WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, April 8, 2010

นักศึกษา-นักวิชาการ-ประชาชน ฮือต้านกฎหมายมาร์คติดหนวด จี้ยกเลิกประกาศฉุกเฉินทันที

ที่มา Thai E-News


บันไดลง?-รัฐบาลอภิสิทธิ์+สุเทพเลือกบันไดลงด้วยการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แทนที่จะเลือกหนทางเจรจานำไปสู่การยุบสภา แต่ดูเหมือนฝ่ายเสื้อแดงไม่สนใจประกาศนี้นัก เพราะจำนวนผู้ชุมนุมมากขึ้น รวมทั้งประกาศฉุกเฉินก็ได้รับแรงต้านอย่างกว้างขวาง


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
8 เมษายน 2553

หมายเหตุไทยอีนิวส์:นักวิชาการ ประชาชนได้ออกจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่วนสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.)ออกำแถลงการณ์อีกฉบับที่มีน้ำเสียงตำหนิรัฐบาลอย่างรุนแรง ดังรายละเอียดต่อไปนี้


เรียน คณะรัฐมนตรี
เรื่อง ขอให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินขั้นร้ายแรงทันที

ข้าพเจ้า ผู้มีรายชื่ออยู่ท้ายจดหมายฉบับนี้ ขอแสดงเจตจำนงต่อต้านการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินขั้นร้ายแรงที่รัฐบาลภายใต้ การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 7 เม.ย. 2553 เมื่อเวลา 18.00 น. ที่มีใจความสรุปว่า แม้ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามรักษาสถานการณ์ภายใต้การประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง แต่การเคลื่อนไหวของประชาชนเสื้อแดงได้พัฒนาไปสู่การกระทำที่ผิดกฎหมาย เกินขอบเขตของรัฐธรรมนูญ มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคมอย่างกว้างขวาง รวมถึงกระทบต่อภาพลักษณ์ในประชาคมโลก นอกจากนั้นในช่วงสองวันที่ผ่านมาผู้ชุมนุมยังขัดขืนเจ้าหน้าที่และบุกรุกเข้าไปในรัฐสภา ฉะนั้นรัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีมาตรการรับมือแก่ผู้ชุมนุมใหม่ โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง

ข้าพเจ้าฯ เห็นว่าข้ออ้างเพื่อประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ขาดเหตุผลและความจำเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือที่เรียกว่า “คนเสื้อแดง” เป็นไปอย่างสงบ สันติและปราศจากอาวุธ ที่ได้รับความคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ หากแต่ความล้มเหลวในการจัดการกับผู้ชุมนุมนั้นเป็นความล้มเหลวในการบริหาร จัดการของฝ่ายรัฐบาลเอง มิได้เกิดจากการก่อความไม่สงบของผู้ชุมนุมแต่อย่างใด การชุมนุมที่ดำเนินมายังไม่มีสัญญาณใดๆ ที่จะใช้เป็นหลักฐานได้ว่าการชุมนุมได้ละเมิดบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมให้รัฐบาลยุบสภา มิได้ขัดต่อระบอบประชาธิปไตย และมิได้มีเนื้อหากระทบต่อความมั่นคงของรัฐดังที่รัฐบาลได้กล่าวอ้างแต่อย่างใด ข้ออ้างของรัฐบาลที่ใช้ในการสลายการชุมนุม จึงไม่มีเหตุผลที่ชอบธรรม เนื่องจากผู้ชุมนุมมิได้พกพาอาวุธ หรือแสดงพฤติกรรมอันชัดเจนว่ามีจุดประสงค์ที่ต้องการก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ทำลายทรัพย์สินของราชการหรือเอกชน ในทางตรงข้าม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายรัฐบาลได้ใช้มาตรการที่สร้างความตึงเครียดและกดดันการชุมนุม ส่วนการอ้างว่าผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในพื้นที่ของรัฐสภานั้น รัฐบาลไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างในการประกาศพรก.ฉุกเฉินได้ เนื่องจากผู้ชุมนุมถูกยั่วยุจากการขว้างระเบิดแก๊สน้ำตามาจากภายในรัฐสภา รวมถึงภายหลังผู้ชุมนุมยังตรวจพบระเบิดแก๊สน้ำตา พร้อมปืนขนาด 11 ม.ม. 2 กระบอก และปืนเอ็ม 16 อีกหนึ่งกระบอก ซึ่งมีการซุกซ่อนไว้ภายในรัฐสภาด้วย จากเหตุการณ์ดังกล่าว รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบกับการปล่อยให้มีผู้พกพาอาวุธเข้าไปในบริเวณ อาคารรัฐสภาด้วย

การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินขั้นร้ายแรงของรัฐบาล นอกจากไม่เป็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองแล้ว ยังเป็นการยกระดับความขัดแย้งให้มีความตึงเครียดและเปราะบางเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังทำให้รัฐบาลกลายเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับผู้ชุมนุม เป็นการขยายวงของความขัดแย้งกับประชาชนออกไปกว้างมากขึ้น และเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยทั่วไปโดยไม่มีความจำเป็น

ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวมาในข้างต้น ข้าพเจ้าดังมีรายนามต่อท้ายจดหมายนี้ จึงไม่อาจยอมรับการประกาศใช้พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงว่ามีความชอบธรรม และขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกประกาศฉบับดังกล่าวในทันที หากรัฐบาลยังเพิกเฉย ข้าพเจ้าจะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอความคุ้มครองจากการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบของรัฐบาลต่อไป


ด้วยความเคารพ

อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์
ธงชัย วินิจจะกุล
เทวฤทธิ์ มณีฉาย
พัชรี แซ่เอี้ยว
นครินทร์ วิศิษฎ์สิน
ธนาวิ โชติประดิษฐ
กิตติกร นาคทอง
บัณฑิต เอื้อวัฒนานุกูล
พีระยุทธ เลขะวณิชย์
ธนพล ทรงพุฒิ
รวินทร์ คำโพธิ์ทอง
ขวัญระวี วังอุดม
พินผกา งามสม
วิวรรธน์ กุลปวโรภาส
บุญยืน สุขใหม่
ศิริภาส ยมจินดา
อิสรา ยมจินดา
ไพโรจน์ นิมิบุตร
สมศักดิ์ ภักดิเดช
ธัญสก พันสิทธิวรกุล
ศาสวัต บุญศรี
ทูนธรรม เหรียญทอง
ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
สายสัมพันธ์ รัตนปรีดากรณ์
ชญานิน เตียงพิทยากร
ไชยันต์ รัชชกูล สถาบันศาสนา วัฒนธรรมและสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพ
ธนกร มาณะวิท
พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ
ชนรดา นราวศินชัย
อรรถพล ปะมะโข
สมชาย เหลืองสุขวิมล
นภัทร สาเศียร
กานต์ ทัศนภักดิ์
สมบัติ บุญงามอนงค์
สายชล แมดพิมาย
Supanutt Sasiwuttiwat
อุเชนทร์ เชียงเสน นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ณัฐเมธี สัยเวช
ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง
ศุภรัตน์ เหมือนปราสาท
วิทย์ ประสมปลื้ม
อดิศร เกิดมงคล
นรินทร์ เจริญสุข
เนตรดาว เถาถวิล
ปรียาภรณ์ ศรีสุวรรณ์
อารีรัตน์ ถิ่นเพาะ
พิชัย วงศ์หาญ
ภาวิดา ฉวีวงศ์
ดวงดาว ศิลปดนตรี
Pavida Chaweevong
Solawan Luckchonlatee
ดร. อภินภัส รุจิวัตร์
สุข์ปราณีย์ คันธะชัย
เมษ จารุอมรจิต
หัทยา ชื่นขำ
สิทธิ แทนประเสริฐสุข
จักรทอง อุบลสูตรวนิช
ไชยวัฒน์ ตระการรัตน์สันติ สมัชชาสังคมก้าวหน้า
ปรียาภรณ์ กันทะลา
สาโรช คงคาประเสริฐสิน
อารยา ภาคภูมิเกียรติคุณ
มัทนา โกสุมภ์
อรชพร นิมิตกุลพร
สุชาติ เศรษฐมาลินี
สุขชัย ไตรกิศยาโสภณ
Vutiporn Moob
อติเทพ ไชยสิทธิ์
ชาติ ไชยสิทธิ์
พรทิพย์ ไชยสิทธิ์
มธุรส ภิรมย์รักษ์
Soonyata Mianlamai
พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
Kiraphat Boom Khianthongkul
มธุรส ภิรมย์รักษ์
โกวิท แก้วสุวรรณ
บุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์
ชาญณรงค์ บุญหนุน
เชษฐา พวงหัตถ์
ภิภัทร์ภรณ์ ทองศรี
สุลักษณ์ หลำอุบล


สนนท. แถลงค้าน พรก. ฉุกเฉิน

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ออกแถลงการณ์คัดค้านการประกาศพระราชกำหนดการบริหารแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ประ๊ณามรัฐบาลอภิสิทธิ์เผยธาตุเผด็จการ เดิมที่มาไม่ชอบธรรมอยู่แล้ว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

000

แถลงการณ์สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย
ขอคัดค้านการประกาศพระราชกำหนดการบริหารแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง
ขอเคียงข้างผู้รักประชาธิปไตยต่อสู้เผด็จการจนถึงที่สุด


เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553 รัฐบาลเผด็จการภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะก็ได้เผยธาตุแท้ของตนเองออกมา ด้วยการประกาศพระราชบัญญัติการบริหารแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง และเตรียมพร้อมในการปราบปรามคนเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยที่ชุมนุมอย่างสงบสันติมาโดยตลอดเวลา 3 อาทิตย์ รัฐบาลที่เป็นเผด็จการเท่านั้น ที่จะแสดงออกซึ่งการกระทำเช่นนี้ต่อประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพของตนตามระบอบประชาธิปไตย

รัฐบาลอภิสิทธิ์ที่ไม่มีความชอบธรรมมาอยู่แต่ก่อนแล้ว เมื่อได้กระทำการอันเป็นเผด็จการเช่นนี้ จึงไม่มีความชอบธรรมยิ่งขึ้นไปอีก และสมควรแก่กาลอย่างยิ่งแล้ว ที่จะต้องคืนอำนาจให้แก่ประชาชนเจ้าของประเทศที่แท้จริงได้ตัดสินอนาคตตนเอง รัฐบาลอภิสิทธิ์จะต้องยกเลิกการประกาศพระราชกำหนดการบริหารแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง และจะต้องคืนอำนาจให้แก่ประชาชนโดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ อำนาจที่รัฐบาลหุ่นเชิดอำมาตยาธิปไตยกำลังใช้อยู่ขณะนี้คืออำนาจเถื่อนที่ประชาชนมากกว่าครึ่งประเทศไม่ให้การยอมรับอีกต่อไปแล้ว ทหาร ตำรวจ และกลไกข้าราชการของรัฐ มีสิทธิเต็มที่ทุกประการที่จะไม่ยอมรับ ตลอดจนต่อต้านคำสั่งเถื่อนที่ให้ปราบปรามประชาชนนี้และก้าวมายืนเคียงข้างฝ่ายประชาชน

แต่อย่างไรก็ตาม สันดานของเผด็จการย่อมเป็นสันดานของมันเช่นนั้นอยู่วันยังค่ำ มันย่อมจะต่อต้านและบ่อนทำลายการลุกขึ้นสู้ของประชาชนอย่างถึงที่สุดโดยไม่สนใจชีวิตคน สิทธิ เสรีภาพ หรือประชาธิปไตย ซึ่งรัฐบาลเผด็จการนี้ได้กระทำมาโดยตลอดเวลาอยู่แล้ว ดังนั้นภารกิจการนำประชาธิปไตยกลับสู่ประเทศ การยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง และการคืนอำนาจสู่มือประชาชน ย่อมเป็นภารกิจและภาระหน้าที่ของประชาชนผู้รักประชาธิปไตยโดยแท้ และย่อมจะต้องได้มาจากการต่อสู้ มิใช่ด้วยการกราบไหว้ร้องขอ ซึ่งการประกาศพระราชกำหนดเผด็จการฉบับนี้ออกมา ได้ทำให้ประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ได้รวมกำลังกันทั่วประเทศคัดค้านรัฐบาลเผด็จการอยู่ในขณะนี้อย่างเข้มแข็งและพร้อมที่จะแตกหักกับการปราบปรามประชาชนอย่างไม่ท้อถอย

“สงครามประชาชน” เป็นสิ่งที่ยังคงหลีกเลี่ยงได้ หากรัฐบาลเผด็จการจะฝืนสันดานของตนดูสักครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสีย พวกเราสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยและเครือข่ายเพื่อนพ้อง ขอเรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จงประกาศยุบสภาโดยทันที หากไม่เช่นนั้นแล้วย่อมจะต้องเผชิญชะตากรรมที่ไม่ต่างจากจอมเผด็จการของโลกจำนวนมากที่ต้องจบอนาคตลงโดยการถูกลงโทษจากประชาชน และหากมีการปราบปรามโดยการใช้กำลังจนเกิดการสูญเสีย รัฐบาลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบอย่างไม่มีเงื่อนไข และขอให้นักศึกษาผู้รักประชาธิปไตยทั่วประเทศร่วมกันออกมาต่อสู้ร่วมกับมวลมหาประชาชนในจุดชุมนุมที่ใกล้ที่สุด

และเรา ยังขอเป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตย ทำการต่อสู้กับเผด็จการจนถึงที่สุด ได้เวลาแล้วที่เราจะร่วมกันทวงสิทธิ ศักดิ์ศรีของประชาชนกลับคืนมา ไม่มีการต่อสู้ครั้งใดที่ผ่านมาในอดีต จะชี้ขาดอนาคตประเทศไทยได้มากกว่าการต่อสู้ในวันนี้วันพรุ่งอีกแล้ว การต่อสู้ครั้งนี้จะต้องมีแต่ชัยชนะเท่านั้น จงสามัคคีร่วมกันถอนรากเผด็จการอำมาตยาธิปไตยให้ถึงที่สุด ด้วยกำปั้นและฝ่าเท้าของมวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตย

ประชาธิปไตยและการต่อสู้ของประชาชนจงเจริญ! เผด็จการจงพินาศดับสูญ!

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย