WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 10, 2009

ข่าวจะเด็ดหัว 7 แกนนำถูกแฉไปทั่ว!!!!!!!!!

ที่มา thaifreenews

โดย : ป้าพลอย

ขอถามรัฐบาลใหม่หน่อยว่านโยบายของคุณที่ออกมาเพื่อคุณเองหรือเพื่อประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ?
จากการที่ได้ดูพฤติการณ์แต่ละอย่างที่ออกมาเหมือนรัฐบาลคุณต้องการมากำจัดคนที่รักประชาธิไตย์ไม่เอาเผด็จการ คุณพยายามยัดเยียดข้อหาต่อคนที่ใส่เสื้อแดงที่เป็นฝ่ายปรปักษ์ต่อเผด็จการในทุกกรณี แต่คุณกับ
ไม่ดำเนินคดีกับม๊อบพันธมิตรและยังไม่ออกกฏหมายจับทั้งแกนนำและการด์พันธมิตรที่ไล่ฆ่าผู้คนทำร้าย

ตำรวจบาดเจ็บสาหัส พร้อมทั้งนำผู้คนไปล้อมสนามบินทั้งสองแห่งกักขังเป็นตัวประกันเป็นเวลาหนึ่ง
สัปดาห์จนป่านนี้รัฐบาลคุณยังไม่แถลงข่าวให้ชาวต่างประเทศได้ทราบว่าคุณจะจัดการอย่างไร? เรื่องที่คุณ
จะต้องทำก่อนคือสะสางสิ่งต่างๆที่พันธมิตรได้ทำใว้ เวลานี้พวกคุณกลับไล่ล่าฝ่ายตรงกันข้ามของคุณ และ
ข่มขู่ห้ามนั่นห้ามนี่จะเด็ดหัวแกนนำ7 คนของพรรคเพื่อไทย คุณคิดว่าการข่มขู่เช่นนี้จะเป็นผลดีแก่รัฐบาล

คุณ เพราะทั่วโลกเขาได้รับรู้ว่ารัฐบาลคุณขึ้นมาได้เป็นรัฐบาลมาจากการวิ่งราวอำนาจของพรรคเพื่อไทยไม่ใช่มาจากการเลือกตั้งเช่นพรรคเพื่อไทยที่ได้ชนะมา การส่อสันดานโจรต่อคำพูดที่ออกมาปาวๆถูกประจานไปทั่วโลกว่าปล้นอำนาจของพรรคเพื่อไทยยังไม่พอยังขู่จะเชือดคอเขาให้ตายอีก ดังนั้นต่างประเทศจึงหมดความเชื่อถือในการกระทำของรัฐบาลที่อยุติธรรมต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ความป่าเถื่อนที่พันธมิตรได้กระทำ

ใว้คงยังไม่พอเพียงอีกหรือ? รัฐบาลใหม่นี้ต้องการเดินตามรอยเท้าของพันธมิตรที่ปูทางให้ใช่มั๊ย? ใหนคุณเคยบอกอยู่ปาวๆว่าจะทำเพื่อประชาชนและเสียสละเพื่อประชาชนจะสมานฉันท์ แต่การกระทำที่เห็นมันไม่ใช่ การที่จะจับคนกระทำความผิดต้องจับฝ่ายของตนเองก่อนถึงจะจับอีกฝ่ายหนึ่งเพราะความผิดเหมือนกัน แต่คุณละเว้นไม่จับฝ่ายคุณกลับมาไล่จับฝ่ายที่เป็นปรปักษ์แล้วจะให้เข้าอย่างไร? การกระทำของ

คุณมันไม่ได้ผิดกับระบบเผด็จการที่ผ่านมา ครั้งนี้เพียงเอานักการเมืองบังหน้าเป็นรัฐบาลที่แท้ก็เผด็จการทหารอยู่เบื้องหลังเพราะฝ่ายคุณร่วมกับพันธมิตรตลอดมานั่นเอง สถานการณ์ในไทยไม่ได้รอดพ้นสายตานักข่าวต่างประเทศไปได้เพราะนักข่าวต่างประเทศได้ติดตามพฤติการณ์ของพวกคุณอยู่ตลอดเวลา นักข่าวที่ทำข่าวต่างประเทศที่เขียนข่าวโดยไม่มีใครสามารถเอาเงินฟาดหัวเหมือนไทย เขารักจรรยาบรรณ

และศักดิ์ศรีของการเป็นนักข่าว ข่าวทุกข่าวเชื่อถือได้กรองออกแล้วและเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น พร้อมมีหลัก
ฐานยืนยันเช่นในกรณีนาย กะษิต อภิรมย์ และสส.ของประชาธิปัตย์อีกหลายคนพร้อมทั้งนายพลยศพลเอก
ที่เข้าร่วมกับม๊อบเสื้อเหลืองปิดสนามบิน การที่นักท่องเที่ยวได้นำวีดีโอออกทีวีไปทั่วโลกย่อมเห็นว่านั่นคือ
ของจริงเพราะมีพยานหลักฐานคนเป็นจำนวนมากที่เห็นขึ้นเวทีที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งคนไทยและคน

ต่างชาติที่ติดอยู่ในนั้น รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าคนเหล่านั้นไม่ได้ทำ ยอมรับมาดีกว่ามิ
ฉะนั้นรัฐบาลคุณจะเสียชื่อยิ่งกว่านี้เพราะในเมื่อรัฐบาลคุณได้มาไม่ถูกต้องอยู่แล้ว เวลานี้ข่าวรั่วไหลเกี่ยวกับการฟรอม์งานของรัฐบาลออกสู่ยังทั่วโลกโดยมีโครงการณ์กู้เงินยังต่างประเทศ ทั้งที่ผลงานยังไม่ได้ทำ
ให้ประชาชนได้เห็น แต่กลับคิดจะเอาประเทศไปแลกเพื่อขอกู้เงินมาทั้งที่สิ่งต่างๆในประเทศยังไม่ได้สะสาง

ให้เสร็จสิ้น รัฐบาลควรปัดกวาดบ้านตัวเองที่รกรุงรังเสียก่อนจึงค่อยไปทำอย่างอื่นสิ่งที่เร่งด่วนเวลานี้คือกำจัดสิ่งที่สกปรกในบ้านให้หมดไป และแก้ไขสิ่งที่บกพร่องให้ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย ไม่ใช่ดีแต่ปากปาวๆ ประชาชนต้องการคนที่มีมือทำงานไม่ใช่ใช้ปากทำงานแทนมือและสร้างภาพไปวันๆหนึ่ง ยุคนี้มัน
หมดยุคใช้ปากทำแล้วเพราะผู้คนเริ่มรู้สันดานตัดสินใจเองว่าใครทำงานใครดีแต่ปาก การใส่ร้ายป้ายสีเอา

ความดีใส่ตัวเอาความชั่วโยนให้คนอื่นประชาชนรู้หมดแล้วเช่นกัน เพราะฉะนั้นการที่จะตบตาประชาชนอีก
มันคงไม่ง่ายเสียแล้ว เพราะว่าทุกๆคนตาสว่างหมดแล้วแม้แต่คนที่พวกคุณประนามว่าคนชั้นต่ำรากหญ้า
ก็ไม่เอาพวกคุณอีกต่อไป

Friday, January 9, 2009

ถอดยศ ทักษิณ เลือกปฏิบัติ มีปัญหาแน่

ที่มา cbnpress

ร.ต.อ.เฉลิม ชี้เสนอถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง

ที่มา MCOT News

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ในฐานะที่เคยรับราชการตำรวจมาก่อน เห็นว่าการเสนอถอดยศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แม้ว่าในระเบียบสามารถกระทำได้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อตำรวจที่ยังรับราชการอยู่ ประพฤติชั่วร้ายและเป็นเรื่องทุจริต ต้องจำคุกเท่านั้น แต่ในกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ออกจากราชการมานานกว่า 30 ปีแล้ว และที่สำคัญคำสั่งของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาฯ ไม่เข้าข่ายที่จะนำมากล่าวอ้างว่ามีการกระทำทุจริต

“ผมเห็นว่า หากรัฐบาลดำเนินการดังกล่าว ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ ใช้อารมณ์กลั่นแกล้ง อีกทั้งตำรวจยังตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายรัฐ และจะยิ่งสร้างความแตกแยกให้บ้านเมืองเพิ่มมากขึ้น เพราะเมื่อเทียบกับกรณีของ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ และนายตำรวจคนอื่น ๆ ที่ถูกจำคุกนานถึง 14 ปี กลับไม่มีการถอดยศ” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-01-09 16:21:05

ส.ส.เพื่อไทยจี้นายกฯ ตรวจสอบ ผบ.ตร.กระทำผิดวินัยร้ายแรง

ที่มา MCOT News

รัฐสภา 9 ม.ค. - ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย แถลงว่า ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กับพวก 3 คน ถูกตั้งคณะกรรมการสอบ และผลสอบพบว่ามีความผิดโทษฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 ไม่ปฏิบัติตามประกาศของกระทรวงการคลัง โดยได้จัดซื้อและจัดจ้างด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ มีเจตนากระทำการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอ็น-เอส-มีเดีย-แอสโซซิเอทส์ จำกัด ได้รับงานการจัดจ้างโฆษณาและเผยแพร่รายการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 3 รายการ

“ผมอยากฝากติดตามเรื่องนี้ และฝากถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่มารับงานนายกรัฐมนตรี ขอให้ติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้ด้วย หากยังไม่มีความชัดเจน ผมในฐานะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาเพื่อตรวจสอบ เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณของรัฐ ในส่วนของงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีงบประมาณถึง 114 ล้านบาท” ร.ต.ท.เชาวริน กล่าว. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-01-09 14:56:29

ยุรนันท์ เร่งแก้ปัญหาคั่งค้าง-ดูแลคนฝั่นธนบุรี

ที่มา MCOT News

กรุงเทพฯ 9 ม.ค. - นายยุรนันท์ ภมรมนตรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) จากพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียงเป็นวันที่ 3 ในเขตฝั่งธนบุรี บริเวณตลาดลาดหญ้า โดยมีพ่อค้าแม่ค้าให้การต้อนรับอย่างดี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขอพรให้ดลใจประชาชนให้เลือกตนเป็นผู้ว่าฯ

นายยุรนันท์ กล่าวว่า หลังจากลงพื้นที่ฝั่งธนบุรีมา 3 วัน เห็นว่ามีปัญหาเดิม ๆ เช่น คุณภาพชีวิต การจราจรคับคั่ง ที่ไม่ได้รับการเหลียวแล ถ้าตนเป็นผู้ว่าฯ จะไม่เพิ่มปัญหาใหม่ แต่จะเร่งแก้ปัญหาเดิม และให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ทำให้คนฝั่งธนบุรีเป็นพลเมืองชั้น 2 อีกต่อไป

นายยุรนันท์ กล่าวด้วยว่า ขอให้คนกรุงใช้หลักเลือกผู้ว่าฯ โดยมองนโยบายที่โดดเด่นกระทบจิตใจ เช่น นโยบายของตนมี 10 ข้อ ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม แก้ปัญหาทุกประเด็น ส่วนการทำงานกับรัฐบาลต่างพรรคการเมืองนั้น ไม่อยากให้มองเรื่องพรรคเป็นหลัก การทำงาน กทม.ก็เป็นการทำงานระดับชาติ เช่นเดียวกับรัฐบาล รัฐบาลต้องมีจิตอาสาในการทำงาน ขณะที่ กทม.ที่เป็นการเมืองท้องถิ่นต้องมีจิตสำนึก เพราะเป็นตัวแทนของประเทศไทยเช่นกัน ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (10 ม.ค.) จะมีขบวนแห่ชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิในช่วงเช้า เป็นการหาเสียงครั้งสุดท้ายในสนามเลือกตั้งนี้.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-01-09 14:50:13

คนรักอุดร’ไม่ปลื้มปิดวิทยุชุมชนยืนยันไม่เคยทำผิดกฎหมาย กทช.

ที่มา ประชาทรรศน์

จากกรณีที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงเรื่องที่วิทยุชุมชนได้มีการปลุกระดมคนให้ออกมาเคลื่อนไหวนั้น ทำให้ตนเองมีความรู้สึกหนักใจในเรื่องนี้ แต่การเข้าไปดูแลจัดการนั้นติดปัญหา เพราะเป็นหน้าที่ของ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ที่จะเข้าไปดูแล แต่ยังไม่มีความชัดเจนอีกทั้ง พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ รัฐบาลไม่มีอำนาจเข้าไปจัดการ ซึ่งการป้องกันเบื้องต้นทำได้เพียงต้องอาศัยกฎหมายด้านความมั่นคงไปดำเนินการ และขณะนี้ทางตำรวจคงดำเนินการตรวจสอบอยู่แล้ว โดยเฉพาะบางคลื่นที่มีการปลุกระดมคนให้โค่นล้มรัฐบาล ทั้งในภาคเหนือและภาคอีสาน

“สำหรับคลื่นวิทยุชุมชนที่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการติดตามการนำเสนอเนื้อหา ซึ่งอาจเข้าข่ายมีความผิดด้านความมั่นคง ได้แก่ คลื่นคนรักอุดร และสถานีวิทยุของเครือข่ายกลุ่มคนรักเชียงใหม่” สาทิตย์กล่าว

ซึ่งการกระทำดังกล่าวนั้น ทำให้นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ออกมากล่าวในวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา ว่าตนขอยืนยันว่าการที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมากล่าวเช่นนี้ตนเกรงว่าจะทำให้คนเสื้อแดงอุดรฯ นั้นไม่พอใจ

ทั้งนี้ทาง คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.ก็เคยบอกว่ายังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับ พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ สถานีวิทยุชุมชน และ 3 ปีที่ผ่านมาก่อนที่จะมาก่อตั้งสถานีวิทยุชุมชนคนรักอุดร ที่บ้านหนองเหล็ก ซอย 9 นั้น ก็เป็นความคิดเห็นของสมาชิกโดยรวมที่ช่วยกันนำเงินมาสนับสนุนจนได้เงินกว่า 3 ล้านบาทเพื่อนำมาก่อสร้างสถานีแห่งนี้จนแล้วเสร็จ

“ตอนนี้ผมก็ได้เรียกนักจัดรายการวิทยุชมรมคนรักอุดร FM 97.50 MHz ทุกคน มารับทราบถึงแนวทางการจัดรายการโดยแจ้งให้นักจัดรายการทราบถึงการออนแอร์หน้าไมค์ของสมาชิกให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ไปแตะต้องพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์โดยเด็ดขาด และขณะนี้ก็คงจะลดบทบาทลง เพราะเกรงว่าสมาชิกคนเสื้อแดงที่อุดรธานีรวมไปถึงสมาชิกชมรมคนรักอุดรจะโทรศัพท์ออนแอร์เข้ามาพูดด้วยถ้อยคำที่รุนแรงและโจมตีรัฐบาลมากจนเกินขอบเขต” นายขวัญชัยกล่าว

ในวันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการดำเนินการวิทยุชุมชนที่ปลุกปั่นสร้างความแตกแยก ก็คงต้องว่าไปตามกรอบของกฎหมาย รัฐบาลเคารพสิทธิ์ ของสื่อมวลชน แต่สื่อที่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่น รัฐบาลก็สามารถดำเนินการได้ทันที ไม่จำเป็นต้องมีใครมาแจ้งความแต่ต้องทำอย่างนุ่มนวล พร้อมทั้งยัง เผยว่านายกรัฐมนตรีกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือในการแก้ปัญหาเว็ปไซต์หมิ่นเบื้องสูง โดยไม่จำเป็นต้องจัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งวันนี้ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงกลาโหม, กระทรวงไอซีที, กระทรวงยุติธรรม, กองทัพบก และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มาร่วมหารือ

รั้วของชาติ !

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : ละครชีวิต

โดย ลวดหนาม

ไม่รู้ว่าระยะหลังเป็นอย่างไร ผมชอบ นายสมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทยเป็นพิเศษ เพราะไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหน จะทำอะไรก็ถูกใจไปเสียหมด
โดยเฉพาะเมื่อนายสมชายดำรงตำแหน่ง ประธานคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎรก็ยิ่งชอบมากขึ้น
ด้วยนิสัยของผมที่เกลียด “เผด็จการ” เข้าไส้จึงทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีกับ “ทหาร” ไปด้วย

ตั้งแต่หลังเหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมา ผมเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยปลื้มทหาร เพราะ “หน้าที่” ในการเป็น “รั้วของชาติ” กลับไม่ทำ

แต่อะไรที่ไม่ใช่หน้าที่ของ “ทหาร” กลับมายุ่งย่าม เช่น เรื่องการเมือง เข้ามาวุ่นวายจนทำให้ประเทศชาติใกล้ “เจ๊ง” เข้าไปทุกวันแล้ว

จำได้ว่า ช่วงหลังการยึดอำนาจรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ใหม่ๆ มีทหารหลายนายออกมา “แอ็กชั่น” ตามหน้าจอโทรทัศน์มากมาย

ทหารหลายนายให้สัมภาษณ์สร้างภาพว่า รักชาติ – รักแผ่นดิน บางคนได้ดิบได้ดี เพราะออกมา “บู๊” กับคนในเครือข่าย พ.ต.ท.ทักษิณ จนร่ำรวยไปหลายคน

ผมกล้าพูดได้เลยว่าทหารเหล่านี้ไม่เคยจริงใจต่อประชาชนสักนิดเดียว ที่กล้าออกมา “บู๊” กับคนในเครือข่าย พ.ต.ท.ทักษิณ เนื่องจากอยากได้ตำแหน่ง อยากได้ลาภยศ สรรเสริญ

ผมดีใจมากที่เห็นนายสมชาย ทำหนังสือเชิญ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เข้าชี้แจงกรณีนายทหารเกษียณอายุราชการยังคงพักและใช้น้ำไฟของราชการฟรี

คำถามของนายสมชาย ผมเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนทั่วประเทศอยากรู้ แต่ไม่มีโอกาสได้ถาม เพราะอย่างที่เห็นๆ กันอยู่ว่า “ทหารไทย” เป็นทหารที่สบายและพิเศษที่สุดในโลก

นายสมชายบอกว่า ต้องการสอบถามถึงบ้านพักอาศัยที่มีอยู่ในกองทัพ มีอยู่ในที่ใดบ้าง โดยเรื่องดังกล่าวเป็นที่สนใจของประชาชนและสื่อมวลชน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครสนใจเอาเรื่องนี้มาพิจารณา ทำให้สะสมเป็นปัญหามาโดยตลอด

โดยเฉพาะในกรณีของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก เมื่อพ้นจากตำแหน่งไปแล้วได้อาศัยอยู่ที่ไหน ยังอยู่ในบ้านพักของกองทัพหรือไม่ และทำได้หรือไม่ จึงขอให้กองทัพช่วยเล่าในภาพรวมให้ทราบ
ในส่วนของกองทัพมีข่าวออกมาบอกว่ามีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายท่านเกษียณแล้วไม่ออกจากบ้านพัก

ขณะที่ ตัวแทนจากกกองทัพบก พ.อ.ไมตรี เตชานุบาล รองเจ้ากรมกำลังพลทหารบก ชี้แจงว่าผู้ที่ทำคุณงามความดีให้กับกองทัพบกและประเทศชาติทุกชั้นยศ หากมีปัญหาเรื่องที่พักหากมีความจำเป็นย่อมสามารถให้พักอาศัยต่อไปได้ทุกชั้นยศ

หลายคนสงสัยในคำว่า “ทำคุณงามความดีให้กับกองทัพบกและประเทศชาติ” นั้น มีเกณฑ์การพิจารณาอย่างไร
เพราะการกระทำหลายอย่างของทหาร หากไปถามประชาชน ในฐานะผู้เสียภาษีอากร การกระทำดังกล่าวไม่ถือว่า “ทำคุณงามความดี”
อย่างเช่นการทำรัฐประหาร หรือ การสนับสนุนการทำรัฐประหาร ไม่สมควรที่ให้สิทธิพิเศษใดๆ

อย่าว่าแต่ “บ้านพัก” เลยครับ แผ่นดินไทยก็ไม่สมควรที่จะให้ทหารเหล่านี้อาศัยอยู่ เพราะสร้างแต่ปัญหาให้กับประชาชน!

พท.เล็งซักฟอก!'วิฑูรย์'ฟุ้งมีหลักฐานบริหารงานไม่ชอบเพียบ

ที่มา ประชาทรรศน์

'เพื่อไทย'ประกาศลั่นหากเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ'วิฑูรย์'โดนปลดคนแรกแน่! โวมีข้อมูลการบริหารงานไม่ชอบธรรมอื้อ การันตีคนเสื้อแดงไม่บุกปิดล้อมบ้าน'ยายเนียม'แน่ ยันพร้อมเปิดทาง'อภิสิทธิ์'ร่วมงานศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (9 ม.ค.) ว่า นายสมบัติ รัตโน อดีตส.ส.อุบลราชธานี สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายวิทูรย์ นามบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะเป็นรัฐมนตรีคนแรกที่อาจจะต้องถูกปลดไปพร้อมๆ กับนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพราะตนมีข้อมูลความไม่ชอบมาพากลในการบริหารงานของนายวิฑูรย์ จำนวนมาก รวมทั้งเรื่องจริยธรรมด้วย เพราะนับตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีก็ได้นำผ้าห่มซึ่งจัดซื้อโดยงบประมาณของ กระทรวงพัฒนาสังคมฯไปแจกจ่ายชาวบ้านที่จ.อุบลฯ ซึ่งแจกเฉพาะในเขตเลือกตั้งของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น เพราะไม่ยุติธรรม ชาวบ้านทั้งจังหวัดก็หนาวเหมือนกันหมด เรื่องนี้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบด้วย เพราะเห็นได้ชัดว่าการแจกผ้าห่มหรือสิ่งของในลักษณะนี้ ทำเพื่อหวังผลในการเลือกตั้งซ่อมที่จะมีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการนำงบประมาณไปจัดอบรมเกี่ยวกับการเกษตร ซึ่งจัดที่สำนักงานของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และมีการจ่ายเงินให้กับผู้ที่มาอบรมด้วย เรื่องนี้อยากให้ กกต. และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบด้วยว่าเป็นการใช้เงินผิดประเภทหรือไม่

ส่วนกรณีที่นายวิฑูรย์ออกมาเปิดเผยว่า มีส.ส พรรคเพื่อไทยไปร้องเรื่องที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีให้ของขวัญยายเนียมนั้น ตยอยากบอกว่าไม่มีใครเขาไปร้องหรอก เรื่องแบบนี้ จะให้เป็นแสนก็ทำไปเถอะ เพราะยายเนียมได้ประโยชน์ ไม่มีใครว่า แต่ที่อยากเรียกร้องคือเรื่องพฤติกรรมกรรมของนายวิฑูรย์ในเรื่องการแจกของเพื่อหวังผลเลือกตั้งมากกว่าถือว่าไม่ยุติธรรม ซึ่งนายกฯควรลงมาดูเรื่องนี้ด้วย เพราะตอนที่รับตำแหน่งได้ประกาศว่าจะดูแลประชาชนให้ทั่วถึงทั้งประเทศ

นายสมบัติ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์จะเดินทางไปร่วมงานศพยายเนียมนั้น ก็ขอให้มา เรื่องความเป็นความตายของคนไม่มีใครว่าอะไรอยู่แล้ว และก็รับรองว่าไม่มีกลุ่มเสื้อแดงไปล้อมบ้านยายเนียมอย่างแน่นอน แต่หากเป็นที่สนามบินตนก็ไม่รับประกัน เพราะถือเป็นสิทธิของคนที่เห็นไม่ตรงกับพรรคประชาธิปัตย์ เราคงไปห้ามไม่ได้ และพรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่เบื้องหลังด้วย

'วิฑูรย์'หนีกระเจิง!เสื้อแดงเหนือตามตะเพิด!

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิฑูรย์ ได้เดินทางไปที่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดลำปาง เพื่อร่วมประชุมสภาผู้สูงอายุของจังหวัดลำปาง โดยใช้ประตูทางเข้าด้านหลังแทนด้านหน้า เนื่องจากมีกลุ่มคนเสื้อแดงในนามกลุ่มคนรักลำปาง 51 มารวมตัวดักรออยู่ก่อนถึงทางเข้า 200 เมตร ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทั้งในและรอบบริเวณ

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า กลุ่มเสื้อแดงบางส่วนพยายามที่จะผ่านประตูด้านหน้าเข้าไปภายในวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีให้ได้ จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้กำลังสกัดกั้นไว้และควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ขณะที่นายวิฑูรย์ ใช้เวลาประชุมประมาณ 45 นาที ก่อนรีบเดินทางกลับทางประตูด้านหลังทันที

สปน.ดอดแจ้งความจี้ตร.เชือดม็อบปล้นชาติ!ทำลายทรัพย์สูญ18ล้าน

ที่มา ประชาทรรศน์

ผอ.สปน.โร่แจ้งความสน.ดุสิต จี้ตร.เอาผิดม็อบพันธมารบุกทำเนียบฯรื้อทำลายทรัพย์สินราชการเสียหายกว่า 18 ล้านบาท ด้านผบก.น.1 รับลูก!ชี้ถือเป็นคดีอาญา ลุยตั้งทีมสอบสวน ยันการเมืองพลิกขั้วไม่กระทบรูปคดีแน่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (9 ม.ค.) นายมงคล แสงหิรัญ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.) ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อพล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) ที่สน.ดุสิต ให้ดำเนินกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ร่วมกันบุกยึดทำเนียบรัฐบาลและเข้าไปรื้อทำลายทรัพย์สินใน สปน.พร้อมกับขโมยทรัพย์สินของทางราชการ ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ของ สปน.ได้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในอาคารที่ทำการ และได้ตรวจสอบและประเมินความเสียหายทั้งหมดประมาณ 18 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้จะดำเนินคดีเฉพาะของ สปน.เท่านั้นไม่รวมของทำเนียบรัฐบาล ส่วนทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ประมาณ 30 กว่ารายที่กลุ่มพันธมิตรฯทำเสียหายนั้นจะดำเนินแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่สน.ดุสิตดำเนินการในครั้งต่อไป

ด้านพล.ต.ต.อนันต์ เปิดเผยภายหลังรับการแจ้งความว่า คดีนี้ถือเป็นคดีลักทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ อีกทั้งยังเป็นทรัพย์สินของทางราชการ ซึ่งถือเป็นคดีอาญา มีโทษจำคุก 5 ปีขึ้นไป โดยทางบก.น.1จะตั้งทีมพนักงานสอบสวน เนื่องจากทรัพย์สินได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ต้องรวบรวมพยานหลักฐานก่อนถึงจะกำหนดระยะเวลาในการดำเนินคดีได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเปลี่ยนขั้วทางการเมืองจะมีผลต่อการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯหรือไม่ ผบก.น.1 กล่าวว่า การเมืองไม่มีผลต่อรูปคดีอย่างแน่นอน ยืนยันเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

ซึ่งก่อนหน้านี้ นายวัชระ เพ่งผล ผู้ตรวจราชการสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการ กล่าวว่า ในเบื้องต้นจากการสำรวจความเสียหายพบว่า มีทรัพย์สินในส่วนของทางราชการส่วนกลาง ทั้งระบบไฟฟ้า ระบบประปา และกล้องวงจรปิดได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก รวมมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีความเสียหายในส่วนทรัพย์สินส่วนตัวของข้าราชการ

นอกจากนี้ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. ได้ออกมาเปิดเผยว่า ถ้าหลักฐานไม่เพียงพอก็ดำเนินการแจ้งความไม่ได้ โดยนายนายนัที เปรมรัศมี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันว่ามีหลักฐานเป็นบัญชีรายละเอียดต่างๆ รวมทั้งรูปถ่ายจากตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานที่เข้ามาตรวจสอบ ที่ยืนยันได้ว่ามีการบุกรุกพื้นที่และทรัพย์สินสูญหายจริง ดังนั้นตำรวจจะไม่รับแจ้งความไม่ได้

‘เสรีพิศุทธิ์’กัดไม่ปล่อย!! สุมหัว‘เชาวริน’แฉเอกสารลับ-เช็กบิล'พัชรวาท’

ที่มา ประชาทรรศน์

'เชาวริน' ปูดเอกสาร 'ลับมาก' ชำแหละ ‘บิ๊กสีกากี’ ด้าน ‘เสรีพิสุทธิ์’ ขอเอี่ยว!! จี้สอบ 'พัชรวาท' แหกพ.ร.บ.ฮั้ว-ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ย้ำเหตุผู้ผลิตรายการโวย สตช.ยัดไส้จัดซื้อระบบ ‘อี-ออคชั่น’ ยันไม่โปร่งใส แต่เรื่องถูกฝังกลบ!!

ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ยื่นกระทู้ถามด่วนถามต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญทั่วไปที่จะมีขึ้นวันที่ 21 ม.ค.นี้ ถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) เสนอถอดยศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากต้องคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีที่ดินรัชดา

ร.ต.ท.เชาวริน กล่าวว่า ตนตั้งกระทู้ถามด่วนต่อนายกรัฐมนตรี 3 ประเด็น คือ 1.นายกรัฐมนตรีเคยอ่านคำพิพากษาขององค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีดังกล่าวหรือไม่ 2.รัฐบาลมีส่วนรู้เห็นกับการออกข่าวของหน่วยงานของรัฐที่มักออกข่าวในทำนองว่า อดีตนายกรัฐมนตรีมีความผิดในคดีทุจริตซื้อที่ดินซึ่งเป็นการกล่าวที่ไม่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง เนื่องจากมีคำพิพากษาคดีดังกล่าวปรากฏชัดเจนในหน้า 37 ว่า อดีตนายกรัฐมนตรีไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 142 และมาตรา157

ทั้งนี้ หากรัฐบาลมีส่วนรู้เห็นย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยหลักความยุติธรรมที่รัฐบาลหยิบยกมาเป็นข้ออ้างในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล และ3.รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาอย่างไร หากกรณีดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนที่ยังรักและศรัทธาต่อผลงานอดีตนายกรัฐมนตรีออกมาประท้วงหรือแสดงความไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของ สตช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าว ร.ต.ท.เชาวริน ได้นำเอกสารประทับตรา “ลับมาก” โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. ช่วยราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ในขณะนั้น) ได้ทำถึงนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 23 กันยายน 2551 เพื่อขอทราบความคืบหน้ากรณีที่มีการตรวจสอบพบว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รักษาการ ผบ.ตร. กับพวกรวม 3 คน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง มาแจกกับสื่อมวลชน โดยเอกสารดังกล่าวระบุว่า ตามที่บริษัทผู้ผลิตรายการรายหนึ่งถูกกีดกันไม่ให้เสนอราคาการจัดจ้างโฆษณาและเผยแพร่รายการของ สตช. จำนวน 3 รายการ

ทั้งนี้ ได้มีการร้องเรียน กล่าวหา พล.ต.อ.พัชรวาท ขณะดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการ สตช. กับพวกรวม 3 คน ได้กระทำความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 ไม่ปฏิบัติตามประกาศของกระทรวงการคลัง ได้จัดซื้อและจัดจ้างด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์โดยมีเจตนากระทำการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอ็น-เอส-มีเดีย-แอสโซซิเอทส์ จำกัด จึงได้แต่ตั้งพล.ต.ท.ทวีพร นามเสถียร ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ภายหลังการตรวจสอบคณะกรรมการตรวจสอบเห็นว่า พล.ต.อ.พัชรวาท กับพวกรวม 3 คน ได้กระทำความผิดตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฯ ข้อ 18 (6) และข้อ 21 , ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์การซื้อและการจ้างโดยการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ 6 ,12,13 และ16 ,พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10 และ 12 ,ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 มาตรา 15,152,157 ประกอบมาตรา 83,84,86,90 และ 91 รวมถึงพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2247 มาตรา 86 และ 79 (1) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังระบุว่า ความผิดดังกล่าวถือเป็นการผิดวินัยอย่างร้ายแรง จึงเสนอนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีให้ทำการตรวจสอบ แต่ยังไม่ทราบความคืบหน้าจึงทำหนังสือถึงนายสมชาย เพื่อขอความคืบหน้าในเรื่องนี้

ร.ต.ท.เชาวริน กล่าวด้วยว่า หาก สตช.ว่างมาก ตนอยากฝากติดตามเรื่องนี้ และฝากถึงนายอภิสิทธิ์ ในฐานะที่มารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขอให้ติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้ด้วย เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องผิดวินัยร้ายแรง เมื่อเรื่องของผู้บัญชาการ สตช.ยังไม่มีความชัดเจนแล้วจะไปหาความชัดเจนในเรื่องใดได้ อย่างไรก็ดีหากนายกรัฐมนตรียังไม่สามารถให้ความชัดเจนเรื่องนี้ ตนในฐานะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาเพื่อตรวจสอบ เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณของรัฐ ในส่วนของงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ซึ่งมีงบประมาณถึง 114 ล้านบาท