ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, July 17, 2012

94ปีวันอวสานราชวงศ์โรมานอฟรัสเซีย

ที่มา Thai E-News



พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงฉายร่วมกับพระราชวงศ์ชั้นสูง ซึ่งภายหลังการปฏิวัติรัสเซีย ทุกพระองค์ทรงถูกสังหารหมู่อย่างสยดสยองในวันนี้เมื่อ 94 ปีมาแล้ว
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา วิกิพีเดีย
17 กรกฎาคม 2555
การปฏิวัติรัสเซีย พ.ศ. 2460 (Russian Revolution of 1917) เป็นการปฏิวัติล้มล้างระบบจักรวรรดิในรัสเซีย เปลี่ยนมาเป็นการปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์
ฝูงชนกลุ่มใหญ่ออกมาเดินขบวนแสดงความไม่พอใจ ร่วมกับกรรมกร และทหารในกรุงเปโตรกราด จนพระเจ้านิโคลัสที่ 2 ต้องทรงสละราชสมบัติในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2460 (ค.ศ. 1917)
หลังจากนั้นก็เริ่มเป็นการแบ่งแยกทางความคิดเสรีนิยม ของฝ่ายรัฐบาลชั่วคราว กับสังคมนิยมของฝ่ายเปโตกราดโซเวียตซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่า "อำนาจคู่" (Dual Power) ซึ่งต่อมาพรรคบอลเชวิกของเลนินก็สามารถแยกตัวออก และในเดือนตุลาคมก็ก่อการจลาจลโดยมีกรรมกร ทหาร และกลาสีเรือเข้าร่วมกันขับไล่รัฐบาลชั่วคราวออกไป
จัดตั้งรัฐบาลโซเวียตขึ้นเป็นครั้งแรก นับเป็นการปฏิวัติที่เกิดขึ้นรวดเร็วจนถือว่าเป็นรูปแบบการปฏิวัติ ที่มีชื่อเฉพาะว่าเป็นการปฏิวัติเลนิน-สตาลิน
พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 และพระราชวงศ์ถูกฝ่ายปฏิวัติจับกุมไว้ได้ และนำไปขังยังที่ห่างไกลแห่งหนึ่ง ต่อมาเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2461 (ค.ศ. 1918) หรือวันนี้เมื่อ 94 ปีที่แล้ว กองกำลังบอลเชวิคได้ปลงพระชนม์ซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซียและสังหารหมู่สมาชิกราชวงศ์ทั้งหมดที่เมืองเยคาเทียรินบุร์กอ ย่างโหดเหี้ยม สิ้นสุดการปกครองรัสเซีย 304 ปีของราชวงศ์โรมานอฟ
คริสตจักรของรัสเซีย นิกายออโธด็อกซ์ได้รื้อฟื้นพระเกียรติในหลายสิบปีต่อมา ด้วยการแต่งตั้งให้ซาร์นิโคลัสที่ 2 เป็นนักบุญ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 กับพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย ทรงฉายร่วมกัน ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2440 ระหว่างเสด็จเยือนยุโรป ก่อนที่อีก 20 ปีต่อมาราชวงศ์โรมานอฟจะล่มสลายลง ส่วนพระราชวงศ์จักรียังสถิตย์สถาพรเป็นมิ่งขวัญแก่พสกนิกรชาวไทยมาจน ปัจจุบัน
นิติภูมิ เนวรัตน์ เขียนถึงซาร์นิโคลัสที่ 2 ในคอลัมน์เปิดฟ้าส่องโลกเมื่อ 13 มิถุนายน 2553 รวมถึงเหตุการณ์ล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟดังต่อไปนี้
ซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงเป็นพระราชโอรสองค์โตในซาร์อะเล็กซาน-เดอร์ที่ 3 และซารีนามาเรีย เฟโอโดรอฟนา พระองค์ถูกพระราช มารดาทรงตามพระทัยมากเกินไปและไม่ยอมให้พระองค์อยู่ห่างพระเนตร พระราชบิดาและพระราชมารดาเรียกซาเรวิชว่า "แม่หนู" เมื่อเจริญพระชันษาขึ้น ซาเรวิช หรือมกุฎราชกุมารพระองค์นี้จึงมีพระทัยอ่อนไหว ถือพระองค์ เมื่อทรงครองราชบัลลังก์รัสเซีย พวกปัญญาชนปฏิวัติจึงไม่ชอบพระองค์ มองว่าพระองค์ทรงอ่อนแอ และจะนำประเทศชาติบ้านเมืองไปไม่ได้

แม้ว่าประสูติในกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมืองหลวงในสมัยนั้น แต่ พระองค์ก็ทรงได้รับการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้น 1 ของประเทศ ศาสตราจารย์ ระดับท็อปของสาขาต่างๆ ต้องเดินทางเจ็ดแปดร้อยกิโลเมตรเพื่อไปสอนพระองค์ เช่น ศาสตราจารย์คอนสแตนติน เปโตรวิช โพเบโตนอสต์ซอฟ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมอสโก ไปสอนกฎหมาย ศาสตราจารย์นิโคไล บุนเก สอนสถิติและเศรษฐศาสตร์การเมือง ศาสตราจารย์นิโคไล กีร์ส สอนความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ ฯลฯ

สิ่งหนึ่งซึ่งสังคมปัญญาชนไม่พอใจมกุฎราชกุมารองค์นี้ก็คือ ระหว่างถวายความรู้ อาจารย์จะถูกห้ามไม่ให้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเรียนของพระองค์ ห้ามถามพระองค์ ห้ามทดสอบความรู้ ฯลฯ สิ่งต่างๆ ในสมัยวัยเยาว์ หลอมให้พระองค์ทรงยึดความเป็นอัตตา และปกครองประเทศแบบอัตตาธิปไตย ไม่ยอมรับการปฏิรูป หรือการเปลี่ยนแปลงการเมืองและใดๆ เป็นผู้นำแบบอำนาจนิยม ไม่ทรงฟังผู้อื่น ฯลฯ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลจักรวรรดิรัสเซียในสมัยนั้นก็พยายามสร้างภาพลักษณ์ของซาร์นิโคลัสที่ 2 ว่าทรงใจดี มีความเป็นบิดา ทรงเอื้ออาทรต่อประชาชนคนรัสเซียทั้งปวง แต่ภาพลักษณ์พวกนี้ก็ถูกทำลายไปเมื่อพระองค์สั่งให้ใช้กำลังทหารฆ่าประชาชน คนที่กำลังเดินขบวนประท้วงอย่างสันติอยู่ในกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

ต่อหน้าพระพักตร์ ประชาชนคนทั่วไปสรรเสริญเยินยอและอวยพระองค์ว่า พระบิดาผู้ทรงเอื้ออาทรต่อทวยราษฎร์ แต่ในระหว่างประชาชนคนรัสเซียด้วยกันเอง ส่วนใหญ่เรียกพระองค์ว่า "ผู้ทำลายชีวิตประชาชน" และตั้งฉายาให้พระองค์ว่า "นิโคลัสผู้กระหายเลือด"

ความที่ไม่ทรงฟังใคร ซาร์นิโคลัสที่ 2 ประกาศนำกองทัพรัสเซียไปรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 และก็แพ้ เสียชีวิตทหารซึ่งเป็นลูกหลานของประชาชนไปบานเบอะเยอะแยะ ระหว่างการครองราชบัลลังก์ของซาร์นิโคลัสที่ 2 พระองค์ทรงทำให้วิกฤตการณ์ทางการเมืองและสังคมของรัสเซียเลวร้ายลงมาก สังคมมีแต่ความแตกแยก

เรื่องต่างๆ อย่างนี้ต่างหาก ที่ซาร์นิโคลัสที่ 2 ถูกสภาดูมาบังคับให้สละราชสมบัติหลังจากการปฏิวัติเดือนตุลาคม พ.ศ.2460 หลังจากนั้น ทั้งพระองค์และพระราชวงศ์ก็ถูกนำไปควบคุมในตำหนักฤดูร้อนที่ซาร์สโกเยเซโล

เมื่อผู้คนในชาติแตกแยกออกเป็นหลายฝักหลายฝ่าย ก็จึงเกิดสงครามกลางเมืองในรัสเซียระหว่าง พ.ศ.2461-2464 ในปีที่เริ่มสงครามกลางเมือง ซาร์นิโคลัสที่ 2 และพระราชวงศ์จึงถูกส่งไปควบคุมอยู่ที่เมืองเยคาเตรินเบิร์กในไซบีเรีย

ราตรีวันที่ 16 ต่อเช้าของวันที่ 17 กรกฎาคม 2461 ซาร์นิโคลัสที่ 2 และพระราชวงศ์ถูกปลงพระชนม์ทั้งหมด

ปัจจุบันทุกวันนี้ ประเทศที่ไม่มีกษัตริย์มายาวนานอย่างรัสเซีย พยายามที่จะเอ่ยถึงประเทศตัวเองสมัยมีกษัตริย์ปกครองด้วยความภาคภูมิใจ

ผู้คนจำนวนไม่น้อยอยากกลับไปมีพระมหากษัตริย์เหมือนเดิม.
*********************
คลิปสารคดีปฏิวัติรัสเซีย












*****************
เ้รื่องเกี่ยวเนื่ิอง:

คลิปสารคดีปฏิวัติฝรั่งเศสโลกจารึก

'เกิดขบถขึ้นรึ?' พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหลุยส์ที่16พระราชดำรัสถาม
"...หามิได้พระเจ้าค่ะใต้ฝ่าพระบาท มันคือการปฏิวัติ" มหาดเล็กตอบ ( จากบันทึกประจำวันของพระเจ้าหลุยส์ที่16เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ.1789)
























***************
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:



1911โลกจารึกต้นแบบปฏิวัติรศ.130-24มิถุนา2475





ต้นแบบปฏิวัติ 2475-ภาพยนตร์ 1911 ซึ่งออกฉายในปี 2554 ที่ผ่านมา เฉลิมฉลองโอกาส 100 ปีเปลี่ยนแปลงการปกครองของจีนจากราชาธิปไตยสู่สาธารณรัฐ ทั้งนี้คณะก่อการ รศ.130ของไทยได้เอาอย่างการปฏิวัตินี้เป็นแม่แบบ ทั้งการแต่งตั้งนายแพทย์เหล็งให้เป็นหัวหน้าคณะก่อการ แบบเดียวกับนายแพทย์ซุนยัดเซ็น และอุดมการณ์ อย่างไรก็ตามการก่อการของคณะรศ.130ในปีพ.ศ.2555 หรือ 100 ปีที่แล้วล้มเหลวกลายเป็นกบฎ แต่คณะราษฎรได้สืบสานสายธารการปฏิวัติจนสำเร็๋จในปี2475

เชิญชมคลิปภาพยนตร์ 1911