WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 9, 2010

คืบหน้ากรณี 'โอ๋ สืบหก' ฟ้องร้องถอดถอน 'วิชา มหาคุณ และพวก'

ที่มา Thai E-News

โดย คุณวาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ที่มา เวบไซต์ vattavan
9 มกราคม 2553

จะขอพูดถึงบทความเก่าของ “วาทตะวัน” ที่ผ่านสายตาท่านผู้อ่านไปแล้ว และอาจกลายเป็น talk of the town ต่อไปในอนาคตข้างหน้า

เรื่องดังกล่าว เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ถูกผมวิพากษ์วิจารณ์เอาไว้หนักหนาสาหัส ในเรื่องความไม่โปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ คนแรกคือ “เลดี้ดั๊ก” หรือ “จารุวรรณ เมณฑกา” ที่ผมให้อีกหนึ่งฉายาดังว่า “เป็ด หัวยักษ์” ซึ่งในที่สุดแล้ว คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็งัวเงียขี้ตากรัง ออกมาแถลงว่าได้รับเรื่อง และตั้งอนุกรรมการขึ้นมาสอบสวนตามข้อกล่าวหา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิริรวม 2 คดี ด้วยกัน ได้ข่าวล่าสุดว่า ผู้ที่ผมกล่าวอ้างไว้ในบทความอย่าง พล.ต.ต.เสวก “อัศวินดำ” ปิ่นสินชัน และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ กำลังทยอยกันเข้าให้ปากคำต่อคณะอนุกรรมการแล้ว ได้ข่าวล่าสุดว่า ผู้ที่ผมกล่าวอ้างไว้ในบทความอย่าง พล.ต.ต.เสวก “อัศวินดำ” ปิ่นสินชัน และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ กำลังทยอยกันเข้าให้ปากคำต่อคณะอนุกรรมการแล้ว


อีกรายหนึ่ง คือนายวิชา มหาคุณ พระเอกประจำ ป.ป.ช. ซึ่งต้องขอให้ท่านผู้อ่าน ย้อนไปดูคอลัมน์ของ “วาทตะวัน” ชื่อ “บอกตรงๆว่า รับไม่ได้ กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุด ‘ไอ้บัง’ จริงๆ!!!” ซึ่งลงเว็บ www.vattavan.com และหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ ไปตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นกรณีเกี่ยวข้องกับ พันตำรวจเอก ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ หรือ ฤทธิรงค์ เทพจันดา หรือที่รู้จักกันในฉายาว่า “โอ๋ สืบหก” (เพราะเขาเคยดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจนครบาล ที่ 6) ซึ่งถูก ป.ป.ช.ดำเนินคดี กรณีคนไปร้องด่านายกทักษิณชินวัตร ที่ศูนย์การค้าพารากอน ปทุมวัน แล้วถูกชาวบ้านอัดเอา จนตำรวจต้องแยกเอาตัวหลบไปโรงพัก ซึ่ง ป.ป.ช. ความเห็นว่า “โอ๋ สืบหก” เป็นเจ้าพนักงานละเว้นในการปฏิบัติตามหน้าที่ ส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนนายตำรวจผู้นี้
ต้องถูก ‘ไล่ออก’ จากราชการไป!

แต่ท่านผู้อ่านครับ

เกมไม่ได้จบลงง่ายๆ แค่นั้น เพราะ “โอ๋ สืบหก” นั้นเป็นนายตำรวจสายเลือดดี เป็นตำรวจตระเวนชายแดนอยู่หลายปี ผ่านการรบกันยิงกันมาพอตัว มีเลือดนักสู้เต็มหัวใจ เมื่อเห็นว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม เจ้าตัวก็ฟ้องศาลปกครองเข้าให้ ต่อสู้กันยาวนานนับปี จนในที่สุดศาลปกครองท่านก็มีคำสั่งว่า

อนุกรรมการไต่สวนมีลักษณะต้องห้าม กระบวนการไต่สวนของคณะกรรมการไต่สวนไม่ถูกต้อง และการปรับข้อเท็จจริงไม่เข้ากับบทกฎหมาย มติของคณะกรรมการ ที่ชี้มูลความผิด “โอ๋ สืบหก” จึงมิได้เป็นไปตามกฎหมายบัญญัติไว้ และไม่มีผลบังคับ!

คำพิพากษานี้ ถึงที่สุดแล้ว เพราะผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง ป.ป.ช. ผู้บัญชาการต้นสังกัด และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ต่างก็ไม่อุทธรณ์คำพิพากษา ทำให้นายตำรวจที่ตั้งใจทำงานตามหน้าที่ อย่าง “โอ๋ สืบหก” ซึ่งมีตำแหน่งสูงขึ้นเป็น ‘รองผู้บังคับการ’ แล้วได้กลับเข้ารับราชการอีกครั้ง และเข้ารับการฝึกอบรมจนสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรผู้บริหารชั้นสูง มีคุณสมบัติครบถ้วน ที่จะโอกาสก้าวหน้าเป็น ‘นายพล’ ได้แล้ว

แต่ท่านผู้อ่านครับ

“โอ๋ สืบหก” ก็ไม่ได้หยุดยั้งแต่เพียงเท่านั้น เขายังได้ฟ้องร้องนายวิชา มหาคุณ ในฐานะประธานอนุกรรมการ ป.ป.ช. กับพวกรวม 5 คน ซึ่งได้สอบสวนดำเนินการกับเขาอย่างไม่ชอบธรรม ต่อศาลอาญาในข้อหากระทำผิดต่อตำแน่งหน้าที่ราชการ และศาลนัดไต่สวนคำร้องเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว และนัดไต่สวนฝ่ายโจทก์ต่อ ในวันจันทร์ ที่ 11 มกราคม 2553 (เพราะครั้งที่แล้วไต่สวนไม่เสร็จ)

ที่น่าสนใจมาก คือ ฝ่ายโจทก์ยังได้อ้างตุลาการศาลเชียงใหม่ ผู้ตัดสินคดีนี้มาเป็นเบิกความในชั้นไต่สวนด้วย ผมจึงเห็นว่าเป็นกรณีที่น่าศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะ ป.ป.ช. ที่ดูเหมือนว่า ใหญ่โตคับฟ้านั้น

ถูกฟ้องเป็นจำเลยได้!

ถ้าผู้ถูก ป.ป.ช.กระทำ เขาเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. ไม่ว่าเป็นกรรมการหรืออนุกรรมการนั้นปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่ถูกต้องชอบธรรม

จึงอยากชักชวนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเพื่อนข้าราชการอื่น ที่ว่างราชการ ไปฟังการสืบพยาน ในวันจันทร์ที่ 11 ม.ค.ที่จะถึงนี้ จะได้เป็นความรู้ไว้ เผื่อในวันข้างหน้า ท่านอาจต้องตกอยู่ในฐานะเดียวกับ “โอ๋ สืบหก” จะได้รู้ลู่ทางที่จะดำเนินการต่อสู้กับ ป.ป.ช. และหากท่านไม่ได้ความเป็นธรรม จากการสอบสวนของ ป.ป.ช.ที่ไม่ได้เป็นไปตามหลัก “ศุภนิติกระบวน” อย่างที่ “โอ๋ สืบหก” โดนเข้าอย่างจัง จะได้รู้แนวทางเอาไว้สู้รบปรบมือ ไม่ใช่ปล่อยให้คนพวกนี้มาย่ำยีเอากับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบของบ้านเมือง ได้แต่เพียงฝ่ายเดียว และเพื่อแสดงให้เห็นว่า

คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็พร้อมที่จะตอบโต้ด้วยความรุนแรง หนักแน่น ในสัดส่วนหรืออัตราเดียวกันกับผู้ที่รุกรานเขา!

อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวนายวิชา มหาคุณ นั้น ยังต้องมีการบ้านอีกแยะ เพราะ “โอ๋ สืบหก” ได้ร้องไปยังพรรคการเมืองฝ่ายค้าน เรื่องที่ตัวเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการสอบสวนของนายวิชา มหาคุณ และขอให้ยื่นถอดถอนบุคคลผู้นี้ ออกเสียจากความเป็นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งบัดนี้ ปรากฏว่า

เรื่องราวเพื่อการถอดถอนนายวิชา มหาคุณ ก็ผ่านขั้นตอนการสอบทานของประธานวุฒิสภา ไปเรียบร้อยแล้ว อยู่ที่ว่าศาลอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ท่านจะมีดำเนินการไปตามกระบวนการที่มีอยู่!

ผมสงสัยว่า นายวิชาฯ ก็คงร้อนใจไม่น้อย เพราะมีสายข่าวรายงานเข้ามาให้ทราบว่า ตัวนายวิชาฯ ต้องมุดเข้าบ้าน “ป๋า” หลายครั้งหลายหน แต่ข่าวเขาไม่ได้บอกว่า มุดเข้าบ้าน “ป๋า” คนไหน? ผมจะลองไปสืบเสาะดู แล้วนำมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง

เรื่องของ “โอ๋ สืบหก” และนายวิชา มหาคุณ นั้น เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม กระพริบตาเมื่อไหร่ อาจพลาดช่วงสำคัญไป จึงต้อง “แหกตา” ดูกันชนิดไม่กลัวลมโกรก จนตาอักเสบ เพราะเรื่องมันน่าติดตามจริงๆ!

Friday, January 8, 2010

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ.2553

1 ปฏิวัติ 2 รัฐประหาร

อาการป่วย"อภิชาต"ดีขึ้นคาดออกร.พ.ได้วันนี้ หลังถูกกดดันหนักคดีเงินบริจาค258ล.ถูกหามส่งโรงหมอ

ช่วย“อภิสิทธิ์”ด้วย!

"ขวัญชัย"ประกาศขนแดง 3 พันปักหลักชุมนุมเขายายเที่ยง

อัยการไม่สั่งฟ้อง ขาดเจตนา รุกเขายายเที่ยง

จตุพรจวกอสส.ไม่ฟ้องเขายายเที่ยงยันเสื้อแดงบุกแน่

ตัวแทนอำนาจ

‘อภิสิทธิ์’ นักบุญ หรือ ปีศาจซาตาน?

เสื้อแดง "วิทยุชุมชนคนแท็กซี่" 40 คน ทวงกกต. คดีจ้างพยานเท็จยุบพรรคทรท.

ที่มา ประชาไท

ในช่วงบ่ายของวันที่ 8 ม.ค. กลุ่มเสื้อแดง “วิทยุชุมชนคนแท็กซี่” ประมาณ 40 คน นำโดยนายวุฒิ สุนทรเดช หรือ “อาจารย์ฮกหลง” ผู้ดำเนินรายการวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ เดินทางมายังสำนักงาน กกต. เพื่อยื่นหนังสือต่อนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยมีนายอิสระ เสียงเพราะดี ผอ.สำนักงานเลขานุการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นผู้รับเรื่อง ขณะที่แกนนำ อาทิ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายชินวัฒน์ หาบุญพาดและนายสุพร อัตถาวงศ์ ไม่ได้เดินทางมาด้วย

นายวุฒิ กล่าวว่า ตนมาติดตามเรื่องที่ได้เคยยื่นไว้เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. เพื่อร้องเรียนให้ประธาน กกต. ดำเนินการต่อผู้ว่าจ้างให้พยานเบิกความเท็จส่งผลให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักไทย ซึ่งขณะนี้ครบรอบ 1 เดือนที่ตนได้ยื่นหนังสือแล้ว จึงต้องการให้ทาง กกต. โปรดแจ้งผลความคืบหน้ามาเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย อย่างไรก็ตาม วุฒิยืนยันว่ากลุ่มตนมาเคลื่อนไหวเพียงเรื่องคดียุบพรรคไทยรักไทยเท่านั้น โดยไม่ได้มาติดตามเรื่องยุบพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเรื่องเงินบริจาค 258 ล้านนั้น เป็นเรื่องที่กลุ่มนายสุพร อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้ เป็นผู้ติดตามเรื่องดังกล่าว

จากการรายงานของผู้สื่อข่าวทำให้ทราบว่า ผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าว เรียกตัวเองว่า “แดงบูรพา” ซึ่งเดินทางมาจากเขตต่างๆ อาทิ ร่มเกล้า มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง รวมถึงเขตอื่นๆ ทางด้านฝั่งตะวันออกของกทม. ทั้งหมดเดินทางไปและกลับโดยรถแท็กซี่ ซึ่งนำมาจอดไว้บริเวณลานจอดรถหน้าอาคารบี ประมาณ 10 คัน แต่ไม่ได้กีดขวางทางจราจร

ต่อมา นายวุฒิ ผู้เป็นตัวแทนเข้ามายื่นหนังสือในศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียนสำนักงาน กกต. กลับออกมาประกาศแก่ผู้ชุมนุมโดยไม่มีเครื่องขยายเสียง ว่าหากอีก 1 เดือนยังไม่มีความคืบหน้าก็จะเดินทางกลับมาอีกโดยอาจแจ้งความดำเนินคดีกับ กกต.ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา จากนั้นการชุมนุมจึงสิ้นสุดลงในเวลาประมาณ 15.00 น.

สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมโล่ประมาณ 250 นายและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสังเกตุการณ์บริเวณหน้าอาคารที่ตั้งสำนักงานกกต. นอกจากนั้นยังมีการนำแผงเหล็กมากั้นบริเวณประตูทางเข้า ด้านทิศตะวันออกของอาคาร ตั้งแต่ช่วงเช้า และเมื่อกลุ่มเสื้อแดงเดินทางมาในช่วงบ่าย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตั้งแถวหน้ากระดานถือโล่ ป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมบุกรุกเข้ามาภายในอาคาร ทั้งนี้เนื่องจากผู้ชุมนุมมีจำนวนน้อย จึงไม่มีการปะทะและไม่มีเหตุการณ์ยั่วยุหรือเหตุการณ์วุ่นวายแต่อย่างใด

มองความไร้วุฒิภาวะของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะผ่านกรณีหวยออนไลน์

ที่มา ประชาไท

จากบทความของจาตุรนต์ ฉายแสง ( "จาตุรนต์ โต้ นายกรัฐมนตรี:กรณีหวยออนไลน์") มีการแสดงความคิดเห็นต่อกรณีการยกเลิกหวยออนไลน์ของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้อย่างแจ่มชัด โดยชี้ให้เห็นว่าการตัดสินที่เกิดขึ้นเป็นการตัดสินใจที่ไม่เป็นมืออาชีพและไม่รับผิดชอบต่อผลเสียที่จะเกิดขึ้น ด้วยเหตุผลอย่างธรรมดาตามที่จาตุรนต์ได้อธิบายอย่างตรงไปตรงมาอาจกล่าวได้ว่านายอภิสิทธิ์ย่อมสามารถรับรู้และตระหนักได้ถึงเหตุและผลเหล่านี้ แต่การที่นายอภิสิทธิ์ได้เลือกที่จะตัดสินใจไปอีกทางหนึ่งซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ไร้เหตุไร้ผลนั้นเป็นประเด็นที่ควรแก่การอภิปราย ดังที่จะได้กล่าวถึงต่อไป
บทความนี้มิได้มุ่งหมายที่จะนำเสนอในประเด็นที่ซ้ำกับบทความของจาตุรนต์ ฉายแสง แต่ต้องการที่จะนำเสนอมุมมองอีกด้านหนึ่งของปรากฏการณ์นี้ในแง่ที่ว่าการที่นายอภิสิทธิ์ตัดสินใจยกเลิกหวยออนไลน์เพราะมีสาเหตุมาจากความต้องการแสวงหาความนิยมทางการเมืองเป็นสำคัญ ทั้งนี้การตัดสินใจดังกล่าวเป็นการตัดสินใจที่ไม่ได้คำนึงว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายมากน้อยเพียงใด
ตามคำชี้แจงของนายอภิสิทธิ์ที่ว่าต้องการยกเลิกหวยออนไลน์เพราะไม่ต้องการทำสิ่งผิดกฎหมายให้เป็นสิ่งถูกกฎหมายมีนัยว่านายอภิสิทธิ์ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลเป็นผู้มีจริยธรรมสูงส่งจะทำการสิ่งใดย่อมคำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรมเป็นหลัก และมีความหมายสืบเนื่องไปว่ารัฐบาลที่นำโดยนายอภิสิทธิ์บริหารประเทศด้วยศีลธรรม ชักนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงจากอบายมุขและไม่ต้องการให้ประชาชนมีความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าจะสามารถร่ำรวยได้ด้วยการถูกหวยโดยไม่ต้องทำงาน (ผิดกับนายอภิสิทธิ์ที่เคยหวังว่าจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยไม่ต้องชนะการเลือกตั้ง)
การสร้างภาพลักษณ์ของความเป็นผู้อุดมด้วยคุณธรรมดังกล่าวย่อมส่อให้เห็นถึงความมุ่งหมายของนายอภิสิทธิ์ที่ต้องการได้รับคะแนนนิยมทางการเมืองเพิ่มขึ้นจากการตัดสินใจยกเลิกหวยออนไลน์และเร่งรุดสื่อสารให้ประชาชนรับทราบในวันหยุดราชการ ทั้งนี้สำหรับคนชั้นกลางที่มีความเข้าใจในเรื่องศีลธรรมอย่างผิวเผินย่อมเห็นดีเห็นงามกับการตัดสินใจในครั้งนี้ไปด้วย ซึ่งการดำเนินกลยุทธ์เช่นนี้ย่อมเป็นที่คาดหมายได้ว่านายกรัฐมนตรีจะได้รับคะแนนนิยมทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น แต่การแสวงหาคะแนนนิยมทางการเมืองดังกล่าวไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา ทั้งนี้ประเด็นสำคัญที่จาตุรนต์ ฉายแสงได้กล่าวไว้คือการที่รัฐบาลไม่ปฏิบัติตามสัญญากับเอกชนโดยไม่มีเหตุผลอันเพียงพอซึ่งย่อมส่งผลกระทบกับการตัดสินใจที่จะลงทุนในประเทศไทยเพราะการตัดสินใจของรัฐบาลขาดความแน่นอน นอกจากนี้ตามที่จาตุรนต์ได้กล่าวแล้วว่าการยกเลิกหวยออนไลน์ได้ทำลงหลังจากที่ได้ปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาจนเกิดความเสียหายซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่รู้จักเวลา(กาลัญญุตา)
แม้ว่านายอภิสิทธิ์จะกล่าวว่าการตัดสินใจยกเลิกหวยออนไลน์เป็นการตัดสินใจในเชิงนโยบาย แต่การตัดสินใจนี้ก็ไม่ควรเนิ่นช้ากว่าการที่คณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ตัดสินใจที่จะให้มีการจำหน่ายหวยออนไลน์ เพราะเหตุว่าการตัดสินในในเชิงนโยบายควรจะทำในเชิงการกำหนดหลักการและกำกับทิศทางซึ่งควรเป็นการตัดสินใจเพื่อเหตุการณ์ในวันข้างหน้า ไม่ใช่การตัดสินใจย้อนหลังไปแก้ไขสิ่งที่ได้เกิดขึ้นมาแล้วดังเช่นการตัดสินใจของนายอภิสิทธิ์ ทั้งนี้ความล่าช้าในการตัดสินใจนี้อาจเป็นความคิดชั่วแล่นของนายกรัฐมนตรีที่คิดหากลยุทธ์ในการเพิ่มคะแนนนิยมทางการเมืองที่คิดขึ้นมาได้ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยนัยนี้คำกล่าวที่ว่าบ้านเมืองของเราบริหารด้วยเด็กเล็กจึงเห็นเป็นจริงมากขึ้น
อย่างไรก็ตามข้อผิดพลาดอันฉกาจฉกรรจ์ของการตัดสินใจในครั้งนี้คือความไม่รับผิดชอบทางการเมืองของนายอภิสิทธิ์ ในเมื่อเป็นผู้ตัดสินและเป็นผู้บริหารสูงสุดของรัฐบาลก็ควรจะรับผิดชอบผลของการตัดสินใจด้วยตนเองและควรกำหนดแนวทางในการคลี่คลายปัญหาด้วยตนเองอย่างฉับพลัน แต่นายอภิสิทธิ์กลับโยนความรับผิดชอบไปให้ประธานคณะทำงานศึกษาข้อกฎหมายเพื่อพิจารณายกเลิกการออกสลากออนไลน์ซึ่งแต่งตั้งจากประธานคณะผู้แทนการค้าไทย[1] ซึ่งไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นผู้หาแนวทางในการยกเลิกสัญญากับเอกชน
กรณีศึกษาการยกเลิกหวยออนไลน์นี้ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลซึ่งนำโดยนายอภิสิทธิ์มุ่งเน้นแต่การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ดังจะเห็นได้จากช่วงครึ่งปีหลังของปี 2552 รัฐบาลได้ขึ้นป้ายโฆษณาทั่วกรุงเทพว่าสามารถปฏิบัตินโยบายสำคัญได้สำเร็จในสองเรื่องใหญ่ๆ คือนโยบายเรียนฟรี 15 ปี และนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งทั้งสองนโยบายไม่ต้องอาศัยวิริยภาพและความสามารถในการบริหารจัดการของฝ่ายการเมืองเลยแต่เป็นเรื่องที่สามารถทำสำเร็จลงได้โดยง่ายด้วยกลไกของระบบราชการที่มีอยู่แล้ว นอกจากนี้เราจะเห็นได้จากข่าวโทรทัศน์ว่าวาระงานที่สำคัญของนายอภิสิทธิ์คือการไปปรากฏตัวตามงานต่างๆและการแสดงวาทศิลป์ผ่านการปาฐกถาในต่างกรรมต่างวาระ มากกว่าที่จะคิดวางแผน นโยบายและทิศทางในการบริหารประเทศซึ่งเป็นหน้าที่ซึ่งหัวหน้าฝ่ายบริหารพึงกระทำ เรียกได้ว่าไม่รู้จักตน (อัตตัญญุตา) ไม่รู้จักหน้าที่ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะนายอภิสิทธิ์มุ่งหวังว่าจะใช้โอกาสทางการเมืองอันหาได้ยากยิ่งนี้เก็บเกี่ยวคะแนนนิยมจนสามารถชนะการเลือกตั้งในครั้งต่อไปได้
ด้วยเหตุว่าแรงบีบคั้นจากการต่อสู้แย่งชิงอำนาจในการเมืองไทยในช่วงไม่กี่ปีมานี้ได้ทำให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เป็นทางเลือกเดียวที่สามารถดำรงอยู่ได้โดยที่บ้านเมืองยังสงบราบคาบ อย่างไรก็ตามการดำรงอำนาจทางการเมืองของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ไม่อาจจะก้าวผ่านพ้นเงื่อนตายที่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถชนะการเลือกตั้งทั่วไปได้ เพราะตั้งแต่รัฐบาลพรรคไทยรักไทยเป็นต้นมาประโยชน์โภชน์ผลจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่ผู้ออกเสียงเลือกตั้งได้รับได้กลายเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งในการกำหนดชัยชนะในการเลือกตั้ง กว่าหนึ่งปีที่ผ่านมานโยบายที่มีความเฉพาะเจาะจงว่าเป็นของพรรคประชาธิปัตย์และเหนือกว่าพรรคการเมืองอื่นยังมิได้ปรากฏสู่การรับรู้ของสาธารณชน หากจะมีความเหนือกว่าก็เป็นไปในทางการโฆษณาชวนเชื่อและวาทศิลป์
ทางออกที่ละมุนละม่อมที่สุดของการเมืองไทยในปัจจุบันคือการที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์สามารถแสดงฝีมือในการบริหารประเทศให้เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับนับถือจากประชาชนในทุกระดับโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวชนบทซึ่งเป็นฐานเสียงที่สำคัญของพรรคไทยรักไทย แต่เท่าที่กาลเวลาหนึ่งปีได้พิสูจน์ผู้เขียนเห็นว่าเป็นไปได้ยาก ดังนั้นหากประชาชนผู้สนับสนุนรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์มองการเมืองด้วยสายตาที่กว้างไกลออกไปจากความขัดแย้งที่ดำรงอยู่เฉพาะหน้าก็ควรทำใจยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดยเฉพาะอย่างการเมืองที่กำหนดผลแพ้ชนะด้วยการเลือกตั้ง ทั้งนี้บทเรียนจากในอดีตที่ได้รับจากรัฐบาลชวน หลักภัยซึ่งตั้งขึ้นด้วยการลัดวงจรทางการเมืองในปี 2540 ด้วยสาเหตุจากความสิ้นหวังในนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามสามารถชี้ให้เห็นถึงความไร้สามารถในการบริหารประเทศของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งนับจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นกาลเวลาได้ล่วงเลยมากว่า 10 ปีแล้ว หากรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้บริหารประเทศเนิ่นนานออกไปเท่าไรอาจจะหมายถึงการสูญเสียโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยบนเส้นทางของการแข่งขันในระดับโลกที่ทวีความเข้มข้นทุกขณะ
กล่าวสำหรับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เมื่อได้ชื่อว่าได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนากรัฐมนตรีสมดังความมุ่งมาดปรารถนาอันอุดมไปด้วยเกียรติยศชื่อเสียงแล้ว ก็ควรจะหาโอกาสอันควรในการยุบสภาในเร็ววัน เพราะเหตุว่ายิ่งอยู่นานไปประชาชนผู้ออกเสียงเลือกตั้งย่อมรับรู้ได้ถึงความอ่อนด้อยของความสามารถในการบริหารมากขึ้นทุกวัน เมื่อมนต์ขลังของลมปากและโฆษณาชวนเชื่อเสื่อมทรามลง โอกาสในการชนะการเลือกตั้งครั้งถัดไปของพรรคประชาธิปัตย์ก็จะริบหรี่ลงและทำให้ความเป็นไปได้ของการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลทวีความยากลำบากมากกว่าการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์อาจจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ถูกลืมเฉกเช่นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หลายๆ ท่านในอดีต





[1] ในอดีตอันใกล้บุคคลท่านนี้เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์(เงา) ซึ่งแต่งตั้งโดยพรรคประชาธิปัตย์ การแต่งตั้งบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถสูงไปทำในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความไร้สามารถในเชิงการบริหารได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าไม่รู้จักคน (ปุคคลปโรปรัญญุตา) ในทางที่ควรบุคคลท่านนี้น่าจะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

จาตุรนต์ โต้ นายกรัฐมนตรี: กรณีหวยออนไลน์

ที่มา ประชาไท

การออกสลากเลขท้าย 2 ตัว - 3 ตัวนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ได้มีการศึกษาของนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญพบว่า มีการเล่นหวยใต้ดินกันอยู่ทั่วประเทศในวงเงินสูงมาก และในปี 2544 ได้เพิ่มขึ้นถึงปีละประมาณ 542,000 ล้านบาท นักวิชาการและผู้ที่ศึกษาเรื่องนี้ได้เสนอให้ออกสลากแบบ 2 ตัว - 3 ตัวขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการเสี่ยงโชคแบบถูกกฎหมาย ที่รัฐบาลสามารถควบคุมและคุ้มครองผู้ซื้อให้ได้รับความเป็นธรรม โดยได้รับเงินรางวัลครบถ้วน ลดปัญหาอาชญากรรมจากการฉ้อโกงและการทำธุรกิจใต้ดินผิดกฎหมาย และดึงรายได้จากเจ้ามือหวยซึ่งเป็นเงินนอกระบบ มาอยู่ในระบบที่ตรวจสอบได้และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ช่วยเหลือสังคมและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
ตั้งแต่ช่วงแรกๆ นั้นได้แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ระยะคือ ระยะแรกจำหน่ายด้วยการพิมพ์สลากใบ และระยะที่ 2 จำหน่ายด้วยเครื่องจำหน่ายอีเล็คทรอนิกส์ที่ปัจจุบันเรียกกันว่า "หวยออนไลน์"
เมื่อการพิมพ์สลากจำหน่ายถูกยกเลิกไป และต่อมาได้รับการวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงได้มีการพิจารณาหาทางออกหวยออนไลน์อย่างถูกกฎหมายโดยไม่ต้องมีการออกกฎหมายใหม่เพื่อการนี้ การพิจารณานี้เป็นไปอย่างยืดเยื้อ ใช้เวลานาน และผ่านรัฐบาลมาหลายรัฐบาล รัฐบาลนี้เองก็ได้รับรู้เรื่องนี้ และกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่เริ่มเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุปเป็นทางออกทั้งในทางกฎหมาย การบริหารจัดการ และการดูแลแก้ปัญหาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งยังได้มีการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปและผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งผู้ที่รับผิดชอบทั้งหลายมั่นใจว่าสิ่งที่จะทำนี้มีผลดีมากกว่าผลเสีย และเป็นที่ยอมรับของประชาชนมากกว่าการปล่อยให้มีหวยใต้ดินอยู่เต็มบ้านเต็มเมืองอย่างที่เกิดขึ้นในช่วง 3 - 4 ปีที่ผ่านมา
แต่แล้วจู่ๆ นายกรัฐมนตรีก็ออกมาประกาศยกเลิกการออกหวยออนไลน์นี้ ราวกับว่าเป็นการมอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชนชาวไทย ท่ามกลางความงุนงงแปลกประหลาดใจของผู้เกี่ยวข้องและประชาชนทั้งประเทศ
ถ้าฟังการชี้แจงของนายกรัฐมนตรีอย่างผิวเผิน โดยเฉพาะถ้าฟังเฉพาะคำคมๆ ที่นายกรัฐมนตรีมักถนัดใช้ในโอกาสต่างๆ อยู่เสมอด้วยแล้วอย่างน้อยก็อาจรู้สึกว่านายกรัฐมนตรีคงจะมีเหตุผลในเรื่องนี้ และคงได้คิดมาอย่างรอบคอบแล้ว แต่ถ้าใครเข้าใจความเป็นมาของเรื่องนี้พอสมควรและอ่านคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรีให้ละเอียดแล้ว ก็จะพบว่าคำอธิบายของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการยกเลิกหวยออนไลน์มีปัญหาอย่างมาก ทั้งในเชิงตรรกะ การให้เหตุผลในทางวิชาการ และความไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง นอกจากนี้การที่เพิ่งมาตัดสินใจแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยในช่วงนี้ ยังแสดงถึงปัญหากระบวนการและขั้นตอนในการตัดสินใจที่ไม่เป็นมืออาชีพ และความไม่รับผิดชอบต่อผลเสียที่จะเกิดขึ้น ทั้งต่อรัฐและต่อเอกชน ทั้งที่เป็นคนในประเทศและชาวต่างประเทศ รวมถึงการไม่ปฏิบัติตามสัญญากับเอกชนโดยไม่มีเหตุผลอันเพียงพอ และปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาจนเกิดความเสียหายมากกว่าที่จำเป็นอีกด้วย
เหตุผลที่สำคัญที่สุดของนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ข้อค้นพบทางวิชาการ แต่เป็นการใช้ตรรกะที่ท่านเองคงคิดมาอย่างดีแล้ว ว่าอาจเป็นคำคมแห่งปีใหม่นี้เลยก็ได้ที่ว่า "ไม่นิยมการแก้ปัญหาในลักษณะการกระทำสิ่งที่ผิดกฎหมายให้เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการกระทำในวิธีดังกล่าวแล้วนำไปสู่การเพิ่มความรุนแรงของปัญหา กรณีนี้คืออบายมุขให้มากยิ่งขึ้น" นายกรัฐมนตรียังขยายความตรรกะของท่านด้วยว่า "หากคิดว่าการแก้ปัญหาหวยใต้ดิน โดยทำให้คนมาเล่นหวยถูกกฎหมายนั้น ถามว่าตรรกะนี้จะใช้อีกกี่เรื่อง จะใช้ตรรกะเดียวกับปัญหายาเสพติดหรือไม่ว่ามันไม่หมดเสียที ฉะนั้นต้องทำให้ถูกกฎหมาย ปัญหาจะได้แก้ได้ จะเอาแบบนั้นหรือไม่.......หากใช้ตรรกะแบบนี้ คิดว่าต้องใช้ให้เสมอภาคกับทุกๆ เรื่อง"
ตรรกะของนายกรัฐมนตรีมีปัญหาอย่างไร ? ที่เป็นปัญหาคือ การออกหวยออนไลน์ไม่ใช่การอนุญาตให้บรรดาเจ้ามือหวยใต้ดินทั้งหลายออกหวยกันเองได้โดยเสรีและไม่ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายอีกต่อไป การออกหวยออนไลน์จึงไม่ใช่การทำสิ่งผิดกฎหมายให้กลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย หากแต่การออกหวยออนไลน์เป็นการทำกิจกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายที่มีอยู่แล้ว และเชื่อว่าจะทำให้คนที่เล่นหวยใต้ดินอย่างผิดกฎหมายหันมาเล่นหวยที่ถูกกฎหมายแทน
นอกจากนั้นถึงแม้การเล่นหวยเป็นอบายมุขอย่างหนึ่งที่รัฐไม่พึงที่จะสนับสนุนให้คนเสพกันมากๆ แต่สังคมก็ยอมรับความเป็นจริงที่ว่าไม่อาจขจัดการเล่นหวยให้หมดสิ้นไปได้ และไม่ถือว่าการเล่นหวยเป็นประเภทเดียวกันหรือร้ายแรงอย่างเดียวกันกับยาเสพติด อย่างยาบ้าหรือยาอีที่ถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายที่ไม่อนุญาตให้ทั้งขายและเสพ
ยาเสพติดหรือสิ่งเสพติดนั้นมีหลายอย่าง หลายระดับความรุนแรง เหล้าและบุหรี่ก็เป็นสิ่งเสพติดและเป็นอบายมุขอย่างหนึ่ง แต่สังคมก็ไม่ได้ถือว่าเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันสังคมก็ไม่ได้ปล่อยให้มีการผลิตและเสพเหล้าและบุหรี่กันอย่างเสรี มิฉะนั้นก็อาจมีเหล้าเป็นพิษ มีบุหรี่ที่เป็นพิษร้ายแรงเกิดขึ้นมากมาย และรายได้จากการจำหน่ายเหล้าบุหรี่ก็คงไม่ถูกนำมาเป็นของรัฐ
นายกรัฐมนตรีใช้ตรรกะว่าจะยอมให้ยาเสพติดกลายเป็นสิ่งถูกกฎหมายไปไม่ได้ ถ้าทำให้หวยถูกกฎหมายแล้วก็ต้องเสมอภาค คือต้องให้ยาเสพติดถูกกฎหมายไปด้วย ดังนั้นเมื่อไม่ยอมให้ยาเสพติดกลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ก็ต้องเสมอภาค คือต้องไม่ยอมให้หวยกลายเป็นสิ่งถูกกฎหมายไปด้วย
ฟังตามตรรกะของนายกรัฐมนตรีที่ไม่ยอมให้ออกหวยออนไลน์ เพราะจะเท่ากับการทำสิ่งผิดกฎหมายให้เป็นถูกกฎหมายแล้ว ก็จะเกิดคำถามตามมาได้ว่า ถ้าอย่างนั้นรัฐบาลยอมให้มีหวยของรัฐบาลที่เรียกเป็นภาษาราชการว่าสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งก็เป็นอบายมุขอยู่ได้อย่างไร และเหตุใดเมื่อเร็วๆ นี้เพิ่งปล่อยให้มีการเพิ่มสลากกินแบ่งอีกงวดละ 12 ล้านฉบับ หากใช้ตรรกะของนายกรัฐมนตรีอย่างเสมอภาคตามที่นายกรัฐมนตรี เสนอเองสลากกินแบ่งทั้งหมดก็มีไม่ได้เพราะก่อนที่จะมีหวยออนไลน์ ก็มีการออกหวยโดยเอกชน และ เพื่อให้เป็นไปตามหลักเสมอภาคของนายกรัฐมนตรี เหล้าบุหรี่ทั้งหลายซึ่งก็เป็นยาเสพติดก็ให้มีไม่ได้ด้วย แต่เมื่อสังคมยอมให้มีหวยได้เหมือนอย่างที่ยอมให้มีเหล้าและบุหรี่ได้ ปัญหาจึงอยู่ที่จะจัดการกับสิ่งเหล่านี้อย่างไรให้ลดผลเสียที่จะเกิดขึ้น และทำให้เกิดเป็นผลดีต่อส่วนรวมให้มากที่สุดได้อย่างไรมากกว่า
นายกรัฐมนตรีบอกว่าจากงานวิจัยที่เคยติดตามและสอบถามข้อมูลจากหลายฝ่ายพบว่าหวยใต้ดินไม่เคยหมดไป หรือลดลงก็ไม่มาก เมื่อเทียบกับจำนวนคนที่เข้ามาเล่นหวยเพิ่มขึ้นนั้นมันเทียบกันไม่ได้ หมายความว่าคนที่เข้ามาสู่วงจรการเล่นหวยเพิ่มมากกว่าการลดลงของหวยใต้ดิน งานวิจัยที่ท่านอ้างถึงอยู่ที่ไหนก็ไม่มีใครทราบ แต่ที่ท่านว่าสอบถามจากหลายฝ่ายไม่ทราบว่าท่านไปถามใครมาบ้าง และได้ถามคนในต่างจังหวัดดูบ้างหรือไม่ ท่านไม่ทราบบ้างเลยหรือว่าเจ้ามือหวยใต้ดินเต็มบ้านเต็มเมืองเคยเดือดร้อนกันอย่างไรตอนที่หวยบนดินอยู่ระยะหนึ่ง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลติดตามเรื่องนี้มานาน แต่เพิ่งตัดสินใจตอนนี้ ทำไมตัดสินใจช้า จะมีใครสักกี่คนที่อ่านคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรีแล้วเข้าใจ หลายคนอ่านแล้วคงจับประเด็นแทบไม่ได้ และส่วนที่จับประเด็นได้ก็คงเห็นว่าไม่เป็นเหตุเป็นผลเอาเสียเลย
ในตอนท้ายของการตอบคำถามที่ถามว่าเรื่องนี้ยืดเยื้อมา 3-4 ปีแล้ว แต่รัฐบาลจะใช้เวลาศึกษาและตัดสินใจ 1 เดือนนั้น หลักการตัดสินใจคืออะไร นายกรัฐมนตรีตอบว่า "เรื่องนี้เป็นนโยบาย ที่ผ่านมาติดขัดปัญหากฎหมายเป็นหลัก และคงจำได้ว่าเมื่อมีการวินิจฉัยว่าหวยบนดินผิดกฎหมาย ก็มีการสอบถามว่าจะทำเช่นใดให้หวยออนไลน์ถูกกฎหมาย จึงมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่างๆ เช่น กินรวบเป็นกินแบ่ง มันก็ใช้เวลาตรงนั้นมา และในส่วยนโยบายก็มาดูว่าจะเดินต่อในแนวทางนี้หรือไม่"
นี่ยิ่งไม่เป็นเหตุเป็นผลเอาเลย นายกรัฐมนตรีย่อมต้องติดตามเรื่องนี้มานานหลายปีแล้ว และถ้าเห็นว่าเป็นปัญหานโยบาย ก็ต้องกำหนดเป็นนโยบายได้มานานแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องรอการพิจารณาข้อกฎหมาย การปล่อยให้เรื่องเดินหน้าเรื่อยๆ ย่อมหมายถึงต้องมีการเตรียมการต่างๆ ของทั้งรัฐและเอกชน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่จะต้องตามไปชดใช้มากขึ้นด้วย
การยกเลิกหวยออนไลน์นี้ไม่ได้เป็นการลดอบายมุขอย่างที่นายกรัฐมนตรีกล่าวอ้าง แต่จะทำให้เจ้ามือหวยใต้ดินทั้งหลายสนุกสนานเพลิดเพลินกับการหารายได้อย่างผิดกฎหมาย สร้างอิทธิพลกันต่อไปอย่างสบายใจ ผู้ที่จะได้ประโยชน์แน่ๆ จากการยกเลิกนี้อีกพวกหนึ่งคือ ผู้ขายลอตเตอรี่ที่เพิ่งมีการเพิ่มจำนวนขึ้นอีกงวดละ 12 ล้านฉบับนั่นเอง ผู้ที่เสียประโยชน์คือรัฐและสังคมไทย ที่นอกจากจะไม่สามารถลดหวยใต้ดิน สูญเสียโอกาสที่จะนำรายได้ที่เกิดจากการเสี่ยงโชคของประชาชนมาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมแล้ว รัฐยังจะต้องเสียเงินชดเชยความเสียหายให้แก่เอกชนอีกมากแน่ๆ ที่จะเสียหายมากอีกอย่างก็คือ ความน่าเชื่อถือของนายกรัฐมนตรีไทยและรัฐบาลไทยในสายตาของเอกชนทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งกำลังซ้ำเติมให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นจากกรณีมาบตาพุดให้เลวร้ายหนักยิ่งขึ้นไปอีก
การให้ข้อมูลผิดๆ การใช้เหตุผลแบบเลี่ยงบาลี การใช้ตรรกะวิบัติสะท้อนวิธีคิดแบบมักง่าย บิดเบือน และใช้สีข้างเข้าถูของนายกรัฐมนตรีที่ "หล่อหลักลอย" จึงไม่เพียงแสดงวิธีใช้โวหารเอาตัวรอดอย่างไร้หลักการไปวันๆ เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการดูถูกสติปัญญาของสื่อมวลชน และของประชาชนทั้งหลายอย่างโจ่งแจ้งอีกด้วย เช่นนี้แล้วสังคมไทยจะยังคงปล่อยให้คนที่เก่งแต่ปากแบบนี้ "ลอยนวล" ไปอีกนานเท่าใด !

สุรยุทธ์ไม่เจตนาบุกรุก แต่ไปซื้อที่ในที่ป่าสงวนยังไงก็ต้องดำเนินคดี จากคุณขนมต้ม

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

จากคุณ : ขนมต้ม


***ฝากถามอัยการสูงสุดด้วย...
สุรยุทธ์ไม่เจตนาบุกรุก แต่ไปซื้อที่ในที่ป่าสงวน ยังไงก็ต้องดำเนินคติ***(Tarnished Justice )



กระทู้นี้อาจจะซ้ำ ๆ กับกระทู้ด้านล่าง เพราะเนื้อหาคล้าย ๆ กัน

ฝากบอกอัยการที่ไม่สั่งฟ้อง พล.อ.สุรยุทธ์ด้วยว่า พวกคุึณคิดว่าประชาชนไม่รู้กฎหมายหรืออย่างไรครับ

การรับซื้อของโจร, คนที่รับซื้อของโจร จะอ้างว่า ไม่รู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยมิชอบมิได้ หมายความว่า จะบอกว่า ผมไม่รู้ว่ามันผิด ไม่ได้

การซื้อที่ดินเขายายเที่ยงของ สุรยุทธ์ก็เช่นกัน
อัยการจะมาบอกว่า สืบสวนแล้ว พบว่า สุรยุทธ์ "ไม่มีเจตนา" จะบุกรุก ไม่ได้

เอาอะไรมาวัดครับว่า ไม่มีเจตนา

คนจะซื้อที่ดิน, ซื้อบ้าน...ก็ต้องตรวจสอบความถูกต้องของที่ดินหรือทรัพย์นั้นว่า ติดจำนอง, หรือ เป็นที่ดินที่มีภาระผูกพันอะไรหรือไม่ก่อนที่จะซื้อ

ชาวบ้านยากจน ที่รุกล้ำที่ดินที่เป็นเขตป่าสงวน หรือ เขตอุทยานแห่งชาติ, แค่เข้าไปหาของป่า ยังโดนจับ
ถ้าเขาอ้างว่า เขาไม่รู้ว่าที่ตรงนั้นเป็นป่าสงวน หรือ ของป่าที่เขานำมาจากป่านั้น เป็นของต้องห้าม, คนที่ตัดสิน เขาก็ตัดสินกันว่า อ้างว่า ไม่รู้ไม่ได้

ผมไม่ลืมนะครับ ข้อกล่าวหาของทักษิณ กับ พล.อ.พัลลภ ที่ระบุว่า สุรยุทธ์ และชาญชัย นักกฎหมายใหญ่ ซึ่งตอนนี้เป็นองคมนตรีทั้งคู่ ได้มีการพบปะกันที่บ้านของ ปีย์ มาลากุล เพื่อโค่นล้มรัฐบาลทักษิณนั้น

มันเป็นการแสดงให้เห็นว่า ข้อสงสัยของประชาชน โดยเฉพาะคนเสื้่อแดงที่เขากล่าวหาว่า มันมีตุลาการภิวัฒน์ ที่คอยกัดเซาะทำลายระบบยุติธรรมของประเทศไทยอยู่

มันเป็นจริง

พื้นที่สำนักสงฆ์ ที่เข้าไปตั้งอยู่ในป่าสงวน ยังต้องโดนกรมป่าไม้ ขับไล่ออกมา ทั้ง ๆ ที่สำนักสงฆ์ "ไม่มีเจตนา" ที่จะไปบุกรุก เพียงเพราะพระสงฆ์เหล่านั้น ต้องการที่จะแสวงหาที่ปฏิบัติธรรมอย่างสงบเท่านั้นเอง

การไม่ฟ้องของอัยการคราวนี้ ผมเชื่อแน่่ว่า จะสร้างความไม่พอใจแก่กลุ่มประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ที่เห็นความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นในสังคมอย่างแน่นอน

สิ่งที่เสธ.แดง เคยทำนายไว้ ว่า อาจจะได้เห็นประชาชนลุกฮือ จับพวกชนชั้นอภิสิทธิ์ชน ไปเผากลางเมืองเหมือนปฏิวัติฝรั่งเศส อาจจะได้เห็นในเมืองไทย

ใครเคยไปฝรั่งเศส คงจะเคยเห็น "กิลโยติล" ที่ตัดหัว สังหาร พระนางมาเรีย อังตูเน็ต และคนอื่น ๆ

ถามว่า อยากให้เกิดขึ้นมั้ย

ตอบได้เลยว่า ไม่อยากเห็นแน่นอน

แต่ในเมื่อความยุติธรรมมันบิดเบี้ยวแบบนี้ ผมเชื่อแน่ว่า

อะไรก็ทานพลังประชาชนที่รักความเป็นธรรมไม่อยู่แน่นอน

ปีใหม่แล้ว คนที่ต้องปรับปรุงตัวเอง มีอยู่สองกลุ่มเท่านั้นในประเทศนี้

สื่อมวลชนไทย, และคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม

อ้างถึุงกระทู้ของคุณมหาชำร่วย

อ้างถึง
จากคุณ : ยุคที่2..มหาReload

ไซฟ่อนที่ดินป่าสงวนอย่างไรจึงไม่เป็นความผิด ??

ผมขอท้าวความเดิมที่มาที่ไปของการฉ้อฉลฮุบที่ดินเขตป่าสงวนบนเขายายเที่ยงซักเล็กน้อย
เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อปี 34 กรมป่าไม้เข้าไปจัดสรรที่ดินให้แก่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเขายายเที่ยงนี้
โดยจัดสรรให้ไม่เกินครอบครัวละ 14 ไร่ 2 งาน เพื่อให้ใช้เป็นที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย

นายเบ้า สินนอก ชาวบ้านบนเขายายเที่ยง ได้รับการจัดสรรที่ดินอัปยศนี้มา จำนวน 2 แปลงติดกัน
แปลงแรก 14 ไร่ ส่วนแปลงที่ 2 มี 7 ไร่ 2 งาน จนปี37 นายเบ้าได้ขายที่ดินนี้ให้แก่
นายนพดล พิทักษ์วานิชย์ในราคา 700,000 บาท และจนกระทั่งปี 40 นายนพดล
ได้ขายต่อให้พล.อ.สุรฤทธิ์ จันทราทิพย์ ซึ่งในขณะนั้นมียศพันเอกด้วยราคาเพียง 50,000
จนสุดท้ายในปี 45 เปลี่ยนชื่อผู้ถือครองเป็น พ.อ.หญิงคุณหญิง จิตรวดี จุลานนท์
ภรรยาอดีตนายกรัฐมนตรี นัยว่ามอบให้โดยสเน่หาและตั้งแต่นั้นมาคุณหญิง ฯ ก็ได้เป็นผู้ยื่น
แบบและชำระภาษีดอกหญ้าบำรุงท้องที่ ภทบ.5 ไร่ละ 3 บาทห้าสิบ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
พร้อมกับมีการจดแจ้งทะเบียนราษฎรเมื่อ พ.ย.49 โดยเปลี่ยนชื่อของเจ้าของบ้าน
เลขที่ 10 หมู่ 6 ซึ่งเป็นเลขที่บ้านบนเขายายเที่ยง เป็นชื่อของนายจุล จุลานนท์ ผู้เป็นลูกชาย
ทั้งหมดนั้นกลับขัดแย้งกับคำให้สัมภาษณ์ของพล.อ.สุรยุทธ์เองว่า เป็นผู้ครอบครอง
บ้านหลังดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 35 ก่อนหน้าที่นายเบ้าเจ้าของที่ดินคนแรกจะขายที่ดินนี้ให้แก่
นายนพดล พิทักษ์วานิชย์ นานถึง2ปี แล้วยังจะมีหน้ามาแก้ตัวแทนกันเป็นระวิง

ผมมองไม่เห็นเหตุผลอะไรเลยที่อัยการจะตะแบงไปน้ำขุ่น ๆ ว่า พล.อ.สุรยุทธ์ไม่มีความผิด
สิ่งแรกที่เราย้อนกลับไปดูได้ก็คือในช่วงเปลี่ยนมือจากพล.อ.สุรฤทธิ์ มาเป็นการถือครองโดย
คุณหญิง ฯ นั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องน่าจะทราบกันแล้วว่าที่ดินแปลงนั้นเป็นเขตป่าสงวนที่จัดสรรให้ทำกิน
ไม่สามารถซื้อขายได้ เว้นแต่จะยกให้กันเป็นมรดก การเปลี่ยนมือจากพล.อ.สุรฤทธิ์
มาเป็นของคุณหญิง ฯ จึงไม่ได้ทำเป็นการซื้อขาย แต่เป็นการยกให้เปล่า ๆ เพื่อป้องกันในชั้นแรก

นอกจากจะเป็นความผิดในการถือครองที่ดินในเขตป่าสงวนโดยมิชอบแล้ว ยังมีความผิดอื่นอีก
เหตุเพราะที่ดินบนเขายายเที่ยงนี้เป็นพื้นที่ C หรือโซนเขตอนุรักษ์ หากใครปลูกสร้างบ้านเรือน
ถือว่าผิดกฎหมาย แต่เมื่อท่านทั้งหลายบอกดักคอไว้แล้วว่าเป็นการได้มาโดยสุจริต
ข้อหาอื่น ๆ ที่ตามมาก็ต้องตกไปด้วยโดยปริยาย หนังหน้าอย่างพวกเราจะไปทำอะไรท่านได้

ไซฟ่อนที่ดินกลางป่าสงวนขนาดนี้ ยังเว้นโทษให้กันได้
ลุกเป็นไฟเมื่อไหร่ไม่ต้องเที่ยวไปโทษใคร โทษตัวเองนั่นแหละ!!



มหาชำร่วย



http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8743259/P8743259.html

*ไซฟ่อนที่ดินป่าสงวนอย่างไรจึงไม่เป็นความผิด ?? *

ผมพบว่าเป็นกระทู้ที่มีประโยชน์มากในการพิจารณาลักษณะของความผิด ที่เรียก "ไซฟ่อน" แบบเดียวกันกับที่พรรคประชาธิปัตย์โดนอยู่ในขณะนี้

ถ้าอัยการบอกว่า สุรยุทธ์ไม่เจตนา อัยการก็ต้องไปไล่เตะ เจ้าของคนแรก, ถ้าคนแรกเตะไม่ได้, ก็ต้องเตะคนที่สอง, และคนที่สามต่อไป

ฝากถุามสุรยุทธ์ด้วย บ้านเมืองมันจะอยู่ยังไง ถ้าคนเป็นใหญ่มีใจคดทรยศชาติแผ่นดินแบบนี้

เล่าเรื่องปฏิวัติฝรั่งเศสสักหน่อย

ได้มีโอกาสไปดูพระราชวังแวร์ซายส์ และสถานที่ประหารชีวิตกลุ่มขุนนางของฝรั่งเศส เห็นแล้วสะท้อนใจ

เราเมืองพุทธก็จริง แต่เนปาล ซึ่งเป็นเมืองถิ่นกำเนิดของเจ้าชายสิทธัตถะ (พระพุทธเจ้า) ยังมีการปฏิวัติสังคม เนื่องจากชาวบ้านไม่พอใจกลุ่มขุนนางทั้งหลาย

ไม่มีใครอยากให้เกิดหรอกครับ แต่เมื่อดูโฆษณาของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งที่มีเด็กมาร้องเพลงกัน....เขาร้องว่า

"Whatever will be, will be"

ก็เลยตั้งสติให้เป็น "อุเบกขา" ว่า...ช่วยไม่ได้

พวกเราไม่ใช่อัยการ แต่ก็รู้ว่า นี่เป็นการ "ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ" ครับ

พวกท่านอัยการหรือนักกฎหมายน้อยใหญ่ทั้งหลาย ดูเอาไว้เถิด อย่ามาโทษประชาชนว่าเขากล่าวหาพวกท่าน

แต่ความจริง ผมไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะขนาดคนเป็นครูบาอาจารย์สอนกฎหมาย ยังบอกว่า
มาตรา 7 ของ รธน. 40 ระบุให้มีนายก ฯ พระราชทานได้

มั่ว..

คือคำสรุป

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8744044/P8744044.html

ชีพจรเขายายเที่ยง....เต้นผิดจังหวะอย่างน่าวิตก

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

จากคุณ : สาละวิน

ถึงวันนี้ ถ้าใครติดตามกรณีเขายายเที่ยง ซึ่งเสื้อแดงมีกำหนดยกพลขึ้นบก (เขา) ในวันที่ 11 มกราคม 2553 ก็จะรู้สึกว่าข่าวสารต่างๆที่ประดังออกมาทั้งจากฝ่ายรุกและฝ่ายตั้งรับ ... ไม่ผิดอะไรกับข่าวในสถานการณ์สงคราม !

อ้างถึง

นับตั้งแต่ทหารกลุ่มหนึ่ง ซึ่งคงเป็นพรรคพวกของท่านสุรยุทธ จุลานนท์ ได้ดำเนินยุทธวิธีสงครามจิตวิทยาตามถนัดโดยการขึ้นป้ายผ้าลักษณะตามมาตรฐานอย่างดี มีข้อความกล่าวต่อต้านการรุกของคนเสื้อแดงในนามของชาวบ้านแถวนั้น
พูดตรงๆก็คือ สวมรอยเป็นชาวบ้านแถวนั้น
โดยที่ชาวบ้านตัวจริงไม่รู้อิโหน่อิเหน่กับกิจกรรมครั้งนี้ของทหารกลุ่มดังกล่าวแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ก็มีการวางกำลัง ขุดสนามเพลาะ ล้อมลวดหนามรอบๆทางขึ้นบ้าน
(ที่ผิดกฎหมาย)ของท่านสุรยุทธ

นัยว่า หากคนเสื้อแดงล้ำเข้ามาในคิลลิ่งโซนละก้อ รับรองกระหน่ำใส่ไม่เลี้ยงแน่

ยิ่งไปกว่านั้น ทางฝ่ายเทพเทือกก็กุลีกุจอสั่งฝ่ายความมั่นคงทั้งหลายวางแผนเตรียมรับมืออย่างเต็มพิกัด

นี่มันอะไรกัน.....?!

แทนที่จะรีบออกมาระงับปัญหา(ที่จะเกิดขึ้น ไม่รู้ดีหรือร้าย) ด้วยการให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเอาความจริงมาตีแผ่ชี้แจงให้ประชาชนทราบ ว่าท่านสุรยุทธได้ที่ดินในป่าสงวนมาครอบครองนั้น ผิดถูก เป็นอย่างไรกันแน่

ผิด ผิดอย่างไร !

ถูก ถูกอย่างไร !

กลายเป็นว่า ไม่มีหน่วยงานใดชี้แจงสร้างความกระจ่าง กลับมีแต่ข่าวเตรียมรับมือ เตรียมต่อต้าน กะฟัดกับคนเสื้อแดงปานว่าจะให้แหลกกันไปข้าง

หากจะว่าไป
ตลอดเวลาเกือบครึ่งปีที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อองคมนตรีผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ ทุกอย่างก็ยังอึมครึม เหมือนผู้รับผิดชอบในคดีทุกระดับชั้นต่างจงใจเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
ไม่มีใครใส่ใจในคดีตามบทกฎหมายของบ้านเมือง

ทีทำไมกับคดีคนเสื้อแดง และชาวบ้านตาดำๆธรรมดา มันเร็วนัก (วะ) !

การรุกเข้าล้อมเขายายเที่ยงของคนเสื้อแดงครั้งนี้ ถ้าเดาใจเทพเทือกและคนเสื้อน้ำเงินของเนวิน หากจะร่วมมือกันต้านเสื้อแดง ก็คงเป็นไปในทำนองสร้างภาพให้คนเสื้อแดงมีความดิบ ถ่อย เถื่อน โดย....

สร้างคนกลุ่มหนึ่งสวมเสื้อแดงแล้วก่อการวิวาทตีชาวบ้านเจ้าถิ่น(จริงหรือปลอมก็ได้) แล้วทำให้เป็นข่าวเอิกเกริก ด้วยเครื่องมือสื่อสารมวลชนทุกประเภทที่อยู่ใต้คอนโทรล

เพื่อลดเครดิตของเสื้อแดงสองเด้ง คือ ความชอบธรรมในการชุมนุมที่เขายายเที่ยง และสืบทอดไปถึงการชุมนุมใหญ่ในกรุงเทพฯปลายเดือนนี้

อย่าลืมว่า รัฐบาลนี้ เป็นรัฐบาลที่ไม่ยอมลดลาวาศอก เป็นรัฐบาลที่ไม่มีการอธิบายเหตุผลต่อคนเสื้อแดงมาแต่ไหนแต่ไร แต่เป็นรัฐบาลที่แสดงตนต้องการบดขยี้และทำลายกระบวนการเสื้อแดงทุกลมหายใจ

พลพรรคเสื้อแดงที่จะบุกเขายายเที่ยงเพื่อกระชากความยุติธรรมให้เกิดขึ้น
ในสำนึกของหัวหงอกหัวดำในบ้านเมืองนี้ จึงจำต้องตระหนักถึงความเจ้าเล่ห์ของรัฐบาลนี้ให้จงหนัก พร้อมหาทางแก้ไขไว้รอบด้าน
เพื่อไม่ให้พวกเขาปิดประตูตีแมวเหมือนเช่นที่ทำกับพวกท่านมาแล้วคราวสงกรานต์เลือด


ชีพจรเขายายเที่ยง เต้นแรงสลับแผ่ว ถี่สลับช้า ผิดปกติเช่นนี้ รับรองว่า....ไม่ตายดี !

อัยการสูงสุดพร้อมชี้แจงรายละเอียดเหตุผลสั่งไม่ฟ้อง “พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์” ถือครองที่ดินเขายายเที่ยงบ่ายนี้ ปัดไม่เกี่ยวหวังหยุดเสื้อแดงชุมนุมใหญ่ ขณะที่แกนนนำเสื้อแดงยันจะเดินหน้าก่อม็อบเช่นเดิม

วันนี้ (8 ม.ค.) นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ได้รับทราบถึงเหตุผลที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เรื่องที่ดินเขายายเที่ยงแล้ว โดยบ่ายวันนี้จะมีการแถลงข่าวชี้แจงในรายละเอียด ซึ่งจะมีคำตอบให้สังคมได้รับทราบ พร้อมกันนี้ในประเด็นที่ว่าจะต้องคืนที่ดินกลับไปหรือไม่ด้วย

นายจุลสิงห์กล่าวต่อไปว่า การชี้แจงครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการหวังหยุดกลุ่มเสื้อแดงที่จะมีการรวมพลชุมนุมที่เขายายเที่ยงตามที่แกนนำ
ได้ประกาศเจตนารมณ์ แต่จะเป็นการอธิบายให้สังคม ได้รับทราบว่าสาเหตุที่แท้จริงที่สั่งไม่ฟ้องเพราะอะไร เพื่อไม่ให้เกิดความสงสัย หรือเคลือบแคลงใจในการทำงานของฝ่ายอัยการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวครั้งนี้จะมีขึ้นในเวลา 13.00 น.ที่สำนักงานอัยการสูงสุด

ทางด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดงกล่าวว่า การชี้แจงของอัยการวันนี้จะไม่มีผลกับเสื้อแดง เพราะจะเดินหน้าชุมนุมใหญ่เหมือนเดิม เพราะการชี้แจงก็ถือว่าสายเกินไปแล้ว (ผจก)

.....

อนิจจา.....!


จากคุณ : สุบรรณสนั่นภพ

Yaitieng Mountian

At 11/1/2010



http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8742779/P8742779.html

บิ๊กป๊อก แฉอดีต รบ. สั่งฆ่าประชาชน

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

จากคุณ : ถอดรหัส

บิ๊กป๊อก แฉ รบ.อดีตสั่งฆ่าประชาชน แต่กองทัพเล่นบทอารยะขัดขืน

ผบ.ทบ. อ้างหลักการยันทหารไม่ฆ่าประชาชนและไม่เลือกข้าง แฉอดีตรัฐบาลสั่งแต่ทหารไม่สนองเพราะขัดกฏหมาย จนตกเป็นจำเลยเสื้อเหลือง-แดง ด้านปลัดกลาโหม จับตาเสื้อแดงกดดันกรณีเขายายเที่ยง แต่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตร. ย้ำปฏิวัติรัฐประหารไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ของการแก้ไขเหตุรุนแรง

วันนี้ (7 ม.ค.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวยืนยันแนวทางการดำเนินงานของทหารหลักคือ ทหารไม่เป็นผู้ฆ่าประชาชน แต่ถ้าทางรัฐบาลให้นโยบายมา เราก็พร้อมจะปฏิบัติแต่ต้องถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในรัฐบาลในอดีตสั่งมาแต่ทหารไม่ทำ เพราะอะไรแต่นั่นไม่ต้องพูด

“ตอนนี้รู้สึกดีที่ทั้งแดงและเหลืองด่าทหาร ทำให้เราถูกมองว่าเราไม่เลือกข้าง แต่ถ้าหากแดงด่าอย่างเดียวก็เท่ากับว่าเราถูกจับไปอยู่อีกข้างหนึ่ง”ผบ.ทบ. กล่าว

ด้านพล.อ. อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงนัดชุมนุมกดดัน พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ที่บริเวณเขายายเที่ยง จ.นครราชสีมา ว่า กองทัพคงมีการติดตามสถานการณ์ แต่ทุกฝ่ายคงทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาติ หากคิดให้รอบคอบคงไม่มีประโยชน์อะไรที่ออกมาปะทะกัน หากพูดคุยกันน่าจะดี ส่วนกรณีที่มีการทำนายว่าเดือนเมษายนนี้จะมีการนองเลือดนั้น ตนไม่เชื่อว่าจะมี ซึ่งบนพื้นฐานข้อเท็จจริงคงไม่มีใครอยากให้บ้านเมืองวุ่นวายหรือสร้างปัญหา ขึ้น ส่วนกองทัพมีความเป็นกลางอยู่แล้ว ไม่เข้าข้างฝ่ายใด เพราะเราเป็นทหารของประชาชนอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง

เมื่อถามว่า กองทัพจะมีการส่งกำลังทหารเข้าไปรักษาความปลอดภัยบ้านพัก พล.อ.สุรยุทธ์ ที่เขายายเที่ยงหรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมการอยู่ โดยจะใช้แผนกรกฎนำกำลังตำรวจเข้าไป ทั้งนี้ หากตำรวจไม่ร้องขอ ทหารก็คงเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง เมื่อถามว่า แกนนำเสื้อแดงระบุว่ามีทหารยศ พ.อ. ปลุกระดมให้ประชาชนต่อต้านการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบว่ามีทหารเข้าไปปลุกระดม แต่น่าจะเป็นชาวบ้านที่ไม่อยากให้สร้างความวุ่นวายในพื้นที่มากกว่า ทั้งนี้ ไม่ทราบข่าวว่ามีกองทัพเข้าไปเกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่า หากสถานการณ์การเมืองรุนแรงจะนำพาไปสู่การรัฐประหารหรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า เงื่อนไขปฏิวัติไม่ใช่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อความรุนแรงแล้วปะทะกัน โอกาสนี้อยากขอร้องทุกฝ่ายอย่าใช้ความรุนแรงเข้าหากัน คงต้องใช้หลักการและเหตุผลเข้ามาคุยกัน คิดว่ากองทัพไม่หนักใจในสถานการณ์ เพราะช่วงเวลา 1 – 2 ปีที่ผ่านมา กองทัพมีความชำนาญพอสมควรในการดูแลเหตุการณ์ต่างๆให้เรียบร้อย

“การยุติปัญหาไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง หรือไม่ต้องออกมาทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ที่ผ่านมามีการประกาศใช้กฎหมายพระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราช อาณาจักร (พ.ร.บ.ความมั่นคง) สามารถรักษาความสงบได้ คงไม่มีปัญหาอะไร และบนสมมุติฐานที่ผมตั้งเชื่อว่า ไม่น่าจะเกิดการนองเลือดหรือความรุนแรง และการที่ทหารจะออกมาทำอะไรในสิ่งไม่ถูกต้อง คิดว่าไม่มีความจำเป็นไปถึงจุดนั้นที่ต้องทำ หากทำกฎหมายเป็นกฎหมายและทำทุกอย่างเป็นสิ่งถูกต้อง”พล.อ.อภิชาต กล่าว

เมื่อถามว่า มีหลายฝ่ายเรียกร้องให้ทหารออกมาแก้ไขปัญหา พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ต้องดูเหตุผลว่าเราเข้ามาช่วยดูแลแค่ไหน และเป็นอำนาจให้กองทัพเข้ามาดูแลได้หรือไม่ หากรัฐบาลไม่มอบให้เราดำเนินการเราคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เมื่อถามว่า แสดงว่าการปฏิวัติไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการแก้ปัญหา พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า แน่นอนการปฏิวัติไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ตนไม่เคยคิดว่าจะมีการปฏิวัติเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า ปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะทำให้การเมืองเกิดปัญหามากขึ้นหรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า การปรับ ครม. มีเกิดขึ้นมาตลอด ไม่ใช่ประเด็นปัญหาอะไร ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญหากคุยด้วยเหตุผลว่าแก้เพื่ออะไร เป็นประโยชน์อย่างไร หากประชาชนรับได้ไม่น่าจะมีปัญหา และต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม

เมื่อถามว่า ปัญหาพรรคร่วมรัฐบาลคิดแตกต่างในการแก้รัฐธรรมนูญจะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาล หรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลมีความหนักแน่นพอสมควรไม่น่ามีปัญหาอะไร ทั้งนี้ คงต้องพูดคุยกัน ขณะนี้ผู้เกี่ยวข้องพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดอยู่ เมื่อถามว่า ประเมินจากการบริหารงานคิดว่ารัฐบาลจะอยู่ครบวาระหรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ท่านทุ่มเทการทำงานทุกท่าน คิดว่าไม่น่ามีปัญหา ความคาดหวังของตนไม่ว่ารัฐบาลไหนอยากให้อยู่ครบวาระ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 มกราคม 2553 18:35 น.



แล้วนี่ใครสั่งการครับท่าน



พูดไม่ละอายต่อ นายกสมัครเลย ศพยังไม่ได้เผาเลยนะครับ



รัฐบาลนี้ไม่ได้ทำอะไรเลย ใช่ไหมครับ



"ป็อก" แล้วนี่ใครทำ ฟะ.........





โลกไหนเขายอมรับหรือครับผู้นำ 5 ประเทศเขาบอยคอตก็ไม่มา พม่าก็ไปไม่ได้
ทหารไม่อยากทำร้ายประชาชนแล้วเอา M-16 มาใล่ยิงประชาชนทำไม
ไปเปิดดู ว่าใครขับรถแก๊สมา มีแดงสักคนไหม
http://www.youtube.com/watch?v=NUookwKLG5I&feature=related
เสื้อแดงไม่เคยไล่ยิงชาวบ้าน ถ้าคุณรู้ตัวว่าใคร ก็ไปรับเงินรางวัลที่แกนนำเสื้อแดงได้ กล่าวหากันมั่วๆ แบบนี้ผมก็ทำได้ ใช้หลักฐานอะไรมากล่าวหา ทีพวกคุณปิดสนามบินสุวรรณภูมิจริง ยึดทำเนียบจริง ยึดดอนเมืองจริง บุกรัฐสภาจริง บุก NBT จริง ไล่ยิงคนบนถนนจริง แล้วคุณมาสร้างความเดือดร้อนให้บ้านเมืองทำไม



กระสุนปลอมสินะ



เอารูปคนทำความชั่วมาให้ดูไง ไม่ได้เมาอะไรหรอก แล้วมีเสื้อแดงบุกปิดสนามบิน บุกเข้าไปทำลายทรัพย์สินในทำเนียบรัฐบาล สักคนบ้างหรือยัง เรื่องชั่วๆ เลวๆ อย่างนี้ คนเสื้อแดงทำกได้ไม่เท่าพันธมิตรของพวกคุณหรอก ประเทศเสียหาย 290,000 กว่าล้านแนะ



ยังแถไม่เลิก ยังโง่อยู่ว่าที่กลุ่มทหารถืออยู่นั้นคือแก๊สน้ำตา มาลองสักนัด สองนัดไหม เผื่อจะเข้าใจมากขึ้นว่ามันคืออะไร แล้วศพเอาไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาทำไม แล้วพรรคเพื่อไทยจะเปิดเทปการให้สัมภาษณ์ของคนที่รอดชีวิตมาจากรถบรรทุกขนศพ ทำไมประธานสภาไม่ยอมให้เปิด ถ้าทำต้องจะกลัวอะไร โง่ต่อเนื่อง ไปน้ำขุ่นๆ



----
หืม กระสุนจริงก็แปลกนะ ไม่เห็น หมอ คนไทนบอกว่าเจอ ผู้ชุมนุมโดนยิง

เลย ทำไมอ่ะ?ฮืม??
----

นำรูปมาจากลิงค์นี้นะ ตกลงบาดแผลนี้กระสุนจริงกระสุนปลอมคับคุณ Greenman_Peace

http://talk.mthai.com/topic/55504



กระสุนก็ของจริงทั้งนั้น ก็หมอเลวๆของพวกคุณไง ถึงไม่เห็น
2 ศพในแม่น้ำเจ้าพระเป็นการ์ดเสื้อแดงจริง ออกข่าวทีวีทุกช่อง ไปมุดหัวอยู่ไหนถึงไม่รู้ หรือดูแต่ ASTV สื่อชั่ว พรรคเพื่อไทยก็พิสูจน์แล้ว แต่โจรมันไม่ยอมรับเพราะมันหน้าด้าน เรื่องคลิปเสียงถ้าไม่ได้สั่งการทำไมไม่ยอมให้เปิด น่าจะให้มีการพิสูจน์ไม่สั่งแล้วกลัวอะไร ...ตลก


ยินดีกับคุณกรณ์ แต่ทุเรศ กับเหตุผลของเดอะแบงเกอร์ ที่ยกย่อง

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

จากคุณ : โรงเรียนวัด


ในฐานะคนไทยด้วยกันขอแสดงความยินดี แต่เหตุผลของเดอะแบงเกอร์ทียกย่องเพราะผีมือด้านปลุกเศรษฐกิจนั้นมันน่าทุเรศ ตามที่นำมาลงอีกครั้ง

ได้ยกย่องให้นายกรณ์จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไทย เป็นรัฐมนตรีคลังโลกและเอเชีย-แปซิฟิก
ประจำปี 2010 อันเนื่องมาผลงานอันโดดเด่นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ทั้งความกล้าในการตัดสินใจและใช้นโยบายที่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างได้ผล
และทำให้เศรษฐกิจที่ตกต่ำสามารถกลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว และยังปูพื้นฐานไปสู่การเติบโตในอนาคตอีกด้วย

ปี 2009 สามไตรมาสที่ผ่านมาเศรษฐกิจเราติดลบมากที่สุดสำหรับประเทศเพื่อนบ้านในระดับเดียวกัน

Q1 Q2 Q3 เฉลี่ย

มาเลย์ -6.2 -3.9 -1.2 -3.77
ฮ่องกง -7.8 -3.6 -2.4 -4.6
อินโด 4.45 4.04 4.21 4.23
สิงค์โปร -9.5 -3.3 0.6 -4.07
เกาหลีใต้ -4.2 -2.2 0.9 -1.83
ไทย -7.1 -4.9 -2.8 -4.93
จีน 6.1 7.9 8.9 7.63
อินเดีย 5.8 6.1 7.9 6.6

สำหรับเวียดนามคาดว่าปี 09 จะโต 5 ฟิลิปปีนส์ โต 1.6

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8741213/P8741213.html

จดหมายถึงท่านนายกอภิสิทธ์

ที่มา thaifreenews

โดย porsche

จากคุณ : พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง

สวัสดีครับท่านนายก อภิสิทธ์

ผมคงไม่ต้องรายงานตัวต่อท่านว่าผมเป็นใครมาจากไหน เพราะท่านคงไม่สนใจเสียงของประชาชนคนนี้อย่างแน่นอน ผมไม่ใช่ประชาชนของท่านเพราะผมอยู่ตรงกันข้ามท่านมาตลอดเวลาและบ่อยครั้งก็เขียนด่าท่านในที่สาธารณะ ด่าบ่อยเข้าจนวันหนึ่งความรู้สึกอยากงดการด่าก็เกิดขึ้นเพราะชั่งใจแน่นอนแล้วว่าเขียนด่าท่านต่อไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แรก ๆ สะใจที่ได้ด่าท่านโดยหวังเล็ก ๆ ว่าอะไรจะดีขึ้นบ้าง แต่ด่าไปแล้วทุกอย่างแย่ลง ทำให้ผมรู้สึกละอายแทนท่านเลยต้องแขวนป้ายพักรบหยุดด่าพักนึง

วันนี้ผมไม่ได้มาด่าท่านครับท่านนายกรัฐมนตรี แต่ผมอยากเขียนจดหมายมาเล่าถึงความจริงบางอย่างให้ท่านรับรู้ ซึ่งนั่นก็คือเรื่อง หวยออนไลน์

ผมไม่เข้าใจครับว่าท่านจะอะไรนักหนากับเรื่องนี้เพราะมันเป็นประเด็นร้อนมาหลายวัน ผมติดตามและจับประเด็นได้ว่า "ท่านไม่ต้องการทำเรื่องผิดกฏหมายให้ถูกกฏหมายและไม่อยากให้เยาวชนถูกมัวเมา" นี่คือสิ่งที่ผมจับประเด็นได้ว่าเหตุใดท่านถึงอยากยกเลิก ซึ่งก็ดีครับเรื่องที่ผิดกฏหมายไม่ควรจะถูกกฏหมายและเรื่องเยาวชนนั้นคือสิ่งสำคัญต้องป้องกันอย่างเต็มที่ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องหวยออนไลน์แล้วผมอยากเรียนท่านว่า ถ้าท่านจะคิดว่าเรื่องหวยออนไลน์เป็นเรื่องผิดกฏหมาย การออกสลากกินแบ่งก็ต้องผิดกฏหมายไปด้วยสิครับ เพราะการออกหวยออนไลน์ก็ทำโดยรัฐเพียงแต่วิธีการมันหลากหลายมากขึ้นเท่านั้นเอง ดังนั้นถ้าท่านทำจริง ๆ จัง ๆ หวยออนไลน์ก็ไม่ใช่เรื่องผิดกฏหมายแต่อย่างใด แต่เมื่อประเด็นมันร้อนขึ้นทำให้ผมเริ่มฟังเสียงอีกฝ่ายมากขึ้น

นั่นก็คือเสียงของ นาย จตุพร พรหมพันธ์ ที่ออกมาโต้เรื่องนี้ว่า "นายอภิสิทธ์ไม่กล้ายกเลิกหวยออนไลน์หรอก เพียงแต่อยากสร้างกระแสเพื่อกลบกระแสทุจริตในกระทรวงสาธารณสุข"

แรก ๆ ผมพยายามจะฟังท่านแต่พอจตุพรพูดขึ้นผมก็คิดอีกทางหนึ่ง เพราะมันมีส่วนนะครับ ต้องขอเรียนกง ๆ ว่า จริง ๆ แล้วเหตุผลที่ท่านพูดมานั้นผมไม่เห็นพ้องด้วยแต่ต้น แต่ขี้เกียจหาความผิดท่านมาด่าเท่านั้นเอง (เพราะด่าไปก็เข้าใจว่าคนหนาหนาอย่างท่านต้องรับได้) ประเด็นใหญ่คือ การที่ท่านบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องผิดเพราะท่านพยายามจะสร้างภาพว่า ท่านรู้ผิดชอบชั่วดีมากกว่าอดีตนายกทักษิณ แต่ประเด็นแรก ถ้าท่านเป็นคนรู้ผิดชอบชั่วดีอย่างที่จะสร้างภาพจริง ๆ ท่านต้องไม่คบหากับ เนวิน และไม่ให้คนอย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ อยู่ข้างกายและคอยบงการชี้ อย่าย้อนถามนะครับว่าคนอย่างเนวินและสุเทพไม่ดีตรงไหน ถ้าท่านไร้เดียงสาไม่รู้ความก็ลาออกจากการเป็นคนไทยเถิดครับ เพราะแค่ท่านเอาสองคนนี้ข้างกาย ท่านก็อย่าอ้างความรู้ผิดชั่วดีอีกเลย

และปัญหาของหวยออนไลน์ไม่ได้อยู่ที่มันผิดกฏหมายหรือปัญหาเรื่องเยาวชนเลยครับ ถ้าใครมาแถลงการณ์ส่งเสริมท่านเรื่องนี้ท่านอย่าไปฟัง ผมจะเรียนบอกอย่างกงไปกงมา

ปัญหาเยาวชนที่ท่านอ้าง ท่านเคยสำรวจหรือยังว่าจะมีเยาวชนซักกี่คนเล่นหวย ผมเชื่อว่าท่านพูดไปเรื่อยจึงออกมาห่วงเรื่องนี้ เยาวชนเขาไม่เล่นหวยหรอกครับถึงจะมีก็น้อยเหลือเกิน หวยเป็นเรื่องที่ไม่แนวไม่อินเทรนด์ เยาวชนไทยหันหน้าเข้าหาบอลครับ และเส้นทางนี้ท่านก็แทบไม่คิดจะแก้ ท่านอภิสิทธ์รู้ไหมครับว่าเทเบิ้ลเถื่อนนั้นมีอยู่กี่เทเบิ้ลในประเทศไทย ไม่ต้องมองไกลขนาดนั้น มองแค่กรุงเทพที่ท่านมีฐานเสียงใหญ่อยู่ก็เป็นพอ โต๊ะบอลในกรุงเทพมีอยู่เกือบทุกหัวถนนในกรุงเทพและแต่ละโต๊ะก็เป็นของผู้มีอิทธิพลทั้งนั้น ท่านอภิสิทธ์ครับท่านรู้ไหมว่า เจ้าของโต๊ะบอลเถื่อนเป็นทหารกี่โต๊ะ เป็นตำรวจกี่โต๊ะ เป็นนักการเมืองกี่โต๊ะ ท่านคิดอะไรลึก ๆ เกินไปไหมและท่านรู้หรือเปล่าว่า โพยบอลหาง่ายกว่าการซื้อมาม่ามากมายเพียงไร

ท่านจะบอกว่าไม่รู้นั้นคงยากเพราะเพียงแค่ท่านให้คนรับใช้ต้อยต่ำของท่านเอาหนังสือพิมพ์ฟุตบอลมาสักเล่ม เปิดวิทยุคลื่นกีฬาฟังซักหน ท่านจะรู้ว่าโต๊ะพนันบอลมีมากมายและออกสื่ออย่างถูกกฏหมายเข้าถึงประชาชนได้ง่าย
โดยไม่มีมาท้วงติงหรือห้ามปราม ผมไม่ได้ยกตัวอย่างที่เลวร้ายกว่ามาบดบังสิ่งที่เป็นความผิด เพราะผมไม่เห็นว่าหวยเป็นเรื่องผิดเพราะอย่างที่บอกไปถ้าหวยผิด กองสลากและการออกสลากกินแบ่งก็ต้องผิดไปด้วย
แต่การที่ท่านอ้างถูกผิดแต่กลับทำลืมเลือนสิ่งผิดที่เห็นทนโท่ มันเป็นเรื่องที่ผมรับไม่ได้จริง ๆ

หากท่านยกเลิกหวยออนไลน์จริง ประเทศชาติเสียหายแค่ไหน แต่ถ้าท่านหาทางยกเลิกโต๊ะบอลเถื่อน ประเทศชาติไม่เสียหายอะไรเลย

เด็กทุกวันนี้ถ้าไม่เล่นบอลก็แทงสนุ๊กเกอร์พนัน
ไม่เล่นสนุ๊กเกอร์ก็ตีไก่กัดปลา มันแนวกว่าการเล่นหวยครับท่านนายก

เพราะฉะนั้นคิดให้ดีก่อนจะทำอะไร อย่าคิดแต่จะสร้างกระแสกลบจนประเทศชาติต้องเสียเงินเสียทองโดยใช่เหตุ เล่นกับต่างชาติมันยากนะครับ เขาเอาจริง เล่นจริง เจ็บจริง ไม่มีสตั๊นท์ ไม่มีสแตนด์อิน

ถ้าท่านอยากแก้ปัญหา ต้องมองให้เห็นปัญหา ปัญหาของหวยใต้ดินคือ ผู้มีอิทธิพล และเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องปราบให้หมดจดเพราะมันเป็นปัญหาที่แตกไลน์ไปได้อีกหลายปัญหา ท่านต้องมองก่อนว่าทำไมคนเราถึงเล่นหวยใต้ดิน

1. จ่ายเงินแบบงวดชนงวด 2. ให้ราคาดี 3. หาซื้อได้ง่าย

และวิธีปราบก็ง่ายถ้าต้องการปราบจริง แต่ตั้งแต่ท่านเป็นนายกมา มีการกวาดล้างสักหนหรือไม่ แล้วทีนี้ท่านจะมาแก้สิ่งที่จะถูกกฏหมายได้อย่างไร หวยออนไลน์ ไม่มอมเมาคนเกินไปกว่าล็อตเตอรี่หรอกครับ เพราะหวยออนไลน์มันเซ็นไม่ได้ ต้องจ่ายสด มีแค่ไหนก็เล่นเท่านั้น หนำซ้ำถ้าท่านจัดวางที่ทางให้ถูกต้องก็จำกัดวงคนซื้อได้อีกด้วย

แต่พูดไปก็เท่านั้น เพราะผมเชื่อว่าท่านไม่กล้าปราบหวยใต้ดินอย่างจริง ๆ จังแน่นอน เพราะผมเชื่อลึก ๆ ว่า นักการเมืองส่วนใหญ่มีส่วนรู้เห็นเป็นเจ้ามือหวย แต่สังเกตอะไรไหมครับ

ข้อสังเกตคือ ทักษิณที่ท่านว่าเลว เขากล้าตัดมือตัดเท้าเจ้าพ่อหวยใต้ดิน แต่ท่านนายกอภิสิทธ์มิมีความกล้า

ปัญหาใหญ่แบบนี้ท่านอย่าคิดเลยครับ

ท่านมันมือไม่ถึง ท่านคิดแค่จะทำอย่างไรให้ ล็อตเตอรี่ขายไม่เกินราคาก็พอ

หรือว่านี่ก็คืองานที่หนักเกินกำลังของคนเยี่ยงท่าน...

จบจดหมายแต่เพียงเท่านี้

หวังว่าผมคงไม่ต้องกลับมาเขียนจดหมายหาท่านอีกครั้ง

ปล. ขอสวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคนในวาระดิถีวันขึ้นปีใหม่ ผมอาจหายหน้าไปบ้างแต่ก็ติดตามอยู่เสมอ และยังเอาใจช่วยคนเสื้อแดงอย่างต่อเนื่อง ไม่มีคำคมเก๋ (เพราะหมดคมไปนานแล้ว)
ขอพูดแค่ว่า "ขอให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ ทุกคนมีแข็งแรงและมีความสุขครับ"

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8741217/P8741217.html