WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, August 2, 2010

"สุเทพ"ซัดเอง ปชป.เก่งด่าเพื่อนไม่แพ้ใครติดวิธีแบบ"เทพไท"ชวนปฏิรูปตัวเองเริ่มจากการคิดบวก-สร้างสรรค์

ที่มา มติชน


สมัชชาแนะ"ปชป."แบ่งเลือดใหม่-เก่า


สำหรับบรรยากาศการประชุมสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ หัวข้อ"รวมพลังแก้ไขวิกฤตชาติ" ซึ่งเป็นการสัมมนาวันที่สอง ที่โรงแรมเมอร์ลิน บีช รีสอร์ต จ.ภูเก็ต เริ่มต้นในเวลา 09.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม โดยจัดกิจกรรมในหัวข้อ "รวมพลังสร้างภูเก็ต" โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด กำนันผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนพ่อค้าแม่ค้า กลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ชาวประมง ผู้ใช้แรงงานภาคท่องเที่ยว ฯลฯ กว่า 100 คนเข้าร่วม โดยมีรัฐมนตรี กรรมการบริหาร และ ส.ส.ปชป.อาทิ นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ปชป. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี สังเกตการณ์อยู่โดยรอบ เพื่อเป็นต้นแบบในการนำไปทำให้สาขา ปชป.ในแต่ละจังหวัดเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยนายชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ กรรมการสมัชชาปฏิรูป กล่าวนำการประชุม


ช่วงแรกทีมงานนายชัยวัฒน์เล่าถึงประสบการณ์ในการจัดสมัชชา เนื้อหาส่วนใหญ่ เน้นพูดคุย แลกเปลี่ยนความเห็น ไม่สนใจสีเสื้อ ให้คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม โดยเอ็นจีโอรายหนึ่งระบุว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการ ปชป.สั่งให้ ส.ส.ทุกคนไปจัดสมัชชาทั่วประเทศ เพราะหวังจะให้ ปชป.หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมวลชน แต่ตนพบว่า ขณะนี้มีปัญหา 2 ลักษณะ หนึ่ง มวลชนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ปชป.มีที่นั่งแข็งแรง แต่คนรุ่นใหม่ที่หันมาสนใจการเมืองมากขึ้น ปชป.ยังแปลกแยกอยู่พอสมควร ปชป.จึงต้องหาคนที่มีความสามารถในการคุย ไปทำให้ชาวบ้านฝันร่วมกันให้ได้ โดยให้ทำตั้งแต่ระดับล่างจนถึงระดับชาติ


"สุเทพ"ซัดเองปชป.เก่งด่าเพื่อน


ต่อมาเวลา 11.15 น. นายสุเทพกล่าวปิดการสัมมนาเป็นภาษาใต้ว่า การประชุมสัมมนา ปชป.ทุกครั้งที่มาถึงก็มีแต่คนพูดๆ แต่วันนี้เชิญวิทยากรมานำเสนอแนวทาง วิธีการในการระดมความคิดในเชิงบวก เพื่อให้สมาชิกทั้งหลายได้นำไปฝึก ไปปฏิบัติ ถึงจะเห็นว่าเป็นวิธีการที่ได้ผล ที่ต้องทำอย่างนี้เพราะการเมืองในวันนี้และวันต่อไปข้างหน้า เป็นการเมืองที่ต้องระดมความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ เข้ามาด้วยกัน แล้วต้องเอาเรื่องที่ดีและสร้างสรรค์ พวกเรา ปชป.มีความสามารถอยู่เรื่องหนึ่ง คือ ด่าเพื่อน ทั้งในที่ประชุมพรรค และที่ประชุมสภา เรื่องด่าเพื่อนไม่มีแพ้ใครเลย จนทำให้เราลืมสิ่งดีๆ วิธีการพูดดีๆ ชักชวนให้เดินไปกับเราดีๆ เราลืม เราขาด เราเลยติดวิธีการแบบนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้า ปชป.ทำเป็นประจำ


บอกให้หยุดด่า-ชวนเพื่อนมีส่วนร่วม


นายสุเทพกล่าวว่า ปชป.ต้องพัฒนากันใหม่ จะไปชวนให้คนอื่นพัฒนาประเทศไทย เราต้องปฏิรูปตัวเองก่อน ต้องหยุดด่าเพื่อน และชวนเพื่อนคุย คิดไปในทางที่ดี ทางที่บวก ทางที่สร้างสรรค์ปชป.อยู่มาได้ถึง 65 ปี เป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่อยู่ในประเทศไทย ที่อยู่มาได้ไม่ใช่เพราะตัวหัวหน้าพรรค แต่เพราะประชาชน พวกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ส.ส.ปชป.อย่าไปไว้ใจมักมาก เพราะเลขาธิการพรรคกว่า 90% ออกจากพรรคทั้งหมด ตั้งแต่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ มาจนถึง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ และอดีตหัวหน้า ปชป.บางคนออกไปแล้วด่าพรรคไม่หยุดก็มี เมื่อมาถึงเวลานี้ที่สถานการณ์โลกเปลี่ยนไป การเมืองเป็นการเมืองภาคประชาชน ดังนั้นเราต้องชวนคนเข้ามามีส่วนร่วม

ใบ้การเมืองหวาดเสียวให้รีบทำงาน


"เราไม่มีเวลานาน ต้องรีบทำ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองหวาดเสียวเหลือเกิน ผมมีประสบการณ์ใน 1-2 ปี เป็นเวลาที่ทุกข์ยากที่สุดในชีวิตการเมือง สถาบันถูกเอามาโจมตี ระบบประชาธิปไตยเกือบจะอยู่ไม่ได้ เกือบจะไปไม่รอด บ้านเมืองเกือบจะเกิดสงครามกลางเมือง กลียุค อันตรายมาก ชาวภูเก็ตทั้งหลายเป็นประชาชนรุ่นปฏิรูปรุ่นแรก และเราจะไปทำทุกจังหวัด จะยกระดับให้สมาชิก ปชป.มาเป็นผู้นำการเมือง ผู้นำมวลชน ผมอยากบอกกับสมาชิก ปชป.ทั้งหลายว่านายกรัฐมนตรีได้ประกาศนโยบายปรองดองสมานฉันท์ เพราะถ้าไม่ปรองดองสมานฉันท์ เราจะเป็นเหมือนอิรัก หรือหลายประเทศที่รบกันอยู่" นายสุเทพกล่าว


เลขาธิการ ปชป.กล่าวว่า เราต้องไม่สร้างศัตรูเพิ่ม ที่เคยด่าเพื่อนหยุดไว้ก่อน ให้ฝึกความชำนาญเรื่องอื่น ต้องเลิกทำตัวเป็นศัตรูกับข้าราชการ และมีความเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน แต่ต้องดึงทุกคนเข้ามาร่วมงาน มาเป็นพวก มาสนับสนุน และตั้งเป้าไว้ว่าใน 12 เดือนข้างหน้า ส.ส.ทุกคนต้องสร้างให้ได้ถึง 3,000 คน ให้ทำหน้าที่เหมือน ส.ส. คือ 1.พูดกับประชาชน ให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ทันสมัย ทันเหตุการณ์ เป็นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ของพรรคในแต่ละพื้นที่ และ 2.ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นผู้นำของชุมชน มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับเพื่อน ข้อสำคัญสมาชิก ปชป.ต้องจ่ายค่าบำรุงพรรคทุกคน จะชักดาบไม่ได้แล้ว เพราะ ปชป.จะอยู่ไม่ได้

แจกซีดีเคลียร์ปม"รบ.ฆ่าปชช."


"เราต้องยืนหยัดด้วยลำแข้งของเขา ถ้าต้องไปกราบไหว้ขอเงินเป็นหนี้บุญคุณเขา วันข้างหน้าจะทำงานอย่างตรงไปตรงมาสาขาพรรค ต้องปรับปรุงใหม่ให้เข้มแข็ง เรื่องที่หนักใจมากที่สุดวันนี้ ในสถานการณ์อย่างนี้ คนอื่นรู้ว่า ปชป.มีจุดแข็งอย่างไร ก็มาทำแบบเรา แต่ทำวิธีทางลัด มาจัดทำใบสมัครให้ แล้วบอกว่าตอนนี้เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยแล้ว ทำให้เกิดปัญหาภายหลัง เขาแยกเราออกจากมวลชน พยายามทำให้ ปชป.เป็นจำเลย สิ่งดีงามที่เคยทำ จึงอยากให้สมาชิก ปชป.นำซีดีอธิบายว่ารัฐบาลไม่ได้สั่งฆ่าประชาชนไปอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ"นายสุเทพกล่าว

สั่งส.ส.ลงพ.ท.แจงทำงานเพื่อชาติ


จากนั้นนายสุเทพเปิดซีดีสรุปเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงตั้งแต่มีนาคมถึงพฤษภาคม 2553 ที่มีความยาวประมาณ 30 นาที ให้ผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาได้ดู ก่อนกล่าวสรุปว่า ขณะนี้เรากำลังดำเนินการตามนโยบายปรองดอง ที่นำซีดีนี้มาเปิด และให้นำไปเผยแพร่ เพียงเพื่อต้องการให้นำความจริงไปอธิบายประชาชน ข้อเท็จจริงในซีดีจะเห็นได้ว่าไม่มีการใช้กำลังทหารปราบปรามประชาชน แต่ฝ่ายของเขาใช้อาวุธ สร้างสถานการณ์ ทำให้เกิดสงครามกลาง ว่ารัฐบาลอยู่ไม่ได้ ให้นายกรัฐมนตรีลาออก อยากให้ ส.ส.นำไปฉาย เพื่ออธิบายกับประชาชน ตนกับนายกรัฐมนตรีทำงานเพื่อรักษาบ้านเมือง โดยนึกถึงพระเจ้าอยู่หัว นึกถึงประเทศชาติ คิดว่าเสร็จเรื่องนี้ ไม่ว่าจะสีอะไร แต่คนไทยต้องอยู่ด้วยกัน


"ครั้งหนึ่งคุณชวน (หลีกภัย) เคยสอนผมว่า เราเป็นนักการเมืองมารับใช้ประชาชน ก่อนที่เราจะวางมือ ต้องสร้างพรรคให้เข้มแข็ง วันนี้ผมโชคดี ได้เป็นเลขาธิการพรรค ก่อนที่จะวางมือ ต้องสร้างพรรคให้แข็งแรง แต่จะสำเร็จหรือไม่อยู่ที่สมาชิกพรรคทุกคน ถ้าท่านทั้งหลายเอาด้วย พรรคก็จะเข้มแข็ง เพราะคิดว่ามีแต่พรรคการเมืองที่เข้มแข็งเท่านั้น ถึงจะรักษาบ้านเมืองได้ วันนี้ใส่หัวเชื้อไปแล้ว ขอให้ทุกคนเอาไปขยาย ทั้งระดับหมู่บ้าน ตำบล ขอให้อุดมการณ์ ปณิธานของเรา นับวันจะยิ่งใหญ่ไพศาล สามารถสร้างพรรคของเราให้เป็นที่พึ่งของประชาชน เหมือนที่คนรุ่นปู่รุ่นย่าเราเคยคาดหวังเอาไว้" นายสุเทพกล่าว