาศนัดรวมพลคนเสื้อแดง
ร่วมกันปกป้องประชาธิปไตย
ที่ท้องสนามหลวง

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2551
พร้อมกันตั้งแต่ 16.00 น. เป็นต้นไป

(ปล.อาจมีการชุมนุมยืดเยื้อ ขอให้เตรียมเสื้อผ้ามาเผื่อผลัดเปลี่ยนด้วย)

ลิ้วล้อม็อบโกเต็กซ์สันดานเถื่อนปรี่ต่อยแกนนำนปช.กลางสภา

เลวทรามไปทั้วทุกหย่อมหญ้า ลิ้วล้อพันธมารฯ ป่วนประชาธิปไตย กระโดดชกหมอเหวง-สันต์ กลางห้องแถลงข่าวสภา ขู่อาฆาตจะกุดหัวแกนนำนปช. อ้างทำพ่อมันตาย!! เผยส.ว.ลากตั้งตัวดีเซ็นปล่อยหมาบ้าเข้ามาก่อวิวาทในที่ราชการ ด้านประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตยย้ำประชาชนต้องต้านรัฐประหารแบบสันติ ร้องขอพันธมิตรฯคืนสนามบิน-ทำเนียบคืนโดยเร็ว

ที่รัฐสภา วันนี้ (28 พ.ย.) น.พ.สันต์ หัตถีรัตน์ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เข้ายื่นแถลงการณ์ต่อนายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) นายนิสิต สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภา ได้ร่วมกันแถลงข่าวโดย น.พ.สันต์ อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ประชาชนต่อต้านรัฐประหารอย่างสันติวิธี โดยระบุว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีสิ่งบอกเหตุหลายประการที่อาจจะเกิดการรัฐประหารยึดอำนาจ ดังนั้นในฐานะประชาชนมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 จึงมีสิทธิจะต่อต้านโดยสันติวิธี ซึ่งการกระทำใด ๆที่เป็นไปเพื่อให้ได้มา ซึ่งอำนาจในการปกครอง โดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

นพ.สันต์ กล่าวว่า ขอฝากไปยังประชาชนว่าหากเกิดการรัฐประหารขอให้ประชาชนต่อต้านโดยสันติวิธีทุกรูปแบบเพื่อยับยั้งไม่ให้ทหารเข้ามายึดอำนาจได้สำเร็จ โดยขอให้ประชาชนำสิ่งของทุกชนิดมาขวางถนนที่เป็นเส้นทางผ่านของรถถัง รถบรรทุกกำลังพลของทหาร หรือรวมตัวกันไปล้อมสถานีโทรทัศน์ทุกแห่ง เพื่อไม่ให้ทหารเข้าไปยึดสถานีทุกแห่งได้สำเร็จ และรวมตัวกันในจังหวัดของตัวเองโดยไม่ใช้อาวุธต้านรัฐประหาร

เช่นเดียวกับนพ.เหวง กล่าวเสริมว่า ประชาชนต้องช่วยกันต่อต้านยึดอำนาจได้สำเร็จไม่ให้กลุ่มบุคคลนี้เข้ามาปกครองประเทศอีก รวมทั้งส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้านต้องช่วยกันทำความเข้าใจกับประชาชนให้ต่อต้านการรัฐประหาร ทั้งนี้ทางสมาพันธ์เชื่อว่าหากมีการต่อต้านเกิดขึ้นจะทำให้การยึดอำนาจไม่สามารถทำได้สำเร็จ และกลุ่มผู้ที่คิดยึดอำนาจจะยอมถอยไม่กล้าทำ

พร้อมกันนี้ตนขอเรียกร้องให้กลุ่มประชาชนที่ไปยึดสนามบิน และทำเนียบรัฐบาลคืนสถานที่ทั้งหมดให้กับประชาชน ไม่ใช่คืนให้กับรัฐบาล และภายหลังจากคืนสถานที่ทั้ง 3 จุดยืน กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยสามารถชุมนุมได้ตามกฎหมายปราศจากอาวุธ ขอเรียกร้องให้เคารพนิติรัฐและนิติธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานระหว่างการแถลงข่าวได้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น โดยนายเทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา แนวร่วมพันธมิตรฯ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมานั่งรออยู่ในห้องแถลงข่าว เพื่อรอยื่นหนังสือต่อนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน วุฒิสภา และนายสมัคร เชาวภานนท์ ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมาธิการการยุติธรรม และการตำรวจ วุฒิสภา ได้เดินปรี่เข้าไปชี้หน้าด่าและปรี่จะชกหน้า น.พ.เหวงและน.พ.สันต์ พร้อมกับตะโกนด่าทอหลายครั้งว่า “ทีพวกมึงรุมฆ่าพ่อกู มึงยังทำได้ ให้พวกมึงระวังไว้” ขณะที่รปภ.สภาพยายามเข้ามาล็อคตัวนายเทอดศักดิ์ แต่ไม่สำเร็จ

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ที่เข้ามายืนดูการแถลงข่าวได้ชี้หน้าต่อว่ากลับอย่ามีอารมณ์ และสั่งให้รปภ.รีบนำตัวออกไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็รีบเข้ามาล็อคเทอดศักดิ์ออกไป เพื่อมาสงบสติอารมณ์ในห้องนักข่าวรัฐสภา โดยมีกลุ่ม 40 ส.ว.อยู่ด้วย ซึ่งการเข้ามายื่นหนังสือภายในรัฐสภาของนายเทอดศักดิ์ มีเป็นผู้รับรองคือนายสมชาย แสวงการนั่นเอง ขณะเดียวกันรปภ.ได้นำตัวนายเทอดศักดิ์ ไปสอบปากคำที่กองรักษาการพร้อมกับแจ้งไปยังสน.ดุสิต เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

อย่างไรก็ตามก่อนที่รปภ.จะนำตัวนายเทอดศักดิ์ไปสอบปากคำนั้นนายเทอดศักดิ์ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายสมชาย และนายสมัคร โดยนายเทอดศักดิ์ อ้างว่า ตนไม่ใช่พวกพันธมิตรฯ แต่ตตนเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มทหารเสือพระราชา ต้องการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ที่ผ่านมาถูกกระทำด้วยความรุนแรง และโดนทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธหลายชนิด 15 ครั้ง จนครั้งสุดท้ายพ่อของตนคือนายเศรษฐา เจียมกิจวัฒนา ถูกรุมทำร้ายด้วยอาวุธมีดจนเสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 25 พ.ย. โดยระหว่างเกิดเหตุกลุ่มเสื้อแดงได้เริ่มชุมนุมโดยมีเจ้าหน้าที่สภ.อ.เมืองเชียงใหม่ รักษาการอยู่ แต่กลับไม่ได้ห้ามปราม จึงขอให้คณะกรรมาธิการฯตรวจสอบเหตุการณ์และพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงอันเป็นปัญหาว่าด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชน การไม่บังคับหรือละเว้นการใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นเหตุให้ตนและกลุ่มหทารเสือพระราชาให้ได้รับความเสียหาย



ข่าวรัฐประหารไม่ได้ทำให้กังวลกันอีกแล้ว

thaifreenews

บทความ โดย Bugbunny

ถ้ามันทำจริง พวกเราพร้อมออกมาต้านแน่นอนไหมพี่?

มิตรสหายฝ่ายทหารประชาธิปไตยผู้มียศระดับสูง แต่วัยยังหนุ่มมากคนหนึ่งโทร.ถามผม เขาเป็นหนึ่งในหลายสิบสายที่พูดคุยกับผมทางโทรศัพท์ตลอดวันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 ที่ข่าวเรื่องรัฐประหารกระฉ่อนไปทั่ว รวมทั้งการนำรถถังออกมาเพ่นพ่านบนถนน ก่อนนายพันไก่อูจะออกมาปฏิเสธว่า แค่นำมาสาธิตให้นักเรียนเสธ.ดูเท่านั้น (เป็นข้อแก้ตัวที่น่าขบขันที่สุดอีกข้อหนึ่งของอดีตโฆษก คมช. เพราะถ้าจะดูการสาธิตปฏิบัติการของรถถังนั้น นักเรียนเสธ.ต้องไปดูที่กรมทหารม้า มันกว้างขวาง มีสนามซ้อมสนามฝึก ไม่ใช่มาดูที่วิทยาลัยเสนาธิการที่มีแต่ตึกเรียน ก็ไม่ว่ากัน)

จำได้ว่าตอบมิตรสหายผู้นั้นไปทำนองที่ว่า การไปรวมตัวกันสองสามที่ ใน กทม ช่วงเย็นและหัวค่ำนั้นเป็นแต่ซ้อมใหญ่แซมเปิ้ล ส่วนของจริงนั้นน่าจะทั่วประเทศ

ดีพี่ พวกเราออกมาเยอะ ๆ จะได้ส่งพวกซ่าแม่งเข้าตึกดินให้หมด ไอ้พวกหัวหน้ารับรองอยู่เมืองไทยไม่ได้

คือคำตอบของมิตรสหายผู้นั้น เขาชี้ว่าในทางสงครามนั้น อาวุธที่ผู้ใช้ไร้พลังศรัทธาและความเชื่อมั่นต่อภารกิจ ก็จะเป็นเพียงท่อนเหล็กท่อนหนึ่งเท่านั้น

ที่น่าสนใจก็คือ ความรู้สึกของผู้คนที่โทร.มาพูดคุยกับผม การสนทนาของคนรอบข้างและจากการสังเกตไปทั่วหลายแห่งที่ฝ่ายประชาธิปไตยยืนหยัดอยู่นั้น ผมไม่เห็นความกังวลต่อพลังอาวุธที่จะออกมาทำรัฐประหารแต่ประการใด มีแต่บรรยากาศสู้รบและพลังต่อต้านสอดประสานเป็นเสียงเดียวกันไปหมด ไม่มีใครกังวลเลยว่าจะมีการรัฐประหาร ทุกคนรับรู้ว่ามันเป็นเป้าหมายของพวกเครือข่ายเผด็จการศักดินาอำมาตย์แน่นอนที่จะใช้ยึดอำนาจรัฐ ต่างก็ร่วมใจช่วยกันนำเสนอแนวทางและยุทธวิธีสารพัดที่จะต่อสู้ บางคนเตรียมอาวุธแล้ว และทุกคนพร้อมที่จะออกไปชุมนุมต่อต้านในที่ต่าง ๆ มันผิดจากครั้งก่อน ที่แทบทุกคนไม่พูดถึงการต่อสู้ แค่แสดงอาการเซ็งและเคียดแค้นเท่านั้น ถึงวันนี้ หลังการต่อสู้กับพวก คมช. มาเป็นปี ก็ทำให้เลิกกังวลการรัฐประหารกันหมดแล้ว คิดกันแต่เพียงว่าจะตอบโต้และเอาคืนอย่างไรให้สาสมแทนต่างหาก

นี่คือสิ่งหนึ่งที่พวกอยากทำรัฐประหารห่วงอย่างมาก นอกเหนือไปจากกำลังไฟในทหารส่วนที่ไม่ใช่พวกพ้องที่อาจทำให้การต้องถล่มกันด้วยอาวุธหนักเกิดขึ้นได้ด้วย เพราะที่จริงนั้น ทหารเสือราชินีไม่ใช่หน่วยที่ทหารอื่นพอใจนัก พวกนี้เจริญก้าวหน้าแบบข้ามหัวข้ามหู ข้ามความสามารถและอาวุโส ไปเป็นใหญ่เป็นโตด้วย เส้นใหญ่ ไปตาม ๆ กัน ทหารหน่วยอื่นได้แต่น้ำท่วมปากกันมาเป็นเวลานานแล้ว นี่คือความจริงในกองทัพ

ข้อมูลเบื้องลึกก็คือ อดีตทหารเสือราชินีที่ตอนนี้มีตำแหน่งใหญ่อยู่ในกองทัพ เป็นผู้ใช้วิธีโทร.เป็นส่วนตัวไปตามลูกน้องสายตรงให้เตรียมการยึดอำนาจ อ้างว่าเพื่อต่อต้านการที่ ผบ.ทบ.จะถูกปลด และให้รอคำสั่งตอน 16.00 น. ซึ่งปรากฏว่าต่อมาก็โทร.ไปยกเลิกคำสั่ง เนื่องจากประเมินแล้วว่าจะแพ้แน่ถ้าขืนทำ

แต่สิ่งที่ฝ่ายรัฐบาลจะต้องรุกกลับทันที ก็คือจัดการกับพวกกระด้างกระเดื่องในกองทัพ ที่ชัดเจนที่สุดก็คือคนที่ออกคำสั่งให้นำเครื่องบิน C 130 ที่จะนำ ครม.ไปประชุมที่เชียงใหม่กลับมา บน.6 คน ๆ นี้มีหลักฐานว่าเป็นระดับ รองผู้บัญชาการกองทัพ ที่เอาวิธีอารยะขัดขืนของอธิการบดี คมช. ที่ยุยงให้ข้าราชการไม่ยอมทำตามคำสั่งรัฐบาลมาใช้ เขาจะต้องได้รับโทษไม่ว่าด้วยระดับใด กี่วันกี่เดือนก็ไม่ช้าเกินไปที่จะจัดการ พวกรับใช้เผด็จการศักดินาอำมาตย์แบบนี้ ส่วนอธิการบดี คมช.นั้น เรียกร้องให้ชาวธรรมศาสตร์ทั้งอดีตและปัจจุบันร่วมกันขับไล่ออกไปให้พ้นมหาวิทยาลัย รวมไปถึงกรรมการสภามหาวิทยาลัยชุดนี้ และนายปริญญาด้วย อธิการบดีชาติหมาผู้นี้หน้าด้านขนาดที่เอาความเห็นและวิธีการของตนในการอารยะขัดขืนขึ้นไปประกาศแถลงต่อสาธารณะ ทั้ง ๆ ที่เป็นความเห็นของตนคนเดียว ผู้เข้าร่วมประชุมคนอื่นไม่เอาด้วยสักคน ขนาดปลัดกระทรวงมหาดไทยที่เป็นระดับปริญญาเอกเหมือนกัน รุ่นใกล้กัน เรียนเก่งกว่า ได้ทุนสำคัญกว่าก็ไม่เห็นด้วย ยังออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนในทางตรงกันข้าม

ตอนนี้ในด้านอำนาจและคำสั่งนั้น ครั้งนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่า คำสั่งที่เคยไม่มีใครกล้าปฏิเสธจากคนเอาแต่ใจตัวเองคนนั้นได้ถูกท้าทายและปฏิเสธแล้ว ไม่สามารถเคลื่อนให้เป็นไปได้ดั่งใจอย่างเมื่อก่อนอีก ผลของมันมาจากการกระทำที่ไร้สติของตนเอง รัฐบาลและประชาชนได้ปฏิเสธอำนาจนอกระบบอย่างชัดแจ้ง สถานีโทรทัศน์และวิทยุถ่ายทอดการแถลงของนายกรัฐมนตรีทุกสถานี อำนาจรัฐตอนนี้จะต้องรุกคืบเข้าไปจัดการกับพวกผู้ก่อการร้ายให้สิ้นซาก เพราะพวกอยากทำรัฐประหารตามคำสั่งนั้นมุกแป้ก ไม่มีปัญญาทำ เพราะประชาชนและทหารที่ไม่เห็นด้วยต่อต้านรุนแรงแน่

วันนี้ประชาชนไม่ได้กังวลข่าวรัฐประหารอีกแล้ว มีแต่ท้าทายว่ารีบ ๆ ออกมาเสีย จะได้ปิดจ๊อบเก็บเงินกันให้ทั่วทุกระดับทุกตัวการ หมดเรื่องหมดราวกันไปเสียที

The Civil War & The Patriot

thaifreenew

ความขัดแย้งและการต่อสู้ที่เกิดขึ้นแทบจะทุกครั้งนั้น ล้วนแล้วแต่มีจุดกำเนิดมาจากการถูกกดขี่ข่มเหงและบีบบังคับจนสุดที่จะทานทนได้ และการต่อสู้เพื่อรักษาสิทธิของความเป็นคนของตนเองก็จะต้องเกิดขึ้นอย่างเต็มกำลัง ไม่ใช่เพราะความก้าวร้าวหรือการฝักใฝ่ในความรุนแรง แต่เป็นเพราะการต้องการมีชีวิตอยู่อย่างมีอิสระและเต็มบริบูรณ์ของความเป็นคนต่างหาก

หลายปีที่ผ่านมาได้เกิดการปกครองที่เรียกว่า 2 มาตรฐานขึ้นภายในประเทศไทย โดยประชาชนกลุ่มหนึ่งจะถูกปกครองโดยกฎหมายอย่างเคร่งครัดและบีบบังคับจนแทบจะกระดิกตัวทำอะไรไม่ได้ แต่ในขณะที่ประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งกลับถูกปล่อยปละละเลยไม่ได้รับการปกครองด้วยกฎหมายในลักษณะเดียวกัน ทำให้เกิดความเป็นอภิสิทธิ์ชนขึ้น ความขัดแย้งนี้ได้บ่มเพาะและฟักตัวจนกลายเป็นแรงกดดันที่บีบบังคับให้ประชาชนฝ่ายที่ถูกกดดันด้วยกฎหมายนั้นรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมและถูกกดขี่

การเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมืองของเหล่า พธม. ในเวลานี้ คือบทสรุปของความเป็นอภิสิทธิ์ชนที่คนกลุ่มหนึ่งที่ได้รับมาตลอดมา จนเหตุการณ์ได้บานปลายมาจนถึงขนาดนี้ การกระทำนี้ได้สร้างความเดือดร้อนอย่างรุนแรงให้กับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างไม่มีสิ่งใดเปรียบได้ และความเดือดร้อนนี้ได้กลับกลายเป็นความโกรธแค้นที่มีต่อเหล่า พธม. ที่กระทำการอุกอาจดังนี้......กระแสความโกรธขึ้งที่รุนแรงดังนี้มีหรือว่าแกนนำและผู้อยู่เบื้องหลัง พธม. จะไม่รู้ ไม่เห็นในสิ่งที่เกิดขึ้น

แล้วคำถามก็คือว่า ทำไมแกนนำ พธม. จึงยังคงปล่อยให้ประชาชนยึดสนามบินต่อไป เหตุผลเดียวก็คือว่า แกนนำ พธม. โดยเฉพาะ สนธิ ลิ้มทองกุล และ จำลอง ศรีเมือง พยายามอย่างยิ่งที่จะให้เกิดความรุนแรงถึงขั้นเข้าปะทะและสูญเสียเลือดเนื้อ และชีวิตของประชาชนที่เป็นคนไทยด้วยกัน ความพยายามยั่วยุและหาเหตุทุกวิถีทางเพื่อให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นก็เพราะว่า..... คนเหล่านั้นคิดไม่เหมือนกับที่คนไทยทั่ว ๆ ไปคิดกัน

ขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในสภาวะสงครามประชาชน และในการสงครามนั้นเป้าหมายมีเพียงประการเดียวก็คือ ต้องเอาชนะให้ได้ แกนนำและผู้อยู่เบื้องหลัง พธม. จึงทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะเอาชนะในสงครามครั้งนี้ให้ได้ในทุกวิธี ดังนั้นประชาชนคนไทยที่หลงเชื่อและกลายเป็นผู้ชุมนุม พธม. นั้น ในสายตาของแกนนำและผู้อยู่เบื้องหลัง พธม. พวกเขาเหล่านั้นไม่ใช่คนไทย, ทำเนียบรัฐบาลไม่ใช่โบราญสถานอันน่าภูมิใจของชาติไทย, สนามบินสุวรรณภูมิไม่ใช่ทรัพย์สมบัติของประเทศไทย, ฯลฯ แต่สิ่งเหล่านี้ในสายตาของแกนนำและผู้สนับสนุน พธม. เป็นเพียง อุปกรณ์ หรือ เครื่องมือ ที่จะนำให้พวกเขาขึ้นสู่บัลลังก์แห่งอำนาจโดยการรัฐประหารเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้พวกเขาพร้อมที่จะเผาทำลายสถานที่อันสูงค่าเหล่านั้น พวกเขาพร้อมที่จะสังหารประชาชนคนไทยด้วยกันในม๊อบ พธม. แล้วโยนความผิดทั้งหมดให้กับรัฐบาล หรือ กลุ่มคนเสื้อแดงผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย.... แกนนำหรือผู้อยู่เบื้องหลัง พธม. คิดต่างไปจากคนไทยโดยทั่ว ๆ ไปอย่างสิ้นเชิง เป้าหมายในสงครามนั้นคือการต่อสู้เพื่อเอาชนะ พวกเขาสามารถสังเวยสิ่งสูงค่าเหล่านี้รวมทั้งชีวิตของคนไทยด้วยกันได้โดยไม่ต้องหยุดคิดด้วยซ้ำ ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลหรือประชาชนทั่วไปกลับคิดในความรู้สึกของความเป็นคนไทยด้วยกันจึงพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะ และประนีประนอมตลอดมา โดยเห็นแก่ความเป็นชาติ และความเป็นพี่น้องในชาติ ซึ่งเป็นความคิดที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง.....

มีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่โด่งดังเมื่อหลายปีก่อนชื่อเรื่อง The patriot นำแสดงโดย Mel Gibson ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทความรู้สึกที่เป็นความขัดแย้งกันทั้งสองด้านคือ ความรักชาติรักความเป็นอิสระ กับ ความต้องการมีชีวิตอยู่อย่างสุขสงบ ตัวเอกของเรื่องคือ เบนจามิน มาร์ติน เป็นวีรบุรุษสงคราม แต่หลังจากที่เขาได้เห็นถึงความโหดร้ายของสงครามที่เขาได้เข้าไปมีส่วนด้วย ทำให้ความคิดในเรื่องความขัดแย้งจนนำไปสู่สงครามนั้นหยุดลง ความรู้สึกหนึ่งก็คือ สงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นในครั้งนี้จะไม่ใช่สงครามที่เกิดขึ้นที่ชายแดน แต่จะเกิดขึ้นที่หน้าบ้านของเราเอง ลูกหลานของเราจะได้สัมผัสกับความโหดร้ายของสงครามในครั้งนี้

การสงครามในครั้งนี้เป็นสงครามของประชาชนที่กำลังต่อสู้กันระหว่างเผด็จการอมาตย์ กับ ฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย สงครามการเข่นฆ่ากันที่กำลังจะเกิดขึ้นและพัฒนาการไปในขณะนี้ จะไม่ใช่การต่อสู้ที่จำกัดวงอยู่เพียงแค่ถนนราชดำเนิน หรือ บริเวณท้องสนามหลวงเหมือนสมัย 14 ต.ค. 16, 6 ต.ค. 19, หรือ พฤษภาทมิฬ ปี 35 อีกต่อไปอีกแล้ว แต่จะแพร่ขยายและกระจายไปอยู่จนทั่วหัวแระแหงของประเทศนี้ โดยมีการปลุกระดมเป็นกระบวนการโดยใช้สื่อ ASTV, TPBS และสื่อสิ่งพิมพ์อื่น ๆ ที่สนับสนุนแนวทางเผด็จการอมาตยาธิปไตยเป็นตัวเร่งเร้าให้เกิดขึ้น

เมื่อเราเป็นผู้ที่ต้องการความสุขสงบ แต่สถานการณ์ได้บีบบังคับให้จำเป็นต้องลุกขึ้นสู้และเข้าร่วมในภาวะสงครามนี้อย่างไม่มีทางเลือก เราก็จะต้องมีจุดมุ่งหมายเพื่อชัยชนะเท่านั้น และในสงครามต้องไม่มีคำว่า ปราณี นอกจากการนำไปสู่เป้าหมายให้ได้ แกนนำ และผู้อยู่เบื้องหลัง พธม. พวกเขาไม่เคยมองว่าประชาชนที่ต่อสู้กับพวกเขาคือ คนไทย ด้วยกัน (เพราะถ้ามีความห่วงใยในความเป็นคนไทยด้วยกันอยู่บ้าง จะไม่เกิดกรณีคาร์บอม สมัยท่านนายกทักษิณ ที่มีรัศมีทำลายล้างประชาชนและทรัพย์สินนับเป็นกิโลเมตร, คุณณรงค์ศักดิ์ กรอบไธสง ที่ถูกตีจนตาย, กรณีโบว์ ปิงปอง ที่หิ้วระเบิดปิงปองเพื่อจะไปโจมตีตำรวจ, กรณีสารวัตรจ๊าบ ที่ขนระเบิดใส่รถไปเพื่อเตรียมไปทำลายฝ่ายตรงข้าม)

ด้วยเหตุนี้ในสงครามประชาชน (The Civil War) จะต้องมีผู้ที่รักชาติ (The Patriot) ที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้ในทุกทางเพื่อให้ได้รับชัยชนะให้จงได้ และในสงครามนั้นไม่มีคำว่า ปราณี เวลานี้คนไทยทุกคนกำลังเข้าสู่ภาวะสงครามอย่างเรียบร้อยแล้ว สนามรบจะเกิดขึ้นที่หน้าบ้านของท่าน จะเกิดขึ้นอยู่รอบตัวของท่าน

แต่อย่างไรก็ตามหลังจากความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างที่สุด จวนเจียนจะขาดใจตายของผู้หญิงที่จะคลอดบุตรนั้นมันเป็นความทุกข์ยากแสนสาหัสที่ไม่มีผู้ใดต้องการพบ แต่หลังจากบุตรนั้นได้คลอดออกมาแล้วความเจ็บปวดที่ผ่านไปนั้นก็หายไปจนหมดสิ้น เหลือแต่ความสุขใจ และความชื่นชมยินดีอย่างที่สุดที่ได้เห็นหน้าของบุตรที่รัก การต่อสู้ระหว่างอมาตยาธิปไตย กับ ประชาธิปไตยในครั้งนี้นั้น เหมือนกับหญิงที่กำลังจะคลอดบุตรที่จะต้องผ่านความทุกข์ยาก เจ็บปวดแสนสาหัส จวนเจียนจะขาดใจตาย แต่เมื่อความทุกข์ยากนี้ผ่านไปแล้ว ก็จะมีแต่ความชื่นชมยินดีอย่างที่สุดที่จะตามมาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ นั่นก็คือ ประเทศไทยจะได้รับประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบกลับมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงค่อยกลับมาเยียวยารักษาบาดแผลของกันและกัน และกลับมาอยู่กันอย่างสุขสงบฉันท์พี่น้องร่วมชาติอีกครั้งหนึ่ง ก็ยังไม่สายเกินไป

ปูนนก