ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, December 22, 2007

พปช. ครองแชมป์ ปชป. ไล่ติด

กว่า 30 วันที่ผ่านมา “ทีมการเมืองไทยรัฐ” ได้เกาะติดสนามเลือกตั้งปี 2550 มาจนถึงขณะนี้ ได้เข้าสู่วันสุดท้ายก่อนที่จะทุกคนจะต้องตัดสินใจเลือกใครในวันรุ่งขึ้น ดังนั้นวันนี้คอลัมน์ “เจาะสนามเลือกตั้ง” จึงขอสรุปความเคลื่อนไหวล่าสุดในโค้งสุดท้าย ดังนี้...

เริ่มจาก ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน-ลำปาง-ลำพูน-เชียงราย-น่าน-พะเยา-เพชรบูรณ์ พลังประชาชนยังเข้มแข็งน่ากวาดได้ทั้งจังหวัด สำหรับ จ.เชียงใหม่ 2 เขตแรกพลังประชาชนเหมาไป 6 ที่นั่ง ส่วนเขต 3 หมอไกร ดาบธรรม จากรวมใจไทยฯน่าจะแทรก ประสิทธิ์ วุฒินันชัย ของพลังประชาชนมาได้อย่างไม่ยากเย็น

เขยิบมาทาง จ.ตากพลิกมาเป็นของประชาธิปัตย์ 2 ที่ ส่วนอีกหนึ่งเก้าอี้ ธนิตพล ไชยนันทน์ ต้องบดบี้กับ ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ จากพลังประชาชน และ หมอชลธิศ สินรัชตานันท์ ของมัชฌิมาฯ

ทางด้าน จ.พิษณุโลกเขต 2 ไม่มีปัญหาสำหรับ แต่เขต 1 ประชาธิปัตย์จะได้มาแค่ หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ส่วนอีก 2 ที่นั่งจะต้องเสียไปให้ นิยม ช่างพินิจ และ มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ของพลังประชาชน มาเอกซเรย์ จ.สุโขทัย เขต 1 แบ่งกันไประหว่าง ประศาสตร์ ทองปากน้ำ ของมัชฌิมาฯ และ เกียรติศักดิ์ ต้นประสงค์ ของพลังประชาชน สำหรับเขต 2 สมเจตน์ ลิมปะพันธ์ ของชาติไทย และ อารยะ ชุมดวง ของมัชฌิมาฯ ไม่ น่าพลิกผัน ส่วน จ.อุตรดิตถ์ วารุจ ศิริวัฒน์ กับ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ของพลังประชาชน และ ศรัณย์ ศรัณย์เกตุ จากรวมใจไทยฯเกี่ยวก้อยไปด้วยกัน

ที่ จ.แพร่ “แม่เลี้ยงติ๊ก” ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ของประชาธิปัตย์ เลือกตั้งคราวนี้ทำท่าจะไม่มีอะไรติดมือกลับบ้านเพราะ 3 คน จากพลังประชาชนจะมาขนเอาไป สนาม จ.พิจิตรเขต 1 นราพัฒน์ แก้วทอง จากประชาธิปัตย์ และ วินัย ภัทรประสิทธิ์ จากรวมใจไทยฯ มีโอกาสได้มากกว่ารายอื่น ส่วนเขต 2 “เสธ.หนั่น” พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ของพรรคชาติไทย เข้าป้ายไปพร้อมกับหลานชาย นายนาวิน บุญเสรฐ จากพลังประชาชนอย่างไม่เต็มใจนัก

ลงมาที่ จ.กำแพงเพชรเขต 1 พลังประชาชนมีปัญหาที่ ไผ่ ลิกค์ อยู่คนเดียว หมอปรีชา มุสิกุล ของประชาธิปัตย์ รู้สึกได้เป็นอย่างดี แต่ที่เขต 2 ไม่มีแว่วมาเลยว่าทีมของพลังประชาชนจะไม่ยกพรรค

ที่นครสวรรค์เขต 1 หมอประสิทธิ์ พิทูรกิจจา ของมัชฌิมาฯ ภิญโญ นิโรจน์ และ เกษม ปานอุดมลักษณ์ ของรวมใจไทยฯน่าจะเข้าเป้ากว่าเพื่อน ส่วนเขต 2 ก็ต้องบอกว่า สัญชัย วงษ์สุนทร จากพลังประชาชน ประสาท ตันประเสริฐ รวมใจไทยฯหรูหรากว่า นิโรธ สุนทรเลขา ของพรรคชาติไทย

สำหรับ จ.อุทัยธานี ไม่มีเป็นของใครเพราะพรรคชาติไทยเอาไปรับประทานสนาม ภาคใต้ วิเคราะห์ง่ายกว่าภาคอื่นเพราะพรรคประชาธิปัตย์จะกวาดไปทั้งหมดยกเว้น จ.นราธิวาส โดยเขต 1 วัชระ ยาวอหะซัน จากพรรคชาติไทย จะเบียด กูฮาเซ็ม กูจินามิง ของประชาธิปัตย์ แบบไม่ยากเย็น ส่วนเขต 2 กูเฮง ยาวอหะซัน ของพรรคชาติไทย จะได้ขึ้นรถด่วนขบวนสุดท้ายไปกับ สุรเชษฐ์ แวอาแซ แห่งประชาธิปัตย์

ทางด้าน ภาคอีสาน พลังประชาชนก็ยังเบิกบานไม่ยอมหุบเริ่มจาก จ.กาฬสินธุ์ พลังประชาชนยกพลขึ้นบกเป็นจังหวัดแรก และ จ.เลย เป็นจังหวัดต่อมา ส่วนมหาสารคามเป็นจังหวัดต่อไป

สำหรับ จ.ชัยภูมิเขต 1 ยังอยู่ในขั้นแค่เกือบยกทีมเพราะมี เชาวลิต มหาจันทร์ ของพรรคชาติไทยยังเป็นที่กวนใจให้ ศรคม ฤาชา จากพลังประชาชนหงุดหงิด ส่วนเขต 2 พลังประชาชนยกไปได้ไม่ง่ายนัก แต่เขต 3 ยังวุ่นวายกันอยู่ระหว่าง สุนทรี ชัยวิรัตนะ ของพรรคพลังประชาชน กับ อินทิรา สงวนวงศ์ชัย ของประชาธิปัตย์ แต่ ปาริชาติ ชาลีเครือ ของพลังประชาชนไม่บ่นอะไร

สนามสุรินทร์เขต 1 พลังประชาชนอาจยกทีมถ้าไม่ติดตรง สมศักดิ์ แต้เจริญวิริยะกุล ที่มีตัวแข็งจาก มัชฌิมาฯอย่าง ปกรณ์ และ พรชัย มุ่งเจริญพร คอยสอดไส้อยู่ข้างๆ พอมาเขต 2 และ 3 พลังประชาชนก็บานฉ่ำอีก 2 เขต มาที่ จ.บุรีรัมย์ เขต 1 และเขต 3 พลังประชาชนไม่พลาด แต่เขต 2 มีจากเพื่อแผ่นดินมาขอแบ่งจาก มนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ ไป 1 ที่ ส่วนเขต 4 ก็มีแบ่งกันระหว่าง โสภณ ซารัมย์ จากพลังประชาชน กับ พรเทพ เตชะไพบูลย์ ของรวมใจไทยชาติพัฒนา

ขณะที่ จ.นครพนมยังไม่มีใครขย่มพลังประชาชนได้ลงทั้ง 2 เขต เช่นเดียวกับอีก 2 เขตของมหาสารคาม มาที่สนาม จ.ขอนแก่นเขต 1 และเขต 4 พลังประชาชนเก็บแต้มสบายๆได้อีก 2 เขต แต่เขต 2 ทีมของพลังประชาชนคงมอง หมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ จากพรรคชาติไทยแบบตากะพริบไม่ได้

ส่วนเขต 3 อาจมีแบ่งได้ 3 พรรค สุวิทย์ คุณกิตติ จากเพื่อแผ่นดิน และ จตุพร เจริญเชื้อ จากพลังประชาชน ส่วน มุกดา พงษ์สมบัติ ของ “หัวหน้าสุวิทย์” จะยัง ต้องไปลุ้นกับ นวัธ เต๊าะเจริญสุข ของพลังประชาชน สำหรับจ.สกลนคร พลังประชาชนขอเป็นผู้แทนฯทั้งจังหวัด รวมทั้งที่ จ.หนองบัวลำภู-อำนาจเจริญ-และศรีสะเกษด้วย

ไหลมาที่ จ.อุดรธานีมี 2 เขตที่พลังประชาชนยก เซตทั้งเขต 1 และเขต 2 ส่วนที่เขต 3 จารุวรรณ ชัยจิตวณิชกุล จากเพื่อแผ่นดิน และ ประสพ บุษราคัม จากเพื่อแผ่นดินแบ่งสรรกันไป สำหรับเขต 4 เป็นของวิเชียร ขาวขำ ของพลังประชาชน และ สุรชาติ ชำนาญศิลป์ ของเพื่อแผ่นดิน

จ.ร้อยเอ็ดเขต 1 ฉลาด ขามช่วง และ เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงษ์ ของพลังประชาชนนอนมา ปล่อยที่ 3 ช่วงชิงกันระหว่าง อนุรักษ์ จุรีมาศ จากชาติไทย สานิต ว่องสัธนพงษ์ เพื่อแผ่นดิน และ วราวงษ์ พันธุ์ศิลา จากพลังประชาชน เขต 2 ให้พลังประชาชนเขาไป ส่วนเขต 3 พลังประชาชนยังไม่ยกทีม เพราะ นิรมิต สุจารี กับ สุรพร ดนัยตั้งตระกูล ของรวมใจไทยฯยังต้องบรรเลงเพลงร็อกกันอยู่ทางด้าน จ.มุกดาหาร แบ่งกันระหว่าง ระวี กิ่งคำวงศ์ ของพลังประชาชน กับ วิทยา บุตรดีวงศ์ ของเพื่อแผ่นดิน จ.หนองคายเขต 1 พลังประชาชนยก ส่วนเขต 2 ยังไม่ ยก เพราะ ไตรรงค์ ติธรรม ยังต้องชิงดำกับ สงกรานต์ คำพิไสย ของเพื่อแผ่นดิน

สำหรับ จ.อุบลราชธานีเขต 1 เขตนี้แข่งกันที่ “กระแส” แบบลุ้นยกพรรคระหว่างประชาธิปัตย์และพลังประชาชน แต่เขต 2 ต้องปล่อยให้เป็นของพลังประชาชน ส่วนเขต 3 ให้น้ำหนัก ชาตรี พิริยะกิจไพบูลย์ จากพลังประชาชน ตุ่น จินตะเวช จากชาติไทย และ สุชาติ ตันติวณิชชานนท์ ของเพื่อแผ่นดิน สุดท้ายเขต 4 พลังประชาชนแฮปปี้เอ็นดิ้ง

ส่วน จ.ยโสธรเขต 1 ประยุทธ นิจพาณิชย์ จากพลังประชาชน และ รณฤทธิชัย คานเขต ของเพื่อแผ่นดิน เข้าวินกันไป โดยมี 2 ขุนพลของพลังประชาชน จากเขต 2 ตามไปด้วยติดๆ

มาที่สนามใหญ่ จ.นครราชสีมา เขต 1 รวมใจไทยฯเต็งจ๋า เขต 2 พลังประชาชนจะเข้ามา 2 เพราะ อัครวัฒน์ ระคะสุทธิโรจน์ ลูกทีม จะถูก สมศักดิ์ พันธ์เกษม จากรวมใจไทยฯทำให้ต้องเสียใจ เขต 3

พลังประชาชนมาสะดุดตรงที่ ลินดา เชิดชัย ที่ต้องแบกน้ำหนักลุ้นกับ วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ และ อุทัย มิ่งขวัญ จากรวมใจไทยฯ ส่วนเขต 4 น่าจะมีว่าที่ ส.ส.ดังนี้ ทัศนียา รัตนเศรษฐ, นริศ เรืองธนานุรักษ์ จากรวมใจไทยฯ และ วรกร คำสิงห์นอก ของพลังประชาชน เขต 5 รวมใจไทยฯ ยังไม่ง่ายที่จะยกทีมเพราะ วัชรา ณ วังขนาย ไปเจอตออย่าง ภิรมย์ พลวิเศษ จากพลังประชาชน แต่เขต 6 พลังประชาชนเอาไปกินหมดเลย

ภาคกลาง เริ่มกันที่ จ.กาญจนบุรี เขต 1 พลังประชาชน เกือบกวาดถ้า พินิจ จันทร์สมบูรณ์ ไม่ดันไปพลาดท่าให้กับ ไพบูลย์ พิมพ์พิสิฐถาวร ของชาติไทย ส่วนเขต 2 แบ่งกันระหว่าง ประชา โพธิพิพิธ จากประชาธิปัตย์ กับ สันทัด จีนาภักดิ์ ของพลังประชาชน จ.จันทบุรี ทีมประชาธิปัตย์เกิดอุปสรรคตรงที่ พงศ์เวช เวชชาชีวะ จึงผ่านเข้าไปได้ไม่เต็มทีม เพราะ ประวัฒน์ อุตตะโมต จากพลังประชาชนมาแซะเอาไป

จ.ฉะเชิงเทรา เขต 1 พลังประชาชนเก็บได้อีก 2 ที่นั่ง ส่วนเขต 2 วุฒิพงศ์ ฉายแสง มาแรงที่หนึ่ง แต่ ที่ 2 ยังสับสนกันระหว่าง พรรณี จารุสมบัติ จากเพื่อแผ่นดินกับ ฐิติมา ฉายแสง ของพลังประชาชน

มาที่ จ.ชลบุรี ชาติไทยยกได้ 2 เขต แต่ที่เขต 1 สมชาย สหชัยรุ่งเรือง อาจไม่อยากมองหน้า บรรจบ รุ่งโรจน์ จากประชาธิปัตย์อีกต่อไป ส่วน จ.ชัยนาท ไม่รู้ว่า นันทนา สงฆ์ประชา จากชาติไทยจะมีแรงอุ้ม มณเฑียร พี่ชายมาแทนที่ พรทิวา นาคาศัย จากมัชฌิมาฯได้หรือไม่

ทางด้าน จ.ตราด ประชาธิปัตย์เอาไป ส่วน จ. นครนายก ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ จากประชาธิปัตย์ และ วุฒิชัย กิตติธเนศวร ของพลังประชาชน แบ่งไปตระกูลละคน ขณะที่ จ.นครปฐม พลังประชาชนน่าจะยกทุกเขต จ.นนทบุรี พลังประชาชนมีปัญหาเฉพาะเขต 2 ที่ทั้งพลังประชาชนและประชาธิปัตย์จะต้องจับคู่ปะทะกันชิงที่ 2 และ 3 โดย พ.อ.อภิวัน วิริยะชัย ของพลังประชาชน ไว้ลายเป็นเต็งหนึ่ง

สำหรับ จ.ปทุมธานี เขต 1 อภินันท์ ช่วยบำรุง จากประชาธิปัตย์ กับ สุทิน นพขำ จากพลังประชาชนชิงว่าใครจะได้ที่ 3 เพราะ สุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล กับ เอกพจน์ ปานแย้ม ของชาติไทย เดินไปไกลแล้ว เขต 2 พลังประชาชน ยังไม่ยกทีมเพราะ ว่าที่ ร.ต.สุเมธ ฤทธาคนี ต้องบี้กับ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง ของประชาธิปัตย์

จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประชาธิปัตย์ไม่ได้ยกทีมเพราะ พีรพล ประจวบเหมาะ จากมัชฌิมาฯ จะเข้ามาแทรก ประมวล พงษ์ถาวราเดช ทางด้าน จ.ปราจีนบุรี สุนทร วิลาวัลย์ จากมัชฌิมาฯ ไม่ยอมให้ สุธิชัย จรุงพิรวงศ์ จากพลังประชาชน เข้าป้ายไปกับเพื่อนอีก 2 คน ขณะนี้ จ.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 พ้อง ชีวานันท์ จากพลังประชาชนกับ เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ของชาติไทยถึงสวรรค์ได้ทั้งคู่ แต่อีกที่ชิงชัยระหว่าง ประยุทธ ฉัตรไชยรัชต์ ของชาติไทย กับ สุรเชษฐ์ ชัยโกศล ของพลังประชาชน เขต 2 เป็นของพลังประชาชน

มาที่ จ.เพชรบุรี อลงกรณ์ พลบุตร จากประชาธิปัตย์ ธิวัลรัตน์ อังกินันท์ จากพลังประชาชนยืนเรียงลำดับไหล่รอเพื่อนรักที่กำลังชิงที่ 3 ระหว่าง ธานินทร์ แสงวณิช จากพลังประชาชน และ อภิชาติ สุพาแพ่ง ของประชาธิปัตย์ สำหรับ จ.ระยองเขต 1 แบ่งกันระหว่าง ยงยศ อรุณเวสสะเศรษฐ จากพลังประชาชน กับ สาธิต ปิตุเตชะ จากประชาธิปัตย์ เขต 2 ก็แบ่งกันอีกระหว่าง ร.ต.กฤษฎา การุญ จากพลังประชาชนกับ ธารา ปิตุเตชะ จากประชาธิปัตย์

จ.ราชบุรี เขต 1 พลังประชาชนเข้ามา 2 คน ยกเว้น จตุพร แสงทอง กับอีก 1 จากชาติไทย วัฒนา มังคลรังษี โดยมีม้ามืดมาแรง วรินทร เนียมฉาย ของประชาธิปัตย์ เขต 2 ขึ้นแท่น 2 คน จากมัชฌิมาฯแต่ มานิต นพอมรบดี ต้องระวัง ร.อ.อรรคริน ลัทธศักดิ์ศิริ จากพลังประชาชนที่ยังตามอยู่ห่าง

ทางด้านลพบุรี พลังประชาชนน่าจะยกทั้ง 2 เขต แต่ จ.สมุทรสงคราม ประชาธิปัตย์ได้ส่วน จ.สิงห์บุรี มี 1 ที่ก็เป็นของชาติไทย ไม่ต่างอะไรกับ จ.สุพรรณบุรี ที่พรรคชาติไทย จะเอาไปทั้งทีมเช่นเดียวกับ จ.อุทัยธานี โยกมาที่ จ.สมุทรปราการ เขต 1 พลังประชาชนได้เฮ เขต 2 สลิลทิพย์ ชัยสดมภ์ จากชาติไทยกับ กรุง ศรีวิไล จากพลังประชาชน เอาไป เขต 3 ยังให้เครดิตพลังประชาชนยก โดยมี เรวดี รัศมิทัต จากชาติไทยไล่มาไม่ห่าง

ส่วน จ.สมุทรสาคร พลังประชาชนเสีย 1 ที่นั่งจาก อุไร ไกรวัตนุสสรณ์ ให้กับ น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ของประชาธิปัตย์ สำหรับ จ.สระแก้ว เป็นทีของพรรคประชาราชกวาดไปเลย สำหรับ จ.อ่างทอง สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล จากชาติไทยเอาไป 1 เพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ไชย จากพลังประชาชนเอาไปอีก 1

สนาม กทม. วัดกระแสใครจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเป็นการพิสูจน์ศักดิ์ศรีระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชาชน เขต 1 เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์น่าจะยกทีมอยู่แล้ว มาดูที่เขต 3 พลังประชาชนน่าจะยกแต่จุดอ่อนก็ยังอยู่ที่ เฉลิมชัย มหากิจศิริ โดยมี พีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จากประชาธิปัตย์ ที่หวังจะเป็นตัวแทรก

เขต 4 เจ้าถิ่น เฉลิมชัย จีนะวิจารณะ และ ศุภมาศ อิศรภักดี จากพลังประชาชน ผ่านด่านไปรอหน้าสภา ทิ้งให้ กวี ณ ลำปาง ไปเบียดบี้อยู่กับ บุญยอด สุขถิ่นไทย และ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี จากค่ายประชาธิปัตย์ เขต 5 อนุสรณ์ ปั้นทอง และ การุณ โหสกุล จากพลังประชาชน กลับมาทวงตำแหน่งได้สมใจ ส่วนอีกคน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ไปลุ้นเอากับ “น้องแบม” จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ที่หัวหน้าพรรคการันตีนอนมาแน่

เขต 6 พลังประชาชนตั้งความหวังไว้ที่ นลินี ทวีสิน กับ ภักดีหาญส์ หิมะทองคำ ที่เหลือต้องลุ้นกันเอาเองระหว่าง ไพโรจน์ อิสระเสรีพงศ์ พลังประชาชน ทิวา เงินยวง จากประชาธิปัตย์ และ ฐิตินันท์ เกียรติไพบูลย์ จากเพื่อแผ่นดิน

เขต 7 พลังประชาชนมีปัญหาตรง ดนุพร ปุณณกันต์ ต้องเหนื่อยหน่อย เพราะมีทีมประชาธิปัตย์คอย เจาะยาง เขต 8 วัฒนา เซ่งไพเราะ กับ ศุภรัตน์ นาคบุญนำ จากพลังประชาชน หมดปัญหา ส่วน พล.ต.ท. วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ ต้องไปลุ้นกับ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช จากประชาธิปัตย์ เขต 9 พลังประชาชนตั้งความหวังไว้ที่ สุวัฒน์ ม่วงศิริ ส่วน เอนก หุงตังคบดี กับ ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ยังประมาทไม่ได้ เพราะอาจจะถูกเจาะยางจากพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน

เขต 10 สุวัฒน์ วรรณศิริกุล และ สากล ม่วงศิริ จากพลังประชาชน เป็นตัวยืน อีกคน จารุวงศ์ เรืองสุวรรณ ต้องไปชนกับ ประชาธิปัตย์เช่นกัน

เขต 11 สุธา ชันแสง ควงแขนกับ มานะ คงวุฒิปัญญา ค่ายพลังประชาชน ค่อนข้างจะมั่นใจ อีกคน แสวง ฤกษ์จรัล ต้องเร่งสปีดหนีคู่แข่งจากประชาธิปัตย์ สุดท้ายเขต 12 พลังประชาชน น่าจะได้ 2 เก้าอี้จาก ปิติพงศ์ เต็มเจริญ และอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ส่วนอีกเก้าอี้ต้องยกให้ องอาจ คล้ามไพบูลย์ จากประชาธิปัตย์.

จาก http://www.thairath.co.th/#

มาตรฐานที่เชื่อมั่นได้

เหลืออีกอึดใจเดียวก็จะถึงนาทีสำคัญที่จะได้ไปหย่อนบัตรลงคะแนน เวลาแค่ 24 ชั่วโมง คงไม่มีเหตุเหนือความคาดหมาย

ถึงขั้นทำให้ต้องล้มเลือกตั้ง

ฉะนั้น ก็ชั่งใจให้ดี เตรียมไปใช้สิทธิ 1 เสียงอันมีค่า วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม ร่วมกันกำหนดชะตาประเทศไทย

เลือกใคร เชียร์พรรคไหน

ไม่สำคัญเท่ากับการแสดงพลังร่วมกันนำบรรยากาศประชาธิปไตยกลับคืนมา

อย่าลืมว่า เกือบ 2 ปีแล้วที่เราสูญเสียโอกาสดีๆไป

และแม้จะเป็นอะไรที่ไม่สบอารมณ์กองเชียร์ กับคิวที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมายอมรับตามตรง โดยเงื่อนไขทางกฎหมาย เวลาที่เหลืออยู่ไม่สามารถควักใบเหลือง ใบแดงแจกก่อนเลือกตั้งได้

จำใจต้องปล่อยผีออกจากป่าช้า

แต่ล่าสุด นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แพลมไต๋ข่าวดีล่วงหน้า มั่นใจภายหลังการเลือกตั้ง

กกต.จะแจกใบแดงได้ถึง 10 สำนวน

เปิดบิ๊กลอตรอล่วงหน้า

แน่นอน โฟกัสทุกสายตาต้องจับจ้องไปที่พรรคพลังประชาชนเป็นอันดับแรก ในฐานะผู้ต้องสงสัยที่ถูกตามเกาะติดทุกฝีก้าว

ล็อกเป้ากันไว้เลย

ทั้งคิวจ่ายเงินจ้างขนคนไปฟังการปราศรัยที่โคราช รายการแจกซีดีอดีตผู้นำพูดฝากฝังผู้สมัครของพรรคให้อยู่ในอ้อมอกอ้อมใจ

เจอสัญญาณแบบนี้ เสียวสันหลังวาบไปตามๆกัน

แต่จะเหมาเอาค่ายพลังประชาชนทั้งหมดก็ไม่ได้

โดยเฉพาะกรณีตำรวจจับเงินสดๆกว่า 1,300,000 บาท พร้อมบัญชีรายชื่อประชาชนที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พฤติกรรมเข้าข่ายเตรียมการซื้อเสียง ประธาน กกต.ฟันธงเลยว่า พบความผิดค่อนข้างชัดเจนแล้ว

และเป็นอะไรที่อยู่เหนือความคาดหมาย

เห็นข่าวทีแรกคนยังไม่ค่อยเชื่อว่า คิวนี้เป็นของผู้ สมัครพรรคการเมืองเก่าแก่

ค่ายที่ชอบชี้หน้าด่าคนอื่นว่าซื้อเสียงนั่นแหละ

งานนี้โดนเองจังๆเลย

และนี่ก็ถือเป็นการยืนยันได้อย่างดีว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและ กกต.ไม่ได้เลือกปฏิบัติกับพรรคการเมืองนอมินีขั้วอำนาจเก่า

ล็อกเป้าเป็นการเฉพาะเจาะจง

อย่างที่ค่ายพลังประชาชนส่งเสียงโวยวายดักคอ ใช้เป็นทีเด็ดในการเรียกคะแนนสงสารได้เป็นกอบเป็นกำ

เอาเป็นว่า ถ้าโฉ่งฉ่างล่อเป้าให้จับได้ โดนเหมือนกันหมด

ในเบื้องต้นจึงมั่นใจได้ระดับหนึ่ง

โดยมาตรฐานการปฏิบัติของ กกต.ชุดนี้ ที่ 4 ใน 5 เสือล้วนดีกรีอดีตผู้พิพากษา บวกกับอีก 1 อดีตอัยการ

มาตรฐานยุติธรรมแน่นเปรี๊ยะ

ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้การกำกับเกมในระดับเข้มของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเคยฝากผลงานการจับซื้อเสียงเลือกตั้งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ถึงขั้นที่สุดท้ายแล้วศาลตัดสินจำคุกผู้กระทำผิด

จนเป็นตำนานสะท้านวงการเลือกตั้ง “ยี้ห้อยร้อยยี่สิบ”

“กกต.ท่านเปา” แท็กทีม “มือปราบตงฉิน”

งานนี้ไม่เข้าใครออกใคร

เอาเป็นว่า ถ้าโดนล็อกเป้าจับได้ โวยไม่ออกก็แล้วกัน

มีลุ้นถึงขั้นติดคุก

แต่หากหลุดลอดสายตาไปได้ก็ต้องยกให้ว่า เซียน.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน

จาก http://www.thairath.co.th/#

ส.นักข่าววิทยุฯ ขอคำชี้แจง ย้ายฟ้าผ่าทีไอทีวี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ธ.ค.) สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องความชัดเจน กรณีโยกย้ายตำแหน่งฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ความว่า จากการที่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ลงนามคำสั่งด่วนแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวในตำแหน่งสำคัญของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี โดยให้เหตุผลว่า เพื่อรองรับช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นโทรทัศน์สาธารณะตามกฎหมาย ที่เป็นการดำเนินงานล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้งทั่วไปเพียง 1 วัน ทำให้ถูกเชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมืองและการทำหน้าที่รายงานข่าวสถานการณ์เลือกตั้งของทีไอทีวี

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ที่เป็นองค์กรวิชาชีพด้านวิทยุโทรทัศน์เห็นว่า คำสั่งแต่งตั้งดังกล่าว แม้จะเป็นการใช้อำนาจทางการบริหารของกรมประชาสัมพันธ์ในฐานะผู้องค์กรกำกับดูแลทีไอทีวี แต่กิจการสื่อสารมวลชนมีหลักการทางวิชาชีพเป็นเครื่องคุ้มครองเพื่อความเป็นอิสระในการทำงาน โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ที่กำลังจะกลายเป็นโทรทัศน์สาธารณะแห่งแรกของไทยที่คนไทยมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ มิใช่ธุรกิจของบริษัท หรือ หน่วยงานรัฐบาลอีกต่อไป การกำหนดทิศทางบริหารงาน หรือ การวางกรอบนโยบายของสถานี ควรต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง อีกทั้งควรแก้ ปัญหาโดยเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม เนื่องจากขณะนี้ ขั้นตอนสรรหาคณะกรรมการนโยบายและผู้อำนวยการสถานีชั่วคราวยังไม่แล้วเสร็จ ดังนั้น กรมประชาสัมพันธ์ ต้องมีคำอธิบายชัดเจนต่อสาธารณะและชี้แจงเหตุผลที่แท้จริงในการโยกย้ายและปรับเปลี่ยนตำแหน่งอย่างกะทันหันครั้งนี้

สำหรับการปฏิบัติงานในฐานะสื่อมวลชนโดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง จากผลการศึกษาทางวิชาการเรื่อง สื่อมวลชนกับบทบทในการนำเสนอเนื้อหาการเลือกตั้ง ในฟรีทีวี 6 ช่อง ระหว่างวันที่ 21-28 พ.ย. 2550 โดยกลุ่มมีเดีย มอนิเตอร์ ที่ระบุว่า แม้ทีไอทีวีจะเป็นสถานีที่ให้พื้นที่เนื้อหาการเลือกตั้งมากที่สุด แต่ก็มีข้อสังเกตว่า วิธีนำเสนอเนื้อหาและการคัดเลือกข้อเท็จจริงมานำเสนอยังไม่รอบด้านเพียงพอ การใช้ภาษาในลักษณะเหน็บแนมแหล่งข่าว และมีการรายงานในลักษณะปกป้องและแก้ตัวให้นักการเมืองอย่างชัดเจนจนอาจเข้าข่ายมีอคติในการรายงานข่าวได้ แม้สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีจะมั่นใจในความเป็นกลางในการทำหน้าที่สื่อสารมวลชนที่ผ่านมา แต่สมาคมฯ เห็นว่า ข้อสังเกตดังกล่าว ไม่ควรถูกละเลย หรือ มองข้ามไป หากทีไอทีวีจะเปิดใจกว้างและรับฟังข้อมูลเพื่อนำไปประกอบการรายงานข่าวให้เป็นกลาง สมดุลและเปิดโอกาสให้กับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม ก็จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรและประโยชน์ก็จะตกเป็นของประชาชนผู้รับข่าวสารอย่างแท้จริง

วันเดียวกัน นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (หนูแก้ว) รองผู้อำนวยการสถานี (ด้านข่าวและรายการ) และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายข่าวคนใหม่ สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี กล่าวภายหลังเรียกผู้บริหารและพนักงานที่ถูกโยกย้าย 13 ตำแหน่ง เข้าร่วมประชุมว่า ได้นำแผนงานกับโครงสร้างใหม่ของทีไอทีวีมาหารือนายอัชฌา สุวรรณปากแพรก อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าวและบรรณาธิการข่าวทั้ง 12 คน ที่แผนงานใหม่เป็นการทำงานภายใต้พันธกิจที่ได้รับมอบหมายจากนายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ คือ การเป็นสถานีโทรทัศน์รับเรื่องร้องเรียนและร้องทุกข์ รายงานข่าวสถานการณ์ประจำวัน การคุ้มครองประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและถูกเอาเปรียบ การตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันทั้งในรัฐบาล องค์กรมหาชน รัฐวิสาหกิจ เปิดพื้นที่ข่าวสารและการมีส่วนร่วมของกลุ่มต่างๆ รวมทั้งภาคประชาชน การส่งเสริมและสร้างสรรค์การทำความดี เพื่อเป็นต้นแบบแผนงานในการหารือร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า แผนงานนี้ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้ายและในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกครั้ง โดยนายอัชฌา จะเป็นผู้นำแผนงานเหล่านี้ไปทำความเข้าใจกับพนักงานทีไอทีวี สำหรับผู้เช่าเวลา จะจัดหลักการให้ดำเนินการได้ต่อไป ส่วนรายละเอียดทางกรมประชาสัมพันธ์จะเป็นผู้แจ้งรายละเอียดต่อไป

รองผู้อำนวยการสถานีและรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี กล่าวถึงกรณีที่พนักงานทีไอทีวียื่นหนังสือเปิดผนึกคัดค้านคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายว่า ต้องทำความเข้าใจกัน โดยจะต้องทำตามกฎหมาย หากพนักงานไม่ต้อนรับ คุยกันไม่เข้าใจ ก็พร้อมที่จะไป แต่เบื้องต้นต้องคุยกันก่อน อย่างไรก็ตาม การรักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายข่าวนั้น เป็นการเข้ามาชั่วคราว ต้องการผลักดันให้เป็นโทรทัศน์สาธารณะ

ด้านนายอัชฌา กล่าวว่า ยังรู้สึกงงกับคำสั่งโยกย้าย แต่พร้อมทำความเข้าใจกับผู้บริหารใหม่ ส่วนแผนงานทิศทางที่หารือกันวันนี้ จะนำไปพูดคุยกับพนักงานทีไอทีวี ตนยืนยันว่า ณ วันนี้ ยังไม่มีการปรับผังรายการ หรือ รูปแบบรายการ ยังยึดแผนงานเดิม รวมทั้งการรายงานข่าวเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 23 ธ.ค.นี้ ก็ยังเป็นแผนงานเดิมที่วางไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนแนวคิดที่พนักงานทั้ง 13 คน จะฟ้องศาลปกครองขอความเป็นธรรมนั้น ตนยอมรับว่า มีความคิดจริง เพราะหลายคนยังไม่เข้าใจที่ถูกโยกย้าย อย่างไรตาม พนักงานทั้ง 13 คน จะปรึกษากันก่อนว่าจะทำอย่างไร

จาก http://www.thairath.co.th/#

กกต.พร้อมจัดลต.พรุ่งนี้รับห่วงคืนหมาหอน

กกต.แถลงมีความพร้อมแล้วจัดเลือกตั้งพรุ่งนี้ กำชับ กกต.จังหวัดทั่วประเทศจับตาคืนหมาหอนอย่างใกล้ชิด

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กล่าวว่า กกต.มีความพร้อมจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 100% ในหน่วยเลือกตั้งทั้ง 88,500 หน่วย พร้อมส่งหีบบัตรเลือกตั้งวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งครบทั้ง 157 เขตแล้ว อาทิ บัตรเลือกตั้ง 109 ล้านฉบับ รวมถึงกระจายบัตรทาบ สำหรับผู้พิการให้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังจัดเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังกล่าว อาทิ ชุดป้องปราม สืบสวนสอบสวน เพื่อป้องกันความปลอดภัย และการทุจริตการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ยังมีผู้ร่วมสังเกตุการณ์จาก 10 ประเทศ 91 คนเข้าร่วมด้วย อาทิ รัสเซีย สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สำหรับกรณีที่หลายฝ่ายกังวลความปลอดภัยในพื้นที่ภาคใต้ ได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทหาร ฝ่ายปกครอง ศอ.บต. กอ.รมน.
ดูแลความสงบเรียบร้อย พร้อมเพิ่มเจ้าหน้าที่ 3 เท่า จัดชุดเคลื่อนที่เร็วหาข่าวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้เตรียมการป้องกันการทุจริตในคืนนี้ โดยสั่งการประธานกรรมการการเลือกตั้งทุกจังหวัดและประสานตำรวจ ฝ่ายปกครอง เพื่อป้องปราม สืบสวนหาข่าว และจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม กกต. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการผ่านทางเว็บไซด์ www.ect.go.th และ www.election.police.go.th ในเวลา 24.00 น.ของวันที่ 23 ธันวาคม 2550 และจะประกาศอย่างเป็นทางการช่วงบ่ายของวันที่ 24 ธันวาคม 2550


'ประชัย'ปูดปลัดกลาโหม สั่งทหารเลือก'ประชาธิปัตย์'

21 ธันวาคม พ.ศ. 2550 18:07:00

หัวหน้าพรรคมัชฌิมาฯ ปูดได้ข่าวจากคนใกล้ชิด ระบุ"พล.อ.วินัย" สั่งให้ทหารเลือกส.ส.แบบสัดส่วน เบอร์ 4 พรรคประชาธิปัตย์ ชี้ทำไม่ถูกต้อง ควรให้ทหารตัดสินใจเอง

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย กล่าวว่า เสียงตอบรับก็ดี พลังเงียบส่วนมากก็จะเลือกเราเยอะ แต่เพิ่งได้รับข่าวไม่ค่อยดีจาก หมอประจวบ อึ๊งภากรณ์ ว่ามีคำสั่งจาก พล.อ.วินัย ภัทธิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้เลือกส.ส.แบบสัดส่วน เบอร์ 4 ซึ่งไม่น่าทำ ควรให้ทหารตัดสินด้วยตัวเอง

นายประชัย กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาอันดับแรกของพรรค คือเรื่องปากท้อง เรียนฟรี รักษาฟรี บัตรเครดิต จะกระตุ้นเศรษฐกิจทันที เร่งประมูลเมกกะโปรเจค ส่วนนโยบายความสมานฉันท์ จะทำแบบเดินสายกลาง ให้มีการประสานกันหมด คิดว่าสามารถทำได้

"ส่วนปัญหาในพรรคนั้นเท่ากับเป็นการทดสอบว่า ผมจะสามารถสร้างความสมานฉันท์ได้หรือไม่ และเป็นการทดสอบแรงกดดันของผมด้วย แต่อาจจะมีพวก กเฬวรากบางคนเท่านั้น แต่ก็สามารถประสานได้" นายประชัย กล่าว


จาก http://www.bangkokbiznews.com/

ปชป.มั่นใจกวาดที่นั่งภาคใต้ไม่น้อยกว่าเดิม


รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ 'นิพนธ์ บุญญามณี' มั่นใจ พรรคกวาดที่นั่งภาคใต้ไม่น้อยกว่าเดิม แต่ห่วงเหตุเงินสะพัดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเขต 3 จ.สงขลา จำนวนมาก

นายนิพนธ์ บุญญามณี รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งกำกับดูแลพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเขต 3 สงขลา ประเมินสถานการณ์ช่วงโค้งสุดท้ายของผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังมีความมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะกวาดที่นั่งได้ไม่น้อยกว่าเดิม แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือได้รับรายงานเมื่อคืนนี้ว่า มีเงินออกมาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเขต 3 สงขลา ค่อนข้างมาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะการเลือกตั้งทุกครั้งกลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้ต่อสู้กับพรรคประชาธิปัยต์ คือ การแจกเงินซื้อเสียง เนื่องจาก หากจะสู้กันด้วยวิธีการหาเสียงแบบปกติ เช่น เปิดเวทีปราศรัย หรือ เรื่องนโยบายไม่สามารถสู้ได้

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ในวันนี้จะมีการประเมินพื้นที่เป็นครั้งสุดท้าย โดยเรียกแกนนำชุมชนในแต่ละพื้นที่มาประชุมเพื่อประมวนผลทุกฝ่ายพร้อมกับได้ย้ำให้ทุกคนไม่ต้องตกใจในเรื่องที่จะมีการใช้เงินซื้อเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อชิงคะแนนเสียงของพรรคประชาธิปัตย์เพราะเชื่อว่า เงินจะไม่สามารถซื้อประชาชนในภาคใต้ได้


'อภิสิทธิ์'ลั่นหากนั่งนายฯจะโทรเชิญ'ทักษิณ'กลับไทย


หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุหากเป็นนายกรัฐมนตรี จะโทรเชิญพ.ต.ท.ทักษิณ กลับไทย ชี้ ไม่ควรอยู่ทำลายชื่อเสียงชาติที่นอกประเทศ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังนำทีม ผู้สมัคร ส.ส.เขต กทม. ทั้งระบบเขตและระบบสัดส่วน กลุ่ม 6 ของพรรค หาเสียงเข้าสักการะพระบรมรูปรัชกาล 5 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยกล่าวถึงกรณีที่พรรคพลังประชาชน ชูนโยบายให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศไทยในช่วงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ศกหน้าว่า หากตนเป็นนายกรัฐมนตรี จะโทรหาพ.ต.ท.ทักษิณ ทันที และไม่มีเหตุผลอะไร หาก พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่กลับเข้ามายังประเทศไทย แต่หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่กลับเข้ามาจริงคงต้องใช้วิธีการทางกฎหมายต่อไป

สำหรับ ความเคลื่อนไหวที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ มีการเปลี่ยนฮวงจุ้ย โดยนำภาพวิวที่เป็นรูปภูเขาและแม่น้ำมาติดใกล้กับประตูทางเข้าที่ทำการพรรค และมีการเปลี่ยนฉากหลังของพระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งเป็นสัญลักษ์ของพรรค และก็มีการเปลี่ยนบ่อน้ำของพระแม่ธรณีด้วย สำหรับวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ จะนำทีม ผู้สมัคร ส.ส. เขต กทม. ลงพื้นที่หาเสียงกับประชาชน ทั่วทั้งพื้นที่ กทม. ด้วย


พระฟันธง 'ทักษิณ' รีเทิร์นแน่นอน


พระครูวิจิตรสุธาการ หรือพระอาจารย์นวย เจ้าอาวาสวัดธรรมิการาม หรือวัดค้างคาว ต.บางขาม อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี กล่าววานนี้ (21 ธ.ค.) ว่า

กรณีที่มีข่าวว่าได้แนะนำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เปลี่ยนนามสกุลเป็น 'ชินวัตรดำรง' ว่า ได้ดูดวง พ.ต.ท.ทักษิณตั้งแต่ก่อนที่จะมีการปฏิวัติ และได้บอกกับคนสนิทของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เรื่องเงียบไป จนกระทั่งหลังการปฏิวัติประมาณ 3 เดือน จึงมีผู้นำตาลปัตร 19 อัน ที่ปักชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรดำรง มาถวาย ก็ทำให้ดวงของ พ.ต.ท.ทักษิณดีขึ้น

นอกจากนี้ ได้โทรศัพท์ทางไกลข้ามทวีป ไปพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณที่ประเทศอังกฤษเป็นประจำ

และได้บอกให้เดินทางกลับมาประเทศไทย หลังเลือกตั้งเสร็จสิ้น มีการตั้งรัฐบาลอย่างเรียบร้อย ให้มาเคลียร์ปัญหาต่างๆ ทุกอย่างจะไม่มีปัญหา หลุดพ้นทุกคดี ทั้งนี้ ถ้ากลับมาเล่นการเมือง ก็จะได้รับตำแหน่งนายกฯเหมือนเดิม รับประกันได้ล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะตอนนี้ดวงของ พ.ต.ท.ทักษิณกำลังรุ่ง ทำอะไรก็ประสบแต่ผลสำเร็จ อย่างเช่น ซื้อทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ ก็ทำได้ดังใจ และ พ.ต.ท.ทักษิณยังรับปากว่าจะกลับมาเมืองไทย และจะเปลี่ยนนามสกุลเป็นชินวัตรดำรงอย่างแน่นอน


'ชวน' อัด 'พปช.' ต้นตอความขัดแย้ง ซัดคิดใหม่ทำใหม่ ทำชาติสูญ 1.9 แสน


นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตนนั่งรถมาเห็นคนขึ้นป้ายหาเสียง โดยมีข้อความว่า 'หมดเวลาทะเลาะกันแล้ว' แต่ความจริงคือความขัดแย้ง เขาบอกว่าจะยุติความขัดแย้ง แต่ตัวเองกลับทำเอง นอกจากนี้การที่คณะกรรมการการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก้รัฐ (คตส.) ออกสมุดปกเหลืองที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการโกงในยุคของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นมูลค่า 1.9 แสนล้านบาท ซึ่งคตส.ได้ระบุว่าเป็นพฤติกรรมโคตรโกง และหมอประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ก็ระบุว่าเป็นการโกงทั้งโคตร โกงมหาศาล แต่น้อยกว่าการสูญเสียชีวิตของประชาชนจากนโยบายคิดใหม่ทำใหม่ 2,700 คน อยากถามว่าเงินแสนล้านของพ.ต.ท.ทักษิณ จะคืนหนึ่งชีวิตได้หรือไม่ ไม่ใช่เพราะนโยบายคิดใหม่นี่หรือ ที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยก เกิดการไม่ไว้วางใจใคร

นายชวนกล่าวว่า ในช่วงก่อนที่ตนจะเข้ามาเป็นนายกฯ ไม่เหนื่อยเท่านี้ วันนี้จึงต้องมาให้กำลังใจนายกฯ ที่ชื่อ 'อภิสิทธิ์' และรัฐบาลต่อจากนี้จะต้องเป็นรัฐบาลที่ยึดหลักนิติธรรมตามกติกาและหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะนายอภิสิทธิ์เท่านั้น แต่คนที่จะมาเป็นนายกฯทุกคน ต้องยึดหลักนิติธรรม ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยเป็นรัฐบาลพรรคเดียว แต่เรามีพรรคร่วมรัฐบาลและที่สามารถอยู่ได้ เพราะเราไม่โกง ไม่กิน ไม่กลัว จึงไม่สิ้นชาติ ดังนั้นจึงอยากให้ประชาชนเลือกผู้แทนที่เป็นหลักของบ้านเมืองไม่แทรกแซง สื่อมวลชน ไม่เช่นนั้นจะเกิดวิกฤตที่สุดในโลก

“พรรคประชาธิปัตย์อยู่มาถึง 61 ปี ไม่เคนคิดเปลี่ยนสถาบัน ไม่เคยเปลี่ยนชื่อพรรค เหมือนกับการย้ายร้านค้าจากกรุงเทพแล้วไปอยู่เชียงใหม่ พอเปิดประตูเข้าไปเป็นของเก่าทั้งนั้น พี่น้องประชาชนต้องไล่ให้ทัน คนที่โกงจากกรุงเทพฯ ไปเปิดร้านที่เชียงใหม่ต้องชดใช้คนที่กรุงเทพด้วย ขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นของคืนทั้งประเทศ ผมไม่ใช่คนของหกองทัพ แล้วมาอยู่อาศัยพรรคนี้ด้วยความไม่มีเงิน แต่พรรคก็ให้โอกาสจนผมได้พิสูจน์ตัวเอง เพราะเป็นคนจริง แม่แต่ในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำเมื่อปี 2519 นายสมัคร ได้ลาออกจากพรรคไป แต่ผมยังอยู่กับพรรคจนผมได้เป็นรัฐมนตรี เคนคิดถึงพ่อแม่ไหม ถ้าด่าพรรคประชาธิปัตย์ก็เท่ากับคุณด่าพ่อแม่คุณ”นายชวนกล่าว/p>

นายชวน กล่าวอีกว่า อำนาจของเงินเหี้ยวโหด และเลวร้ายมาก ถึงขนาดใช้เงินซื้อคนใต้มาด่าพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จึงเท่ากับว่าพวกเขาเอาคนที่ขายตัวมาด่าคนใต้ แต่เชื่องว่าเลือกตั้งครั้งนี้เงินซื้อพี่น้องประชาชนไม่ได้ และที่พรรคประชาธิปัตย์อาสาเข้ามาทำงานทางการเมืองก็เพื่อรักษาผลประโยชน์ ของชาติ เช่นเดียวกับที่นายอภิสิทธิ์เข้ามาอาสาเป็นนายกฯ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติเช่นเดียวกัน เมื่อประชาชนเลือกเรา เราก็เป็นหนี้ชีวิตบุญคุณของประชาชน จนใช้ไม่หมด ดังนั้นเมื่อมีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศจึงต้องใช้หนี้ประชาชน ตนเชื่อมั่นในการตัดสินใจของประชาชน


สหรัฐจับตาเลือกตั้งไทย

ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ผ่านเวปไซต์ ใจจดจ่อรอคอยเลือกตั้งไทยพรุ่งนี้ แนะคนไทยออกไปใช้สิทธิ์คืนประชาธิไตยให้ประเทศ

เว็บไซต์ทำเนียบขาว ของสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์วานนี้ (21 ธ.ค.) ก่อนที่ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค. ว่า ประชาชนชาวไทยควรจะได้ลงคะแนนเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรม ซึ่งจะนำรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตยกลับคืนสู่อำนาจโดยเร็ว ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

โดยรองเลขาธิการฝ่ายสื่อมวลชนทำเนียบขาว กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ที่จะเห็นประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประเทศไทย เพื่อสานสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกันต่อไป



'สุรพงษ์'ชี้'ทักษิณ'กลับ14ก.พ.ไม่เกี่ยวผลเลือกตั้ง

เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ยืนยัน การกลับประเทศของ 'พ.ต.ท.ทักษิณ' 14 ก.พ. ไม่เกี่ยวข้องกับผลการเลือกตั้งขณะรอผลเลือกตั้งก่อนประกาศจับขั้ว


น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ยืนยัน ผลการเลือกตั้งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการเดินทางกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของอดีตนายกรัฐมนตรี ว่าจะกลับประเทศในช่วงใดช้าหรือ เร็ว ส่วนกรณีที่ประกาศผ่าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน วานนี้ว่า จะกลับในวันที่ 14 ก.พ.ปีหน้า อาจเป็นช่วงเวลาที่ได้คณะรัฐบาลชุดใหม่ และเพื่อกลับมาต่อสู้คดี ขณะเดียวกัน ตนยังไม่สามารถให้ความชัดเจนได้ว่าวันพรุ่งนี้ (22ธ.ค.)หลังการเลือกตั้งพรรคจะจับขั้วการเมืองกับพรรคใด เพราะต้องรอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน แต่โดยเบื้องต้นจะขอจับขั้วกับพรรคที่มีนโยบายใก้เคียงกันและไม่มีจำนวน ส.ส.จนมากเกินไป

นอกจากนี้ เลขาธิการพรรคพลังประชาชน เห็นว่า ท่าทีของอดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เป็นท่าทีที่ดี หลังระบุยอมรับผลการเลือกตั้ง และไม่เกี่ยงว่า พรรคใดจะเข้ามาเป็นรัฐบาล


แถลงการณ์พิเศษนายกฯ ทักษิณ ถึงพี่น้องชาวไทยทุกคนในวันเลือกตั้ง

ที่มา เวบไซต์ truethaksin
22 ธันวาคม 2550

แถลงการณ์พิเศษนายกฯ ทักษิณ ถึงพี่น้องชาวไทยทุกคนในวันเลือกตั้ง
วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2550

กราบเรียนพี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่าน

ผมอยากเชิญชวนให้พี่น้องชาวไทยที่รักทุกคน ออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 23 ธันวาคมที่จะถึงนี้ เพราะเป็นวันสำคัญที่พี่น้องชาวไทย จะได้มีรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง และผมอยากขอร้องให้พวกเราทุกคน ถือวันที่ 23 ธันวาคมนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของความสามัคคีและความปรองดองของคนในชาติ พวกเราอาจมีความแตกต่างกันบ้างในทางความคิด แต่นับตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคมเป็นต้นไป ผมอยากขอร้องให้พี่น้องชาวไทยทุกคนยุติความแตกแยกและหันมาสร้างความสามัคคีและปรองดองกัน

ผมเชื่อมั่นว่าพวกเราทุกคน ต่างก็รักชาติและมีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของพวกเรา และหากพี่น้องชาวไทยทุกคน มีความสามัคคีและยอมรับในกฎกติกา ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาพระราชทานพระบรมราโชวาทไว้ ก็จะส่งผลดีต่อการสร้างความเชื่อมั่น และการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยของเรา นอกจากนี้ ยังจะเป็นการร่วมกันทำความดีครั้งสำคัญ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่รักยิ่งของพวกเราชาวไทยทุกคน เนื่องในปีอันเป็นมหามงคลนี้อีกด้วย

ด้วยความรักและปรารถนาดีต่อพี่น้องชาวไทยทุกท่าน

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร


จาก http://thaienews.blogspot.com/

เลือกอย่างเสรีชน




เลือกตั้งเที่ยวนี้อย่างที่รู้พรรคเก่าแก่มีเทพอุ้มสมยิ่งกว่าไข่ในหิน หาเสียงแต่ไก่โห่นำหน้าทุกพรรค
หนทางสะดวกดายยิ่งกว่าวิ่งบนถนนไฮเวย์เสียอีก ?!?
ขณะที่พรรคคู่แข่งกลับถูกทำลายล้างทุกวิถีทางด้วยบันได 3 ขั้น ถูกจับมัดตราสังครั้งแล้วครั้งเล่า
ก็ยังประหลาดใจอยู่ว่า การเลือกตั้งแบบนี้หรือที่เรียก เลือกอย่างอิสระและเสรีแบบอารยประเทศน่ะ
แต่ก็ประหลาดอยู่นะ เพราะทำโพลกี่ครั้งกี่สำนัก พรรคคู่แข่งที่ถูกบดขยี้ ก็ยังมีคะแนนนำโด่งอยู่ดี
แต่นั่นแหละ ถ้าอุ้มสมกันขนาดนี้ พรรคคู่แข่งยังชนะเลือกตั้งอีก อย่างที่บอก ถูกมัดตราสังไม่พอ กรรมการตัดสินก็ทำท่าเอียงกระเท่เร่ให้เห็น-เห็น
คนถืออาวุธยังช่วย "ตบเท้า" ไปลงคะแนนให้ ชวนให้ย้อนคิดถึงช่วงเผด็จการครองเมืองซะจริง
ถ้าพรรคคู่แข่งยังหลุดรอดชนะได้ ก็ต้องยอมรับกันแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ยอมรับเลย
และถ้าพรรคเก่าแก่ไม่ชนะ ก็ต้องยอมรับว่าสู้กันไม่ได้จริง ๆ หรือถ้าเกิดชนะขึ้นมา ก็ชนะไป
แต่ไอ้ประเภทองค์กรที่สถาปนาตัวเองเป็นสมาพันธ์รักประชาธิปไตยด้วยปาก แล้วกลับส่งเสริมการยึดอำนาจด้วยรถถังบ้าง ขอนายกรัฐมนตรีนอกรัฐธรรมนูญบ้าง
ไปเที่ยวประกาศว่า จะเดินขบวนไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง หากพรรค คู่แข่งได้เป็นรัฐบาลน่ะ
ไม่บ้าก็เมาแล้ว ยังไม่ทันไรเลย ประกาศไม่ยอมรับการตัดสินใจของประชาชนแล้ว !!!
ทำจริงก็ลองดู ได้ถูก "ประชาทัณฑ์" แน่ หนนี้ อย่างนี้แล้ว ยังจะมีหน้ามาบอกเป็นตัวแทนประชาธิปไตยได้อีกรึเนี่ย ที่จริงไม่ควรสมอ้างว่าเป็นองค์กรประชาธิปไตยมานานแล้ว
ไม่รู้ปล่อยให้แอบอ้างอยู่ได้ไง
เหมือนกับที่ชอบนัก บอกให้เลือกข้าง แต่ต้องเลือก "ข้างกู" เท่านั้น ถึงจะยอม ไม่อย่างนั้นได้เป็นพวกสมุนอำนาจเก่าทันที ป้ายสีกันง่ายดายแท้ ๆ
ตลอดปีกว่า ๆ ที่ผ่านมาสภาพการณ์มันก็เป็นอย่างนี้ไม่เปลี่ยนแปลงเสียด้วยสิ ???
เพราะฉะนั้น วันพรุ่งนี้ วันเลือกตั้งใหญ่ วันที่คนไทยจะใช้อำนาจอธิปไตยเลือกอนาคตประเทศด้วยมือตัวเอง อย่าให้ใครบงการ "ล็อกสเปก"ด้วย "บันได 3 ขั้น 4 ขั้น" หรือห้าร้อยขั้นทั้งสิ้น
เลือกอย่างเสรีชน ให้พวกนี้ได้บทเรียน อย่าคิดว่ามี "อาวุธ" แล้วจะทำอะไรตามอำเภอใจ !!!
อย่าคิดว่ากำหนดสเปกผู้บริหารประเทศไว้แล้ว จะได้ดั่งใจ!!!
เตือนกันอีกครั้ง หากกลัวจำเบอร์ ส.ส.สัดส่วนหรือเขตไม่ได้ จดใส่ฝ่ามือหรือกระดาษ แล้วนำเข้าไปดูในคูหาได้ ข้อสำคัญต้องดูคนเดียว เพราะการเลือกตั้งเป็นความลับ
ห้ามใจดีแจกโผน้อยให้คนข้าง ๆ หรือเผลอหยิบให้ดูกันเป็นอันขาด เดี๋ยวจะโดนตำรวจจับเอา
คืนนี้เข้านอนแต่เนิ่น ๆ หลับให้สบาย แล้วพรุ่งนี้ไปทำหน้าที่สำคัญที่คูหาเลือกตั้งอีกครั้ง เพราะครั้งนี้เป็นครั้งสำคัญยิ่งกับอนาคตประชาธิปไตยของประเทศไทย.
ดาวประกายพรึก--จบ--

//////////////////////////////////

คอลัมน์:ฝ่าเปลวแดด

เอาประชาธิปไตยคืนมา


วันพรุ่งนี้จะเป็นวันสำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง เป็นวันที่จะชี้ชะตา อนาคตของประเทศไทย เพราะการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค. 2550 จะต้องถูกจารึกไว้ว่า อำนาจประชาธิปไตยนั้นอยู่ในมือใคร เพราะฉะนั้นประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง จะต้อง ออกมาใช้สิทธิความเป็นเจ้าของประเทศตัวจริง ไปลงคะแนนเลือกพรรคการเมือง และนักการเมืองที่ดีที่สุดเข้ามาบริหารประเทศ
ทั้งนี้ ไม่ใช่แค่ว่า จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคพลังประชาชน ไม่ใช่แค่จะเลือก คุณสมัคร สุนทรเวช หรือคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นมาเป็นนายกฯ ไม่ใช่แค่จะเลือกข้างซ้าย ข้างขวา
หรือไม่ใช่แค่จะเลือกว่าจะเอาทักษิณกลับประเทศหรือไม่
แต่เป็นการเลือก ประชาธิปไตยแบบไหน เป็นการเลือกและประกาศความเป็นอิสรเสรี เป็นการประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้ว่า คนไทยนั้นมีหัวใจเป็นประชาธิปไตยเต็มร้อย และต้องการจะยืนอยู่บนวิถีของประชาธิปไตยที่ถูกต้อง
ไม่ได้ถูกจูงจมูกโดยใครทั้งสิ้น
ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้พี่น้องประชาชนคนไทยต้องตั้งสติให้ดี อย่าไปมองการเมืองด้านเดียว อย่าไปมองการเมืองเฉพาะมิติ หรืออย่าไปมองการเมืองตามกระแส เลือกที่รักมักที่ชัง แต่ต้องเลือกเพื่อตัวท่าน
ต้องอยู่บนหลักเหตุและผล
นั่นหมายความว่าต้องมองการเมืองทั้ง 3 มิติ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต และที่ต้องมองให้ทะลุคือความจริงใจและสำนึกความรับผิดชอบของบรรดานักการเมือง
พรรคไหนที่ประกาศว่าไม่เคยซื้อเสียง แต่ไปโทษคนอื่นซื้อสิทธิขายเสียง หลักฐานมีปรากฏ นักการเมืองคนไหนประกาศว่ามีแต่น้ำดีซื่อสัตย์สุจริต หลักฐานก็มีปรากฏเป็นคดีครึกโครม พรรคไหนประกาศว่าเราต้องทำได้อย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไม่เคยมีอะไรเป็นรูปธรรม หลักฐานก็มีปรากฏอีกนั่นแหละ
ไม่มีอะไรแตกต่าง
นักการเมืองก็คือนักการเมือง การที่ประชาชนส่วนหนึ่งยอมรับการโกง แต่ประเทศจะต้องพัฒนา ประชาชนต้องอิ่มท้อง ผมว่าอย่าไปโทษคนเหล่านี้ อีกมุมหนึ่ง น่าจะเป็นคนที่บรรลุถึง ความจริงและยอมรับกับความจริง เนื่องด้วยคุณภาพสินค้าที่ไม่แตกต่างกัน ไม่มีโอกาสให้เลือกบริโภคมากนัก
ประเภทที่เคลือบสีให้ดูน่ากินก็ยิ่งอันตรายมาก
วันนี้นักการเมืองก็คือนักการเมือง พฤติกรรมทางการเมืองและวัฒนธรรมทางการเมือง ของแต่ละพรรคของแต่ละคนก็ไม่เคยเปลี่ยน ใครเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ชักแม่น้ำทั้งห้า เพื่อเข้ามามีอำนาจ อยากเป็นนายกฯ อยากเป็นรัฐมนตรีต่อรองกันตั้งแต่ไก่โห่ ส่วนจะเป็นผู้นำที่ดีได้หรือไม่เป็นอีกเรื่อง ผมอยากจะให้พี่น้องประชาชนที่จะไปลงคะแนน ในวันพรุ่งนี้ ลองก้าวถอยหลังมา 1 ก้าว แล้วมองเข้าไปในเวทีการเมือง ดูให้ครบทุกด้าน อย่าไปดูแค่การปั่นสามล้อ ถีบจักรยาน ชงกาแฟ หรือ แคะขนมครก
เพราะอนาคตประเทศอยู่ในกำมือท่านแล้ว.
"หมัดเหล็ก"--จบ--
/////////////////////////////////

คอลัมน์:คาบลูกคาบดอก


พปช.ปราศรัยใหญ่ปล่อยมุข'ทักษิณ'ผิดแย่งอากาศ'คมช.-คตส.' หายใจ

'พปช.'ทิ้งทวนปราศรัยใหญ่คนแห่ฟังแน่นสนามหลวง 'อดีต นปก.'ขึ้นเวที ปล่อยมุขเด็ด ทักษิณ'ผิดแค่แย่ง อากาศ 'คมช-คตส.'หายใจ ขนญาติโกโหติกา'ทักษิณ'มาเพียบ

ที่สนามหลวง เมื่อเวลา 16.00 น. พรรคพลังประชาชน ได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ก่อนการเลือกตั้งภายใต้หัวข้อ 'หมดเวลาทะเลาะกัน เลือกเกินครึ่ง เศรษฐกิจฟื้นแน่'

โดยตั้งเวทีตั้งอยู่กลางสนามหลวงบริเวณด้านหน้าศาลฎีกา หันหน้าไปทางสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า พร้อมทั้งติดตั้งจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่รอบบริเวณสนามหลวงหลายจุด โดยนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน นำคณะผู้บริหารพรรค แกนนำพรรค ตลอดจนผู้สมัครส.ส.ของพรรคทั้งระบบเขต และระบบสัดส่วนขึ้นเวทีปราศรัยท่ามกลางประชาชนร่วมรับฟังหลายหมื่นคน

นอกจากนี้ นางพจณีย์ ณ ป้อมเพชร มารดาคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตเลขานุการส่วนตัวพ.ต.ท.ทักษิณ และนายพายัพ ชินวัตร น้องชายพ.ต.ท.ทักษิณ ได้เข้ามาร่วมฟังการปราศรัยด้วย

จัดทอล์กโชว์'มิ่งขวัญ'สร้างฝันทำประเทศมั่งคั่ง

ปราศรัยบนเวที มีผู้สมัครส.ส.กทม.และปริมณฑลสลับกันขึ้นพูด โดยอดีตแกนนำ นปก. 3คน ประกอบด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รวมทั้งนายจักรภพ เพ็ญแข ต่างขึ้นเวทีปราศรัยทั้งหมด เนื้อหาโดยรวมเน้น ไปที่การเรียกร้องประชาธิปไตยกลับสู่ประเทศ เลือกพรรคพลังประชาชนให้เกินครึ่ง และโจมตีพรรคการเมืองคู่แข่ง โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์

กระทั่งเวลา 18.20 น. นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค ได้ขึ้นเวทีพร้อมกับนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรค โดยทำหน้าที่พิธีกรสอบถามความเป็นมาเกี่ยวกับชีวิตการทำงานของนายมิ่งขวัญ ซึ่งนายมิ่งขวัญ ได้เล่าถึงความสำเร็จในชีวิตการทำงาน และระบุว่าจะทำให้ประเทศไทยไม่ต้องถูกเผาจริง ตามที่คาดการณ์กัน แต่จะทำให้ประเทศมีความมั่งคั่ง

ต่อมา นายนพดล ปัทมะ รองเลขธิการพรรค ปราศรัยว่าวันที่ 23 ธ.ค.เป็นวันพิพากษาโดยประชาชน 45ล้านคน 19 ก.ย.2549 เป็นการยึดอำนาจโดนคนไม่กี่คน 1 ปีเศษที่ผ่านมานั้น 4 ข้อกล่าวหาของคมช. ต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังไม่มีคดีใดตัดสินว่าพ.ต.ท.ทักษิณผิดเลย

'แต่ตอนนี้ คตส.ก็ทยอยยื่นสำนวนและยังสรุปสมุดปกเหลืองที่ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทำผิดนั้น ผมมองแล้วว่าทุกข้อหานั้นไม่ยากที่จะต่อสู้ในชั้นศาล ยกเว้นข้อหาเดียวคือ พ.ต.ท.ทักษิณ แย่งอากาศ คตส.และ คมช.หายใจ ส่วนคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา หรือคุณหญิงเป็ด ผู้ว่าฯ สตง.และกรรมการคตส.บอกว่า โดนขู่ทำร้ายและยังจะไปหัดยิงปืนนั้น ตนคิดว่าคงจะยิงไม่เข้า'

นายนพดล กล่าวอีกว่า ตนไปหาเสียงทั่วประเทศ โพลล์และหมอดูก็สรุปแล้วและขอให้เชื่อมั่นว่า นายสมัครจะเป็นนายกฯ คู่แข่งทางการเมืองของพรรคนี้คือพรรคประชาธิปัตย์ ตนเคยทำงานกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ตนไม่เคยเห็นผลงานหรือแนวคิดใหม่ๆของนายอภิสิทธิ์เลย หากใครคิดอะไรออกมา นายอภิสิทธิ์ก็อธิบายได้เป็นฉากๆ โวหารและความรูปหล่อไม่ได้ช่วยเศรษฐกิจให้ดีขึ้น แต่นายอภิสิทธิ์มีผลงาน ที่ชัดเจนสองเรื่องคือ ขอนายกฯ พระราชทาน มาตรา 7และไม่ส่งพรรคลงสมัครส.ส.วันที่ 2เม.ย.2549 นายอภิสิทธิ์เหมือนเด็กที่รู้ว่าไม่ชนะก็ไม่ลงแข่งขัน

'นายอภิสิทธิ์เป็นมะม่วงที่บ่มแก๊ส ผมจึงขอเรียกว่า มาร์ก แมงโก และนโยบาย 99 วันนั้น พรรคนั้นไม่เคย พูดถึงผลงานที่อดีตพรรคไทยรักไทยทำไว้ เพราะไม่เคยคิดและไม่เคยทำ'

นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ผู้สมัครส.ส.ระบบสัดส่วนกลุ่ม 8ปราศรัยว่า นายสมัครจะได้เป็นนายกฯ เพราะมีประสบการณ์ เพราะมาจากมหาประชาชนที่เลือกมา นายสมัครเป็นรัฐมนตรี เป็นรองนายกฯ เป็นผู้ว่าฯกทม.และเป็นส.ว. นายสมัครมาจากการเลือกตั้ง ตนไม่อยากเชื่อเคล็ด แต่ก็ต้องเชื่อ เพราะทุกสนามก็ระบุว่า รับสมัครทั้งนั้น และในการเลือกตั้งครั้งนี้รัฐธรรมนูญก็ระบุว่านายกฯต้องมาจากส.ส. และส.ส.ก็ต้องมาจากการรับสมัคร

ฉะนั้นนายกฯก็ต้องชื่อนายสมัคร อย่าไปเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เพราะนายอภิสิทธิ์ นั่งรถไปหาเสียงที่อีสานก็ต้องประสบอุบัติเหตุ ต้องเปลี่ยนรถถึงสี่คัน ซึ่งตรงกับเบอร์หาเสียงของพรรคนั้น หากประชาชนเลือกพรรคนั้นเป็นรัฐบาล ตนไม่รู้ว่าประเทศจะคว่ำอย่างที่นายอภิสิทธิ์เจอหรือไม่ สมมติว่าพรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้ง ก็เวลาทำงานบ้าง และหากผ่าน 99วันไปแล้วทำไม่ได้อย่างที่พูดไว้ วันที่ 100ก็ขอให้ประชาชนไปทำบุญให้เลย เพราะครบ100วันแล้ว

นายจักรภพ เพ็ญแข คณะทำงานด้านต่างประเทศ พรรคพลังประชาชน ปราศรัยว่า เผด็จการทำให้เศรษฐกิจ ตกต่ำและหลายพรรคก็ไปกอดแข้งกอดขาเผด็จการ ตนไปหาเสียงมาหลายแห่งก็ขอบอกว่า ประชาชนตัดสินใจแล้ว และคงไม่มีการโกงการเลือกตั้ง เพราะนานาชาติก็ส่งทีมมาสังเกตการณ์แล้ว หากมีอะไรที่ไม่สุจริตก็จะมาจากฝีมือ ของเผด็จการหน้าโง่ ตนและพรรคนี้สู้กับเผด็จการไหว ฉะนั้นวันที่23ธ.ค.ประชาชนต้องเลือ กพรรคนี้ที่ยึดประชาธิปไตย


'อภิสิทธิ์'ลั่นให้'สมัคร'ด่าได้ แต่ห้ามด่าปธ.องคมนตรี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวระหว่างการปราศรัยใหญ่ ที่สวนเบญจศิริ ว่า หากตนได้เป็นนายกรัฐมนตรี เรื่องแรกที่จะทำคือการพา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศ เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมเหมือนคนไทยคนอื่น และจะให้สมาชิกของพรรคทุกคน แสดงบัญชีทรัพย์สิน ทุกคน รวมถึงครอบครัว เพื่อยืนยันความโปร่งใสในการบริหารบ้านเมือง ส่วนแผน 99 วันทำได้จริง นั้น หากไม่สำเร็จ จะถือว่าเป็นความผิดและไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชาชน ไม่ยอมขึ้นเวทีดีเบต ว่า กลัวความจริง เพราะจะถูกประชาชนมองเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ทั้งที่นายสมัครบอกว่าเป็นมวยละรุ่น นายสมัครเป็นมวยรุ่นเฮฟวี่เวท และตนเป็นมวยรุ่นไลท์เวท ก็เพิ่งเคยเห็นมวยรุ่นใหญ่กลัวมวยรุ่นเล็ก ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่ามีประสบการณ์ทางการเมืองมากเพียงพอในการบริหารประเทศ

'แต่มีเรื่องเดียวกที่ไม่เคย คือเรื่องทุจริตทางการเมือง ไม่เหมือนบางคน ที่มีแต่กลิ่นขยะ และนอนฝันร้ายเกี่ยวกับเรื่องรถดับเพลิง' นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างชัดเจน หากนายสมัคร ได้เป็นฝ่ายค้าน จะไม่ถูกสกัดทางความคิดเห็น เหมือนครั้งที่ตนเป็นฝ่ายค้านในสมัยรัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ อย่างแน่นอน

'แล้วตอนนี้ยังอยากจะได้ นายกรัฐมนตรีหยาบคาย ขี้โมโห ชวนทะเลาะอีกหรือเปล่า ความสามัคคี ีก็คงเกิดขึ้น ไม่ได้ 1เดือนตลอดการหาเสียง นายสมัครใช้วิธีด่าผมตลอด แต่จะด่าผมก็ได้ แต่อย่าไปด่าประธานองคมนตรี (พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์)'

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ ได้มีผู้หญิงอุ้มเด็กอายุประมาณ 3 ขวบขึ้นเวที โดยเสื้อของเด็กมีข้อความเขียนที่เสื้อ ความว่า 'ผมอยากเรียนฟรี เลือกเบอร์ 4 นะครับ'


ชาวบ้านทยอยเข้าสนามหลวงพปช.ยังเอ่ยพา'ทักษิณ'กลับบ้าน


ประชาชนจำนวนมาก ยังทยอยร่วมฟังพรรคพลังประชาชนที่สนามหลวง ซึ่งแกนนำส่วนใหญ่ ยกประเด็นการเดินทางกลับประเทศ ของทักษิณ ชักจูงให้คนเลือกผู้สมัครฯของพรรค

เวทีการปราศรัยใหญ่ของพรรคพลังประชาชน ยังคงเนืองแน่นไปด้วยเป็นประชาชน จำนวนมากที่เดินทางมาร่วม รับฟังการปราศรัยอย่างคึกคัก โดยเนื้อหาของแกนนำพรรคและผู้สมัครส่วนใหญ่ยังคงเป็นการเรียกร้องให้เลือกพรรคพลังประชาชน เพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตร ีกลับประเทศและกล่าวโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ในการบริหารประเทศสมัย เป็นรัฐบาลพร้อมยังกล่าวไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อวันที่19 กันยายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ได้กล่าวโจมตีนโนบายพรรคประชาธิปัตย์ 99 วันทำได้จริงว่าไม่สามารถเป็นไปได้พร้องทั้งเปลี่ยนสมญานามหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จากมาร์คเป็นมาร์คแมงโก้

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 8 เปิดเผยว่าจากการลงพื้นที่ภาคใต้พบว่าประชาชน ยังให้การตอบรับพรรคพลังประชาชน เป็นอย่างดีและยังคิดถึง อดีตนายกฯทักษิณอยู่ นอกจากนี้นายณัฐวุติ ยังกล่าว ด้วยว่าตนไม่เชื่อว่าหัวหน้าพรรคชาติไทยจะดูแลความปลอดภัยให้กับอดีตนายกฯ ทักษิณตามที่ประกาศไว้ได ้อดีตนายกฯทักษิณเดินทางกลับประเทศ


'สนธิ'ชี้'ทักษิณ'โผล่ฮ่องกงเล่นเกมจิตวิทยา อ้อมแอ้มรับได้'สมัคร'นายกฯ

รองนายกฯฝ่ายมั่นคง ยันยังไม่มีข่าวก่อเหตุร้ายช่วงเลือกตั้ง ชี้'ทักษิณ'โผล่ฮ่องกงแค่เล่นสงครามจิตวิทยา แต่อ้อมแอ้มถ้าประชาชนลือก'พปช.' ก็ต้องยอมรับ'สมัคร'เป็นนายกฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงวันเลือกตั้งว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มี ีรายงานข่าวอะไรในเรื่องนี้เข้ามา

เมื่อถามว่า ได้รับรายงานวางระเบิดในที่ต่างๆ หรือไม่ พล.อ.สนธิ ยืนยันว่าน่าจะเป็นการหวังผลทางการเมือง มากกว่า เพราะไม่ใช่ระเบิดร้ายแรง คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นไปโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ก็ไม่น่าจะเป็นความกังวลอะไร

เมื่อถามต่อว่า เหตุระเบิดตามพรรคการเมือง จะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของกประชานที่จะออกมาใช้สิทธิ ิในวันที่ 23 ธ.ค.หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่น่ามีอะไรกระทบ

เมื่อถามถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาตั้งกองบัญชาการติดตามการเลือกตั้งที่ฮ่องกง จะกระทบต่อการ เลือกตั้งในประเทศไทยหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ไม่น่าจะกระทบ แต่คิดว่าเป็นจิตวิทยาในการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค.

เมื่อถามว่า มีเบื้องลึกเบื้องหลังเป็นการวางแผนเกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า คิดว่าไม่มี ทาง กกต.เองได้วางแผนไว้แล้ว และฝ่ายความมั่นคงก็ได้มองภาพด้านต่างๆ ไว้แล้ว ไม่น่ากังวล เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าเป็นสิทธิที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะทำได้ใช่หรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวยอมรับว่า 'ใช่ครับๆ เป็นสิทธิ'

เมื่อถามว่า สิ่งที่พยายามอธิบายให้ประชาชนนั้น จนถึงตอนนี้ประชาชนเข้าใจแล้วหรือยัง พล.อ.สนธิ ตอบว่า ตนได้แต่ภาวนา

เมื่อถามอีกว่า หลังผลการเลือกตั้งออกมาจะเกิดความวุ่นวายหรือไม่ เพราะกลุ่มพันธมิตรฯ ขู่ว่าหาก พรรคพลังประชานชน จะออกมาเคลื่อนไหวอีก ได้มีการประสานพูดคุยกันหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่ได้พูดคุยกัน

เมื่อถามอีกว่า หากเมื่อถึงเวลาพรรคพลังประชาชน ชนะการเลือกตั้งและนายสมัคร สนุทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีจะยอมรับได้หรือไม่ พล.อ.สนธิ ตอบว่า 'ก็ประชาชนเลือกแล้วนี่แหม...ไม่รับได้ไง'

‘ทักษิณ' เตรียมกลับไทย14 ก.พ.ปีหน้า

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชน ประกาศกลางเวทีปราศรัยหาเสียงส่งท้ายเลือกตั้ง ท่ามกลางประชาชนที่มารับฟังร่วม 1 แสนคน ถึงการเดินทางกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกฯ ว่า จะกลับในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปีหน้า ซึ่งตรงกับวันแห่งความรัก ประกอบกับเป็นช่วงที่น่าจะตั้งรัฐบาลเสร็จแล้ว พร้อมปฏิเสธ อดีตนายกฯทักษิณ ตั้งศูนย์บัญชาการที่ฮ่องกง เพียงแต่เป็นการเฝ้าติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งของไทยเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิมยังกล่าวประชดประชันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า อย่าพยายามตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคพลังประชาชน เพราะอายุยังน้อย ซึ่งคงต้องรอไปอีก 12 ปี ถึงจะกลับมาตั้งรัฐบาลได้

ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้ตั้งคำถามไปยังหัวหน้าพรรคชาติไทยด้วยว่า บุคคลที่เคารพมา 30 ปี และจะไม่ทำให้ผิดหวังคือ บุคคล เดียวกันกับที่ตนไม่ชอบด้วยหรือไม่ และขอให้หัวหน้าพรรคชาติไทยตอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน

ทางด้าน นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงสาเหตุที่ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษไม่ชอบพรรคพลังประชาชน เนื่องด้วยพรรคประชาธิปัตย์ เคยสนับสนุนให้ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเคยเป็นนายกฯมาแล้วถึง 2 สมัย ด้วยกัน

จาก hi-thaksin

‘ในหลวง'ทรงห่วงบ้านเมืองย้ำเตือนทหาร-ตร.ดูแลให้เรียบร้อย


วันนี้(21ธ.ค.) เวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินออก ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เข้าเฝ้าฯ ในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของนายทหารชั้นนายพล และนายตำรวจชั้นนายพล ที่ได้รับพระราชทานยศสูงขึ้น ประจำปี 2549 - 2550

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาท ใจความว่า ". . . .หน้าที่ของท่านสำคัญ และอย่างที่ได้ปฏิญาณ ถ้าไม่ได้ทำตามจะมีอันเป็น แม้ไม่ได้พูดก็จะมี แต่ถ้าทำดีอย่างที่ได้ปฏิญาณ ก็เชื่อว่าท่านจะประสบความรุ่งเรือง ความเจริญ เพราะว่าคำที่พูดนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ เทวาดาอารักษ์ก็ได้ฟังก็ได้ยิน แต่ถ้าเทวดาอารักษ์ได้ฟังได้ยิน ท่านก็จะต้องป้องกันท่าน ตราบใดที่ท่านทำดีตามคำปฏิญาณ เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ ทำให้มีกำลังเพื่อช่วยให้ประเทศชาติอยู่เย็นเป็นสุขได้

ท่านเป็นทหารไม่ได้หมายความว่า ท่านจะต้องประหัตประหารใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ว่าท่านจะต้องทำคำให้ศักดิ์สิทธิ์ และถ้าทำด้วยมีความเข้มแข็ง ในกรณีใดก็ตาม ท่านก็จะปลอดภัย และทำให้บ้านเมืองปลอดภัย ทำให้บ้านเมืองมีความสุข มีความเรียบร้อย อันนี้ก็เป็นสำหรับนายทหารทุกเหล่าตลอดจน ตำรวจทุกหน่วย ซึ่งมีหน้าที่ที่จะป้องกัน มีหน้าที่ที่จะทำให้บ้านเมืองมีความปลอดภัย

ถ้าท่านทำดีอย่างนี้ หมายความว่าทุกท่านได้รับความปลอดภัยไปด้วย ท่านต้องให้อำนวยความปลอดภัยกับประชาชนทุกเหล่าทุกพวก ท่านก็จะได้รับความปลอดภัยในโอกาสเดียวกัน คือไม่ได้หมายความว่า ท่านทำความปลอดภัยกับประชาชน ท่านก็ทำความปลอดภัยกับท่านเอง ท่านก็เป็นประชาชน ถ้าผู้ใดทำดีก็ได้ความปลอดภัยทุกยศ ทุกคณะ จะได้รับผลของคำปฏิญาณนี้ จึงดีใจมากที่ได้ยิน ได้เปร่งวาจาเข้มแข็งที่หนักแน่น ก็ขอให้การเปร่งวาจาที่หนักแน่นนี้ เป็นผลดีแก่ท่าน จนกระทั้งประชาชนทุกคนในประเทศ เป็นการทำให้ประเทศชาติอยู่เย็นได้

ซึ่งท่านก็ทราบดีว่า เดี๋ยวนี้มีการไม่ค่อยปรองดองกัน แต่ว่าท่านเปล่งอย่างนี้ทำให้ทุกคน ไม่ใช่เฉพาะนายพล ทุกคน ทุกฝ่าย ทั้งทหาร พลเรือน มีความเข้มแข็ง และถ้าทุกคนในประเทศมีความเข้มแข็ง และซื่อสัตย์สุจริตไม่มีปัญหาว่า ประเทศอยู่เย็นเป็นสุข อยู่ได้ไม่ล่มจม

ซึ่งบ้านเมืองในระยะนี้ดูท่าทางไม่ค่อยเรียบร้อยนัก แต่ว่าท่านจะสามารถทำให้บ้านเมืองเรียบร้อยเข้มแข็ง ด้วยความเข้มแข็งของท่าน ก็ขอให้ท่านได้ประสงค์สำเร็จในงานการของท่าน ทำให้บ้านเมืองมีความร่มเย็น มีความสุข ทั้งประชาชนทุกเหล่า ทุกพวก ทุกคน

และท่านเมื่อเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติทำให้บ้านเมืองมีความเรียบร้อย มีความสุขมีควาสงบ ท่านก็จะมีความสุขความสงบในใจ และท่านก็จะมีความเจริญด้วยเหมือนกัน ก็ขอให้ท่านทั้งหลายทหารทุกเหล่า พลเรือน ทุกหมู่ได้มีความสำเร็จในงานการ และมีความสุขในงานในหน้าที่ ความสำเร็จในหน้าที่ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จทุกอย่าง ให้ประเทศชาติ มีความสำเร็จด้วยเหมืนกัน ประเทศชาติก็จะเจริญ ท่านก็จะเจริญ ทุกคน ทุกหมู่ ทุกเหล่า

ข้าพเจ้าดีใจที่ได้เห็นท่านมีความเข้มแข็ง ขอให้รักษาความเข้มแข็งนี้ให้ประเทศชาติอยู่เย็นเป็นสุข ให้บ้านเมืองอยู่ ไม่มีอะไรที่เกิดเสียหายกับบ้านเมืองขอให้ทุกท่านมีเจริญ ทุกฝ่ายทุกพวกทุกคน . . . "--จบ--

จาก hi-thaksin

Friday, December 21, 2007

พปช. ฟ้องกกต.ดำเนินคดีปชป.ติดป้ายหาเสียงใส่ร้าย


นายชูศักดิ์ ศิรินิล ฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชาชน เตรียมฟ้องร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ให้ดำเนินคดีกับพรรคประชาธิปัตย์หลังติดป้ายหาเสียงใส่ร้ายพรรคพลังประชาชน ทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม และจูงใจให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งป้ายหาเสียงมีการอ้างชื่อพรรคไทยรักไทย ที่ทำให้เกิดหนี้เสียจากบัตรเครดิตจำนวนมาก จึงไม่ควรเลือกพรรคพลังประชาชน นอกจากนี้ ยังพบว่าที่ จ.ยโสธร มีพรรคการเมืองบางพรรคปลอมเอกสาร และลายเซ็นของอดีตนายกฯ

นอกจากนี้ นายชูศักดิ์ แถลงว่าได้รับแจ้งจากผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังประชาชนว่าพบการปลอมแปลงเอกสารที่สนับสนุนพรรคพลังประชาชนโดยใช้รูปโลโก้พรรคไทยรักไทยและรูปภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยข้อความระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ส่งเงินให้แกนนำพรรคและผู้สมัครในพื้นที่มาให้ประชาชนคะแนนละ 1,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและขอให้ไปรับได้ที่ตัวแทนพรรคพร้อมเชิญชวนให้ประชาชนไปลงคะแนนให้พรรคพลังประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ทางพรรคไม่มีนโยบายที่จะทำและถือว่าเป็นวิธีการกลั่นแกล้งที่สกปรกมาก ซึ่งพรรคทราบว่าเป็นฝีมือของพรรคใด ขณะนี้ตัวแทนพรรคได้เข้าแจ้งความที่ สภ.อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ไว้แล้วเพื่อส่งให้ กกต.ประจำจังหวัดดำเนินการ

จาก hi-thaksin

‘คุณหญิงแจ่มใส'หัวแตก!ระหว่างช่วยลูกหาเสียง


ผู้สื่อข่าวประจำจ.สุพรรณบุรี รายงานบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ช่วงโค้งสุดท้าย เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 ธ.ค.50 ว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างเผ็ดมัน หลายพรรคการเมืองต่างเดินสายหาเสียงกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะ พรรคชาติไทย ของ นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นพรรคที่ดูแล้วไร้เทียมทาน น่าหอบหิ้วเอาส.ส.เข้าสภาฯ แบบยกทีม แต่ นายบรรหาร ก็ไม่ได้ประมาท ยังคงนำลูกทีมเดินสายหาเสียงอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเช้า คุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา ภรรยานายบรรหาร ได้ออกหาเสียงช่วยบุตรชาย นายวราวุธ ศิลปอาชา ที่อ.อู่ทอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่คุณหญิงแจ่มใสเดินหาเสียงอยู่นั้น ศีรษะของคุณหญิงแจ่มใสได้ไปชนกับตู้แดงตำรวจเข้า จนเป็นเหตุให้ศีรษะแตก เลือดไหล แต่ก็ไม่ได้ทำให้การหาเสียงต้องหยุดชะงัก

จารุวรรณ เมณฑกา


สามวันแล้ว ที่หนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ นำเสนอข่าว คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการ สตง. มีพฤติกรรมเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน กรณี บริษัท ออดิต แอนด์ แมเนจเม้นท์ คอนซัลแตนท์ จำกัด เช่าอาคารพาณิชย์ของ นายทรงเกียรติ เมณฑกา สามีของคุณหญิงจารุวรรณ เป็นสำนักงาน แต่ไม่เคยเปิดใช้อาคารพาณิชย์หลังดังกล่าวเลย และไม่มีสภาพเป็นสำนักงานของบริษัทแต่อย่างใด

ความน่าสนใจของประเด็นก็คือว่า อาคารพาณิชย์หลังดังกล่าว มีชื่อผู้อาศัยคนสำคัญชื่อ จารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการ สตง. ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างบริษัท ออดิต แอนด์ แมเนจเม้นท์ คอนซัลแตนท์ จำกัด ให้เป็นผู้จัดการอบรมสัมมนาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีให้แก่เจ้าหน้าที่ สตง. โดยในปี 2550 บริษัทแห่งนี้มีรายได้จาก สตง. ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท

สามวันแล้ว ที่ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา หลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงความเป็นมาของ บริษัท ออดิต แอนด์ แมนเนจเม้นท์ คอนซัลแตนท์ จำกัด ว่าไปทำมาหากินกันอย่างไร ไปทำมาค้าขายกันอย่างไร จึงจับพลัดจับผลูมาเช่าตึกเจ้าปัญหาหลังนี้ได้อย่างไร และเหตุใดเมื่อจ่ายค่าเช่าแล้ว จึงไม่ยอมเข้าอยู่ และไม่ใช้ประโยชน์ ซึ่งผิดวิสัยของผู้เช่าทั่วไป ทั้งๆ ที่แจ้งข้อมูลต่อกระทรวงพาณิชย์ว่ามีสำนักงานใหญ่อยู่ที่อาคารหลังดังกล่าว แต่เมื่อนักข่าวไปตรวจสอบ กลับไม่พบป้ายชื่อบริษัทฯ และไม่พบว่ามีการเปิดเป็นสำนักงานบริษัทฯ แต่อย่างใด

นักข่าวของประชาทรรศน์พยายามติดต่อสอบถามเรื่องนี้กับคุณหญิงจารุวรรณทุกวัน ตั้งแต่วันจันทร์จนถึงวันพุธ ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ สตง. เหมือนกันทุกวันคือ "ไม่ว่าง ติดประชุม" จนต้องสรุปว่า คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา หลีกเลี่ยงที่จะให้สัมภาษณ์เรื่องนี้

ลำพังแค่ไม่ชี้แจง และหลีกเลี่ยง ก็ยังพอเข้าใจได้ว่าคุณหญิงเธอยังไม่พร้อมที่จะตอบ เพราะตั้งตัวไม่ทัน คิดไม่ถึงว่าจะมีผู้ขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมาแฉ ขึ้นมา ทดสอบจริยธรรมของตำแหน่งผู้ว่าการ สตง. และจริยธรรมของคนดี ที่คุณหญิงเธออวดโอ่และแอบอ้างราวกับว่าเป็น
เจ้าของนิยาม "คนดี" แต่เพียงผู้เดียวมาโดยตลอด

บุคคลสาธารณะหลายคนก็มีอาการไม่ผิดเพี้ยนไปจากคุณหญิงจารุวรรณ เมื่อถูกขุดคุ้ยเรื่องที่ตัวเองคิดว่าปกปิดไว้มิดชิดแล้ว
แรกๆ ก็ตกใจที่มีคนรู้ ต่อมาก็ประหลาดใจที่มีคนรู้ได้อย่างไร แล้วก็เจ็บใจที่คนรู้แล้วนำมาพูดนำมาแฉ

ต่อจากนั้นก็แล้วแต่
ความหนา-บางของจริยธรรมในแต่ละคน

คนที่หน้าบาง ก็จะละอายใจ สารภาพผิด ไม่กล้าอยู่สู้หน้าใครต่อไป แต่ถ้าหน้าหนา ก็จะไม่ละอายใจ และยังด้านที่จะทำต่อไปโดยไม่เกรงใจใครทั้งนั้น

ผมไม่เห็นว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด ที่คุณหญิงจารุวรรณจะไม่ตอบคำถามเรื่องนี้ และคิดว่าขณะนี้คุณหญิงเธอได้ผ่านอาการตกใจและประหลาดใจมาแล้ว อยู่ในขั้นเจ็บใจที่ถูกนำมาแฉประจาน แต่ในขั้นต่อไป คือ ขั้น "ละอายใจ" หรือไม่นั้น

ผมยังมองไม่เห็นอาการของคุณหญิงเธอ ว่าจะออกทางหนาหรือบาง

แต่ที่ผมเห็นว่าแปลกและประหลาดใจก็คือ ในขณะที่คุณหญิงไม่ตอบเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของสามีและตัวเองกับบริษัทฯ ที่ได้รับงานว่าจ้างจาก สตง. ที่คุณหญิงเป็นผู้ว่าการ เป็นผู้บริหารสูงสุด คุณหญิงกลับใช้กลยุทธ์ทางการข่าว โดยมีสื่อมวลชนที่อวดโอ่เป็นสื่อคุณภาพบางราย นำเสนอข่าวเอียงข้างคุณหญิงว่า กรณีนี้เป็นเรื่องที่กลุ่มอำนาจเก่านำมากลั่นแกล้งดิสเครดิตคุณหญิง จึงไม่อยากจะชี้แจง

โธ่...ถ้าเป็นเรื่องไม่จริง มีพยาน มีหลักฐาน มีเอกสารมาหักล้าง ก็จบ ไม่ต้องไปทุกข์ใจ ไม่ต้องปล่อยให้ใครเขามากล่าวหากันฟรีๆ มาตั้งคำถามเชิงดูถูกว่ามีจริยธรรมจริงหรือไม่ แบบนี้

ไม่ใช่เพียงแค่ชี้แจงแล้วจบกันไป จะต้องแจ้งความดำเนินคดีให้เข็ดหลาบด้วย หากเป็นการกระทำของพวกอำนาจเก่าจริงๆ
อย่าได้เก็บไว้ให้มาเหยียบย่ำเกียรติยศศักดิ์ศรีของผู้ว่าการ สตง. และคุณหญิงเล่นฟรีๆ แบบนี้

แต่การปิดปากเงียบและการวิ่งหนีคำถามของคุณหญิงแบบนี้ จะทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าอย่างไร จะทำให้เจ้าหน้าที่ สตง. เข้าใจเป็นอื่นได้อย่างไร นอกจากว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เพราะหากไม่จริง คุณหญิงต้องพูดออกมาแล้ว

ก็ในห้วงเวลาที่ผ่านมา คุณหญิงพูดเรื่องไม่จริงไปตั้งหลายเรื่องแล้ว ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่พูดยากกว่า แล้วทำไมกับเรื่องที่เป็นจริงซึ่งพูดง่ายกว่า ทำไมจึงไม่พูด

นอกจากไม่พูดแล้ว คุณหญิงเธอยังเบี่ยงเบนประเด็น จากผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้กล่าวหาคนอื่นอีกด้วยว่า ผลจากการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เข้มแข็งของเธอ เป็นเหตุให้ถูกขู่ฆ่า จนเธอกับลูกชายต้องไปหัดยิงปืนเอาไว้ป้องกันตัวเอง

นี่ก็เป็นอีกประเด็นที่น่าประหลาดใจ คือ เรื่องที่คุณหญิงถูกกล่าวหา โดยมีพยานเอกสาร หลักฐานปรากฏชัดแจ้งจากประชาทรรศน์ ไม่มีสื่อมวลชนรายใดสนใจตรวจสอบขยายผล แต่กลับปกป้องคุณหญิง ด้วยเทคนิคการเสนอข่าวทำให้ประชาชนไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่กับ
กรณีที่คุณหญิงอ้างลอยๆ ว่าถูกขู่ฆ่า ไม่มีพยานหลักฐาน ไม่มีพยานบุคคล สื่อมวลชนกลับพร้อมใจกันนำเสนอเป็นเรื่องราวข่าวใหญ่โต

ปรากฏการณ์นี้ทำให้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ความสัมพันธ์ระหว่างคุณหญิงจารุวรรณกับสื่อมวลชนทุกสำนักในประเทศนี้ ดีต่อกันเป็นพิเศษ และพร้อมจะเข้าด้วยช่วยเหลือกันในทุกเรื่อง จนผมต้องอดคิดไม่ได้ว่า ประชาทรรศน์ คือ แกะดำตัวเดียว หรือ แกะขาวตัวเดียว กันแน่ในกรณีนี้
หากคุณหญิงและครอบครัว ทั้งผัวและลูก ได้อ่านคอลัมน์นี้ หรือมีใครตัดให้อ่าน ผมขอฝากไว้นิดเดียวว่า คุณหญิงกับครอบครัวไม่กลัวคำขู่ฆ่า แต่ไม่ประมาทก็ถูกแล้ว

แต่ที่คุณหญิงต้องกลัว ก็คือ ความจริงในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่ประชาทรรศน์นำมาเสนอ นี่ล่ะที่จะฆ่าคุณหญิงให้ตายจากการเป็นคนดี มีจริยธรรม ได้ผลมากกว่าอาวุธชนิดใดๆ ทั้งสิ้น และการหัดยิงปืนก็ช่วยไม่ได้ แต่ จะต้องหัดพูดความจริง จึงจะช่วยลดหย่อนผ่อนหนักให้เป็นเบาได้

ก็อยากจะเตือนเพียงแค่นี้ นอกเหนือจากนี้ไปก็แล้วแต่พระเจ้าล่ะครับ ว่ายังยอมรับ คุณหญิงเป็นคนดีของท่านอีกต่อไปหรือไม่

‘ทักษิณ'ฝากคนไทย23ธ.ค.เริ่มต้นปรองดองแห่งชาติเพื่อ‘ในหลวง'


นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ในฐานะที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ฝากข้อความมาถึงคนไทยทุกคนก่อนจะมีเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค.นี้ว่า ปีนี้เป็นปีมหามงคลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษาว่า ควรจะใช้วันเลือกตั้งเป็นวันปรองดองแห่งชาติ ทำดีเพื่อถวายในหลวง เพราะพระองค์มีพระราชประสงค์ที่จะเห็นคนไทยปรองดองและสามัคคีซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญ ส่วนเรื่องที่สอง อยากเห็นการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม เพราะเมื่อพรรคใดได้เสียงข้างมากก็ควรได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลตามเจตจำนง จึงหวังว่าคนไทยจะปรองดองกัน

ขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ฮ่องกงและจะพักอยู่ต่ออีกสักระยะหนึ่ง หลังช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องพำนักอยู่ในอังกฤษและเดินทางไปยังประเทศต่างๆ หลังเกิดเหตุการณ์ยึดอำนาจเมื่อ 19 ก.ย.ปีก่อน

เมื่อถามว่าการปรองดองหมายถึงจะต้องรวมกันทุกพรรคหรือไม่ นายนพดลกล่าวว่าการปรองดองคือจะต้องปฎิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เอาประชาธิปไตยกลับคืนมา ทุกคนทำหน้าที่ของตนเอง ภายใต้กรอบของกฎหมาย เอากฎหมายอยู่เหนือกฎหมู่ ผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรก็ต้องปฎิบัติไปตามนั้น ความคิดเห็นแกตต่างกันได้ แต่ไม่ใช่ไปกลั่นแกล้งอีกฝ่ายหนึ่ง ส่วนความปรองดองของชาติได้พูดไปแล้วซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ เขาไม่พร้อมที่จะมาร่วมสมานฉันท์ ก็เป็นสิทธิของเขา เมื่อเขาไม่เห็นด้วย ก็อย่าไปกล่าวหา ก็จบกันไป

จาก http://www.hi-thaksin.org/home.php

ปตท.ถูกจัดอันดับเป็นบริษัทน้ำมันที่ดีสุดในเอเชียปี51

ปตท. ถูกจัดอันดับเป็นบริษัทน้ำมันที่มีการจัดการกิจการที่ดีที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2551 จาก Euromoney

นายสรัญ รังคสิริ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท. ได้รับการประกาศจาก Euromoney
ให้เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่มีการจัดการและการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียประจำปี 2551 (Best Managed and Governed Companies in Asia Poll 2008 for Oil and Gas services) จากผลการสำรวจ
กลุ่มนักวิเคราะห์สถาบันการเงินชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีเกณฑ์การพิจารณาจากศักยภาพด้านการจัดการองค์กร ความโปร่งใสทางการเงินและการบัญชี และกระบวนการกำกับดูแลกิจการขององค์กร แสดงถึงศักยภาพที่เข้มแข็งของ ปตท. ซึ่งสร้างความมั่นใจ
ต่อระบบเศรษฐกิจของไทยให้แก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

นายสรัญ กล่าวว่า ส่วนสำคัญที่ทำให้ ปตท. ได้รับการยอมรับในครั้งนี้ เกิดจากการบริหารธุรกิจแบบครบวงจร ที่เน้นการสร้างพลังร่วม
(Synergy) ตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความโปร่งใส เพื่อนำองค์กรสู่การเป็นบริษัทข้ามชาติในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ ตลอดปี 2550 ที่ผ่านมา ปตท. ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารชั้นนำระดับโลกและสถาบันต่างๆ อาทิ บริษัทมหาชน ขนาดใหญ่ที่ดีที่สุดของโลกอันดับที่ 354 โดยนิตยสาร Forbes Global รางวัลบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่สุดในเอเชียโดยนิตยสาร Corporate Governance Asia บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของโลกอันดับที่ 207 โดยนิตยสาร Fortune บริษัทชั้นนำด้านการประกอบธุรกิจพลังงานอันดับที่ 27 ของโลกโดย Platts เป็นต้น

รองเลขาพปช.แถลง'ประแสง'ยื่นลาออกแล้วยันไม่ได้กดดัน

รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน เผย "ประแสง มงคลศิริ" ยื่นใบลาออกจากผู้สมัครส.ส.ระบบเขต จ.อุทัยธานี ทางไปรษณีย์ มีผลตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ยืนยัน ไม่มีผู้ใหญ่กดดัน เพราะกลัวถูกยุบพรรค





นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน เปิดเผยว่า นายประแสง มงคลศิริ ผู้สมัครส.ส.ระบบเขต จ.อุทัยธานีได้ทำหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกภาพพรรคพลังประชาชนแล้ว ลงวันที่ 18 ธ.ค.2550 โดยได้ทำหนังสือลาออกส่งผ่านทางไปรษณีย์ ถึง เลขาธิการพรรคฯ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. พร้อมยืนยันว่า การลาออกของนายประแสง ไม่เกี่ยวข้องกับการที่มีผู้ใหญ่ในพรรคไปกดดันให้ลาออก เพราะเกรงว่า การกระทำของนายประแสง ที่หาเสียงด้วยการแจกวีซีดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรจะส่งผลให้มีการยุบพรรคเกิดขึ้น เนื่องจาก พฤติกรรมดังกล่าว พรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อีกทั้ง พรรคได้มีการทำหนังสือชี้แจงให้นายประแสง ยุติการกระทำดังกล่าวแล้ว

ด้าน นายชูศักดิ์ ศิรินิล ฝ่ายกฎหมายของพรรค เตรียมฟ้องร้อง กกต. ให้ดำเนินคดีกับพรรคประชาธิปัตย์ หลังติดป้ายหาเสียงใส่ร้ายพรรคพลังประชาชน ทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม และจูงใจให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งป้ายหาเสียงมีการอ้างชื่อพรรคไทยรักไทย ที่ทำให้เกิดหนี้เสียจากบัตรเครดิตเป็นจำนวนมาก จึงไม่ควรเลือกพรรคพลังประชาชน นอกจากนี้ ยังพบว่าที่ จ.ยโสธรมีพรรคการเมืองบางพรรค ปลอมแปลงเอกสารและลายเซ็นของอดีตนายกฯทักษิณ โดยอ้างว่าจะนำเงินให้ประชาชนคนละ 1 พันบาทเพื่อจูงใจให้เลือกพรรคพลังประชาชน

อภิสิทธิ์หรือชวน


คำประกาศ..อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือสมัคร สุนทรเวช คนใดคนหนึ่งจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป..หลังการเลือกตั้งครั้งนี้..
สมัคร สุนทรเวช นั้น..ไม่มีปัญหา..
หากพรรคพลังประชาชนได้รับชัยชนะ หรือสามารถตั้งรัฐบาลผสมขึ้นมาได้
เขาคือนายกรัฐมนตรี
แต่สำหรับ..อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์..นั้น..ยังไม่แน่..
ในฐานะแกนนำของรัฐบาลผสม..หรือพรรคประชาธิปัตย์ได้ผู้แทนต่ำกว่าความคาดหมาย หรือได้ผู้แทนแพ้พรรคพลังประชาชนในกรุงเทพมหานครจะกระทบกับความเป็นหัวหน้าพรรคและลามไปถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
เพราะ..พรรคฝ่ายค้านที่มีเสียงมากที่สุดจากการเลือกตั้ง อย่างพรรคพลังประชาชนนั้น..จะเป็นดาบจ่อคอรัฐบาลผสมในการบริหารราชการแผ่นดิน
ประกอบกับ..ผู้นำในแต่ละพรรคของรัฐบาลผสม ล้วนแต่มีอายุเกือบ 60 ไปจนถึง70 กว่าๆ จะให้มานั่ง..เคารพบูชานายกรัฐมนตรีอายุรุ่นลูกนั้น..ปัญหาคือความรู้สึก..
และว่าที่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ..ยังมีแผลเป็นอยู่ที่..เรื่องการรับราชการทหาร..ที่ยังไม่รู้ว่า..ใครเป็นคนปล่อยข่าวออกมาทิ้งไว้
รัฐบาลผสมหรือสังคมคนหลายพรรคน่าจะมีการเสนอให้ประธานพรรคประชาธิปัตย์กลับมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี..อย่างน้อยก็เพื่อสนองตอบต่อ..คนภาคใต้..ที่ยังเป็นปราการใหญ่ฐานหลักของพรรคประชาธิปัตย์..
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..จะสง่างามในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้..ก็ด้วยจำนวนผู้สอบได้ของพรรค สูงเท่าประมาณการหรือสูงกว่า..หรือได้ชัยชนะเหนือพรรคพลังประชาชนในกรุงเทพฯ
แต่จากสารพัดโพลล์ที่ปรากฏออกมานั้น..ตรงนี้มีปัญหา
วันเวลาในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้น..ยังมีอีกยาวนานในวันหน้า..แต่ในวันที่การเมืองยังขับเคลื่อนด้วย..ผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่แบบนี้
ให้เตรียมทำใจเอาไว้ล่วงหน้า


● พญาไม้ ●

//////////////////////////////

คอลัมน์:พญาไม้ ทูเดย์


คมช. สั่ง รามฯ ห้ามยุ่งความมั่นคง!

ขณะที่หน้ารัฐสภามีภาคประชาชนหลายองค์กรรวมตัวปิดสภา เพื่อยื่นคำขาดให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. หยุดดำเนินการพิจารณากฎหมายทุกฉบับโดยเด็ดขาด...

ที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง...ก็เตรียมจัดเวทีคู่ขนานกับเวทีใหญ่ของพี่น้องภาคประชาชน ต้องการให้เป็นเวทีสาธารณะพูดคุยเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร รวมทั้งร่างกฎหมาย ฉบับอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง โดยมีจุดมุ่งหมายสื่อสารกับเพื่อนนักศึกษาด้วยกันโดยเฉพาะ...

แต่ทว่า...ราวๆ เกือบเที่ยงคืนของวันที่ 18 ธันวาคม ขณะที่น้องๆ นักศึกษากำลังเตรียมขนข้าวของ เช่น เครื่องเสียง ลำโพง เข้าไปใช้ในการทำ กิจกรรมเหมือนเช่นปกติที่เคยทำกันมาทุกครั้งในหลายๆ กิจกรรม แต่ปรากฏว่า คืนนี้พวกเขาเข้าไปในมหาวิทยาลัยของตนเองไม่ได้... เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ของมหาวิทยาลัย ล็อกกุญแจ ประตูทางเข้าอย่างแน่นหนา

คำอธิบายของเจ้าหน้าที่คือ เป็นคำสั่งของ นายสมหมาย สุรชัย รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และเมื่อนักศึกษากลุ่มนี้ยืนยันที่จะเข้าไปทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยของตัวเองให้ได้แล้ว เจ้าหน้าที่ก็ต้องบอกว่า

...คมช. สั่งห้าม!

เป็นคำตอบสุดท้าย!

งานนี้นักศึกษาหลายสิบคนที่ทั้งสังกัด กลุ่มกิจกรรมนักศึกษาเพื่อสังคม และ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ต่างไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจ ตรงกันข้ามกลับยิ่ง เพิ่มดีกรี ีความมุ่งมั่นที่จะเข้าไปตั้งเวทีพูดคุยกับเพื่อนๆ ร่วมมหาวิทยาลัยข้างในให้ได้ เพราะนี่ไม่ใช่เวทีของพรรคการเมือง ไม่ได้มาช่วยใครหาเสียง แต่เป็นเวทีสาธารณะที่มุ่งเรื่องความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับร่างกฎหมายที่กำลังจะผ่านสภา เพราะความจริงที่ต้องยอมรับกันอย่างหนึ่งก็คือว่า มีไม่กี่คนในประเทศนี้เท่านั้นที่เข้าใจแจ้งว่าร่างกฎหมายฉบับต่างๆ ที่ สนช. ดึงดันจะผลักผ่านให้ได้นั้น มันมีความไม่ชอบมาพากล มีความเสี่ยงภัย และมีความเสียหายต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วประเทศอย่างไร...

นักศึกษากลุ่มนี้จึงต้องการเปิดเวทีนี้เพื่อเป็นช่องทางทำความเข้าใจเรื่องดังกล่าวกับคนหมู่มาก...

คำสั่งห้ามจากรองอธิการฝ่ายกิจการนักศึกษา ที่อ้างชื่อเผด็จการอย่าง คมช. นั้น จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหต ุสมผล และไม่ควรจะสยบยอมอย่างยิ่ง และถ้ามันเป็นจริงก็ แสดงว่ามหาวิทยาลัยของประชาชนแห่งนี้ ไม่มีผู้บริหาร ที่มีความกล้าหาญทางจริยธรรมหลงเหลืออยู่เลย เพราะนอกจากไม่ปกป้องนักศึกษาของตัวเอง ก็ยังยอมรับคำสั่งของเผด็จการมาน้อมรับใช้อย่างไม่ละอายแก่ใจ

แม้แต่มหาวิทยาลัยที่ถูกก่นด่าทั่วเมืองอย่างธรรมศาสตร์ เมื่อครั้งที่ผู้บริหารบางส่วนตบเท้าเข้ารับปูน บำเหน็จ รางวัลจากคณะรัฐประหาร...แต่อย่างน้อยอธิการบดีอย่างสุรพล ก็ยังกัดฟันยอมให้นักศึกษาของตัวเองจัดกิจกรรม เช่น วงเสวนาทางการเมืองได้...แม้จะจัดมาด่าตัวเองหรือด่า คมช. เจ้านายตัวเองอีกทีก็ตาม

แต่ที่รามคำแหงไม่ใช่อย่างนั้น...

จริงอยู่ที่ว่า พรรคการเมืองของนักศึกษารามคำแหงบางพรรคมีผู้สนับสนุนเป็นพรรคการเมืองใหญ่ๆ การระแวดระวังไม่อยากให้นักศึกษาจัดกิจกรรมในช่วงเลือกตั้ง จึงอาจเป็นเพราะเกรงว่าพรรคการเมืองจะฉวยโอกาส ซื้อเสียงจากนักศึกษาด้วยวิธีการที่ไม่ตรงไปตรงมา ไม่โปร่งใส

แต่ในกรณีเวทีสาธารณะของกลุ่มกิจกรรมนักศึกษาเพื่อสังคม รามคำแหงกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษา แห่งประเทศไทย (สนนท.) ที่ปีนี้มีเลขาธิการเป็นนักศึกษาเลือดรามคำแหงเต็มตัวนั้น... ถามว่าผู้บริหารจะไม่รู้เชียวหรือ ว่ามีเพื่อจุดประสงค์อันใด...

การที่นักศึกษากลุ่มนี้ประชาสัมพันธ์ไปล่วงหน้าทั่วมหาวิทยาลัย ว่าจะเป็นเวทีสำหรับชำแหละร่างกฎหมาย ฉบับต่างๆ ที่กำลังอยู่ในระหว่างพิจารณาของ สนช. นั้น เห็นได้ชัดว่าผู้เสียผลประโยชน์ก็เห็นจะมีแต่ฝ่าย สนช. หรือฝ่าย คมช. เท่านั้นเอง...โดยเฉพาะ ร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคง ที่ คมช. ตั้งเป้ามาเนิ่นนานแล้วว่า ยังไงก็ต้องผ่าน!

การห้ามนักศึกษาจัดเวทีโดยอ้างคำสั่ง คมช. นั้น จึงเป็นเรื่องที่คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกเสียจากไม่ต้องการ ให้เกิดกระแสคัดค้านร่างกฎหมายฮิตเลอร์ฉบับนี้...แต่ต้องการให้ร่วมกันปิดหูปิดตานักศึกษาประชาชน เพื่อปล่อยให้ร่างกฎหมายเผด็จการฉบับนี้ผ่านไปได้โดยสะดวกดาย

ล่าสุดนักศึกษายืนยันจะจัดเวทีโดยตั้งประจันหน้าอยู่หน้าประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาตั้งกำลังอยู่ประมาณกว่า 60 นาย

รวมทั้งยังไม่มีคำตอบอื่นใดจากผู้บริหาร นอกเสียจาก คาถา คมช. เท่านั้นเอง

สุดารัตน์-ชิดชัยถึงเวลามาตามนัด


ไม่ให้เรียกว่า 'นัดกันมา' ก็คงไม่มีใครเชื่อ สำหรับ 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นำทีมโดย พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรักษาการนายกรัฐมนตรี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายปองพล อดิเรกสาร นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช นายภูมิธรรม เวชยชัย นายสุธรรม แสงประทุม นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี นายอดิศร เพียงเกษ นายจำลอง ครุฑขุนทด นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ และ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา

เรียกว่า 'มากันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา' ข่าวว่า 'บรรยากาศ' สุดจะคึกคัก มีการ หยอกล้อ ประหนึ่งว่า เป็นการ 'ประชุม ครม. พลัดถิ่น' โดยมีอดีตรักษาการนายกรัฐมนตรี อย่าง พล.ต.อ.ชิดชัย นั่งหัวโต๊ะ

'เนื้อหาสาระ' ของการ 'รวมกลุ่มปรากฏตัว' ครั้งนี้ น่าจะแยกเป็น 3 ส่วนคือ

1. พล.ต.อ.ชิดชัย ยืนยันในเรื่อง อยากเห็นความสามัคคี ปรองดองของคนในชาติ

2. คุณหญิงสุดารัตน์ อยากให้ทุกฝ่ายยอมรับผลการเลือกตั้ง

3. นายจาตุรนต์ ประกาศสัญญาประชาคม ไม่เรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรม

ในการพล.ต.อ.ชิดชัย ซึ่งน่าจะเป็น 'ผู้ใหญ่' ยืนยันว่า การมาแสดง ท่าทีครั้งนี้ 'ไม่มีนัยยะทางการเมือง จะเชื่อหรือไม่ ต้องเป็นเรื่องที่ 'ประชาชน' จะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค.

แต่ฟัง ๆ ดูแล้ว สังเกตท่าที บรรยา กาศการประชุมที่ครื้นเครงแล้วทำให้คิดได้ว่า 'มั่นใจ' กับคำตอบอะไรบางอย่างอยู่หรือเปล่า

เพราะ 'ท่าที' ทั้งหมดนี้เป็น 'นัยยะ' ในการหาเสียงทางการเมืองทั้งนั้น อย่าง เรื่อง 'ปรองดอง' นั้นพูดกันทุกพรรคการเมือง พูดกันมาตั้งแต่ยังไม่มีการเลือกตั้ง จะมีที่เป็นปัญหาก็คือ 'นิรโทษกรรม' นี่แหละ เพราะหัวหน้าพรรคพลังประชาชนประกาศชัดเจนปาว ๆ ว่า จะนิรโทษกรรม 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ขณะที่ 'ลูกพรรค' กลับให้สัญญา 'ไม่เรียกร้อง'

ก็จะเรียกร้องไปทำไม ในเมื่อหัวหน้าพรรคใช้หาเสียงว่า จะนิรโทษกรรมแน่นอน

ส่วนเรื่อง 'ยอมรับผลการเลือกตั้ง' เชื่อแน่ว่า หากเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่มี 'ฝนห่าใหญ่' อย่างที่นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ว่าไว้

เชื่อแน่ว่า 'คงไม่มีใคร' ไม่ยอมรับ

3 ประเด็นสำคัญ ดู ๆ ไปแล้ว เหมือนต้องการจะดึง 'พลังเงียบ' ที่มีทั้งคนที่ยังไม่ตัดสินใจ คนที่ยังลังเล และคนที่ยังไม่เชื่อมั่นว่า 'จะจบจริง'

หรือนี่จะเป็นอีก 'กลยุทธ์' หนึ่งในการหาเสียงโค้งสุดท้ายที่นัดกันไว้ อย่างไรก็มากัน'“ตามนัด'.

บทความจากคอลัมน์ รายงานสถานการณ์ร้อน