ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, February 1, 2012

ฯพณฯณัฐวุฒิ-ส.ส.จตุพรฟันธงโชะไม่แก้112 เสื้อแดงขอนแก่นก่อหวอดคราวหน้าอย่าเลือกเพื่อไทย

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
1 กุมภาพันธ์ 2555

'ตู่'วอน'นิติราษฎร์'หยุดแก้ ม.112 หวั่นโยงเสื้อแดงก่อรัฐประหาร

"ตู่" วอนกลุ่มนิติราษฎร์ ทบทวนข้อเสนอแก้ไขมาตรา 112 ลั่นไม่เกี่ยวเพื่อไทย และคนเสื้อแดง หวั่นเข้าทางกลุ่มผู้สูญเสียอำนาจโค่นล้มประชาธิปไตย ยืนยันไม่มี ส.ส.-ส.ว.คนใดยกมือให้ ขอเดินหน้าแก้ รธน.ต่อต้านรัฐประหาร วอนกองทัพอย่าฟังคำยุยงยึดอำนาจ ให้ต่างคนต่างทำหน้าที่เพื่ออยู่อย่างปรองดอง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่ม นปช. แถลงถึงกรณีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ ให้แก้ไขมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ว่า วันนี้บรรยากาศการเมืองแปลกๆ อึมครึม กลุ่มที่สูญเสียอำนาจอาจจะหยิบยกมาตรา 112 มาใช้เป็นเหตุกระทำการรัฐประหาร โดยคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการยึดอำนาจเกือบทั้งหมดนั้นได้ออกมาร่วมกัน ประสานเสียง มีความพยายามมัดรวมรัฐบาล กลุ่มนิติราษฎร์ พรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดงว่าต้องการแก้ไขมาตรา 112 โดยสร้างจินตนาการว่า เหตุเพราะต้องการที่จะโค่นล้มสถาบัน โดยขอยืนยันว่า ข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์นั้นถือเป็นอิสระทางความคิด ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับพรรคเพื่อไทย รัฐบาล และคนเสื้อแดง นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ กับตนนั้นในชีวิตนี้ไม่เคยพบกันแม้แต่ครั้งเดียว เพียงแต่ติดตามรับฟังข้อเสนอที่ผ่านมาของกลุ่มนิติราษฎร์ เหมือนกับคนไทยส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม หลายข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่การเสนอให้แก้ไขมาตรา 112 นั้น ตนไม่เชื่อว่ากลุ่มนิติราษฎร์จะคิดร้ายต่อสถาบัน เพียงแต่ถูกบิดเบือน เพราะมาตรา 112 นั้นนับตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมาไม่เคยมีปัญหา จนกระทั่งสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีการนำมาปฏิบัติต่อปฏิปักษ์ทางการเมือง ทั้งนี้ ตนไม่อยู่ในสถานะที่จะบอกว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ขอเสนอในฐานะคนไทยคนหนึ่งต่อกลุ่มนิติราษฎร์ ว่า ข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ทั้งหมดนั้นสังคมได้รับทราบแล้ว แต่เห็นว่าหากยังคงเดินในแนวทางนี้ต่อไป อาจจะเป็นเหตุให้กลุ่มผู้ที่สูญเสียอำนาจนั้นใช้เป็นเหตุในการโค่นล้มระบอบ ประชาธิปไตยอีกครั้ง ดังนั้น จึงอยากขอให้ทบทวน

"เรื่องนี้จะไม่มี ส.ส.หรือ ส.ว.แม้แต่คนเดียวที่จะกล้ายกมือให้ และถ้าภายในเดือน ก.พ.นี้ที่ศาลโลกจะตัดสินกรณีชายแดนไทย-กัมพูชาแล้ว หากปรากฏว่าประเทศไทยแพ้ จะมีการนำเรื่องนี้ไปรวมกับกรณีการแก้ไขมาตรา 112 จนนำพาไปสู่การโค่นล้มระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น เมื่อเส้นทางแห่งความเป็นจริงเป็นเช่นนั้นก็รู้สึกเห็นใจ ที่กลุ่มนิติราษฎร์ไม่ควรเดินหน้าต่อไป แต่สุดท้ายแล้วจะใช้ดุลพินิจอย่างไรนั้น ถือเป็นเรื่องของกลุ่มนิติราษฎร์ แต่จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อต่อต้านการรัฐประหาร"

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ควรไปวิตกกับการแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหม เพราะที่ผ่านมานั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ตั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกเหล่าทัพ แต่ก็ยังถูกยึดอำนาจได้ ทั้งนี้ ผู้บัญชาการเหล่าทัพโปรดอย่าไปเชื่อผู้ที่ไปยุยง เพราะทันทีที่ท่านยึดอำนาจ ประชาชนจะลุกฮือขึ้นมาต่อต้านกันทั้งประเทศ ดังนั้น ต่างคนต่างทำหน้าที่ แล้วเราก็จะอยู่กันได้อย่างปรองดอง

สำหรับมาตรา 112 นั้น ที่ผ่านมาคนเสื้อแดงมีความเจ็บปวดจากการถูกใส่ร้าย และถูกยัดเยียด ว่าเป็นคนไม่จงรักภักดี เราได้แต่เพียงร้องขอเพื่อหวังที่จะระงับยับยั้งเหตุ ที่จะนำไปสู่การตายของประชาชนที่จะออกมาต่อต้าน หากมีการยึดอำนาจรอบใหม่ เพราะวันนี้สุดท้ายแล้วปลายทางก็มีให้เห็นอยู่แล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้อยู่ แล้ว เพราะไม่มี ส.ส.หรือ ส.ว.คนไหนกล้าที่จะยกมือให้อยู่แล้ว

ณัฐวุฒิยันเพื่อไทยชัดเจนไม่แก้มาตรา 112

(ดูวิดิโอข่าว คลิ้กที่นี่)


ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.50 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯและแกนนำ นปช.ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ยังคงโจมตีพรรคเพื่อไทย ว่าอยู่เบื้องหลังสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มนิติราษฎร์ในการเสนอแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา ม. 112 ว่า เป็นรูปธรรมที่ทำให้ประชาชนเห็นชัดอีกครั้ง ว่ามีคนบางกลุ่มบางพวก นำเอาสถาบันเบื้องสูงมาเอ่ยอ้างเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองมายาวนาน จนกลายเป็นสถานการณ์ความไม่เข้าใจกัน

และใช้เป็นพื้นที่ผลประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยังคงดำรงอยู่ในสังคม เพราะท่าทีและจุดยืนของพรรคเพื่อไทย และรัฐบาล ชัดเจนจนแทบไม่ต้องอธิบายหรือมีคำถามใด ๆ ขึ้นมาอีกแล้ว

" เพราะว่ารัฐบาลโดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ได้แสดงท่าทีชัดเจนแล้ว ส่วนพรรคเพื่อไทย ที่นำโดย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ก็ได้แสดงท่าทีชัดเจนแล้วเช่นกัน อีกทั้งมติการดำเนินการของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่หลักในการพิจารณาแก้ไขข้อกฏหมาย ก็มีความชัดเจนว่าไม่มีแนวทางและแนวคิดที่จะแก้ไขประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112 เพราะฉะนั้น หากมองย้อนหลังไป ก็จะเห็นว่าทุกอย่างมีความชัดเจน ยกเว้นแต่ทางพรรคประชาธิปัตย์ ที่เจตนาจะไม่เข้าใจและเจตนาที่จะสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นกับสังคม เพื่อที่จะได้ประโยชน์จากพื้นที่ทางการเมือง"นายณัฐวุฒิ กล่าว

เชื่อว่ากรณีดังกล่าวนี้ประชาชนจะสามารถใช้วิจารณญาณได้ แล้วพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลก็มีการออกมาระบุชัดเจนตรงไปตรงมา แน่ใจว่าประเด็นนี้ได้ข้อยุติลงแล้ว

นอกจากนั้นทางสภาฯ ยังมีท่าทีชัดเจนว่าไม่มีแนวคิดที่จะแก้ไขมาตรานี้ จะเห็นว่าทุกอย่างชัดเจน มีเพียงพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ที่เจตนาจะไม่เข้าใจและเจตนาสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นกับสังคม เพื่อจะได้เป็นพื้นที่ประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง แต่ประชาชนรู้เท่าทัน และในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ จะได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหวเรื่องนี้

"ประเด็นนี้ได้ข้อยุติแล้ว แต่พรรคประชาธิปัตย์จงใจที่จะไม่ให้มีข้อยุติ ผมขอฝากข้อคิดถึงประชาธิปัตย์ว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา ก็เพราะท่านเที่ยวพูดเที่ยวทำอยู่อย่างนี้ มันมีข้อกล่าวหาหรือวิธีการใดอีกที่ไม่เคยกล่าวหา หรือใช้ประโยชน์ทางการเมืองโดยทำให้พรรคเพื่อไทยเกิดความเสียหาย และในท้ายที่สุดประชาชนสามารถแยกแยะเหตุผลและข้อเท็จจริงได้ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์มองย้อนเหตุการณ์ 4-5ปี ที่ผ่านมาก็น่าจะได้ข้อคิดและปรับเปลี่ยนวิธีทำงานทางการเมืองเสียใหม่

ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้ปล่อยเกาะหรือทอดทิ้งกลุ่มนิติราษฎร์ อย่างที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามกล่าวหา แต่เราเป็นสังคมประชาธิปไตย ไม่มีการผูกยึดกับบุคคลหรือองค์กร นอกจากเหตุผลหรือข้อเท็จจริงในแต่ละสถานการณ์ บางข้อเสนอสอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สังคมขานรับ และบางข้อเสนออาจไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้อง และอาจทำให้เกิดความสับสน ก็จะมีการตั้งข้อสังเกต และแสดงความเห็นต่าง เป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย" นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันสิ่งที่ดีที่สุดขณะนี้คือรับฟังทุกฝ่ายและยอมรับความ จริงว่าประเทศนี้ต้องปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข แล้วทุกฝ่ายยุติการเอ่ยอ้างถึงสถาบันเบื้องสูงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

อย่างไรก็ตามนายณัฐวุฒิกล่าวว่า แม้ฝ่ายต่อต้านการแก้ไข112บอกว่าทำไปเพื่อปกป้องสถาบัน แต่ฝ่ายเสนอแก้ไขนั้นก็ได้ยืนยันเช่นกันว่า แก้ไขเพืิ่อปกป้องสถาบัน ไม่มีฝ่ายใดคิดจ้องล้มสถาบันดังที่มีการโจมตีกัน เป็นเพียงความเห็นต่างในระบอบประชาธิปไตย

คนขอนแก่นฮึ่มเตือนเพื่อไทยสมัยหน้าไม่เลือก จะหันไปเลือกพรรคที่สนับสนุนข้อเสนอนิติราษฎร์แทน


สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ร่วมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคอีสาน (สนนอ.)ได้ร่วมกันจัดเสวนาเรื่อง"แก้ไขมาตรา 112 ฟื้นฟูประชาธิปไตย"ที่โรงแรมขวัญมอ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีผู้ร่วมงานมากกว่า 200 คน ซึ่งคนเสื้อแดงจังหวัดขอนแก่นที่เข้าร่วมในงาน ได้พากันอภิปรายว่า จังหวัดขอนแก่นเป็นจังหวัดที่เลือกพรรคเพื่อไทยยกทั้งจังหวัดในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งล่าสุด แต่พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้สนองเจตนารมณ์คนเสื้อแดง และชาวขอนแก่้น โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 112

ได้มีการกล่าววิจารณ์ในที่ประชุมเสวนาว่า พรรคเพื่อไทยที่ไม่สนับสนุนการแก้ไขมาตรา112นั้นไม่ทราบว่าจะยึกยักรอให้เขา ยึดอำนาจก่อนหรืออย่างไร และเสนอให้ประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทยรณรงค์กดดันส.ส.ที่ตัวเองเลือกไปให้ สนับสนุนการแก้ไขมาตรา112 ไม่ใช่ปล่อยให้รองนายกฯเฉลิม อยู่บำรุง พูดให้สัมภาษณ์จะคัดค้านการแก้ไขและจ้องจับผิดนิติราษฎร์อยู่อย่างนี้ หากพรรคเพื่อไทยไม่สนองตอบ ก็ควรยุติการสนับสนุน และหันไปเลือกพรรคการเมืองที่สนับสนุนข้อเสนอของนิติราษฎร์และครก.112แทน

ผู้เข้าร่วมเสวนากล่าวว่า เป็นที่แน่ชัดอยู่แล้วว่า ข้อเสนอแก้ไข112จะไม่มีทางสำเร็จ เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ยอมสนับสนุน แล้วจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งวาด รวี 1 ในคณะกรรมการรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112)กล่่าวตอบในที่เสวนาว่า การเสนอแก้ไขกฎหมายมีโอกาสไม่ประสบความสำเร็จหากไม่มีส.ส.สนับสนุน หรืออาจจะไปแท้งตั้งแต่ถึงมือประธานสภา เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ประชาชนจะเข้าชื่อแก้ไขกฎหมายก็ได้ หากกฎหมายนั้นเกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพประชาชน แต่หากประธานสภาตีความว่า 112 ไม่ใช่กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ ก็อาจจะไม่บรรจุเข้าสู่วาระการแก้ไข ก็จะแท้งแต่ต้น "ซึ่งหากไม่ผ่าน เพราะแท้งตั้งแต่ต้น หรือไม่ได้รับการสนับสนุนจากสภา ทางครก.112ก็จะรณรงค์ทางสังคมต่อไป"

ขณะที่ผู้เข้าร่วมเสวนากล่าวว่า หากประธานรัฐสภาทำเช่นนั้นก็ถือว่าไม่เคารพเสียงประชาชน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ก็เป็นส.ส.ที่คนขอนแก่นเลือกไป คราวหน้าก็อย่าหวังจะได้เข้าสภาอีก และขอบอกไปยังประชาชนจังหวัดอื่นๆว่าหากพรรคเพื่อไทยไม่สนับสนุนการแก้ไข มาตรา112 การเลือกตั้งหนหน้าก็ต้องมีการลงโทษทางสังคมด้วยการยุติการสนับสนุน แล้วไปเลือกพรรคการเมืองอื่นที่สนับสนุนการแก้ไขมาตรา112 และข้อเสนอลบล้างผลพวงการรัฐประหาร19กันยาของคณะนิติราษฎร์แทน (อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง:สนนท.ประณามASTV-หมอสลิ่มให้ร้ายฝ่ายรณรงค์แก้112ล้มเจ้า ย้อนที่ทำำกำลังสนองพระราชดำรัส)

โพลล์ไทยอีนิวส์เผยจะหันไปเลือกพรรคที่สนับสนุนข้อเสนอนิติราษฎร์

ไทยอีนิืวส์ได้จัดทำแบบสำรวจผู้อ่านในหัวข้อเรื่อง หากมีเลือกตั้งพรุ่งนี้คุณจะเลือกพรรคใด? ผลสำรวจในช่วง 2 วันที่ผ่านมากว่า 65% ตอบว่าจะเลือกพรรคที่สนับสนุนข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ และจะเลือกพรรคเพื่อไทยเพียง 28% ซึ่งนับว่าเป็นสถิติต่ำที่สุดเท่าที่เราเคยสำรวจมา

อีสานโพลล์ยังให้รัฐบาลสอบผ่าน แต่คะแนนลดลงทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการเมืิองฮวบ

วานนี้(31 ม.ค.) ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล เปิดเผยว่า การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานต่อการทำงานของ รัฐบาลใน 6 ด้าน เพื่อเป็นเสียงสะท้อนให้รัฐบาลได้นำผลการประเมินและข้อเสนอแนะไปปรับปรุง มาตรการและนโยบายการทำงานได้อย่างเหมาะสม โดยการสำรวจจะมีขึ้นทุกๆ เดือน โดยครั้งนี้เป็นการสำรวจครั้งที่ 2 ตั้งแต่รัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์เข้ารับตำแหน่ง ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 มกราคม 2555 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,035 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ หนองคาย ชัยภูมิ เลย อุบลราชธานี อุดรธานี นครพนม หนองบัวลำภู สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สกลนคร มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และบึงกาฬ

ผลสำรวจการประเมินผลงานรัฐบาลใน 6 ด้าน พบว่า ด้านภาพรวมการทำงานของรัฐบาลประเมินให้ผ่าน ร้อยละ 74.7 ไม่ผ่าน ร้อยละ 25.3 ด้านการเมืองและประชาธิปไตย ประเมินให้ผ่านร้อยละ 68.3 ไม่ผ่าน ร้อยละ31.7 ด้านเศรษฐกิจและความอยู่ดีกินดี ประเมินให้ผ่านร้อยละ 56.8 ไม่ผ่าน ร้อยละ 43.2 ด้านสังคม อาชญากรรม และยาเสพติด ประเมินให้ผ่านร้อยละ 61.2 ไม่ผ่าน ร้อยละ 38.8 ด้านสิ่งแวดล้อม มลภาวะ และภัยธรรมชาติ ประเมินให้ผ่านร้อยละ 53.9 ไม่ผ่าน ร้อยละ 46.1 ด้านการต่างประเทศ ประเมินให้ผ่านร้อยละ 81.2 ไม่ผ่าน ร้อยละ 18.8

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเทียบกับช่วงปลายเดือนธันวาคม 54 พบว่าแม้ครั้งนี้คนอีสานจะประเมินให้ผลงานผ่านแต่ก็เป็นคะแนนการประเมินที่ ลดลงทุกๆ ด้าน คือ คะแนนในภาพรวม ลดลงจากเดิมร้อยละ 83.3 เหลือร้อยละ 74.7 ขณะที่ด้านการเมือง ลดลงจากเดิมร้อยละ 80.0 เหลือร้อยละ 68.3 ด้านเศรษฐกิจ ลดลงจากเดิม 76.1 เหลือร้อยละ 56.8 ด้านสังคม อาชญากรรม และยาเสพติด ลดลงจากเดิมร้อยละ 74.3 เหลือร้อยละ 61.2 ด้านสิ่งแวดล้อม มลภาวะ และภัยธรรมชาติ ลดลงจากเดิม ร้อยละ 69.1 เหลือร้อยละ 53.9 และด้านการต่างประเทศ ลดลงจากเดิมร้อยละ 86.7 เหลือร้อยละ 81.2

*********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:กาลครั้งหนึ่งเมื่อไวๆนี้กับเสนาบดีณัฐวุฒิ:อย่าทรยศต่อจิตวิญญาณของคนเสื้อแดง มิเช่นนั้น เราขาดกัน

ผมขอวิงวอนผู้บริหารและพรรคเพื่อไทยให้นึกถึงหยดเลือดคราบน้ำตา ของพี่น้อง อิสรภาพที่คนเสื้อแดงอุทิศทุ่มเทลงไปสละลงเป็นเส้นทางเพื่อให้ท่านเดินมา เป็นรัฐบาล แต่ขอว่าอย่ามาเหยียบย่ำการต่อสู้ หรือทรยศต่อจิตวิญญาณของคนเสื้อแดง หากท่านไม่ทำอย่างนั้นเราก็จะเดินทางไปร่วมกันต่อไป แต่หากท่านทำอย่างนั้นเมื่อใด ผมก็จะใช้เสรีภาพของนักต่อสู้ออกไปยืนอยู่กับคนเสื้อแดง-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ