WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, March 25, 2010

เมื่อเด็กน้อย ณ โพเดียม พ่อหล่อหลักลอยเริ่มกร่าง แล้วจะเรียกว่าอะไรดี

ที่มา thaifreenews


โดย Porsche

จากคุณ : Jampoon

น่าแปลกที่ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประมุขฝ่ายบริหาร ส่งทหารและตำรวจเข้าไปภายใน
และบริเวณโดยรอบรัฐสภา

โดยมิได้มีการปรึกษาหารือกับ ประธานรัฐสภา มาก่อน

ทั้งๆ ที่อำนาจและความรับผิดชอบต่อรัฐสภานั้นเป็นอำนาจ
และความรับผิดชอบโดยตรงของประธานรัฐสภา

นี่จึงเท่ากับแสดงว่า อำนาจบริหาร วางบทบาทเหนือ อำนาจนิติบัญญัติ

นี่จึงเท่ากับบ่งชี้ว่า การที่ประมุขฝ่ายบริหารไปพำนักอาศัยอยู่ภายในค่ายทหารอย่างยาวนาน
จึงติดความเคยชินจากอำนาจของทหารมาอย่างหนึ่ง

เป็นความเคยชินที่จะวางตนเหนือกว่าผู้อื่น

ที่ทหารสามารถวางตนเหนือกว่าผู้อื่นได้ ปัจจัย 1 เพราะว่ามีอาวุธอยู่ในมือ
ปัจจัย 1 เพราะกองทัพมีการจัดตั้งภายใต้ระเบียบวินัยอันแข็งแกร่ง

จริงอยู่ ทหารเป็นเช่นนี้ แต่คำถามคือ รัฐบาล เป็นเช่นนี้หรือ


แบบนี้จะเรียกเธอว์ว่าอย่างไรดี

จำนวนคนอ่านล่าสุด 678 คน
วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7056 ข่าวสดรายวัน

บทบาท "อภิสิทธิ์" ในฐาน ประมุข "บริหาร" อันเหนือ "รัฐสภา"



ด้วยอำนาจแห่งพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ นายกรัฐมนตรี สามารถส่งกำลังทหารและตำรวจไปประจำการอยู่ ณ จุดใดก็ได้

เป็นการสั่งการในนามของ "ความมั่นคง"

กระนั้น การสั่งการให้ตำรวจและทหารเข้ารักษาความปลอดภัยในพื้นที่และบริเวณโดยรอบของทำเนียบรัฐบาลมิได้เป็นเรื่องแปลก

เพราะว่าอยู่ในอำนาจของ "ฝ่ายบริหาร"

เช่นเดียวกับการสั่งการให้ตำรวจและทหารเข้ารักษาความปลอดภัยที่กระทรวงสาธารณสุขระหว่างประชุมครม.ก็มิได้เป็นเรื่องแปลก

เพราะว่าอยู่ในอำนาจของ "ฝ่ายบริหาร"

แต่การที่ นายกรัฐมนตรี หรือ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ทหารและตำรวจเข้าไปรักษาความปลอดภัยในและบริเวณโดยรอบของรัฐสภา กำลังกลายเป็นเรื่องแปลก

เพราะว่า "รัฐสภา" อยู่ในความรับผิดชอบ "ฝ่ายนิติบัญญัติ"



โดยระบบแห่งระบอบประชาธิปไตยแยกอำนาจออกเป็น 3 ฝ่ายที่แม้จะสัมพันธ์กันแต่ก็ดำรงอยู่อย่างเป็นอิสระ

1 คือ อำนาจนิติบัญญัติ ทำหน้าที่ออกกฎหมาย

1 คือ อำนาจบริหาร ทำหน้าที่บริหารไปตามที่อำนาจนิติบัญญัติได้กำหนดเอาไว้โดยผ่านกระบวนการของกฎหมาย

1 คือ อำนาจตุลาการ ทำหน้าที่เพื่อแสดงให้เห็นว่ากฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์

ภายใน 3 อำนาจนี้ 2 อำนาจแรกมีพื้นฐานมาจากการเลือกตั้งของประชาชน และดำเนินการไปตามที่ให้สัญญาไว้กับประชาชน

ขณะที่ 1 อำนาจหลังกระทำภายใต้พระปรมาภิไธย

ระหว่างอำนาจนิติบัญญัติกับอำนาจบริหารมีการยึดโยงระหว่างกัน เพราะอำนาจบริหารต้องผ่านกระบวนการทางรัฐสภาและอยู่ภายใต้การควบคุมของอำนาจนิติบัญญัติ

ทั้ง 3 อำนาจนี้แม้จะสัมพันธ์กันแต่ก็ดำรงอยู่อย่างเป็นอิสระ



น่าแปลกที่ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประมุขฝ่ายบริหาร ส่งทหารและตำรวจเข้าไปภายในและบริเวณโดยรอบรัฐสภา

โดยมิได้มีการปรึกษาหารือกับ ประธานรัฐสภา มาก่อน

ทั้งๆ ที่อำนาจและความรับผิดชอบต่อรัฐสภานั้นเป็นอำนาจและความรับผิดชอบโดยตรงของประธานรัฐสภา

นี่จึงเท่ากับแสดงว่า อำนาจบริหาร วางบทบาทเหนือ อำนาจนิติบัญญัติ


นี่จึงเท่ากับบ่งชี้ว่า การที่ประมุขฝ่ายบริหารไปพำนักอาศัยอยู่ภายในค่ายทหารอย่างยาวนานจึงติดความเคยชินจากอำนาจของทหารมาอย่างหนึ่ง

เป็นความเคยชินที่จะวางตนเหนือกว่าผู้อื่น

ที่ทหารสามารถวางตนเหนือกว่าผู้อื่นได้ ปัจจัย 1 เพราะว่ามีอาวุธอยู่ในมือ ปัจจัย 1 เพราะกองทัพมีการจัดตั้งภายใต้ระเบียบวินัยอันแข็งแกร่ง

จริงอยู่ ทหารเป็นเช่นนี้ แต่คำถามคือ รัฐบาล เป็นเช่นนี้หรือ



ไม่ว่าการประชุมรัฐสภาในวันที่ 24 มีนาคม จะดำเนินไปอย่างไร เรียบร้อยหรือไม่เรียบร้อย

แต่ที่แน่อย่างที่สุดก็คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประมุขฝ่ายบริหารคนแรกที่วางตัวเหนือกว่ารัฐสภา หรือประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ อย่างเห็นได้ชัด เป็นรูปธรรม

นี่คือ "อำนาจ" ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มาจาก "พลังแฝง" ที่ดำรงอยู่ในสังคมไทย