WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, March 21, 2011

′หลัง′ ซักฟอก

ที่มา มติชน



โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

(ที่มา คอลัมน์สถานีคิดเลขที่ 12 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 20 มีนาคม 2554)

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ โชว์ฟอร์มพอใช้ได้ในการนำทัพลุยศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ใช้ได้เมื่อเทียบกับภาวะ "ติดลบ" ก่อนหน้าก่อนหน้า เพราะมีเสียงดูถูกดูแคลนว่า "หน่อมแน้ม"

ทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าพออาศัย

อย่างไรก็ตาม สึนะ "มิ่ง" เล็กกระจ้อยเมื่อต้องเผชิญกับ "สึนะมิ" จริงที่ญี่ปุ่น

"สึนะมิ" ที่ญี่ปุ่น ยึดครองพื้นที่สื่อไปเกือบหมด

เป้าหมายของศึก "การอภิปรายไม่ไว้วางใจ" ที่หวังจะตอกย้ำการบริหารงานบกพร่อง-ผิดพลาดของ "รัฐบาลอภิสิทธิ์" จึงลดระดับเป็นพระรอง

ประชาธิปัตย์ คงต้อง ค้อมหัวให้ "หายนะของญี่ปุ่น" ครั้งนี้ เพราะกลบ "หายนะการเมือง" ที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเองไปเยอะ

แถมตีกินได้อีกว่า ทีมซักฟอกของนายมิ่งขวัญ ดีไม่สมราคาคุย

และคงใช้เรื่องนี้เกทับบลั๊ฟฟ์แหลกกันไปจนถึงเลือกตั้ง

ซึ่งก็เป็นธรรมดาทางการเมือง ใครได้เปรียบ ก็ต้องขี่แพะไล่ให้ถึงที่สุด

อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจ ก็คือ "หลัง"ซักฟอก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะประเมิน สึนะ "มิ่ง" อย่างไร

ประเมินอย่างเข้าใจสภาพที่ไม่เอื้ออำนวย จึงทำให้การซักฟอกครั้งนี้ไปไม่ถึงจุด "พีค" อย่างที่วางเป้าหมายไว้

ถ้าเป็นเช่นนั้น นายมิ่งขวัญซึ่งประกาศระหว่างสรุปญัตติซักฟอก "ขอเป็นคู่ชิงนายกฯกับนายอภิสิทธิ์" ก็คงได้ลุ้น "อนาคตทางการเมือง" ของตนเองอีกรอบ

แน่นอน นายมิ่งขวัญย่อมเชื่อมั่น ใน "ของ" ที่ตนเองมีอยู่ ไม่ว่าการ "ลงทุน" อย่างหนักเพื่อดึง ส.ส.เข้าสังกัดจำนวนหลายสิบ ทำให้เสียงดังในพรรค

ขณะเดียวกันภาพที่ไม่ได้แดงจัด

ประนีประนอม

และค่อนข้างเปิดกว้างทางการเมือง

ตรงนี้อาจเป็นประโยชน์ ในกรณีที่พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง และมีสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาล

เพราะ "ฝ่ายตรงข้ามพรรคเพื่อไทย" ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น อาจจะพอรับได้ ไม่สร้างแรงเสียดทานทางการเมืองให้มากเกินไป

หาก พ.ต.ท.ทักษิณเห็นพ้องในจุดนี้ โอกาสที่นายมิ่งขวัญจะยืนอยู่ในแถวหน้าของพรรคเพื่อไทยก็มีอยู่สูง

กระนั้นน่าสังเกตว่า ระหว่างที่นายมิ่งขวัญนำทัพลุยศึกซักฟอกในสภา

กลับมีกระแสข่าวในสื่อมวลชนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะถูกดันขึ้นมาเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันดับที่ 1

และจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ต่อกระแสข่าวนี้ แม้จะไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่จริง

แต่การปรากฏข่าวเช่นนี้ออกมา สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นผู้ที่จะนำทัพพรรคเพื่อไทย ยัง "ไม่นิ่ง"

มีการโยนหินถามทางกันอยู่

ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อนายมิ่งขวัญนัก

เพราะเท่ากับบอกว่า สึนะ "มิ่ง" ไม่ได้แรงเพียงพอที่จะเป็นผู้นำ

ความแปรผันยังเกิดขึ้นได้เสมอในพรรคเพื่อไทย

การช่วงชิงการนำของฝ่ายต่างๆ ยังเป็นไปอย่างเข้มข้น

ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณ ก็อาจจะประสงค์ดำรงสภาพ ภาวะ "ไร้หัว" เอาไว้ก็ได้

เพื่อที่จะใช้เป็นเครื่องมือถ่วงดุล และคานอำนาจในพรรค โดยที่ พ.ต.ท.ทักษิณสามารถดำรงความสำคัญสูงสุดในพรรคต่อไป

ไม่ต้องไปพึ่งจมูกของใครหายใจ

เอาไว้หลังเลือกตั้ง ค่อยประเมินสถานการณ์ว่าจะใช้ "ไพ่" ใบไหนเล่น เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายสูงสุด คือจัดตั้งรัฐบาล

อาจจะเป็นได้ทั้งคน "ในพรรค" และ "นอกพรรค"

"มิ่งขวัญ" ที่ประกาศเป็นคู่ชิงนายกฯผ่านถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ไปทั่วประเทศ เมื่อดึกวันที่ 18 มีนาคม จึงไม่แน่

สถานการณ์ "หลัง" ซักฟอก ของพรรคเพื่อไทยน่าติดตามยิ่ง

"ฝ่ายค้าน"ที่น่ากลัวกว่า

ที่มา มติชน



โดย สรกล อดุลยานนท์

(ที่มา คอลัมน์สถานีคิดเลขที่ 12 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 19 มีนาคม 2554)

ฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้านแล้ว ต้องยอมรับเลยว่า "ประชาธิปัตย์" เหนือชั้นจริงๆ ในเรื่องการตอบโต้ในสภาผู้แทนราษฎร

โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย

ถือเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวที่ลอกเลียนแบบได้ยาก

กลยุทธ์ที่ใช้ประจำก็คือ เริ่มต้นด้วยการ "ดิสเครดิต"

ทำลาย "ความน่าเชื่อถือ" ของ ส.ส.ฝ่ายค้านที่อภิปราย

หยิบเรื่องเล็กๆ ที่เห็นชัดว่า "ฝ่ายค้าน" ผิดพลาดมาเริ่มต้นก่อน

ปูพื้นความผิดพลาด 2-3 เรื่อง เพื่อให้คนฟังรู้สึกว่าคนพูดไม่น่าเชื่อถือ

จากนั้นจึงเลือกตอบในประเด็นที่ได้เปรียบ

ชวนทะเลาะในเรื่องที่ตัวเองได้เปรียบ

ส่วนเรื่องที่เสียเปรียบก็จะหลีกเลี่ยง หรือเลือกมุมที่จะตอบ

เป็นลีลาเหมือนกับ "นักมวย" ที่พลิกออกจากมุม

ตัวอย่างที่ดีที่สุด คือ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" และ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"

มีคนบอกว่านี่คือการประยุกต์เทคนิคของ "ทนายความ" และ "นักโต้วาที" มาผสมผสานกันจนกลายเป็น "นวัตกรรม" ของ "ประชาธิปัตย์"

ไม่เชื่อลองสังเกตดูสิครับ

การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภานั้นตัดสินกันด้วยการยกมือของ ส.ส

ฝ่ายไหนได้มากกว่าก็ชนะ

ที่ผ่านมาการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เกมจะจบลงแค่ในสภา

แต่การอภิปรายครั้งนี้มี 2 ยกครับ เพราะ "อภิสิทธิ์" ประกาศแล้วว่าจะยุบสภาภายในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคมนี้

หรืออีกไม่เกิน 50 วันนับจากนี้

ยกแรก คือ ในสภา "อภิสิทธิ์" อาจชนะ

แต่ "สนามเลือกตั้ง" ซึ่งเป็น "ยกที่สอง" บอกได้เลยว่า ไม่แน่ !!

เพราะคนตัดสินคือ "ประชาชน"

ช่วง 50 วันนับจากนี้ ไม่มีใครรู้ว่ารัฐบาลต้องเผชิญกับอะไรบ้าง

เรื่องปัญหาความขัดแย้งกับกัมพูชา ที่เงียบๆ ไปนั้น

เดี๋ยวก็ผุดขึ้นมาอีกครั้งแน่นอน

เพราะตัวเร่งปฏิกิริยาอย่าง "กลุ่มพันธมิตร" ยังชุมนุมอยู่

หรือเรื่องวิกฤตการณ์สึนามิและโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นซึ่งน่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

และประเทศไทยก็คงไม่พ้นจากวิกฤตการณ์นี้

แต่ที่น่ากลัวที่สุดก็คือ เรื่องปัญหาเศรษฐกิจ

เสียงบ่นในสภาจบแล้ว

แต่เสียงบ่นของประชาชนยังไม่จบ

ข่าวเรื่อง "ของแพง" จะกลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้จะแรงขึ้น

เพราะนอกจากสินค้าจำนวนมากที่ขยับตัวขึ้นไปแล้ว

ยังมีสินค้าอีกหลายตัวที่รอคิวขึ้นราคา

นี่คือ เรื่องใหญ่ที่สุดของรัฐบาล "อภิสิทธิ์"

เพราะคนที่บ่นเรื่องนี้คือ "แม่บ้าน"

ออกไปนอกบ้าน เสียงของ "แม่บ้าน" อาจไม่ดัง

แต่ในบ้าน เสียงของ "แม่บ้าน" ดังที่สุด

เรื่องของแพงนั้น ในสภาอาจใช้ "วาทศิลป์" แก้ปัญหาได้

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง "วาทศิลป์" ช่วยอะไรไม่ได้

เพราะชาวบ้านเดือดร้อนจริง

เงินออกจากกระเป๋าเพิ่มขึ้นจริง

ในแวดวงการเมืองเขาจึงว่าพรรคฝ่ายค้านในสภาที่ชื่อว่า "เพื่อไทย" นั้นไม่น่ากลัวเท่ากับพรรคฝ่ายค้านนอกสภา

ที่ชื่อว่า "ความจริง"

"พี"ไพโรจน์ สุวรรณฉวี พรรคที่ 1 ต้องได้ตั้งรัฐบาล

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ สัมภาษณ์พิเศษ



ศึกซักฟอกเสร็จสิ้นลงตามโพย ทั้งนายกฯ และรัฐมนตรีที่ขึ้นเขียงต่างได้รับเสียงไว้วางใจฉลุย

จากนี้ปฏิทินการเมืองโฟกัสไปการเลือกตั้งใหญ่ ตามที่นายกฯ เคยประกาศไว้ว่าจะยุบสภาช่วงสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค.

ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี แกนนำกลุ่มโคราช พรรคเพื่อแผ่นดิน หนึ่งในกลุ่ม 3 พี วิเคราะห์การเลือกตั้งครั้งหน้า โดยมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นผู้ชนะ

พร้อมกับตั้งข้อสังเกตถึงการจับมือเป็นพันธมิตรระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับชาติไทยพัฒนาไว้อย่างน่าสนใจ



หลังจากที่ผมตกงานมีเวลาว่างมาก จึงนำโรดแม็ปการเลือกตั้งจาก 400 เขต เหลือ 375 เขต มาดู ภาคใต้ให้ประชาธิปัตย์ 50 ที่นั่ง กทม. เมื่อถูกลดลงเหลือ 33 ที่นั่ง ให้ประชาธิปัตย์ 27 ที่นั่ง ส่วนรอบนอกกทม. ให้เพื่อไทย 6 ที่นั่ง

อีสาน ประชาธิปัตย์เต็มที่ไม่เกิน 8-9 ที่นั่ง แพ้เพื่อไทย 70 ที่นั่ง ดังนั้น ถ้าเอาใต้-กทม.-อีสานก็เสมอกันไป

ภาคเหนือ เพื่อไทยชนะประมาณ 15 ที่นั่ง ภาคกลาง ถูกผ่าแบ่งกันไปทุกพรรค ภาคกลางสายตะวันออกตั้งแต่ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ที่ผ่านมาเป็นของประชาธิปัตย์หมด แต่วันนี้มีโอกาสติดลบ ต้องแบ่งภูมิใจไทยและเพื่อไทย โดยเฉพาะจันทบุรี และระยอง

ส่วนสุพรรณบุรี อ่างทอง ชาติไทยพัฒนาตรึงไว้แน่น อยู่แล้ว

สำหรับส.ส.บัญชีรายชื่อ เอาจากฐานเดิมในการเลือกตั้งครั้งก่อนมาคิดเป็นฐานใหม่ ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยสูสีกัน 50-55 ที่นั่ง ไม่หนีกัน ดังนั้น เบ็ดเสร็จฟันธงว่าเพื่อไทยชนะประชาธิปัตย์

ส่วนจะบวกลบเท่าไหร่นั้น ไม่อาจพูดได้ ต้องดูการแบ่งเขตของกกต.อีกครั้ง เพราะนี่ประเมินจากฐานของคราวที่แล้ว ซึ่ง 400 เขต ประชาธิปัตย์ได้เพียง 133 เขต เพื่อไทย 190 เขต บัญชีรายชื่อใกล้เคียงกัน 30 กว่าๆ บวกลบกันแค่ 1-2 คน แต่เขตห่างกันเยอะมาก

ดังนั้น ระบบเขตวันนี้ ประชาธิปัตย์ไม่สามารถเอาเพิ่มได้ โดยเฉพาะภาคอีสาน แม้ภาคเหนืออาจเพิ่มได้เล็กน้อยแต่ก็ยังแพ้

ส่วนภาคกลางอัดกันแน่น ชุลมุนกันอยู่ ไม่ว่าประชาธิปัตย์ เพื่อไทย ชาติไทยพัฒนา ภูมิใจไทย ยังไม่นับรวมชาติพัฒนาที่อาจสอดแทรกได้บางเขต 2-3 คน

วันนี้ยังไม่ต้องพูดกันถึงพรรคร่วมรัฐบาล ต้องดูว่าใคร พรรคไหน จะได้อันดับ 1 เพราะถ้าใครอันดับ 1 ก็มีความชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาล

ส่วนชนะที่ 1 แล้วจัดตั้งได้หรือไม่ได้นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทุก วันนี้ต้องดูเหตุการณ์ในลิเบีย อียิปต์ ตูนิเซีย เราต้องนึกด้วย ถ้าไม่ ให้ความชอบธรรมในการให้พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล จะทำได้หรือไม่

และในโลกแห่งความศิวิไลซ์นั้น ความชอบธรรมทาง การเมืองจะทำตามอำเภอใจ คิดจะทำอย่างไรก็ได้ ถามว่ามันจะทำได้หรือไม่

ตรงนี้ยังเป็นปริศนาที่ทุกคนต้องไปดูสถานการณ์ ณ วันนั้น

การจัดตั้งรัฐบาลหน้า พรรคขนาดกลางและเล็กยังมีความสำคัญ

แน่นอน ไม่มีพรรคไหนชนะได้เด็ดขาด พรรคอันดับ 1 เก่งสุดไม่น่าเกิน 220 เสียง เพราะประชาธิปัตย์ 133 เสียง เพื่อไทย 190 เสียง ลบเสียงนกแลที่ออกจากเพื่อไทยไป 20-30 เสียง ก็ยังห่างกันมากอยู่ดี แล้วจะไปไล่กันได้อย่างไร

ส่วนโอกาสแลนด์สไลด์มีอย่างเดียว คือออกมาทางสายเพื่อไทยพรรคเดียวเท่านั้น ออกสายอื่นไม่มีเด็ดขาด ปาฏิหาริย์ไม่มี ยกเว้นโกง เปลี่ยนหีบเลือกตั้ง แต่วันนี้ยาก ยุคโลกาภิวัตน์แล้วยาก

พรรคภูมิใจไทยรู้ตัวจึงชิงจับมือชาติไทยพัฒนาก่อน

นี่คือสัญญาณไม่สู้ดี แต่อย่าไปยุ่งกับพรรคอื่น อย่าแกว่งปากไปหาก้อนอิฐเลย

การประกาศตัวก่อนอย่างนี้ถือว่าเสียเปรียบหรือไม่

สังคมจะให้คำตอบว่าเป็นลบหรือบวก ดูสีหน้า พี่บรรหาร (ศิลปอาชา) ก็รู้ว่าไปจับมือแล้วดีหรือไม่ดี

พรรคเพื่อแผ่นดินตกขบวน ทั้งที่เดิมเป็นพันธมิตรกับชาติไทยพัฒนา

ไม่รู้สึกเลย รู้ว่านั่นคือดราม่า ครั้งที่แล้วก็มีรอบหนึ่ง ลองไปดูประวัติศาสตร์ที่มีการนั่งคุยกันของพรรคเพื่อแผ่นดิน จะไปบ้านท่านบรรหารแต่ก็มีการตัดหน้า ประวัติศาสตร์มีอยู่ให้เห็น

ภาพดราม่านั้นมีขึ้นเพื่ออะไร

อย่าให้ตอบเลยดีกว่า แต่ท่านพุทธทาสกล่าวไว้ว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง

ความเลวร้ายของการเมืองไทยปัจจุบันคือ การประมูลซื้อตัวส.ส. โดยใช้เงินมากมายมหาศาล ทั้งที่กติกาการเลือกตั้งนั้น กกต.ให้ใช้ไม่เกินคนละ 1.5 ล้านบาท

แต่วันนี้ซื้อตัว 50-60 ล้าน บวกงบประมาณต่างหาก ชี้ได้ว่าการเลือกตั้งมันเลวร้าย แต่ถึงเลวร้ายแค่ไหนเราก็ต้องต่อสู้กับความเลวร้ายนั้น เพื่อคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณของความ เป็นประชาธิปไตย

ต้องเชื่อมั่นว่าเงินซื้อคนไม่ได้ สื่อต้องช่วยแสดงให้เห็นความสำคัญของการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งหนึ่งในกติกาคือ การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม

เราต้องต่อสู้ อย่าปล่อยให้มีการโกง การเปลี่ยนหีบ การซื้อ ต้องตะโกนดังๆ ให้ประชากรโลกได้รับรู้ อย่าไปกลัวมัน ความกลัวทำให้เสื่อม ต้องไม่กลัว ต้องมุ่งมั่น

เพื่อไทยชนะเลือกตั้งจะดึงใครร่วมรัฐบาลบ้าง

เป็นสิทธิ์ความชอบธรรมของพรรคเพื่อไทยที่จะจัดตั้งรัฐบาล

หากพรรคเพื่อแผ่นดินได้รับทาบทาม

ผมอยู่บ้านเลขที่ 111 คงต้องไปถามหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค วันนี้ผมพูดตามทฤษฎีการเมือง พูดในเรื่องที่เป็นวิทยาศาสตร์ ว่ากติกาประชาธิปไตยนั้น ความชอบธรรมอยู่ที่ใครชนะเลือกตั้ง

ถ้าชนะแต่ไม่มีพรรคอื่นไปรวมด้วย ก็จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้

ไม่จริง คนชนะต้องได้ตั้งรัฐบาล ผมคิดว่าตั้งได้ ไม่ว่าใครชนะที่ 1 และมีเสียงพรรคร่วมรัฐบาลเพียงพอ ส่วนพรรคภูมิใจไทยจะเป็นฝ่ายค้าน

แต่ประชาธิปัตย์น่าจะจับมือกับภูมิใจไทย

ผมมองตา นายกฯ อภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) หลายรอบแล้ว มองอย่างไรก็เห็นว่าในสายตานายกฯ อภิสิทธิ์ ภูมิใจไทยไม่ใช่ตัวเลือก ยกเว้น necessary evil (ความเลวร้ายที่จำเป็น) ไม่พอก็จำเป็น

ไม่อย่างนั้นคงไม่มีความร้อนรนจนเกิดภาพวันที่ 14 มี.ค. ที่ 2 พรรค (ภูมิใจไทยกับชาติไทยพัฒนา) ไปกินข้าวกัน มันไม่มีเหตุผล หรือตอบคำถามได้ว่าทำไมต้องเกิดภาพวันนั้น

เพราะถ้ามั่นใจว่าตัวเองจะได้ 80-100 เสียง คนต้องไป ปูผ้าขาวกราบให้ร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว ลองเพื่อแผ่นดินได้ 80 เสียง ก็มีคนมาปูผ้าขาวกราบให้ร่วมรัฐบาล แต่เพื่อแผ่นดินไม่มีอย่างนั้นแน่นอน

โอกาสพรรคขนาดกลางรวมกันตั้งรัฐบาล

เป็นการละเมิดกติกาประชาธิปไตย จิตวิญญาณประชาธิปไตยนั้น พรรคอันดับ 1 มีความชอบธรรมในการตั้งรัฐบาล แต่ถ้าตั้งไม่ได้ก็เป็นความชอบธรรมของพรรคอันดับ 2 ถ้าพรรคอันดับ 2 ตั้งไม่ได้ก็เป็นพรรคอันดับ 3

วันนี้การเมืองระบอบประชาธิปไตยของไทยพัฒนาข้ามผ่าน การตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร หรือการตั้งรัฐบาลจากปลายกระบอกปืนไปแล้ว ประวัติศาสตร์หน้านี้ไม่สามารถซ้ำรอยได้เหมือนประวัติ ศาสตร์หน้าอื่น

ถ้าพรรคเพื่อไทยชนะอันดับ 1 แต่ไม่ยอมให้เขาจัดตั้งรัฐบาล เสื้อแดงเข้ามา 2 แสนคนจะทำอย่างไร ในเมื่อเขามีความชอบธรรมในการตั้งรัฐบาล ก็ตั้งโจทย์ไว้ให้ตอบล่วงหน้า

ถ้าลดกระแสโดยชูนายกฯ ที่มาจากพรรคร่วมรัฐบาล

การเมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ถามว่าความชอบธรรมคืออะไร ไม่อย่างนั้นต้องนึกถึงอียิปต์ ตูนิเซีย ลิเบีย เราต้องมองไปถึงตรงนั้น จะยอมสูญเสียบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ คงยอมไม่ได้ ทนเห็นสภาพนั้นไม่ได้

พรรคเพื่อไทยชนะ ชูใครเป็นนายกฯ

พรรคที่มีความคาดหวังว่าตัวเองจะได้ที่ 1 หรือพรรคขนาดที่จะได้เสียง 200 กว่า แน่นอนว่าต้องมีตัวที่วางเพื่อเป็นนายกฯ อาจไม่ใช่หัวหน้าพรรคก็ได้ แต่ถ้าเขาเปิดหน้ามาโชว์ก็เกรงว่าจะถูกทำลายไปก่อนได้

ถ้าผมเป็นเพื่อไทย ผมก็ไม่เปิด เปิดไปให้เขาเฉาะกบาลจะเปิดทำไม

แล้วถ้าเปิดออกมามีเสียงยี้

จะยี้ก็ยี้ ทำอย่างไร

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะมีคนยี้หรือไม่

ต้องไปว่ากัน แต่วันนี้พรรคเขามีบทเรียนสูง

ยังเป็นคนในครอบครัวชินวัตรจะได้รับการยอมรับหรือไม่

ไม่รู้ แต่ผมพูดด้วยความเห็นส่วนตัว พูดแบบทฤษฎีการเมือง พูดแบบนักรัฐศาสตร์ที่เรียนมา และนำมามองสถานการณ์ปัจจุบัน มองสถานการณ์โลกว่าวันนี้มันตกผลึกขนาดนี้แล้วกลับไปได้หรือไม่

ถ้าได้แล้วอาฟเตอร์ช็อก เกิดความไม่สงบเรียบร้อยทั่วบ้านทั่วเมือง หรือสงครามการเมือง มันก็หลายอย่าง แต่ถ้าเป็นความชอบธรรมตามครรลอง สีเหลือง สีแดง หลากสี ต่างๆ ก็ต้องหมดไปโดยอัตโนมัติ ต้องสยบต่อความชอบธรรม

ส่วนพรรคเพื่อแผ่นดินวันนี้ยืนอยู่ยาก พรรคเล็กไม่มีกำลัง การยืนในกระแสที่ไหลเชี่ยวนั้นยืนลำพังยาก ต้องหาพันธมิตรร่วมงาน อาจจะโดยการรวมพรรคอย่างถูกต้องชอบธรรมเพื่อสร้างความแข็งแรง ไม่ใช่การฮั้ว

พรรคที่ใกล้เคียงกัน อุดมการณ์เหมือนกัน นโยบายใกล้เคียงกัน กรรมการบริหารของพรรคสนิทกัน มีใจต่อกันสามารถทำงานด้วยกันได้ ก็ต้องรวมเป็นพันธมิตร ไม่มีทางเลือกอื่น

ถ้าโดดเดี่ยวก็ได้ อยู่ได้โดยงบประมาณสนับสนุนพรรคการเมืองจากกกต. แต่จะเป็นปัญหาการเมืองในอนาคต เพราะถ้ามีพรรคเล็กพรรคน้อยมาก เสถียรภาพทางการเมือง เสถียรภาพรัฐบาลก็ไม่มั่นคง

ดังนั้น ต้องช่วยกันสร้างเสถียรภาพทางการเมือง ให้ในสภามีผู้แทนน้อยพรรค ให้เกิดเสถียรภาพทางการเมืองเป็นการพัฒนาการเมืองที่ดีขึ้น

วันนี้เพื่อแผ่นดินอาจได้เข้ามา 10 คน บัญชีรายชื่ออีก 3-4 คน แต่ไม่สามารถนำนโยบายไปปฏิบัติได้ 10 เสียงไม่สามารถกำหนดนโยบายอะไร

ไปรวมกับพรรครวมชาติพัฒนา การเลือกตั้งครั้งใหม่จะใช้ชื่ออะไร

ชื่อนั้นสำคัญไฉน แต่อย่างน้อยที่สุด นครราชสีมาจะเป็นเกรดเอในอีสาน เรื่องนี้จะชัดเจนเมื่อมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา ซึ่งคงเป็นชื่อพรรคใดพรรคหนึ่ง

ส่วนตัวผมไม่คิดกลับไปการเมืองอีกแล้ว หมดเวลา ภรรยาก็ไม่ลง พยายามส่งเสริมคนรุ่นใหม่ เป็นพี่เลี้ยงดีกว่าเพราะคนรุ่นใหม่ คลื่นลูกใหม่ตีตื้นมา

ลูกชายผม (พลพีร์ สุวรรณฉวี ส.ส.นครราชสีมา) เมื่อเขาจะลงต่อ ผมก็จะสนับสนุน

น้าชาติ (พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ) เคยสอนว่า เอฟ 16 รันเวย์มันสั้น ขึ้นจากเครื่องบินยังได้ ขึ้นไปแล้วบินตีลังกาหลายตลบ หมุนกี่รอบก็ได้

แต่เวลาลงถ้าจะให้ซอฟต์แลนดิ้ง มันยาก

ไม่รับผิดชอบ

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน
สมิงสามผลัด



ผ่านพ้นไปแล้วศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีพร้อมรัฐมนตรีรวม 10 คน

ผลโหวตก็เป็นที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว

จะผิดคาดก็ตรงที่นางพรทิวา นาคาศัย รมว. พาณิชย์ ได้เสียงไว้วางใจสูงสุด ซึ่งมีนัยยะที่ต้องติดตามกันต่อไป

ส่วนการทำหน้าที่ของพรรคเพื่อไทยในการอภิปรายครั้งนี้

พูดประสาชาวบ้านก็ต้องบอกว่าสอบผ่าน !

และไม่ใช่แค่สอบผ่านอย่างเดียว ยังโกยคะแนนเข้ากระเป๋า ตุนไว้สำหรับการเลือกตั้งในเร็วๆ นี้ได้อีกเยอะด้วย

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ชำแหละความล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ถึงแก่น โดยเฉพาะปัญหาข้าวยากหมากแพง ประชาชนฟังแล้วเข้าใจง่าย

แบบว่าเน้นแต่เนื้อล้วนๆ ไม่มีน้ำ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ก็เปิดโปงปัญหาภาษีบุหรี่นอกได้ดุดัน ข้อมูลแน่นปึ้ก มีเอกสารครบครัน

ไฮไลต์ของศึกซักฟอกครั้งนี้อยู่ที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล

แท็กทีมกันถล่มรัฐบาลเรื่องสลายม็อบแดง 91 ศพ และคนเผาห้างเซ็นทรัล

ข้อมูลใหม่ถูกนำมาเปิดเผยในสภา

ทั้งคลิปมือเผาตัวจริง-สำนวนการสอบสวนของดีเอสไอ

นายจตุพรไล่เรียง 13 ศพที่ดีเอสไอสรุปว่าเกิดจากฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐอย่างดุเด็ดเผ็ดมันจริงๆ

มีคำให้การละเอียดยิบ

เจ้าหน้าที่คนไหนอยู่บนรางบีทีเอส ใครยิงไปกี่นัด ใช้กระสุนปืนหัวสีอะไร

นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ใช้ลีลาเอาตัวรอดแบบเก่า

โบ้ยให้ "คนชุดดำ" ตามฟอร์ม โวยฝ่ายค้านตัดตอนตัดช่วงสำนวน

แต่ทั้งนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพลืมไปหรือเปล่าว่าเหตุการณ์ 91 ศพ บาดเจ็บกว่า 2 พันคนนั้น

เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของรัฐบาล

จะไม่เกิดความสูญเสียขึ้นเลย หากไม่เคลื่อนรถถังเข้าสลายการชุมนุม !?

ซึ่งทั้งคู่ไม่ได้ชี้แจงถึงความรับผิดชอบตรงนี้ในสภาเลย

แต่ข้อมูลที่น่าตกตะลึงคือเรื่องที่พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.เพื่อไทย ระบุกลางสภาว่าในการ สลายม็อบแดงครั้งนี้มีการใช้กระสุนจริงไปนับแสนนัด

ในจำนวนนี้มีกระสุนปืนสไนเปอร์ถึง 2 พันนัด !?

นายสุเทพจะปล่อยให้อึมครึมแบบนี้ไม่ได้

ในฐานะที่เป็นผอ.ศอฉ.ต้องชี้แจงเรื่องนี้ให้กระจ่าง

เพราะเหยื่อสไนเปอร์ที่เป็นญาติพี่น้อง 91 ศพ และผู้บาดเจ็บอีก 2 พันคนรอฟังอยู่ !!

ตอนนี้เป็นการต่อสู้ใน Mode การเลือกตั้ง ต่อไปแก้ไข รธน. สำหรับแนวทางปฎิรูป

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย



ผมว่าขณะนี้พวกเราเสื้อแดงอาจสับสนว่าเราจะต้องต่อสู้ไปยังไง สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ในกลุ่มคนเสื้อแดงคือ ความแตกต่างของความคิดสองแนวทาง ทางแรกคือ แนวทางที่เสนอกันแบบร้อนแรงในช่วงเดือนนี้คือ การปฎิวัติประชาชน ตามแนวทางของคนเสื้อแดงบางกลุ่ม โดยแนวคิดเฉพาะหน้าที่พอมองเห็นและเสนอกันมาบ้างแล้วคือ จะไม่เล่นในเกมอำมาตย์ และควรบอยคอตเลือกตั้ง

ผมจะไม่วิจารณ์ละครับว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่อย่างไร ตัวอย่างก็มีชัดเจนในตะวันออกกลาง น่าจะพอประเมินทางเลือกในแนวทางปฎิวัตินี้ได้

อีกแนวทางหนึ่งคือ แนวทางปฎิรูปที่มี นปช. เป็นตัวหลักในแนวทางนี้ ซึ่งขั้นตอนของแนวทางปฎิรูปต่อไปนี้คือ ยุทธศาสตร๋สองขา ขาหนึ่งสู้ผ่านคนเสื้อแดง เป็นพลังกดดันคอยยันกับอำมาตย์ อีกขาหนึ่งคือ พรรคเพื่อไทย เพื่อชิงอำนาจรัฐผ่านระบบเลือกตั้ง

ไม่ว่าแนวทางปฎิรูปหรือแนวทางปฎิวัติประชาชน จุดสุดท้ายก็ต้อง “ได้อำนาจรัฐ” ไม่ได้อำนาจรัฐก็ไม่สามารถปฎิรูปประเทศ หรือปฎิวัติสังคมได้ ไม่ว่าแนวทางใด จะได้อำนาจรัฐผ่านระบบเลือกตั้ง หรือผ่านการปฎิวัติประชาชน ก็แล้วแต่ อย่างไรก็ต้องได้อำนาจรัฐ นี่คือจุดที่ต้องไป

แนวทางปฎิรูปตอนนี้คือ ยุทธศาสตร์เลือกตั้ง สู้กันในสนามเลือกตั้ง เพื่อให้ได้จัดตั้งรัฐบาล แน่นอนไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านกลโกงอำนาจนอกระบบทุกรูปแบบ อยู่ที่ว่า ทั้งพรรคเพื่อไทยและ นปช. จะสามารถชักจูงประชาชนให้สนับสนุนได้หรือไม่ หาก แพ้เลือกตั้งอย่างหลุดลุ่ย ก็จบทั้งแนวทางปฎิรูปหรือปฎิวัติ เพราะเห็นได้ชัดเจนว่าประชาชนไม่เอาด้วย ความชอบธรรมก็จะหมดไป ยกเว้นว่าการแพ้เลือกตั้งจะเกิดจากถูกโกงอย่างมโหราฬ อันนั้นก็เป็นเงื่อนไขให้สามารถเคลื่อนไหวได้ต่อไป

สมมุติว่าชนะเลือกตั้ง ได้เป็นรัฐบาล ยุทธศาสตร์ต่อไปที่จะปฎิรูปสังคมให้สำเร็จคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจต้องดึง รธน.ปี 2540 กลับมาปรับปรุง แต่ใช้ฐานจากตรงนั้น

ผมคิดว่าการผลักดันปฎิรูปประชาธิปไตยผ่านพรรคทึ่คนเสื้อแดงยังมีอิทธิพล น่าจะสำเร็จในหลายส่วนมากกว่าผลักดันผ่านพรรคของอำมาตย์ ดังนั้นจึงไม่เสียหายอะไรที่คนเสื้อแดงจำต้อง “ทุ่มคะแนน” ให้พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งให้ได้

ไม่มีหลักประกันอะไรว่า พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งแล้วจะทำตามสัญญา แก้ไขรัฐธรรมนูญปฎิรูปต่างๆ

แต่ก็ยังไม่สายที่จะลองดู เพราะเราก็ไม่มีทางอื่นที่ต้องเลือก หากพรรคเพื่อไทยทรยศ เราก็สามารถเช็คบิลในวันข้างหน้าได้ “การเลือกตั้ง” ไม่ได้เป็นหนสุดท้าย มันยังจะมีต่อไปอีกหลายสิบครั้งในอนาคต ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเช็คบิลหากพวกเขาทรยศ

ถึงอย่างไรแนวทางปฎิวัติจะเริ่มได้ก็ต่อเมื่อ “แนวทางปฎิรูปหมดหวัง” เมื่อนั้นทางเลือกของการปฎิวัติประชาชนจะเป็นทางเลือกที่คนเสื้อแดงจำนวนมากจะเริ่มเห็นด้วย เสนอมาตอนนี้ก็ยากที่จะชักชวนคนจำนวนมากให้เข้าร่วมได้ หากมันยังมีทางเลือกอื่นที่ลงทุนต่ำกว่าอยู่

แต่ “อนาคตอะไรก็ไม่แน่นอน” หากมีการรัฐประหาร เกิดระบบซูสี ทิศทางมันก็ไปทางนั้นอยู่ดี

เกมเฉพาะหน้าคือการเลือกตั้ง ชนะเลือกตั้งให้ได้ ไม่เสียหายอะไรหากจะลองดู แค่เดินไปกาบัตรเลือกตั้ง

Re:

สิ่งที่ผมเสนอคือ Grand Strategic

ผมไม่สนใจปัญหาภายในกลุ่มเสื้อแดงว่าใครจะนำ ใครจะเป็นแกนนำ ใครควรนำ

เพราะหากใครนำก็ได้ แล้วไม่ได้อำนาจรัฐ ก็ลืมเรื่องการปฎิรูป หรือปฎิวัติสังคมไปได้เลย
หากต่อสู้ทางการเมืองแล้วไม่ต้องการอำนาจรัฐ เขาก็ไม่เรียกการต่อสู้ทางการเมือง แต่เป็นแค่ "นักเคลื่อนไหวสังคม" แบบเดียวกับ NGOs เท่านั้น ถือเป็นการต่อสู้ในประเด็นที่เล็ก เพียงเพื่อเปลี่ยนแปลงบางจุดในสังคม หรือให้กลุ่มบางกลุ่มได้รับการยอมรับ หรือชดเชย หรือได้รับความเป็นธรรมเท่านั้น

การเมืองไม่ใช่เรื่อง NGOs แต่มันคือ การช่วงชิงอำนาจรัฐ เพื่อจะได้เป็นผู้กำหนดทิศทางของสังคม การจัดสรรทรัพยากร หรือเปลี่ยนแปลงกฎหมาย

หากไม่ได้มีเป้าหมายในสิ่งเหล่านี้ ก็ไม่ใช่การเมือง เป็นขบวนการสังคมธรรมดาเท่านั้น

Re:

โดย ทองย้อย1020

xxx12...ขอสนับสนุนท่านครับ...การที่เราจะกระทำสิ่งใดการใดก็ตามมันต้องเป็นขั้นเป็นตอนเป็นระบบ...อันดับแรกสุด.ณ.เวลานี้พวกเราทุกๆท่านต้องออกไปลงคะแนนเลือกตั้งให้พวกเราได้คะแนนเสียงมากที่สุดในสภาเสียก่อน...พวกเราจึงจะทำในสิ่งที่พวกเราต้องการได้...ดังนั้นพวกเราต้องออกไปเลือกตั้งและเลือกพวกเราให้มากๆที่สุดอย่านอนหลับทับสิทธิ์,อย่าทำบัตรเสีย,อย่าไปกากไม่เลือกใคร....พวกเราจะเป็นผู้ตกหลุมพรางของฝ่ายตรงข้าม...เราต้องรู้เท่าทันพวกเขา...เราต้องได้อำนาจรัฐนั้นมาโดยชอบธรรมที่สุดเพื่อพิสูจน์ให้ชาวโลกได้เห็น...และเป็นสักขีพยานให้เรา...เขาจะได้ช่วยอยู่ข้างตัวเราเป็นอย่างน้อย...เรื่องเล็กๆน้อยๆคิดให้แตกอย่าเอาการทะเลาะกันมาสร้างความแตกแยกให้พวกเรา....พวกเราแตกต่างกันได้แต่อย่าแตกแยกครับขอกราบ.... 5fc0f220

Re:
โดย
ลูกชาวนาไทย



เรื่อง 112 นั้น หากพูดกันตรงๆ


จะแก้ไขได้มันต้องได้อำนาจรัฐอย่างเด็ดขาดก่อน หากไม่ได้อำนาจรัฐ ไม่ว่าทางใด ก็จะไม่มีทางแก้ไขได้สำเร็จ ผมมองว่า 112 เป็น เรื่องหนึ่งที่ต้องแก้ไขในหลายๆ เรื่อง ที่ต่างก็มีความสำคัญ เช่น ระบบศาลที่ไม่เป็นธรรม และอื่นๆ เป็นเรื่องที่จำต้องแก้ไขเช่นกัน

ดังนั้นเรื่อง 112 จะทำได้ก็ต้องได้อำนาจรัฐ เราไม่เอาจเรียกร้องให้แก้ไข 112 ได้โดยอำนาจรัฐยังอยู่กับระบอบอำมาตย์

อันนี้เราต้องเข้าใจให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้นเราจะสับสน
แต่การรณรงค์เรื่อง 112 เป็นเรื่องที่สมควรทำไม่ได้ผิดหรือไม่จำเป็นแต่อย่างใด เพราะอย่างน้อยก็ทำให้สังคมเห็นปัญหา และต่อต้านการใช้กฎหมายนี้เพื่อทำลายกันทางการเมือง หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ

อ่านต่อ คลิ้กที่นี่

แกนนอนคืออะไร?

ที่มา thaifreenews

โดย ice angel



วันนี้ ice angel พาเพื่อนๆ ที่เป็นแกนนำทางความคิดในอินเตอร์เน็ต
คลิกดู บก.ลายจุด ปฏิบัติงานอธิบายเรื่องแกนนอน คืออะไร ?



ดูคลิปวีดีโอเสร็จแล้ว ชวนอ่าน แดงเวย์คืออะไร ต่อเลยคะ

"แดงเวย์" คืออะไร

" ยุทธศาสตร์ของคนเสื้อแดงหลังจากนี้เพื่อให้ไปถึงชัยชนะที่สถานีประชาธิปไตย
จะต้องเคลื่อนไหวแบบแอมเวย์มาเก็ตติ้ง หรือแดงเวย์
โดยคนเสื้อแดงจะต้องหามวลชนให้มาอยู่กับคนเสื้อแดง 1 คน
ให้หาแนวร่วม 20 คนในระยะเวลา 1 ปี ด้วยการเริ่มจากคนใกล้ตัวคือญาติพี่น้อง
จากเดิมที่ไม่ใช่คนเสื้อแดงให้รับรู้ความจริืงและสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้เป็นแบบปากต่อปาก
ให้บุคคลที่รู้ความจริงมาเป็นคนเสื้อแดง รวมทั้งให้้พัฒนาจากแดงทั้งแผ่นดิน ที่เป็นมวลชนมาเป็นผู้ปฏิบัติงาน
ถ้าทำตามนี้เมื่อเราพร้อมก็ออกไปในสงครามรบ ที่ไม่ใช่การใช้อาวุธต่อสู้

แต่เป็นสนามรบเพื่อช่วงชิงพื้นที่ทางความคิด คนเสื้อแดงต้องขยายยุทธศาสตร์จากเชิงลึกมาสู่เชิงกว้าง
คือเน้นหาพวกให้มากที่สุด แนวทางการต่อสู้ของคนเสื้อแดงจะสู้แบบทหารไม่ได้
เพราะทหารมีอาวุธแต่เรามีมือเปล่า ทุกวันนี้แบ่งเป็นสีจะมี 3 สี
คือสีเหลือง สีแดง สีขาวก็ต้องพยายามเอาคนสีขาวมาเป็นพวกเรา ส่วนพวกเสื้อเหลืองไม่ต้องสนใจ "

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 21/03/54

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla





อุ่นไอรัก สลักทรวง ที่ห่วงหา
หอบข้ามฟ้า ส่งให้ ด้วยใจฝัน
ซับน้ำตา โอบอุ้ม ช่วยคุ้มกัน
ต่อเติมวัน สวยใส ให้โลกงาม....

สิ่งสูญเสีย ยากฟื้น มาคืนพบ
ความโหดร้าย มิอาจลบ จบคำถาม
ยังหวาดหวั่น ฝันร้าย คล้ายติดตาม
หลอกหลอนยาม เห็นภาพนั้น มันพังครืน....

ซากปรัก หักพัง หวังสร้างใหม่
ชีวิตคน จากไป หาได้ฟื้น
ชะเง้อคอย เฝ้าฝัน ทุกวันคืน
สุดจะฝืน ใจสั่น กลั้นน้ำตา....

ด้วยไออุ่น แสนรัก ประจักษ์พร้อม
ต่างโอบล้อม ด้วยใจ ที่ใฝ่หา
รวมกันเป็น หนึ่งเดียว เพื่อเยียวยา
ส่งรักมา ร่วมถักทอ ก่อสายใย....

ขอให้ผ่าน สิ่งร้าย ทั้งหลายสิ้น
ขอผืนดิน ร่มเย็น กลับเห็นใหม่
ขอน้ำตา เหือดแห้ง มีแรงใจ
พ้นทุกข์ภัย คลายหมองหม่น คนเจแปน....

๓ บลา / ๒๑ มี.ค.๕๔
http://3blabla.blogspot.com

เอแบคโพลล์บอก..."ยุคนี้เป็นยุคข้าวยาก หมากแพง"...

ที่มา thaifreenews

โดย jomyut



ทำไมต้อนนี้โพลล์ออกมาฉีกหน้ามาร์คหลายครั้ง หลายสำนัก ทั้งๆที่อัดงบกันเต็มกระเป๋า มันน่าสงสัย หรือว่าผลงานมันห่วยจริงๆดันกันไม่ขึ้นแล้ว...

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เบอร์1ปาร์ตี้ลิสต์พท.

ที่มา ข่าวสด

ข่าวทะลุคน

















ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ตัดสินใจรับไม้สานงานการเมืองต่อจากพี่ชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

เตรียมสวมเสื้อพรรคเพื่อไทย ลงสมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ อันดับที่ 1 ลุยศึกเลือกตั้ง แข่งกับพรรคประชาธิปัตย์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ท่ามกลางเสียงตอบรับจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย

ถูกวางตัวหากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งได้เสียงข้างมาก

นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงคนแรก



ชื่อเล่น ปู เกิด 21 มิ.ย. 2510 เป็นน้องสาวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวน 9 คน ของนายเลิศ และนางยินดี ชินวัตร

สมรสกับ นายอนุสรณ์ อมรฉัตร มีบุตร 1 คนคือ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร (ไปป์)

ปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเคนตักกีสเตต สหรัฐอเมริกา

เข้าทำงานที่บริษัท ชินวัตร ไดเร็กทอรี่ส์ จำกัด

เป็นกรรมการผู้อำนวยการ ของเอไอเอส เมื่อปี 2545

หลังขายหุ้นให้เทมาเส็ก จึงลาออกมารับตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอสซี แอสเซท จำกัด เพียงตำแหน่งเดียว

ปัจจุบัน เป็นกรรมการและเลขานุการมูลนิธิไทยคม



เข้ามาทำงานการเมือง รับช่วงต่อจากพี่ชายและพี่สาว นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งถูกตัดสิทธิ์การเมือง 5 ปี

ดูแลภาคกลางและกทม.ของพรรคเพื่อไทย

นั่งหัวโต๊ะประชุมแกนนำพรรครับศึกเลือกตั้ง เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ด้านการเมือง

พร้อมกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง

ทักษิณแนะพท.ชูนายกฯต้องมี9คุณสมบัติ

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



'ทักษิณ' บินเหนือประเทศตุรกี ทวีตแนะพรรคเพื่อไทย
เสนอคนเป็นนายกฯ ทันที หลังยุบสภา ระบุ ต้องมีคุณสมบัติ 9 ข้อ
อ่อนน้อมถ่อมตนประสานทุกฝ่าย มีเมตตาธรม รักความเป็นธรรม เข้าใจเศรษฐกิจ...

เมื่อเวลาประมาณ 22.00น. วันที่ 20 มี.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ​ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ได้ทวีตข้อความ ผ่านเว็บไซต์ http://twitter.com/#!/ThaksinLive ระบุว่า
วันอังคารนี้จะมีการประชุมสามัญพรรคเพื่อไทยซึ่งก็เป็นการประชุมประจำปี
เพื่อรับรองงบการเงินตาม กม.พรรคการเมืองทุกปี
แต่มีคนคาดเดาว่าจะเปลี่ยนหัวหน้าพรรค แล้วก็คาดกันไปต่างนานา
เพราะคนไปคิดตามแบบเดิมๆที่หน.พรรคต้องเป็นนายกฯ หาก เป็นรัฐบาล
แต่บังเอิญพรรคสายเลือดไทยรักไทยเป็นพรรคที่ถูกแกล้งต้องโดนยุบพรรคมาหลายครั้งแล้ว
ส่วนพรรคคู่แข่งทำอะไรผิดก็ช่วยกันให้ ไม่ผิด มันก็เลยต้องสู้กันแบบนี้ล่ะ
ต้องมาถามกันดีกว่าว่าถ้าชนะฯจะเสนอใครเป็นนายกฯ

ผมเลยฝากข้อคิดไปว่าเลือกตั้งเสร็จแล้วประชาชนอยากเห็นอะไร
ก็ต้องตอบจากการพูดคุยและสำรวจความต้องการของเขา
จึงพบว่าประชาชนอยากเห็น
๑.ความปรองดองในบ้านเมือง
๒.คนที่เดือดร้อนจากความขัดแย้งทุกฝ่ายได้รับการเยียวยา
๓.ความยุติธรรมกลับคืนมา
๔.เศรษฐกิจในประเทศได้รับการแก้ไขโดยเฉพาะของแพงแต่รายได้ต่ำหากินฝืดเคือง

เมื่อทราบเช่นนี้พรรคเพื่อไทยก็ต้องหาคนที่มีคุณสมบัติที่จะทำได้
ตามที่ ประชาชนอยากเห็นมาเสนอต่อประชาชนนั่นคือ

๑.ต้องเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนพูดจาประสานงานกับทุกฝ่ายได้ไม่ขยันสร้างศัตรู
๒.ต้องมีคนที่มีเมตตาธรรม
๓.ต้องมีจิตใจรักความเป็นธรรม
๔.ต้องเป็นกล้าเปลี่ยนแปลงแก้ไขในสิ่งที่ผิด
๕.ต้องเป็นคนเข้าใจเศรษฐกิจของประชาชนและของภาคธุรกิจ
๖.ต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ในการบริหารองค์กรขนาดใหญ่เข้าใจอย่างเดียวแต่ทำไม่เป็นไม่ได้
๗.ต้องเป็นคนที่มีใจรักประชาชน
๘.ต้องเป็นผู้รักความเป็นประชาธิปไตยโดยเคารพความสามารถและสติปัญญาของประชาชน
๙.ต้องเป็นผู้ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ก็คงเป็นหน้าที่ที่พรรคเพื่อไทยต้องช่วยกันคิดโดยด่วน
และต้องประกาศให้ประชาชนทราบทันทีที่ยุบสภาฯ

ส่วนใครจะมาเป็นนายกฯหากพรรคเพื่อไทยชนะก็ตาม
ผมจะขอทำหน้าที่ให้คำแนะนำ ปรึกษาและแนะวิธีปฏิบัติให้สำเร็จตามนโยบาย
ที่พรรคเพื่อไทยสัญญาไว้กับประชาชนให้ได้ในเวลาที่รวดเร็วที่สุด
เพราะคนไทยส่วนใหญ่มีหนี้สิน หากินฝืดเคือง รายได้ไม่พอใช้มาหลายปีแล้ว

พ.ต.ท.ทักษิณ ทวีตอีกว่า ขออนุญาตหยุดรับประทานอาหารค่ำก่อนนะครับ
ตอนนี้ผมทวีตมาจากบนเครื่องบิน ซึ่งกำลังบินอยู่เหนือประเทศตุรกี
แต่รับรองไม่ผ่านลิเบียแน่ครับ555บายนาว
ลืมบอกไปครับ ผมซื้อขาหมูเยอรมันมาทานบนเครื่องบินอร่อยดี
แต่ให้เลือกได้ขอเลือกแคบหมูเชียงใหม่
หรือแคบหมูกาฬสินธ์กับน้ำพริกอ่องและ น้ำพริกหนุ่ม


http://www.thairath.co.th/content/pol/157471