WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, July 25, 2010

เลือกซ่อม วัดผลปชป.-พท.

ที่มา ข่าวสด




นับเป็นการเลือกตั้งซ่อมที่มีความหมายพิเศษ

นั่นคือการเลือกตั้งซ่อมเขต 6 แทนนายทิวา เงินยวง แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่หนองจอก คลองสามวา คันนายาว บึงกุ่ม ในวันอาทิตย์ 25 กรกฎาคมนี้

พรรคประชาธิปัตย์ลงป้องกัน แชมป์ในฐานะเจ้าของพื้นที่เดิม ด้วยสภาพไม่ค่อยสมบูรณ์นัก โดยส่งนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ อดีตรองผู้ว่าฯกทม.สมัยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประ เทศ ลงสมัครส.ส.เป็นครั้งแรก ได้หมายเลข 1

ส่วนพรรคเพื่อไทย ส่งนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำเสื้อแดง ที่ยังถูกควบคุมตัวในเรือนจำ ลงแข่งขัน ศาลอนุญาตให้ออกจากเรือนจำมายื่นใบสมัคร ได้หมาย เลข 4

ยังมีผู้สมัครอื่นๆ อีก 4 คน ได้แก่ นายนพดล ชัยฤทธิ์เดช พรรคชาติสามัคคี หมายเลข 2, นายอนุสรณ์ สมอ่อน พรรคความหวังใหม่ หมาย เลข 3, นายชูชาติ พิมกา พรรคแทนคุณแผ่นดิน หมายเลข 5 และนาย กิจณพัฒน์ สามสีลา พรรคประชาธรรม หมายเลข 6

ไฮไลต์ของการเลือกตั้งอยู่ที่การต่อสู้ระหว่างเบอร์ 1 และเบอร์ 4 ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาล กับพรรคฝ่ายค้าน ผสมกับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือนปช.

โพลของหน่วยงานต่างๆ บ่งบอก ว่านายพนิช ผู้สมัครรัฐบาลเป็นฝ่ายได้เปรียบ

เนื่องจากเป็นพื้นที่เดิมของพรรคประชาธิปัตย์ และนายพนิชออกพบปะประชาชน เคลื่อนไหวหาเสียงได้สะดวกกว่านายก่อแก้วที่ถูกควบคุมตัวอยู่

แต่ก็มีอุปสรรคอยู่ไม่น้อย จากความขัดแย้งในพรรค ที่มีบางสายสนับสนุนให้ส่งทายาทเบียร์สิงห์ลงสมัคร ก่อนที่หวยจะมาออกที่นายพนิช ด้วยการสนับสนุนของนายอภิสิทธิ์

ส่วนหัวหน้าพรรคคือนายอภิสิทธิ์ มาช่วยเดินหาเสียงอยู่ครั้งสองครั้งเท่านั้นเอง เนื่องจากเกรงปัญหาความปลอดภัยจากคนเสื้อแดง

ทางด้านนายก่อแก้วแม้จะมีข้อจำกัดในการหาเสียงมากกว่านายพนิช

แต่ข้อจำกัดดังกล่าวก็ทำให้โกยคะแนนสงสารไปไม่น้อย

พื้นที่เลือกตั้ง ซึ่งเป็นรอบนอกกรุงเทพฯ ยังเป็นพื้นที่ของคนเสื้อแดงอีกด้วย

จึงเห็นความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง สนับสนุนหาคะแนนเสียงให้นายก่อแก้วอย่างคึกคัก

การปราศรัยหาเสียงแต่ละครั้ง มีการนัดแนะคนเสื้อแดงให้ชักชวนญาติมิตรเพื่อนฝูงไปร่วมฟัง

ล่าสุด ผลสำรวจของหน่วยราชการแห่งหนึ่งระบุว่า นายก่อแก้วทำคะแนนไล่จี้นายพนิชขึ้นมาแล้ว

โดยนัยหนึ่ง การเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นการวัดประชามติในพื้นที่หนึ่งของกรุงเทพฯ ที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งร่วม 3.8 แสนคน

เป็นกลุ่มความเห็นที่มองข้ามไม่ได้

ปัจจัยที่จะส่งผลต่อการลงคะแนน จะไม่ได้มาจากคุณสมบัติของผู้สมัครแต่เพียงอย่างเดียว

แต่จะมาจากความคิดความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลและฝ่ายค้านด้วย

รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางผ่านเหตุการณ์สลายม็อบที่มีผู้เสียชีวิต 90 ราย บาดเจ็บนับพันคน

ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นอกจากแต่งตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ มาปฏิรูปการเมือง สร้างความปรองดองสมานฉันท์

เรียกเสียงวิจารณ์เซ็งแซ่ว่าเป็นการ"ซื้อเวลา" สร้างเงื่อนไขให้รัฐบาลอยู่ในอำนาจต่อไป

แต่การ"ซื้อเวลา"ด้วยวิธีการนี้ก็ไม่ได้ราบรื่นนัก

คณะกรรมการชุดหนึ่งในแพ็กเกจเดียวกันนี้ คือคณะกรรมการปฏิรูปหรือครป.ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน เพิ่งออกมาประกาศฉันทามติของกรรมการเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมาให้รัฐบาลใช้มาตรการทางการเมืองแก้ไขสถานการณ์ความแตกร้าวและสร้างความปรองดอง

ด้วยการยกเลิกการใช้พ.ร.ก.การ บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยเร็ว

คำตอบจากนายกฯอภิสิทธิ์ ก็คือจะทยอยเลิก ตามข้อเสนอของฝ่ายความมั่นคง

เท่ากับปฏิเสธข้อเสนอของกรรมการชุดนี้

เป็นข้อขัดแย้งล่าสุดจากความขัดแย้งแตกต่างมากมายที่รัฐบาลเข้าไปเกี่ยวข้อง

ยังมีปัญหารุมเร้าอีกหลายด้าน ตั้งแต่ที่มาของรัฐบาลที่พึ่งพากลุ่มอำนาจจนเกินเลย การบดขยี้ศัตรูทางการเมืองผ่านกลไกราชการจนกล่าวกันว่าเป็นระบบสองมาตร ฐาน

การบริหารงานและแก้ปัญหาไม่ทันสถานการณ์

จนนำไปสู่การเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน

ขณะที่ฝ่ายค้านเองก็ไม่ใช่โจทก์ที่ผุดผ่องไร้มลทิน

และมีสถานะเป็นจำเลยร่วมของสถานการณ์สลายม็อบเช่นกัน

ขณะที่รัฐบาลแก้ตัวไม่ตก และเป็นจำเลยจากข้อหาใช้กองกำลังติดอาวุธสงครามเข้าสลายการชุมนุม

พรรคเพื่อไทยก็เจอข้อหาเคลื่อนไหวเพื่ออดีตนายกรัฐมน ตรีเป็นหลัก โดยไม่พยายามนำพาประชาชนออกจากสภาพเสี่ยงอันตราย

จนเกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

หลังเหตุการณ์ สองฝ่ายต่างอ้างประชาชนว่ายืนอยู่ข้างตนเอง กล่าวหาและเรียกร้องให้อีกฝ่ายแสดงความรับผิดชอบ

ทำให้ความแตกร้าวยิ่งขยายใหญ่ และไม่มีใครที่ได้รับการยอมรับและน่าเชื่อถือพอที่จะมาเป็น"คนกลาง"ตัดสินถูกผิด

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขต 6 จึงเป็นคนกลางตัวจริงกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่ง ที่จะมาช่วยเคลียร์ภาพให้เห็นชัดขึ้นว่าประชาชนคิดอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ผลการลงคะแนนที่จะออกมาในคืนวันนี้ จะไม่ใช่คำตอบสำเร็จ รูป

และอาจเป็นไปตามสูตรเดิมๆ ที่สองฝ่ายจะโต้แย้ง ตีความเพื่อให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายตัวเองมากที่สุด

ขัดแย้งยืดเยื้อกันต่อไป ก่อนจะไปตัดสินในการเลือกตั้งใหญ่ในที่สุด