WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, March 17, 2010

วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2553

อัด“เสธ.แดง”พวกกระจอกใช้กำลัง

แดงกลับผ่านฟ้าหลังชุมนุมสถานทูตสหรัฐฯ

'จตุพร'ยื่นหนังสือถามสถานทูตสหรัฐฯข่าววินาศกรรม

'โอ๊ค'ชี้เลือดเสื้อแดงแทนอุดมการณ์

แกนนำเสื้อแดงฝากถึงรัฐบาลยุบสภาแล้วค่อยมาคุยกัน

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

หลั่งเลือดโลมดิน

ชนะใจคน

ฝุ่นตลบ

วกมาเรื่อง ‘จ่าเพียร’

กลาโหมยอมรับจ้างเอกชนสร้างชิ้นส่วนเอ็ม16จำลอง

การ์ตูน เซีย 17/03/53

ยุบสภาเถอะ

The Economist: กระแสธารมวลชนสีแดง ผู้ประท้วงรัฐบาลไทย ออกมาบนท้องถนนอีกครั้ง

ที่มา ประชาไท


สี่ปีมาแล้วที่ตามท้องถนนในกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยการประท้วงหลายครั้ง แต่การประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมาก็เป็นการประท้วงที่น่าประทับใจมากในการแสดงให้เห็นถึงพลังของผู้ชุมนุมในเมืองไทย มีผู้ชุมนุมเสื้อแดงหลายหมื่นคนอยู่ภายใต้แสงแดดแผดเผา ขณะรับฟังการปราศรัยที่ด่าทอนายกฯ อภิสิทธิ์ และเหล่าอำมาตย์ที่ทำให้เขาเข้าสู่อำนาจ พวกเขาเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ในวันจันทร์ (15) นายอภิสิทธิ์ก็ปฏิเสธข้อเรียกร้องขณะอยู่ในค่ายทหาร เขาซุกตัวอยู่ในนั้นด้วยกลัวเรื่องความปลอดภัยของตนเอง

ในที่ชุมนุมยังมีการต่อวิดิโอลิงค์ของ ทักษิณ ชินวัตร ผู้ที่เคยได้รับการเลือกตั้ง 2 ครั้งซ้อน และในตอนนี้กลายเป็นอดีตนายกฯ ผู้ต้องหนีออกจากประเทศ จากการรัฐประหารในปี 2549 ที่ทำให้ประเทศไทยโงนเงน แต่เขาก็ไม่ได้หายไปอยู่เงียบ ๆ การรัฐประหารนำทางให้ศาลสั่งตัดสินยึดทรัพย์ทักษิณ ซึ่งทำให้กลุ่มเสื้อแดงต้องออกมาประท้วงอย่างที่เห็น อย่างไรก็ตามกลุ่มเสื้อแดงมีการเตรียมการจัดตั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือมาเป็นเดือน ๆ ก่อนที่ศาลจะตัดสินยึดทรัพย์ทักษิณ ในคำปราศรัยของทักษิณเขาเรียกร้องไม่ให้กองทัพทำร้ายประชาชนและปฏิเสธว่าไม่ได้ถูกขับออกจากดูไบเช่นที่เป็นข่าว

'สื่อป่วยๆ' ของไทย และเจ้าหน้าที่บางคนมักจะเล่นเรื่องความเสี่ยงที่การชุมนุมจะทำให้เกิดความรุนแรง เช่นเดียวกับการประท้วงเมื่อเดือนเมษายนปีที่ผ่านมาที่เกิดจลาจลและมีกลุ่มทหารออกมาสลายการชุมนุม ทางด้านแกนนำกลุ่มเสื้อแดงบอกว่าพวกเขาได้รับบทเรียนแล้วและมุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยปราศจากความรุนแรง การชุมนุมของเสื้อแดงแทบไม่มีสัญญาณอันตรายใด กลุ่มผู้ชุมนุมพากันร้องเล่นเต้นรำบนท้องถนน, ถือธง, ป้ายจำพวก "เผด็จการไปลงนรก" และตีนตบ ในเรื่องของจำนวนผู้ชุมนุมนั้น ยังห่างไกลจากคำว่า "million-man march" หรือ "ขบวนล้านมวลชน" อย่างที่ผู้จัดเคยอ้างไว้ แต่ก็ดูไม่มีใครใส่ใจเรื่องนี้เท่าไหร่

แต่จิตวิญญาณแบบงานฉลองในที่ชุมนุมก็เริ่มมีทีท่ามอดลงในวันจันทร์ (15) เมื่อเสื้อแดงพยายามเพิ่มการกดดันอภิสิทธิ์โดยการเคลื่อนขบวนไปทั่วกรุงเทพฯ มีกลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มหนึ่งพากันไปล้อมกรมทหารราบที่ 11 ที่นายกฯ อภิสิทธิ์และพรรคพวกใช้เป็นฐาน หลังจากที่มีการเย้ยระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านนายกฯ มาหลายครั้ง ผู้ต่อต้านอภิสิทธิ์มองอภิสิทธิ์ในฐานะภาพแทนผู้ได้รับการโปรดจากนายทหารระดับสูงที่ไม่ยอมสูญเสียอำนาจในประเทศไทยไปง่ายๆ ขณะที่อยู่ภายใต้กฏหมายความมั่นคงที่มาจากรัฐบาลเผด็จการทหาร กองทัพก็สนุกกับการใช้กำลังกวาดล้างการประท้วง หากรู้สึกว่าเห็นควร

นายอภิสิทธิ์บอกว่าเขาจะไม่ลงจากตำแหน่งขณะเดียวกันก็ไม่มีแผนการปราบผู้ชุมนุมที่ชุมนุมอย่าง "สงบและเรียบร้อย" แต่ภาพการประท้วงก็ดูอันตรายขึ้นในวันจันทร์ เมื่อมีการจู่โจมด้วยระเบิดมือทีค่ายทหารอีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แม้ว่าจะยังไม่กระจ่างชัดว่าใครเป็นผู้ลงมือ แต่สำหรับอภิสิทธิ์ผู้ที่คำนวนสถานการณ์การชุมนุมในไทยเอาไว้แล้ว รัฐบาลของเขาคงฉวยโอกาสปราบปรามผู้ชุมนุมได้มากขึ้นหากมีใครแสดงปฏิกิริยาเกินจริง นี่เป็นเหตุผลที่ทำไมอภิสิทธิ์ถึงยกเลิกการเดินทางไปออสเตรเลีย เพราะเขาต้องการคอยจับตาดูการประท้วงนั่นเอง

ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา กลุ่มเสื้อแดงเข้ามาในกรุงเทพฯ โดยรถกระบะ, รถโดยสาร, รถยนต์ แล่นมาเต็มท้องถนนเมืองหลวง ผ่านจุดตรวจของตำรวจที่เน้นตรวจตรารถราบ่อยกว่าปกติ เมื่อขบวนเสื้อแดงมาถึงใจกลางเมือง มีคนยืนบนสะพานลอยคอยส่งเสียงเชียร์ต้อนรับ กลุ่มเสื้อแดงจึงดูเหมือนกลุ่ม 'นักกอบกู้อิสรภาพ' (liberator) มากกว่าเป็น 'ผู้มารุกราน' (invader) แต่มาจนถึงตอนนี้ผู้ประท้วงก็ไม่ได้ทำลายอะไร มีแต่เพียงความเสียหายทางเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ จำนวนเล็กน้อยเท่านั้น

ภาพที่เห็นทำให้เราทราบว่ามันดูติ้นเขินไปหน่อยหากจะลดทอนความขัดแย้งของการเมืองไทยเป็นแค่การแบ่งแยกกันของชนบทกับเมือง ที่ทักษิณนำมาใช้ประโยชน์จากนโยบายประชานิยม แต่ความขัดแย้งในปัจจุบันยังมีเรื่องของชนชั้น, ภูมิภาค และที่กำลังเพิ่มมากขึ้นเรือย ๆ คือในเรื่องอุดมการณ์ มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะหาทางประนีประนอมเมื่อมีความขัดแย้งมากมายขนาดนี้ มีคนอีกจำนวนมากในกรุงเทพฯ ที่รู้สึกว่าทักษิณกระทำผิด และคิดว่าพวกเขาเองก็ถูกกระทำจากทักษิณด้วย พวกเขาเหล่านี้และผู้ประท้วงจะไปไกลกันถึงจุดไหน เราจะได้เห็นชัดขึ้นในอีกไม่กี่วันนี้

ที่มา: Red tide : Protestors against the Thai government take to the streets again, The Economist, 15-03-2010

แดงเทเลือดบ้านนายกฯแล้ว-บุกยื่นหนังสือสถานทูตสหรัฐต่อ

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche





17 มีนาคม 2553 เวลา 09:59 น.


เสื้อแดงเทเลือดบ้านนายกฯเสร็จแล้ว เตรียมเคลื่อนขบวนไปสถานทูตสหรัฐเพื่อยื่นหนังสือชี้แจงสถานการณ์การเมืองต่อ เจ้าหน้าที่ระดมล้างเลือดรอบพื้นที่บ้านพักอภิสิทธิ์


เมื่อเวลา 12.00 น. กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เตรียมเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมออกจาก บ้านพักนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หลังได้เข้าไปเทเลือดบริเวณบ้านพักแล้ว โดยได้เตรียมเดินทางไปยังสถานทูตสหรัฐบริเวณ ถนนวิทยุ เพื่อยื่นหนังสือชี้แจงสถานการณ์ทางการเมืองให้ทราบ


สำหรับบรรยากาศบริเวณบ้านพักนายอภิสิทธิ์หลังจากที่กลุ่มเสื้อแดงได้ทำการเทเลือดเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ได้เริ่มทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบที่มีการเทเลือด รวมทั้งเจ้าหน้าที่บางส่วนก็ได้รับความเปรอะเปื้อนจากเลือดที่กลุ่มผู้ชุมนุมนำมาเทขณะที่ยื้อแย่งกัน


แดงเจอฝนถล่มหนัก-ปาขวดเลือดใส่บ้านมาร์ค

เมื่อเวลา 11.50 รถปราศรัยของแกนนำนปช.ได้เดินทางมาถึง 4 แยกด้านหน้า บ้านพักนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ได้เป็นตัวแทนเดินลงมาบริเวณรั้วลวดหนามพร้อมด้วย
ภาชนะบรรรจุเลือดประมาณ5-6 แกลลอน ขณะที่ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก

ทั้งนี้กลุ่มแกนนำนปช. ได้พยายามทำการเทเลือดที่บริเวณหน้าบ้านพักนายกรัฐมนตรี
โดยในบ้านพักนายอภิสิทธิ์ ได้มีการฉีดน้ำออกมาชำระล้างบริเวณที่มีการเทเลือดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ปาเลือดที่บรรจุอยู่ในถุงและขวด เข้าไปในบ้านนายอภิสิทธิ์ด้วย


เจ้าหน้าที่ใช้กำลัง 10 กองร้อยคุมเข้มบ้านนายกฯ

สำหรับบรรยากาศบริเวณบ้านพัก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซอยสุขุมวิท 31 ได้มีการเสริมกำลังทหาร ตำรวจอีก 10 กองร้อย จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 6 กองร้อย พร้อมนำลวดหนามมาขึงรอบรั้วบ้าน 1 ชั้น พร้อมทั้งมีการตรวจสอบรถที่ผ่านอย่างเข้มงวด โดยยังไม่มีการปิดเส้นทางหรือนำแท่งซีเมนต์มาปิดเส้นทางแต่อย่างใด ในส่วนครอบครัวของนายกรัฐมนตรี ไม่อยู่ในบ้านพัก มีเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ทั้งนี้ ปากซอยสุขุมวิท 31 เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจรห้ามเข้า ทำให้กลุ่มเสื้อแดงซึ่งเป็นหน่วยล่วงหน้า ไม่สามารถเข้าไปที่หน้าบ้านของนายกฯ ได้

http://www.posttoday.com






ผ่าทางตันเร่งแก้รธน.แล้วยุบใน3เดือน ทุกฝ่ายต้องเคารพผลเลือกตั้ง มือที่มองไม่เห็นเลิกแทรก

ที่มา Thai E-News



ชาวกรุงหนุนสู้-ชาวกรุงเทพฯในย่านธุรกิจออกมาโบกมือสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินทางไปเทเลือดประท้วงหน้าบ้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อช่วงเที่ยงวันนี้(ภาพข่าว:AP)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
17 มีนาคม 2553

หมายเหตุไทยอีนิวส์:มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเสนอแนวทางแก้วิกฤตการเมืองที่ตีบตัน โดยเสนอให้ยุบสภาภายใน 3 เดือน ระหว่างนี้ให้เร่งแก้ไขรธน.เพื่อให้เกิดกติกาการเลือกตั้งที่ยอมรับได้ร่วมกัน โดยทุกพรรคการเมืองและทุกฝ่ายต้องเห็นพ้องกัน และต้องยอมรับผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น โดยปราศจากการแทรกแซงของอำนาจนอกระบบ โดยมัรายละเอียดต่อไปนี้


แถลงการณ์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
เรื่อง ออกไปจากการเมืองที่ตีบตัน


การเคลื่อนไหวทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในห้วงเวลาปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญของสังคมการเมืองไทยในห้วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา การเผชิญหน้าและการกดดันด้วยวิถีทางต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลักดันทางการเมืองเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและระบบการเมืองที่จะทำให้ทุกฝ่ายสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมืองได้อย่างทัดเทียม

จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงที่ได้เกิดขึ้น รวมถึงการปรับโครงสร้างทางการเมืองเพื่อรองรับสัมพันธภาพทางอำนาจแบบใหม่ ซึ่งการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ได้ทำให้กระบวนการปรับตัวอย่างสันติในระบอบประชาธิปไตยยุติลงอันเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการปรับโครงสร้างอำนาจทางการเมืองด้วยอำนาจรัฐประหารนั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

ความขัดแย้งที่ต่อเนื่องและเข้มข้นสะท้อนให้เห็นถึงการดำรงอยู่ของโครงสร้างสังคมการเมืองที่ไม่เป็นธรรมอย่างรุนแรงกับผู้คนโดยเฉพาะคนชั้นล่างอันเป็นรากฐานสำคัญของความขัดแย้งการเมืองในปัจจุบัน ตราบเท่าที่ยังไม่เกิดการปรับโครงสร้างทางการเมืองเกิดขึ้นก็ยากที่จะทำให้สังคมไทยเดินหน้าต่อไป

เพื่อที่จะเปิดทางให้เกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของระบบการเมือง การลดความเข้มข้นของความขัดแย้งในปัจจุบันลงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ จำเป็นที่จะต้องสร้างเงื่อนไขเบื้องต้นที่จะนำเอาทุกฝ่ายกลับเข้ามาสู่กระบวนการทางการเมืองซึ่งเป็นที่ยอมรับร่วมกัน

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนขอให้สังคมร่วมกันกดดันองค์กรและสถาบันต่างๆ ดำเนินการดังต่อไปนี้เพื่อสร้างจุดเริ่มต้นของการก้าวออกไปจากการเมืองไทยที่ตีบตับ

ประการแรก รัฐบาลต้องประกาศการยุบสภาภายในระยะเวลา 3 เดือน

ประการที่สอง รัฐสภาต้องผลักดันให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าให้แล้วเสร็จภายในห้วงระยะเวลานี้ เพื่อให้เกิดกติกาของการเลือกตั้งซึ่งเป็นที่ยอมรับได้ในระหว่างนักการเมืองด้วยกัน

ประการที่สาม พรรคการเมืองต้องเจรจาเพื่อให้เกิดการยอมรับวิถีทางพื้นฐานของการเลือกตั้ง เปิดโอกาสให้มีการหาเสียงของทุกพรรคการเมืองได้อย่างกว้างขวางในทุกพื้นที่

ประการที่สี่ ภายหลังการเลือกตั้งต้องยอมรับการจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นไปภายใต้ระบบของประชาธิปไตย ไม่มีการแทรกแซงจากอำนาจนอกระบบ

ความขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้มิใช่เป็นสิ่งที่จะสามารถแก้ไขได้ด้วยมาตรการอันใดอันหนึ่ง หากต้องหมายความรวมถึงการปรับเปลี่ยนระบบและโครงสร้างอีกอย่างกว้างขวางที่จะต้องเกิดขึ้นต่อไป การแสวงหาจุดเริ่มต้นเพื่อดึงทุกฝ่ายเข้ามาในการแก้ไขปัญหานี้จะทำให้สามารถมองเห็นทางออกของความขัดแย้งที่ดำเนินมาอย่างยาวนานนี้ได้ พึงต้องตระหนักว่ายังมีความยุ่งยากอีกหลายประการที่จะต้องมีการถกเถียง แลกเปลี่ยน กดดัน ต่อรอง กันอีกมากในวันข้างหน้า

การไม่ไยดีต่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองดังที่เป็นอยู่ทั้งจากรัฐบาลและสังคมไทย จะมีความหมายถึงการทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองดำรงอยู่ต่อไป และอาจเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความรุนแรงทางการเมืองให้บังเกิดขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

17 มีนาคม 2553

การ์ตูน Gag Las Vegas: ล้มอำมาตย์ สร้างรัฐไทยใหม่

ที่มา Thai E-News


นักลงทุนต่างชาติไล่ซื้อหุ้นตบหน้าสื่อ-อำมาตย์ เสื้อแดงไม่กร้าวร้าวรุนแรงตามโฆษณาชวนเชื่อ

ที่มา Thai E-News



The absence of violence so far has boosted Thai stocks as investors speculate the protest will lose momentum, unlike a similar rally last year that turned violent. The government aims to prevent the airport seizures, rioting and street clashes that have marked previous street demonstrations since Thaksin was ousted in a 2006 coup.-Bloomberg



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
17 มีนาคม 2553

วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยทะยานขึ้นต่อเนื่องจากวันก่อน ปิดทำการที่ 765.54 จุด +13.34จุด หรือ+1.77%เป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 6 เดือน ด้วยมูลค่าซื้อขายหนาแน่น 33,676 ล้านบาท หลังจากกลุ่มเสื้อแดงจัดการชุมนุมบุกไปเทเลือดผู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่หน้าบ้านนายกัฐมนตรี โดยไร้เหตุรุนแรงใดๆ

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงก่อนและระหว่างการจัดชุมนุมโดยสันติของกลุ่มเสื้อแดง โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิไปมากกว่า25,000ล้านบาท ในรอบ16วันทำการ หลังจากมอร์แกนสแตนลีย์ โบรกเกอร์ยักษ์ใหญ่เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยระบุว่าปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองไม่ตึงเครียด ภายหลังกลุ่มเสื้อแดงจัดการชุมนุมโดยวิธีการสันติ

เรื่องนี้นับว่าลบล้างการโฆษณาชวนเชื่อของเครื่อข่ายอำมาตย์ที่ว่าการจัดการชุมนุมของเสื้อแดงมีผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจการค้าการลงทุน การท่องเที่ยวของไทย รวมไปถึงการโฆษณาชวนเชื่อว่าคนกรุงเทพฯต่อต้านการชุมนุมก็เป็นเรื่องตรงกันข้าม เพราะเมื่อเสื้อแดงไปทางไหนก็ได้รับการต้อนรับสนับสนุนจากชาวกรุงเทพฯ

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ซึ่งเป็นสำนักข่าวทางด้านเศรษฐกิจการเงินที่สำคัญของโลก รายงานวันนี้ในหัวข้อข่าว"ผู้ประท้วงไทยบุกเทเลือดหน้าบ้านอภิสิทธิ์"ว่า วันนี้หุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลยังคงเป็นไปโดยสันติ

บลูมเบิร์กรายงานว่าก่อนเสื้อแดงจัดม็อบมีการโหมกระแสว่าจะเป็นไปด้วยความรุนแรงทำให้หุ้นตกมาเมื่อเดือนก่อน แต่พอมีชุมนุมจริงไม่มีเหตุรุนแรง เป็นไปโดยสันติ ต่างกับการชุมนุมของพันธมิตรในปี2549ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงทั้งการยึดทำเนียบ และยึดสนามบิน และการทำรัฐประหารโค่นล้มทักษิณ


นักลงทุนต่างชาติเล่นทางซื้อสุทธิต่อเนื่องอีก3026ล้านบาทในวันนี้ รวมเป็นการซื้อสุทธิต่อเนื่อง17วันเต็มแล้ว บลูมเบิร์กรายงาน เฉพาะเดือนมีนาคมก็ซื้อสุทธิไปมากกว่า24,576ล้านบาท(คลิ้กดูที่นี่)


นักลงทุนต่างชาติไม่วิตกม็อบ แห่ลงทุนซื้อหุ้นไทยสุดคึก

เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนการชุมนุมใหญ่ของเสื้อแดง รัฐบาลอภิสิทธิ์ กองทัพ และสื่อกระแสหลักที่เป็นแขนขามือไม้เผด็จการอำมาตย์ ได้ออกมามีบทบาทสำคัญในการสร้างกระแสว่า การชุมนุมใหญ่ครั้งนี้จะเป็นผลเสียต่อการค้าการลงทุนต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวของไทย และส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตปกติของคนกรุงเทพฯ โดยมีการออกข่าวในทางลบต่างๆนานา

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบกระแสของนักลงทุนต่างชาติกลับพบว่าเป็นไปในทางตรงกันข้ามกับที่รัฐ,พันธมิตรและสื่อโหมโฆษณาชวนเชื่อ เพราะสะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติยังเชื่อมั่นในการลงทุนในไทยอยู่

แต่นักเล่นหุ้นคนไทยกลัวตามกระแสสื่อหลัก และพันธมิตรโหมโฆษณาให้กลัวจึงพากันขายหุ้นออกมาต่อเนื่อ งแต่นักลงทุนคนไทยอาจจะผิดทาง เพราะหุ้นไทยขึ้นมาต่อเนื่องมาบริเวณ 760 จุดแล้ว

บลูมเบิร์กสัมภาษณ์บัณฑูร ล่ำซำชี้นักธุรกิจชินกับม็อบแล้ว

สำนักข่าวบลูม้เบิร์ก สำนักข่าวชั้นนำในโลกการเงินการลงทุนรายงานข่าว โดยสัมภาษณ์นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารกสิกรไทย แบงก์พาณิชย์รายใหญ่อันดับ3ของประเทศระบุว่า"ถึงแม้การประท้วงจะรุนแรงหรือนองเลือดก็ไม่มีผลทำลายเศรษฐกิจ"เพราะการประท้วงเกิดขึ้นตลอดเวลาอยู่แล้วในประเทศไทย"

บลูมเบิร์กรายงานว่า ไม่ได้มีแต่ชาวชนบทเข้าร่วมการประท้วง เมื่อสายวันนี้มีคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งไปประท้วงที่สวนลุมพินี นายสิริวร นิมิตรศิลมา อายุ 67 ปี ซึ่งไปอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกานานถึง46ปี และได้กลับมาประเทศไทยในปี2549ก็เข้าร่วมชุมนุมประท้วง โดยบอกว่าเขาประท้วงเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพราะ"เขาเป็นนายกรัฐมนตรีในดวงใจของพวกเรา หากนายอภิสิทธิ์คิดว่าเขาทำเพื่อคนส่วนใหญ่ ก็แล้วทำไมจึงไม่จัดการเลือกตั้งใหม่ คืนอำนาจให้ประชาชนเสียหละ?"

นายโรเบิร์ต บรอดฟุต กรรมการผู้จัดการบริษัทที่ปรึกษาด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งมีฐานในฮ่องกงกล่าวว่า"การจัดการเลือกตั้งใหม่นั้นน่าจะเป็นประโยชน์ แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะการันตีว่าเป็นทางออกหรือไม่ ในเมื่อคนไทยยังแตกแยกเป็น2กลุ่ม ระหว่างคนในเขตเมืองกับอีกฝ่ายในเขตชนบท"

บลูมเบิร์กรายงานการสัมภาษณ์นายแพทย์เหวง โตจิราการ ผู้นำการประท้วงที่ยืนยันว่าจะจัดการชุมนุมโดยสันติปราศจากอาวุธ หากใครใช้อาวุธหรือความรุนแรงขอให้เข้าใจว่าไม่ใช่เสื้อแดง"เราต้องการให้ยุบสภา จัดเลือกตั้งใหม่เท่านั้น ไม่มีอย่างอื่น"

UNรับสื่อกระแสหลักรายงานด้านเดียว นำเสนอกรรมการสิทธิฯUN

เช้าวันนี้ น.ส.จารุพันธุ์ กุลดิลก อาจารย์ ม.มหิดล น.ส.สุดา รังกุพันธ์ อาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายสุดสงวน สุธีร์สรณ์ อาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์ เดินทางไปที่สำนักงานองค์การสหประชาชาติ ถ.ราชดำเนิน เพื่อพบนางนาตาลี เมเยอร์ เจ้าหน้าที่ด้านสิทธิมนุษยชนประจำภูมิภาค ขององค์การสหประชาชาติ เพื่อเรียกร้องให้สหประชาชาติส่งเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์ชุมนุม เพราะสื่อหลักนำเสนอข่าวการชุมนุมด้านเดียว

นางนาตาลีกล่าวว่า เข้าใจว่าสถานการณ์ไม่ปกติ และสื่อในประเทศยังให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สหประชาชาติดังกล่าวยังแสดงความห่วงใยว่าการประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคงจะนำไปสู่การใช้ความรุนแรง และนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงจะนำเรื่องนี้ไปเสนอกับกรรมการสิทธิมนุษยชนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของสหประชาชาติ

ผู้เชี่ยวชาญใน ตปท. คาด หากเกิดความรุนแรงอาจไม่ใช่ฝีมือเสื้อแดง

ข่าวการชุมนุมของเสื้อแดงในหนังสือพิมพ์ New York Times วันที่ 11 มี.ค. เรียกการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่มีการโดยสารมาทางรถบัส รถบรรทุก และรถอีแต๋น ว่าเป็นยุทธการ "ป่าล้อมเมือง" New York Times รายงานอีกว่า การที่คนในชนบทเข้ามาชุมนุมกันในเมืองหลวงเน้นให้เห็นถึงความแตกแยกที่ฝังรากลึกในประเทศ ระหว่างคนจนชนบทกับคนเมือง

New York Times ยังได้นำเสนอความเห็นของปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเมืองไทยจากสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาในสิงคโปร์ ซึ่งตั้งข้อสงสัยว่า ผู้ชุมนุมมักจะใช้คำว่า 'สงครามครั้งสุดท้าย' (Final Showdown) แต่พวกเขาเชื่อว่าจะทำให้นายกฯ อภิสิทธิ์ ลงจากอำนาจได้จริงไหม

นอกจากนี้ปวิน ยังบอกอีกว่าเขากลัวว่าจะมีคนกลุ่มอื่นมาสร้างความวุ่นวายเพื่อก่อให้เกิดความรุนแรง

"ถ้าเกิดเรื่องร้าย ๆ ขึ้น มันอาจจะไม่ได้มาจากเสื้อแดง" ปวินกล่าว "มันมีหลายกลุ่มมากในตอนนี้ มีอยู่ในทุก ๆ ที่ แม้แต่ในเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดงก็มีกลุ่มย่อย ๆ อยู่ พวกเราไม่ทราบว่าใครเป็นพวกใคร ในสถานการณ์แบบนี้ทำให้กลุ่มคนมือที่สาม ที่สี่ ที่ห้า ใช้ประโยชน์จากมันได้เสมอ"

แฉใบสั่งสื่อป้ายสีเสื้อแดงก่อความวุ่นวายปูทางปราบ

ใบสั่งสื่อ-กรมกิจการพลเรือนทหารบก กองบัญชาการทหารบก ส่งใบสั่งไปยังสื่อต่างๆขอให้ออกข่าวโฆษณาชวนเชื่อทำสงครามข่าวเพื่อให้ร้ายป้ายสีผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่จะเรียกร้องประชาธิปไตยในวันที่ 14 มีนาคมนี้ไปในทางที่เป็นผลลบต่อประเทศ ชีวิตของคนกรุงเทพฯ เศรษฐกิจ การลงทุน ตลาดหุ้น และการท่องเที่ยว เชื่อเป็นแผนโดดเดี่ยวเสื้อแดงและปูทางไปสู่การปราบปรามประชาชน


ก่อนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 14 มีนาคมนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าสื่อของรัฐ และสื่อเอกชนต่างมี"ธง"ในการนำเสนอข่าวไปในทิศทางเดียวกันคือการสร้างภาพลักษณ์ว่า กลุ่มเสื้อแดงจะเข้ามาก่อความวุ่นวายในกรุงเทพฯ สร้างความรุนแรง มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ และผลกระทบทางลบต่างๆ สื่อบางสำนักได้ปลุกปั่นให้คนกรุงเทพฯรวมตัวกันต่อต้าน ปกป้องกรุงเทพฯ หรือสร้างความตระหนกตกใจ เช่น เสนอข่าวว่ามีการกักตุนอาหาร หรือถอนเงินจากบัญฃีเป็นต้น

การนำเสนอข่าวดังกล่าวเป็นไปในทิศทางที่รัฐบาล และระบอบอำมาตย์ต้องการ นักสังเกตการณ์ทางการเมืองเชื่อว่าเพื่อทำลายความชอบธรรมในการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย โดดเดี่ยวคนเสื้อแดงให้เป็นเรื่องคนกลุ่มน้อยที่จะก่อความวุ่นวาย สร้างความรุนแรง และสร้างความชอบธรรมในการออกกฎหมายพรบ.ความมั่นคง พรก.ฉุกเฉินเพื่อปราบปรามประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตย

เรื่องการสร้างกระแสดังกล่าวนั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แต่มี"ใบสั่ง"ให้สื่อกระแสหลักดำเนินการมาเป็นลำดับ ดังเอกสารที่เรานำมาเปิดเผยนี้เป็นใบสั่งจากกรมกิจการพลเรือนทหารบก กองบัญชาการทหารบก ที่ส่งไปยังสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทวีวี(ช่อง9) โดยใบสั่งนี้เป็นใบสั่งประจำวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมานี้ ระบุ"ขอความร่วมมือ"เผยแพร่เป็นอักษรตัววิ่งประจำวันที่ 4 มีนาคม 2553 ดังนี้ และเรามีข้อสังเกตเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

-ข้อความที่1:นายสุเทพฯ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศไม่ประสงค์ให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย ส่วนใหญ่ต้องการเห็นบ้านเมืองสงบ


ข้อสังเกตก็คือ เป็นการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อโดดเดี่ยวประชาชนที่จะมาชุมนุมใหญ่ว่าเป็นเพียงคนกลุ่มน้อย

-ข้อความที่2:นายกงกฤษ หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้ความมั่นใจว่าแนวโน้มการท่องเที่ยวไทยมีทิศทางที่สดใส หากปัจจัยการเมืองไม่มีความวุ่นวาย อาจขยายตัวถึง12-15%


ข้อสังเกต เป็นการโฆษณาชวนเชื่อว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงจะมีผลทางลบต่อการท่องเที่ยว ทั้งที่นายกงกฤษให้สัมภาษณ์หลายสื่อ รวมทั้งสัมภาษณ์ทางทีวีเนชั่นในช่วงสายวันที่ 9 มี.ค.เชื่อว่าการชุมนุมจะไม่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เนื่องจากไม่น่ามีเหตุรุนแรง และผู้ประกอบการท่องเที่ยวก็ปรับตัวได้แล้ว

-ข้อความที่ 3:นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สถาบันวิจัยนครหลวงไทยกล่าวต้องติดตามสถานการณ์การเมืองช่วงนี้เป็นพิเศษ เพราะปัญหาการเมืองเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อตลาดหุ้นไทย หากการเมืองเกิดความรุนแรงอาจทำให้การขยายตัวของจีดีพีต่ำกว่า2%


ข้อสังเกต:เป็นการโฆษณาชวนเชื่อว่าการชุมนุมจะส่งผลลบต่อตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ ซึ่งกองทัพบกไม่เคยทำอย่างนี้เลยในตอนที่พันธมิตรชุมนุม แต่ผู้นำกองทัพบกกลับไปออกทีวีเรียกร้องให้นายกฯลาออกแทน

ข้อความที่4:กตม.ยังคงตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่สำคัญโดยต่อเนื่อง และขออภัยในความไม่สะดวกในเส้นทางการจราจรบางพื้นที่ ทั้งนี้หากพี่น้องประชาชนพบบุคคลและวัตถุต้องสงสัย โทรสายด่วน191และ1555


ข้อสังเกต:เป็นการโฆษณาชวนเชื่อแยกผู้ชุมนุมเสื้อแดงให้โดดเดี่ยว ขาดการสนับสนุนจากประชาชน และโน้มน้าวให้ประชาชนเกลียดชัง และจับตาหรือร่วมมือรัฐบาลระบอบอำมาตย์เอาผิดกับผู้ชุมนุม ในขณะที่ออกตัวในกรณีรัฐบาลไปตั้งด่านทำให้การจราจรติดขัดเสียเอง

หนึ่งภาพแทนล้านคำพูดบนโพเดียม ... กำลังใจจากชาวกรุง ต้อนรับคนเสื้อแดง

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ Red Member
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
18 มีนาคม 2553












อดีตอธิการมธ.สลด'อธรรมศาสตร์' ปิดประตูใส่คนเสื้อแดง-เปิดต้อนรับทหาร สันหลังหวะผวาM79ลง

ที่มา Thai E-News



ผมได้รับแจ้งจากยามว่า “เข้าไม่ได้” เพราะผู้บริหารได้อนุญาตให้ทหารหนึ่งกองร้อย เข้ามาประจำอยู่ในธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์เสียแล้ว..พฤติกรรมดังกล่าวถือได้ว่าเป็น “อธรรมศาสตร์” และผิดหลักการของการสถาปนาสถาบันแห่งนี้-ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี ธรรมศาสตร์


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
16 มีนาคม 2553

ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ส่งจดหมายอีเมล์ฉบับหนึ่งถึงเพื่อนมิตรในหัวข้อเรื่อง"UnThammasat Act-อธรรมศาสตร์" มีเนื้อความกล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มคนยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงผู้บริหารธรรมศาสตร์ขอให้เปิดพื้นที่บริการประชาชน ดังต่อไปนี้

หนึ่ง)ผมอ่านข่าวการ “ปิดธรรมศาสตร์” ด้วยความเสียใจอย่างยิ่ง พฤติกรรมดังกล่าวถือได้ว่าเป็น “อธรรมศาสตร์” และผิดหลักการของการสถาปนาสถาบันแห่งนี้ ที่ว่าด้วย “เสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพ” ที่มีมานับตั้งแต่สมัยของท่านปรีดี-อ.ป๋วย-อ.สัญญา ตลอดจนผู้สืบจิตวิญญาณธรรมศาสตร์อย่าง “ศรีบูรพา”

สอง) ผมมีเรื่องที่น่าเศร้าใจที่จะแจ้งว่า เมื่อค่ำวานนี้ ๑๔ มีนา ผมแวะจะเข้าไปทางประตู มธ. ด้านถนนพระอาทิตย์ เอารถเข้าไปจอด แต่ได้รับแจ้งจากยามว่า “เข้าไม่ได้” เพราะผู้บริหารได้อนุญาตให้ทหารหนึ่งกองร้อย เข้ามาประจำอยู่ในธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์เสียแล้ว

ก่อนหน้านี้มีกลุ่มคนคณะหนึ่งลงชื่อใน จดหมายเปิดผนึกถึงผู้บริหารธรรมศาสตร์ขอให้เปิดพื้นที่บริการประชาชน มีเนื้อหาดังต่อไปนี้

จดหมายเปิดผนึก
เรียน ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เรื่อง ขอให้มหาวิทยาลัยเปิดพื้นทีให้บริการประชาชนผู้มาชุมนุม


เนื่องจากข้าพเจ้าที่เป็น กลุ่ม บุคคลตามรายชื่อข้างล่างนี้ พบว่าจากกรณีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ประกาศจัดการชุมนุมใหญ่ในวัน ที่ 14 มี.ค. 2553 และผู้ชุมนุมทยอยเข้าร่วมตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. โดยปักหลักชุมนุมตั้งแต่บริเวณ สนามหลวงจนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า ผู้คนจำนวนมากที่ไปแสดงออกซึ้งความต้องการทางการเมืองอย่าง สันติ รวมทั้งผู้ที่ไปสังเกตการณ์ขณะนี้กำลังขาดแคลนสถานที่ในการทำกิจธุระจำเป็นส่วนตัวเช่นการใช้ห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกขั้น พื้นฐานอย่างหนัก

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นอยู่ในที่ตั้งและพื้นที่ใกล้สถานที่ชุมนุมตลอดจนมีสิ่งอำนวยความสะดวกบางประการที่ควรจะให้บริการแก่ประชาชนได้ แต่พวกข้าพเจ้ากลับพบว่ามหาวิทยาลัยได้เพิกเฉยกับการแสดง ออกทางการเมืองอย่างสันติของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยการปิดประตูมหาวิทยาลัย ห้ามบุคคลภายนอกเข้า ซึ่งทำให้ทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมและประชาชนทั่วไปที่ต้องการไปสังเกตการณ์และเรียนรู้การใช้สิทธิทางการเมืองของคนเหล่านั้นไม่ได้รับความ สะดวก แต่ในขณะเดียวกันภายในมหาวิทยาลัย กลับมีรถตำรวจ รถควบคุมผู้ต้องขังและรถพยาบาลของตำรวจจอดอยู่ เท่ากับว่ามหาวิทยาลัยได้เปิดพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว แต่ยังมิได้ให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปแต่อย่างใด

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดพื้นที่ให้กับการเคลื่อนไหวของประชาชนกลุ่มต่างๆ เสมอมา ทั้งนี้ด้วยเหตุผลด้านพื้นที่และเหตุผลด้าน อุดมคติที่ประชาคมธรรมศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยหรือนักศึกษา ข้าราชการและลูกจ้างมักอ้างกันเสมอว่า "ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน" ทำให้มหาวิทยาลัยมีภาพลักษณ์เป็นเสมือนที่พึ่งของประชาชน ทุกกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยเสมอมาเช่น ได้เข้าไปพักผ่อน หรือใช้สาธารณูปโภคของมหาวิทยาลัยตามสมควรนอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยออกมาแถลงข่าวว่าจะให้ใช้พื้นที่บริเวณคอมมอนรูมคณะนิติศาสตร์เป็นที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้สื่อข่าวแต่ก็มิได้เปิด ให้บริการพื้นที่ดังกล่าวเพื่อจุดประสงค์ดังว่าแต่อย่างใด

จากสถานการณ์การชุมนุมเห็นได้ชัดว่าการแสดงออกทางการเมืองหนนี้น่าจะยังดำเนินต่อไป พวกข้าพเจ้าฯ จึงใคร่ขอเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยทบทวนนโยบายและเปิดสถานที่เพื่อให้ประชาชนทั้งที่ไปชุมนุมและทั่วไปสามารถเข้าใช้สิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานได้ ทั้งนี้เพื่อให้ธรรมศาสตร์ ยังคงเป็น “ธรรมศาสตร์ของประชาชน” ตามที่ประชาคมธรรมศาสตร์มักกล่าว อ้างเสมอมา

ขอแสดงความนับถือ

กานต์ ยืนยง และผู้ลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกฯลฯ

จดหมายชี้แจงการปิดธรรมศาสตร์ จาก ‘ปริญญา เทวานฤมิตรกุล’

ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้แจงผ่านอีเมล์ส่วนตัวถึงผู้ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกบางส่วน ถึงเหตุผลที่ธรรมศาสตร์ปิดทำการระหว่างการชุมนุมของ นปช.

เรียน ทุกท่านที่ร่วมกันลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกครับ

ผมไม่ได้เข้าธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์มา ๔ วันแล้ว แล้วก็เพิ่งเช็คอีเมล์
จึงเพิ่งทราบว่ามีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นครับ

ก่อนอื่นขออนุญาตอธิบายนิดนึงครับว่า
ช่วงนี้เป็นช่วงสอบปลายภาคของหลักสูตรที่มีการเรียนที่ท่าพระจันทร์
ปรากฏว่ามีนักศึกษาและผู้ปกครองมีความกังวลใจเรื่องการเดินทางในช่วงนี้
จึงได้ขอมหาวิทยาลัยให้เลื่อนสอบ
อธิการบดีจึงเห็นว่า ถ้างั้นก็งดเรียนด้วย งดการติดต่อราชการด้วย
ก็เลยกลายเป็นการปิดมหาวิทยาลัยไปเลย
ที่แรกก็ประกาศปิดแค่วันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา พอถึงวันอาทิตย์ก็ประกาศปิดวันจันทร์และอังคารด้วย
ก็เลยเป็นที่มาของการปิดมหาวิทยาลัยจนใครต่อใครเข้าไปใช้ห้องน้ำไม่ได้ จนเป็นปัญหาเกิดขึ้นมาครับ
สำหรับเรื่องสื่อมวลชนนั้น เรายังให้เค้าใช้อยู่ครับ (ผมเป็นคนติดต่อให้เค้าเอง)
แต่เค้าไม่ไปใช้เอง เพราะเค้ามีที่อื่นที่สะดวกกว่า

อย่างไรก็ตาม ผมเห็นด้วยกับสิ่งที่ทุกท่านเรียกร้อง
เมื่อผมได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว ผมจึงได้โทรหาอธิการบดีทันที
อาจารย์สุรพลตอบผมว่าในวันพรุ่งนี้ (วันอังคาร) คงจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้
แต่วันพุธถ้ามหาวิทยาลัยเปิด ก็น่าจะไม่เป็นปัญหาอะไร คือใครต่อใครก็เข้าไปได้ตามปกติครับ

ปัญหาคือ แล้วถ้ามีการปิดมหาวิทยาลัยต่อไปอีก จะเอาอย่างไร
ในกรณีดังกล่าว ผมฟังน้ำเสียงอธิการแล้ว ดูจะลำบากอยู่เหมือนกัน
เพราะดูอธิการบดีจะกังวลเรื่องปัญหาวินาศกรรม หลังจากที่มีเหตุเรื่อง M 79 ในวันนี้
เอาเป็นว่า ผมจะไปตามถามเรื่องนี้ให้อีกที ถ้าวันพุธมหาวิทยาลัยยังไม่เปิดนะครับ

ขอบคุณสำหรับจดหมายเปิดผนึก ผมจะส่งให้อธิการบดีอ่านในวันพรุ่งนี้
และขอโทษด้วยสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น เสียงวิจารณ์จากท่านเป็นสิ่งที่ธรรมศาสตร์จะต้องรับฟังครับ

สุดท้ายไม่ว่าอธิการบดีจะตัดสินใจอย่างไร
ในฐานะที่เป็นรองอธิการบดี ผมก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย
และพร้อมรับเสียงติเตียนทุกอย่างทุกประการครับ

ขอแสดงความนับถือ
ปริญญา เทวานฤมิตรกุล

จาตุรนต์ย้ำหากยืนยันสันติวิธีไม่มีแพ้ ค้านส.ส.เพื่อไทยลาออกเสียของเพราะปชป.ด้านเกิน

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
16 มีนาคม 2553

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า การต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยของ นปช. และคนเสื้อแดงมาถึงขั้นนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จหลายประการคือ

มีประชาชนเข้าร่วมมากขึ้นกว่าที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด และยังได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทั่วประเทศมากขึ้นด้วย ประชาชนผู้เข้าร่วมการชุมนุมได้แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมเพราะเห็นแก่อามิสสินจ้างใดๆ แต่เป็นเพราะความสมัครใจและเสียสละความสุขส่วนตัว การต่อสู้ของประชาชนไม่ใช่การต่อสู้เพื่อคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความยุติธรรมจริงๆ และยังได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยนี้ เป็นการต่อสู้ที่ยึดมั่นในสันติวิธี

นายจาตุรนต์กล่าวว่าดังนั้น หากแกนนำการต่อสู้ยืนหยัดอยู่กับการต่อสู้โดยสันติวิธี ไม่ว่ารัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร การต่อสู้ที่มีอุดมการณ์เพื่อประชาธิปไตยและความยุติธรรมนี้ย่อมไม่มีทางพ่ายแพ้ แต่จะสะสมความสำเร็จได้อย่างเป็นขั้นตอนและในอนาคตก็จะมีประชาชนเข้าร่วมสนับสนุนมากยิ่งขึ้นจนกระทั่งสามารถทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยได้

นายจาตุรนต์ยังได้แสดงความเห็นต่อกรณีที่มีการเสนอให้สส.พรรคเพื่อไทยลาออกเพื่อกดดันให้นายกยุบสภา ว่า การลาออกของสส.พรรคเพื่อไทยจะไม่ทำให้เกิดการยุบสภา ซึ่งในอดีตพรรคประชาธิปัตย์ก็เคยดื้อให้ดูมาแล้ว พรรคเพื่อไทยจะเสียโอกาสในการใช้เวทีทางสภาชี้ให้เห็นความล้มเหลวในการบริหารและปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น รวมทั้งปัญหาความไม่เป็นประชาธิปไตยและความไม่ยุติธรรม บทบาทของพรรคการเมืองในสภาเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต้องใช้ให้เป็นประโยชน์

คนๆหนึ่งต้องมีหูซักกี่อัน ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงร่ำไห้ของผู้คน?

ที่มา Thai E-News



Blowin' In The Wind
Artist: Bob Dylan

How many roads must a man walk down-เส้นทางสักกี่สายที่คนๆหนึ่งจะต้องเดิน
Before you call him a man?-ก่อนที่คุณจะนับว่าเขาเป็นคน?
How many seas must a white dove sail-กี่ทะเลที่นกแห่งสันติภาพต้องบินข้ามผ่าน
Before she sleeps in the sand?-ก่อนที่จะนอนหลับลงใต้พืนทราย?
Yes, 'n' how many times must the cannonballs fly-แล้วกี่ครั้งที่ลูกปืนจะถูกยิง
Before they're forever banned?-ก่อนที่มันจะถูกห้ามอย่างถาวร?
The answer, my friend, is blowin' in the wind,-คำตอบนั้นเพื่อนเอ๋ย ล่องลอยอยู่ในสายลม
The answer is blowin' in the wind.-คำตอบนั้นล่องลอยอยู่ในสายลม

Yes, 'n' How many years can a mountain exist-แล้วกี่ปีที่ภูผาจะดำรงอยู่
Before it's washed to the sea?-ก่อนที่มันจะถูกซัดลงทะเล?
Yes, 'n' how many years can some people exist-แล้วกี่ปีที่บางชนดำรงอยู่
Before they're allowed to be free?-ก่อนที่พวกเขาจะมีเสรี?
Yes, 'n' how many times can a man turn his head,-แล้วกี่ครั้งที่คนๆหนึ่งจะหันหน้า
and Pretend that he just doesn't see?-และแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น?
The answer, my friend, is blowin' in the wind,-คำตอบนั้นเพื่อนเอ๋ย ล่องลอยอยู่ในสายลม
The answer is blowin' in the wind.-คำตอบนั้นล่องลอยอยู่ในสายลม

Yes, 'n' how many times must a man look up-แล้วกี่ครั้งที่คนๆหนึ่งต้องมองขึ้นไป
Before he can see the sky?-ก่อนที่เขาจะเห็นท้องฟ้า?
Yes, 'n' how many ears must one man have-แล้วคนๆหนึ่งต้องมีหูสักกี่อัน
Before he can hear people cry?-ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงร่ำไห้ของผู้คน?
Yes, 'n' how many deaths will it take till he knows-แล้วกี่ชีวิตจะต้องสูญเสียก่อนที่เขาจะรู้
That too many people have died?-ว่ามีคนตายมากเกินพอแล้ว?
The answer, my friend, is blowin' in the wind,-คำตอบนั้นเพื่อนเอ๋ย ล่องลอยอยู่ในสายลม
The answer is blowin' in the wind.-คำตอบนั้นล่องลอยอยู่ในสายลม