WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, October 22, 2010

บุญส่ง กุลบุปผา 'เราเหมือนยักษ์ไม่มีกระบอง'

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ สัมภาษณ์




หมาย เหตุ : นายบุญส่ง กุลบุปผา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์หลังการแพร่คลิปการประชุมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 21 ต.ค.

ที่ประชุมตุลาการขอให้ฝ่ายบ้านเมืองเข้ามาตรวจสอบ เพราะศาลเป็นสมบัติของประชาชน แต่ขณะนี้เรายังไม่มีมาตรการใดๆ ที่จะมาช่วยปกป้ององค์กรศาลเลย

ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น คือ ตุลาการบางท่านถูกข่มขู่คุกคามทางโทรศัพท์ ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน พูดจาถึงขนาดว่าจะทำลายชีวิต และพูดจาหยาบคาย พอรับโทรศัพท์ก็ด่าใส่

การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการกดดันทุกด้าน ต้องคิดว่าทำอย่างไรจะให้ศาลเป็นศาลที่มีหลักการ ทำงานอิสระ เป็นกลาง ปราศจากการกดดันข่มขู่ เมื่อโดนเข้าไปเราก็ต้องออกมาชี้แจงให้ทราบ

วันนี้มีการปล่อยให้กดดันเราเป็นรายวัน กดดันตลอดเวลา ทำให้ศาลรู้สึกว่าถูกโดดเดี่ยวหรืออย่างไร แล้วฝ่ายบ้านเมืองมีมาตรการมาดูแลเราไหม ทั้งที่บางคนทำผิด ก็น่าจะใช้มาตรการทางกฎหมายมาดำเนินการกับคนเหล่านั้น ทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผยชื่อ

พวกที่ไม่เปิดเผยก็คือพวกที่ด่าโทรศัพท์รายวัน ยกหูด่าที่บ้าน ส่วนที่เปิดเผยก็คือคนที่ออกมากดดันเรา ตอนนี้เราโดนอัด พูดภาษาชาวบ้านเรียกว่าถูกด่าพ่อล่อแม่ เราถึงออกมาวันนี้เพื่อระบายความในใจบ้าง ช่วงนี้กดดันพอสมควร

ของผมมีโทรศัพท์เข้ามาที่ห้อง บางท่านก็โดนโทร.ไปที่บ้าน แนวที่พูดไม่พูดเรื่องคดี แต่ด่าเลย ด่าจนตัวเองรู้สึกงง บางรายโทร.ไปที่บ้านบอกจะยิงกบาล ความรู้สึกเราเลยแย่ เพราะถูกขู่อยู่ตลอด

วันนี้เขาอยากให้ศาลเป็นกลางหรือเปล่า หากจุดยืนอยู่ตรงนั้น ทำไมถึงปล่อยให้มากดดัน เราเองมีหน้าที่ชี้แจงทุกเรื่องหรือ เราจะปกป้องตัวเองได้อย่างไร เราเองเราเป็นศาล เราก็ต้องการความเป็นอิสระ ความเป็นกลาง

- จะขอตำรวจมาดูแลหรือไม่

ก็แล้วแต่มาตรการที่ฝ่ายบ้านเมืองจะให้ บางอย่างบางกลุ่มมีกรอบกฎหมายอะไรที่จะดำเนินการกันได้ในรูปแบบของกฎหมายก็ ต้องว่ากันไปว่า การปล่อยให้คนมาคุกคามข่มขู่มีมาตรการตัวอื่นไหม มีอะไรไหม เขาที่มีเงื่อนไขอยู่กับศาลอะไร ที่ได้รับการประกันตัวหรือปล่อยตัวไหม

เราก็ได้แต่ร้องขอว่า เราต้องการมาตรการบางอย่างที่มาประกันความเป็นกลางของเรามากขึ้น

- ตำรวจบอกเรื่องคลิปหากจะดำเนินการต้องมีเจ้าทุกข์

เราเองก็รอการสอบสวน ศาลจะทำอะไรต้องมีหลักเกณฑ์ จะไปกล่าวหาร้องทุกข์ได้ต้องมีหลักฐานที่ค่อนข้างแน่นอนจึงจะดำเนินการได้ อีกไม่นานคงสรุป และหากพาดพิงถึงใคร เราก็จะเริ่มแล้ว แต่เรากำลังรอการสอบสวน คงเป็นเร็วๆ นี้ เราต้องทำแน่ เราปล่อยไว้ไม่ได้หรอก หากใครผิดต้องดำเนินการ

- วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญกดดันมากหรือไม่

กดดันสิ ไม่เห็นหรือหน้าซีดหน้าเซียว แต่ทุกเรื่องที่ออกมากดดัน ก็ล้วนเป็นความเท็จ เราก็ต้องออกมาแก้กันรายวัน เขากดดันเราก็ต้องโต้ แล้วเราต้องมานั่งเถียงไม่ต้องทำงานกันหรืออย่างไร

- เขาต้องการทำให้กระบวนการยุติธรรมเสียหายหรือไม่

ไม่แน่ ถ้ามองรูปนี้ก็โอเค วันนี้ก็ทำลายกัน ชื่อเสียงยับเยินหมดแล้ว เรากำลังหาทางว่าทำอย่างไรจะป้องกันองค์กรให้ดีที่สุด แล้วเราก็ยืนยันในจุดเดิมว่าเราต้องทำงานอย่างเป็นกลาง นี่เป็นจุดยืนและอุดมการณ์อยู่แล้ว

การมาทำลายความน่าเชื่อถือของตุลาการเป้าหมายคืออะไร หรือจะโยงไปหาเรื่องยุบพรรค เราก็ยังไม่มีคำวินิจฉัยออกมา รู้ได้อย่างไรว่าเราจะมีคำวินิจฉัยอย่างไร เขาควรปล่อยให้ศาลทำงานอย่างอิสระและเป็นกลาง

- กรณีคลิปหลายฝ่ายเห็นว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญควรแสดงความรับผิดชอบ

อยากให้คนที่ต้องการอย่างนั้นพูดตรงๆ เลยดีกว่าว่าต้องการอะไร แม้จะบอกว่าท่านต้องรับผิดชอบ เพราะนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เป็นคนของท่าน เราก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับท่าน

สิ่งที่เกิดขึ้นต้องดูเจตนาว่าท่านสั่งการให้ไป หรือใช้ให้ไปไหม ถ้าเป็นอย่างนี้ก็โอเค ก็พอจะทำอย่างนั้นได้ แต่ถ้าคนเราไม่มีเจตนาและไม่รู้เห็น เหมือนคนนอนข้างๆ เพื่อนรัก แต่เพื่อนรักกันลุกเอามีดมาทิ่มเรา อย่างนี้จะทำอย่างไร

จริงอยู่ที่ท่านต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะนั่นคือคนของท่าน แต่ต้องเห็นใจท่าน เนื่องจากไม่ได้ไปบงการให้นายพสิษฐ์ทำ และท่านก็ยืนยันมาแล้วไม่รู้เรื่อง และไม่คาดคิดว่าคนที่อยู่ข้างๆ จะทำอย่างนี้ได้

ท่านก็เสียใจและขอโทษต่อตุลาการที่ทำเสียหาย ต้องเห็นใจเพราะท่านไม่รู้อะไรเลย ท่านพยายามรักษาองค์กรนี้ไว้ให้เกิดความน่าเชื่อถือมากที่สุด

- ความน่าเชื่อถือของตุลาการศาลรัฐ ธรรมนูญขณะนี้เหมือนจะน้อยลง

ศาลรัฐธรรมนูญก็เหมือนศาลการ เมือง องค์กรนี้เป็นองค์กรทางการเมือง ถือเป็นธรรมดาที่น่าจะถูกกระทบกระ แทก และเราต้องยอมรับตรงนี้ให้ได้

ถ้าจะเอาว่าสถาบันศาลรัฐธรรมนูญ เป็นสถาบันที่ต้องการความเป็นอิสระ และเป็นสถาบันที่ต้องการรักษาความเป็นธรรมให้ได้ ก็ควรให้อำนาจศาลรัฐธรรม นูญเหมือนสถาบันอื่นๆ ที่มีอำนาจหน้าที่ควบคุมหรือดูแลมาตรการต่างๆ เพื่อดูแลตัวเองได้

ที่พูดหมายถึงคือการทำให้ศาลรัฐธรรมนูญมีบทบาทเรื่องละเมิดอำนาจศาล ถ้าดูรัฐธรรมนูญเราก็เป็นองค์กรที่สูงสุด และสามารถชี้ขาด ต้องให้อำนาจตรงนี้บ้าง หากไม่มีอำนาจก็ถูกกดดันอย่างนี้ตลอด

วันนี้เราเหมือนยักษ์ไม่มีกระบอง ดูมันน่ากลัวแต่ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ใครผลักทีก็เซแล้ว โยกซ้าย โยกขวา

- กรณีเช่นนี้หากเกิดกับศาลยุติธรรมต้องใช้กฎหมายเรื่องละเมิดอำนาจศาลหรือไม่

ใช่ หากมีการออกข่าวเท็จ หรือข้อมูลโจมตีที่ไม่มีความจริง หรือทำให้กระทบกระเทือนต่อคำวินิจฉัย ก็มีสิทธิได้รับความคุ้มครอง แต่กับศาลรัฐธรรม นูญการละเมิดอำนาจศาลต้องออกเป็นกฎหมายที่ต้องผ่านสภา เราก็เสนอร่าง เข้าไป แต่ก็ยังตกอยู่ ยังไม่ทันถึงหมวดละเมิดอำนาจศาลก็ไปแล้ว แค่สี่มาตรา ก็ไม่ผ่านแล้ว

ศาลรัฐธรรมนูญเป็นกรรมการชุดหนึ่งที่ตั้งขึ้นมาเพื่อชี้ขาดความขัดแย้งทาง การเมือง รัฐบาล รวมถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ให้อำนาจศาลสามารถปลดนายกฯ ได้ ปลด ส.ส. ส.ว.ได้ มัน เหมือนกับศาลมีอำนาจมากที่จะกระทบกับฝ่ายการเมืองแล้ว

พอกระทบกับฝ่ายการเมืองแล้วถามว่าฝ่ายการเมืองรับได้หรือไม่ถึงความมีอำนาจ และความเป็นอิสระ หรือที่มันเกิดขึ้นเพราะมันเกี่ยวข้องกับนักการเมือง ก็เลยพยายามทำลายอำนาจนี้ลงมา เพราะอำนาจนี้หากตรงไปตรงมาแล้วสามารถ ชี้ขาดกับทุกคนที่เข้าไปเกี่ยวข้องได้เลย

ถ้าพวกฝ่ายการเมืองยอมรับกว่านี้อำนาจของเราก็เต็มที่ ให้มาอย่างเต็มที่สิ จะได้ป้องกันเรา เรื่องละเมิดอำนาจศาลให้ดูศาลยุติธรรม เขามีกฎหมาย แต่ก็ไม่ใช้อย่างพร่ำเพรื่อ ไม่ใช่ใครมาพูดแตะศาลก็เอาแล้ว

ก่อนที่จะลงโทษเขาต้องพิจารณา ต้องเรียกประชุมต้องพิจารณาดีๆ เพราะนี่เป็นผลกระทบที่ศาลใช้อำนาจต่อคู่กรณีหรือผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ศาลต้องพิจารณาอย่างละเอียดลออแล้ว ไม่อย่างนั้นประชาชนจะบอกว่าศาลลุแก่อำนาจ มีกระบี่กระบองก็ทุบตีคนเรื่อยไป อำนาจก็ต้องใช้อย่างมีเหตุผล

ตอนนี้อยู่ที่ฝ่ายการเมือง ถ้าจะให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรหลักที่เอาไว้ชี้ขาดปัญหาทางการเมือง ที่เป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่กว่าปัญหาส่วนตัว ไม่ใช่ นาย ก. นาย ข. ทะเลาะเรื่องที่ดินจะตัดสินให้นาย ก. ชนะ นาย ข. ก็เสียประโยชน์ แต่เป็นการตัดสินให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะหรือแพ้ มันเรื่องบ้านเมือง

จึงควรมอบอำนาจต่างๆ และความเด็ดขาดให้ศาลรัฐธรรมนูญ จะได้ใช้ภูมิตัวนี้คุ้มกันดูแลตัวเองได้ ถึงได้ออกมาร้องขอมาตรการ

- มีตุลาการถอดใจบ้างหรือไม่

ในหลักการคงไม่ถึงขั้นนั้น เพียงแต่บ่นๆ กัน ยังไม่ถอดใจ ยังสู้อยู่

- มีข่าวว่า 3 ตุลาการจะถอนตัวจากการเป็นองค์คณะ

ไม่ได้ ยามนี้ถ้าไปใช้วิธีการอย่างนั้น มันเสีย พวกเราจะเสีย เรามีอุดมการณ์ที่มั่นคง หนักแน่น จะทำให้โปร่งใสและตรงไปตรงมา อีกทั้งองค์คณะต้องมี 5 คน ต่ำกว่านี้ไม่ได้ เป็นข้อกฎหมาย ต้องไปว่ากันในรูปแบบว่ามาจัดองค์คณะใหม่ได้อย่างไร

และต้องดูว่าองค์คณะไม่ครบเกิดจากการถอนตัวหรือลาออก มันจะต่างกัน ต้องดูมูลเหตุว่าจะให้ถอนหรือไม่ และต้องดูที่มติคณะตุลาการฯ ด้วยกันว่าจะให้ถอนตัวหรือไม่ แต่ถ้าลาออกคุณสมบัติก็ขาดไปเลย

- มีคนมองว่าตัดสินอย่างไรก็โดน

ผมไม่คิดอย่างนั้น เราต้องทำอย่างตรงไปตรงมาตามเหตุตามผล จะอะไรก็ช่างแล้วแต่คนจะคิด เราต้องยึดความถูกต้องเป็นหลัก ถ้าถูกต้องตามเหตุตามผลของกฎหมายแล้วจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ใช่ปัญหา

- การสอบคลิปจะใช้เวลานาน หากล่าช้ากว่าการพิจารณาคดียุบพรรคจะส่งผลต่อความเชื่อถือหรือไม่

ทุกอย่างต้องอยู่ที่กรรมการ แต่นโยบายที่สั่งวันนี้คือทำให้เสร็จเร็ว แต่เรื่องจะกระทบต่อคดีหรือไม่ มันต้องแยกกัน เพราะการพิจารณาคดีเป็นดุลพินิจของตุลาการ คำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยต้องมีเหตุและผล ต้องตอบและอธิบายได้ว่าที่มาที่ไปอย่างไร หลักฐานที่ประกอบเป็นอย่างไร ไม่ใช่ยืนทุบเปรี้ยง ไม่ผิดเป็นผิด

มาถึงระดับศาลรัฐธรรมนูญแล้ว มันตรวจสอบกันได้ อย่าไปซี้ซั้วทำ ไม่ได้

- มีการกล่าวหาว่าตุลาการโกงข้อสอบช่วยเจ้าหน้าที่

มีที่ไหน ก็พูดกันไป

- นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวหาว่ามีเจ้าหน้าที่ลาออก เพราะถูกบีบให้ยอมรับว่าช่วยเหลือพรรคเพื่อไทย

เรื่องคนจะลาออก ถ้าถามกลับให้คิดดู คนหนึ่งที่เราไม่เชื่อถือแล้วเป็นตัวหลักสำคัญที่ทำลายองค์กร แล้วข่าวก็ออกมาตลอดเวลา คิดดูว่าเป้าหมายคืออะไร ความเชื่อถือของเขามีขนาดไหน คลิปที่ผมฟังมามันสามารถตัดต่อได้ เอาท่านี้มาทำเป็นท่านี้ เหมือนตัดต่อภาพยนตร์ แต่จะฟ้องกลับไหม ตอนนี้ศาลกระดิกอะไรไม่ได้ เราเลยต้องนิ่งๆ แต่วันนี้ก็ขอออกมาบ่นนิดหน่อย

การชี้แจงทุกเรื่องทุกประเด็นก็กลายเป็นเอาผมมาเถียงกับเขา บางเรื่องก็นิดหน่อยไม่เป็นประเด็น อย่างเรื่องลาออกก็ไม่มีอะไร หากไปพูดก็เหมือนยอมรับกลายๆ อะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็ช่างมันให้มันจบไป คนอ่านคงเข้าใจว่าเหมือนกับไฟไหม้ฟาง ไม่สนใจ ผ่านแล้วผ่านไป แต่เรื่องไหนที่มันเสียหายก็คงต้องตอบโต้

ตอนนี้ก็แย่อยู่แล้วเราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ภาพพจน์ดีขึ้นและรักษาสถานะ ให้ดี เพราะเรื่องทั้งหมดตุลาการไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องคลิป หรือการกระทำต่างๆ ซึ่งมันเสียหาย แต่มันก็ปฏิเสธไม่ออก เพราะเป็นคนของประธาน เราเข้าใจความรู้สึกท่าน

แต่เรายอมรับว่าเราพลาดที่ปล่อยให้คนๆ นี้เข้ามา

- สอบถามประธานศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่านายพสิษฐ์ เป็นคนอย่างไร

ก็มีการคุยกัน ทุกคนก็อยากรู้ว่าเขาเป็นมาอย่างไร ประธานเองก็ไม่สบายใจ เพราะเราทำงานด้วยกันและเกิดความเสียหายจนกระทบภาพลักษณ์องค์กรเราก็เสีย ความรู้สึก วันนี้ทางองค์กรเราก็รู้สึกแย่

- จะฟ้องนายจตุพร กลับหรือไม่

ต้องดูว่าจุดไหนที่เขาทำผิดกฎหมายกับเรา การจะทำอะไรต้องมีความหนักแน่น มีหลักฐานให้มันเชื่อมโยงมั่นคง เราทำแน่

เราเป็นตุลาการไปออกหมัดอะไรไปต้องหนักแน่น เอาทีเดียวหงายท้อง