WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, December 16, 2011

กรณีศึกษา: กฎหมายหมิ่นฯในยุโรป

ที่มา Voice TV









การปกครองโดยระบอบเสรีประชาธิไตย มีเพียงไม่กี่ประเทศในโลก ที่สถาบันกษัตริย์ยังคงได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวดภายใต้เครื่องมือที่ ชื่อว่า "กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ"

ยุโรป นับเป็นภูมิภาคที่ประกอบไปด้วยประเทศที่มีสถาบันกษัตริย์ที่เก่าแก่และมั่น คงมากที่สุดภูมิภาคหนึ่งของโลก ไม่ว่าจะเป็นอดีตจักรวรรดิที่รุ่งเรืองอย่างสหราชอาณาจักร หรือประเทศในแถบสแกนดิเนเวียอย่างนอร์เวย์ สวีเดน และเดนมาร์ก ซึ่งล้วนเป็นประเทศที่สถาบันกษัตริย์มีบทบาทมาอย่างยาวนานและแนบแน่นกับ ประวัติศาสตร์ของชาติตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ที่ผ่านมา พระราชวงศ์ในกลุ่มชาติยุโรป ผ่านการปรับตัวตามระบบการปกครองที่เปลี่ยนไป จนปัจจุบัน เกือบทั้งหมดอยู่ในสถานะสัญลักษณ์ของชาติ และแทบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมืองของประเทศ นอกจากการปรากฎตัวตามพระราชประเพณีเท่านั้น

ในประเทศอังกฤษ นับเป็นชาติที่มีสถาบันกษัตริย์เป็นอัตลักษณ์สำคัญที่สุดของประเทศ นับตั้งแต่ปี 2258 หรือ 296 ปีที่ผ่านมา แต่ในช่วงเวลาดังกล่าว ยังไม่เคยปรากฎว่า มีการดำเนินคดีกับประชาชน ในข้อหาดูหมิ่นหรือกล่าวร้ายต่อกษัตริย์ สมเด็จพระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ไม่ว่าจะเป็นชาวอังกฤษหรือชาวต่างชาติ

ในทางตรงกันข้าม การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องส่วนพระองค์ของพระราชวงศ์ นับตั้งแต่แฟชั่นการแต่งกาย ไปจนถึงความประพฤติที่ไม่เหมาะสม กลับเป็นหนึ่งในประเด็นที่เป็นที่ชื่นชอบ ของสื่อและประชาชนอังกฤษมากที่สุดก็ว่าได้

สำหรับในเดนมาร์ก กษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ จะได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายอาญามาตรา 267 ที่บัญญัติให้ผู้หมิ่นประมาทประมุขของประเทศ ต้องจำคุกไม่เกิน 4 เดือน และมาตรา 115 ก็ระบุว่า หากมีการหมิ่นประมาทกษัตริย์ ผู้สำเร็จราชการ หรือสมเด็จพระราชินี จะถูกเพิ่มโทษจำคุกเป็นไม่เกิน 6 เดือน แต่อย่างไรก็ตาม ในประเทศเดนมาร์ก ก็ยังไม่เคยมีการฟ้องร้องด้วยข้อหาดังกล่าวเช่นกัน

ส่วนในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเนเธอแลนด์ ก็แทบจะไม่เคยมีการฟ้องร้องในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นอกจากในปี 2550 ที่ชายผู้หนึ่งถูกปรับเป็นเงิน 400 ยูโร หรือประมาณ 16,000 บาท เนื่องจากเขาใช้คำหยาบคายด่าทอสมเด็จพระราชินีเบียทริกซ์แห่งเนเธอแลนด์กับ ตำรวจ

อย่างไรก็ตาม ในประเทศสเปน นิตยสาร เอล คูเอเบส (El Jueves) ซึ่งเป็นนิตยสารแนวเสียดสีการเมือง เคยถูกฟ้องร้องในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเมื่อปี 2550 เนื่องจากได้มีการนำภาพวาดการ์ตูนเจ้าชายเฟลิเป้ มกุฎราชกุมารสเปนกำลังมีเพศสัมพันธ์กับเจ้าหญิงเลติเซีย พระชายาขึ้นปกนิตยสาร เพื่อล้อเลียนนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศจะจ่ายเงินให้กับคู่สมรสทุกคู่ที่มี บุตร โดยนิตยสารฉบับดังกล่าวถูกริบจากแผงหนังสือทั่วประเทศ ส่วนบรรณาธิการถูกตัดสินว่ามีความผิด และต้องเสียค่าปรับเป็นเงิน 3,000 ยูโร หรือ 120,000 บาท

จะเห็นได้ว่า การฟ้องร้องประชาชนในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เกิดขึ้นน้อยมากในยุโรป และถึงแม้จะมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น การลงโทษผู้กระทำผิดก็เป็นการดำเนินคดีอย่างเปิดเผยในลักษณะคดีหมิ่นประมาท ทั่วไป โดยมาตรการลงโทษก็เป็นเพียงการปรับ และยังไม่เคยมีการลงโทษถึงขั้นจำคุก

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่น่าแปลกใจ ที่นานาชาติจะแสดงความกังวลต่อประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของไทย ที่นอกจากจะมีการบัญญัติโทษที่รุนแรงแล้ว ลักษณะการดำเนินคดียังไม่เปิดเผยอีกด้วย

เฟซบุ๊กปล่อย Timeline ให้ใช้ทั่วโลกแล้ว

ที่มา Voice TV

เฟซบุ๊กปล่อย Timeline ให้ใช้ทั่วโลกแล้ว

เฟซบุ๊กปล่อยระบบ Timeline ให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ใช้แล้ว ทั้งผ่านเว็บ ผ่านมือถือ และ facebook for android

หลังจากมีข่าวมาสักพักใหญ่ๆ เรื่องที่เฟซบุ๊กจะปล่อยให้ผู้ใช้ได้ใช้ระบบ Timelineแบบใหม่ แต่ก็ยังคงจำกัดในหมู่ devrloper เท่านั้น

ล่าสุด ทาเฟซบุ๊กได้ปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วไป ได้ใช้ Timeline ได้แล้ว โดยสามารถเข้าไปที facebook.com/about/timeline แล้วกด Get It Now ได้เลย หลังจากนั้นจะมีการแนะนำวิธีการใช้งาน และความเปลี่ยนแปลงของการทำงานที่ต่างจากเดิม

เมื่อเข้าไปที่หน้าโปรไฟล์เฟซบุ๊กของเราเองก็จะเจอหน้าโปรไฟล์แบบใหม่ (ดังรูป)

ซึ่งจะพบคำว่าเลือกเปลี่ยนรูปปกอัลบั้ม ที่เราสามารถเปลี่ยนได้ตามใจชอบ (คล้ายๆ กับ hi5 นิดๆ ) และจะออกมาดังรูป

ระบบ Timeline แบบใหม่นี้ นอกจากจะช่วยตกแต่งเฟซบุ๊กให้น่าสนใจขึ้นแล้ว ยังมีการจัดหมวดหมู่ข้อมูลส่วนตัวในเฟซบุ๊กไว้อย่างเป็นระเบียบ ทั้งเพื่อน รูปภาพ แผนที่ ฯลฯ และยังมีการแยกคอลัมน์ซ้าย ขวา เพื่อการแสดงผลข้อความ รูปภาพ และวิดีโอได้ชัดเจนมากขึ้น

อีกทั้งระบบ Timeline แบบใหม่นี้ ยังสามารถช่วยคุณค้นหาเรื่องราวต่างๆ ที่เคยโพสต์ในเฟซบุ๊กได้ จนถึงวันแรกที่คุณเริ่มใช้ โดยคลิกที่ด้านขวามือ ที่มีระบุช่วงเวลาไว้อย่างชัดเจนได้เลย

และนอกจากระบบ Timelineแบบใหม่นี้จะสามารถใช้ได้บนเว็บราวเซอร์ทาง www.facebook.com แล้ว ยังสามารถใช้ได้ผ่านมือถือ ที่ m.facebook.com หรือเข้าใช้ผ่าน facebook for android เวอร์ชั่นล่าสุด ( 1.8.1) อีกด้วย

Source : facebook (image)

ภาพความเข้มแข็ง กับ ภารกิจผูกมิตรกองทัพ

ที่มา Voice TV

ภาพความเข้มแข็ง กับ ภารกิจผูกมิตรกองทัพ

เป็นภาพที่ดูด้วยความสง่าสงาม ในการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจเยี่ยมเหล่าทัพ ของนายกฯหญิงคนแรก

และเป็นการต้อนรับที่อบอุ่นของ กองทัพไทย ที่ได้มีโอกาสต้อนรับ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ด้วยการตั้งแถวกองทหารเกียรติยศต้อนรับ

สำหรับภารกิจ ในการตั้งกองทหารเกียรติยศ ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการจัดกองทหารเกียรติยศ พ.ศ. 2528กำหนดให้จัดในโอกาสดังต่อไปนี้

สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนนี และรัชทายาท ให้จัดเมื่อเสด็จในงานพระราชพิธี รัฐพิธี งานพิธีของทหารหรือเสด็จประพาสต่างท้องถิ่น, สำหรับผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ให้จัดเช่นเดียวกับในข้อ

สำหรับนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้จัดเมื่อไปราชการต่างท้องถิ่น และในท้องถิ่นนั้นมีหน่วยทหารตั้งอยู่

สำหรับผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้จัดเมื่อไปราชการต่างท้องถิ่น และในท้องถิ่นนั้นมีหน่วยทหารในสังกัดตั้งอยู่

สำหรับประมุขของรัฐต่างประเทศ ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ และแขกผู้มีเกียรติของรัฐบาล

สำหรับ พระบรมราชานุสาวรีย์และอนุสาวรีย์ผู้ประกอบคุณงามความดีแก่ประเทศชาติเป็น อย่างยิ่ง ให้จัดเมื่อประกอบพิธีเปิดหรือจัดพิธีสมโภชเป็นทางราชการ

สำหรับศพทหารซึ่งเสียชีวิตในขณะประจำการ ให้จัดเมื่อเวลาเผาหรือฝัง ตามศาสนาของผู้เสียชีวิต และสำหรับธงชัยเฉลิมพล ให้จัดในเมื่อเวลารับหรือส่งธง

ภาพของความพร้อมใจ ที่ดูเหมือนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทอดไมตรีความเป็นมิตร กับทางผู้บัญชาการเหล่าทัพ เป็นาภพที่ดูแล้วอาจจะเป็นความหวังของรัฐบาลกับกองทัพ ที่จะหลอมการทำงานด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน

ในสภาวะการณ์ “ระเบิดด้าน” ป่วนเมือง และความหวาดระแวงว่า “ทหารหลงยุค” บางส่วนยังอยากวาดฝัน เพื่อให้ความจริงเป็นไปตามที่คิด ต้องยอมรับว่า ยังมีอยู่

หรือ เป็นการแสดงไมตรี ในช่วงกระแสเขย่าผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กำลังระอุ แต่ก็มีคำยืนยันจาก นายกรัฐมนตรีแล้วว่า ยังทำงานร่วมกันได้ดี และยังไม่มีแนวคิดอะไรในการเข้าไปจัดการภายในกองทัพ แต่ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็พร้อมที่จะสนองงานร่วมกับทางกองทัพ เพื่อให้กองทัพสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างราบรื่นต่อไป

โดย ภารกิจที่ผ่านมาในการเข้าตรวจเยี่ยมกองทัพไทย ประกอบด้วย ในวันที่ 14 ธ.ค. นายกฯ เข้าตรวจเยี่ยม กองบัญชาการกองทัพบกและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในฐานะที่ นายกฯเป็นผอ.กอ.รมน.โดยตำแหน่ง โดยมี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และคณะให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ณ กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร และ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำเดินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ พร้อมกับมีการตรวจเยี่ยมผลงานและความก้าวหน้าของกองทัพบก นอกจากนี้ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้รายงานผลการทำงานของ กอ.รมน.

ต่อมาเป็นการตรวจเยี่ยม งานในส่วนของกองทัพอากาศ กองทัพอากาศ ที่นอกจาก พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่กองทัพอากาศ ให้การต้อนรับ เดินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ แล้วเดินไปยังอนุสาวรีย์ทหารอากาศเพื่อวางพวงมาลา สักการะพระอนุสาวรีย์ จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถทำพิธีประดับเครื่องหมายแสดงความสามารถในการบิน ชั้นกิตติมศักดิ์ของกองทัพอากาศ พร้อมรับมอบประกาศนียบัตรจากผู้บัญชาการทหารอากาศ

ขณะที่ในวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี และคณะตรวจเยี่ยมกองทัพเรือ โดยมี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ ให้การต้อนรับ ได้ขึ้นแท่นรับการเคารพจากกองทหารเกียรติยศ ระหว่างนั้นวงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศ โดยผู้บัญชาการทหารเรือได้นำนายกรัฐมนตรีเดินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ

จาก นั้น นายกรัฐมนตรีไปยังอาคารกองทัพเรือ เข้าห้องรับรองกองบัญชาการกองทัพเรือ เพื่อทำพิธีรับมอบเครื่องหมายความสามารถนักทำลายใต้น้ำจู่โจมกองทัพเรือ กิตติมศักดิ์ จากผู้บัญชาการทหารเรือ แล้วนายกรัฐมนตรีได้ไปกราบสักการะ ถวายเครื่องราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก่อนไปยังห้องรับรอง อาคารส่วนบัญชาการ 5 ชั้น 2 เพื่อวางพวงมาลัยและกราบสักการะพระรูปปั้น พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และลงนามในสมุดเยี่ยม

และจากการตรวจเยี่ยมเหล่าทัพ เป็นภาพการย้ำไมตรีจิตจากนายกฯ ด้วยการตอบคำถามว่า “วันนี้ไม่หวาดระแวงกองทัพ เราทำงานด้วยกัน เชื่อใจกันค่ะ”

เป็นคำตอบที่ทำให้เห็นว่า รัฐบาลไทย และกองทัพไทย เริ่มจูนกันติด ซึ่งประจวบเหมาะกับท่าทีการชะลอการผลักดัน การแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหม รวมทั้ง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของพรรคเพื่อไทยเอาไว้ก่อน พร้อมกับโยนเข้าสู่เวทีของสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้พิจารณา

เรียกว่างานนี้ รัฐบาล เด้งเชือกเอาตัวรอดลดแรงกดดันไปได้อีกยก เพราะที่ผ่านมากระแสการเร่งรัด เรื่องการเข้าไปลดอำนาจการต่อรองของกองทัพในการแต่งตั้งโยกย้าย ด้วยการจะขอแก้พ.ร.บ.กลาโหม สร้างความหวาดระแวงต่อกันมาตลอด เพราะเกรงว่า อาจจะทำให้การเมืองมีอำนาจเหนือกองทัพ อันจะนำเข้าไปสู่การแต่งตั้งโยกย้ายได้ตามสะดวก และตามใจนักการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่กองทัพไม่ต้องการ

ขณะเดียวกัน ฝ่ายการเมือง ก็หวาดระแวงเช่นกันว่า หากกองทัพแข็งกระด้างมากเกินไป จะทำให้บริหารจัดการในการทำงานร่วมกันไม่ได้ เมื่อต่างฝ่ายต่างกลัว จึงต่างหวาดระแวง

แต่ด้วยท่าทีที่อ่อนโยน และไมตรีที่ห่วงใย ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่แสดงออกมาให้เห็นตั้งแต่การแต่งตั้ง รมว.กลาโหม และการไม่เข้าไปยุ่งในโผการแต่งตั้งโยกย้ายระดับสูง ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้เห็นท่าทีที่รอมชอมกันมากขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ลดแรงเสียดทานทางการเมืองได้ดีทีเดียว

ประจวบเหมาะกับบทบาทการทำงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ส.ส.บัยยชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ เป็นประธาน ที่งานทยอยคืบหน้าไปเรื่อยๆ โดยมีตัวแทนทั้งในฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเข้ามาร่วมงานกัน จึงอาจได้เห็นแนวทางร่วมกันสู่ทางออกได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม หากแรงเสียดทานเหล่านี้ลดลง อาจจะช่วยให้ รัฐบาลนี้ พอมีจังหวะและเวลาในการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆออกมาได้ โดยเฉพาะหลังสถานการณ์น้ำลด ที่รัฐบาลจำเป็นต้องรวมพลังทุกภาคส่วน เรียกความเชื่อมั่น และสร้างความเชื่อใจ ทั้งในและนอกประเทศให้กลับคืนมาโดยเร็ว เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น และฟื้นฟูคะแนนนิยมให้ดีขึ้นมา

เพราะเมื่อเวลาต้องส่งไม่ต่อ ให้กับ “บ้านเลขที่ 111”ที่ จะพ้นโทษกลับมาลงสนามการเมืองได้อีกครั้งในช่วงกลางปีหน้า หากเตรียมการไว้ดี การยุบสภาเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไป อาจเป็นความหวังที่อาจได้รัฐบาลเสียงข้างมากที่ชัดเจนได้อีกครั้ง

แต่นั่นอาจเป็นภาพในอนาคต ส่วนภาพปัจจุบันที่ได้เห็นกันแล้ว คือ ภาพของความสง่างามในการทำหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยเฉพาะการปฏิบิติหน้าที่เคียงคู่กับชายชาติทหาร แห่งกองทัพไทย

ทุกย่างก้าวในการตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ จึงมองได้เหมือน “ดอกไม้งาม” บนความแข็งแกร่ง เป็นภาพที่ไม่คุ้นตานัก เพราะที่ผ่านมาอาจจะคุ้นชินกับภาพของ นายกรัฐมนตรีชาย

กับภารกิจที่ผ่านมา ทั้งในและต่างประเทศ เชื่อว่าหลายคนคงส่งกำลังใจให้กับ นายกฯยิ่งลักษณ์ ในการทำงานและฝ่าฟันอุปสรรคได้ต่อไป

โอกาส นี้ จึงขอประมวลภาพภารกิจการตรวจเยี่ยมกองทหารเกียรติยศในต่างแดนมาให้ชมกันอีก ครั้ง ถือเป็นความภูมิใจกับ นายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทย.

อินโดนีเซีย

สหภาพพม่า

กัมพูชา

สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

บรูไน

ทีมข่าววอยซ์ทีวีออนไลน์ : รายงาน

Source : Mthai , มติชนออนไลน์ , AFP , YONHAP (Image)

รายการชูธง ณัฐวุฒิ+จตุพร 15-12-2011

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

กาแฟ



http://speedhorse.blogsite.org/read.php?tid=816

ด่วน! ภาพวางระเบิด 3 จุด ในกรุงเทพเช้านี้

ที่มา go6tv

วน! ภาพวางระเบิด 3 จุด ในกรุงเทพเช้านี้

pic.twitter.com/gPquJwP2

pic.twitter.com/5yZOi1kn

สิ่งที่อยู่ในยางรถคือระเบิด!!

เจ้าหน้าที่ชุดกู้ระเบิดมาถึงก็เตรียมเครื่องมือ

pic.twitter.com/5w11PJz1

กล่องดำใหญ่พร้อมบึ้ม จนท.เก็บกู้แล้ว หน้าธนาคารกรุงเทพ 1ใน3 ของจุดวางระเบิดเช้านี้

กู้แล้ว! ระเบิดหน้าธนาคากรุงเทพ ลาดกระบัง20/1

เจ้าหน้าที่เข้ากู้ระเบิดบริเวณถนนคู่ขนานกาญจนา-ปากซอยวัดกิ่งแก้ว

ระเบิดลูกนี้มีไฟ!!!! เจ้าหน้าที่แจ้งนักข่าวช่างภาพหลบหลังรถกันกระสุน (เสียวโว้ยยยยย)

เจ้าหน้าที่ลากระเบิดออกมาแล้วเอาเครื่องวางเอ็กซเรย์

ตำรวจผู้ใหญ่หลายนายลงพื้นที่ บอกแถลงข่าวที่บชน.9.30-10.00น.พร้อมกันทีเดียว ขณะนี้รอชุดเก็บกู้ระเบิด



เมื่อ เวลา 08.00 น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวในรายการเก็บตกจากเนชั่น ถึงเหตุการณ์วางระเบิด 3 จุดในพื้นที่ประเวศ , ลาดกระบัง และซอยสุขุมวิท 77 เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ว่า ระเบิดทั้ง 3 จุดที่ทางตำรวจสามารถเก็บกู้ได้ในครั้งนี้ เป็นระเบิดที่มีการติดวงจรที่มีลักษณะคล้ายกับการวางระเบิดที่ด้านหน้ากอง สลากกินแบ่งรัฐบาลที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามระเบิดที่นำมาวางไว้ทั้ง 3 จุดดังกล่าวขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเก็บกู้ได้ทั้งหมดแล้ว ส่วนระเบิดที่มีการนำวางไว้ทั้ง 3 จุด จะสามารถระเบิดได้หรือไม่นั้น คงจะต้องรอการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อีกครั้ง เพราะในการเก็บกู้นั้นได้มีการตัดวงจรดังกล่าวไปก่อน

เมื่อ ถามว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบได้อย่างไรว่าจะมีการวางระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้น พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการวางระเบิดที่ด้านหน้าสำนักงานกองสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลคดีดังกล่าวได้มีการติดตามสอบสวนสืบสวนอย่างต่อ เนื่อง จนทำให้เจ้าที่ตำรวจรู้เบาะแส และรู้ตัวผู้กระทำผิด จึงเป็นที่มาของการได้ตัวและได้ของระเบิดของกลางดังกล่าวเมื่อกลางดึกที่ ผ่านมา

เมื่อ ถามว่า ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ 1 คน ใช่หรือไม่ พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า "ถูกต้องครับ" เมื่อถามต่อว่า คนร้ายที่สามารถจับกุมตัวได้นั้น เป็นใคร หรือเป็นคนมาจากกลุ่มไหน พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า เบื้องต้นทราบมาว่าผู้กระทำความผิดชื่อนายจีระวัฒน์ อายุ 44 ปี เป็นคนกทม. โดยในขณะนี้กำลังมีการสืบสวนกันอยู่ เมื่อถามว่า ทราบหรือยังว่า เป็นคนกลุ่มเดียวกับคนร้ายที่นำระเบิดไปวางที่กองสลากฯหรือไม่ พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ตอนนี้ยังสอบสวนกันอยู่ แต่การต่อวงจรต่างๆ มีลักษณะที่คล้ายๆ กัน

เมื่อ ถามว่า นายจีระวัฒน์ที่จับกุมตัวได้ในขณะนี้ ใช่กลุ่มมาจากแก๊งค้ายาเสพติด พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ตนคิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มก่อกวน เมื่อถามว่า ใช่กลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้องการเมือง พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ตอนนี้ตัวคนร้ายยังไม่ยอมพูดอะไร และเวลานี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบกันอยู่

ขอขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์
khanathit Nation KCL @Hui_Nation_kcl

♫ VDO 2011 Dec PM Yingluck visit 3 Thai Armies

ที่มา thaifreenews

โดย Tuxedo

♫ VDO 2011 Dec PM Yingluck visit 3 Thai Armies



♫ VDO 2011 12 09 นายก ยิ่งลักษณ์ เยือนกลาโหม



♫ VDO PM Ascocenda ღ Yingluck Shinawat ღ on ASEAN Visit

เสื้อแดงขู่ ไม่แก้รัฐธรรมนูญ เคลื่อนไหวแน่

ที่มา thaifreenews

โดย สายปิง

เสื้อแดงขู่ ไม่แก้รัฐธรรมนูญ เคลื่อนไหวแน่

โฆษก นปช. แถลง คนเสื้อแดงหนุนรัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญปี 2550 กำหนดกรอบให้ชัดเจน หากไม่ทำ เสื้อแดงจะออกมาเคลื่อนไหวแน่

(14 ธ.ค.) นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ รักษาการโฆษกกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงว่า คนเสื้อแดงสนับสนุนให้รัฐบาลชุดนี้ แก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 เพื่อแก้ไขกฎหมายที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ให้เป็นประชาธิปไตย และยังเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน มิเช่นนั้นคนเสื้อแดงจะดำเนินการเองทั้งหมด

ด้าน น.พ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำ นปช. กล่าวว่า ในการเปิดสมัยประชุมสภานิติบัญญัติ ในวันที่ 21 ธ.ค. นี้ ตนจะผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 อย่างเร็วที่สุด แม้ว่ามติพรรคจะให้ชะลอเรื่องดังกล่าวก็ตาม พร้อมกันนี้จะเสนอให้นายกรัฐมนตรี ยกเลิกการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ ที่ไม่มีความรุนแรงในขณะนี้

"เหวง”ยื่นสอบปิดสนามบิน-คดีปรส.

ที่มา thaifreenews

โดย สายปิง

"เหวง”ยื่นสอบปิดสนามบิน-คดีปรส.

เมื่อ เวลา 15.30 น.วันที่ 15 ธ.ค. ที่รัฐสภา น.พ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าตนได้ยื่นหนังถึง พล.ต.อ.วิรุฬห์ พื้นแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ติดตามความคืบหน้าของคดีปิดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในช่วงระหว่างวันที่ 25 พ.ย.-2 ธ.ค.51 เนื่องจากขณะนี้เหตุการณ์ผ่านมาแล้ว 3 ปี แต่ความคืบหน้าของคดีเป็นไปอย่างเชื่องช้า เมื่อเปรียบเทียบกับคดีที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ที่แตกต่างกัน เพราะคดีของนปช.ได้มีการส่งฟ้องศาล จนมีคำพิพากษาให้จำคุกไปแล้วในหลายคดี ในขณะที่กลุ่มพันธมิตรฯที่ปิดสนามบินได้มีการขึ้นไปที่หอบังคับการบิน จนไม่สามารถทำให้เครื่องบินขึ้น-ลงได้ ตรงนี้น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเฉพา กฎหมายว่าด้วยการบินพลเรือน ที่มีโทษความผิดค่อนข้างรุนแรง จึงถือว่าวันนี้คดีปิดสนามบืนยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด



น.พ.เหวงกล่าว ด้วยว่า ตนได้ยื่นหนังสือถึงพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้พิจารณาสอบสวนและศึกษาความคืบหน้าในเรื่องที่คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ดำเนินการสอบสวนในเรื่องของการขายทรัพย์สินขององค์การเพื่อการปฎิรูประบบ สถาบันการเงิน (ปรส.) มาตั้งแต่ปี 2541 ในสมัยรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันผ่านไปกว่า 10 ปีแล้ว และคดีใกล้จะหมดอายุ ความ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้ ทั้งๆที่สร้างความเสียหายให้ประเทศชาติกว่า 8 แสนล้านบาท ดังนั้นจึงอยากให้ กมธ.ป.ป.ช. ได้พิจารณาสอบสวนและศึกษาเรื่องนี้โดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติและประชาชน ตลอดจนนำคนผิดมาลงโฌทษตามกฎหมายต่อไป

สถานทูตสหรัฐแถลงย้ำ ไม่เข้าข้างฝ่ายใด หนุนเสรีภาพในการแสดงออก

ที่มา ประชาไท

เฟซบุ๊กของสถานทูตสหรัฐเผยแพร่คำแถลงจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศ ไทย ยืนยัน เคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พระราชวงศ์และวัฒนธรรมของประเทศไทยอย่างสูงสุด ย้ำสนับสนุนให้มีเสรีภาพในการแสดงออกทุกประเทศทั่วโลก ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์

เมื่อเวลา 11.00 น. เฟซบุ๊กของสถานทูตสหรัฐ เผยแพร่คำแถลงจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ยืนยัน เคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พระราชวงศ์และวัฒนธรรมของประเทศไทยอย่างสูงสุด ย้ำสนับสนุนให้มีเสรีภาพในการแสดงออกทุกประเทศทั่วโลก ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์

“ดังที่เอกอัครราชทูตเคนนีย์ได้กล่าวแล้ว รัฐบาลสหรัฐอเมริกามีความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พระราชวงศ์และวัฒนธรรมของประเทศไทยอย่างสูงสุด เมื่อเร็วๆ นี้ ท่านประธานาบดีโอบามา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคลินตัน และสถานเอกอัครทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยได้ถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ 84 พรรษา

ประเทศไทยเป็นมิตรเก่าแก่ที่สุดในเอเซียของสหรัฐฯ และสหรัฐฯ จะยังคงยืนเคียงข้างประชาชนไทยตลอดไป เราเคารพกฎหมายไทย และสำหรับเรื่องกิจการภายในของประเทศไทยนั้น สหรัฐฯ ไม่เข้าข้างฝ่ายใดทั้งสิ้น สหรัฐฯ สนับสนุนให้มีเสรีภาพในการแสดงออกในทุกประเทศทั่วโลก และถือว่าเสรีภาพฯ นี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์”

2 วันก่อนหน้านี้ (14 ธ.ค.) หน้าเพจสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยถูกผู้ใช้ชาวไทยจำนวนหนึ่งเข้าไป แสดงความไม่เห็นด้วยต่อกรณีที่สหรัฐอเมริกาวิจารณ์การใช้กฎหมายอาญา มาตรา 112 และกระบวนการยุติธรรมของไทย โดยบางส่วนชี้ถึงความแตกต่างของระบอบการปกครองของไทยและสหรัฐฯ และไม่พอใจที่สหรัฐฯ เข้ามาก้าวก่ายเรื่องในประเทศ

ทั้งนี้ เมื่อ 6 ธ.ค. 54 ที่ผ่านมา โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฝ่ายเอเชียตะวันออก เดอรราจ์ พาราดิโซ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพีว่า สหรัฐรู้สึก “หนักใจ” กับการตัดสินของศาลในคดีของนายอำพล หรือ ‘อากง’ ที่ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 20 ปี ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและละเมิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พร้อมระบุด้วยว่า รัฐบาลสหรัฐมีความเคารพยำเกรงต่อสถาบันกษัตริย์ไทยอย่างที่สุด อย่างไรก็ตามเธอกล่าวว่า สหรัฐอเมริการู้สึก “หนักใจ” (troubled) กับการตัดสินคดีของศาลไทยเมื่อเร็วๆ นี้ ในคดีของนายอำพล ซึ่งไม่สอดคล้อง (inconsistent) กับหลักสิทธิมนุษยชนสากลด้านเสรีภาพในการแสดงออก

ขณะที่ คริสตี เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย แสดงความเห็นผ่านทวิตเตอร์ (9 ธ.ค.) ว่า สหรัฐอเมริกากังวลใจต่อการตัดสินคดีของ 'โจ กอร์ดอน' ชายไทย-อเมริกันที่ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี 6 เดือน ในคดีหมิ่นฯ โดยทางการสหรัฐให้ความเคารพต่อสถาบันกษัตริย์ของไทยอย่างสูงสุด แต่รู้สึกเป็นกังวลต่อการตัดสินที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในด้านเสรีภาพ ในการแสดงออก

มือปราบไซเบอร์เตือนอย่่าคลิกอ่าน-อย่ากดไลค์-อย่าค้นเว็บไม่เหมาะสม

ที่มา ประชาไท

นายกสภาทนายความเข้าพบ "เฉลิม" ขอให้ปราบเว็บหมิ่น - หมอตุลย์เตือนทูตสหรัฐกำลังละเมิดอธิปไตยด้านกฎหมายของไทย "สยามสามัคคี" นัดชุมนุมหน้ายูเอ็น-สถานทูตสหรัฐ

หมอตุลย์โพสต์เตือนทูตสหรัฐกำลังละเมิดอธิปไตยด้านกฎหมายของไทย

เมื่อวานนี้ (15 ธ.ค.) นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่าย พลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน ได้โพสต์ข้อความในกระดานข่าวในเฟซบุคของสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ข้อความดังนี้ "กราบเรียนท่านเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ตามที่ท่านได้วิพากษ์วิจารณ์การลงโทษผู้กระทำความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 112 อันเกี่ยวข้องกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยลงโทษคนไทยสัญชาติอเมริกัน อ้างว่าเป็นการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ หรือละเมิดสิทธิมนุษยชน กระผมขอกราบเรียนว่า ท่านกำลังละเมิดอธิปไตยด้านกฎหมายของประเทศไทยอยู่ แต่ที่สำคัญกว่าคือท่านคงไม่ทราบไม่เข้าใจถ่องแท้ถึงความสำคัญและความผูกพัน ระหว่างสถาบันกษัตริย์กับปวงชนชาวไทย จึงได้มีความเห็นให้ทบทวนกฎหมายมาตรา 112 อันก่อให้เกิดปฏิกิริยาในทางลบต่อประเทศสหรัฐอเมริกา อันเนีื่องมาจากข้อวิพากษ์ของท่าน กระผมขอกราบเรียนให้ท่านเอกอัครราชทูตได้ศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับความ สำคัญของสถาบันกษัตริย์ของไทยให้ถ่องแท้ก่อนจะวิพากษ์ใดๆ ท่านจะได้สามารถทำหน้าที่ในฐานะเอกอัครราชทูตประเทศสหรัฐอเมริกาประจำประเทศ ไทย ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจระหว่างประชาชนคนไทยผู้จงรักภักดีกับประเทศ สหรัฐอเมริกาของท่าน ขอแสดงความนับถืออย่างสูง ผศ.นพ. ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน"

นอกจากนี้ นพ.ตุลย์ได้โพสต์ข้อความตอบคำถามผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นท้ายโพสต์ด้วย ว่า "กรณีอากงติดคุก 20 ปี อากงได้สู้คดี มีทนายตามกระบวนการยุติธรรมที่ ถูกต้อง ไอ้ที่วิจารณ์ว่า 20 ปีน่ะ 4 คดี คดีละ 5 ปี เลยกลายเป็น 20 ปี ไม่ใช่ส่ง SMS ครั้งเดียวติดคุกหัวโต 20 ปี อย่างที่หลายคนเข้าใจผิด ว่าแต่ว่า อากงเอาเบอร์เลขาอภิสิทธฺ์มาจาก...ไหน มีเหตุผลอะไรเฉพาะ ที่เจาะจงส่งไปยังเลขาอภิสิทธิ์ด้วย ทั้ง 2 ข้อสังเกตบวกกับการเอากรณีอากงมาเป็นเครื่องมือในการรณรงค์ ผมสงสัยว่ามีขบวนการสร้างกรณีหมิ่นฯ ด้วย SMS โดยคนถูกจำคุกเป็นคนแก่ เรียกร้องความสงสารใจากคนไทยจำนวนมาก ให้ร่วมเห็นด้วยกับการยกเลิกมาตรา 112"

"... ทวีตของท่านทูตใช้คำว่า สหรัฐมีความกังวลใจเนื่องจากการตัดสินไม่สอดคล้องกับมาตรฐานเสรีภาพพื้นฐาน สากลว่าด้วยสิทธิในการแสดงออก ซึ่งน่าจะทำให้ประเทศไทยเสื่อมเสีย ทั้งๆ ที่ประเทศไทยให้ความคุ้มครองสิทธิของพลเมือง เท่าที่กฎหมายไทยกำหนด ในกติการสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองข้อ 19 ยังยอมรับว่าต้องมีการจำกัดบางอย่าง เพืื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย เลย แต่ต้องตรากฎหมายไว้ก่อน ซึ่งประเทศไทยก็มี มีมานานแล้วด้วย แต่ช่วงหลังนี้เตรียมตัวมาหมิ่น กันเป็นขบวนการ เลยมาเป็นฝูง คดีเลยเยอะ กฎหมายไม่ได้ผิด คนที่เจตนาหมิ่นสิผิด แล้วมาทำอ้างสิทธิเสรีภาพ ไอ้พวกไม่มีความรับผิดชอบและไม่รู้หน้าที่ คำก็เสรีภาพ คำก็สิทธิ ไอ้พวกไม่มีอารยะ ไม่เคารพกฎหมาย"

สยามสามัคคีประท้วงหน้ายูเอ็น-สถานทูตสหรัฐวันนี้

ขณะเดียวกันในวันนี้ (16 ธ.ค.) ภาคีเครือข่ายสยามสามัคคี นำโดย พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม จะไปยื่นหนังสือที่องค์การสหประชาชาติ และสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ชี้แจงเรื่องประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และจะจัดเสวนาช่วงเย็นที่สวนลุมพินี เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นในเรื่องนี้ โดยนัดชุมนุมในเวลา 12.30 น. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ก่อนไปยังสหประชาติในเวลา 13.00 น. พร้อมยื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อผู้แทนสหประชาชาติ จากนั้นในเวลา 14.00 น. จะไปสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือเช่นกัน และในเวลา 17.00 - 20.30 น. จะจัดการเสวนาทางวิชาการเรื่อง "รู้และเข้าใจ กฏหมายอาญาม.112" โดย พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ประธานกลุ่มภาคีเครือข่ายสยามสามัคคี และตัวแทนภาคีเครือข่ายฯ ร่วมกัน กล่าวเปิดงาน การเสวนาเชิงวิชาการ " รู้และเข้าใจ กฏหมาย ม.112 " พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์, ดร.กิตติศักดิ์ ปรกติ, พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร , นายแก้วสรร อติโพธิ, นายสมชาย แสวงการ ดนตรีโฟลค์ซอง โดย นายประทีป ขจัดพาล

มือปราบไซเบอร์เตือนพบเว็บไม่เหมาะสมอย่าเข้าไปดู อย่ากดไลค์ อย่าค้นคำ

ขณะมี่วานนี้ (15 ธ.ค.) ในเว็บไซต์มติชนออนไลน์ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ในฐานะคณะทำงาน ในคณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายการป้องกันและปราบปรามการนำ เสนอข้อมูลข่าวสาร ที่ผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสมผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า ในวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ไอซีทีได้ร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งปิดกั้นเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อความที่กระทบ ต่อความมั่นคงทั้งหมด 126 URL และศาลได้ออกหมายค้น 5 เป้าหมาย ซึ่งทางคณะทำงานได้เข้าตรวจค้นและรวบรวมข้อมูล 2 เป้าหมายแต่ไม่ได้มีการจับกุม

พ.ต.อ.ศิริพงษ์ ติมุลา ผู้กำกับกลุ่มงานตรวจสอบศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำความผิดทาง เทคโนโลยี กล่าวว่า จำเป็นต้องมีเครื่องมือในการทำงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากไอซีทีประกาศหลักเกณฑ์การจัดเก็บข้อมูล ตามมาตรา 26 ปัจจุบันข้อมูลดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะระบุตัวเป้าหมายและเก็บหลักฐานไว้ พิสูจน์ จึงจำเป็นต้องจัดหาเครื่องมือมาช่วย ซึ่งระบบดังกล่าวต้องทำภายใต้กรอบกฎหมายและไม่กระทบเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่อยากย้ำเตือนประชาชน หากพบเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมก็ไม่ควรไปเผยแพร่หรือเขาไปดูหลายๆ ครั้ง สำหรับเฟซบุ๊ก (www.facebook.com) ก็ไม่ควรไปกดไลค์ (LIKE) หรือหากเป็นทวิตเตอร์ (www.twitter.com) ก็ไม่ควรไปฟอลโล่ต่อ และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะไปค้นหาคำที่ไม่เหมาะสม เพราะจะเป็นการเพิ่มเรตติ้งให้เว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมโดยไม่รู้ตัว

นายกสภาทนายความจี้เฉลิมเร่งปราบเว็บไซต์

นายสัก กอแสงเรือง นายกสภาทนายความ กล่าวว่า ได้เข้าพบ ร.ต.อ.เฉลิม พร้อมเรียกร้องให้เร่งดำเนินการจัดการเว็บหมิ่นสถาบัน โดยสภาทนายความจึงขอเรียกร้องให้ ผบ.ตร.และ รมว.เทคโนโลยีฯจัดตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานเพื่อติดตาม ตรวจสอบ สืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดดังกล่าว