ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 8, 2011

งานวันเด็ก ที่ เชียงใหม่

ที่มา thaifreenews

โดย namome

http://img716.imageshack.us/img716/5975/16524313852926926131840.jpg

http://img814.imageshack.us/img814/9903/16456913847779597451840.jpg

http://img842.imageshack.us/img842/615/16575413847774797331840.jpg

http://img521.imageshack.us/img521/5733/33818138477959978618409.jpg

รูปภาพของเรืองศิลป์ พัฒนโชติ - งานแดงเชียงใหม่วันเด็กที่แม่ออน
โครงการ นำร่องของกลุ่ม แดงเชียงใหม่ เพื่อรณรงค์ ปลูกฝังให้ประชาชนคืนสมดุลสู่ธรรมชาติ ควบคู่กับการเปิดเวทีปราศรัยและนำของบริจาคสู่พี่น้องที่ยากไร้ในพื้นที่ ห่างไกล
เสื้อแดงเชียงใหม่ร่วมจัดงานวันเด็ก ที่ร.ร.บ้านออนหลวย อ.แม่ออน เชียงใหม่ ได้รับของและเงินสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดี นำของขวัญ อุปกรณ์การศึกษา.ไปแจกให้น้องๆและได้ชวนเด็กๆร่วม"โครงการ รักษ์โลก คืนสมดุลสู่ธรรมชาติ"โดยปลูกต้นไม้เพื่อธรรมชาติ ซึ่งโครงการนี้จะเกิดขึ้นทุกทริปที่พวกเราเดินทางไปนอกพื้นที่ เพื่อคืนสมดุลสู่ธรรมชาติและปลูกจิตสำนึกให้กับเยาวชนช่วยกัน รักษ์โลก และนี้เป็นโครงการนำร่อง
โดย: เรืองศิลป์ พัฒนโชติ

http://www.facebook.com/media/set/?set=at.1384764519409.45755.1840902100.100001488099335#!/album.php?fbid=1384764519409&id=1840902100&aid=45755

เชิญพบกับคุณโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทุกวันเสาร์และอาทิตย์

ที่มา thaifreenews

โดย namome

เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป
พบกับคุณ โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม
ได้ที่ http://www.konthaiuk.info/home.php

(มีคนแปล และ สามารถโทรเข้าไป สอบถาม หรือ พูดคุยได้ ด้วยค่ะ)

ถูกล่าเพราะวอนหยุดฆ่าเสื้อแดง สิ้นสุดลี้ภัย7เดือน23วันครูประทีปกลับบ้านร่วมงานวันเด็กคลองเตย

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
8 มกราคม 2554

ครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ เจ้าของรางวัลแมกไซไซ อดีตวุฒิสมาชิก และมีบทบาทในการตั้งเวทีที่คลองเตยเพื่อไม่ให้ประชาชนทะลักเข้าไปบริเวณราชประสงค์ หลีกเลี่ยงการนองเลือด แต่กลับถูกศอฉ.ออกหมายจับ ไปพำนักลี้ภัยทางการเมืองที่ญี่ปุ่นนาน 7 เดือน 23 วัน ได้เดินทางกลับประเทศไทยแล้ว และเข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติที่มูลนิธิดวงประทีป คลองเตยในวันนี้



ข่าวการเดินทางกลับบ้านของครูประทีปเงียบเชียบในสื่อไทย แต่สื่อยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นYomiuri Shimbun Online รายงานเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมาว่า ครูประทีป ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.2554 หลังจากที่เดินทางไปพำนักลี้ภัยการเมืองที่บ้านพักของสามีชาวญี่ปุ่น ที่เมืองโอซาก้า เป็นเวลานานกว่า 7 เดือน 23 วัน เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองในไทย เมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค. 2553 จนมีการออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้นางประทีปต้องเดินออกนอกประเทศ

ทั้งนี้ได้มีญาติ-ครอบครัว-ผู้ให้การสนับสนุน และเด็กๆจากมูลนิธิดวงประทีปไปต้อนรับครูประทีปที่สนามบินสุวรรณภูมิ และจัดพิธีต้อนรับที่มูลนิธิดวงประทีปด้วยบรรยากาศแห่งความเต็มตื้น และน้ำตาแห่งความปิติยินดีทั้งสองฝ่าย โดยครูประทีป ระบุว่า "ดีใจที่ได้กลับมาอีก"

สื่อญี่ปุ่นกล่าวระบุด้วยว่า หลังจากปลายเดือนธ.ค. 2553 ไทยมีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้ครูประทีปรู้สึกปลอดภัยขึ้น ทำให้เธอตัดสินใจเดินทางกลับเมืองไทย

ขณะเดียวกัน มีการนำคลิปวิดีโอ ความยาว 3.09 นาที มาเผยแพร่ โดยใช้ชื่อว่า "ครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ กลับบ้าน" เมื่อ 4 ม.ค. 2554 หลังหลบภัยการเมืองเป็นเวลา 7 เดือน 23 วัน โดยเนื้อหาของคลิปเป็นการฉายให้เห็นถึงภาพการลงจากรถตู้ และมีผู้ให้การสนับสนุนมารอต้อนรับ อย่างปลิ้มปิติทั้งสองฝ่าย


"ครูประทีป" เกิดวันที่ 9 ส.ค. 2495 เป็นประธานมูลนิธิดวงประทีป เป็นนักสิทธิมนุษยชนทำงานดูแลเด็กยากไร้ในคลองเตย จนได้รับรางวัลแมกไซไซ นอกจากนี้ยังเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเป็นแกนนำเรียกร้องประชาธิปไตยในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี2535

ส่วนเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองปี2553ระหว่างที่เสื้อแดงเพลี่ยงพล้ำระส่ำระสาย พื้นที่ชุมนุมราชประสงค์ถูกปิดล้อม ทหารตั้งด่านเข้มงวดไม่ให้ผู้ชุมนุมภายนอกเข้าไปได้ และมีการสังหารด้วยสไนเปอร์ ทำให้ประชาชนโกรธแค้น ครูประทีปได้ตั้งเวทีสำรองเพือ รองรับผู้ชุมนุมที่คลองเตย เพื่อรองรับคนที่เข้าไปราชประสงค์ไม่ได้ ทำให้บรรยากาศและอารมณ์ของประชาชนลดความคุกรุ่นร้อนนแรงลง ทำให้มีผู้เสียชีวิตน้อยลง เพราะหากไม่มีเวทำสำรองที่คลองเตยรองรับ จะมีผู้ชุมนุมที่โกรธแค้นจำนวนมากพยายามฝ่าด่านทหารเข้าไปราชประสงค์ อาจสูญเสียมากกว่า 91 ศพแต่หลังการสลายชุมนุม 19 พ.ค.2553 ครูประทีปกลับถูกออกหมายจับว่าเป็นแกนนำการชุมนุม และฝ่าฝืนพรก. พร้อมทั้งโดนอายัดทรัพย์

พ.ต.อ.ธนิต เหรียญเจริญ ผกก.สน.ท่าเรือ ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ในคดีค้างเก่าของสน.ท่าเรือ ที่เกี่ยวข้องกับคดีทางการเมือง มีเพียงคดีของครูประทีป ที่ยังหลบหนีหมายจับในคดีฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งได้ประสานกับตร.ท้องที่อื่นทั่วประเทศ เพื่อตามตัวมาดำเนินคดี

ก่อนหน้านี้ระหว่างพำนักลี้ภัยในต่างประเทศครูประทีปได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่งถึงผู้สนับสนุนว่า" นับเป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่ครูประทีปต้องเดินทางออกจากประเทศไทย เพียงเพราะครูประทีปออกไปเรียกร้องให้รัฐบาลใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา “หยุดฆ่าประชาชน”

แต่ผลคือครูประทีปถูกประกาศจับตัวและถูกอายัดทรัพย์

สาเหตุที่ครูออกไปเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดใช้ความรุนแรง เพราะจากการทำงานกับเด็กและคนจน ครูประทีปเข้าใจดีว่าเด็กที่เป็นกำพร้าขาดพ่อ ขาดแม่ เค้าจะมีปัญหาในชีวิตมากมายเพียงใด และผู้บาดเจ็บที่ครูไปเยี่ยมตามโรงพยาบาลในช่วงเดือนเมษายน พฤษภาคม ที่ต้องกลายมาเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต เขาและครอบครัวจะต้องเผชิญกับความยากลำบากเพียงใด หลายคนที่โดนกระสุนปืน เขาไม่ได้ไปชุมชน เขาเดินทางไปทำงาน หรือไปซื้ออาหาร

ประกอบกับครูประทีปต้องทำงานให้กับUN. ในฐานะเป็นกรรมการกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อทาสยุคใหม่ (Board Member of the United Nations Voluntary Trust fund on Contemporary Forms of Slave) ครูประทีปจึงเดินทางไปติดตามงานให้ UN. เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ในประเทศไทยยังมีการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ซึ่งให้อำนาจรัฐบาลทำอะไรกับใครอย่างไรก็ได้ โดยไม่ต้องใช้กฎหมายปรกติ

ครูประทีปจึงเดินทางไปพักกับสามีและลูกชายคนเล็กที่ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อปลายเดือนสิงหาคม และต้นกันยายน ครูประทีปเดินทางไปรับรางวัลฮีโร่สิทธิเด็กแห่งทศวรรษ ของมูลนิธิรางวัลสิทธิเด็กโลก ณ ประเทศสวีเดน ซึ่งพระราชินี ซิลเวีย เสด็จมาเป็นประธาน พระราชทานรางวัลพร้อมช่อดอกไม้ให้เป็นกำลังใจ

ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดจากเด็กๆ ทั่วโลกให้เป็นฮีโร่ สิทธิเด็กแห่งทศวรรษ คืออดีตประธานาธิบดี แห่งประเทศแอฟริกาใต้ คุณเนลสัน แมนเดลล่า และคุณกราซ่า มาแชล 2 สามีภรรยาผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิเด็กและประชาธิปไตย

หลังจากรับพระราชทานรางวัลแล้ว ครูประทีปได้รับเชิญไปบรรยายในโรงเรียนต่างๆ ของประเทศสวีเดน มีชาวสวีเดนสนใจงานของมูลนิธิดวงประทีป ถึงกับจะก่อตั้งองค์กรเพื่อหาการสนับสนุนมาให้เด็กๆ ถึงแม้ว่าครูจะไม่ได้อยู่ในประเทศไทย แต่ก็ยังช่วยทำงานให้มูลนิธิดวงประทีป และมูลนิธิสิกขาเอเชีย โดยใช้ระบบเทคโนโลยี เช่น Skype และ Internet

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ และยังให้การสนับสนุนแก่มูลนิธิฯและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อรัฐบาลไทยยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน

แล้วเราคงได้พบกันที่ประเทศไทย "
คำขวัญวันเด็กจากทักษิณ:คิดถึงเด็กไทย ๒๕๕๔ "โลกกว้างกว่าที่คิด โปรดอย่าปิดตัวเอง ท่องโลกจริงไม่ได้ ก็ให้ท่องผ่านเว็บ "

ครูประทีปได้เข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กที่มูลนิธิดวงประทีปคลองเตยในวันนี้ ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้จัดกิจกรรมวันเด็กที่สร้างสรรค์ ไม่พาเด็กเล่นกับรถถัง ไม่สังฆกรรมกับพวกสังหารหมู่ประชาชนขึ้นอีกหลายจุด เช่นที่ มูลนิธิ14ตุลา แยกคอกวัว และหน้าโรงแรมแกรนด์วโรรส จังหวัดเชียงใหม่ (ดูรายละเอียด)

จิ๋วเรนเจอร์ งานวันเด็กที่ทำเนียบรัฐบาล
กองกำลังทหารผูกผ้าพันคอฟ้าที่มีบทบาทสำคัญในการปราบปรามสังหารหมู่ประชาชนในเหตุการณ์ราชดำเนิน-ราชประสงค์

ส่วนกิจกรรมวันเด็กที่ทำเนียบรัฐบาล มีการให้เด็กแต่งชุดทหาร และผูกผ้าพันคอสีฟ้า คล้ายชุดทหารที่เข้าสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์อย่างนองเลือด

มาดูความใส ไร้จริตของ"น้องๆ หนูๆ" กันดีกว่า ทั้งน่ารัก ทั้งฮา ทั้งหมั่นเขี้ยว จริงจริ๊ง!!!

ที่มา มติชน

โดย...ภูเขาดินสอ

มีคนเปรียบไว้ "เด็ก" ก็เหมือนกับผ้าขาวที่ยังบริสุทธิ์ พอโตขึ้นๆ เผชิญโลกในมุมกว้างขึ้น ผ้าสีขาวก็ถูกแต้มเติมแต่งไป สีนั้นบ้าง สีนี้บ้าง กระดำกระด่างบ้าง ก็ขึ้นอยู่กับ การเลี้ยงดู สิ่งแวดล้อม สังคม จิตใจ ความรู้สึกนึกคิด ที่เป็นปัจจัยกำหนดความ "ดี" และ "เลว" เมื่อเติบใหญ่

เนื่องในโอกาส วันเด็กแห่งชาติ มาเยือนอีกครั้งหนึ่งในเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม ปี 2554 นี้ มติชนออนไลน์ จึง(ขอถือวิสาสะ พร้อมขออนุญาต) รวบรวมภาพถ่ายหลากอิริยาบถ หลายอารมณ์ ผสมความรู้สึกของเด็กๆ นานาเชื้อชาติ แบบไม่เสแสร้ง แกล้งสร้างภาพ มาให้ได้ชมกัน บ้างก็ถูกแอบถ่าย บ้างก็ตั้งใจโพสต์สุดฤทธิ์ บ้างก็เล่นหูตา รู้มุมกล้อง บ้างก็ไม่รู้อะไรบ้างเลย น่าหยิกหยอกเสียนี่กระไร

ใครได้ดู รูปบรรดาน้องหนู เหล่านี้แล้ว ไม่ยิ้มแก้มปริ อิ่มสุข นึกถึงวันวานเมื่อครั้งยัง เยาว์อยู่ ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว นี่ล่ะหนา ที่เขาเรียกว่า โลกสดใส ไร้เดียงสาของเด็กๆ มันน่าอิจฉา และอยากให้ย้อนคืนกลับมาจริงๆ

ข้อดีของการเป็นเด็ก

หิวก็ "กิน"

อิ่ม ก็ "นอน"

สนุกก็ "เล่น"

โมโหก็ "ร้องไห้"

เหนื่อยก็ "นิ่ง"

ชอบก็"ยิ้ม"

เพราะเด็ก ก็คือเด็ก

แม้เด็กหลายคน

จะเลือกเกิดไม่ได้...





แต่พวกเขามีสิทธิ์ควรได้รับ"โอกาส"

สำคัญที่สุดคือ

การได้รับ"ความรัก,ความใส่ใจ,ความอบอุ่นและความเข้าใจ"

จาก "ผู้ใหญ่"

โดยเฉพาะจาก "พ่อ และ แม่"

^____^ สุขสันต์ วันเด็กแห่งชาติ ^____^

*** ขอขอบคุณ เด็กๆ ทุกคน จากหลายประเทศ ที่กลายเป็นแขก(ทางรูปภาพ) รับเชิญพิเศษให้กับเว็บไซต์มติชนออนไลน์ ทั้งที่ผู้ปกครองรู้และไม่รู้ตัว

′แด่อาเนี้ย′

ที่มา มติชน



โดย เกษียร เตชะพีระ



อาเนี้ยกับผู้เขียนในงานฌาปนกิจอาเตีย พ.ศ.2546

เมื่อปลายเดือนเมษายนศกก่อน ญาติผู้ใหญ่ที่ผมนับถือเสมือนแม่และเรียกหาว่า "อาเนี้ย" ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ในฐานะที่ท่านเคยชุบเลี้ยงและรักใคร่เอ็นดูผมเหมือนลูกชายคนโตมาแต่ก่อน ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานไว้อาลัยและฝังร่างของท่านที่สุสานตามธรรมเนียมศาสนิกคริสเตียนที่ท่านเป็น ระหว่างนั่งรถโดยสารกับญาติมิตรลูกหลานและเพื่อนร่วมโบสถ์ไปสุสานที่ต่างจังหวัด ความคิดจิตใจก็ประหวัดไปถึงชะตาชีวิตของอาเนี้ยและจีนอพยพโพ้นทะเลร่วมรุ่นกับท่านทั้งหลายในเมืองไทย.....

เมื่อผมเล่าเรื่องราวชีวิตอาเนี้ยโดยไม่บอกชื่อและความสัมพันธ์จริงกับตัวเองให้คนอื่นฟัง (เช่น เล่าให้สหายหญิงหน่วยลำเลียงในป่าภาคอีสานใต้ฟังเป็นภาษาลาวระหว่างพักเหนื่อยจากขนเสบียงกลางดง) ผู้ฟังมักบอกว่ามันเหมือนนิยายและยุให้ผมเขียนขึ้นมาซะ

ชีวิตอาเนี้ยเต็มไปด้วยอุปสรรคมรสุม การต่อสู้ฟื้นคืนขึ้นมาใหม่ แล้วก็เจออุปสรรคมรสุมใหม่อีก ครั้งแล้วครั้งเล่า ในฐานะหญิงจีนอพยพรุ่นก่อนสงครามโลกครั้งที่สองคนหนึ่ง คนรุ่นนี้ในวัย 80-90 ปี กำลังอยู่บั้นปลายชีวิต ใกล้หมดไปจากเมืองไทย

ในกรณีอาเนี้ย มีอุปสรรคมรสุมที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อในชีวิตอาเนี้ย 4 ครั้ง

1) อพยพถอนรากจากจีนมาไทย (ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง)

อาเนี้ยอพยพทางเรือจากบ้านเกิดที่เมืองจีนมาอาศัยช่วยงานในบ้านคนรู้จักที่มาอยู่ก่อน ได้พบรักและแต่งงานกับ "อาเตีย" หนุ่มจีนอพยพจากภูมิลำเนาใกล้เคียงกัน (อาเตียเคยเล่าว่าครั้งแรกที่เห็นหน้ากันในร้านค้าแห่งหนึ่ง สายตาของอาเนี้ยที่จ้องมองมาคมกริบบาดใจไม่รู้ลืม)

ทั้งคู่ร่วมกันก่อตั้งธุรกิจค้าเหล้าฝรั่ง-จีน เปิดร้าน "แต้น่ำฮง" เป็นห้องแถวคูหาเดียวอยู่บนถนนกรุงเกษม ริมคลองผดุงกรุงเกษม ว่ากันว่าห้องแถวนี้เคยเป็นสิทธิของเถ้าแก่ชิน โสภณพนิชมาก่อนแล้วท่านยกสิทธิให้ด้วยความเมตตา

อาเตียกับอาเนี้ยดิ้นรนต่อสู้ปากกัดตีนถีบจนค้าขายประสบความสำเร็จพอควร อาเตียสามารถออกรถยี่ห้อเปอโยต์ของฝรั่งเศสราคาราว 3-4 หมื่นบาท ในสมัยกึ่งพุทธกาลเพื่อไว้ขนเหล้าส่งลูกค้า (รถฝรั่งราคาแพงเป็นยันต์กันตำรวจตรวจจับ เหมือนเบนซ์ทุกวันนี้)

ในยุคทหารครองเมือง พ่อค้าจีนเป็นพลเมืองชั้นสอง อาเนี้ยเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยมีนายทหารใช้อำนาจอภิสิทธิ์มายกเหล้าบรั่นดีเฮนเนสซี่ (จีนเรียก "โป๋วเท้า" หรือหัวขวานตามโลโก้ในฉลากบนขวด) ไปขึ้นรถดื้อๆ 2 ลัง อาเนี้ยวิ่งตามออกจากร้านไปฉุดกระชากลากดึงแย่งคืนมาได้ 1 ลัง

2) ปัญหาการสมรส-ครอบครัว แยกมาตั้งตัวใหม่พร้อมลูกสาว (พุทธทศวรรษ 2500)

ปรากฏว่าอาเนี้ยให้กำเนิดลูกสาว ทำให้สองผัวเมียไม่มีลูกชายตามธรรมเนียมจีนด้วยแรงยุจากเพื่อนมิตรญาติโยม อาเตียจึงแต่งภรรยาคนที่สองเรียกกันว่า "อาอี๊" เป็นสาวลูกจีนเกิดในเมืองไทยฐานะยากจน ต่อมาได้ให้กำเนิดลูกชายแก่อาเตียหลายคน

สภาพหนึ่งผัวสองเมียร่วมชายคาและมุ้งหลังเดียวกัน ไม่ช้าก็นำไปสู่ปัญหาการสมรสและครอบครัว เกิดทะเลาะเบาะแว้งวุ่นวาย ทำให้อาเนี้ยตัดสินใจพาลูกสาวคนเดียวแยกบ้านมาตั้งตัวเปิดธุรกิจใหม่

ในช่วงมรสุมชีวิตนี้เองที่อาเนี้ยได้พบพระผู้เป็นเจ้าที่โบสถ์คริสตจักรแถวหัวลำโพงจากคำแนะนำของเพื่อนสนิทของลูกสาว และทั้งสองคนแม่ลูกก็เข้า "เจียะก่า" หรือถือรีตเป็นคริสเตียนแต่นั้นมา

3) ปัญหาครอบครัว-ธุรกิจเมื่อบุตรเขยสิ้นชีวิตกะทันหัน (พุทธทศวรรษ 2520)

อาเนี้ยกับลูกสาวต่อสู้ดิ้นรนสารพัด อาทิ รับเหมาก่อสร้างทางสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์-ถนอม พัฒนาเศรษฐกิจและอเมริกันเข้ามาตั้งฐานทัพรบเวียดนาม อาเนี้ยเคยเล่าว่าสองแม่ลูกหิ้วเงินนับหมื่นขับรถตามถนนบ้านนอกดึกดื่นเพื่อไปจ่ายค่าจ้างคนงานสร้างทาง, รับเป็นนายหน้าขายที่ดินกินคอมมิสชั่น, เป็นเซลส์ขายสินค้านานาชนิด ฯลฯ

สองแม่ลูกทำงานหลายอย่างจนตั้งตัวได้ ลูกสาวแต่งงาน ร่วมกันกับลูกเขยทำธุรกิจเปิดร้านค้าเครื่องมือเหล็กที่ศูนย์การค้าวรรัตน์ ย่านถนนตก ประสบความสำเร็จพอควร

ทว่าต่อมาปัญหาความขัดแย้งแข่งขันทางธุรกิจร้ายแรงถึงขั้นถูกมือปืนปองร้าย ผลสืบเนื่องต่อมาภายหลังทำให้ลูกเขยเสียชีวิตกะทันหัน เหมือนเสาหลักหนึ่งของครอบครัวและธุรกิจหักสะบั้นไป ส่งผลกระทบกระเทือนมาก

แต่สองแม่ลูกอาเนี้ยกับลูกสาวก็กัดฟันบากบั่นยืนหยัดต่อสู้ขึ้นมาใหม่ ไม่เพียงฟื้นฟูธุรกิจค้าเครื่องมือเหล็กจนแข็งแรงอยู่ได้ แต่ยังเดินหน้าบุกเบิกขยายกิจการ จากตัวแทนนำเข้าและจำหน่ายไปตั้งโรงงานผลิตเครื่องมือเหล็กในประเทศเองแถวอยุธยา โดยอาศัยเทคโนโลยีและเครื่องจักรจากรัสเซีย บวกวิศวกรจากอินเดีย

นับว่าเหนื่อยหนักเป็นภาระมากในการดูแลธุรกิจที่มีมูลค่านับร้อยๆ ล้าน แต่ก็ค่อยเห็นผลสำเร็จและความมั่นคงรุ่งเรืองขึ้น

4) ปัญหาธุรกิจอันเป็นผลสะเทือนสืบเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่แตก พ.ศ.2540

ทว่า "เสี้ยเส้อปู้เต๋ออี้" เรื่องราวในโลกไม่ได้เป็นไปดังใจปรารถนา ภาวการณ์อันเป็นผลสืบเนื่องจากวิกฤตฟองสบู่แตก พ.ศ.2540 ทำให้เศรษฐกิจการเงินผันผวนเกินคาดหมาย ส่งผลสะเทือนให้ธุรกิจโรงงานที่บุกเบิกไว้ทรุดลงเพราะภาระหนี้สินพอกพูน

นับเป็นอุปสรรคมรสุมใหญ่อีกครั้งในชีวิต แต่อาเนี้ยก็กัดฟันสู้ปรับตัวรัดเข็มขัดตัดสินทรัพย์ขายทิ้ง ลดทอนความเสียหายลง ดูแลลูกหลานเหลนที่อยู่ด้วยกันให้ดีที่สุด

มาในชั้นหลังนี้เองที่ความเครียดและเหนื่อยล้าซึ่งสั่งสมมาทั้งชีวิตทำให้อาเนี้ยเริ่มมีปัญหาสุขภาพหลงๆ ลืมๆ ตามวัยที่ร่วงโรย อาการค่อยๆ ทรุดลงตามลำดับ จนไปพบภายหลังว่าเป็นมะเร็งปอดด้วย หลังเข้าโรงพยาบาลรักษาอยู่แรมเดือน อาเนี้ยก็ถึงแก่กรรมไปอย่างสงบราวสองทุ่ม เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ.2553 ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ในช่วงท้ายได้อยู่ท่ามกลางการดูแลอาลัยรักของลูกหลานเหลนรอบข้างอย่างอบอุ่นแม้จะไม่รู้สึกตัวแล้วก็ตาม

สรุปได้ว่าตลอดชีวิตอาเนี้ย มี 4 เรื่องที่น่าสนใจ:

1) จิตใจอันแข็งแกร่ง ล้มแล้วลุกขึ้นยืนหยัดสู้ใหม่

2) ความรักใคร่ปรานีที่มีให้ลูกหลานเหลนญาติมิตร

3) การให้อภัยอโหสิกรรมเมื่ออาเนี้ยตัดสินใจไปร่วมงานศพ "อาเตีย" อดีตสามีที่แยกทางกัน

4) ทั้งหมดนี้คงเป็นเพราะพระผู้เป็นเจ้าทรงให้พรและพลังแก่อาเนี้ยในการฟันฝ่าความทุกข์ยากอุปสรรคมรสุมต่างๆ มาได้ในชีวิต ดังกาพย์ยานีที่ลูกหลานช่วยกันแต่งเพื่อรำลึกอาลัยถึงอาเนี้ย ณ สุสานว่า:

ร่มไม้ที่ทอดเงา

หน้าทิวเขาที่ทอดไป

สุดทางอันยาวไกล

เมื่อดวงเนตรได้หลับลง

วางร่างอันเหนื่อยล้า

ในศรัทธาต่อพระองค์

วางใจโดยบรรจง

ในหลักธรรมพระคัมภีร์

อ้อมรักอันอุ่นหวาน

ของลูกหลานเป็นเวที

ร้องรับขับดนตรี

ขอพระเจ้าประทานพร

วิญญาณผู้ศรัทธา

สถิตฟ้านิรันดร

เพื่อฟื้นตื่นจากนอน

แทบพระบาทพระองค์เทอญฯ

"ปลอดประสพ"หนุน"ยิ่งลักษณ์"นั่งหน.พท. ลั่นเป็นคนตระกูลชินวัตร ไม่เป็นอุปสรรค

ที่มา มติชน

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะต้องการเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ แต่ก็เชื่อว่า หากดำรงตำแหน่งจริง ก็จะมีผู้สนับสนุนเป็นจำนวนมาก เพราะเคยทำงานให้กับพรรคไทยรักไทยและพลังประชาชนมาก่อน พร้อมกันนี้ การเป็นคนในตระกูลชินวัตร ก็คงไม่เป็นอุปสรรค เพราะทุกคนมีสิทธิเป็นเจ้าของประเทศเช่นเดียวกัน

สูตรไหนดี

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




อัตราส่วนส.ส.แบบแบ่งเขต 375 คนกับส.ส.ปาร์ ตี้ลิสต์ 125 คน หรือสูตร 375+125 นั้น

มีที่มาจากคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ชุดนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เสนอต่อรัฐบาล

คณะกรรมการฯเห็นว่าส.ส.ทั้ง 2 แบบต่างก็มีข้อดี

ข้อดีส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เป็นระบบที่สะท้อนเจตนารมณ์ประชาชนได้ถูกต้อง ทุกคะแนนเสียงได้รับการจัดสรรเป็นจำนวนส.ส.

เป็นระบบที่การทุจริตซื้อเสียงทำได้ยาก

แต่หากเพิ่มส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์โดยไม่ลดจำนวนส.ส. แบ่งเขตลงก็จะทำให้ส.ส.ในสภามีมากเกินไป จึงควรให้มีส.ส.ทั้ง 2 แบบรวมกันไม่เกิน 500 คน

คณะกรรมการฯ ยังระบุบางประเทศให้ความสำคัญกับส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์มาก เช่น อัตรา 1:1 หรือ 1:3 เป็นต้น

ดังนั้น ประเทศไทยจึงควรให้ความสำคัญกับส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์มากขึ้น จากสัดส่วน 1:4 (100+400) ตามรัฐ ธรรมนูญปีཤ มาเป็น 1:3 คือ ปาร์ตี้ลิสต์ 125 คนและแบบแบ่งเขต 375 คน

ซึ่งก็คือสูตร 375+125 ที่เป็นข้อขัดแย้งกันเองในหมู่นักเลือกตั้งทั้งขั้วเดียวกันและต่างขั้วอยู่ขณะนี้นั่นเอง

อย่างไรก็ตามคณะกรรมการฯ ยืนยันว่าการเสนอสูตร 375+125 เป็นไปตามหลักวิชาการและเหตุผล

ไม่เกี่ยวกับการได้เปรียบเสียเปรียบของพรรคการ เมืองใดทั้งสิ้น

แต่อย่างว่าถึงคณะกรรมการฯ ไม่คิด แต่พรรคการ เมืองเขาคิด

ประชาธิปัตย์หนุนสูตรนี้เพราะเชื่อว่าจะได้ส.ส. เพิ่มขึ้นเป?นกอบเป?นกำจากระบบปาร์ตี้ลิสต์

ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลคัดค้านเพราะการลดจำนวนส.ส.เขตจาก 400 เหลือ 375 เท่ากับตัดโอกาส การเติบโตของพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่หวังได้ส.ส.จากระบบเขตเป็นหลัก

สำหรับเพื่อไทยคัดค้านด้วย 2 สาเหตุ

อย่างแรก ค้านเพราะการลดจำนวนส.ส.แบ่งเขตลงโดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคเหนือ ที่ต้องหายไปถึง 16 ที่นั่ง มีผลกระทบกับพรรคโดยตรง

อย่างที่สอง ต้องการขยายรอยแตกระหว่างพรรคแกนนำกับพรรคร่วมรัฐบาลให้ถ่างกว้างมากขึ้น

ถึงขนาดประกาศพร้อมจับมือพรรคร่วมรัฐบาลโหวตหนุนสูตร 400+100 เพื่อดัดนิสัยชอบเอาเปรียบของประชาธิปัตย์อีกด้วย

ต่างฝ่ายต่างออกมาปกป้องผลประโยชน์ของตนเองแบบสุดลิ่มทิ่มประตู

โดยไม่มีนักการเมืองคนไหนออกมาอธิบายได้เลยว่าชาวบ้านตาดำๆ ได้ประโยชน์อะไร

จาก 2 สูตรที่กำลังเอาเป็นเอาตายกันอยู่ตอนนี้

ปกขาวเพื่อไทย-ถลกรัฐบาล2ปี

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ รายงานพิเศษ




พรรคเพื่อไทย โดยคณะกรรมการติด ตามและตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาล (คตร.) ที่มี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค เป็นประธาน จัดทำสมุดปกขาว "2 ปีสอบตก รัฐบาลอภิสิทธิ์" ความหนาทั้งสิ้น 10 หน้า เนื้อหาโดยสรุป ดังนี้



1.ด้านเศรษฐกิจ

การบริหารประเทศ 2 ปีที่ผ่านมา ประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในโครงการเศรษฐกิจหลักๆ เช่น โครงการแจกเงิน 2,000 บาท โครงการต้นกล้าอาชีพ โครงการชุมชนพอเพียงที่มีการคอร์รัปชั่นมากมาย

รัฐบาลเน้นการสร้างหนี้ภาครัฐบาล โครง การแจกเงินเพื่อติดสินบนประชาชน ทำให้ประชาชนยากจนลง ขาดโอกาสสร้างฐานะ หวังพึ่งเงินที่รัฐบาลแจก

อีกทั้งเงินที่นำมาแจกเป็นเงินที่กู้มา ประชาชนต้องแบกรับภาระในอนาคต โดยหนี้ภาครัฐบาลเพิ่มขึ้นอย่างมากมายจาก 3.4 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 37 ของจีดีพี เมื่อสิ้นปี཯ เพิ่มเป็น 4.5 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 46 ของจีดีพี ในสิ้นปีཱ

รัฐบาลสร้างหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นกว่า 1.1 ล้านล้านบาท การสร้างหนี้เพิ่มขึ้นมากมายในเวลาเพียง 2 ปี จะนำพาระบบเศรษฐกิจของชาติล้มละลายได้เหมือนที่เคยเกิดเมื่อปีཤ

ผลงานด้านเศรษฐกิจยังปรากฏข้อมูลและข้อเท็จจริง ดังนี้

1) ทุจริตอย่างกว้างขวาง ผลสำรวจล่าสุดพบว่าต้องจ่ายกันถึง 25-30% หรือมากกว่านั้น

2) ไทยถูกจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดลง จากอันดับ 36 มาอยู่ที่ 38 ปีที่แล้วก็ตกจากอันดับ 34 มาอยู่ที่ 36

3) ไทยไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศที่น่าลงทุนอีกต่อไป

4) ปัญหาค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ กระทบการส่งออก

5) ปัญหามาบตาพุดสร้างความไม่มั่นใจให้นักลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่เป็นผู้ลงทุนสูงสุด เหมือนสาเหตุการตายของนักข่าวญี่ปุ่นซึ่งสถานทูตญี่ปุ่นยังค้างคาใจ

6) ปัญหาประมูล 3 จี นายกฯ ไม่เร่งดำเนินการ ยังต่อปากต่อคำกับผู้ให้บริการที่เรียกร้องความยุติธรรม

7) ปัญหาราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มทะลุเกิน 100 เหรียญ

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความคิดเห็นประชาชนพบว่าให้คะแนนความพึงพอใจผลงานด้านเศรษฐกิจในรอบ 2 ปีของรัฐบาลอยู่ที่ 3.82 คะแนน

ย้อนกลับไปปีཨ รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้คะแนนความพึงพอใจถึง 7.47 คะแนน แสดงถึงความสามารถที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง



2.ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต



รัฐบาลไร้ความสามารถแก้ปัญหาด้านสังคมและการเพิ่มคุณภาพชีวิต การบริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ผิดพลาด สร้างปัญหาต่างๆ ให้สังคมและคนไทยมากขึ้น ดังนี้

1) ปัญหายาเสพติด แม้รัฐบาลยืนยันว่าเอาจริงเอาจังแต่กลับพบว่าประเทศไทยมีการแพร่ระบาดของยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น

2) ปัญหาอาชญากรรม โดยเฉพาะสวัสดิภาพในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

3) ปัญหาผู้มีอิทธิพล ทั้งเรื่องการเรียกค่าคุ้มครอง การดูแลสถานบันเทิง การดูแลวินรถมอเตอร์ไซค์และประจำทาง การข่มขู่คุกคามสุจริตชน การปล่อยเงินกู้ บ่อนการพนัน หวยใต้ดิน การลอบสังหารศัตรูทางการค้า การทำร้ายศัตรูทางการเมือง

4) ปัญหาด้านสังคมและคุณภาพชีวิตอันเกิดจากนโยบายของรัฐบาลที่ขาดความชัดเจน อาทิ

- นโยบายเรียนฟรี 15 ปี แต่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังต้องจ่ายเงินให้กับการศึกษาที่เรียกเก็บนอกจากค่าเล่าเรียนอีกหลายรายการ หัวใจของการศึกษาไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเรียนฟรี แต่อยู่ที่คุณภาพและมาตรฐานการศึกษา

- นโยบายแก้หนี้นอกระบบ แม้รัฐบาลอ้างว่าประสบความสำเร็จ ตัวเลขลูกหนี้ที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 600,000 ราย เข้าโครงการแล้ว 1,000,000 ราย

แต่เมื่อตรวจสอบกับสถาบันการเงินที่รับผิดชอบ คือธนา คารออมสินที่ดำเนินการได้เพียง 90,000 ราย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินการได้เพียง 300,000 ราย

- นโยบายเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตและสังคม พบว่าโครงการจำนวนมากที่กระจายสู่ท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการทุกระดับ ถูกแทรกแซงโดยกลุ่มผลประโยชน์ที่เชื่อว่าประกอบไปด้วยกลุ่มนักการเมือง ข้าราชการและพ่อค้า มีการเรียกรับผลประโยชน์จากงบประมาณ



3.ด้านความมั่นคงของรัฐ



รัฐบาลนี้นอกจากไม่สามารถก่อให้เกิดความมั่นคงภายในแล้ว ยังก่อความไม่มั่นคงเสียเอง ดังนี้

- ล้มเหลวแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งที่รัฐบาลมีฐานเสียงสนับสนุนอย่างมากในภาคใต้ แต่เหตุการณ์ใน 3 จังหวัด ยังคงระดับความรุนแรงทั้งในด้านกว้างและลึก

ปฏิบัติการทางการเมืองและทางกองกำลังของฝ่ายก่อการร้ายขยายพื้นที่จากเขตชนบทเข้าสู่เขตเมืองมากขึ้น

- ใช้กฎหมายความมั่นคงในภาวะฉุกเฉินยาวนานเกินความจำเป็น ทั้งที่สถานการณ์ฉุกเฉินยุติแล้ว เท่ากับว่ารัฐบาลนี้ใช้ข้อยกเว้นมากกว่าบทบัญญัติทั่วไปที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในรัฐธรรมนูญ

- ทุ่มงบจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่ารัฐบาลชุดใด เหมือนส่งสัญญาณว่าประเทศกำลังมีปัญหาความมั่นคงอย่างรุน แรง แต่อีกด้านหนึ่งถูกมองว่ารัฐบาลอ้างความมั่นคงเพียงเพื่อจัดซื้อยุทโธปกรณ์เอาใจฝ่ายทหารซึ่งมีบทบาทจัดตั้งรัฐบาลนี้

- ใช้หน่วยงานความมั่นคงเพื่อประโยชน์ทางการเมืองมากกว่ารักษาความมั่นคงของชาติ



4. ด้านการต่างประเทศ



เป็นยุคที่การต่างประเทศไทยตกต่ำถึงขีดสุด ผิดพลาดตั้งแต่แต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็นรมว.ต่างประเทศ ทั้งที่เป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายปิดสนามบินสุวรรณภูมิ

การต่างประเทศในยุคนี้จึงเป็นการนำประเทศไปใช้ทำลาย ศัตรูทางการเมือง เอาประโยชน์ของพวกพ้องมาก่อนประโยชน์ของชาติ เปลี่ยนมิตรให้เป็นศัตรู ทำให้ภาพลักษณ์และสถานะของประเทศไทยในเวทีโลกตกต่ำอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

รัฐบาลล้มเหลวในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กรณีกัมพูชา จนปัจจุบันความสัมพันธ์ยังไม่ปกติ มีโอกาสเสื่อมลงทุกเมื่อ

กรณีแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ที่เกี่ยวพันกับคดี เพชรซาอุฯ เกือบทำให้ความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ ขาดสะบั้น

กรณีนายวิกเตอร์ บูท ที่นายศิริโชค โสภา คนสนิทนายกฯ ใช้อภิสิทธิ์ไปพบในเรือนจำ กระทบสัมพันธ์ไทย-รัสเซียอย่างมาก เพราะรัสเซียเห็นว่ามีการแทรกแซงกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน



5.ด้านการเมืองและการส่งเสริมประชาธิปไตย



- จำกัดเสรีภาพ แทรกแซง และปิดกั้นสื่อมวลชนในรูปแบบต่างๆ เช่น ใช้สื่อของรัฐโจมตีฝ่ายตรงข้าม ปิดเว็บไซต์มากกว่า 5 หมื่นเว็บ รวมถึงเลือกปิดเฉพาะสถานีวิทยุชุมชนและโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล

- ปฏิบัติต่อประชาชนในลักษณะสองมาตรฐาน

- แก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตนเอง เปลี่ยนเขตเลือกตั้งเป็นเขตเล็ก ลดส.ส.พื้นที่จาก 400 คน เหลือ 375 คน โดยเพิ่มส.ส.บัญชีรายชื่อจาก 100 คน เป็น 125 คน ให้ตนเองและพรรคร่วมรัฐบาลได้เปรียบเลือกตั้ง

- ทำลายระบบพรรคการเมือง ตั้งรัฐบาลโดยแย่งชิงสมาชิกพรรคการเมืองอื่น แสดงว่าไม่ให้ความสำคัญกับระบบพรรคการเมือง

- ทำให้กระบวนการยุติธรรมเสื่อมเสีย



6.ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน



- ระบบราชการเสียหาย ถูกทำลายความน่าเชื่อถือจากการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงอย่างผิดกฎเกณฑ์และระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติ เช่น กรณีกระทรวงมหาดไทยในเรื่องทุจริตสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากเหตุการณ์พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา

- ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง เช่น เลือกปฏิบัติในการสนับสนุนงบลงพื้นที่อย่างไม่เป็นธรรม หรือกรณีมอบสิ่งของที่จัดซื้อโดยงบของรัฐแต่แนบนามบัตรส่วนตัวของนักการเมือง

ใช้งบของหน่วยงานรัฐเพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยมีภาพนายกฯ หรือรัฐมนตรีอย่างไม่เหมาะสมหรือจำเป็น เข้าลักษณะเบียดบังงบของรัฐเพื่อโฆษณาตนเอง

- การบริหารงานที่ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อน ตอบสนองประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง เช่น โครงการใหญ่ๆ ของกระทรวงคมนาคม พาณิชย์ และมหาดไทย

รวมถึงปัญหาข้อสงสัยการชนะประมูลในโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ โดยบริษัทเอกชนบางรายที่มีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลที่มีอิทธิพลหรือมีบารมีทางการเมืองในพรรครัฐบาล

- แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไม่ทันต่อเหตุ การณ์ เช่น ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการช่วยเหลือของฝ่ายเอกชนและสื่อมวลชน

แดงบุกสถานทูตมะกัน

ที่มา ข่าวสด

สมบัติผนึกนปช. ชุมนุมใหญ่9มค.




2ขาปชต. - กลุ่มสองขาเพื่อประชาธิป ไตย นำโดยนายนที สรวารี ปั่นจักรยานจากพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินไปยังสถานทูตสหรัฐ ยื่นหนังสือให้ยืนยันกรณีวิกิลีกส์ปูดข้อมูลเบื้องหลังการรัฐประหารในไทย

กลุ่มคนเสื้อแดงปั่นจักร ยานรวมตัวหน้าสถานทูตสหรัฐ ถนนวิทยุ ยื่นหนังสือถึง "เอกอัครราชทูตสหรัฐ" ประจำประเทศไทยคนใหม่ ขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีเว็บ ไซต์จอมแฉเขย่าโลก "วิกิลีกส์" ตีแผ่บันทึกลับที่ "เอริก จี. จอห์น" ทูตสหรัฐคนเก่าเขียนรายงานเบื้องหลังทางการเมืองและสถานการณ์ต่างๆ ของไทย รวมถึงเหตุรัฐประหาร ส่งกลับไปยังกระทรวงต่างประเทศสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กระทั่งรั่วไหลถึงมือวิกิลีกส์จนเผยแพร่รับรู้ไปทั่วโลก ชี้ยิ่งสถานทูตสหรัฐทำนิ่งเฉยไม่ แสดงปฏิกิริยาใดๆ เท่ากับแสดงให้เห็นว่าข้อมูลวิกิลีกส์ดังกล่าวนั้นน่าเชื่อถือ ด้าน"บ.ก.ลายจุด"ประกาศนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดงเข้าชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดงร่วมกับกลุ่มนปช. 9 มกราคมนี้ และในขบวนจะจัดแสดงคาบาเร่ต์เพื่อไม่ให้เครียดเกินไป

-"แดง"รวมตัววงเวียนใหญ่

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 7 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ กทม. จุดนัดรวมตัวของกลุ่มนายนที สรวารี นายกสมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชนและกลุ่มสองขาเพื่อประชาธิปไตยและคนไทย ที่นัดแนะคนเสื้อแดงร่วมขี่จักรยานไปสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ถ.วิทยุ เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึงต่อนางคริสตี้ เคนเนย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำ ประเทศไทย ให้แสดงท่าทีเกี่ยวกับบันทึกลับของนายเอริก จี. จอห์น อดีตทูตสหรัฐประจำประเทศไทยที่เว็บไซต์วิกิลีกส์เผยแพร่ไปทั่วโลกว่า เป็นเอกสารจริงหรือไม่

สำหรับบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ มีกลุ่มสองขาเพื่อประชาธิปไตยฯ ทยอยขี่จักรยานมาสมทบตรงจุดนัดหมาย โดยมีตำรวจสน.บุปผา ราม 50 นาย ยืนประจำการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัย ทั้งภายในและภายนอกพระบรมราชานุสาวรีย์ จากนั้นเวลา 09.00 น. นายนทีนำกลุ่มสองขาเพื่อประชาธิป ไตยฯ ขี่จักรยานรวม 17 คัน ไปตามถ.สมเด็จพระเจ้า ตากสิน ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าถ.กรุงธนบุรี มุ่งหน้า ถ.สาทร เข้าถ.วิทยุ มาหยุดรวมพลอีกครั้งที่หน้าสถานทูตสหรัฐในเวลา 09.50 น. ซึ่งมีตำรวจสน.ลุมพินี ประมาณ 20 นาย ยืนประจำการและจัดให้กลุ่มสองขาเพื่อประชาธิป ไตยฯ นำจักรยานไปจอดเรียงกันตรงเส้นประกลางถนนหน้าสถานทูตสหรัฐ ขณะที่กลุ่มนายนทีนำป้ายผ้าระบุข้อความ อาทิ "เมื่อเอกสารลับรั่วไหล เบื้องหลังการรัฐประหารชาวบ้านรู้กันทั่ว" มายืนกางตรงที่จอดรถจักยาน หันหน้าเข้าสถานทูต

-ยื่นหนังสือถึง"ทูตสหรัฐ"

ต่อมา เวลา 10.20 น. มีเจ้าหน้าที่ประจำสถานทูตสหรัฐเดินออกมาตกลงกับนายนทีว่า ให้เดินทางเข้าไปยื่นจดหมายได้เพียง 2 คนเท่านั้น นายนทีจึงนำจดหมายเข้าไปยื่นพร้อมกับแป๊ะ บางสนาน ศิลปินเพลงเสื้อแดง ใช้เวลาประมาณ 5 นาที จึงออกมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายละเอียดในจดหมายระบุว่า "เรียนท่านทูตแห่งสหรัฐอเมริกา เนื่องด้วยช่วงที่ผ่านมาปรากฏเอกสารบันทึกทางการทูตของสหรัฐอเมริการั่วไหล และได้เผยแพร่ไปทั่วโลกโดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า วิกิลีกส์ และเอกสารที่เผยแพร่ดังกล่าวมีความเกี่ยวพันกับทางประเทศไทย ซึ่งเนื้อหาที่ปรากฏเมื่อคนไทยได้อ่านและรับรู้ก็เกิดความไม่สบายใจ และยิ่งไม่มีปฏิกิริยาจากทางสถานทูตเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเอกสารที่เผยแพร่มากยิ่งขึ้น ทางกลุ่มสองขาเพื่อประชาธิปไตยและคนไทย รู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งต่อเรื่องราวดังกล่าว จึงเรียนขอให้ท่านปฏิบัติต่อเอกสาร เหล่านั้นอย่างเคร่งครัด รัดกุม รักษาความลับและระมัดระวังให้ยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อเป็นการป้องกันข้อมูลในลักษณะนี้รั่วไหล สร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชนชาวไทยและประชาชนอเมริกาอีกในอนาคต ด้วยความนับถือ กลุ่มสองขาเพื่อประชาธิปไตยและคนไทย"

-จี้แจงแจกบันทึกลับ"วิกิลีกส์"

ด้านนายนที ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เดินทางมายื่นจดหมายกับสถานทูตสหรัฐ โดยมีเลขา ธิการทูตสหรัฐเป็นผู้รับ พวกตนค่อนข้างห่วงใย หลังจากวิกิลีกส์เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวเนื่องกับประเทศไทยหลายข้อมูล และสถานทูตสหรัฐไม่ได้ออกมาปฏิเสธ ไม่ได้ออกมาแสดงท่าทีใดๆ แสดงให้เห็นว่าข้อมูลดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือ เพราะฉะนั้นการมาวันนี้เพื่อต้องการให้สถานทูต แสดงท่าทีกับข้อมูลที่วิกิลีกส์เผยแพร่ ว่าตกลงแล้วมันเป็นอย่างไร เป็นบทสนทนา เป็นข้อมูลจริงที่ออกไปจากสถานทูตจริงหรือไม่ เพราะถ้าเขายังไม่แสดงท่าทีใดๆ แสดงว่าเป็นข้อมูลจริงน่าเชื่อถือ ทางกลุ่มจะได้ขับเคลื่อนในทางประชาธิปไตยต่อไป แต่ถ้าปฏิเสธออกมาจะได้หาข้อเท็จจริงต่อ ไม่ใช่นิ่งเงียบเพิกเฉย จึงเรียกร้องให้สถานทูตสหรัฐแสดงท่าทีออกมา

-ปั่นจักรยานตามรอย"เจ้าตาก"

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจยื่นหนังสือถึงสถานทูตสหรัฐ นายนทีนำกลุ่มสองขาเพื่อประชาธิปไตยฯ ขี่จักรยานมุ่งหน้ากลับวงเวียนใหญ่ โดยใช้เส้นทางเดิม ต่อมาเวลา 12.00 น. จึงเริ่มเคลื่อนขบวนจักรยานตามกิจกรรม "สองขาประชาธิปไตย ตามรอยเดินทัพสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงเทพฯ-จันทบุรี" ระยะทางประมาณ 500 กิโลเมตร โดยในวันนี้จะเคลื่อนขบวนไปข้ามแพที่อ.พระประแดง เพื่อจัดกิจกรรมปราศรัยและค้างแรมที่จ.สมุทรปราการ

จากนั้นวันที่ 8 ม.ค. ขบวนจักรยานนำโดยนายนทีจะเคลื่อนขบวนเข้าจ.ฉะเชิงเทรา มีเวทีกิจกรรม โดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นเจ้าภาพให้การต้อนรับ ส่วนวันที่ 9 ม.ค. จะพักกิจกรรมเพราะคนเสื้อแดงบางส่วนเข้ามาร่วมงานที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย-สี่แยกราชประสงค์ ก่อนเดินทางต่อไปร่วมกิจกรรมกับกลุ่มเสื้อแดงที่พัทยาวันที่ 10 ม.ค. ส่วน 11-12 ม.ค. ขบวนจะอยู่ที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง กระทั่งวันที่ 13 ม.ค. จึงเข้าจ.จันทบุรี ไปสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช และจบกิจกรรมที่จ.ตราด วันที่ 14 ม.ค.

-"ลายจุด"ผนึกนปช.ชุมนุม 9 ม.ค.

วันเดียวกัน นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มในวันอาทิตย์ที่ 9 ม.ค.ว่า จะเข้าไปร่วมชุมนุมใหญ่กับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่มีนางธิดา โตจิราการ ภรรยานายเหวง โตจิราการ รักษาการประธานนปช. โดยเวลานัดหมาย คือ เวลา 15.00 น. บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และจะเคลื่อนขบวนตามไปยังแยกราชประสงค์ เวลา 17.00 น. นอกจากนี้ ทางกลุ่มจะสร้างสีสันโดยมีการจัดแสดงคาบาเร่ต์จากเพื่อนสมาชิกอาทิตย์สีแดงในเว็บไซต์ เฟซบุ๊กเพื่อไม่ให้การชุมนุมเครียดเกินไป แต่ก่อนหน้านั้นเวลา 13.00 น. ตนจะไปรับประทานแฮมเบอร์เกอร์ ที่ร้านแม็คโดนัลด์ สาขาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เหมือนเช่นเคย

-โต้ข่าวแย่งซีนแกนนำนปช.

นายสมบัติ กล่าวต่อว่า กรณีมีผู้ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า ตนพยายามแย่งซีนแกนนำนปช. นั้นไม่เป็นความจริง เพราะตนยืนยันมาตลอดว่าทางกลุ่มวันอาทิตย์สีแดงเข้าร่วมการเคลื่อนไหวของนปช.ตลอด และย้ำด้วยว่าไม่เคยต้องการเป็นแกนนำใดๆ สาเหตุที่ก่อนหน้านี้ต้องเป็นแกนนำก็เนื่องจากแกนนำนปช. เกือบทั้งหมดถูกรัฐบาลปราบปรามอย่างหนักจนไม่สามารถเคลื่อนไหวใดๆ ได้ แต่หลังจากนี้ถ้าหากแกนนำคนต่างๆ เริ่มฟื้น ตนจะค่อยๆ กลับออกไปทำโรงเรียนแกนนอนอย่างที่ตั้งใจไว้ ส่วนการชุมนุมเดือนละสองครั้งคือ วันที่ 10 และ 19 ของทุกเดือน ตนมีความคิดเห็นว่าควรจัดให้เป็นรูปแบบตลาดนัด เพื่อไม่ให้การชุมนุมเฟ้อ หรือฝ่อจนเกินไป

นายสมบัติ ยังระบุด้วยว่า ในส่วนของโรงเรียนแกนนอน ตอนนี้เริ่มไปได้แล้วคือการจัดหาสถานที่คือชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าอิมพี เรียล ลาดพร้าว แต่ในส่วนของหลักสูตรนั้นตนจะนัดเพื่อนที่เคยทำกิจกรรมเพื่อสังคมในแวดวงต่างๆ มาพูดคุยประชุมถึงหลักสูตรว่าจะต้องมีอะไรบ้าง แต่หลักสูตรยังไม่ตายตัว เนื่องจากการเรียนนี้จะปรับไปได้ตามความเหมาะสม และหากเสร็จเรียบร้อยทุกอย่างจะเปิดเรียนได้ไม่เกินต้นเดือนก.พ. 2553

-ซัดจนท.รัฐฆ่า"แดงคชสาร"

ที่จ.เชียงใหม่ กลุ่มนปช.เชียงใหม่ นำโดยด.ต.พิชิต ตาลมูล และนายศรีวรรณ จันทร์ผง จัดกิจกรรมงานวันเด็กของคนเสื้อแดง โดยนำสิ่งของ ของเล่น และอาหารต่างๆ มาแจกให้กับเด็กยากจนประมาณ 100 คน ที่โรงเรียนบ้านออนหลวย ต.ออนเหนือ อ.แม่ออน

แกนนำนปช.เชียงใหม่ทั้งสองคนระบุว่า เหตุที่มาจัดงานวันเด็กที่อ.แม่ออน เพราะถือว่าอำเภอแห่งนี้มักมีปัญหามีข่าวเรื่องเกี่ยวกับคนเสื้อแดงหลายครั้ง ทั้งเรื่องนักรบเสื้อแดง 11 คนที่ถูกจับจนเป็นเรื่องโอละพ่อ เรื่องการอุ้มฆ่าอำพรางศพดีเจ.แดง คชสาร ก็ถูกนำศพมาทิ้งที่อำเภอแม่ออนจนเป็นข่าวโด่งดัง ซึ่งกลุ่มบุคคลที่อุ้มฆ่านั้นหลายคนสงสัยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือคนมีสี เพราะปกติคนร้ายหากลงมือสังหารจะทิ้งศพไว้และมีร่องรอยหลักฐานต่างๆ แต่นี่มีการทำลายหลักฐานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการนำรถตุ๊กตุ๊กของคนตายไปล้าง นำศพมาทิ้งในป่าละเมาะที่ห่างไกลจากจุดพบรถตุ๊กตุ๊ก ทั้งยังนำยาบ้ายัดมือผู้ตายอีก 7 เม็ด ทำศพให้เป็นศพ นิรนาม ลักษณะถูกฆ่าตัดตอนพวกขบวนการยาเสพติด แบบนี้คนร้ายทั่วไปทำไม่ได้ นอกจากคนของรัฐที่รู้เรื่องในแง่กฎหมายดี

-วงจรปิดจับหน้า"คนร้าย"ไม่ชัด

แกนนำเสื้อแดงกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เปิดเผยว่า กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 จะจัดงานวันเด็กขึ้นหน้าโรงแรมแกรนด์วโรรส ต.พระสิงห์ อ.เมือง เชียงใหม่ และจะมีการมอบทุน จากมูลนิธิไทยโคม ให้กับลูกหลานคนเสื้อแดง 10 ทุน หลังจากจัดงานวันเด็กผ่านไปแล้ว เราจะนับเวลาถอยหลังการทำงานของตำรวจในการคลี่คลายคดีสังหารดีเจ.แดง คชสาร ซึ่งให้เวลา 7 วัน เมื่อครบกำหนดแล้วเราจะแห่โลงศพไปยังสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อทวงถามความคืบหน้าของคดี หากไม่คืบเราจะร้องไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อให้ผบ.ตร.ส่งตำรวจกองปราบฯมาร่วมคลี่คลายคดี

ด้านพ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบก.ภ. จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า คดีสังหารดีเจ.แดง คชสาร ตำรวจได้ภาพจากกล้องวงจรปิดของปั๊มน้ำมันปิโตรนาส ซึ่งบันทึกภาพรถตุ๊กตุ๊กของผู้ตายที่วิ่งผ่านไว้ได้แต่ภาพมองเห็นหน้าคนร้ายไม่ชัดเจน ส่วนกล้องวงจรอื่นๆ ตรวจแล้วมองไม่เห็นเช่นกัน และคดีนี้ตำรวจทำงานสุดความสามารถ

-"ทักษิณ"โผล่จ้อสื่อแคนาดา

เว็บไซต์ข่าวเดอะสตาร์ดอตคอม ของหนังสือ พิมพ์เดอะโตรอนโตสตาร์ ประเทศแคนาดา รายงานบทสัมภาษณ์ล่าสุดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งระบุว่า ตอนนี้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง มีคนมากมายเดินทางมาเยี่ยม โดยในจำนวนคนที่มาพบตนเมื่อวันที่ 6 ม.ค. มีนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความส่วนตัว และมีตัวแทนจากประเทศไทย

เมื่อถามถึงเหตุการณ์นองเลือดทางการเมืองในเมืองไทยปีที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณยืนยันว่า ไม่เคยให้คำแนะนำอะไรกับสมาชิกกลุ่มเสื้อแดง แต่เห็นว่ามาถึงตอนนี้รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ควรจะต้องเจรจากับแกนนำเสื้อแดงอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดกระบวนการสมานฉันท์

"ความสมานฉันท์หมายถึงว่า คุณต้องเจรจาและหาทางออกเพื่อนำประชาธิปไตยกลับมา สมานฉันท์ไม่ได้หมายความว่า คุณต้องกำจัดแกนนำไปให้พ้นๆ แล้วเอาสมาชิกคนอื่นๆ เข้าคุก" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว และว่า มีกลุ่มคนไทยที่อยากให้ตนกลับประเทศ เพราะชีวิตของคนกลุ่มนี้เปลี่ยนแปลงไป ความสุขหายไป แต่รัฐบาลที่มีทหารหนุนหลังวางแผนสกัดตนไม่ให้กลับประเทศ

-เผยไม่ได้ร่วมฟ้อง"รบ.มาร์ค"

รายงานระบุว่า จากคำบอกเล่าของนายอัมสเตอร์ดัม พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้มีชื่อรวมอยู่ในกลุ่มผู้เตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ ฟ้องร้องรัฐบาลไทยก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติในเหตุการณ์สลายม็อบเมื่อเดือนเม.ย.และพ.ค. ซึ่งมีกำหนดว่าจะยื่นฟ้องภายในเดือนนี้

โตรอนโตสตาร์ แจ้งด้วยว่า ตัวพ.ต.ท. ทักษิณเองก็มีปัญหาในด้านสิทธิมนุษยชน กรณีปราบปรามกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เมื่อปี 2547 ที่องค์การนิรโทษกรรมสากลระบุว่า มียอดผู้เสียชีวิตมากกว่า 80 ราย และมีการกวาดล้างกลุ่มค้ายาเสพติดที่มียอดผู้เสียชีวิต 2,500 ราย

เสาร์ที่ 8 คืนนี้ พบกับรายการ “นายแน่มาก” โดยคุณคฑาวุธ

ที่มา thaifreenews

โดย tingtuan

เสาร์ที่ 8 คืนนี้ พบกับรายการ “นายแน่มาก” โดยคุณคฑาวุธ

หลังจากที่คุณคฑาวุธ ได้เงียบหายห่างเหินจากเวทีวิทยุออนไลน์ไปหลายเดือน แต่แล้ว
เขาก็ได้ทำเซอร์ไพร์สตั้งแต่ปฐมปี โผล่มาพูดในรายการ คฑาวุธ นายแน่มาก 04/01/54 http://www.mediafire.com/?mjnybztajb4m15b และแล้วเสาร์ที่ 8 ค่ำคืนนี้ 20.30 น. ขอเชิญผลิกผันตัวเองเข้าไปอิงแอบแนบชิด ไม่ลองไม่รู้
ว่า รายการ “นายแน่มาก” ของคุณคฑาวุธ นั้นคุยได้มันในหัวใจแค่ไหน….เชิญลองเข้าไปดู

ที่มา http://www.konthaipress.com/index.php?app=core&module=global&section
=login?s=fe4315492bc18483d05c411277870218

อยากให้กลุ่มสื่อประชาชนได้ดูกัน

ที่มา thaifreenews

โดย ice angel

มีโอกาสได้ฟังรายการนี้โดยบังเอิญ
และเห็นว่ามีความสำคัญกับกลุ่มสื่อประชาชน
ลองฟังกันดูว่าประชาชนที่เป็นนักวิจารณ์ข่าว
นักทำสื่อแบบอิสระอย่างเรามีส่วนเกี่ยวข้องกับ
พ.ร.บ.คุ้มครองสื่อ ที่รัฐกำลังร่างออกมาบังคับใช้เป็นกฏหมายหรือไม่ ?

พ.ร.บ.คุ้มครองสื่อ..เสรีภาพสื่อ?

เจาะข่าวตื้น ตอน เถาะข่าวตื้น

ที่มา thaifreenews

โดย คนเมืองกาญ

xxx12 xxx12 xxx12 xxx12

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 08/01/54

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla



เพราะความคิด สามานย์ สันดานชั่ว
หลงเมามัว อำนาจ วาสนา
จึงหาช่อง ฉกฉวย ด้วยมารยา
ความชั่วช้า แฝงเร้น ได้เห็นกัน....

ใช้เล่ห์กล สกปรก ตลกนัก
แล้วยึกยัก เพื่อพวกตัว ชั่วมหันต์
เลือกกี่ครั้ง ยังแพ้ห่าง เข้าทางมัน
หาทางลัด สกัดกั้น ในทันที....

ไม่สนเรื่อง ถูกผิด จิตอุบาทว์
วิปลาส เฉไฉ ไร้ศักดิ์ศรี
เพียงคิดเอา แต่ได้ ใจอัปรีย์
จึงย่ำยี ระบบระบอบ อันชอบธรรม....

ด้วยความหวัง แล่เนื้อ เถือหนังเพื่อน
ไม่แชเชือน เพียงมักได้ ใฝ่ถลำ
คนเบื้องหน้า เบื้องหลัง ยังระยำ
จึงสั่งการ ให้กระทำ ย้ำเรื่องเลว....

มันตั้งหน้า หาช่องทาง ไม่ว่างเว้น
สมกากเดน อมนุษย์ สุดแหลกเหลว
จึงแตกแยก ทันใด ดั่งไฟเปลว
เพราะคนเลว เบื้องหลัง คอยสั่งมา....

ยังทำเรื่อง ชั่วช้า สารพัด
แถมรอบจัด เกินคน จะค้นหา
เพียงแค่ได้ สมหวัง ดั่งนำพา
จึงพร้อมกัน ก้มหน้า หาเรื่องเลว....


สวัสดีวันเด็ก ขอเด็กๆ เป็นคนดีนะครับ

blablabla32@hotmail.co.th
http://www.facebook.com/profile.php?id=100001177832717
วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2554

วิเคราะห์สถานการณ์กับ..สมยศ ประจำวันที่ 07-01-54

ที่มา thaifreenews

โดย ting tuan

วิเคราะห์สถานการณ์กับ..สมยศ ประจำวันที่ 07-01-54

เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ ของคุณ George จากเว็บ Redudd กับคุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข
เป็นขั้นตอนในเผยแพร่ ข่าวสารและรูปแบบในการต่อสู้ของคนเสื้อแดงที่ชัดเจนมากขึ้น ในการ
ต่อสู้ของระบอบประชาธิปไตย ใครอ่อนล้า หมดแรง ก้าวเดินไปข้างหน้าไม่ไหว ไม่เป็นไร พักไว้
สักนิด สงวนแรงไว้ก่อน เมื่อแรงกายและจิตใจมีความพร้อม ก็สามารถลุยต่อไปได้

ไปฟังเสียงทั้งสองท่านได้จาก-

ที่มา http://www.mediafire.com/?k7d06nrv15nfv7a
และ
ที่มา http://www.4shared.com/audio/Enwz0Lcw/__07-01-54.html
และ
ที่มา http://translate.google.com/translatehl=th&sl=th&tl=en&u=http://webwarper.net/
ww/~av/www.redudd.com/%3Fp%3D49&rurl=translate.google.com&anno=2

บทวิเคราะห์ รอยเตอร์:“ไทย”ยัง“แตกแยก”หนัก จับตาการเปลี่ยนแปลงมาจาก“กองทัพ”

ที่มา thaifreenews

โดย lovethai

“สื่อต่างประเทศ”ชี้การเมืองไทยแตกแยก จับตากองทัพ หากร้าวเสี่ยงเกิดการเปลี่ยนแปลงสูง


เมื่อวันที่ 3 มกราคม สำนักข่าวรอยเตอร์นำเสนอบทวิเคราะห์ความเสี่ยงของประเทศไทยในหลายประเด็น ตั้งแต่เรื่องเสถียรภาพทางการเมือง, บทบาทของกองทัพ, กฎหมายและข้อบังคับต่างๆ และปัญหาเรื่องค่าเงินบาทว่า สภาวการณ์ทางการเมืองของไทยยังคงเต็มไปด้วยความแตกแยกระหว่างกลุ่มระหว่างพวกอย่างลึกซึ้งเหมือนที่เคยเป็นมา แม้รัฐบาลจะบอกว่าต้องการให้เกิดความปรองดองขึ้นก็ตามที รัฐบาลยังคงลังเลที่จะกดดันให้ทหารแสดงความรับผิดชอบด้วยการเปิดเผยข้อมูลกองทัพต่อผู้สอบสวนกรณีการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ในขณะเดียวกันก็ผ่อนปรนท่าทีมากขึ้น ทั้งจากการให้ประกันตัว ยกเลิกภาวะฉุกเฉินทั้งหมด และประกาศเลือกตั้งใหม่ แต่ไม่น่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด การจับกุม คุมขังและการดำเนินคดีต่อกลุ่มเสื้อแดง อาจกลายเป็นการยั่วยุกลุ่มผู้สนับสนุนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดขึ้นได้ ถือเป็นความเสี่ยงสูงในระยะกลาง เช่นเดียวกับความพยายามใดๆ ในอันที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเสื้อแดงที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และความล่าช้าในการดำเนินคดีต่อกลุ่มคนเสื้อเหลืองในหลายคดี

รอยเตอร์ระบุถึงบทบาทของกองทัพว่า ความเสี่ยงอยู่ที่ว่าจะเกิดความแตกแยกขึ้นภายในกองทัพบกภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกหรือไม่ เพราะนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าสภาวะความแตกแยกภายใน จะมีบทบาทสำคัญควบคู่ไปกับพัฒนาการทางการเมืองด้วย หากเป็นจริงก็ถือว่าความเสี่ยงที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงตามมีสูงมาก


(ที่มา มติชน , 4 มกราคม 2554)

เดลินิวส์ รายงาน“กรรมการติดตามสถานการณ์วุฒิฯ”แฉ งบ“ศอฉ.”ทำหลังบ้านหลายคน"อู้ฟู"

ที่มา thaifreenews

โดย lovethai

แฉ!งบ ศอฉ. ทำหลังบ้านหลายคน "อู้ฟู"


กรรมการติดตามสถานการณ์วุฒิฯ แฉหลังบ้านหลายคน "อู้ฟู" จากงบ ศอฉ. เตรียมเชิญ "สตช.-ธาริต" แจงความคืบหน้าสลายม็อบแดงสัปดาห์หน้า


วันนี้ (6 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า มีการประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา โดยมีนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาเรื่อง เหตุการณ์การเสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม ในการสลายการชุมนุมเสื้อแดง ซึ่งเชิญพยานและญาติผู้เสียชีวิต มาชี้แจง

โดย นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ น.ส.กมลเกด อัคฮาด ผู้ช่วยพยาบาลที่เสียชีวิตในวัดปทุมฯ กล่าวว่า วันที่ 19 พ.ค. เวลา 6 โมงเย็นเศษ ๆ ยังโทรคุยกับลูกสาว โดยได้ยินเสียงปืนอยู่ข้างหลัง แต่พอทุ่มกว่ากลับมาทราบว่า ลูกสาวเสียชีวิตอย่างนึกไม่ถึง เพราะไม่มีประเทศไหนรบกันในจุดที่พยาบาลทำงานช่วยชีวิตคนอยู่ ที่ต้องถือว่าเป็นจุดปลอดการต่อสู้ มีแต่ประเทศไทยประเทศเดียวที่ยิงเข้าไปที่จุดพยาบาล แถมยิงในวัดที่เป็นเขตอภัยทานด้วย จึงอยากให้รัฐบาลออกมาชี้แจง อย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะเท่าที่ตนได้สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนบอกว่า ทหารยิงไม่ใช่คนชุดดำยิง ซึ่งทางครอบครัวเราจะขอความช่วยเหลือจากทุกที่ ไม่ใช่แค่เพื่อลูกสาว แต่เพื่อทุกคนที่ตาย ตอนนี้ผ่านไป 8 เดือนแล้ว แต่ทำไมการสืบสวนล่าช้ามาก

ในส่วนของ พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันประปกเกล้า รองประธานคณะกรรมการฯ กล่าวว่า เท่าที่ดูหลักฐานการชันสูตรพบว่า น.ส.กมลเกด โดนยิงต้นขาขาว ต้นแขนขวา บ่าทะลุศีรษะ ซึ่งตั้งใจยิงแบบโหดเหี้ยม และน่าจะถูกยิงในท่าโก้งโค้งหลบลูกกระสุนอยู่ ส่วนตัวเชื่อว่า ตอนนี้ตำรวจทราบวิถีกระสุนแล้วและมีหัวกระสุนตกในพื้นที่ จึงน่าจะตรวจสอบได้ว่า กระสุนมาจากกระบอกไหน

ด้าน นายอรัณย์ โตทวด หัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิปอเต็กตึ้ง กล่าวว่า พอเกิดเหตุตั้งแต่เดือน มี.ค. ศูนย์เอราวัณมีคำสั่งห้ามอาสาสมัครทุกมูลนิธิเข้าไปช่วยถึงในที่เกิดเหตุ แต่ให้รออยู่รอบนอก ทั้งนี้บุคคลที่เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ที่ปอเต็กตึ้งไปรับไม่พบการพกอาวุธ

จากนั้นกรรมการหลายคน อาทิ นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นายพิเชต สุนทรพิพิธ ส.ว.สรรหา ต่างระบุว่า ปัญหาตอนนี้คือ การช่วยเหลือเยียวยา การจับกุมคุมขังและการประกันตัว กระบวนการสืบสวนที่ล่าช้า ถ่วงเวลา การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมมีปัญหา เพราะผู้สืบสวนคือลูกน้องของรัฐบาลที่เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง รวมถึงช่องทางอื่น เช่น ศาลอาญาระหว่างประเทศจะเป็นช่องทางหรือไม่ เพราะเจ้าหน้าที่เข้าไปสอบสวนมาตั้งนานวันนี้น่าจะรู้แล้วว่าใครยิงใคร แต่อาจจะไม่ยอมเปิดเผย ดังนั้นต้องเชิญหน่วยงานสอบสวนมาให้ข้อมูลเพื่อชี้แจงกับสังคม นอกจากนี้การที่รัฐบอกว่ามีคนชุดดำ 500 คน แต่ทำไมถึงจับไม่ได้แม้แต่คนเดียว รวมถึงการใช้งบของ ศอฉ.เพราะทราบว่า ตอนนี้หลังบ้านหลายคนอู้ฟู่

ท้ายสุดนายจิตติพจน์ กล่าวสรุปว่า ที่ประชุมจึงมีมติว่าให้เชิญ สตช.และดีเอสไอ โดยให้เชิญผ่านไปทาง รมว.ยุติธรรม ให้สั่งการให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี ดีเอสไอ มาชี้แจงความคืบหน้าในการสอบสวนคดีในการประชุมคณะกรรมการฯ ในสัปดาห์หน้า


(ที่มา เดลินิวส์ , 6 มกราคม 2554)

"ทักษิณ" ระบายความรู้สึกผ่านสื่อแคนาดาที่ตะวันออกกลาง เผย "ผมผ่อนคลายกับชีวิตมากขึ้น"

ที่มา มติชน



พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังเป็นที่รักของ "กลุ่มคนเสื้อแดง" วัย 61 ปี กล่าว กับ "เทรซี่ ไทเลอร์" ผู้สื่อข่าวด้านกฏหมาย หนังสือพิมพ์โตรอนโต้ สตาร์ ณ ที่พำนักของเขาในภูมิภาคตะวันออกกลาง ก่อนหน้านี้ อดีตนายกฯ แทบจะไม่ปรากฏตัวมากนัก นับตั้งแต่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

"ผมรู้สึกผ่อนคลายกับชีวิตมากขึ้น" "มีคนเดินทางมาเยี่ยมผมมากมายที่นี่" เขากล่าวในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พร้อมกับ "โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม" ทนายความชาวแคนาดาของเขา และตัวแทนจากประเทศไทย ดินแดนที่การแบ่งแยกทางการเมืองยังคงฝังรากลึก และยังคงมีบาดแผลอันเกิดจากความรุนแรง

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ออกมาเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่ และต่อต้านรัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และปักหลักอยู่ตามท้องถนนของกรุงเทพฯ นานถึง 2 เดือนการปะทะกับทหารในครั้งนั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 91 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 1,800 ราย ซึ่งนำมาสู่การประกาศภาวะฉุกเฉินนานถึง 8 เดือน

ในระหว่างนั้น พ.ต.ท.ทักษิณกลายเป็นคนที่ต้องใช้ชีวิตแบบเร่ร่อน นับตั้งแต่ปี 2551 ก่อนหน้านี้ เขาเดินทางไปร่วมชมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคที่กรุงปักกิ่ง อดีตนายกฯ ไม่สามารถเดินทางกลับเข้าประเทศไทยได้อีก หลังศาลสั่งยึดทรัพย์สิน และลงโทษจำคุกเขา 2 ปีในข้อหาฉ้อโกง

รายงานข่าวจากรุงเทพฯเมื่อสัปดาห์ที่แล้วระบุว่า กลุ่มสมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาพบเขาและร่วมพูดคุยถึงบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค

พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตมหาเศรษฐีนักธุรกิจ ปลีกตัวเองออกจากการเกี่ยวข้องใดๆในการเคลื่อนไหวทางการเมือง เขายืนยันว่า เขาไม่เคยทำการปลุกปั่นสมาชิกกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ"คนเสื้อแดง" ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชาชนในชนบทที่มีฐานะยากจน และกลุ่มชนชั้นแรงงาน

"ผมไม่รู้จักพวกเขา" เขากล่าว

พ.ต.ท.ทักษิณยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลผสมหัวอนุรักษ์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มคนเมืองที่มีฐานะดี ควรจะต้องจับเข่าคุยกันกับผู้นำกลุ่มนปช. เพื่อเจรจาหาทางออก

ในขณะที่นายอภิสิทธิ์ อดีตนักเรียนนอกจากอังกฤษ ได้เปิดเผยถึงแผนปรองดองเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

"การปรองดองอาจหมายถึงว่าคุณต้องพูดคุยกัน" นายทักษิณกล่าว "และหาทางออกเพื่อนำประชาธิปไตยกลับคืนมา การปรองดองไม่ได้หมายถึง การที่คุณกำจัดผู้นำกลุ่ม และเอาพวกพ้องของเขาเข้าคุก"

ขณะเดียวกัน กลุ่มนปช. ได้ยื่นหนังสือไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อขอให้มาสังเกตการณ์การพิจารณาคดีและไต่สวนคดีของนปช. พร้อมกับเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีกับรัฐบาลไทยในข้อหาการกระทำอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ หลังจากการชุมนุมในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

อย่างไรก็ดีนายอัมสเตอร์ดัม กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้อยู่ในฐานะผู้ร้องทุกข์ แต่อยู่ในฐานะผู้ให้เงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายทางกฏหมายแก่กลุ่มนปช.

ขณะเดียวกัน ประวัติด้านสิทธิมนุษยชนของเขา ก็ยังคงเป็นที่คลางแคลงใจต่อองค์การนิรโทษกรรมสากล หลังจากที่หน่วยงานดังกล่าวร้องขอให้มีการดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นอิสระ ต่อสาเหตุการเสียชีวิตของประชาชนเกือบ 80 ราย จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่บริเวณภาคใต้ของไทย เมื่อวันที่ 25 ต.ค.2547 หรือกรณีการประกาศสงครามกับยาเสพติดในปี 2546 ซึ่งส่งผลให้มีผู้คนล้มตายจำนวนมากถึง 2,500 ศพ

ถึงกระนั้น ความนิยมในตัวเขายังคงไม่เสื่อมคลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประชาชนที่อาศัยในชนบท ที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายของเขา อาทิ กองทุนหมู่บ้าน โครงการพักหนี้เกษตรกรรายย่อย และโครงการสามสิบบาทรักษาทุกโรค

"ชีวิตของชาวบ้านเปลี่ยนไป ความสุขของพวกเขาถูกขโมยไปด้วย" พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งชนะการเลือกตั้งถึง 2 ครั้ง กล่าว "ชาวบ้านแค่ต้องการให้ผมกลับไป"

"การตัดสินว่ากระทำผิดโทษจำคุกที่ผมได้รับ เกิดจากแรงกระตุ้นทางการเมืองจาก "รัฐบาลเผด็จการทหาร" และคนที่เป็นปรปักษ์กับผมทั้งสิ้น" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวเพิ่มเติม

"พวกเขาวางแผนที่จะกีดกันไม่ไห้ผมเดินทางเข้าประเทศไทย"

"สิ่งที่ท้าทายต่อการทำงานของผู้นำคนใดก็ตาม คือการสร้างสะพานเชื่อมช่องว่างทางเศรษฐกิจและการเมืองขนาดใหญ่ระหว่างประชาชนในชนบทของไทยและชนชั้นนำในกรุงเทพฯ" นายปีเตอร์ แวนเดอร์กีสต์ อาจารย์ประจำศูนย์วิจัยเอเชีย มหาวิทยาลัยยอร์ค กล่าว

และพ.ต.ท.ทักษิณก็เห็นด้วยกับความจริงข้างต้น

"คนไทยรักสงบ" เขากล่าว "พวกเขาจำเป็นต้องมีทางออก เพื่อที่ประชาชนชาวไทยจะสามารถกลับมาอยู่ร่วมกันได้อีกครั้งและไม่มีการแบ่งฝ่ายอีกต่อไป"