ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, August 30, 2012

เสนอ ครม.ผลศึกษา “การจัดการน้ำลุ่มน้ำยม” คน 9 จว.เลือกสร้าง “เขื่อนแก่งเสือเต้น”

ที่มา ประชาไท

 
 ก.เกษตรฯ รายงานผลศึกษาวิเคราะห์ระบบการจัดการน้ำลุ่มน้ำยม ต่อ ครม.เสนอ 4 ทางเลือก พร้อมระบุผลการประชุม “ทางเลือกในการจัดการลุ่มน้ำยม” พื้นที่ลุ่มน้ำยมบน-ล่าง 9 จังหวัด คน 6,313 หนุนทางเลือก 4 เปิดทางสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น

 
 
ผู้สื่อข่าวรายงาน การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 ส.ค.55 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รายงานผลการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง การวิเคราะห์ระบบการจัดการน้ำลุ่มน้ำยม โดยใช้กระบวนการนโยบายสาธารณะแบบบูรณาการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบผลการศึกษาฯ ตามที่เสนอ และให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบและนำผลการศึกษาไปเป็นกรอบในการกำหนด แผนงาน โครงการในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานต่อไป
 
สาระสำคัญของผลการศึกษาวิเคราะห์ระบบการจัดการน้ำลุ่มน้ำยม มี 2 ประเด็น ได้แก่ 1.การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงกลยุทธ์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) เป็นกระบวนการในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของนโยบาย แผน เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจเชิงนโยบาย โดยจะได้มีการพิจารณาถึงผลกระทบทางลบ ทางบวกจากการดำเนินโครงการต่อมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การพัฒนาที่ยั่งยืน
 
ผลการศึกษาสรุปว่า ทางเลือกการจัดการน้ำในลุ่มน้ำยมมีด้วยกัน 4 ทางเลือก ดังนี้ 1.มีการพัฒนาเฉพาะมาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้างและการปรับปรุงประสิทธิภาพการชล ประทาน 2.มีการพัฒนาในมาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้างและมาตรการใช้สิ่งก่อสร้างการพัฒนา แหล่งน้ำขนาดกลาง ทั้งอ่างเก็บน้ำและฝาย/ประตูระบายน้ำตามลำน้ำยม รวมถึงการพัฒนาและจัดสรรน้ำโครงการขนาดเล็กในพื้นที่ประสบภัยแล้งซ้ำซาก
 
3.มีการพัฒนาในมาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้างและมาตรการใช้สิ่งก่อสร้าง ทั้งโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางและแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ได้แก่ เขื่อนแม่น้ำยม และเขื่อนแม่น้ำยมตอนบน และ 4.มีการพัฒนาในมาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้างและมาตรการใช้สิ่งก่อสร้างทั้งการ พัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางและแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ได้แก่ เขื่อนแก่งเสือเต้น
 
นอกจากนั้น การศึกษาได้ระบุด้วยว่า ทางเลือกการพัฒนาโครงการ ตามข้อ 4 เป็นทางเลือกที่มีศักยภาพมากที่สุด โดยมีความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับทางเลือกที่ 1, 2, และ 3 ในด้านความยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ ทางเลือกที่ 4 จะให้ผลประโยชน์สุทธิมากกว่าทางเลือกที่ 3 และทางเลือกที่ 2 ตามลำดับ
 
ประเด็นที่ 2 การใช้นโยบายสาธารณะแบบบูรณาการ เป็นกระบวนการที่ให้ความสำคัญกับผู้ที่มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วน ร่วมอย่างจริงจังในกระบวนการศึกษาวิเคราะห์ระบบการจัดการลุ่มน้ำยม
 
กระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า ผลจากการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ทางเลือกในการจัดการลุ่มน้ำยม” ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนบนและลุ่มน้ำยมตอนล่าง รวม 9 จังหวัด ได้แก่ พะเยา ลำปาง น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร และนครสวรรค์ โดยจัดให้มีการประชุมรวมทั้งหมดจำนวน 9 ครั้ง โดยพื้นที่และกลุ่มประชากรเป้าหมายของการประชุมในพื้นที่ลุ่มน้ำยม ได้ครอบคลุมพื้นที่และกลุ่มประชากรเป้าหมายที่มาจากพื้นที่ลุ่มน้ำยมทั้ง 11 ลุ่มน้ำดังกล่าวข้างต้น มีพื้นที่ครอบคลุม 161 ตำบล 31 อำเภอ 10 จังหวัด มีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมถึง 6,313 คน
 
ผลสรุปจากการมีส่วนร่วมในการจัดระดับความสำคัญของทางเลือกในการพัฒนา ลุ่มน้ำยมพบว่า ผู้มีส่วนได้เสียส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับทางเลือกที่ 4 รองลงมาได้แก่ ทางเลือกที่ 3 ทางเลือกที่ 2 ทางเลือกที่ 1 ตามลำดับ ยกเว้นกลุ่มองค์กรอิสระที่ให้ความสำคัญกับทางเลือกที่ 4 น้อยที่สุด
 
ทั้งนี้ มีการแจ้งด้วยว่า กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทานได้นำส่งรายงานการศึกษาระบบการจัดการน้ำลุ่มน้ำยมโดยใช้ กระบวนการนโยบายสาธารณะแบบบูรณาการไปยังกรมทรัพยากรน้ำ เพื่อนำเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบ
 
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตามกรอบความคิด (Conceptual Plan) เพื่อออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไข ปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย (TOR) ที่เปิดโอกาสให้เอกชนทั้งในและต่างประเทศมาออกแบบภายใต้เงินงบประมาณเงิน 3.5 แสนล้านบาท ได้มีการกำหนดแผนงานโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำอย่างเหมาะสมและยั่งยืนใน พื้นที่ลุ่มแม่น้ำ ซึ่งรวมถึงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแก่งเสือเต้น ที่มีความจุประมาณ 1,175 ล้าน ลบ.ม.ในพื้นที่ลุ่มน้ำยมด้วย
 
 
 
ผลการประชุม กบอ. อนุมัติ 3 โครงการ 769 ล้าน
 
ในวันเดียวกัน (28 ส.ค.55) คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในหลักการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดทำ โครงการ 3 โครงการ ตามมติผลการประชุมของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ครั้งที่ 8/2555 ภายในวงเงิน 769,311,374.85 บาท ตามที่ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประธานกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยเสนอ
 
ประกอบด้วย 1.โครงการป้องกันน้ำท่วมของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียและสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เพื่อก่อสร้างกำแพงเข็มพืดคอนกรีต พนังคันดิน ประตูกั้นน้ำ ที่ประตูทางเข้า – ออก และถนนยกระดับบริเวณทางเข้าหลักร่วมกันของสามสถาบัน2.โครงการประตูน้ำ/สถานี สูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ กรมชลประทาน3.โครงการก่อสร้าง Siphon เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำบริเวณประตูระบายน้ำบางโฉมศรี กรมชลประทาน
 
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตของประเทศ ตามที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) กำหนด และเพื่อให้การรับสถานการณ์น้ำหลาก ตลอดจนการระบายน้ำ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยให้มีการระบุหน่วยงานเจ้าของโครงการให้ชัดเจน เพื่อจัดส่งรายละเอียดแบบรูปรายการแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินกู้ ที่สอดคล้องกับแผนงานตามกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ฯ ที่เสนอไว้ต่อรัฐสภา ให้สำนักงบประมาณพิจารณาความเหมาะสมของราคา และให้ความเห็นชอบแผนการปฏิบัติงานฯ และจัดสรรวงเงินกู้ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารโครงการและการใช้จ่ายเงินกู้ เพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 ข้อ 15 (1) และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าวตามมติคณะ รัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 ก.ค.55 ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ
 
 
 หมายเหตุ: เรียบเรียงจากคลังข้อมูลสำนักข่าวอิศรา