WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, March 21, 2011

นานาสาระกับผู้ก่อการรักราชดำเนิน......วันนี้

ที่มา thaifreenews

โดย หัตถา



นานาสาระกับผู้ก่อการรักราชดำเนิน......วันนี้

19มีนาคม53

ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ผู้ก่อการร้ายหรือ คอมมูนิสหรือจะอะไรที่ไอ้เตบมันสรรหามาเรียก

หรือกล่าวหา ก็แล้วแต่.....แต่มวลชนคนเสื้อแดงก็มิได้โกรธมากกว่าความเกลียดในตอนนี้สักเท่าไรแต่

กลับสมเพชในภูมิปัญญาความคิดของผู้บริหารประเทศมันมีเท่านี้หรือ.....

โชคดีที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายก หรือ

เป็นความโชคร้ายของประเทศไทย …

หรืออีกในหนึ่งเป็นความระยำของคนตั้งวะเนี่ย..โธ่ไอ้สัดเอี้ยเอ้ย

เรามาตามดูนานาสาระกับ...ผู้ก่อการรัก ราชดำเนินดีกว่า...อย่าไปยุ่งกะสัดนรกไร้ค่าอย่างพวกมันเลย

แวบไปแอบถ่าย กลุ่ม Red Crber บริหารงานโดยทีมงานหลังขดหลังแข็งเพื่อมวลชน

ตำรวจหรือ ไม่มียกเว้น แจกน้ำหวานพร้อมรอยยิ้มไม่ผสมเจือปนสารทำร้ายจิตใจและร่างกายเหมือนพันธมาร

ที่ผสมสลอดให้ตำรวจกิน จนท้องเสียมาแล้วเมื่อวานซืนนี้



แวะหน้าเต้นท์ดูว่าพวกเค้าทำไรกัน....เตรียมการปรุงและแจก







ชมอริยาบทหลายๆมุม







ถ้าไม่แวะไปแอบดู ว่าพวกน้องๆที่บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อมวลชนคนเสื้อแดง

โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ดีกว่านั่งฟังปราศรัยอย่างเดียว....ก็กะไรอยู่

ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว มวลชนต่างก็มุ่งหน้ามาที่เต้นท์ เพื่อรับประทาน

ก๋วยเตี๋ยวแห้งเส้นไม่ใหญ่เปิปไข่ทรราช.........(ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเยาวราช...)

น้ำใจไพร่................................................(ฟรีพร้อมน้ำเย็นหรือน้ำหวาน)

มือเป็นระวิงเชียวน้อง








นี่เธอ ลงมือทำงานซะบ้างซิจ๊ะ เอาแต่เที่ยวเตร่



น้องเค้ายืนแจกมอบความอิ่มท้องให้กับมวลชนตั้งแต่ต้นจนจบเลย



มาดูด้านหลัง หน่วยบรรจุความอิ่มลงจาน ไม่ทันเพิ่มกำลังพลเป็นสองเลย







ผู้อยู่เบื้องหลังของความอร่อย ปรุงรสโดยเสื้อแดงหมวกเขียว....ขอบคุณครับพี่...ลืมถามชื่อเสียงเรียงนาม

แต่สีและสัญญาลักษณ์หมวก ก็คงบ่งบอกอยู่นะว่า คอมมูนิสแดงแน่ๆๆ

และไม่ลืมขอขอบคุณ ผู้มอบความอิ่มให้กับมวลชนคือ เจ้าของร้านลูกชิ้นปลาเยาวราช

มาให้เราจำนวน100 กก.ใส่จานได้เป็นร้อยๆจานเลยครับ...ลูกชิ้นอย่างดีอร่อยจริงๆๆ

ขอบคุณผู้แบกด้วยนะ สี่ลังพร้อมน้ำแข็งนี่ก็ไม่ใช่เบาเลย









ดูซิฝ่ายอำนวยการสถานที่ ลมใส่เลยหรือเศร้าหมองอันใดฤา พระเอกของเรื่องสายลมรักอยู่ไหนไม่ดูใจน้องเค้าเลย

ทารุณน้องเค้าจริงๆๆๆ





ระหว่างเดินหามุมภ่ายภาพ เจอนี่เลย







โปรดสังเกตุ ชายเสื้อแดง เดินมา จนเดินผ่านไปแล้วยังหันมามอง ด้วยความอะไรก็สุดแท้จะคิดกัน

สังเกตุุในภาพที่คนมองแต่ละคน จะอมยิ้มหรือฉงนหว่า





แอ็คชั่นกันสุดๆ ขาดอย่างเดียวไม่มีการนอนดิ้นแอ็คชั่นบนถนนเท่านั้นแหละ

ไม่อย่างนั้นเรียกสายตาผู้ชมได้อักโขเลยน้อง



สมแล้วที่เป็นตากล้องมือหนึ่งของคนเสื้อแดงน้องจอน คูโบต้า!!!!!!!!!



เอาไปอีกท่าแล้วกัน



ปรมาจารย์ทางกล้องกะเหล่าบรรดาลูกศิษย์มือระดับเทพ สุมหัวชนกัน จะทำอะไรล่ะนี่ แว่ว..นู๊ดๆอะไรเนี่ยแหละ



หลังจากสุมหัวนัดกันแล้วหันมาเจอกล้องพอดีแก้เขิน อาจารย์กะลูกศิษย์เลยแอ็คชั่นให้ถ่ายภาพครับ

ปรมาจารย์ทางกล้องอ.มังกรดำ กับลูกศิษย์คนโปรด



พอเราหันหลังให้ โอ้ลูกศิษย์ผู้รู้ใจ เปิดกระเป๋ากล้องโชว์อาจารย์ มีขวดนอนสงบนิ่งอยู่

มิน่ารู้ใจอาจารย์อย่างนี้ อาจารย์รักสุดใจเลยมีวิชาอะไรเด็ดถ่ายทอดให้หมดเลยย

เค้าปิดกระเป๋าช้ากว่ากล้องครับ ก็เลยได้ภาพลับมา



ติดกับเต้นท์ปรเะชาทอกล์ สาวน้องอาสาพยาบาลVHG ออกมายืนแจกยาแจกยิ้มให้กับผู้ชุมนุม



ไปเดินสำรวจการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุม

คิดว่า เขาคงรับฟังที่พวกเราพูดกันในเวป สังเกตุว่า การจัดรถและผู้ค้าขายทำได้ดีขึ้นมาก

ช่องทางเข้า ได้จัดให้ตำรวจ มายืนตรวจค้นคู่กับการ์ด

ส่วนความเรียบร้อยภายใน ดูเข็มแข็งขึ้นมากๆ

มีเจ้าหน้าที่ตำรวจใส่ชุดการ์ดดำบ้าง เสื้อแดงบ้าง เดินตรวจกันอย่างเข็มแข็ง

พร้อมกล้องทุกคนถ่ายทุกอย่างที่ขวางหน้าเหมือนกัน...ขยันขันแข็งดีครับ

เหมือนเข้ามาช้อนปลาในอ่างเลยละ









ส่วนท่านนี้เป็นการ์ดคนเสื้อแดง หัวหน้าจุดตรวจทางเข้าลานเวทีอนุสาวรีย์

แต่แกคงกล้ามใหญ่ คงอยากโชว์กล้ามมั้ง.....เบ่งจังระวังแตกนะจ๊ะ



การ์ดจริงหรือปลอมการ์ดคงดูออกนะเข้มแข็งจริงๆ



วีดีโอ สลายการชุมนุม ยังคงได้รับความสนใจหลังจาก คุณจตุพรและไอ้เตบนำมาชี้แจงในสภา

ว่า…ภาพไหนคือจริงภาพไหนบิดเบือน …..ชมแล้วต่างก็หันมาพูดกัน คงไม่ต้องบรรยายนะว่า

พวกพูดว่าอะไร....แต่ยืนไกลๆเสียง ห่า..เอี้ย…บุพการีของมัน...แววมาดังๆกับสายลมด้วย





ระหว่างเดินหาภาพ ก็เหลือบไปเห็น.... ขวัญใจคนเสื้อแดง

สาวสวยบุตรสาวนักสู้ของพล.ต.ขัตติยะ หรือเสธแดง ที่ถูกเอี้ยลอบกัดจนเสียชีวิต

…น้องเดียร์ คนเสื้อแดงกำลังล้อมขอลายเซ็นและพูดคุยและถ่ายภาพคู่





ชมรอยยิ้มดูแล้วกันมีเส่นห์ เปิดเผยใจกว้างไม่ริษยาอาฆาตเหมือนเมียนายกฆาตกรมือเปื้อนเลือด

ทุกคนคงเห็นสายตาเมียมันตอนเข้าเฝ้าแล้วว่าเป็นเช่นไร



เส้นทางประชาธิปไตยจะเดินไปทางไหน ติดขัดอะไร



มันชั่งสุกสดใสสว่างเหมือนดวงจันทร์อมเลือดนิดๆๆๆมาฟังด้วยจริงๆ





ในระหว่างจ่าประสิทธิ์ปราศรัย มีตบมือด้วยแต่กล้องโฟกัสไม่ทันมืดมากๆ

หวังว่าคงไม่โดนตั้งกรรมการนะจ่า



คนละไม้คนละมือ ก็สร้างประชาธิปไตยได้





น้องเค้าเพิ่งสมัครเป็น อาสาปฐมพยาบาลFARED ชุมนุมรอบหน้า

เจ็บไข้ได้ป่วย เชิญปรึกษาได้ยกเว้นหัวใจกับเงินครับ

สมาชิกเวปที่จะแกล้งป่วยขอเตือนนะ......คุณแม่ยังสาวดุมากๆๆถึงมากที่สุดคุมตลอด(ล้อเล่นนะ)เชิญครับ

ลืมถามชื่อด้วยซิ....มาถามเอาเองแล้วกันจบข่าว

ฝากถึงแกนนำ นปช. สำหรับการชุมนุมครั้งต่อไปครับ

ที่มา thaifreenews

โดย hero2011

เมื่อวานผมไปเข้าร่วมชุมนุม ตั้งแต่หัวค่ำไปจนถึง 4 ทุ่ม แล้วก็กลับ ยอมรับเลยครับว่า คราวนี้คนน้อยจริงๆ

ในความเห็นของผม มีจุดสำคัญที่พวกเราต้องรับไว้พิจารณา เพราะช่วงนี้ ผมว่า เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทั้งระดับแกนนำ และมวลชนต้องถกเถียง เพื่อหาข้อสรุปที่ลงตัวที่สุด ก่อนที่จะก้าวเดินต่อไป

1) บนเวทีให้ความสำคัญกับแกนนำบางคนมากเกินไป จนกลายเป็นเรื่องชีวิตของแกนนำเสียส่วนใหญ่ ทั้งๆ ที่แกนนำบางคนไม่ได้มีแรงดึงดูดมวลชนมากพอ เช่น คุณชินวัตร หาบุญพาด ใช้เวลาปราศรัยมาก แต่พูดแต่เรื่องของตัวเอง แล้วก็ด่าสุเทพ จนคนข้างล่างรู้สึกอึดอัด เดินกลับเสียส่วนใหญ่

2) เนื้อหา ส่วนใหญ่ด่าธาริต สุเทพ และอภิสิทธิ์ ใช้เวลาไปเสียเกือบ 80% ของเวลาทั้งหมด ซึ่งผมคิดว่า ส่วนใหญ่มวลชนมองข้ามพวกเหล่านี้ไปแล้ว แต่แกนนำบางคนยังวนเวียนแต่ธาริต เท่ากับ แกนนำบางคนล้าหลังมวลชน

3) คนที่พูดได้ดีมากที่สุดในความรู้สึกของผมคือ ณัฐวุฒิ ที่เนื้อหาก้าวหน้ามาก และตามทันมวลชน แต่ขึ้นพูดตอนตี 2 ซึ่งส่วนใหญ่กลับกันแล้ว ผมอยากให้แกนนำ นปช. ใช้เวลาให้คุ้มค่ามากกว่านี้ ตอนที่ไม่มีแกนนำ คนมารวมกันแล้วกลับไม่เกิน 2-3 ทุ่ม ทำให้ดูมีพลัง เพราะเป็นแฟลชม็อบ แต่แกนนำ นปช. พยายามยืดเวลาให้นานออกไป เลิกเสียตี 3 พลังคนเลยดูน้อยลงไป

4) ตอนที่ฟังตอนหัวค่ำ คนที่พูดได้ดีมีหลายคน เช่น นพ. เชิดชัย ใช้เวลาไม่มาก แต่ดูมีพลังมาก ได้เห็นความคืบหน้าของมวลชนภาคอีสาน ไม่ย่ำอยู่กับที่ กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง คุณวิภูแถลง พูดสั้นๆ แต่กินใจ แต่คนที่พูดมาก แต่ผมรู้สึกว่าถอยหลัง คือ คุณชินวัตร คุณหมอเหวง

สุดท้ายครับ ผมเชื่อว่า แกนนำ นปช. ยังคงแข็งแกร่งครับ คุณยังเป็นที่รักของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างแน่นอน และผมเชื่อในแนวคิดของ นปช. อย่างแน่นอนว่า เดินมาในแนวทางที่ถูกต้องแล้ว ทั้งยุทธศาสตร์ และยุทธวิธี แต่ผมอยากให้ประชุมกับแนวร่วม เพื่อกลั่นกรองเนื้อหาที่จะสื่อสารถึงมวลชนให้มากขึ้น ให้มีแนวทางที่ชัดเจน ที่สำคัญต้องตกผลึกทางความคิดอย่างชัดเจน แล้วก็นำมาถ่ายทอดโดย ณัฐวุฒิ หรือ อาจารย์ธิดา ตั้งแต่หัวค่ำ

ไม่ต้องมารักษาจำนวนคนให้อยู่กันทั้งคืน แล้วเอาทิศทาง หรือ ยุทธวิธี ไปประกาศตอนท้ายๆ ซึ่งไม่มีคนฟังแล้ว

นักข่าวพลเมือง: คดีปล้นปืนฐานพระองค์ดำพ่นพิษ ผู้ต้องสงสัยโวยถูกทหารซ้อม

ที่มา ประชาไท

ญาติโวยผู้ต้องสงสัยคดีปล้นปืนฐานพระองค์ดำถูกซ้อม บังคับให้รับสารภาพ ศูนย์ทนายความมุสลิมออกโรง นำตัวส่งโรงพยาบาลยะลา พบบาดแผลทั่วทั้งตัว เจ้าตัวเล่าเป็นฉากๆ เจอทรมานสารพัด ทั้งเตะต่อยทุบตีจับหัวกดน้ำ


ซ้อม – ผลการตรวจร่างกายผู้ต้องสงสัยคดีปล้นปืนฐานพระองค์ดำ ที่ระบุถูกทหารซ้อม

รายงานข่าวจากศูนย์ทนายความมุสลิม จังหวัดนราธิวาสแจ้งว่า เมื่อวันที่10 กุมภาพันธ์ 2554 ญาติของนายเอ (นามสมมติ) ชาวบ้านกูจิงลือปะ หมู่ที่ 4 ตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ได้เข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม จังหวัดนราธิวาส ให้เข้าไปตรวจสอบกรณีนายเอ ผู้ต้องสงสัยร่วมปล้นปืนฐานปฏิบัติการณ์พระองค์ดำ ริมถนนสายมะรือโบตก–รือเสาะ บ้านมะรือโบตก หมู่ที่ 1 ตำบลมะรือโบตก อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2554 ถูกเจ้าหน้าที่ทหารใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2554 นำตัวไปควบคุมที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 38 อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส

ต่อมา วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม จังหวัดนราธิวาส พร้อมกับนายอับดุลอาซิ ตาเดอินทร์ ประธานฝ่ายสิทธิมนุษยชน สมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย ได้เดินทางไปเข้าเยี่ยมนายเอที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พบว่านายเอมีร่องรอยบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกาย เป็นรอยแผลถลอกที่ข้อมือทั้งสองข้าง คล้ายถูกกรีดด้วยมีดยาวกว่า 2 นิ้วครึ่ง พร้อมกับมีรอยฟกช้ำที่ก้นทั้งสองข้าง มีอาการแน่นหน้าอก และปวดท้องน้อยตลอดเวลา เมื่อกลืนน้ำลายจะมีอาการเจ็บคอ

นายอับดุลอาซิ จึงขออนุญาตพล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบ.ศชต.) นำตัวนายเอไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ผลการตรวจร่างกายจากนายแพทย์ของโรงพยาบาลศูนย์ยะลาพบว่า นายเอมีบาดแผลถลอกบริเวณหน้าท้อง ก้นกบ ข้อมือด้านนอกทั้ง 2 ข้าง เจ็บบริเวณหัวหน่าว ลำคอด้านซ้าย จากนั้นตำรวจได้นำตัวนายเอกลับไปควบคุมตัวที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้ตามเดิม

ทั้งนี้ ขณะที่ถูกทหารนำมาตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2554 ที่หน่วยเฉพาะกิจ 38 จังหวัดนราธิวาส ทหารไม่อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยม จนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 ทางฝ่ายทหารจึงได้ส่งตัวนายเอไปควบคุมตัวที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นวันแรกที่ญาติได้เข้าเยี่ยม ขณะถูกควบคุมตัวที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้ นายเอเล่าว่าถูกซ้อมทรมานจากทหารเพื่อให้รับสารภาพอย่างหนัก ด้วยการทำร้ายร่างกายในระหว่างสอบสวนด้วยการบีบคอ จนหายใจไม่ออก

จากนั้น วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554 ทางศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้ ได้ส่งตัวนายเอไปยังกรมทหารพรานที่ 46 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ญาติได้ตามไปเยี่ยมที่กรมทหารพรานที่46 แต่ทางทหารแจ้งว่า ส่งตัวนายเอไปที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 38

ต่อมาวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 ญาติได้เดินทางไปเยี่ยมที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 38 แต่เจ้าหน้าที่ทหารไม่อนุญาตให้เยี่ยม อ้างว่าอยู่ระหว่างการสอบสวน ไม่สามารถให้เยี่ยมได้ พร้อมกับบอกกับญาติด้วยว่า นายเอให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่ต้องเป็นห่วงทหารดูแลนายเออย่างดี

ระหว่างวันที่ 5–6 กุมภาพันธ์ 2554 ญาติพยายามติดต่อขอเยี่ยมทุกวัน แต่ฝ่ายทหารยังคงไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม จนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 38 ได้บอกกับญาติว่า ส่งตัวนายเอไปยังศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554 ญาติจึงเดินทางไปที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้ และได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมในที่สุด

จากการเข้าเยี่ยมเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 ญาติพบว่า ที่ข้อมือทั้งสองข้างของนายเอมีรอยช้ำคล้ายถูกรัดด้วยเชือก และบริเวณหน้าท้องมีรอยแผลยาวกว่า 3 นิ้ว คล้ายถูกมีดกรีด จากนั้นนำตัวไปที่เนินเขาไอบาตูบาบี หลังหมู่บ้านกูจิงลือปะ มัดข้อมือทั้งสองข้าง จับหัวกดหัวให้จมน้ำในลำธาร พร้อมกับถีบเตะ นำไม้ตีตามลำตัวจนสลบ พอฟื้นขึ้นมาก็ถูกซ้อมอีก จนเกิดรอยแผลรอยฟกช้ำปวดระบมไปทั้งตัว

ขณะนี้นายเอได้รับการปล่อยตัวหลังจากสอบสวนแล้วไม่พบความผิด แต่ไม่ได้เข้าแจ้งความกล่าวโทษเจ้าหน้าที่ทหารผู้ซ้อมทรมานตัวเอง เนื่องจากเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัย

สำหรับเหตุการณ์คนร้ายปล้นปืนฐานปฏิบัติการณ์พระองค์ดำ สังกัด ร้อย ร.15121 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 38 เมื่อคืนวันที่ 19 มกราคม 2554 มีทหารเสียชีวิต 4 นาย ได้รับบาดเจ็บ 13 นาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ทหารได้ออกปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นหลายจุด และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบปากคำ โดยใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกอีกหลายสิบคน

เผยเทปโกยอมรับแจ้งรายงานตรวจสอบนิวเคลียร์เป็นเท็จ

ที่มา ประชาไท

กรุงเทพธุรกิจ อ้างรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศ เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 54 ว่า บริษัทโตเกียว อิเล็กทริค พาวเวอร์ โค(เทปโก) ได้ยอมรับว่าไม่ได้ตรวจสอบอุปกรณ์ 33 ชิ้นในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมา ไดอิจิ หมายเลข 1 ซึ่งมีอายุการใช้งานมานานหลายสิบปี

ส่วนแผงจ่ายไฟฟ้าของวาล์วควบคุมอุณหภูมิของเตาปฏิกรณ์ตัวหนึ่ง ก็ไม่ได้รับการตรวจมานานถึง 11 ปีแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ได้เขียนรายงานเท็จให้ดูเหมือนว่ามีการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ทั้งที่ในความเป็นจริง เป็นการตรวจสอบแบบลวกๆ

นอกจากนี้ การตรวจสอบซึ่งเป็นการทำแบบสมัครใจ ยังไม่ครอบคลุมถึงอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับระบบระบายความร้อน อันประกอบด้วยมอเตอร์สูบน้ำและเครื่องปั่นไฟดีเซล

เทปโกยื่นรายงานเท็จฉบับนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่สำนักงานดูแลความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น สั่งให้ตรวจสอบว่า ผู้ตรวจสอบของเทปโก ได้ตรวจตราอย่างละเอียดแล้วหรือไม่ ก่อนสรุปผลหลังจากนั้น 2 วันว่า การตรวจสอบยังไม่ได้คุณภาพเพียงพอ และมีคำสั่งให้เทปโกร่างแผนแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 2 มิ.ย. แต่มาเกิดเหตุภัยพิบัติครั้งใหญ่เสียก่อน

ทางด้าน เจ้าหน้าที่สำนักงานความปลอดภัยนิวเคลียร์ที่ไม่เปิดเผยนาม ปฏิเสธที่จะยืนยันว่า ข้อบกพร่องที่ระบุไว้ในรายงานมีผลต่อเหตุขัดข้องต่างๆ ที่เกิดขึ้น จนนำมาสู่วิกฤติสารกัมมันตรังสีรั่วไหลหรือไม่

นับตั้งแต่วิกฤติรังสีรั่วไหลเริ่มขึ้น เทปโกถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องความพยายามปกปิดมาโดยตลอด เนื่องจากในปี 2545 เทปโกเคยยอมรับว่าทำรายงานเท็จ จนนำไปสู่การปิดเตาปฏิกรณ์ 17 แห่ง รวมทั้งโรงไฟฟ้าฟูกูชิมาเพื่อทำการตรวจสอบ จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ส่งผลให้ผู้บริหารระดับสูงของเทปโกต้องลาออก

...........................
ที่มา
: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

กรุงเทพโพลล์เผยผลสำรวจอภิปราย ให้ฝ่ายค้านชนะ

ที่มา ประชาไท

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือ “กรุงเทพโพลล์” เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจากทุกภาคทั่วประเทศ พบว่า หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้นลง ประชาชนให้คะแนนความไว้วางใจต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรวม 10 ท่านที่ถูกอภิปราย เรียงลำดับตามคะแนนความไว้วางใจดังนี้

อันดับหนึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไว้วางใจ ร้อยละ 25.6 ไม่ไว้วางใจ ร้อยละ 57.2 ไม่ออกความเห็น ร้อยละ 17.2 อันดับสอง นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไว้วางใจ ร้อยละ 22.9 ไม่ไว้วางใจ ร้อยละ 53.2 ไม่ออกความเห็น ร้อยละ 23.9 อันดับสาม นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไว้วางใจ ร้อยละ 19.6 ไม่ไว้วางใจ ร้อยละ 55.1 ไม่ออกความเห็น ร้อยละ 25.3 อันดับสี่ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ ไว้วางใจ ร้อยละ 16.6 ไม่ไว้วางใจ ร้อยละ 56.1 ไม่ออกความเห็น ร้อยละ 27.3

อันดับห้า นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไว้วางใจ ร้อยละ 16.4 ไม่ไว้วางใจ ร้อยละ 65.6 ไม่ออกความเห็น ร้อยละ 18.0 อันดับหก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ไว้วางใจ ร้อยละ 16.4 ไม่ไว้วางใจ ร้อยละ 70.9 ไม่ออกความเห็น ร้อยละ 12.7 อันดับเจ็ด นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไว้วางใจ ร้อยละ 14.0 ไม่ไว้วางใจ ร้อยละ 70.3 ไม่ออกความเห็น ร้อยละ 15.7 อันดับแปด นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไว้วางใจ ร้อยละ 12.3 ไม่ไว้วางใจ ร้อยละ 62.5 ไม่ออกความเห็น ร้อยละ 25.2

อันดับเก้า นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไว้วางใจ ร้อยละ 11.8 ไม่ไว้วางใจ ร้อยละ 68.6 ไม่ออกความเห็น ร้อยละ 19.6 และอันดับสิบ นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไว้วางใจ ร้อยละ 11.7 ไม่ไว้วางใจ ร้อยละ 69.6 ไม่ออกความเห็น ร้อยละ 18.7

สำหรับการทำหน้าที่ของฝ่ายต่างๆ ในการอภิปรายที่ผ่านมาพบว่า ประชาชนให้คะแนนฝ่ายค้าน 6.48 คะแนน ฝ่ายรัฐบาล 4.28 คะแนน และประธานสภาฯ 5.57 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน

เมื่อเปรียบเทียบความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่นำมาใช้ประกอบการอภิปรายของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน พบว่า ร้อยละ 49.8 ระบุว่าเชื่อถือข้อมูลของฝ่ายค้านมากกว่า ขณะที่ร้อยละ 19.7 เชื่อถือข้อมูลของฝ่ายรัฐบาลมากกว่า และร้อยละ 30.5 ไม่เชื่อถือข้อมูลของทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ตาม หลังการอภิปรายเสร็จสิ้นลงยังคงมีประเด็นที่ประชาชนค้างคาใจมากที่สุดคือ เรื่องการสลายการชุมนุมในช่วงเดือน เมษายน – พฤษภาคม (ทำให้มีคนเสียชีวิต 91 ศพ และการเผาห้างสรรพสินค้าเซ็ลทรัลเวิลด์) ร้อยละ 29.9 รองลงมาคือ เรื่องน้ำมันปาล์มขาดตลาด ร้อยละ 27.4 และเรื่องราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงขึ้น ร้อยละ 8.1 ตามลำดับ

ชาวบ้านประท้วงย้ายทหารรือเสาะ

ที่มา ประชาไท

ชาวบ้านชุมนุมประท้วงคำสั่งย้ายกองกำลังทหารออกจากพื้นที่รือเสาะ หวั่นถูกโจรใต้รังแก

วันนี้ (20 มี.ค.) นายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นราธิวาส ได้เดินทางไปพบตัวแทนชาวบ้านกว่า 300 คน ที่ชุมนุมเรียกร้องที่วัดราษฎร์สโมสร เขตเทศบาลตำบลรือเสาะ อ.รือเสาะ เพื่อให้ระงับการโยกย้ายกำลังทหารไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส โดยนายธนน ได้เข้าเจรจาและรับหนังสือเรียกร้องจากกับตัวแทนชาวบ้าน และประสานไปยัง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมรับปากกับว่า จะได้รับคำตอบภายใน วันที่ 21 มี.ค. เวลา 17.00 น. ทำให้ชาวบ้านพอใจและยุติชุมนุม แต่หากว่าได้รับคำตอบไม่เป็นที่น่าพอใจ จะมารวมตัวกันชุมนุมประท้วงอีกครั้ง จนกว่ากองทัพและผู้ที่เกี่ยวข้อง จะตอบสนองข้อเรียกร้อง หรือมีทางออกที่ดี เพื่อให้ชาวบ้านรู้สึกปลอดภัยในการดำรงชีวิต

ด้านนายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมการปฏิบัติการยุทธศาสตร์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ที่ผ่านมากสม.เคยมีมติเสนอมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้กับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่15 ก.ย.53 และมีระยะเวลารายงานผลการดำเนินการต่อกสม.ในภาพรวมภายใน 180 วัน ขณะที่ตั้งแต่ปี 50-53 มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้องเรียนเรื่องสิทธิมนุษยชนมาที่กสม. รวม 34 เรื่อง โดยกล่าวหาทหารและตำรวจกระทำทรมาน และลงโทษอื่น ๆ ที่ไร้มนุษยธรรมต่อผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับความไม่สงบ

นายไพบูลย์ กล่าวด้วยว่า ในช่วงปลายเดือนมี.ค.นี้ คณะอนุกรรมการฯจะลงพื้นที่ไปศึกษาการถูกละเมิดสิทธิ โดยเฉพาะภาครัฐควรยกเลิกศูนย์เสริมสร้างความสมานฉันท์ที่อยู่ในค่ายทหาร และควรมอบให้ฝ่ายพลเรือนเข้าไปดูแลแทน รวมทั้งควรยกเลิกใช้กฎหมายพิเศษทั้ง 3 ฉบับ เช่น กฎอัยการศึก พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ และพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น และควรนำกฎหมายปกติมาบังคับใช้แทน

.......
ที่มา: เว็บไซต์เดลินิวส์

มวลชนวิพากษ์แกนนำ:ปรับขบวนก้าวรุดไป

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
21 มีนาคม 2554

หมายเหตุไทยอีนิวส์:เสียงวิพากษ์วิจารณ์ในขบวนการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยหนาหูขึ้นเรื่อยๆ สิ่งหนึ่งที่แกนนำนปช.ไม่เคยเจอเลยในรอบ 5 ปีมานี้ คือการพุ่งเป้าการวิพากษ์ไปที่ตัวแกนนำเอง ทั้งนโยบาย ท่าที สำหรับไทยอีนิวส์เอง เราสนับสนุนการวิพากษ์วิจารณ์นี้ ดังที่ประกาศสนับสนุนให้มีการ"ปรับขบวนก้าวรุดไป"มาอย่างต่อเนื่อง โดยมองในเชิงบวกว่า การปรับขบวนเป็นสิ่งจำเป็น แต่ควรเป็นไปในทางวิพากษ์ด้วยท่าทีแห่งมิตร เพื่อให้ขบวนก้าวรุดไปข้างหน้า ไม่ใช่แตกแยกเสื่อมถอยหรือแตกหักล่มสลายลงของขบวน


ในรายงานนี้เรานำเสนอกระทู้จากเว็บบอร์ดประชาทอล์ก และอีกด้านหนึ่งก็เป็นคำอธิบายจากแกนนำระดับซุปตาร์ คือณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หวังว่าท่านผู้อ่าน จะได้เจริญสติปัญญาตามสมควร


คลิปกิ๊บเก๋ คุยกับณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เรื่องงานคอนเสิร์ตโบนันซ่า เรื่องเสื้อแดงที่ยังโดนคุมขัง เรื่องความสัมพันธ์ของเสื้อแดงแต่ละกลุ่มหลายๆกลุ่ม


มวลชนเว็บบอร์ด:ขอให้การจัดงานคอนเสิร์ตที่เขาใหญ่...เป็นการรับขวัญและลาจากของแกนนำ นปช.ทั้งชุด!

ขอให้ถือว่าเป็น การเลี้ยงฉลองอิสระภาพและลาจากการทำหน้าที่ไปพร้อมๆกัน เพื่อเดินเข้าสู่ถนนการเมือง

1. เพราะต่อไปนี้ พวกท่าน คือ "นักการเมือง" มิใช่ "นักต่อสู้ภาคประชาชน" อีกต่อไป และสนามต่อสู้ของท่าน คือ "เวทีรัฐสภา" ต่อไปนี้...ขอให้ทำหน้าที่คอยเป็นพี่เลี้ยงและเป็นแขกรับเชิญก็พอ

2. เป็นการเปิดโอกาสให้แกนนำรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นภาพการต่อสู้แนวใหม่ ที่อิสระ ตามความต้องการของประชาชน มิใช่เคลื่อนไหวเพื่อผลประโยชน์และการต่อรองทางการเมืองของพรรคการเมืองใดๆ (รู้กัน..แต่ไม่ต้องปากสว่าง)
ฯลฯ

การที่ภาพเป็น "ม็อบที่มีเจ้าของ" แบบสลัดไม่ออก ทำให้ขบวนการคนเสื้อแดง ขาดความเชื่อถือไปในระดับหนึ่ง และถูกนำมาอ้างตลอดว่า ทำเพื่อๆคนๆเดียว เป็นเครื่องมือทางการเมืองของพรรคที่เสียผลประโยชน์

ทั้งๆที่ เรื่องประชาธิปไตย คือ ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ของประชาชน...แต่กลับถูกมองข้ามไป จึงถูกอ้างถึงความชอบธรรม ในการปราบปราม โดยไม่สะทกสะท้านใดๆ เนื่องจากถูกตีความว่า "มิใช่พลังที่บริสุทธิ์"

คนเสื้อแดง มีพรรคการเมืองที่อยู่ในใจของตนเองได้ มีบุคคลที่ชื่นชอบและพร้อมที่จะสนับสนุนเป็นนายกรัฐมนตรีได้

แน่นอนที่สุด! จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากบุคคลหรือพรรคการเมือง ...แต่แนวทางการต่อสู้ พรรคการเมือง และบุคคลที่ให้การสนับสนุน ไม่จำเป็นจะต้องลงมาเล่นเอง ต้องเล่นการเมืองให้เป็นและเนียนเช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์แอบสนับสนุนหรือสร้างตัวแทนให้มาเล่น ดีกว่าเยอะ ภาพดูดีด้วย!...

เพียงแต่ส่งเสริมให้นักวิชาการ,นักเคลื่อนไหวและผู้นำแกนนอน ทั้งหลายมีบทบาทอย่างเต็มที่ ก็สุดยอดแล้ว!

ก็ทำให้เนียนเช่นเดียวกันกับ "เจ้าของคอกม้า" นั่นแหละ!

Sunday, March 20, 2011

ไฮไลต์ชุมนุมรำลึก10เดือน19พฤษภา

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
20 มีนาคม 2554

คลิปกิ๊บเก๋พาเที่ยวชุมนุมรำลึก 10 เดือน 19 พฤษภาฯ ( เสาร์ที่ 19 มีนาคม 2554 )



รีรันงานชุมนุมใหญ่และการปราศรัย 19 มีนาคม 2554 ละเอียด 7 ชั่วโมงเต็ม คลิ้กชมที่

http://chiangraitv.com/crtv2/

ไฮไลต์การปราศรัย

-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ http://www.mediafire.com/?f0x6cm142wwwbf6

-จตุพร พรหมมพันธุ์ http://www.mediafire.com/?6cm4249jy7vm08t

-ดร.ประแสง มงคลศิริ http://www.mediafire.com/?9lj08f37dd3dhhr#1

ไฮไลต์ปราศรัย ก่อแก้ว ประกาศ หาก ปชป.ชนะเลือกตั้งเสียงข้างมาก เลิกประท้วง

ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในช่วงค่ำ วันที่ ก่อน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอิน เข้ามาเวลา 20.30 น. เป็นการปราศรัยของแกนนำ นปช. ที่ได้รับการประกันตัวออกมา เช่น นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส่วนใหญ่ เนื้อหาเป็นเรื่องการวิจารณ์ การอภิปรายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในเหตุการณ์กระชับพื้นที่เมษายน-พฤษภาคม 2553 และกรณี 91 ศพ วัดปทุมฯ รวมถึงการโจมตีการทำหน้าที่ของนายธาริต เพ็งดิษฐ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ.)

ในตอนหนึ่ง นายก่อแก้ว ปราศรัยว่า ถ้า การเลือกตั้งครั้งหน้า พรคคประชาธิปัตย์ ได้เสียงข้างมาก จัดตั้งรัฐบาล จะเลิกประท้วง


บก.ลายจุดประกาศใช้แนวทาง'แดงเวย์'สู้

การชุมนุมครั้งนี้ นปช.ยังเปิดโอกาสให้แกนนำส่วนอื่นๆ เช่น บก.ลายจุด และน้องเดียร์ลูกสาวเสธ.แดง ซึ่งไม่ใช่แกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดินขึ้นปราศรัยด้วย หลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กว้างขวางในหมู่คนเสื้อแดงก่อนหน้านี้ว่า นปช.แดงทั้งแผ่นดินผูกขาดให้เฉพาะแกนนำนปช.ขึ้นเวทีปราศรัยเท่านั้น และเสียงวิจารณ์ว่า ล้าหลังกว่ามวลชน

เวลา 19.30 น. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บ.ก.ลายจุด กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ขณะนี้มีคำถามกันมากว่าคนเสื้อแดงจะต่อสู้กันถึงจุดไหน ยืนยันว่าเราจะต่อสู้ไปให้ถึงสถานีปลายทางประชาธิปไตย ซึ่งเราพยายามกันมาหลายครั้งแต่ไม่ถึงสักที และรูปแบบการต่อสู้มีอยู่ 2 อย่างคือ 1.ทางการทหาร ที่รัฐพยายามให้เราใช้แนวทางนี้ เพราะถือว่ามีกำลังเหนือกว่าเรา ยอมรับว่าเราไม่มีศักยภาพสู้ในทางนี้ได้ ดังนั้นเราจะไม่สู้ แต่เราจะสู้แนวทางที่ 2 คือแนวทางการเมืองแทน การจะสู้ทางการเมืองจะต้องหาพวก ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ บอกว่าคนเสื้อแดงใช้โมเดลคอมมิวนิสต์ แต่จริงๆ แล้วจะเสนอแนวทางใหม่ลอกเลียนจากแอมเวย์ ใช้ชื่อว่าแดงเวย์ เราจะเปลี่ยนมวลชนให้เป็นผู้ปฏิบัติงาน ทุกคนกลับไปหาสมาชิกให้ได้ 20 คนภายใน 1 ปีเพื่อให้ฐานรากของคนเสื้อแดงมีความมั่นคง ตนพูดแกนนอนไม่ได้หมายความจะไม่เอาแกนนำ เรายังต้องการแกนนำแต่ต้องมีรากฐานที่แน่นหนาเพื่อต่อสู้ให้ถึงสถานีปลายทางประชาธิปไตย

ต่อมาเวลา 19.45 น. น้องเดียร์-น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ลูกสาวเสธ.แดง ปราศรัยว่า ขอขอบคุณคนเสื้อแดงที่ให้กำลังใจบิดา และส่งผลมาถึงตนในขณะนี้ จากการฟังอภิปรายของฝ่ายค้านที่นำรูปเสธ.แดงเข้าไปในสภา สุดท้ายเสธ.แดงถูกไล่ออกจากห้องประชุม เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าขนาดคนตายยังถูกไล่ออก แล้วคนเป็นอย่างเราจะไม่ถูกรัฐบาลไล่ออกได้อย่างไร ส่วนที่นายสุเทพ พูดแก้ตัวในสภาว่าเสธ.แดงฝึกอาวุธให้กับกองกำลังที่สนามหลวงนั้น ต้องเข้าใจก่อนว่าบิดาถูกดองให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิของกองทัพบกถึง 10 ปีไม่มีโอกาสได้ฝึกทหาร จึงเล็งเห็นประชาชนที่นอนตามท้องสนามหลวง จึงมาฝึกเพื่อป้องกันตัว นายสุเทพคิดได้อย่างไรว่าฝึกเพื่อให้มายิงหัวประชาชน ยืนยันว่าบิดาไม่มีวันคิดร้ายต่อประชาชนแน่นอน และฝากบอกไปยังนายสุเทพ ด้วยว่าบิดาไม่เคยคิดฆ่าประชาชน จะเป็นตัวนายสุเทพหรือไม่ที่คิดฆ่าประชาชน

แม้วอัดรัฐบาลโกหกกรณีแดง

เวลา 20.50 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โฟนอินประมาณ 10 นาทีว่า ตนอยู่ในเมืองหนาว ในยุโรป โดยได้เดินทางพบปะชาวไทยในต่างประเทศ การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา สรุปได้ว่ารัฐบาลนอกจากปล้นอำนาจมาแล้ว ยังทำงานไม่เป็น ล้มเหลว ทุจริต โกหกหน้าด้านๆ โดยเฉพาะที่บอกว่าคนเสื้อแดงยิงกันเองนั้น พูดไปได้ คิดหรือว่าคนไทยเป็นควาย คนไทยฉลาด นอกจากคนเสื้อแดงที่ปากห้อยที่มายิงคนเสื้อแดงกันเอง คนเสื้อแดงรักกัน

"ขณะนี้ที่เกิดประท้วงต่อต้าน เกิดจากหน่วยงานของรัฐส่งคนเข้าไปลอบก่อเหตุ แล้วอ้างว่าเกิดความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็น 2 ปีที่แล้วหรือปีที่แล้วก็เช่นกัน เป็นการใช้ความรุนแรงโดยรัฐจ้างคนเข้ามาทำ ดังนั้น ขอให้อย่าหวั่นไหวและที่แน่ๆ คือคนสีเขียวนี่แหละที่ยิงคนเสื้อแดง ที่รัฐบาลพูดว่าบ้านเมืองวุ่นวายเพราะคนๆ เดียวเป็นการพูดไม่จบ ถามว่าคุณไปรังแกคนๆ เดียวนี้ไม่จบ คุณอยากได้อำนาจ เริ่มต้นจากการส่งคนไปช่วยเสื้อเหลือง ให้ทหารปฏิวัติได้ง่ายๆ พอยุบสภาก็บอยคอตเลือกตั้ง แพ้เลือกตั้งก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ยุบพรรคแล้วไปขโมยคนเขามา พวกที่ขายตัวได้ก็ขายไป แล้วไปตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร แจกโควตาให้พรรคร่วมจนเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นรุนแรง ไม่คำนึงถึงจริยธรรมแล้วยังมาอ้างว่าวุ่นวายเพราะคนๆ เดียว ที่วุ่นก็เพราะสู้คนๆ เดียวไม่ได้ จึงทำทุกวิถีทาง" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

อดีตนายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้ความจริงเริ่มปรากฏ ก่อนหน้านี้บอกว่าคนเสื้อแดงก่อความวุ่นวาย ต้องถามว่าที่วุ่นวายเพื่อตัวเองหรือ คนออกมาเพื่อต้องการความถูกต้อง ต้องการให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย แม้ว่านายอภิสิทธิ์ จะพูดเรื่องยุบสภาอยู่ทุกวัน ก็ไม่รู้ว่าจะเชื่อถือได้ที่ไหนเพราะรัฐบาลนี้มีศีล 5 อะไรที่เหลืออยู่บ้าง ตอนนี้เป็นห่วงเศรษฐกิจ รัฐบาลใช้เงินโดยต้องการคะแนนเสียงอย่างเดียว บริหารโดยทุจริต ไม่สนใจเศรษฐกิจฐานรากคือเศรษฐกิจในประเทศ และไม่ว่าจะยื้อยังไงก็ต้องเลือกตั้งปีนี้ อยากให้ประชาชนเลือกว่าจะอยู่กับความล้มเหลวทำงานไม่เป็นหรืออยู่ฝ่ายประชาธิปไตยที่มีความยุติธรรม เคารพสิทธิเสียงของประชาชน

ตู่ชวนทักษิณแจม'โบนันซ่า'

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวยืนยันในช่วงท้ายว่า จะต่อสู้ต่อไป และสุขภาพยังแข็งแรงดีอยู่ ขอให้พี่น้องเสื้อแดงสบายใจได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินจบ นายจตุพรได้กล่าวเชิญชวน พ.ต.ท.ทักษิณให้โฟนอินเข้ามาเพื่อร่วมร้องเพลงที่โบนันซ่า เขาใหญ่ ในวันที่ 26 มี.ค. โดยพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวติดตลกว่าจะให้จองตั๋วเครื่องบินไปโบนันซ่าเลยดีไหม นาย จตุพร กล่าวว่า ถ้ามาได้ก็ดี

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากนั้นบรรดาแกนนำได้สลับกันขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีการทำงาน ของรัฐบาล โดยในส่วนของ 7 แกนนำที่เพิ่งได้รับการประกันตัว มีเพียงนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย น.พ.เหวง โตจิราการ และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ โดยเนื้อหาส่วนใหญ่จะเล่าถึงเหตุการณ์ที่อยู่ในเรือนจำ เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดคำสั่งศาล

ยุบสภา ต้น พ.ค. ไร้ปัญหา

ที่มา Voice TV

ยุบสภา ต้น พ.ค. ไร้ปัญหา

นายกฯ ย้ำยุบสภาก่อนต้นพฤษภาคม ไร้ปัญหา เผยสภาฯ จ่อพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญสัปดาห์หน้า

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯ อภิสิทธิ์วันที่ 20 มีนาคม 2554 ว่า การเดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนการประกาศยุบสภาที่คาดว่าจะไม่เกินสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค.54 ตามที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าในสัปดาห์หน้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งได้ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำเสนอ

นายกฯ กล่าว กกต.ได้นำเสนอกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ต้องแก้ไขเพื่อรองรับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภาฯ แล้ว และประธานรัฐสภาแจ้งว่าสัปดาห์ที่จะถึงนี้ สภาฯ จะเริ่มต้นพิจารณากฎหมายเหล่านี้ได้ เราหวังว่าจะพิจารณาได้ทัน ถ้าไม่ทันก็สามารถให้ กกต.ออกระเบียบได้

ทั้งนี้ นายกฯ เผยอีกว่า ในช่วงเวลาอีก 1เดือนครึ่งที่เหลือก่อนการยุบสภา รัฐบาลยังคงมีความรับผิดชอบที่จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ, ปัญหาปากท้องประชาชน, การปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้าการเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายให้แก่ประชาชนเพื่อให้สามารถต่อสู้กับภาวะราคาสินค้าแพงได้ พร้อมกันนี้จะดูแลภาคธุรกิจผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็ง การลดต้นทุน รวมไปถึงการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถแข่งขันได้

พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะยังเดินหน้าในการแก้ไขปัญหายาเสพติด การวางระบบเพื่อป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น ไม่ว่าจะเป็นการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ การโยกย้ายแต่งตั้งในระบบราชการ ตลอดจนมาตรการอื่นๆ ที่จะเร่งรัดให้เสร็จก่อนสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค.54