ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, December 14, 2012

คำพูดเป็นนายคน (และเป็นนายของอภิสิทธิ์ด้วย)

ที่มา Voice TV




ในช่วงเวลาเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทั้งในบทบาทผู้นำฝ่ายค้านและนายกรัฐมนตรี เขาได้ใช้หลายช่วงเวลา สร้างชุดคำพูด ที่ประวัติศาสตร์การเมืองไทย ต้องบันทึกไว้ เพราะคำพูดเหล่านั้น ยังถูกนำมาใช้เป็นศรย้อนกลับเขา ในช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมีผู้ต่อต้านมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

คำพูดเป็นนายคน ยังเป็นวลีที่ยังใช้ได้ดีกับทุกคน ในทุกสมัย ไม่เว้นแต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในสมัยเขาเป็นฝ่ายค้าน ที่มีหลายชุดคำพูด กลายเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทย และเป็นคำพูดที่กลายเป็นศรย้อนกลับการกระทำของเขาในช่วงที่ดำรงตำแหน่งนายก รัฐมนตรีนาน 2 ปี 231 วัน

31 สิงหาคม 2551 นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน จัดชุดคำพูดนี้ ถึงนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยสามัญนิติบัญญัติ ซึ่งในขณะนั้น มีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเกิดขึ้นแล้ว

9 ตุลาคม 2551 หรือ เพียง 1 เดือนเศษ ก่อนที่เขาจะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ 2 วันหลังจากเกิดเหตุรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดทางให้คณะรัฐมนตรีได้เข้าอาคารรัฐสภา เพื่อแถลงนโยบายต่อที่ประชุม

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จัดชุดคำพูดนี้ ถึงรัฐบาล

ผมไม่นึกไม่ฝันว่า เรามีรัฐที่ได้ทำร้ายประชาชนถึงขั้นเสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส"

"แล้วเรายังมีรัฐ ที่พยายามยัดเยียดความผิดกลับไปให้ประชาชนอีก เป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ครับ"

" พฤติกรรมอย่างนี้ ไม่มีทางนำพามาซึ่งความสมานฉันท์ความปรองดอง"

"พันธมิตรทำถูก  ทำผิด รัฐบาลไม่มีสิทธิ์ทำผิด ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายประชาชน อันนี้คือจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์"

"เราเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ทำในสิ่งที่เราพอจะทำได้ ถ้าการทิ้งตำแหน่งนั้นทำให้บ้านเมืองสงบแก้ไขปัญหาได้ เราทำทันที"

"การเมืองในวิถีทางประชาธิปไตย ไม่มีที่ไหนในโลก ที่ประชาชน ถูกทำร้ายจากภาครัฐแล้ว รัฐบาลที่มาจากประชาชนไม่แสดงความรับผิดชอบ"

นายอภิสิทธิ์ ในสมัยที่เป็นฝ่ายค้าน ยังเคยให้สัมภาษณ์ในรายการถามจริง ตอบตรง ทางสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที หรือช่อง 11 โดยเรียกร้องหลายประเด็นให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อลดความขัดแย้งในบ้านเมือง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 17 ธันวาคม 2551 ถึง 5 สิงหาคม 2554 รัฐบาลของเขาเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง ไม่แตกต่างจากรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์  ซึ่งในครั้งนี้ เขาในฐานะนายกรัฐมนตรี ตอบกลับข้อเรียกร้องให้รัฐบาลบยุบสภา และเรื่องการใช้กำลัง เข้าควบคุมมวลชนแตกต่างออกไป

และประโยคสุดท้าย จากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะกลายมาเป็นนายของเขาอีกครั้ง นั่นคือการให้สัมภาษณ์ในรายการ BBC World News ของสถานีโทรทัศน์บีบีซี เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะช่วงเวลา 5 นาทีเศษ ที่คนไทยได้ดูคลิปนี้ จากเว็บไซต์ยูทูป เขาได้พูดประโยคสำคัญที่ว่า มีคำสั่งให้ใช้กระสุนจริงภายใต้สถานการณ์แบบไหน  ซึ่งคำสั่งออกโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อป้องกันตัวเอง เพื่อป้องกันการเสียชีวิตของประชาชน  และโชคร้ายที่มีประชาชนเสียชีวิต หรือ And unfortunately, some people died

ซึ่งความโชคร้ายตามมุมมองของนายอภิสิทธิ์ ทำให้ประวัติศาสตร์การเมืองไทย ต้องบันทึกว่า ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นาน 2 ปี 231 วัน  มีผู้ชุมนุมต่อต้านเขาและรัฐบาลเสียชีวิตและบาดเจ็บมากที่สุดในประเทศไทย เพราะการชุมนุมนาน 2 เดือน 7 วัน ระหว่างวันที่ 12 มีนาคม ถึง 19 พฤษภาคม มีผู้เสียชีวิต 99 รายและบาดเจ็บกว่า 2,000 คน
13 ธันวาคม 2555 เวลา 18:10 น.

Thursday, December 13, 2012

ล้านคำบรรยาย (พิเศษ) การ์ตูนเซีย 13/12/55 ทำเหมือนกับจะถึงวันสิ้นโลกของพวกเขา

ที่มา blablabla

 



ฮุย เล ฮุย ทุยส์แลนด์ แดนตอแหล
ไม่เปลี่ยนแปร ความระยำ ทำไขสือ
ปากปราศรัย ใจโสมม สมคำลือ

นี่แหละคือ ดินแดน แคว้นสนธยา....

คนดีๆ ถูกเหยียบย่ำ ทำลายสิ้น
ด้วยเล่ห์ลิ้น สามานย์ สันดานหมา
คอยจิดตอด เห่าหอน อ้อนบาทา
สมชื่อว่า "เมืองตอแหล" ไม่แคร์ใคร....

ชื่อ "ทักษิณ" แม้ร้อนหนาว ก้าวไม่พ้น
ตามหลอกหลอน ทุกข์หมองหม่น จนเป็นไข้
วันสิ้นโลก หากย่อยยับ แตกดับไป
พวกจัญไร มันตามโกรธ โทษคนเดียว....

เดินหน้าแก้ รัฐธรรมนูญ เพิ่มพูนผล
แม้นมืดมน ทุกที่ทาง กลางน้ำเชี่ยว
จะคอยรอ และชื่นชม วันกลมเกลียว
อย่าแอบเบี้ยว หลบไปหงอ รอวันตาย....

๓ บลา / ๑๓ ธ.ค.๕๕

'อภิสิทธิ์-สุเทพ'ไม่เซ็นรับข้อกล่าวหาร่วมฆ่าประชาชน

ที่มา Voice TV

 'อภิสิทธิ์-สุเทพ'ไม่เซ็นรับข้อกล่าวหาร่วมฆ่าประชาชน


อภิสิทธิ์ และ สุเทพ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ไม่ลงลายมือชื่อในสำนวนการสอบสวน ลั่นขอสู้ถึงที่สุด มั่นใจไม่ใช่คนขี้โกง

วันนี้ (13 ธ.ค.) นายถาวร เสนเนียม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังร่วมฟังการสอบปากคำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ว่า เบื้องต้นทั้ง 2 คนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ยอมลงลายมือชื่อในสำนวนการสอบสวน เพราะถือว่าไม่ได้กระทำความผิด ซึ่งตนได้ตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการตั้งข้อกล่าวหาดังกล่าว ในขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี นั้น ต้องมีการส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. แต่คดีนี้ ไม่มีการส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. ดังนั้นขั้นตอนจึงจบในชั้นพนักงานสอบสวนดีเอสไอ

ตนถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำผิดกฎหมาย ใช้อำนาจโดยมิชอบ เพราะในขณะนั้น นายอภิสิทธิ์ ในฐานะ นายกรัฐมนตรี มีเหตุการวุ่นวายในบ้านเมือง มีกลุ่มก่อการร้ายเผาบ้านเผาเมือง รัฐบาล จำเป็นต้องออกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมเหตุการณ์ และเมื่อมีกลุ่มชายชุดดำทำร้ายเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ต้องป้องกันตัว จึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.68

ส่วนจะมีการฟ้องกลับทาง ดีเอสไอ หรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่เชื่อว่า ใครทำอะไรไว้ เวรกรรมมีจริง

ส่วนนายกรณ์ จาติกวนิช อดีตรมว.คลัง โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ได้เปิดเผยว่า "ผมจะต่อสู้ภายใต้กรอบกฎหมาย ผมไม่ใช่คนขี้ขลาด ไม่ใช่คนขี้โกง ผมมั่นใจในความบริสุทธิ์ของผม"  

13 ธันวาคม 2555 เวลา 16:19 น.

ฮือฮา! เสื้อแดงเปิด "ธรณีกรรแสง" ต้อนรับ "อภิสิทธิ์-สุเทพ" เมื่อก้าวเท้าเข้า DSI

ที่มา go6tv



วันที่ 13 ธันวาคม 2555 (go6TV) ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เดินทางถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยมีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนให้การต้อนรับอยู่บันไดหน้าตึก
ในขณะที่ขบวนรถจอดและประตูเปิด นายสุเทพได้ก้าวลงมาก่อน ตามมาด้วยนายอภิสิทธิ์ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมด้านนอก จากนั้น ตำรวจปราบจลาจลได้พานายอภิสิทธิ์และนายสุเทพเข้าไปในอาคาร  ระหว่าง ที่ตำรวจพาตัวนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพเข้าไปในอาคารนั้น ภายนอกอาคาร ญาติผู้เสียชีวิตได้เปิดเพลงธรณีกรรแสง ที่ใช้ในงานศพดังกระหึ่มทั่วบริเวณขึ้นมาเป็นการต้อนรับนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพอย่างเป็นทางการ สร้างความคึกคักให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทีมงานดีเอสไอที่อมยิ้มกันเป็นแถว

ทั้งนี้นายธาริต กล่าวว่า คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงในการสอบปากคำนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ซึ่งดีเอสไอจัดชุดพนักงานสอบสวนไว้ชุดเดียว เนื่องจากทั้งสองถูกตั้งข้อกล่าวหาในคดีเดียวกัน โดยทุกขั้นตอนการสอบสวนทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันตลอด แต่ในกรณีที่นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ จะกลับไปรวมรวบเอกสาร เพื่อนำมามอบให้พนักงานสอบสวนในภายหลังก็อาจใช้เวลาไม่มากนัก

Wednesday, December 12, 2012

"จารุพรรณ" ชี้ "อภิสิทธิ์" รับใช้กระสุนจริง สามารถใช้ในศาลได้

ที่มา go6tv



12-12-12 - go6TV ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.จารุพรรณ กุลดิลก ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์บีบีซี ประเทศอังกฤษถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ว่า “ที่นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์โดยบิดเบือนข้อเท็จจริงเป็นสิ่งที่ไม่เกินความ คาดหมาย ประเด็นคือการยอมรับว่าได้สั่งการให้มีการใช้กระสุนจริงในการสลายการชุมนุม”
1. การที่นายอภิสิทธิ์ไม่ยอมรับรายงานของ “ฮิวแมนไรท์วอทช์” แต่ยอมรับรายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ทั้งที่ คอป. บอกว่าชายชุดดำพิสูจน์ไม่ได้ 

2. นาย อภิสิทธิ์บอกว่า ไม่มีการบุกเข้าไปสลายการชุมนุมมีเพียงการตั้งด่าน ตรงนี้เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะทั้งโลกเห็นหมดว่ามีการใช้รถหุ้มเกราะ รถถัง อาวุธปืนครบมือ การบุกเข้าสลายการชุมนุม ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์บีบีซี ก็อยู่ในเหตุการณ์ตอนเสื้อแดงชุมนุมตลอดเวลา" 
“ซึ่ง ขณะที่นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ BBC อยู่นั้น นายอภิสิทธิ์ คงไม่ได้เห็นว่า คำพูดของตนนั้นขัดแย้งกับภาพประกอบที่สำนักข่าว BBC ได้เคยถ่ายจากวันสลายการชุมนุม และนำขึ้นเปรียบเทียบกัน  จะเห็นภาพจากในคลิปว่าขณะนั้น ทหารเข้ากระหน่ำยิงใส่ผู้ชุมนุมที่วิ่งหนีกันและมีศพคนตาย  โลกได้เห็นว่าใครกันแน่พูดเท็จ”   
3. คำถามที่ว่าเสียใจไหมที่มีการสั่งให้ใช้กระสุนจริง นาย อภิสิทธิ์ตอบว่าเสียใจที่มีคนตาย แต่ยังไม่ยอมรับว่าเสียใจ ที่ใช้กระสุนจริง ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น คือ คนที่เสียชีวิตทั้งหมดเป็นคนที่มือเปล่าทั้งสิ้น แต่เขาไม่ได้ตอบเรื่องนี้เป็นคนละเรื่องคนละประเด็นกัน
4. พอเริ่มจนมุมกับคำถามของพิธีกร ก็ยกตัวอย่าง การประชุม จี 20 ที่ประเทศอังกฤษ ก็มีการชุมนุมแล้วและมีผู้ชุมนุมเสียชีวิต ไม่เห็นมีนายกรัฐมนตรีต้องมารับผิดชอบเลย
"ใน ฐานะที่เป็นคนไทยการให้สัมภาษณ์ของอดีตนายกรัฐมนตรีควรแสดงความรับผิดชอบ เรื่องการตายของพลเรือน แต่กลับออกไปแก้ตัวแบบพัลวัน จึงไม่ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย แต่ในแง่คดีความ ถึงขั้นยอมรับว่ามีการสั่งการให้ใช้กระสุนจริง ส่วนนี้สามารถนำไปใช้ทางศาลได้ เพราะในทางข้อกฎหมายถือว่าเป็นการยอมรับ ดังนั้น จะรวบรวมยื่นให้กับศาลอาญาระหว่างประเทศต่อไป" 

ทั้ง นี้การที่นายอภิสิทธิ์บอกว่าถ้าศาลจะตัดสินให้ถึงขั้นประหารชีวิตก็ยอม ถือเป็นการยอมรับไปเรียบร้อยแล้วสำหรับเหตุการณ์การสลายการชุมนุมที่เกิด ขึ้น อย่างไรก็ตาม การกล้าออกมายอมรับความจริงอย่างรวดเร็วในครั้งนี้ก็สะท้อนให้เห็นว่า นายอภิสิทธิ์มีความเชื่อมั่นว่าจะไม่ต้องเผชิญกับโทษที่สูงที่สุดในประเทศ ไทยใช่หรือไม่? น.ส.จารุพรรณกล่าว

ประชาธิปัตย์ผวา! กลัวแม่ยกไร้สติ สั่งด่วนห้ามไปให้กำลังใจ "อภิสิทธิ์"

ที่มา go6tv

 

12-12-12 go6TV - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางกลับจากประเทศอังกฤษถึงประเทศไทย เวลา 06.00 น. จากนั้นได้เดินทางเข้าพรรคประชาธิปัตย์ในเวลาประมาณ 09.50 น. พร้อมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ โดยได้เรียกทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยทีมทนายความส่วนตัวเข้าหารือที่พรรคประชาธิปัตย์ ห้องประชุมอาคารมูลนิธิควง อภัยวงศ์ ชั้น 2 จากนั้นเวลา 10.30 น. นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ใน วันพรุ่งนี้ (13 ธ.ค.) เวลา 13.00 น. นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ จะเดินทางออกจากพรรคประชาธิปัตย์เพื่อไปรับทราบข้อกล่าวหาของกรมสอบสวนคดี พิเศษ หรือดีเอสไอ ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมให้ความร่วมมือตามกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้อง อยากขอให้ผู้ที่จะมาให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ไม่ต้องเดินทางไปที่ดีเอสไอ เพราะหากเกิดอะไรขึ้นเขาต้องโยนให้พรรคประชาธิปัตย์รับผิดชอบแน่นอน ซึ่งเราเห็นว่าขณะนี้มีความพยายามสร้างภาพว่า นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เหมือนผู้กระทำผิด โดยมีความพยายามดิสเครดิตบุคคลทั้งสอง ด้วยการกำหนดเงื่อนไข 4 ข้อ คือ 1.ต้องไม่หลบหนีคดี 2.ไม่ยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน 3.ไม่เป็นอุปสรรคต่อคดี และ 4.ไม่ก่อเหตุประการอื่น 

ส่วน ข้อกล่าวหานั้น นายชวนนท์กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมว่า เป็นเพียงคำสั่งที่ให้ใช้อาวุธ เป็นคำสั่งตามหลักสากล และชอบด้วยกฎหมายทั้งสิ้น จึงอยากเรียกร้องให้ดีเอสไอ ดำเนินการทุกอย่างตรงไปตรงมา

พิพากษา "ยกฟ้องเผาห้าง CTW" ศาลเยาวชนฯ ระบุไม่มีหลักฐาน!

ที่มา go6tv



วันที่ 12 ธันวาคม 2555 (go6TV) ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง อ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 2 คน เป็นจำเลยฐานร่วมกันวางเพลิงเผาห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมืองวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 จนเป็นเหตุให้ นายกิติพงษ์ สมสุข อายุ 20 ปี ซึ่งอยู่ในอาคารเซ็นทรัลเวิลด์ ถึงแก่ความตาย
ทั้งนี้ โดยศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง มีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 2 คน เนื่องจากไม่มีประจักษ์พยานที่ระบุว่า จำเลยกระทำความผิด และจากการสืบพยานที่เป็นทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่อยู่ในเหตุการณ์ ไม่สามารถยืนยันได้ว่า จำเลยทั้ง 2 คน เป็นผู้ก่อเหตุ ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง
                      
          สำหรับคดีที่เกี่ยวกับกรณีการเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ได้ถูกแยกเป็นคดีความผิดฐานปล้นทรัพย์,คดีความผิดเกี่ยวกับการวางเพลิง โดยคดีปล้นทรัพย์ มีจำเลย 7 คน ซึ่งศาลอาญากรุงเทพใต้ สั่งยกฟ้องจำเลย 6 คน มีเพียง นายคมสันต์ สุดจันทร์ฮาม จำเลยที่ 3 ที่ถูกพิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี
                ทั้งนี้ เยาวชนสองคนดังกล่าว เป็นพนักงานร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าที่ถูกเพลิงไหม้ ทำงานอยู่จนกระทั่งห้างประกาศปิดระหว่างมีการชุมนุม จึงออกมาเป็นอาสาสมัครช่วยงานตามเต็นท์ต่างๆ พอเกิดเหตุทหารบุกสลายการชุมนุม ด้วยความเคยชินกับห้างที่ตนทำงาน จึงได้วิ่งหลบกลับเข้าไปในห้างสรรพสินค้า เพราะรู้เส้นทางได้ดี แต่พอวิ่งเข้าไป กลับถูกทหารจับกล่าวหาว่ามาขโมยสินค้าในห้างและวางเพลิง ทั้งที่เยาวชนทั้งสองคนยืนยันและมีหลักฐานชัดเจนว่า ตนคือพนักงานในร้านค้าห้างสรรพสินค้านั้น แต่ทหารไม่เชื่อจึงส่งฟ้องในคดีเผาห้างจนศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในวันนี้