ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, October 30, 2010

ความเป็นคน

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




68 ราย

คือจำนวนผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมนับถึงวันที่ 28 ต.ค.

ขณะที่จำนวนผู้ได้รับผลกระทบรวมแล้วมากถึง 3 ล้านคน

น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ถือเป็นวิกฤตหนักหนาสาหัสที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ประเทศ

หลายจังหวัดเลวร้ายที่สุดในรอบ 100 ปี!

โบราณว่าไว้ คนเราจะเห็นคุณ เห็นค่ากัน ก็ยามเดือดร้อน ทุกข์ยาก ลำบาก

จะเห็นคุณค่า 'ความเป็นคน (แบบไหน อย่างไร)' ก็ยามเดือดร้อน ทุกข์ยาก ลำบาก นี่แหละ

ได้เห็น ได้รู้จักตัวตนจริงๆ แท้ๆ ของคนคนนั้น

โดยไม่เกี่ยวกับหล่อ-ไม่หล่อ รวย-จน มี-ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์

เหมือนที่ผู้คนทั้งบ้าน ทั้งเมือง กำลังเห็น กำลังรู้จัก ใครต่อใครอยู่ในเวลานี้

โดยเฉพาะใครหลายๆ คนที่มีตำแหน่ง หน้าที่ ต้องดูแลผู้ประสบภัยที่กำลังเดือดร้อน ทุกข์ยาก ลำบาก

น้ำท่วมครั้งนี้ เปิดเผย 'ความเป็นคน...' จริงๆ แท้ๆ ออกมาหมดสิ้น

ชนิดที่ว่า 'เปลือก' ลอกหลุดไปกับน้ำจนเปลือยล่อนจ้อนเลยทีเดียว!?

ได้เห็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบสูงสุดไปเยี่ยมผู้ประสบภัย หลังน้ำท่วมมิดหลังคาบ้านผ่านไปแล้ว 3 วัน

และยังไม่ยอมเปียกอีกต่างหาก

ได้เห็นผู้มีตำแหน่งสูงสุด ไม่ทำหน้าที่กำกับ ดูแล บังคับบัญชาโดยตรงด้วยตนเอง

ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่ร้ายแรงระดับวิกฤตประเทศ

ได้เห็นคณะผู้บริหารประเทศ ตัวใครตัวมัน กลุ่มใครกลุ่มมัน พรรคใครพรรคมัน

ไม่ร่วมระดมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในการบริหาร จัดการวิกฤตปัญหา

ได้เห็นกลุ่มองค์กรที่ไม่ใช่ภาครัฐ ร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมบริจาค ได้จำนวนเงิน กำลังคน และสิ่งของมากกว่าการจัดการของภาครัฐ

ยิ่งน้ำยังท่วม ยิ่งน้ำยังขังอยู่ยาวนานเท่าไหร่

'เปลือก' ของใครหลายๆ คนก็ยิ่งหลุด ยิ่งลอก

แม้น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้จะเป็นวิกฤตร้ายแรง มีผู้คนเดือดร้อน ทุกข์ยาก ลำบาก เกือบทั้งประเทศ

แต่ท่ามกลางวิกฤตร้ายแรง ท่ามกลางความเดือดร้อน ทุกข์ยาก ลำบาก

ก็ทำให้ได้เห็น ได้รู้จัก ได้ตัดสิน

'ความเป็นคน' ของคน!?

การ์ตูนเซีย 30/10/53

ที่มา ไทยรัฐ

Pic_122774

การ์ตูนเซีย 30/10/53

ยุบศาล รธน. เกาไม่ถูกที่คัน

ที่มา มติชน



โดยประสงค์ วิสุทธิ์

เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์"มติชน"ว่า ได้ยินข่าวว่า มีข่าวพูดกันมากในฝ่ายการเมืองที่ต้องการแก้ไขในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญโดยจะ ให้ยุบองค์กรนี้และให้งานเกี่ยวกับการวินิจฉัยคดีรัฐธรรมนูญไปอยู่ที่ศาล ฎีกาหรือศาลปกครอง


เหตุผลที่กล่าวอ้างว่า เป็นที่มาของข่าวดังกล่าวคือ เกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของศาลรัฐธรรมนูญถูกย่ำยี โดยมีการให้ข่าวเชิงทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญมากขึ้นเรื่อยๆ


ณ ที่นี้คงไม่มาถกเถียงกันว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ดีหรือไม่ดีในการยุบศาลรัฐธรรมนูญเพราะนอกจากต้องถกเถียงกันทางด้านวิชาการ ในประเด็นต่างๆ มากมายแล้ว ต้องดูโครงสร้างของสถาบันการเมืองทั้งระบบด้วย มิเช่นนั้นแล้วการตั้งโน่น ยุบนี่ก็เหมือนเอารัฐธรรมนูญมาปะผุอย่างเช่นที่กำลังทำอยู่ทุกวันนี้หรือการ ร่างรัฐธรรมนูญปี 2550


แต่ประด็นที่ต้องการนำเสนอคือ มิใช่ศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้นที่มีปัญหา องค์กรตามรัฐธรรมนูญสำคัญๆ อาทิ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ฯลฯ ล้วนมีปัญหามากมาย ถ้าไม่เร่งแก้ไขหรือปฏิรูปครั้งใหญ่อาจจะส่งผลกระทบต่อประชาชนและความน่า เชื่อถืออย่างรุนแรงเช่นกัน (องค์กรตามรัฐธรรมนูญบางแห่งแทบไม่มีความน่าเชื่อถือหลงเหลืออยู่อีกแล้ว?)


ปัญหาในองค์กรเหล่านี้มีอยู่ด้วยกัน 2 ด้านหลักซึ่งมีส่วนสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก


ด้านแรก คุณภาพหรือมาตรฐานในการวินิจฉัยชี้ขาดคดี ต้องยอมรับว่า กกต. และ ป.ป.ช.ถูกตั้งคำถามในเรื่องนี้ค่อนข้างมากกว่าศาลยุติธรรมและศาลปกครอง อย่างไรก็ตามปัญหานี้ผูกพันอยู่กับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมอย่าง รวดเร็วด้วย


ด้านที่สอง คุณภาพของบุคคลากรและการบริหารจัดการ ปัญหานี้องค์กรเก่าแก่กว่า 100 ปี อย่างศาลยุติธรรม แม้จะมีความพยายามในการปรับปรุงการบริหาร แต่ปัญหาหนักที่ทับถมศาลยุติธรรมคือ ปริมาณคดีค้างการพิจารณาเป็นจำนวนมาก


ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2553 คดีค้างในศาลทุกชั้น(ชั้นต้น-อุทธรณ์-ฎีกา)รวมแล้ว 265,058 คดี จริงอยู่ในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ อัตราเร่งในการพิจารณาค่อนข้างเร็ว แต่คดีที่รับใหม่ก็มีปริมาณสูง เช่น เพียง 8 เดือนของปีนี้มีคดีรับใหม่ในศาลชั้นต้นกว่า 700,000 คดี


ขณะ ที่ปัญหาหนักตกอยู่ที่ศาลฎีกาที่มีผู้ พิพากษาเพียง 100 คนเศษ แต่มีคดีค้างอยู่กว่า 37,000 คดีและมีปริมาณคดีรับใหม่ในอัตราสูง โดยไม่มีใครรู้ว่า คดีที่ค้างอยู่นานเกินกว่า 10 ปีมีจำนวนเท่าใดเพราะเป็นข้อมูลที่ไม่อาจตรวจสอบได้


อย่าลืมว่า ยิ่งคดีพิจารณาล่าช้าเท่าใด ยิ่งไม่ยุติธรรมกับประชาชนมากเท่านั้น

ขณะ ที่องค์กรอื่น แม้ตั้งขึ้นใหม่ แต่ก็มีปัญหาในด้านการบริหารจัดการอย่างหนักหน่วงไม่แพ้กัน เพราะเป็นการรวมคนมาจากร้อยพ่อพันแม่ ต่างวัฒนธรรมความคิดมาอยู่รวมกัน ทำให้หลายแห่งมีการช่วงชิงอำนาจ ไม่มีความผูกพันกับองค์กร ไร้กฎระเบียบที่ชัดเจน ทำให้เกิดการเล่นพรรคเล่นพวก ฯลฯ


อาทิ สำนักงานศาลปกครองไม่มีการกำหนดขอบเขตงานและอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจนของที่ปรึกษา แต่ใช้วิธีการง่ายๆคือ แต่ง ตั้งตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่เกษียณอายุเป็นที่ปรึกษาทั้งหมด ทำให้มีที่ปรึกษาถึง9-10คน ทำให้ต้องจ่ายเงินค่าตอบแทนรายละ 60,000 บาท/เดือน รวมเดือนละ 600,000 บาท ปีละ 7,200,000 บาท(ยังไม่รวมค่าปรับปรุงห้องทำงานใหม่ให้พอกับจำนวนที่ปรึกษาที่เพิ่มขึ้นอีก) ขณะที่ตุลการศาลปกครองสูงสุดมีเพียง 17 คนเท่านั้น


คำถามคือ ถ้ามีตุลาการศาลปกครองสูงสุดเกษียณอายุอีกจะตั้งเป็นที่ปรึกษาไปเรื่อยๆเช่นที่ผ่านมาหรือไม่ และมีจำนวนเท่าใดจึงจะเพียงพอ


ศาล รัฐธรรมนูญก็มีปัญหาเช่นเดียวกันองค์กรตามรัฐธรรมนูญอื่นๆและดู เหมือนว่าจะหนักหน่วงกว่าด้วยซ้ำโดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานคำวินิจฉัยที่ผ่าน มา(ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญชุดไหนก็ตาม)และปัญหาบริหารจัดการโดยเฉพาะคนสนิทของ ประธานศาลรัฐธรรมนูญที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากคนในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเอง ว่า แอบอิงอำนาจ"นาย"ในการแสวงหาผลประโยชน์ในรูปต่างๆ โดยผู้มีอำนาจทำตัวเป็น"จ่าเฉย"จนปัญหาบานปลายกลายเป็นคลิปฉาว


จริง อยู่ การโจมตีศาลรัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้านอาจมีเป้าหมายในทางการเมืองในเรื่อวง คดียุบพรรค แต่สิ่งสกปรกที่เกิดขึ้นในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องมีการปัดกวาดเช็ดถู เช่นเดียวกัน

จันทจิรา เอี่ยมมยุรา: ตัวตรงเงาไม่คด

ที่มา ประชาไท

ชื่อบทความเดิม ตัวตรงเงาไม่คด - “ถ้าตัวตรง ไม่ต้องกลัวเงาคด ถ้าหัวตรง ไม่ต้องกลัวเท้าเอียง”
เผยแพร่ครั้งแรกที่
เว็บไซต์นิติราษฎร์

ดู เหมือนกระแสน้ำที่ท่วมท้นประเทศไทยอยู่ขณะนี้จะพัดพา เอาข่าวคราวเรื่องคลิปลับกรณี คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ละลายหายไปกับสายน้ำเรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งที่ไม่เป็นข่าวก็ไม่ได้แปลว่าไม่เป็นปัญหา เพราะคลิปลับซึ่งข่าวว่ามีด้วยกัน 5 ตอนนี้กลายเป็นวัตถุพยานเพิ่มน้ำหนักความระแวงสงสัยของสาธุชนที่มีมาก่อน หน้านี้แล้วว่าศาลนั้นยังคงเที่ยงธรรมและเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนอยู่ หรือไม่ ด้วยเนื้อหาในคลิปแสดงไปในทิศทางว่ามีการวิ่งเต้นล็อบบี้เจ้าหน้าที่ระดับ สูงของศาล คือเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญมิให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนี้มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนหารือกันถึงวิธีการเพื่อให้ได้พยาน บุคคลบางคนมาให้การต่อศาล [1] แต่ พลันที่ข่าวนี้เผยแพร่ออกไปตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกลับเห็นว่านี่เป็นขบวน การบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญด้วยการเผยแพร่คลิป

ล่า สุดคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกโรงมีมติให้เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐ ธรรมนูญแจ้งความดำเนินคดีขบวนการจัดฉากเผยแพร่คลิปฉาวในข้อหาข่มขู่และหมิ่น ประมาท [2] สร้าง ความฉงนสนเท่ห์ให้แก่สาธุชนที่มีใจเป็นธรรมจำนวนไม่น้อยว่าเหตุใดศาล รัฐธรรมนูญหรือหน่วยงาน ป.ป.ช.จึงไม่ดำเนินการสอบสวนให้ได้ความกระจ่างแจ้งเสียก่อนว่าคลิปดังกล่าว เป็นของจริงหรือตัดแต่ง มีตุลาการหรือข้าราชการศาลรัฐธรรมนูญคนใดต้องรับผิดชอบกับความไม่ชอบมาพากล เรื่องนี้อย่างไรบ้าง รวมทั้งบุคคลภายนอกที่วิ่งเต้นล็อบบี้ศาลด้วย

อย่างนี้จะเข้าทำนองตัวไม่ตรง แต่ไปโทษว่าคนอื่นทำเงาคดหรือไม่

ปี นี้ผู้รู้ออกมาให้ข้อมูลว่าประเทศไทยจะประสบกับพายุฝนที่โหมกระหน่ำ หนักหนาที่สุดในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา ความอึมครึมของฟ้าฝนดูจะไม่แตกต่างจากบรรยากาศในวงการยุติธรรมไทยสักเท่าใด นัก ระหว่างรอวันฟ้าสว่างผู้เขียนไปพบหนังสือเล่มหนึ่งที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใช้เป็นตำราเรียนในวิชาหลักวิชาชีพนักกฎหมายของนักศึกษานิติศาสตร์ชั้นปีที่ 4 มาตลอดยี่สิบกว่าปี หนังสือเล่มนี้บรรจุเนื้อหาการบรรยายของนักกฎหมายและตุลาการคนสำคัญ ๆ ของวงการกฎหมายไทยร่วมสมัยเกี่ยวกับการปฏิญาณตนเข้าสู่วิชาชีพและการปฏิบัติ ตนของนักกฎหมาย ตั้งแต่วิชาชีพทนายความไปจนถึงผู้พิพากษาตุลาการอันเป็นขั้นสูงสุดของ วิชาชีพกฎหมาย บรรยากาศเมืองไทยเวลานี้และข่าวคลิปลับคดียุบพรรค ปชป. ย่อมดึงดูดความสนใจของผู้เขียนต่อหนังสือเล่มนี้เป็นพิเศษ และนับเป็นวาระอันเหมาะสมที่จะนำสาระสำคัญบางตอนในหนังสือเล่มนี้มาคุยกับ ท่านผู้อ่านเว็บไซต์นิติราษฎร์ในรอบนี้

ข้อความตอนหนึ่งบรรยายโดย ศาสตราจารย์โสภณ รัตนากร อดีตประธานศาลฎีกา ในหัวข้อเรื่อง “หลักวิชาชีพนักกฎหมาย : ตุลาการ” ท่านกล่าวว่า

สำหรับ ผู้พิพากษาตุลาการ เรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และถือเป็นอุดมการณ์ของตุลาการทุกระบบไม่ใช่เฉพาะของไทย จึงได้เขียนเอาไว้ในประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการเป็นข้อแรก โดยบัญญัติว่า

“หน้าที่สำคัญของผู้พิพากษา คือการประสาทความยุติธรรมแก่ผู้มีอรรถคดี ซึ่งจักต้องปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเที่ยงธรรม ถูกต้องตามกฎหมายและนิติประเพณี ทั้งจักต้องแสดงให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนด้วยว่าตนปฏิบัติเช่นนี้อย่าง เคร่งครัดครบถ้วน เพื่อการนี้ผู้พิพากษาจักต้องยึดมั่นในความเป็นอิสระของตนและเทิดทูนไว้ซึ่ง เกียรติศักดิ์แห่งสถาบันตุลาการ”

เหตุที่ประมวล จริยธรรมข้าราชการตุลาการยกเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ไว้ เป็นข้อแรก และถือเป็นอุดมการณ์แห่งวิชาชีพที่สำคัญที่สุดเพราะเหตุว่าถ้าผู้พิพากษาไม่ มีความซื่อสัตย์สุจริต สถาบันตุลาการก็อยู่ไม่ได้ เป็นที่เชื่อถืออะไรไม่ได้ [3] ซึ่งจะนำไปสู่ความเสื่อม และล่มสลายของสถาบันตุลาการในที่สุด

ความซื่อสัตย์สุจริตและความเป็นอิสระของผู้พิพากษานอกจากต้องมีอยู่ในตนอย่างแท้จริงแล้ว

ตอน ท้ายของประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อนี้ยังเรียกร้องให้ผู้ พิพากษา “จักต้องแสดงให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนด้วยว่า ตนปฏิบัติเช่นนี้อย่างเคร่งครัดครบถ้วน”ซึ่งอาจารย์โสภณหมายความว่า ผู้ พิพากษามีหน้าที่ต้องทำให้ประชาชนเห็นจริงด้วยว่า เขาได้รับความยุติธรรมโดยปราศจากข้อเคลือบแคลงสงสัย ไม่ใช่ว่าตัวผู้พิพากษาคิดว่าได้ให้ความยุติธรรมแล้ว แต่ประชาชนสงสัยว่าเขาไม่ได้รับความยุติธรรม อย่างนี้ใช้ไม่ได้

มี คำพูดคำหนึ่งในวงการตุลาการว่าผู้พิพากษาไม่เพียงต้องซื่อสัตย์สุจริต แต่จะต้องทำตัวให้ไม่มีฉายาแห่งความไม่สุจริต คือ ไม่ให้มีเงาให้คนอื่นเขาสงสัยในความไม่สุจริตนั่นเอง

ผู้เขียนเห็นว่าคำว่า “ฉายาหรือเงา” สำหรับผู้พิพากษา นอกจากจะหมายเอาที่พฤติกรรมอันไม่สุจริตของตัวผู้พิพากษาซึ่งทำหน้าที่ พิพากษาตัดสินคดีโดยตรงแล้ว ยังหมายรวมไปถึงพฤติกรรมของบุคคลใกล้ชิดผู้พิพากษาทั้งในหน้าที่การงานและใน ครอบครัวซึ่งการกระทำของบุคคลเหล่านั้นอาจทำให้บุคคลภายนอกเข้าใจไปได้ว่า เป็นการยินยอมหรือความเห็นชอบของผู้พิพากษาผู้นั้น

กล่าวเฉพาะเจาะ จงเรื่องคลิปลับ หากตั้งคำถามว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ปรากฏตัวในคลิปทั้งโดยตัวเองและโดยเงา (โดยนัย) จะเข้าข่ายมีพฤติกรรมที่อาจถูกสงสัยในความซื่อสัตย์สุจริตและความเป็นอิสระ แล้วหรือไม่ และสมควรดำเนินการทางกฎหมายประการใด ผู้เขียนขอมอบให้องค์กรผู้มีหน้าที่สอบสวนอย่างคณะกรรมการ ป.ป.ช.เป็นผู้ตอบ
ส่วนคดียุบพรรคประชาธิปัตย์นั้น ตุลาการที่ถูกสงสัยควรปฏิบัติตัวอย่างไร ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 14 กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ในอรรถคดีว่า

“ผู้ พิพากษาพึงถอนตัวออกจากการพิจารณา และพิพากษาคดีเมื่อมีเหตุที่ตนอาจจะถูกคัดค้านได้ตามกฎหมาย หรือเมื่อมีเหตุประการอื่นที่เกี่ยวกับตัวผู้พิพากษาอันอาจทำให้การพิจารณา พิพากษาคดีนั้นเสียความยุติธรรม และจักต้องไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการจูงใจผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาพิพากษาคดีนั้นในภายหลังในประการที่ อาจทำให้เสียความยุติธรรมได้”

เรื่องนี้อาจารย์โสภณเห็นว่า เป็นเรื่องที่สำคัญของผู้พิพากษา เพราะการถอนตัวไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจของผู้พิพากษาเท่านั้น แต่ยังเป็นการป้องกันมิให้มีข้อครหาเกิดขึ้นภายหลัง เพื่อดำรงความบริสุทธิ์ยุติธรรมของสถาบันศาลและเพื่อรักษาไว้ซึ่งความศรัทธา ของประชาชนต่อศาลด้วย

ผู้เขียนเห็นว่าเหตุผลประการหลังนี้เองเป็น รากฐานของบรรดาข้อบัญญัติ ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการและนิติประเพณีทั้งหมดทุกประการ คดียุบพรรคการเมืองไม่ว่าพรรคใดล้วนเป็นเรื่องใหญ่ มีประชาชนที่เขาหวงแหนพรรคสนับสนุนอยู่จำนวนมาก หากประชาชนเหล่านั้นรู้สึกว่าการยุบหรือไม่ยุบพรรคการเมืองใดไม่ได้ขึ้นอยู่ กับพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในคดีแล้ว ย่อมเกิดความไม่เชื่อถือเคารพศรัทธาสถาบันศาลและตุลาการตามมา และหากความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในสังคมแล้ว (แม้ความรู้สึกอาจตรงหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริงก็ตาม) วิถีทางการระงับความขัดแย้งในสังคมโดยสันติย่อมสิ้นสุดลง ประชาชนจะเลิกนำคดีมาสู่ศาลและหันไปยุติความขัดแย้งด้วยความรุนแรง (ดังปรากฏการณ์ระเบิดเกลื่อนเมืองขณะนี้) ท้ายที่สุดความหายนะย่อมเกิดขึ้นกับสถาบันศาลและสังคมไทยอย่างไม่อาจหลีก เลี่ยงได้

ผู้เขียนเห็นว่าผู้พิพากษาและตุลาการซึ่งได้ปฏิญาณตนตาม รัฐธรรมนูญ รวมทั้งสถาบันแห่งรัฐทั้งหลายซึ่งมีหน้าที่ประกันความอิสระของตุลาการ [4] มีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องรักษาความบริสุทธิ์ยุติธรรมของสถาบันศาลและความศรัทธาของประชาชนต่อศาลไว้เท่าชีวิตตน

ก่อน จบผู้เขียนนึกขึ้นได้ว่าในสมัยที่ท่านอาจารย์โสภณ รัตนากร ดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกานั้น ท่านเป็นผู้ที่ไล่ผู้พิพากษาออกจากราชการถึง 17 คน นับว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการตุลาการไทย สาเหตุการไล่ออกก็มีต่าง ๆ นานา แต่ไม่เห็นเคยตีโพยตีพายเลยว่ามีขบวนการบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของศาล ยุติธรรม ข่มขู่หรือหมิ่นประมาทศาล เรื่องพรรค์นี้ผู้หลักผู้ใหญ่ซึ่งเป็นตุลาการที่ผู้เขียนเคารพนับถือพูดเสมอ ว่า “ถ้าตัวตรง ไม่ต้องกลัวเงาคด ถ้าหัวตรง ไม่ต้องกลัวเท้าเอียง”

-------------------------------------

1. มติชนออนไลน์ วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เวลา 05:06:31 น. เผยแพร่ข่าวนี้พร้อมกับสรุปสาระของคลิปแต่ละตอน ดังนี้

ตอน ที่ 1 เป็นภาพ "ผู้ใหญ่" พบและปรึกษาหารือบิ๊กตุลาการบางคนโดยอ้างว่า เป็นการพบเพื่อให้ช่วยไม่ให้พรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบ โดยรับปากว่า หากผ่านวิกฤตนี้ได้จะปูนบำเหน็จด้วยตำแหน่งที่สูงส่ง

ตอนที่ 2 เป็นคลิปและคำสนทนาของส.ส.ในฐานะตัวแทนฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์คนหนึ่ง นัดพบเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ห้องอาหารแห่งหนึ่ง เพื่อปรึกษาการเตรียมการให้กกต.ที่ให้การเป็นคุณ ในการอ้างข้อกฎหมาย เพื่อให้พรรคไม่ถูกยุบ

ตอนที่ 3 เป็นคลิปตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนปรึกษาหารือเพื่อจะอ้างคำให้การของนาย อภิชาต เพื่ออ้างว่ามีอำนาจทำได้และพ่วงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ตอน ที่ 4 เป็นคลิปคำพูดหลายคำของวงปรึกษาหารือที่ซ่อนนัยยะหากตัดสินไม่ยุบประชาธิ ปัตย์ เกรงจะมีข้อครหานินทา จึงจะดึงนายอภิชาตมาร่วมรับในสองมาตรฐาน

ตอนที่ 5 เป็นทรรศนะของตุลาการรัฐธรรมนูญบางคนที่มีต่อ ส.ส.เพื่อไทย ใช้คำว่า "มัน"ทุกครั้งที่เอ่ยชื่อ
จาก http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1287228593&grpid=00&catid

2. หนังสือพิมพ์แนวหน้า วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม 2553 ใน http://www.ryt9.com/s/nnd/1015442

3. โสภณ รัตนากร “หลักวิชาชีพนักกฎหมาย : ตุลาการ” ใน รวมคำบรรยายหลักวิชาชีพนักกฎหมาย, แสวง บุญเฉลิมวิภาส บรรณาธิการ, พิมพ์ครั้งที่ 5, กรุงเทพฯ วิญญูชน, 2545, หน้า 158-159.

4. ตัวอย่างเช่น รัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ค.ศ.1958 มาตรา 64 วรรคแรก บัญญัติว่า “ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเป็นผู้ประกันความเป็นอิสระของตุลาการ”

รวมฮิตช็อตเด็ดทองมาร์คในเวทีโลก

ที่มา Thai E-News


มือที่มองไม่เห็น(ตัว)ของใคร?-เป็น ธรรมเนียมปฏิบัติของการประชุมสุดยอดผู้นำนานาชาติ ต้องมีภาพแบบนี้เกิดขึ้นตอนจบประชุม คือการจับมือประสานกันอย่างแน่นเหนียว แต่การประชุมอาเซียน-จีนหนล่าสุดที่ฮานอย มีบางมือของบางคนที่ผู้นำนานาชาติทำท่าไม่อยากสัมผัส(ภาพข่าว:REUTERS)



เฉลย..ยัง ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า สำนักข่าวต่างประเทศแค่บังเอิญ หรือ ตั้งใจจะให้ภาพนายกฯหุ่นเชิด ของระบอบทรราชย์อำมาตย์ในเวทีโลก ออกมาเสมือนถูกรังเกียจจากผู้นำนานาชาติ แต่ดูแล้วภาพแนวนี้ออกมาถี่ หลังการสังหารหมู่ผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในไทย

สำนักข่าวต่าง ประเทศยิงช็อตเด็ด แสดงให้เห็นภาพอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำท่าหันไปขอจับมือกับนายกฯเหวิน เจีย เป่าของจีน ระหว่างประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 13 ที่ฮานอย เวียดนาม เมื่อวันศุกร์ 29 ต.ค. แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับความใส่ใจ ส่วนนายกฯสิงคโปร์ก็ทำท่าเหมือนไม่อยากยื่นมือมาสัมผัสด้วยเช่นกัน


อีก ภาพ อภิสิทธิ์ไปประชุม UN ที่วอชิงตัน เมื่อ 24 กันยายนที่ผ่านมา ทำท่าพยายามเรียกร้องความสนใจจากโอบาม่า แต่เหมือนจะถูกเมิน ราวกับไม่มีตัวตนของเขายืนอยู่ตรงนั้น


อย่าง ไรก็ตามเขาได้รับการชดเชยด้วยการกระชับมืออย่างอบอุ่นแนบแน่นจากนายพลอาวุโส ตานฉ่วย เผด็จการมือเปื้อนเลือดรุ่นพี่ ขณะที่เจ้าตัวทำสีหน้าพะอืดพะอม เหมือนยังไม่ยอมทำใจรับสภาพ

Thursday, October 28, 2010

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:80 ปี จิตร ภูมิศักดิ์ -4 ปี นวมทอง ไพรวัลย์ ดาวยังพรายศรัทธา เย้ยฟ้าดิน

ที่มา Thai E-News



โดย นักข่าวชาวรากหญ้า
28-31 ตุลาคม 2553

***สังคม ข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันที่ 28-31 ตุลาคม 2553 กิจกรรมฝ่ายประชาธิปไตยยังคึกคักเข้มแข็ง ไฮไลต์อยู่ที่กิจกรรมรำลึก 80 ปีแห่งวีรประวัตินักปฏิวัติประชาชน จิตร ภูมิศักดิ์ -4 ปีมหาวีระประชาชน นวมทอง ไพรวัลย์ ที่จากไปพร้อมกับการ"เกิดใหม่"ของไพร่ตาสว่างหลายสิบล้าน ค่อนประเทศ-กิจกรรมแรลลี่เส้นทางสีแดง 18 จังหวัดภาคอีสาน 1700 โลเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมปาก นักโทษการเมือง และสารพันกิจกรรม ส่งข่าวคราวภาพถ่าย คลิป บทความได้ที่ thaienews99@googlegroups.com เหมือนเคย***





4 ปีวีระประชาชน นวมทอง ไพรวัลย์-นวม ทอง ไพรวัลย์ ขับรถแท็กซี่ชนรถถังต่อต้านรัฐประหาร 19 กันยาฯ49 โดนโฆษกกองทัพบกหมิ่นแคลนว่า รับจ้างทักษิณ ไม่มีใครยอมตายเพื่ออุดมการณ์ได้...ต่อมา 31 ตุลาคม 49 นวมทองแขวนคอตายที่สะพานลอยหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เหตุการณ์ผ่านไป จนป่านนี้ พวกปฏิกริยาหมารับใช้อำมาตย์ก็ยังสบประมาทประชาชนเหมือนเดิมว่า รับจ้างทักษิณมา โดยลืมไปว่า ใครจะรับจ้างมาตายอีกตั้ง 92 ศพ...พวกมึงยังไม่สำเหนียกอีกหรือ?

ขอเชิญร่วมนิทรรศการรำลึกลุงนวม ทอง ไพรวัลย์ ในวันอาทิตย์ 31 ตุลาคม เวลา 16.00-20.00 น. ณ อนุสรณ์สถานสี่แยกคอกวัว และบริเวณสะพานลอยหน้าไทยรัฐวิภาวดีฯตามโปสเตอร์ข้างบน


ช็อตเด็ดวันนี้


***บก.ลาย จุดเขียนลงเฟซบุ๊ค ชมเปาะว่ารูปนี้ สาวเสื้อแดงกล้าหาญและใจเกินร้อยจริงๆ! กล้าฉายเดี่ยวสวมบทนอนตายต่อหน้าต่อตาเหล่า Police ที่ผูกผ้าพันคอแดงซะด้วย "We need democracy-พวกเราต้องการประชาธิปไตย) จะเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกจะต้องบันทึกไว้ สุดยอดมาก (ขอบคุณภาพจากคุณ amerilao เวป IF)***

ปรองดองนะจ๊ะ

***ขบวน การปรองดองเรนเจอร์ พากันไปออกแถลงการณ์เยาะหยันกรณีบัน คี มูน เลขาธิการUNมาเมืองไทย แต่ดันไปเรียกร้องให้ปล่อยนักโทษการเมืองพม่า ไม่ไยดีข้อเรียกร้องให้ปลดปล่อยนักโทษการเมืองเสื้อแดง สอบสวนลงโทษผู้บงการสังหารหมู่เสื้อแดง ด้วยตอน"ปรองดองกันนะจ๊ะคนไทย"สไตล์มือเปื้อนเลือด***

***รูปถ่ายจักรภพล่าสุด


เวบไซต์ประชาธิปไตยร้อยเปอร์เซ็นต์ รายงานภาพถ่ายล่าสุดของจักรภพ เพ็ญแข โดยรายงานว่า เป็นควันหลงจากงานโอท็อปของคนเสื้อแดง ที่ทางกลุ่มเรดไซเบอร์ได้จัดขึ้น เมื่อวันที่ 1-3 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ บิ๊กซี ลาดพร้าว ชั้น 6

ในวันนั้นศูนย์ข่าว "TPNews" ได้ตั้งบูทรับสมัครสมาชิกข่าวสั้น- SMS ผ่านมือถือ, ขายหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คส์ผลงาน "คุณจักรภพ" และจัดมุมให้แฟนคลับเขียนข้อความอวยพร, ให้กำลังใจ "คุณจักรภพ"ด้วย

ณ วันนี้ "สมุดเซ็นเยี่ยม" ทุกเล่ม พร้อมรูปถ่ายแฟนๆ ได้ถึงมือ "คุณจักรภพ" เรียบร้อยแล้ว ด้วยความซาบซึ้งยิ่ง "คุณจักรภพ" จึงฝากรูปถ่ายพร้อมคำขอบพระคุณ เป็นกลอน มาให้แฟนๆ ทุกท่าน ดังนี้ :


แต่ละพรแต่ละคำจำไว้ว่า
ในยามเหนื่อยยามล้าย่อมสู้ไหว
เมื่อครอบครัวเสื้อแดงแรงน้ำใจ
ผมฮึดสู้ขึ้นใหม่เพราะได้แรง

ส่งหัวใจข้ามฟ้ามาอารักษ์
เป็นเสาหลักศักดิ์ศรีที่มีแสง
ฉายบ้านเมืองมืดดำรื้อกำแพง
ประชาธิปไตยฉายแสงด้วยแรงเรา

ขอกราบขอบพระคุณให้ทุนเพิ่ม
กำลังใจใส่เติมดั่งเสริมเสา
สถาบันมวลชนคนอย่างเรา
ย่อมแข็งเท่าหรือแข็งกว่ากาลีเมือง.



ขอกราบขอบพระคุณทุกๆ คำอวยพรด้วยใจเคารพรักอย่างสูงครับ

ผม-จักรภพ เพ็ญแข

แฟนๆจักรภพหากอยากดูรูปชุดใหญ่ หลายรูปให้ตามไปดูที่เวบประชาธิปไตย100%***


ภาพข่าวกิจกรรมแรลลี่กรุงเทพฯ-ราชบุรี และเวทีเขาแก่นจันท์คึกคักสวยงาม

เสื้อแดงราชบุรี ในฐานะเจ้าภาพ ขอรายงานภาพข่าวกิจกรรม ซึ่งสำเร็จลุล่วงด้วยดี

ช่วงเช้า ขบวนแรลลี่ไปตลาดน้ำดำเนินสะดวก แหล่งท่องเที่ยวราชบุรี มีชื่อระดับโลก

จากนั้นไปแวะเที่ยวโสถ์คริสต์เก่าแก่อายุ100ปีที่บางนกแขวก

งานแรลลี่หนนี้มีรถร่วมประมาณ 130-140 คัน คึกคักกันดีมาก

จาก นั้น รถทั้งหมดร่วมกันแห่ไปในเมืองราชบุรี ไปผูกผ้าแดงที่หอนาฬิกากัน ได้ข่าวมาว่าพวกสาวกพันธมิดราชบุรี อกจะแตกตายหลายคน ทนไม่ได้ที่เห็นรถเป็นร้อยคันยาวเหยียด ผูกผ้าแดงวิ่งผ่านกลางเมือง

ตกเย็นเวทีเสวนาก็คึกคักดี มีคนเสื้อแดงและไม่แดงมาร่วมสามพันคน ตำรวจบอกมากกว่าที่เขาคาด

งาน นี้ เรามีกล่องกิจกรรม ชวนคนหยอดเงิน บอกว่าหักค่าเวทีและอื่นๆแล้วจะเอาเงินที่เหลือไปช่วยน้ำท่วม ก็ช่วยๆกันให้ก็ได้ ไม่ให้ก็ไม่เป็นไร ที่มีให้ตั้งแต่สิบบาท ร้อยบาท บางคนให้ห้าร้อย พันก็มี

สรุปตัวเลขมาแล้ว รายรับเราได้สามหมื่นเศษ รายจ่ายประมาณสองหมื่นบาท เราเหลือเงินช่วยน้ำท่วมประมาณ 13000 บาท
และได้ส่งเงินไปช่วยเสื้อแดงสิงห์บุรี ซื้อเรือให้ 1 ลำมูลค่า 5000 บาทแล้ว ที่เหลือ เราก็จะส่งช่วยเหลือที่อื่นต่อ

โดย สรุป งานนี้คือมวลชนที่มาน่าจะได้ความรู้ และเพิ่มเติมไฟ ได้กำลังใจ เพื่อไปขับเคลื่อนกันต่อไป และที่ได้เพิ่มสำหรับพวกเราคนจัดงานคือกำลังใจ แม้จะเหนื่อยแต่ก็ภูมิใจ ส่วนพวกข้าราชการสมุนอำมาตย์ที่น่าจะรู้ได้ก็คือ บทเรียนราคาแพง ที่ดันทะลึ่งไปล็อคโรงแรมไม่ให้เราเช่าสถานที่ จากเดิมจะจัดเล็กๆย่อมๆคนซัก3-4ร้อย เลยกลายเป็น 3 พัน...เลยทำให้งานเราใหญ่กว่าเดิมหลายเท่าตัว***

กิจกรรม นปช.สัญจรแดงยุโรป เมือง Helsingborg สวีเดน 23 ต.ค.
From กิจกรรมงาน นปช.สัญจรแดงยุโรป ที่เมื�


กลุ่มนปช.เยอรมัน (ทัวร์นกขมิ้นแดงแจ๊ด) มีกิจกรรมนัดพบพี่น้องคนไทยหัวใจสีแดงในยุโรป เมื่อ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา

โดย เจ้าภาพกิจกรรมในครั้งนี้ทางพี่น้องเสื้อแดงในประเทศสวีเดน ร่วมกับกลุ่มพี่น้องนปช.แดงยุโรป มีตัวแทนจากประเทศเดนมาร์ก นอร์เวย์ เข้าร่วมช่วยกันเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมใหักับพี่น้องเสื้อแดงวีรชนผู้ เสียชีวิต และเพื่อนพ้องน้องพี่คนเสื้อแดง อีกทั้งกลุ่มแกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดิน หลังเหตุการณ์สลายชุมนุม ที่ บ่อนไก่และ ราชประสงค์

จุดประสงค์ของกิจกรรม

เป็น กระบอกเสียง ประกาศข้อเท็จจริงที่ยังไม่ได้ถูกเปิดเผยให้กับชาวต่างประเทศได้รับรู้ รับทราบ เรื่องราวความเป็นมาของกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งในและนอกประเทศ ที่มีเป้าหมายการเรียกร้องให้เกิดระบอบการปกครองที่เป็นประชาธิปไตยในแนวทาง สันติวิธี อันเป็นสิ่งที่มีความชอบธรรม และสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในการแสดงออกถึงความต้องการความเสมอภาค ให้เป็นไปตามหลักสากล

จุดนัดพบฯ : รวมพลที่ร้านอาหารไทย Phuun Thai เมือง Helsingborg ประเทศ Sweden

สถานที่ดำเนินกิจกรรม : ลานอเนกประสงค์ หน้าท่าเรือเดินทะเล เมืองHelsingborg กิจกรรม เริ่ม เวลา 13:00 น. เวลาท้องถิ่น

- กลุ่ม นปช.เยอรมัน(ทัวร์นกขมิ้นแดงแจ๊ด) ได้กล่าวเชิญชวนพี่น้องที่เข้าร่วม ส่งตัวแทนร่วมกันปราศัยเป็นภาษาสวีดิช เยอรมัน เดนมาร์กและ ภาษาอังกฤษ ในหัวข้อ ความจริงที่เกิดจากความอยุติธรรมที่รัฐบาลทรราช จัดการกับประชาชนที่ต่อสู้เรียกร้องระบอบประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงในประเทศ และเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้สูญเสียชีวิต ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ และครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมของ ทหารรับใช้อำนาจเผด็จการ

เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือ การเยียวยาที่เหมาะสมและเป็นรูปธรรม และกระจายข่าวให้สังคมโลก ได้รับรู้เรื่องราวเหตุการณ์อีกด้านที่รัฐบาลโจรพยายามปกปิดข่าวสาร ข้อเท็จจริงต่างๆที่เกิดขึ้น

- ร่วมกันร้องเพลง นักสู้ธุลีดิน เพื่อสืบสานอุดมการณ์การเรียกร้องประชาธิปไตย

หลังจบกิจกรรม ร่วมเดินประกาศ We Want Justice/Aphisith Get Out /ใครสั่งฆ่า เอี้ยสั่งฆ่า กลับจุดนัดพบร้าน phuun thai

เวลา 15:30 น. เวลาท้องถิ่น เจ้าภาพแดงสวีเดน เชิญพี่น้องร่วมแสดงความคิดเห็นเรื่องการเมืองการปกครอง และฟังคำปราศัยของตัวแทนจากกลุ่ม เดนมาร์ก สวีเดน นอร์เวย์ และ เยอรมัน
เวลา 16:00 น. ติดต่อโฟนอินคุณจตุพร พรหมพันธ์ วิเคราะห์ข่าวสารและเหตุการณ์การเมืองไทยในปัจจุบัน
เวลา 17:00 น. ร่วมรับประทานอาหาร และร้องเพลงเสื้อแดง / ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือเร่งด่วน พี่น้องไทยที่ประสบปัญหาอุทกภัย
เวลา 22:00 น. จบรายการ อำลาแยกย้ายกลับภูมิลำเนา***



***ศูนย์ข่าวประชาชน(People Channel)จัดเสวนา ณ ห้องเสวนา ศูนย์ข่าวประชาชน People Channel ชั้น 5 บิ๊กซี ลาดพร้าว

พฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 53

เวลา 13.00 – 16.00 น.เสวนา “ความหมายแห่งเสรีชน”
โดย อรรถชัย อนันตเมฆ
อุ๋ย ไทยเดลฟรี
ศักดิ์ดา บูรพงศ์
อารี แท่นคำ
ซาร่า ดำเนินรายการ

เสาร์ที่ 30 ตุลาคม 53
เวลา 13.00 น. ปิดท้ายเดือนตุลาด้วยภาพยนตร์ “14 ตุลา สงครามมหาประชาชน”

อาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 53

เวลา 13.00-17.00 เม้าท์กันสนั่นเมือง พบกับ :ป้อม กรองทอง,เต้ มดชมพู,อ้น ชัยนรินทร์ พร้อมแขกรับเชิญสุรชัย แซ่ด่าน เปิดใจหลังโดนสั่งฟ้องคดีหมิ่นฯ,อดีตนักศึกษาเสรีปัญญาชน,ตัวแทนREDนนท์ มาร่วมกัน "เมาท์กระจาย" ***

***เสื้อแดงช่วยน้ำท่วม-เชิญบริจาคช่วยน้ำท่วมกับกลุ่มเสื้อแดงที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เต๊นท์ฝั่งโรบินสัน หรือที่บิ๊กซี ลาดพร้าว***

*** RED NURSE จากอิมพีเรียล พากันนำสิ่งของบรรเทาทุกข์พี่น้องชาวตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง พี่น้องได้รับกับมือด้วยความตื้นตันใจที่คนประสบภัยการเมืองเสื้อแดง ยังมีแก่ใจช่วยคนประสบภัยน้ำท่วม ทางเสื้อแดงอ่างทองขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือพี่น้อง ท่านใดจะสอบถามหรือบริจาคสิ่งของให้พี่น้องชาวอ่างทองที่ถูกน้ำท่วม ติดต่อได้ที่ อ.อ๊อด 085-178-6678 หรือที่เจ้ไก่ ร้านไก่โฆษณา 081-851-4818 รับรองพี่น้องได้รับของครบ ไม่มีปัญหากวนใจ***

*** 80 ปี จิตร ภูมิศักดิ์-ภาค วิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ, กองทุนจิตร ภูมิศักดิ์, มูลนิธิจิตร ภูมิศักดิ์, ชมรมประวัติศาสตร์ จุฬาฯ และกลุ่มประชาคมจุฬาฯเพื่อประชาชน ขอเชิญร่วมงาน "80 ปี จิตร ภูมิศักดิ์" ระหว่างวันศุกร์ที่ 29 - เสาร์ที่ 30 ตุลาคมนี้

...
ศุกร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2553
.....
09.00-9.15 น. กล่าวต้อนรับโดย คณบดีคณะอักษรศาสตร์
09.15-9.30 น. กล่าวเปิดงานโดย คุณสัมผัส พึ่งประดิษฐ์
09.30-10.00 น. ปาฐกถานำ โดย อ. ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ
10.00-10.30 น. พัก – กาแฟ
10.30-12.00 น. เสวนา "แง่มุมทางประวัติศาสตร์การเมืองและวัฒนธรรมของ จิตร ภูมิศักดิ์" โดย ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์, บัณฑิต จันทศรีคำ, ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
ดำเนินรายการ ผศ. ดร. สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ

13.00-14.30 น. เสนอบทความวิชาการเกี่ยวกับจิตร ภูมิศักดิ์

บทความที่ 1 ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ "กลับไปอ่านโฉมหน้าศักดินาไทย"

บทความที่ 2 บาหยัน อิ่มสำราญ “โคทาน: ภารตนวนิยายแปลของจิตร ภูมิศักดิ์”

บทความที่ 3 ธิกานต์ ศรีนารา “การกีดกันความเป็น “คอมมิวนิสต์” ออกจาก จิตร ภูมิศักดิ์ หลัง-พคท.”

14.30-15.00 น. พัก – กาแฟ

บทความที่ 4 ยุกติ มุกดาวิจิตร “จิตร ภูมิศักดิ์ในฐานะนักชาตินิยม: ข้อพิจารณาเบื้องต้นจากการศึกษา “โองการแช่งน้ำฯ””

บท ความที่ 5 วิลลา วิลัยทอง ““ดาวยังพราย ศรัทธาเย้ยฟ้าดิน”: การใช้ชีวิตประจำวันของจิตร ภูมิศักดิ์และนักโทษการเมืองในคุกช่วงทศวรรษ 2500”

บทความที่ 6 เก่งกิจ กิติเรียงลาภ “ความหมาย ฐานะ และผลสะเทือนของ “จิตร ภูมิศักดิ์” “หลัง 2516””

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553

13.00-14.30 น. เสวนา "จิตร ภูมิศักดิ์ ในความเห็นของคนรุ่นใหม่" โดย ประจักษ์ ก้องกีรติ (ผู้นำเสวนา), ไอดา อรุณวงศ์, ธนาพล อิ๋วสกุล, สลักธรรม โตจิราการ, และดนัย พลอยพลาย

14.30-15.00 น. พัก – กาแฟ

15.00-17.00 น. การแสดงดนตรี อ่านบทกวีและแสดงละคร โดยนิสิตกลุ่มประชาคมจุฬาฯ เพื่อประชาชนและชมรมประวัติศาสตร์ จุฬาฯ ณ ห้องโถง 101 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ คณะอักษร ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ โทร. 0-2218-4672 begin_of_the_skype_highlighting 0-2218-4672 end_of_the_skype_highlighting แฟ็กซ์ 0-2218-4673***

***คิก ออฟ กิจกรรมเส้นทางสีแดง 1700 โลล่ายุติธรรม (เพิ่มจากเดิม12จังหวัด เป็น18จังหวัด ปลายทางที่ลาว ระยะทางจากเดิม900 เพิ่มเป็น1700กิโลเมตร)-อาจารย์ ธิดา โตจิราการ ภรรยาหมอเหวง โตจิราการ กับคณะที่ปรึกษาโครงการฯ เช่น บก.ลายจุด จะไปร่วมวางดอกไม้แดงหน้าเรือนจำคลองเปรม โดยงานนี้คุณหมอสันต์ หัตถีรัตน์ ประธานมูลนิธิีรชนเพื่อประชาธิปไตย (อดีตประธานสมาพันธ์ปชต. ผู้นำการต่อสู้ยุค 17 พฤษภา 35)ในวันอาทิตย์ที่ 31 ตค. เวลา 16.00 น.

เชิญ ร่วมส่งขบวนเดินทางเส้นทางสีแดง (Red Path) อาทิตย์ 31 ตค.ที่ราชประสงค์ตั้งแต่ 10.00 น. ร่วมกันเขียนจดหมายให้กำลังใจพี่น้องเสื้อแดงอีสานที่ถูกคุมขังคดีการเมือง ใส่ซองจดหมายสีแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลก ร่วมปล่อยขบวนและปั่นจักรยานกับ บก.ลายจุดและกลุ่มวันอาทิตย์สีแดงและปล่อยนกพิราบ 91 ตัว สัญลักษณ์ของเสรีภาพ 16.00 น.วางดอกไม้แดงหน้าเรือนจำคลองเปรมให้กับแกนนำเพื่อเดินทางสู่อีสาน (รายละเอียดกิจกรรมดูตอนท้ายข่าว)***

***กิจกรรมนี้มีกันทั่วโลก นำโดยคุณคอนเนอร์ เพอร์เซล ชาว ออสเตรเลียที่ติดคุกในไทยเพราะขึ้นปราศรัยเวทีเสื้อแดงที่ผ่านมา และได้ออกจากคุกแล้ว จัดงานพร้อมกันกับที่ขบวนแรลรี่ปั่นจักรยานโครงการเส้นทางสีแดง(ดูรายละเอียดท้ายสังคมข่าว)ที่จะออกมาเรียกร้องให้ปลอ่ยตัวแกนนำและคนเสื้อแดงที่ติดอยู่ในคุก


โดย คุณคอนเนอร์จะรวบรวมพี่น้องเสื้อแดงที่ซิดนีย์ ไปประท้วงหน้าสถานทูตไทยประจำออสเตรเลียในวันที่ 31 ต.ค.วันเดียวกับที่โครงการเส้นทางสีแดง เริ่มเคลื่อนขบวนเส้นทางสีแดงจากราชประสงค์ไปอีสานนาน1เดือน ระยะทาง 900 กิโลฯเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำ

ทั้งนี้คุณคอนเนอร์และเสื้อแดงออสเตรเลีย รวมทั้งผู้ดำเนินโครงการ แจ้งมาว่า อยากให้คนไทยทั่วโลกร่วมทำกิจกรรมนี้พร้อมๆกันทั่วโลก จึง ขอประชาสัมพันธ์ไปยังเสื้อแดงทั่วโลกร่วมกันคิกออฟกิจกรรมเส้นทางสีแดงไป พร้อมๆกัน หากสามารถมาร่วมชุมนุมกันได้ที่สถานทูตก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะกดดันรัฐ บานให้ปล่อยตัวแกนนำหรือคนเสื้อแดงที่อยู่ในคุก***

***จดหมายจากคุกการเมืองของน้องๆนักศึกษานักโทษการเมือง



ถึง เสรีปัญญาชนทุกคน

สวัสดี นักศึกษา นิสิต สมาชิกทุกท่าน และผู้ช่วยเหลือทุกท่าน พี่กิต ตุ๊ก และทุกๆคนที่นี่ ขอบคุณ จดหมายจากคนข้างนอกถึงคนข้างใน

ทุกๆ คนที่เขียนมาให้กำลังใจพวกเราให้สู้และระลึกถึงวีรชน,วีรบุรุษที่เคยมา สัมผัส ในคุกคลองเปรมลาดยาวนี้ ในอดีต มี ทั้ง จิตร ภูมิศักดิ์,ครูครอง จันดาวงษ์,ทองพันธ์ สุทธิมาศ,นักแสดงศิลปิน,นักการเมือง ฯลฯ

นี้ คือนักต่อสู้กับความอยุติธรรมและเผด็จการอำมาตย์ ที่ขวางประชาธิปไตย์มาโดยตลอด ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน แนวทางเผด็จการยังเหมือนเดิมแค่เปลี่ยนแนววิธีการป้ายร้าย เช่น อดีตบอกว่าประชาชนฝ่ายต่อต้านรัฐ ว่า พวกคอมมิวนิตย์ แต่ปัจจุบัน บอกว่า ผู้ก่อการร้ายเช่น

การกระชับพื้นที่ เป็นคำพูดที่สวยหรูแม้แต่ประชาชน เยาวชน พูดยังกับว่ารัฐบาลแค่ขอพื้นที่คืนไม่มีเหตุอะไร แต่ที่ผู้ประสบเหตุการร์เห็นกลับเป็นการล้อมปราบล้อมยิงทำให้ตายและบาดเจ็บ ต่างหาก

ถิ่นกาขาว ตอนนี้รุ่งเรื่องเพราะกินบุญเก่า ก่อกรรมทำเข็ญกับประเทศชาติ ประชาชน สิ้นบุญเมื้อไหร่อีกไม่นาน เสรีภาพ มนุษยชน ที่มนุษย์จะต้องได้รับเท่าเทียมกันเสมอภาคทุกคน และพวกเราจะสอนลูกสอนหลานให้รักประชาธิปไตย เพราะมันคือทุกสิ่งงทุกอย่าง ที่พวกเค้าจับได้และทำให้เขาสบายมันเป็นสิ่งที่งดงามที่ต้องแลกด้วยอิสรภาพ

รักและเคารพทุกคน

ทุกๆคนอยู่ร่วมกัน10ชีวิตรอการช่วยเหลือ ***

***อาจารย์ชำนาญ จันทร์เรือง แห่ง มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนแจ้งข่าวมาว่า ตามที่อาจารย์สมเกียรติ ตั้งนโมผู้ก่อตั้งเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้เสียชีวิตไปเมื่อสามเดือนก่อน ทำให้การรับบทความได้หยุดชะงักลงชั่วคราว ตอนนี้มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้เริ่มเปิดรับบทความใหม่แล้วทางอีเมล์แอดเดรสใหม่ คือ midnightuniversity@gmail.com โดยจะสามารถเผยแพร่บทความในหน้าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้ในราวสัปดาห์หน้า จึงขอแจ้งข่าว ปชส.มาเพื่อทราบโดยทั่วกัน***

*** งานรวมพลังคนเสื้อแดงยุโรปเดนมาร์กเป็นเจ้าภาพ สถานที่ชุมนุม RÅDHUSPLADSEN โคเปนเฮเกน วันที่ 30ตุลาคม เริ่มงานเวลา 13.00น ร้องเพลงแดงทั่วแผ่นดินร่วมกัน แนะนำตัวแทนของกลุ่มจากประเทศต่างๆทั่วยุโรป มีการแสดงต่างๆร่วมกัน ร่วมรับฟังโฟนอินจาก นายกฯในดวงใจ ทักษิณ ชินวัตร ถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก ร่วมกันทำความสะอาดสถานที่จัดงาน จบงานด้วยเพลง ตะโกนบอกฟ้า และนักสู้ธุลีดิน ประมาณ16.00 น.จบงาน เวลา18.00น รับประทานอาหารร่วมกัน

พบกันวันที่ 31 ตุลาคม สถานที่วัดไทยเดนมาร์ก STENLØSE 8.00 น. รับประทานอาหารเช้า 10.00 น.ทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีอุทิศให้แด่วีรชนผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย***

***ชาวชุมชนบ่อนไก่จัดกิจกรรมรำลึกไว้อาลัยวีรชน 31 ตุลาคมนี้ที่ชุมชนบ่อนไก่ หน้าธ.กรุงเทพฯ สาขาลุมพินี กำหนดการ

15.30 น.พบกันที่บริเวณจัดงาน
16.00 น.ผู้เห็นเหตุการณ์พาไปชี้จุดคนตาย พาผู้สื่อข่าวดูรอยกระสุน เพื่อให้เห็นว่าวิถีกระสุนมาจากฝั่งทหาร
17.10 น.ร่วมกันยืนสงบไว้อาลัยวีรชนผู้เสียชีวิต
17.15 น.ร่วมกันปล่อยลูกโป่ง และผูกผ้าแดงไว้อาลัย สานต่อเจตนารมณ์วีรชน
17.30 น.ร่วมกันจุดเทียนเพื่อให้บ้านเมืองสว่างจากการมืดมิดมานาน ประชาชนจะได้ตาสว่างมากๆขึ้น เสร็จภารกิจแยกย้ายกันกลับบ้าน***

*** ขอเชิญร่วมกิจกรรมงานวันนิคม จันทรวิทุร ประจำ ปี 2553 มีสัมมนาเรื่อง “การปฏิรูปประเทศไทยกับคุณภาพชีวิตแรงงาน” วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2553 ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์นิคม จันทรวิทุร ชั้น 7 และ ห้องประชุมประภาศ อวยชัย ชั้น 4 ตึกอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดโดยมูลนิธินิคม จันทรวิทุร ร่วมกับ สถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


8:00 - 8:30 น. พิธีเปิดห้องประชุมศาสตราจารย์นิคม จันทรวิทุร ชั้น 7 ตึกอเนกประสงค์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
กล่าวรายงานโดย รศ. ดร. ไว จามรมาน ผู้อำนวยการ สถาบันทรัพยากรมนุษย์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

การกล่าวสุนทรพจน์และเปิดห้องประชุมฯ โดยอธิการบดี และ ผู้แทนครอบครัว
จันทรวิทุร
8:30 - 8:45 น. ผู้เข้าสัมมนาลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนา ณ ห้องประชุมประภาศ อวยชัย ชั้น 4
ตึกอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
8:45 - 9:00 น. กล่าวต้อนรับ โดย
ศ. ดร. ธีระ ศรีธรรมรักษ์ ประธานมูลนิธินิคม จันทรวิทุร
9:00 – 9:15 น. กล่าวเปิดการสัมมนา โดย อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
9:15 - 9:30 น. แนะนำองค์ปาฐก โดย
• นายปนิธิ ศิริเขต ผู้อำนวยการสถาบันแรงงานศึกษา
9:30 - 10:15 น. การปาฐกถานิคม จันทรวิทุร ครั้งที่ 8 ประจำปี พ.ศ. 2553 หัวข้อ
“การปฏิรูปประเทศไทยกับคุณภาพชีวิตแรงงาน” โดย
• รศ. แล ดิลกวิทยรัตน์ อาจารย์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกษียณอายุ) และกรรมการมูลนิธิอารมณ์ พงศ์พงัน
10:15 – 10:30 น. รับประทานอาหารว่าง
10:30 – 11:45 น. การอภิปรายเชิงวิชาการและนโยบาย หัวข้อ “การปฏิรูปประเทศไทยกับการปฏิรูปแรงงานเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต” โดย
• คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี*
• ดร.สุเมธ ฤทธาคนี ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร*
• รศ. ดร. ไว จามรมาน ผู้อำนวยการ สถาบันทรัพยากรมนุษย์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์*
• ดร. สาวตรี สุขศรี อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
• นางสาวธนพร วิจันทร์ ประธานกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี
• ดร.โชคชัย สุทธาเวศ เลขาธิการ มูลนิธินิคม จันทรวิทุร (ดำเนินการอภิปราย)
11.45 -12.15 น. ซักถามและร่วมแสดงความคิดเห็นโดยผู้เข้าร่วมสัมมนา
12:15-12:30 น. สรุปและกล่าวปิดการสัมมนา โดย
• นายฐาปบุตร ชมเสวี รองประธาน และ ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธินิคม จันทรวิทุร
12:30 – 13:30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
หมายเหตุ
1. *วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม
2. พิธีกรดำเนินรายการ : อาจารย์วิภา ดาวมณี และ ผู้แทนจากสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์***


***คนเสื้อแดงจัดงาน"คาราวานสินค้าราคาถูกยุคค่าเงืนบาทแข็ง"ที่โครงการเอื้ออาทร บึงกุ่ม จองที่ขายฟรี ติดต่อคุณปุ้ย 082-6301700***


***เวบไซต์www.serichon.com จั ดกิจกรรมโยนโบว์ลิ่ง หา ทุนสนับสนุนวิทยุออนไลน์เสรีชน ที่เมเจอร์โบว์ล ชั้น6 อิมพีเรียล ลาดพร้าว เสาร์ที่ 6 พฤศจิกายนนี้ 09.00-13.00 ค่าสมัครทีมละแค่1500(3ท่านต่อทีม)ชิงถ้วยนายกฯทักษิณ หากหาทีมไม่ได้ เจ้าภาพจัดหาให้ที่หน้างาน (มาท่านเดียวแค่500)ฝีมือไม่เกี่ยว ไม่ต้องพกมา พกมาแค่ความฮากับพกเพื่อนรู้ใจ สมัครหรือขอรายละเอียดที่serichonteam@yahoo.com โทร087-0570640***

***6 พ.ย.นี้ชมคอนเสิร์ต"ใจประสานใจ"โดยบ้านเลขที่111ที่สมุทรสาคร บัตรราคา 120 บาท ติดต่อร่วมงาน 082-2423794***

***กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย แนวร่วมพลเมืองไทย กลุ่มแดงเชียงใหม่ ร่วมกันจัดงาน"ลอยกระทงรักไทขับไล่อภิสิทธิ์"ขึ้นที่เวียงกุมกาม อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดยจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศร่วมงานในวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ เวลา 18.00-23.30น.

โดยจุดหมุ่งหมายของงานให้สะท้อนผลงานอันอัปยศของนายอภิสิท ธิ์เวชชาชีวะ ซึ่งในงานจะมีกิจกรรมแห่กระทงการเมืองเผาอภิสิทธิ์เผา เทียนเล่นไป ปล่อยโคมลอย รำวงย้อนยุค และมีการประกวดนางนพมาศ โดยคนเสื้อแดงจะ ส่งนางนพมาศทุกอำเภอมาประกวดในงาน และจะมีการปราศรัยจากกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และปราศรัยจากกลุ่มเชียงใหม่แดง***

***ท่านที่ชอบบทความวิพากษ์การเมืองให้ถึงราก ตอนนี้เชิญ www.timeupthailand.netเปิดเป็นทางการแล้ว นำทีมโดยจรรยา ยิ้มประเสริฐ เจ้าของบทความร้อน"ทำไมจึงไม่รัก..." ทยอยนำเสนอเรื่องราวและบทความที่พูดเรื่องรากฐานบ้านเมืองกับประชาธิปไตย ***

*** "นิราศรัฐ ก.ไก่: 2542 - 2552"

หนังสือผลงานของ กานต์ ณ กานท์: เขียน
ไชยันต์ รัชชกูล: คำนำเสนอ

จำหน่าย ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 21-31 ตุลาคม 2553 ที่บูธสนพ.อ่าน & สนพ.ฟ้าเดียวกัน บูธ N44 โซน ซี1 และบูธสนพ.ไซเบอร์ฟิชมีเดีย W19 โซนเอเที่ยม อย่าลืมอุดหนุนกวีที่มีจุดยืนฝ่ายประชาธิปไตยอย่างเข้มข้นคนนี้***

***คุณเคยอ่านหรือยัง วารสาร"อ่าน"ซึ่ง"สิงห์ สนามหลวง"หนอนหนังสือระดับกูรูวงการหนังสือเมืองไทย ยกย่องให้เป็นหนังสือที่เข้มข้นแห่งวงการนักเขียนนักอ่านยิ่งกว่านิตยสาร"โลกหนังสือ"เคยสร้างชื่อไว้ในยุคหลัง 6 ตุลาคม 2519


เอา ฉบับล่าสุดการ์ตูนม็อบอำมาตย์นี่ก็เล่นเอา"จุก"ไปเลยหละ...ข้าวปลาอาหาร กินไปไม่นานเป็นขี้ ซื้อเหอะหนังสือดีดี พรุ่งนี้ได้อ่านนานนาน

พบ กับวารสารอ่านและหนังสือเล่มของสำนักพิมพ์อ่านในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 21-31 ตุลานี้ ที่บูธสนพ.อ่าน & สนพ.ฟ้าเดียวกัน บูธ N 44 โซน ซี 1 หรือที่ร้านก็องดิด (ถ.ตะนาว), ร้านศึกษิตสยาม (วัดราชบพิธ), ร้านริมขอบฟ้า (อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย), ร้านโอเดียน สยาม(ใกล้โรงหนังสกาลา), ร้านตะวัน (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ), ร้านเล่า เชียงใหม่ (ถ.นิมมานฯ), ร้านสามัญชน เชียงใหม่ (คาร์ฟู หางดง) ***

*******
เชิญร่วมหลั่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม(ปาก)อย่าปล่อยให้พวกเขาถูกขังลืมกับโครงการเส้นทางสีแดง
เชิญร่วมโครงการเส้นทางสีแดงจากคลองเปรมสู่11จังหวัดอีสาน860กม. เยียวยา+ตามหายุติธรรม


โครงการ เส้นทางสีแดง (Red Path Project)ขอเชิญร่วมขบวนเดินเท้า และปั่นจักรยานจากกรุงเทพฯสู่อีสาน นำกำลังใจและความช่วยเหลือสู่พี่น้องเสื้อแดงอีสาน 18 จังหวัด 1700 กม. 31ต.ค.-30 พย.นี้ แวะเยี่ยมผู้ต้องขัง ร่วมทำกิจกรรมผูกผ้าแดง วางดอกไม้แดงหน้าเรือนจำ นำเงินทองสิ่งของบริจาคมอบให้พี่น้องเสื้อแดง เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำนปช.ฯลฯ และรณรงค์สู่ระดับนาชาติ


โครงการ เส้นทางสีแดง (Red Path Project) เป็นโครงการด้านมนุษยธรรมเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการสังหารหมู่ใน วันที่ 10 เมย.และ 13-19 พค.ที่รัฐบาลกระทำต่อประชาชนชาวไทยที่เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา โครงการนี้ดำเนินการโดยไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดๆ

โดยโครงการ นี้มีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำนปช.และผู้ต้องขังในคดี ชุมนุม เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการปฏิบัติ 2 มาตรฐานทางกฏหมาย และเรียกร้องให้นานาชาติได้หันมาตระหนักและให้ความสำคัญเกี่ยวกับการละเมิด สิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงหลังรัฐประหาร 19 กย. 2549

โครงการนี้มี คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ (แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง) และอาจารย์ธิดา โตจิราการ เป็นที่ปรึกษาโครงการในประเทศไทย และมีคุณพอร์แชล คอนเนอร์ (อดีตนายทหารบกออสเตรเลียที่ถูกจับกุมคุมขังและถูกซ้อมอย่างทารุณในเรือนจำ คลองเปรม) เป็นสมาชิกกลุ่มและที่ปรึกษาโครงการในต่างประเทศ

โครงการ เส้นทางสีแดงประกอบด้วยคนเสื้อแดงที่รักความเป็นธรรมและมีความมุ่งมั่นที่จะ นำน้ำใจและความช่วยเหลือมอบให้แก่พี่น้องเสื้อแดงที่อีสานซึ่งได้รับผลกระทบ จากการสังหารหมู่ มากที่สุด คนเสื้อแดงในภาคอีสานจำนวนมากถูกสังหาร บาดเจ็บ พิการ และสูญหายอีกจำนวนมาก สมาชิกโครงการจะร่วมกันเดินเท้าและปั่นจักรยานเพื่อไปเยี่ยมเยียน เยียวยา และให้กำลังใจบุคคลที่น่าเห็นใจเหล่านี้ได้มีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป และไม่ย่อท้อที่จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงที่พวกเขาโหยหามาชั่ว ชีวิต

ขบวนเดินทางจะเริ่มออกเดินทางในวัน อาทิตย์ที่ 31 ตค. เวลา 10.00 น.ที่ราชประสงค์โดยจะปั่นจักรยานและเดินเท้าไปเรือนจำคลองเปรมเพื่อทำการ วางดอกไม้แดงและปล่อยนกพิราบเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ โครงการนี้จะเดินทางด้วยระยะทางกว่า 900 กม. ผ่าน 18 จังหวัดในภาคอีสาน ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 31 วันโดยประมาณ

พบกันตั้งแต่10.00อาทิตย์ 31 ตค.ที่ราชประสงค์ครับ !

กำหนดการเดินทาง เส้นทางสีแดง ( Red Path Project )
18 จังหวัด 22 จุดแวะพัก ระยะทาง 1,700 กม.


วันที่ ต้นทาง ปลายทาง ระยะทาง (กม.)

31 ตค. ราชประสงค์ / คลองเปรม ปทุมธานี 46
1 พย. ปทุมธานี อยุธยา 53
2 พย. อยุธยา มวกเหล็ก 100
3 พย. มวกเหล็ก มวกเหล็ก
4 พย. มวกเหล็ก ลำตะคอง 26
5 พย. ลำตะคอง นครราชสีมา 94
6 พย. นครราชสีมา นครราชสีมา
7 พย. นครราชสีมา นครราชสีมา
8 พย. นครราชสีมา บัวใหญ่ 101
9 พย. บัวใหญ่ ชัยภูมิ 55
10 พย. ชัยภูมิ ชุมแพ 108
11 พย. ชุมแพ ขอนแก่น 82
12 พย. ขอนแก่น ขอนแก่น
13 พย. ขอนแก่น กาฬสินธ์ 77
14 พย. กาฬสินธ์ มหาสารคาม 44
15 พย. มหาสารคาม ร้อยเอ็ด (สุวรรณภูมิ) 98
16 พย. ร้อยเอ็ด (สุวรรณภูมิ) ยโสธร 48
17 พย. ยโสธร ศรีษะเกษ (ราศีไศล) 66
18 พย. ศรีษะเกษ (ราศีไศล) ศรีษะเกษ (ราศีไศล)
19 พย. ศรีษะเกษ (ราศีไศล) อุบลราชธานี 95
20 พย. อุบลราชธานี อำนาจเจริญ 75
21 พย. อำนาจเจริญ มุกดาหาร 88
22 พย. มุกดาหาร นครพนม (ธาตุพนม) 161
23 พย. ธาตุพนม สกลนคร 48
24 พย. สกลนคร พังโคน 54
25 พย. พังโคน อุดรธานี 118
26 พย. อุดรธานี อุดรธานี
27 พย. อุดรธานี หนองคาย 51
28 พย. หนองคาย สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 12
29 พย. หนองคาย หนองคาย -
30 พย. ลาว ร่วมทอดกฐินสามัคคีพี่น้องไทย-ลาว ชมคอนเสิรท์ใหญ่ แป๊ะ คนบางสนาน และศิลปินเสื้อแดง
1 ธค. เดินทางกลับโดยรถไฟ รถด่วนขบวนที่ 762 ออกจากหนองคาย 06.00 น. ถึงหัวลำโพง 17.10 น. สิ้นสุดขบวนเดินทางที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเวลา 18.00 น. (ถ่ายรูปกับคนเสื้อแดง สื่อมวลชนถ่ายรูป ทำข่าว)


หมายเหตุ : 1. ตารางการเดินทางอาจมีการปรับเปลี่ยนในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น

2. สื่อมวลชนต้องการทำข่าว ติดต่อ 081-583 6964 E-mail : red_truth_only@hotmail.co.th Face Book : เรดทรู้ธ

3. ประสานงานเส้นทาง ติดต่อ คุณสุรวิทย์ 085-459 7007 (เบอร์โทรกรณีฉุกเฉิน : ศูนย์นเรนทร ประสานงานรถพยาบาลฉุกเฉินทั่วประเทศ 24 ชม.1669 / ตำรวจทางหลวง 1193 )

คนไทยเสื้อแดงในต่างประเทศสามารถ เข้าร่วมทำกิจกรรมนี้พร้อมๆกันทั่วโลก ร่วมกันคิกออฟกิจกรรมเส้นทางสีแดงไปพร้อมๆกัน หากสามารถมาร่วมชุมนุมกันได้ที่สถานทูต หรือสถานกงสุลของไทยในต่างประเทฒก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะกดดันรัฐบานให้ ปล่อยตัวแกนนำหรือคนเสื้อแดงที่อยู่ในคุก

*************

COMING SOON :Talk Show วอน นอน คุก In Bangkok ที่นี่เร็วๆนี้ โดย ดารา(เนื้อย่าง)เกาหลี'วอน นอน คุก'และมิตรสหายหน้าตาน่ารักขาวตี๋ วัยรุ่นกรี๊ดครบเซ็ต

โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม: อดีตผู้นำยอดแย่?

ที่มา Thai E-News


โดย โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม
ที่มา เว็บไซต์โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม


เมื่อ ไม่นานมานี้ นิตยสาร Foreign Policy ได้นำเสนอเรื่องราวในทางลบเกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย ทักษิณ ชินวัตร (อดีตผู้นำยอดแย่: 1 ตุลาคม 2553) ในฐานะที่ปรึกษาทางกฎหมายของอดีตนายกรัฐมนตรี ผมขอให้ผู้อ่านพิจารณาอย่างรอบคอบว่า เหตุใดทักษิณยังคงได้รับความนิยมจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในประเทศไทยอยู่

ผม รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนของอดีตผู้นำเพียงบุคคลเดียวใน ประวัติศาสตร์ไทย ตั้งแต่มีการเปลี่ยนการปกครองในปี 2475 ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนครบวาระ 4ปี (2544-2548) นายกรัฐมนตรีทักษิณและพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้ง โดยเป็นพรรคเดียวที่ได้รับเสียงส่วนมากในสภา จากคะแนนเสียงของประชาชนที่ทักษิณรับใช้อย่างท่วมท้น พรรคไทยรักไทยครองที่นั่งในสภาถึง 75เปอร์เซ็นต์ และในเดือนกันยายน ปี 2549


รัฐบาล ของทักษิณถูกยึดอำนาจโดยการทำรัฐประหารที่ผิดกฎหมาย นำโดยเหล่านายพลและสมาชิกเงาของกลุ่มอำมาตย์ ปัจจุบัน 4 ปีหลังจากการทำรัฐประหาร เรายังต้องพยายามแก้ต่างให้กับทักษิณซึ่งถูกป้ายสีจากสื่อที่ไม่มีความเป็น กลาง ตรายางศาล และมติของรัฐสภาอยู่ทุกวัน สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนเครื่องจักรกลไกแห่งการโฆษณาประชาสัมพันธ์

หลัก จากที่ถูกใส่ร้่ายป้ายสีมาเป็นเวลานาน ทักษิณยังคงเป็นที่นิยม ทั้งนี้เพราะความสำเร็จอย่างท่วมท้นของรัฐบาลภายใต้การนำของทักษิณ ในการใช้นโยบายบริหารประเทศทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลให้ประเทศรอดพ้นจากวิกฤติทางเศรษฐกิจ การนำของทักษิณยังคงทำให้ประชาชนในภาคอีสานรอดพ้นจากยุคมืดศักดินา อันนำไปสู่การได้รับสิทธิพื้นฐานทางพลเรือนมากขึ้น ซึ่งทำให้บรรดากลุ่มอำมาตย์ที่เชื่อว่าคนไทยบางกลุ่มเท่านั้นที่มีสิทธิ์ควร จะได้รับโอกาสมากกว่าคนกลุ่มอื่นในประเทศต่อต้านแนวทางนี้อย่างขมขื่น

นาย Joel Schectman ได้เขียนบทความใน Newsweek เดือนพฤษภาคม ปี 2553 ว่า แม้ทักษิณจะมีข้อตำหนิแต่ “ทักษิณแสดงให้เห็นถึง “จุดสูงสุด” ของระบอบประชาธิปไตยและรัฐบาลที่มีความรับผิดชอบในประเทศไทย และความสำเร็จที่สำคัญในการบริหารงานคือ การพัฒนาชนบทและสวัสดิการรักษาพยาบาล ผู้เขียนยังกล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2544 ไปจนถึงปี 2549 ทักษิณได้เปิดโอกาสให้คนส่วนใหญ่เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งทำให้ระบอบประชาธิปไตยในประเทศมีประสิทธิภาพ”

เหมือนกับผู้นำ ทั่วไป ทักษิณมีผู้ที่ไม่เห็นด้วยและมีคนวิพากษ์วิจารณ์ แต่ต่างจากฝ่ายตรงข้ามในประเทศทั่วไป ตรงที่ฝ่ายตรงข้ามทักษิณพยายามที่จะหยิบคดีที่ไม่มีมูลมาฟ้องร้องกล่าวหา ทักษิณ ข้อกล่าวหาเดียวที่มีคือ ภรรยาของทักษิณเข้าร่วมประมูลที่ดินสาธารณะ แม้ว่าการซื้อขายที่ดินนั้นจะเป็นราคาที่เหมาะสม แต่ทักษิณถูกตัดสินว่ามีความผิดในกรณีของ “ผลประโยชน์ทับซ้อน” เนื่องจากภรรยาของทักษิณไม่ควรที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมประมูลที่ดินใน ขณะที่สามีดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การตัดสินคดีดังกล่าว ไม่ได้ถูกตัดสินโดยศาลที่มีความเป็นอิสระ แต่ถูกตัดสินโดยกลุ่มคนที่ถูกแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร

การกล่าวหา อย่างผิดๆ ถือเป็นกลยุทธ์ของรัฐบาลชุดนี้ เพราะทักษิณไม่ใช่บุคคลเดียวที่ตกเป็นเป้าหมาย แต่ยังมีคนเสื้อแดงอีกนับร้อยที่ถูกคุมขังด้วยข้อกล่าวหาที่น่าสงสัย นอกจากนี้เวปไซต์อีกกว่า 100,000 เวปไซต์ที่ต่อต้านรัฐบาลยังถูกสั่งปิด ในขณะที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ พระราชบัญญัติความมั่นคงภายใน รวมถึงพระราชกำหนดบริหารราชการแผ่นดินในกรณีฉุกเฉินที่ยืดเยื้อยังได้ทำให้ ประเทศไทยกลายเป็นรัฐโอเวลเลี่ยน (รัฐที่ประชาชนถูกควบคุมอย่างมาก)อีกด้วย เมื่อไม่นานมานี้ ฝ่ายตรงข้ามทักษิณได้สังหารหมู่ผู้ชุมนุมโดยสงบอีกกว่า 80ราย และประชาชนที่มุงดูเหตุการณ์ รวมถึงนักข่าว โดยการใช้มือปืนซุ่มอยู่บนดาดฟ้ายิงประชาชนอย่างไม่เลือกและเกินกว่าเหตุ ตั้งแต่การทำรัฐประหาร เสรีภาพทางการพูด สิทธิพลเรือน และสิทธิมนุษยชน ในประเทศไทยได้เสื่อมโทรมลงอย่างมาก อาทิเช่น จากการจัดลำดับของการคอร์รัปชั่นในประเทศไทยขององค์กร Transparency International ระหว่างปี 2549 ถึง 2552 ปรากฏว่าประเทศไทยตกลงไปอยู่ในอันดับที่ 59 จาก 84 และเมื่อวานนี้ กลุ่มนักข่าวไร้พรมแดนได้จัดอันดับให้ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 153 จากการจัดลำดับ “เสรีภาพของสื่อในโลก” โดยก่อนหน้ารัฐประหาร ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 66 แม้จะทราบข้อเท็จจริงที่ว่าประเทศไทยมีรากฐานของอำนาจนิยม แต่สื่อต่างชาติบางสำนักยังคงเชื่อว่า ในสมัยทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีและประเทศไทยมีความเป็นประชาธิปไตยนั้นแย่กว่า ในสมัยปัจจุบันมาก

เมื่อพิจารณาถึงวิกฤตการณ์การเมืองไทยและบทบาท ของ ทักษิณแล้ว ผู้อ่านของ Foreign Policy ควรจะต้องจะต้องมองไปไกลกว่าภาพโปสเตอร์แหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทย และจะต้องคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลไทยยังคงกลัวเสรีภาพแห่งการพูด และคัดค้านการเลือกตั้งที่แท้จริง

เอเอฟพี: ฝ่ายค้านไทยร้องศาลโลกสอบสวนเหตุความรุนแรง

ที่มา Thai E-News


ที่มา สำนักข่าวเอเอฟพี
แปลไทย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
27 ตุลาคม 2553

กรุงเทพฯ (เอเอฟพี) -- กลุ่มต้านรัฐบาลชาวเสื้อแดงของไทยได้เรียกร้องศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือไอซีซี ให้มีการสืบสวนว่ามีความเป็นไปได้ที่มีการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชนโดยรัฐบาล ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ข้อเรียกร้องดังกล่าวชี้ว่าฝ่ายการเมือง และการทหารของประเทศ ได้ก่ออาชญากรรม ในช่วงเหตุการณ์สองเดือนที่มีการประท้วงโดยมวลชนจำนวนมากระหว่างเดือนเมษายน และพฤษภาคม ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 90 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชาชน

คนเสื้อแดง (จำนวนมากเป็นผู้สนับสนุนอดีตนายกฯรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งขณะนี้กำลังหลบหนีคดีความอยู่) ได้กล่าวหาว่ารัฐบาลได้กระทำการ "ปกปิดข้อมูลอย่างใหญ่หลวง", ข้อความนี้อ้างจากข้อมูลที่ตีพิมพ์ในเว็บไซต์ของทนายความของคุณทักษิณ นายโรเบิรต์ อัมสเตอร์ดัม

เขากล่าวว่าสำนักงานของเขาได้เกี่ยวข้อง กับเรื่องดังกล่าวด้วยการเป็นผู้จัดทำ "รายงานเบื้องต้น" (ซึ่งเกิดขึ้นจากการสัมภาษณ์พยานและผู้รอดชีวิตจำนวนมาก) นายโรเบิรต์กล่าวจากศาลไอซีซีที่กรุงเฮคก์เมื่อสัปดาห์นี้

รัฐบาลไทยกล่าวว่าได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ไม่เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะถูกนำขึ้นพิจารณาไปถึงชั้นศาล

"ผมได้รับการบอกเล่าจากกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว" นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกรัฐบาลกล่าว

"แต่ผมเข้าใจว่าเรื่องดังกล่าวนี้ไม่อยู่ภายใต้ความครอบคลุมของการพิจารณาของศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ" เขากล่าวเพิ่ม

การ ประท้วงสองเดือนครั้งดังกล่าวเกิดขึ้นโดยคนเสื้อแดงซึ่งทำให้มีการรวมตัวกัน มากกว่า 100,000 คน เพื่อเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งในทันที แต่กลับถูกสลายโดยทหารที่ยิงกระสุนจริง

ฎีกานี้ได้ชี้ว่า กองทัพได้รับ"อนุญาตให้ยิงผู้ประท้วงที่ส่วนมากไม่ได้มีอาวุธ ที่พบเห็นได้", โดยเผยหลักฐานว่า ณ จุดหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้กำหนดพื้นที่บางพื้นที่ให้เป็นพื้นที่การใช้กระสุนจริง

ใน วันที่ 10 เมษายน, ระหว่างความพยายามของทหารที่ล้มเหลวที่จะสลายการชุมนุมในพื้นที่ประวัติ ศาสตร์, ทหาร"ได้สาดกระสุนจริงนับพันๆนัดตรงไปที่กลุ่มคนเสื้อแดงที่ไม่มีอาวุธ" รายงานดังกล่าวชี้

รายงานชิ้นดังกล่าวได้ยกตัวอย่างคนๆหนึ่งซึ่งมัน สมองได้กระจายออกโดยการยิงปืนไรเฟิ้ลขณะที่กำลังถือธงแดง และยังมีกรณีที่นายทหารท่านหนึ่งซึ่งอยู่ฝ่ายคนเสื้อแดงและถูกฆ่าด้วยปืนยิง ระยะไกลติดลำกล้อง ขณะให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศสำนักหนึ่ง

ในเวลา นั้นนายอภิสิทธิ์ได้กล่าวหา "กลุ่มผู้ก่อการร้าย"ว่าเป็นผู้ก่อความรุนแรง รัฐบาลของเขากล่าวว่ากองกำลังเจ้าหน้าที่ได้รับอนุญาตเพียงการยิงปืนกระสุน จริงด้วยการยิงเตือนในกรณีป้องกันตัวเท่านั้น หรือใช้ยิงต่อกองกำลังที่ติดอาวุธ

นายอภิสิทธิ์ได้สัญญาที่จะสืบสวน เหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากดังกล่าว แต่ฝ่ายค้านชี้ว่าการตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวเป็นเพียงการ "ฟอกขาว" เท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม

"นสพ.เทเลกราฟ"ของอังกฤษลงข่าว "นายกฯไทยถูกกล่าวหาว่าเป็นอาชญากรสงคราม" / Thai E-news / 26 ต.ค.

Wednesday, October 27, 2010

คุณทักษิณเริ่มลุยหาเสียงด้วยนโยบายแล้ว นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย



จากข่าวนี้

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1288165467&grpid=00&catid=

การ ต่อสู้ทางการเมืองนั้น นอกจากเรื่องประชาธิปไตยแล้ว ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เราละเลยไม่ได้คือ เรื่อง "นโยบายบริหารประเทศ" ซึ่งเคยเป็นจุดแข็งของพรรคไทยรักไทยเดิมในอดีต และเป็นทุนทางสังคมและความเชื่อมั่นให้กลับฝ่ายเสื้อแดงและท่านนายกฯทักษิณ ในขณะนี้

แต่สามสี่ปีที่ผ่านมา เราเน้นเรื่องต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และความเป็นธรรมมาก จนไปกลบจุดเด่นเรื่อง "นโยบายบริหารประเทศ" ไป ซึ่งผมเคยกังวลว่า หากปล่อยไป ไม่ทำให้บลูมอีก เราก็จะขาดพลังในส่วนนี้ไป

ที่ จริงคนรากหญ้าที่สนับสนุนคนเสื้อแดง เพราะเขาหวังว่า เมื่อเขามีประชาธิปไตยแล้ว เขาจะมีรัฐบาลที่มีนโยบายที่ดีเพื่อให้ชีวิตเขาดีขึ้นเหมือนในยุคที่พรรคไทย รักไทยเป็นรัฐบาล

ตอนนี้ท่านนายกฯทักษิณ หันมาเน้นการนำเสนอด้านนโยบายผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะท่านนายยกฯทักษิณ มีเครดิตที่ชาวบ้านเชื่ออยู่แล้วว่าสิ่งที่ท่านพูด นั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ นี่เป็นข้อได้เปรียบของพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน แม้พรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคอื่นๆ จะเกทับ แต่ยุคนี้ "ความน่าเชื่อถือ" สำคัญกว่า "คำพูดคุยโตลอยๆ " ยิ่งนายอภิสิทธิ์ด้วยแล้ว ผมไม่คิดว่าจะมีใครเชื่อเรื่องคำสัญญาด้านนโยบาย

ผมไม่ได้หมายความ ว่า "เราจะต้องหย่อน" การรณรงค์ด้านประชาธิปไตยนะครับ อาจแบ่งหน้าที่กันโดย "คนเสื้อแดง" จะมุ่งเน้นด้านการต่อสู้ทางการเมือง เรื่องประชาธิปไตย ความเป็นธรรม สองมาตรฐานและอื่นๆ

ส่วนพรรคเพื่อไทย ให้มุ่งนำเสนอด้านนโยบาย รายละเอียดวิธีบรรลุผลด้านนโยบายต่างๆ

เป็นสองแนวทางที่ประสานกัน

ผมคิดว่าควรตีปี๊บเรื่องนี้ควบคู่กับเรื่องการเมืองไปได้แล้ว

"ทักษิณ"ส่งจดหมายเปิดผนึก ตีปี๊บ 5นโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วม อีก2สัปดาห์เปิดชุดใหม่ หวังจัดตั้งรัฐบาลพท.

ที่มา มติชน

นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยซึ่งหนักหน่วงกว่าทุก ครั้งที่ผ่านมา โดยได้ส่งจดหมายเปิดผนึกซึ่งเขียนด้วยลายมือ พ.ต.ท.ทักษิณ ลงวันที่ 26 ต.ค. ถึงส.ส.และว่า ที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย เนื้อหาว่า หลังจากฝากนโยบายเกี่ยวกับเศรษฐกิจไปให้ท่านเผยแพร่กับพี่น้องประชาชนไปแล้ว 3 ข้อ เข้าใจว่า ยังวิพากษ์วิจารณ์กันพอสมควร ผมขอยืนยันว่าผมให้ทีมิดและคำนวณดูแล้วทำได้อย่างแน่นอน มีงบประมาณข้อที่ผมยังไม่เปิดเผยเพราะกลัวการลอกเลียนแบบผิดๆ


พ.ต.ท.ทักษิณ ยังระบุว่า "วันนี้ ผมอยู่บนเครื่องบินและทราบข่าวน้ำท่วมบ้านเราเสียหายและเดือดร้อนกันมากมาย รวมทั้งมีผู้เสียชีวิตด้วย ทำให้ผมต้องใช้เวลาคิดเรื่องนโยบายป้องกันน้ำท่วมขึ้นมาแซงนโยบายเศรษฐกิจ ก่อน"

โดยขอให้เป็นนโยบายพรรคเพื่อไทยดังนี้
1.สร้าง เขื่อนและประตูกันน้ำทะเลหนุนและประตูเพื่อระบายน้ำลงทะเลรอบกรุงเทพฯ สมุทรปราการ พร้อมเพิ่มพื้นที่เขียวเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ โดยไม่ต้องกู้เงิน
2.สร้างแก้มลิงตามแนวพระราชดำริตามแนวบริเวณที่ลุ่ม ของแม่น้ำสายหลักทั่วประเทศรวมทั้งแม่น้ำโขงเพื่อกักน้ำไว้เวลาน้ำมาก เรียกว่าเบรกน้ำและเก็บไว้ใช้ยามน้ำน้อย และไม่ต้องกู้เงิน
3.ขุดเชื่อม แม่น้ำสายหลักที่ไม่ไกลกันมากเห็นๆกันเหมือนที่เคยทำแล้วโดยเชื่อมแม่น้ำยม เข้ากับแม่น้ำน่านทำให้สามารถผันน้ำไปมาตามปริมาณน้ำได้
4.สร้างป่าชุมชนขึ้น /หมู่บ้าน /ป่าชุมชนเพื่อเกิดพื้นที่ชุ่มน้ำมากขึ้น และ
5.พื้นป่าต้นน้ำ ปลูกหญ้าแฝกกันดิน (Soil Erosion)ตามแนวพระราชดำริ


พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุต่อว่า อีก 2 สัปดาห์ผมจะแนะนำนโยบายสำคัญๆมาใหม่ เพื่อที่ท่านจะได้ไปศึกษาเตรียมไว้ ผมมั่นใจว่าประชาชนจะให้ความไว้วางใจท่านเป็นส.ส.พรรคเพื่อไทย จะได้จัดตั้งรัฐบาลแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเหมือนที่พรรคไทยรักไทยเคย ทุ่มเทให้พี่น้องมาแล้วครับ

รายชื่อผู้ที่ต้องรับผิดชอบ จากสำนักกฏหมาย Robert Amsterdam

ที่มา thaifreenews

โดย TFN

สํา นักกฎหมายอัมสเตอร์ดัมแอนด์พีรอฟฟ์ ในนามของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และบุคคลอื่น ได้จัดทำ รายงานเบื้องต้นของการกระทำที่อาจถือว่าเป็นอาชญากรรมต่อมนุษย ชาติในราชอาณาจักรไทย



ยื่น ต่ออัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ บอกเล่าเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงเม.ย.2552 และพ.ค.2553 ก่อนจะยื่นเอกสารอีกฉบับยื่นฟ้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ ในอีก 8 อาทิตย์ข้างหน้า

http://www.robertamsterdam.com/assets_c/2010/10/fabio_polenghi-thumb-220x147.jpg


ผู้ ร้องได้ยื่นรายงานเบื้องต้นต่ออัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการกระทำอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และประมาณ 8 อาทิตย์ จะยื่นเอกสารอีกฉบับเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลในกรณีของศีลธรรมอันดี




รายงาน ระบุว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันมีมาตรฐานที่ต่ำในการ"ดำเนินการสอบสวนที่เป็นอิสระ" การสอบสวนในอดีตถึงเหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ถึงการเสียชีวิตของกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา 500 ราย ที่เกิดจากกองทัพเรือไทยผลักเรือของพวกเขาออกไปยังทะเลหลวง ทำให้เห็นว่าจะสามารถคาดหวังอะไรได้จากการสอบสวนของรัฐบาลถึงความรุนแรงใน เดือนเม.ย. และ พ.ค. 2553

และแม้ว่ารัฐบาลมีโอกาสที่จะกระทำการสอบ สวนเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างเป็นอิสระ แต่เป็นที่กระจ่างชัดแล้วว่ารัฐบาลไม่เต็มใจ หรือสามารถที่จะกระทำดังกล่าว


นอก จากจะล้มเหลวในการเริ่มดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างเป็นธรรม และสมบูรณ์ รัฐบาลยังคงปฏิเสธให้แกนนำเสื้อแดงเข้าถึงหลักฐานผลชันสูตร เอกสาร และวิดีโอภาพและเสียงที่ใช้ประกอบการดำเนินคดี

แม้จะไม่มีข้อ กำหนดให้ผู้ร้องต้องระบุรายชื่อของกลุ่มผู้กระทำผิด หรือบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อันระบุในคำร้องนี้ในขั้นตอนการ ยื่นเอกสาร แต่ถือเป็นเรื่องอันเหมาะสมที่จะสรุปความรับผิดของกลุ่มผู้นำพลเรือนและนาย ทหารระดับสูงในรัฐบาลไทย

รายงานระบุว่า ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้แก่


นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตผอ.ศอฉ. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผบ.ทบ. และผู้บัญชาการสถานการณ์ฉุกเฉิน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ.

พล.ต.อ.ประทีป ตันประเสริฐ อดีตรรท.ผบ.ตร. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานคณะที่ปรึกษาทบ.

พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ รองผบ.ทบ. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสธ.ทบ.

เหลิม-หน่อย-สอนมวย “มาร์ค”อ่อนหัด!!

ที่มา บางกอกทูเดย์

ตาย 56! เดือดร้อน 2 ล้านคน



ตาย 56! เดือดร้อน 2 ล้านคน
ทันที ที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ในฐานะประธานสถาบันสร้างสรรค์ไทย ออกมาระบุว่าการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของรัฐบาลและภาครัฐ ตามที่ทางสถาบันได้ไปลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนแสน สาหัส

พบว่าการช่วยหลือของรัฐบาลและภาครัฐ เป็นไปด้วยความล่าช้าและไม่ได้มีการประสานงานเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที

ซ้ำ การบริหารจัดการปัญหาของรัฐบาลกลับทำแค่การบริหารงานในสถานการณ์ปกติ ทำงานแบบรูทีนไปวัน ๆ ทั้งที่ควรใช้การบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินพิเศษ ที่ต้องมีการตั้งวอร์รูมระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วน เพื่อมากำหนดแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาทั้งเฉพาะหน้า

ซึ่งควร จะต้องให้หน่วยทหาร กระทรวงมหาดไทยไปให้การช่วยหลือในการขนย้ายประชาชนและสิ่งของ กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต้องออกไป ดูแลเรื่องความเป็นอยู่และโรคติดต่อที่จะเกิดขึ้นตามมา

" วันนี้ชาวบ้านเขาเดือดร้อนหนักหนามาก นายกรัฐมนตรีสมควรต้องรีบตั้งวอร์รูม แล้วนั่งเป็นประธานด้วยตัวเอง ไม่ใช่ปล่อยให้ส่วนราชการต่างคนต่างทำงานกันไปคนละทิศคนละทาง ไม่มีการประสานงานกันอย่างจริงจัง"อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าว

แน่ นอนว่า ในแง่ของรัฐบาล และพรรคการเมืองซีกรัฐบาลทั้งหลาย พากันมองแค่ว่า เป็นเรื่องธรรมดาของการเมืองขั้วตรงกันข้าม ที่ต้องมองรัฐบาลทำงานติดลบไว้ก่อน

แถมยังมีการมองเลยไปในทำนองว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เตรียมกลับคืนหวนสู่เวทีการเมืองอีกครั้ง ก็ย่อมจำเป็นที่ต้องวิพากษ์วิจารณ์เช่นนั้น

แต่ จริงๆ แล้วหากมองกันตามเนื้อผ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากยอมรับความจริงว่าสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ แต่เป็นภาวะน้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดอีกครั้งหนึ่งในประวัติการณ์น้ำท่วมเมือง ไทย

คำเตือนหรือคำตำหนิแม้อาจจะไม่ไพเราะเสนาะหู แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะมองข้าม หรือคิดเพียงแค่ว่าเป็นคนละขั้วการเมืองกัน

สถานการณ์ ความรุนแรงของปัญหาน้ำท่วมในเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้ว... เพราะพื้นที่น้ำท่วมขยายเป็นกว่า 30 จังหวัด และมียอดผู้เสียชีวิตที่เป็นทางการในขณะนี้พรวดขึ้นไปถึง 56 คนแล้ว

ไม่นับที่บาดเจ็บล้มป่วยอีกนับแสนคน

โดย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) สรุปรายชื่อผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์อุทกภัย ตั้งแต่วันที่ 10-26 ต.ค. ข้อมูล ณ วันที่ 26 ต.ค. เวลา 07.00 น. รวมยอดผู้เสียชีวิตสะสม 56 ราย เป็นเพศชาย 44 ราย เพศหญิง 12 ราย

ซึ่งจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมีจำนวน 17 จังหวัด คือ 1.จังหวัดนครราชสีมา 9 ราย 2.จังหวัดบุรีรัมย์ 6 ราย 3.จังหวัดลพบุรี 10 ราย 4.จังหวัดขอนแก่น 3 ราย 5.จังหวัดเพชรบูรณ์ 3 ราย 6.จังหวัดระยอง 2 ราย 7.จังหวัดชัยภูมิ 2 ราย 8.จังหวัดตราด 1 ราย 9.จังหวัดสระแก้ว 1 ราย 10.จังหวัดสระบุรี 2 ราย 11.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 1 ราย 12.จังหวัดนนทบุรี 1 ราย 13.จังหวัดอุทัยธานี 1 ราย 14.จังหวัดชัยนาท 1 ราย 15.จังหวัดกำแพงเพชร 3 ราย 16.จังหวัดนครสวรรค์ 8 ราย 17.จังหวัดสิงห์บุรี 2 ราย

ทั้งนี้ กลุ่มผู้เสียชีวิตแยกตามกลุ่มอายุ กลุ่มอายุที่เสียชีวิตมากที่สุด คือ กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป เสียชีวิต 13 ราย คิดเป็นร้อยละ 23.64 รองลงมาคือ กลุ่มอายุระหว่าง 40-44 ปี เสียชีวิต 8 ราย คิดเป็นร้อยละ 14.55 และกลุ่มอายุระหว่าง 45-49 ปี เสียชีวิต 7 ราย คิดเป็นร้อยละ 12.73 สามารถดูรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.niems.go.th

นี่คือตัวเลขของกระทรวงสาธารณสุขที่รายงานให้คณะรัฐมนตรีได้รับทราบถึงความรุนแรงของน้ำท่วมในครั้งนี้

เพื่อรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะได้รู้ว่า กำลังเจอกับศึกหนักแค่ไหน!!!

นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ก็ยอมรับว่า ขณะนี้ มีทางหลวงชนบทเสียหายประมาณ 30 เส้นทาง เส้นทางกรมทางหลวงประมาณ 20 เส้นทาง

นาย สุชาติ บุญบรรเจิดศรี กรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการขนส่งสินค้าของไปรษณีย์ไทย เนื่องจากเส้นทางหลักกว่า 75 สาย ใน 30 จังหวัด ถูกกระแสน้ำตัดขาด จึงต้องเปลี่ยนเส้นทางการขนส่ง ทำให้ต้องใช้เวลาในการขนส่งนานขึ้นจากปกติ 3 ชั่วโมง อาจเป็น 6 ชั่วโมง แต่ก็ยังสามารถขนส่งไปรษณีย์ และพัสดุได้ตามปกติ

ในขณะที่นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวหลังประชุมสรุปข้อมูลสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ว่าได้รับรายงานจากสำนักงานอ้อยและน้ำตาลทราย ว่า มีไร่อ้อยถูกน้ำท่วมจนได้รับความเสียหาย 1.6 หมื่นไร่

ส่วนนางจัน ทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้ข้อมูลว่า ตัวเลขความเสียหายจากเหตุอุทกภัย 34 จังหวัด ณ วันที่ 26 ต.ค.53 มีรายงานผู้เสียชีวิต 40 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลของการทำประกันชีวิต ส่วนการประกันวินาศภัยมีรายงานรถยนต์ที่ทำประกันภัยประเภท 1 จำนวน 443,182 กรมธรรม์ เป็นเงินเอาประกัน 200.476 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานความเสียหายเบื้องต้น 666 คัน คิดเป็นเงินเอาประกัน 49.56 ล้านบาท 

สำหรับการประกันอัคคีภัยและความเสี่ยงภัยทรัพย์สินมีกรมธรรม์ 684,376 กรมธรรม์ เป็นเงินเอาประกันภัย 1.15 ล้านล้านบาท โดยเบื้องต้นได้รับรายงานความเสียหายของทรัพย์สิน 17 ราย คิดเป็นมูลค่า 29 ล้านบาท แต่จำนวนกรมธรรม์นี้จะต้องตรวจสอบว่าได้มีการซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติม สำหรับภัยน้ำท่วมหรือไม่ 

นางจันทรา กล่าวว่า รายละเอียดของความคุ้มครองประกันภัย แบ่งเป็นการประกันภัยรถประเภท 1 ให้ความคุ้มครองตัวรถเอาประกันภัย ที่ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วมมูลค่า 70% ขึ้นไปของมูลค่ารถ และได้รับค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเงินเอาประกันภัย ส่วนการประกันภัยรถภาคบังคับจะคุ้มครองชีวิต ร่างกาย และอนามัยของผู้ประสบภัยจากรถทุกคน โดยให้ความคุ้มครองสูงสุดกรณีได้รับบาดเจ็บตามจริงไม่เกิน 50,000 บาท หากเสียชีวิต ทุพพลภาพถาวร หรือสูญเสียอวัยวะรายละ 200,000 บาท นอกจากนั้น กรณีที่ผู้บาดเจ็บรักษาตัวในสถานพยาบาล ยังได้รับค่าชดเชยรายวัน ๆ ละ 200 บาท แต่ไม่เกิน 20 วัน 

ทั้งนี้ผู้เอาประกันภัยรายใดยังไม่ได้แจ้งความเสียหายของชีวิตและ ทรัพย์สินที่เกิดขึ้นขอให้รีบแจ้งบริษัทประกันภัยทราบโดยเร็ว พร้อมแสดงรายละเอียดความสูญเสียและมูลค่าความเสียหายของทรัพย์สิน ส่วนกรณีเสียชีวิตให้ยื่นหลักฐานสำเนาใบมรณบัตร และสำเนาบันทึกประจำวันตำรวจ และหากมีข้อสงสัยติดต่อสายด่วนประกันภัย 1186

สำหรับ นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยถึง ผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมต่อเศรษฐกิจไทยว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าปัญหาน้ำท่วมจะมีผลต่ออัตราการขยายตัวของ เศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ประมาณ 0.1%

หรือ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยประมาณ 9,100-24,000 ล้านบาท

และ ทำให้จีดีพีไทยในปีนี้ลดลงอยู่ที่ 6.9% จากเดิมคาดว่าจะอยู่ที่ 7% ภายใต้ปัญหาน้ำท่วมไม่ขยายวงกว้างและกระทบต่อจังหวัดที่ได้รับความเสียหาย รวม 27 จังหวัด

แต่หากน้ำท่วม มีความรุนแรงมากขึ้นและขยายวงกว้างจนกระทบต่อ 35 จังหวัดของไทย จะทำให้จีดีพีลดลง 0.2% และมาอยู่ที่ 6.8% ภายในสิ้นปีนี้ 

สำหรับพื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับความเสียหายมีจำนวน 2.9 ล้านไร่ และหากขยายวงกว้างจะมีผลกระทบไปถึง 4 ล้านไร่ และผลกระทบจากพื้นที่ทางการเกษตรที่ความเสียหายจำนวนมาก ยังส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของไทยในปีนี้ เพิ่มขึ้น 0.1% อยู่ที่ 3.5% จากเดิมคาดว่าเงินเฟ้อทั้งปีจะอยู่ที่ระดับ 3.4% แต่ทั้งนี้ หากผลกระทบต่อพื้นที่ทางการเกษตรรุนแรงมาก จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั้งปีเพิ่มขึ้น 0.2% และในสิ้นปีนี้เงินเฟ้อจะอยู่ที่ระดับ 3.6% 

อย่างไรก็ตาม หากแยกเป็น ความเสียหายต่อภาคเศรษฐกิจต่างๆ พบว่า ภาคการเกษตรเสียหายมากที่สุด คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 3,000-6,000 ล้านบาท ภาคการท่องเที่ยว เสียหาย 2,000-4,000 ล้านบาท ภาคอุตสาหกรรม การค้า และการขนส่ง เสียหาย 2,200-5,300 ล้านบาท ส่วนภาคเศรษฐกิจอื่นเสียหาย 1,900-8,700 ล้านบาท

อ่วมแน่เศรษฐกิจไทยงวดนี้... การบ้านของรัฐบาลเต็มๆจากความเสียหายระดับนี้

แต่ ดูเหมือนว่ากระบวนการตัดสินใจของรัฐบาล โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์เอง กลับยังดูเหมือนว่ายังอาจจะประเมินสถานการณ์ไม่ชัด หรือประเมินต่ำเกินไปหรือไม่ จึงทำให้นายอภิสิทธิ์ไม่ได้เป็นผอ.ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบ อุทกภัยด้วยตนเอง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย พูดชัดว่า ขอตำหนิที่นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามช่วยเหลือผู้ประสบ ภัย (คชอ.) ที่มี นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผอ.ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ว่า ล่าช้าเกินไป เนื่องจากเกิดน้ำท่วมมาได้กว่า 8 วันแล้ว

ที่สำคัญนายกฯ ที่มีอำนาจเต็มในการบริหาร กลับไม่ยอมเป็นผู้อำนวยการศูนย์ดังกล่าวเอง กลับนำคนไม่มีอำนาจไปสั่งการข้าราชการ

เป็นอีกครั้งที่นายอภิสิทธิ์ ถูกมองว่าขาดประสบการณ์ในการทำงาน

ซึ่งแม้แต่ ส.ส.ในพรรคประชาธิปัตย์เองก็ยังงงๆ ไม่น้อย

ซึ่ง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กรุงเทพ ในฐานะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่าในการประชุม ส.ส.พรรค ซึ่งมีรัฐมนตรีในส่วนของพรรคเข้าร่วมประชุมด้วย โดยที่ประชุมได้มีการพูดคุยถึงปัญหานํ้าท่วม

ปรากฏว่ามี ส.ส.ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหานํ้าท่วม อยากให้รัฐบาลทบทวนการช่วยเหลือกรณีที่ให้เงินช่วยเหลือเพียง 606 บาท เพราะเป็นตัวเลขที่น้อยเกินไป

ขณะเดียวกันยังเรียกร้องให้รัฐบาล เตรียมรับมือปัญหาหลังนํ้าลด โดยรีบจัดหาแหล่งเงินทุนที่ปลอดดอกเบี้ย เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย

ล่าสุด​นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รมช.สาธารณสุข ระบุว่า ขณะนี้มี 33 จังหวัดประสบภัยน้ำท่วม ประชาชนเดือดร้อนกว่า 2 ล้านคนแล้ว

ความเสียหายและความเดือดร้อนระดับนี้ นายอภิสิทธิ์ในฐานะผู้นำรัฐบาล ต้องทำงานให้เป็นและโชว์ฝีมือมากกว่านี้

ทหารเหวี่ยงแห11เวป มั่วยัดหมิ่นสถาบันต้องทำลาย

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา เวบไซต์กองทัพเรือ
27 ตุลาคม 2553

หมายเหตุ:ตาม ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ประกาศว่ารู้ตัวหมดแล้วว่าใครหมิ่นสถาบันกษัตริย์ และจะขจัดทำลายให้หมดสิ้น เอกสารภายในของกองทัพเรือต่อไปนี้ ซึ่งเป็นผลจากการประชุมเมื่อ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา (หลังเหตุการณ์ 19 พ.ค.2553ไม่นาน) ที่ได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษให้"ทำลายต้นตอการกระทำผิดที่เข้าข่าย หมิ่นสถาบันฯ"..อาจจะบ่งชี้ได้ดีทีเดียว เพียงแต่มีการเหมารวมว่าเวบไซต์ต่างๆที่วิพากษ์วิจารณ์ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล นั้นเป็น"เวบไซต์หมิ่นสถาบัน"ไปอย่างเหมารวม ซึ่งเอกสารดังกล่าวระบุไว้ 11 เวบไซต์ รวมทั้งเวบไทยอีนิวส์ด้วย


เวบไซต์ของกองทัพ เรือ รายงานผลการประชุมจัดตั้งเครือข่ายระดับที่ ๒ ของ พธ.ทร.(กรมพลาธิการทหารเรือ)เพื่อส่งเสริมและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ณ ห้องประชุม พธ.ทร.(๒) เมื่อวันที่ ๑ มิ.ย.๕๓ เวลา ๐๙๓๐ - ๑๑๐๐ ดังนี้

ประชุมจัดตั้งเครือข่ายระดับที่ ๒ พธ.ทร.วาระการประชุม

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
ระเบียบวาระที่ ๒ ฝ่ายเลขา ฯ ชี้แจงความเป็นมา และการดำเนินการของหน่วยควบคุม
ระเบียบวาระที่ ๓ กำหนดแนวทางการจัดตั้งและหน้าที่ความ
รับผิดชอบเครือข่ายระดับที่ ๒ ของ พธ.ทร.
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)

ระเบียบวาระที่ ๒ ฝ่ายเลขา ฯ ชี้แจงความเป็นมา และการดำเนินการ ของหน่วยควบคุม

ความเป็นมา ในห้วงเวลาที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มบุคคลดำเนินการ เผยแพร่ข้อมูล รูปภาพ คลิปวิดีโอ ในทำนองหมิ่นและ มุ่งร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ผ่านทางเว็บไซต์ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสถาบัน ฯ และกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติอย่างร้ายแรง

ดังนั้นจึงถือเป็น ภารกิจหลักของ ทร.ในการหา แนวทางป้องกันและแก้ไขเพื่อพิทักษ์และปกป้องสถาบัน พระมหากษัตริย์ จากการดำเนินการของกลุ่มบุคคลผู้ไม่หวังดี และแสวงประโยชน์จากเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

ในการนี้ ทร. ได้อนุมัติแนวทางการดำเนินการ ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์บน เครือข่าย อินเตอร์เน็ตเพื่อสงเสริมและปกป้องสถาบัน ฯ

สาระสำคัญ

- สสท.ทร. เป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณา กำ หนดแนวทางการดำ เนินการปกป้องสถาบัน พระมหากษัตริย์ บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตร่วมกับหน่วยต่าง ๆ
- นขต.ทร. (หน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ)ร่วมเป็นสมาชิกหน่วยละ ๑ เครือข่าย และจัดตั้งสมาชิกเครือข่ายผู้ใช้อินเตอร์เน็ตของหน่วยเป็น เครือข่ายระดับที่ ๒
- จัดทำฐานข้อมูลข้อเท็จจริงของสถาบัน ฯ เพื่อใช้เป็น ข้อมูลกลางในการให้สมาชิกเครือข่ายใช้เป็นความรู้สำหรับใช้ในการส่งเสริมและ ปกป้องสถาบัน ฯ สสท.ทร. เป็นหน่วย รวบรวมข้อมูล กพร.ทร. เป็นหน่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
- ขว.ทร. และ สสท.ทร. ดำเนินการแลกเปลี่ยน ข้อมูลการตรวจพบเว็บไซต์ที่มีข้อความเข้าข่ายความผิด เกี่ยวกับการหมิ่นสถาบัน ฯ โดยขว.ทร. รายงานให้ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง สสท.ทร. แจ้งส่วนราชการที่รับผิดชอบ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐
- นขต.ทร. และ หน่วยเฉพาะกิจ ทร. ให้ความ ร่วมมือและสนับสนุนการทำลายแหล่งต้นตอของการ กระทำ ผิดที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบัน ฯ ตามที่หน่วยงานของ รัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ร้องขอ

การดำเนินการ แบ่งออกเป็น ๒ แนวทาง

- การเทิดทูนสถาบัน ฯ
- การป้องกันและปราบปรามการหมิ่นสถาบัน ฯบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

การเทิดทูนสถาบัน ฯ
-จัด ทำเว็บไซต์เผยแพร่บทความ/คลิปวิดิทัศน์ ในนาม ทร. โดยให้ สลก.ทร. ร่วมกับ สสท.ทร.(ศทส.ฯ) กำหนดความถูกต้องของเนื้อหา รวมทั้งรูปแบบการ นำเสนอ
-จัด ทำ เว็บไซต์เผยแพร่บทความ/คลิปวิดิทัศน์ ผ่าน ช่องทางอินเตอร์เน็ตภายนอก ทร. (Domain name อื่น) ที่มิใช่ ทร.(โดยให้ กพร.ทร. เสนอขอ งป.ผ่านทาง ทท.หรือให้ สสท.ทร. ขอ งป. จาก ทร.)

การป้องกันและปราบปรามการหมิ่นสถาบัน ฯบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
-สร้างเครือข่ายหน่วยควบคุม (สสท.ทร.) เครือข่ายระดับที่ ๑ (นขต.ทร.) เครือข่ายระดับที่ ๒ (ผู้ปฏิบัติ ฯ ทุก นขต.ทร.)

ช่องการติดต่อสื่อสาร

คำ สั่งกรมพลาธิการทหารเรือ ที่๑ / ๒๕๕๓ เรื่อง การแต่งตั้งสมาชิกเครือข่ายระดับที่๑ เพื่อส่งเสริมและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ของ พธ.ทร. เพื่อให้การดำเนินการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์บน เครือข่ายอินเตอร์เน็ตของ ทร. เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นรูปธรรม จึงให้ปฏิบัติดังนี้

๑.ให้ผู้ดำรงตำแหน่งต่อไปนี้เป็นสมาชิกเครือข่ายระดับที่๑

๑.๑ รอง ผอ.ศบพ.พธ.ทร.(๒) ประธานเครือข่าย
๑.๒ หน.นธน.บก.พธ.ทร. สมาชิก
๑.๓ หน.กรรมวิธีข้อมูล ศบพ.พธ.ทร. สมาชิก และเลขานุการ
๑.๔ หน.สถิติและกรรมวิธีข้อมูล บก.พธ.ทร. สมาชิก
๑.๕ นายทหารปฏิบัติการ แผนกกรรมวิธีข้อมูลศบพ.พธ.ทร. สมาชิก และผช.เลขานุการ

๒. สมาชิกเครือข่ายระดับที่๑ มีหน้าที่
๒.๑ ควบคุมกำกับดูแล ดำเนินการคัดสรร และจัดตั้งสมาชิกเครือข่ายผู้ใช้ อินเตอร์เน็ตของหน่วย เป็นเครือข่ายระดับที่ ๒ โดย พิจารณาจากสมาชิกที่ มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ เพื่อทำหน้าที่ในการนำหัวข้อ/ข้อความไปปฏิบัติการหรือแสดงความ คิดเห็นในเชิงส่งเสริมและปกป้องสถาบัน ฯ รวมทั้งเฝ้าตรวจสอบ แจ้งเตือน ตอบโต้กลุ่มบุคคลผู้ไม่หวังดีในเว็บไวต์ เว็บบอร์ด หรือ อื่น ๆ ที่มีเนื้อหาทำนองหมิ่นและต่อต้านสถาบัน ฯ ให้เครือข่ายระดับที่๑ ทราบ

๒.๒ ประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยควบคุม (สสท.ทร.) และ เครือข่ายระดับที่๒ โดยใช้ระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ทร. ใน การติดต่อสื่อสาร

๒.๓ ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการทำลายแหล่งต้นตอของ การกระทำผิด ที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบัน ฯ ตามที่หน่วยงานของรัฐที่มี
หน้าที่รับผิดชอบตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ.๒๕๕๐ ร้องขอ

๒.๔ จัดให้มีการประชุมเครือข่ายระดับที่ ๒ เพื่อกำหนดกรอบ แนวทางการดำเนินการรวมทั้งรายงานผลการดำเนินการของ เครือข่ายระดับที่ ๒ ในความรับผิดชอบให้หน่วยควบคุม (สสท.ทร.) ทราบตามวงรอบทุก ๑ เดือน

๓. นขต.พธ.ทร. ให้การสนับสนุนตามที่สมาชิกเครือข่ายระดับที่๑ ร้องขอ

การตรวจสอบเว็บไซต์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคง และผลการติดตาม

http://board.sae-dang.com ติดตามต่อไป
http://www.redthai.org/ ถูกลบแล้ว
http://www.sameskcybooks.org/ ถูกลบแล้ว
http://www.prachatai.com ถูกลบแล้ว
http://www.thaienews.blogspot.com ถูกลบแล้ว
http://www.cmadang.com ถูกลบแล้ว
http://www.CmadOnlineg.com ไม่พบเซิรฟเวอร์
http://bbs.pramool.com ติดตามต่อไป
http://www.clubthaksin.com/ ติดตามต่อไป
๑๐ http://norporchorusa.com ถูกลบแล้ว
๑๑ http://norporchorusa2.com ถูกลบแล้ว

ข้อความมาตรฐานสำหรับใช้ในการตอบโต้/ต่อต้านการ ดำเนินการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์

๑ ทรงพระเจริญ
๒ ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
๓ LONG LIVE THE KING
๔ ขอให้พระองค์อยู่คู่กับปวงชนชาวไทยตลอดไป
๕ ขอให้พระองค์ทรงพระเกษมสำราญมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน
๖ ทรงพระเจริญ ขอพระองค์ทรงมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์
๗ เรารักในหลวง
๘ เรารักพระเจ้าอยู่หัว
๙ ขอพระองค์ทรงเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้คนไทยตลอดไป ทรง พระเจริญยิ่งยืนนาน
๑๐ คิดดีทำดีเพื่อในหลวง
๑๑ จงมีความสามัคคีและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
๑๒ ร่วมใจภักดิ์รักในหลวง
๑๓ ทำดีเพื่อพ่อ
๑๔ รักพ่อหลวงของแผ่นดิน
๑๕ ร้อยรักร้อยล้านดวงใจ เพื่อเทิดไท้องค์ราชัน ที่พระองค์ทรงฝ่าฟัน ให้ไทยนั้นได้ร่มเย็น
๑๖ พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ
๑๗ เราจะร่วมกันทำความดีเพื่อถวายในหลวง
๑๘ ถ้าเราไม่เคารพรักในสถาบันชาติแล้ว ความปั่นป่วน ระส่ำระสายก็จะเกิดตามมา
๑๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำและมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย

ระเบียบวาระที่ ๓ กำหนดแนวทางการจัดตั้งและหน้าที่ความ รับผิดชอบเครือข่ายระดับที่ ๒ ของ พธ.ทร.
แนวทางการดำเนินการเครือข่ายระดับที่ ๒

- ได้รับการคัดสรรจากเครือข่ายระดับที่ ๑
- ตรวจสอบ เฝ้าระวัง แจ้งเบาะแสการกระทำที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบัน ฯ บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต รวมทั้งแสดงความคิดเห็น หรือเผยแพร่บทความในเชิงส่งเสริมและปกป้องสถาบัน ฯ โดยใช้ข้อความ รูปภาพ คลิปวิดิทัศน์มาตรฐาน ตามที่หน่วยควบคุมกำหนด

แนวทางการดำเนินการเครือข่ายระดับที่ ๒

- นำกรอบแนวทางปฏิบัติที่ได้รับมอบผ่านทางเครือข่าย ระดับที่ ๑ ไปขยายผล และรายงานการปฏิบัติให้เครือข่ายระดับที่ ๑ ทราบ
- เครือข่ายระดับที่ ๒ แจ้งเหตุ/รายงานผลการปฏิบัติให้เครือข่ายระดับที่ ๑ ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ทร.ผ่านช่องทางสื่อสาร (iwoc_28@navy.mi.th) เพื่อส่งเสริมและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ของ พธ.ทร.

คุณสมบัติ

๑. เป็นข้าราชการ ลูกจ้าง สังกัดกรมพลาธิการทหารเรือ
๒. เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ วิจารณญาณ และประสบการณ์เพียงพอในการแสดงความคิดเห็นเชิงส่งเสริมและปกป้องสถาบัน ฯ
๓. มีประสบการณ์ในการใช้ Internet และมี E-mail address ของ ทร.(กรณีไม่มี ขอให้สมัครได้ที่ สสท.ทร.)

การสมัครเป็นสมาชิก

ขอให้ส่ง ยศ ชื่อ-นามสกุล สังกัด หมายเลขโทรศัพท์ มาที่ iwoc_28@navy.mi.th (ตอบรับภายใน ๒ – ๓ วันทำการ)

การรายงาน

๑. รายงานการตรวจพบการกระทำที่หมิ่นต่อสถาบัน ฯ บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ที่กระทำที่หมิ่นต่อสถาบัน ฯ (URL)ว่าพบในวันเดือนปี เวลาใด
๒. กิจกรรมส่งเสริมและเทิดทูนสถาบัน ฯ

การรายงานทั้ง ๒ กรณีส่งมาที่ iwoc_28@navy.mi.th เช่นเดียวกัน

มี ปัญหา/ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามได้ที่แผนกกรรมวิธีข้อมูล ศบพ.พธ.ทร. น.อ.จารุวัฒน์ กะราลัย (เลขานุการเครือข่ายระดับที่ ๑ พธ.ทร.) หรือ น.ท.หญิงแก้วกฤตยา พิชิตชโลธร (ผช. เลขานุการเครือข่ายระดับที่ ๑ พธ.ทร.)(02) 418-2468, (02) 475-5676, (02) 475-5730

คำชี้แจงจากไทยอีนิวส์

ตาม ที่เอกสารของกองทัพระบุว่าไทยอีนิวส์ เป็นเวบไซต์ 1 ใน 11 รายที่เป็นภัยต่อความมั่นคง และอาจเข้าข่ายหมิ่น และ มุ่งร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น กองทัพต้องทำความเข้าใจข้อกฎหมาย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งแก้ไขโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ที่กำหนดไว้ว่า

ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี


ตลอดการนำเสนอข้อมูลข่าวสารความคิดเห็นตลอดมาของไทยอีนิวส์นั้น ไม่เคย หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ แต่ อย่างใดทั้งสิ้น เราทำหน้าที่เพียงการเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์กิจการบ้านเมืองโดยสุจริต ตามสิทธิเสรีภาพที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับพ.ศ.2550 และในเมื่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ล้วนแต่ทรงคุณอันประเสริฐ อยู่เหนือการเมือง ไม่เคยทรงลงมายุ่งเกี่ยวการเมืองตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ยืนยันหนักแน่น ดังที่ทราบกันแล้วนั้น ก็ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่ไทยอีนิวส์จะไปวิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ อย่าว่าแต่หมิ่นฯเลย

อนึ่งไทยอีนิวส์ได้ถูกคำสั่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการศอฉ.ปิดกั้นตามคำสั่งลงวันที่ 10 เมษายน 2553ก็ได้ระบุเพียงว่า"มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีงามของประชาชน"(รายละเอียด)เท่านั้น แต่กองทัพกลับยัดเยียดความเท็จให้ว่า เราเป็นเวบไซต์ที่กระทำผิดความมั่นคง หมิ่นสถาบันฯ

*********
ข่าวเกี่ยวเนื่อง:

-ไทยอีนิวส์ชี้แจง 2 ประเด็นกรณีไทยรัฐนำเสนอข่าว:เราไม่ใช่เวบของทักษิณ และเรายังโดนศอฉ.สั่งปิดอยู่

-ฝ่าด่านเผด็จการปิดกั้นสัจจะ ยอดผู้อ่านไทยอีนิวส์ผ่าน 20 ล้านคลิ้ก เฉพาะ19พฤษภาวันเดียวยอดอ่าน 3 แสน

-ประขาไทสัมภาษณ์ไทยอีนิวส์:สื่อกระแสทวนในยุคสมัยแห่งความขัดแย้ง

-บท ความแรกที่เผยแพร่ในไทยอีนิวส์เมื่อตอนก่อตั้งเมื่อ 5 พ.ย.49:แถลงการณ์ขบวนทัพประชาชน 'ประชาชนไทยทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า ประเทศเรานี้เป็นของประชาชนทุกคนเสมอกัน '

น้ำท่วม-ตอผุด

ที่มา มติชน



โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์



หาย นภัยน้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายมโหฬาร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แถลงว่ามีพื้นที่การเกษตรเสียหายไปแล้ว 4 ล้านไร่ ยังมีพื้นที่เขตเมืองที่ถูกน้ำท่วมอย่างหนักอีกหลายแห่ง ที่กล่าวขวัญกันมากคือโคราชจมน้ำไปทั้งเมือง (และจะตามมาด้วยเมืองอื่นตามลำน้ำมูล กว่าที่น้ำจะไหลลงแม่น้ำโขงได้) เมืองใหญ่ในลุ่มเจ้าพระยาได้สร้างพนังกั้นน้ำไว้แล้ว จึงอาจไม่จมทั้งเมืองอย่างโคราช แต่ชนบทที่รายรอบเมือง รวมทั้งเมืองเล็กที่ไม่มีพนังกั้นน้ำ ก็จะเผชิญกับการเอ่อล้นของแม่น้ำเจ้าพระยาในอนาคตอันใกล้นี้

คำ อธิบายภัยธรรมชาติครั้งนี้คือ ปรากฏการณ์ลานิญามาเร็วกว่าที่เคย ทำให้ปลายฤดูฝนกลับมีฝนตกชุกอย่างที่ไม่เคยเป็นมา ผลก็คือน้ำบนภูเขาทะลักลงมาอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะรับมือทัน

คำ อธิบายนี้คงไม่ผิดในตัวเอง แต่ไม่ได้ตอบปัญหาความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพราะฝนมากและถี่อย่างเดียวไม่เพียงพอจะอธิบายได้ ส่วนใหญ่ของความเสียหายเกิดจากการจัดการ ไม่ใช่เกิดจากน้ำ ความล้มเหลวในการจัดการนั้นไม่เฉพาะแต่การจัดการน้ำเท่านั้น แต่รวมถึงการจัดการอื่นๆ ที่ไม่ใช่น้ำอีกมากมายหลายอย่าง

ที่ พูดกันมากก็คือ น้ำท่วมเกิดจากความสูญเสียพื้นที่ป่า ซึ่งจะสามารถซับน้ำให้ไหลลงจากภูเขาช้าลง (ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของป่าในแง่นี้ยังถกเถียงกันอยู่ในวงวิชาการ เพราะมีบางทรรศนะที่เห็นว่าป่าไม่สามารถทำหน้าที่ซับน้ำในลักษณะนี้ได้เลย) แต่การสูญเสียพื้นที่ป่า ไม่ได้เกิดจากผู้คน (ทั้งนายทุนและชาวบ้าน) เข้าไปบุกรุกป่าเท่านั้น แท้จริงแล้วดูจะเป็นนโยบายของรัฐที่จะส่งเสริมโดยทางอ้อมให้เกิดขึ้นด้วย

พืชเศรษฐกิจซึ่งทำเงินหล่อเลี้ยงการพัฒนาในระยะต้นนั้น จำเป็นต้องเปิดพื้นที่ป่าและจำนวนมากเป็นพื้นที่ "ชายขอบ" ของการเกษตร เพราะกำไรจากการปลูกพืชเศรษฐกิจมีน้อยมาก จนเกินกว่าใครอยากจะลงทุนกับปัจจัยการผลิตคือที่ดินมากนัก ฉะนั้นผู้คนจึงบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ "ป่า" โดยจับจองหรือซื้อต่อจากรายอื่นในราคาไม่แพงนัก ในที่สุดก็สูญเสียที่ดินนั้นไปให้แก่ผู้อื่น เพราะความผันผวนของราคาพืชผล และการถูกเอาเปรียบในทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ทำให้ไม่สามารถตั้งตัวกับพืชเศรษฐกิจได้ บ้างก็รุกป่าต่อไป บ้างก็หันเข้าเมืองเพื่อหาอาชีพรับจ้าง

นโยบายของรัฐในระยะหลังคือ การปลูกพืชเศรษฐกิจที่คาดว่าสามารถทำกำไรได้ดี โดยเฉพาะยางพารา ผลคือพื้นที่ไร่ซึ่งโค่นถางป่าจนเรียบราบไปแล้ว ถูกเปลี่ยนมาปลูกพืชเชิงเดี่ยวกันมากขึ้น แม้เป็นไม้ใหญ่ แต่พืชเชิงเดี่ยวที่หยั่งรากลงดินในระดับเดียวกัน ทำให้เกิดดานที่ราบเรียบเสมอกันใต้พื้นดิน เมื่อโดนฝนกระหน่ำลงเป็นเวลานาน ดินผิวหน้าก็เลื่อนไหลลงจากดานกลายเป็นดินถล่ม สร้างความเสียหายแก่พื้นที่เบื้องล่าง ซึ่งมักเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยอย่างหนัก

ในขณะเดียวกัน รัฐก็ปล่อยให้การถือครองที่ดินเป็นการเก็งกำไรทางเศรษฐกิจที่มั่นคงปลอดภัย และคุ้มทุนที่สุด ทำให้คนมีทรัพย์นิยมที่จะลงทุนถือครองที่ดิน อาจใช้ประโยชน์ในธุรกิจท่องเที่ยว หรือถึงไม่ทำอะไรเลย ก็คาดหวังได้ว่าจะทำกำไรในตอนขายได้มาก

ตราบเท่าที่นโยบาย การเกษตรและการจัดการที่ดินยังเหมือนเดิม ป่าก็ต้องสูญเสียพื้นที่ต่อไป ไม่ว่าจะกวดขันให้เจ้าหน้าที่ที่ดินและป่าไม้เข้มงวดสักเพียงไร และปรากฏการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง, ภาคกลางและภาคอีสานก็จะเกิดขึ้นเป็นประจำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เขื่อน และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อตอนจะสร้างก็มักให้เหตุผลไว้ข้อหนึ่งว่า ป้องกันน้ำท่วม แต่น้ำท่วมทุกครั้งรวมทั้งครั้งนี้ พิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า เขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ ในครั้งนี้ เขื่อนหลายต่อหลายแห่งต้องรีบปล่อยน้ำลงมาซ้ำเติม เพราะเสี่ยงที่จะเกิดเขื่อนแตก (และเขื่อนเอกชนของสนามกอล์ฟแห่งหนึ่งก็แตกจริงๆ ด้วย ก่อความเสียหายแก่ชาวบ้านอย่างหนัก แต่จนบัดนี้ยังไม่สามารถเอาเจ้าของเขื่อนมารับผิดชอบได้) บางท่านอาจจะกล่าวว่า เพราะเขื่อนไม่รีบพร่องน้ำไว้ก่อน ทำให้ไม่สามารถรองรับน้ำฝนหนักในปลายฤดูได้ แต่กระบวนการตัดสินใจพร่องน้ำ พร่องมากน้อยเพียงไร พร่องช่วงไหน ฯลฯ นั้น เป็นอย่างไร มีข้อมูลหรือประสิทธิภาพเพียงใด ไม่มีใครทราบ แต่ที่แน่นอนก็คือขาดการประสานความรู้ของหน่วยงานต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้อง

อันที่จริง เขื่อนจำนวนมาก ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อจัดการน้ำ แต่สร้างขึ้นเพื่อกำเนิดพลังงาน ส่วนใหญ่ไม่ได้มีประสิทธิภาพในการผลิตพลังงานเท่ากับที่อ้างไว้ในแผน เขื่อนเหล่านี้นอกจากสร้างความเสียหายให้แก่ระบบนิเวศอย่างหนัก จนทำให้ไม่คุ้มทุนในการก่อสร้าง ยังเป็นตัวระบายน้ำลงมาซ้ำเติมในขณะที่เกิดฝนชุกอีกด้วย บางครั้งก็เพิ่มพลังการผลิตโดยไม่แจ้งล่วงหน้าแก่ประชาชนท้ายเขื่อน

แต่ เขื่อน - ไม่ว่าจะสร้างเพื่อจัดการน้ำ หรือกำเนิดพลังงาน - เป็นโครงการที่ทุจริตได้ง่ายที่สุด ฉะนั้นจึงมีเสน่ห์ดึงดูดให้นักการเมืองและข้าราชการร่วมมือกันผลักดันการ สร้างเขื่อนอยู่ตลอดมา หมดพื้นที่ในประเทศไทยที่จะสร้าง ก็ย้ายไปสร้างในประเทศเพื่อนบ้านคือลำน้ำสาละวินและโขง

นโยบายจัดการน้ำและพลังงานที่มุ่งจะป้อนน้ำและพลังงานให้แก่ภาคอุตสาหกรรมต่างหาก ที่ทำให้น้ำท่วมหนัก

อีก ด้านหนึ่งของความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งสื่อบางชนิดเฝ้าติดตามมาอย่างต่อเนื่อง คือระบบเตือนภัย แม้ว่าน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้เกิดภัยพิบัติอย่างหนักถึงขั้น "ตายหมู่" แต่ระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพก็สามารถบรรเทาความเสียหายที่เกิดแก่ชาว บ้านได้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงความทุลักทุเลของหน่วยงานบางแห่ง เช่น โรงพยาบาล เป็นต้น

หลายชุมชนทั้งในเมืองและนอกเมืองประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ อย่างแทบไม่รู้เนื้อรู้ตัว บางชุมชนถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิงเพราะอพยพหลบภัยไม่ทัน

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เกี่ยวข้องและสื่อมักจะมองความไร้ประสิทธิภาพของระบบเตือนภัยที่ เทคโนโลยี สิ่งนั้นขาด สิ่งนี้ขาด หากมีเครื่องมือพร้อม ทุกอย่างก็จะดำเนินไปได้ด้วยดี

แต่ความบกพร่องของระบบเตือนภัยไม่ได้ อยู่ที่เทคโนโลยียังไม่พร้อม ที่สำคัญกว่านั้นคือการจัดการต่างหาก เช่นเดียวกับการจัดการทุกอย่างในประเทศไทย ระบบเตือนภัยธรรมชาติของเรามีลักษณะรวมศูนย์เช่นเดียวกัน แม้มีการตั้งมิสเตอร์เตือนภัยขึ้นในบางชุมชนที่ถือว่าเป็นชุมชนเสี่ยง แต่การประสานงานภายในชุมชนเองกลับไม่ช่วยให้มิสเตอร์ทำงานอย่างได้ผล เพราะชุมชนไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นในการจัดระบบเตือนภัยของตนเอง เป็นความคิดและจัดการของราชการฝ่ายเดียว

ยิ่งกว่านี้ หากพิจารณากรณีน้ำท่วม ย่อมเห็นได้ว่าเป็นภัยธรรมชาติที่ระบบเตือนภัยควรมีเครือข่าย กล่าวคือแจ้งเตือนกล่วงหน้าแก่ชุมชนอื่นๆ ได้ตลอดเส้นทางน้ำ เครือข่ายเช่นนี้เกิดขึ้นได้จากการจัดการของชาวบ้านเอง ไม่ใช่คำสั่งของราชการ

ระบบบริหารรัฐกิจของไทย ไม่เฉพาะแต่เรื่องของภัยธรรมชาติ แต่ทุกเรื่อง มีลักษณะรวมศูนย์อย่างแทบจะหาประเทศใดมาเทียบได้ยาก ระบบเช่นนี้เป็นระบบที่ไร้ประสิทธิภาพ และเอื้อต่อการทุจริตฉ้อฉลในทุกรูปแบบ น้ำจะท่วมเมืองไทยไม่เลิก ตราบเท่าที่เรายังรวมศูนย์การบริหารเช่นนี้

มองให้เลยไกลไป จากน้ำ ก็จะเห็นความบกพร่องของระบบที่แฝงอยู่เบื้องหลัง ภัยธรรมชาติทำความเสียหายให้แก่ผู้คนได้ระดับหนึ่ง แต่ภัยสังคมต่างหากที่ทำให้ความเสียหายนั้นขยายตัวอย่างไร้ขีดจำกัด และบั่นทอนพลังของสังคมที่จะฟื้นตัวได้ในเวลาอันสมควร

จำเป็น ต้องกล่าวด้วยว่า สื่อมีส่วนอย่างมากในการทำให้สังคมไทยไม่มองน้ำท่วมมากไปกว่าน้ำ, ลานิญา และพายุฝน ดังนั้น เมื่อน้ำลด "ตอ" ซึ่งคือตัวความบกพร่องของระบบก็กลับจะจมหายลึกลงไปในความไม่ใส่ใจของสังคม รอน้ำระลอกใหม่ที่จะไหลลงมาท่วมท้น จนทำให้สื่อไม่ต้องสนใจ "ตอ" อีกตามเดิม

ไม่ มีสังคมใดในโลกที่ไม่เคยผิดพลาด แต่ทุกสังคมควรมีสมรรถภาพที่จะแก้ไขตัวเองได้ ส่วนหนึ่งที่สังคมไทยไร้สมรรถภาพในแง่นี้ ก็เพราะเรามีสื่ออย่างที่เรามีอยู่ในขณะนี้