ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, August 30, 2012

ป.ป.ช. ลงมติเอกฉันท์ ยกฟ้องคดีทุจริต CTX 9000

ที่มา ประชาไท

 
ป.ป.ช. ลงมติยกฟ้องข้อกล่าวหาทักษิณ- สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรมต.คมนาคม และผู้เกี่ยวข้องอีกกว่า 20 ราย ข้อหาทุจริตจัดซื้อเครื่องตรวจระเบิดในสุวรรณภูมิ เหตุหลักฐานอ่อนไป
 28 ส.ค. 55 - คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ 7 เสียง ยกฟ้องข้อกล่าวหาการทุจริตจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด และการก่อสร้างระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า ซีทีเอ็กซ์ 9000 จำนวน 26 เครื่อง โดยมีผู้ถูกกล่าวหาประกอบด้วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต รมว.คมนาคม ข้าราชการระดับสูงใน บทม. และบริษัทเอกชนหลายกลุ่มรวม 25 คน แต่ ป.ป.ช.เห็นว่าพยานหลักฐานทั้งหมดไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าผู้ถูกกล่าว หากระทำผิดโดยปราศจากข้อสงสัย จึงมีมติเอกฉันท์ให้ยกคำร้อง โดยยืนยันไม่มีการเมืองกดดันการพิจารณา
ขณะเดียวกัน มีมติให้ไต่สวนต่ออดีตกรรมการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอีก 6 คน ซึ่งพบหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวพันกัน ได้แก่ นายศรีสุข จันทรางศุ พล.อ.สมชัย สมประสงค์ นายชัยเกษม นิติสิริ นายเทิดศักดิ์ เศรษฐมานพ นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ และ พล.อ.อ.ณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์
โดยมติครั้งนี้ เลื่อนมาจากการประชุมลงมติเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยนายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยถึงสาเหตุที่ต้องเลื่อนประชุม เพราะต้องแปลเอกสารจากอัยการและหน่วยงานยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีประเด็นสำคัญต้องพิจารณาเพิ่มเติม เช่น ใบเสร็จ และหลักฐานการซื้อขาย นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังพบข้อมูลใหม่ ที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ยังไม่ได้ตั้งประเด็นส่งมา คือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าข้าราชการระดับสูงของรัฐ ประมาณ 7-8 คน เกี่ยวข้องกับตัวแทนขายเครื่องซีทีเอ็กซ์ โดยข้อสรุปมี 2 แนวทาง คือ หากเห็นว่าหลักฐานครบถ้วน ก็จะดำเนินการส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยไม่ต้องผ่านอัยการสูงสุด ที่มีความเห็นไม่ส่งฟ้องมาก่อนหน้านี้ หรือหากเห็นว่าหลักฐานอ่อน ก็จะมีมติให้ยกคำร้อง
สำหรับจุดเริ่มต้นของคดีนี้ มาจากคณะกรรมการกำกับและตรวจสอบตลาดหลักทรัพย์แห่งสหรัฐฯ หรือ เอสอีซี ตรวจสอบบริษัทอินวิชั่น เทคโนโลยีส์ อิงค์ และชี้มูลว่ามีความผิดในการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐหรือนักการเมืองไทย เพื่อจัดซื้อเครื่องซีทีเอ็กซ์ 9000 จำนวน 26 เครื่อง วงเงิน 35 ล้าน 8 แสนดอลล่าร์สหรัฐฯ ในราคาแพงกว่าปกติ จากเครื่องละ 1,400 ล้านบาท เป็น 2,600 ล้านบาท และไม่มีการประมูล จากนั้น คตส.เข้าตรวจสอบ รวมทั้งระบุตัวผู้กระทำผิดตามสัญญาก่อสร้างอาคารผู้โดยสารและความผิดฐาน เรียกรับสินบน โดยแยกผู้กล่าวหาเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มนักการเมือง ได้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายธีรวัฒน์ ฉัตราภิมุข อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้ถูกกล่าวหากลุ่มที่ 2 ได้แก่ คณะกรรมการ-พนักงานบริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด หรือ บทม. รวมทั้งคณะกรรมการ-พนักงานบริษัทท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. 9 ราย ซึ่งมีข้าราชการระดับสูงรวมอยู่ด้วย ส่วนผู้ถูกกล่าวหากลุ่มสุดท้าย คือกลุ่มนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา 13 ราย
หลังจากคตส.ชี้มูลผู้กระทำผิดและส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาเพื่อ ส่งฟ้องคดี แต่นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุดในขณะนั้น และยังเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ด้วย มีความเห็นไม่ส่งฟ้อง จนกระทั่ง คตส.หมดวาระ คดีจึงถูกโอนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ตั้งคณะทำงานร่วมกับอัยการสูงสุด เพื่อไต่สวนเพิ่มเติม แต่ในที่สุดอัยการสูงสุดยืนยันไม่ส่งฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า คดีไม่สมบูรณ์ หลักฐานอ่อน และไม่มีพยานหลักฐานหรือพยานบุคคลที่จะเอาผิดเรื่องการทุจริตเรียกรับผล ประโยชน์ในการจัดซื้อจัดจ้างได้
นอกจากนี้ เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เอสอีซีของสหรัฐฯ ที่เป็นผู้ตรวจสอบพบการทุจริต กลับส่งหนังสือมายืนยันในภายหลังว่า ไม่พบร่องรอยการให้สินบน หรือการเสนอผลประโยชน์ตอบแทนใดๆในการจัดซื้อเครื่องซีทีเอ็กซ์ 9000 ทำให้คณะกรรมการป.ป.ช.ต้องดึงสำนวนกลับมาเพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการฟ้องคดี เอง หรือยุติการฟ้องคดีตามความเห็นของอัยการ โดยภายใน ป.ป.ช.เองก็มีความคิดเห็นขัดแย้ง เพราะบางส่วนเห็นว่า หลักฐานในคดีนี้อ่อน
แหล่งข่าวจาก ป.ป.ช. เปิดเผยว่า เมื่อพยานหลักฐานไม่สามารถเอาผิดนักการเมืองเรื่องการทุจริตได้ ก็อาจมีการเอาผิดข้าราชการระดับรองลงไป เช่น กรณีอดีตคณะกรรมการของ ทอท.และบทม. ซึ่งถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เดินทางไปตรวจเครื่องซีทีเอ็กซ์ที่สหรัฐฯ โดยมีบริษัทเอกชนเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งถือว่า ผิดกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 103 ที่ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคล นอกจากทรัพย์สินอันควรได้ตามกฎหมาย

ที่มา: เรียบเรียงจาก TNN, ผู้จัดการออนไลน์