ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, July 20, 2012

'หมอเหวง' เล่าเรื่องไปร่วมงานบวชนักโทษการเมือง และพบปะ ผรท. ตัวจริงที่มุกดาหาร

ที่มา uddred

 Facebook นพ.เหวง โตจิราการ 20 กรกฎาคม 2555 >>>






วันนี้ (20 ก.ค. 2555) นพ.เหวง โตจิราการ เล่าเรื่องที่ได้ร่วมงานอุปสมบทอดีตผู้ถูกคุมขังทางการเมืองจากข้อกล่าวหา เผาศาลากลาง จ.มุกดาหาร และการได้พบผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ตัวจริงแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ดังนี้

ชื่นใจได้ร่วมงานอุปสมบท แม้พระบางรูปไม่ยอมบวชให้ แต่สุดท้ายก็ได้บวช

ผมไปร่วมงานบวชเพื่อนเราที่ได้รับการประกันตัวในเย็นวันที่ 18 ก.ค. 55 ที่จังหวัดมุกดาหาร ผมชื่นใจมาก เพราะเห็นเพื่อนเรามีความแข็งแกร่งทางจิตใจเห็นครอบครัวและพี่น้องเสื้อแดง มาร่วมงานกันอย่างอบอุ่น เต็มไปด้วยขวัญกำลังใจมากมาย
วันรุ่งขึ้นได้ทำพิธีอุปสมบทในอุโบสถ ผมทราบจากญาติว่ามีบางวัดไม่ต้อนรับเพื่อนเราเข้าบวช โดยตั้งข้อรังเกียจว่า "เป็นผู้ก่อการร้าย" ผมฟังแล้วเศร้าใจมาก ไม่คิดว่า มี "พระบางองค์" ถูกครอบงำด้วยความคิดของ "ฝ่ายอำมาตย์" จนปิดบัง "ธรรมของพระพุทธองค์ไปโดยสิ้นเชิง"
ผมจึงได้บอกกับเพื่อนๆของเราว่า "พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณ ท่านมีเจโตปริยญาณ ท่านสามารถกำหนดจิตของผู้่อื่นได้ ท่านกำหนดจิตหยั่งรู้ว่า องค์คุลิมาร หรืออหิงสกะกุมาร กำลังจะไปทำมาตุฆาตมารดาของตนเองหลังจากที่ได้สังหารผู้คนจำนวนมาก (ตามตำนานว่า 99 คนแล้วแม่จะเป็นคนที่ 100 หรือ 999 คนแล้วแม่ที่ตนจะไปฆ่าจะเป็นคนที่ 1,000) สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านยังตั้งใจเสด็จไปโปรดอหิงสกะกุมารหรือ องคุลิมารมหาโจรที่ชาวบ้านเกลียดชังเข้ากระดูกดำ จนองคุลิมาร ดวงตาเห็นธรรม และได้เข้าบวชโดยเอหิภิกขุอุปสัมปทานโดยพระองค์เอง และต่อมาก็ได้บรรลุอรหัตผลสำเร็จเป็นพระอรหันต์ แต่ท่านก็ไม่สามารถ "พ้นกฎแห่งกรรม" ไปได้ กล่าวคือชาวบ้านจำนวนมากยังใช้ก้อนหินท่อนไม้ทำลายท่านอยู่นานพอดู แต่ด้วยท่านบรรลุอรหันต์แล้ว ท่านจึงน้อมรับไม่ตอบโต้แต่ประการใด
นี่ปรากฏชัดอยู่ใน "พุทธประวัติ" ใครๆก็รู้ แล้วทำไม พระบางองค์ถึงไม่รู้และปฏิเสธที่จะรับบวชเพื่อนๆของเราได้อย่างไร ไม่รู้ว่า พระพวกนี้เป็นพระในศาสนาพุทธหรือไม่ "เป็นศิษย์ของตถาคตแท้จริงหรือเปล่า"
แต่อย่างไรก็ตาม พระที่แท้จริง ที่เป็นศิษย์ของตถาคตที่แท้จริงยังมีอยู่อยู่ ก็คือวัดที่รับบวชเพื่อนๆของเรานั่นแหละครับ (ผมขออภัยอย่างมากที่ไม่ได้จดจำชื่อของวัดมาใครที่รู้กรุณาช่วยบอกหน่อยนะ ครับ) แล้วเจ้าอาวาสรวมทั้งพระอุปัชฌาจารย์และพระคู่สวดทั้งหมด ทั้งพระลูกวัดทุกรูป ก็มีใจเมตตากรุณาอย่างสูง ได้จัดพิธีอุปสมบทอย่างสมบูรณ์งดงาม และให้การต้อนรับที่อบอุ่นแก่เพื่อนของเรา
แค่เรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวก็สามารถยืนยันได้แล้วว่า ระดับธรรมะ ระดับจิตใจของท่านสูงยิ่งอย่างไม่ต้องสงสัย ขอกราบนมัสการทุกท่านมาด้วยความเคารพจริงๆ
แล้วบริเวณรอบวัดก็ร่มรื่นจริงๆ พื้นที่ของวัดกว่า 60 ไร่ ปลูกต้นไม้เต็มไปหมด ทราบว่าทยอยปลูกมา กว่า 20 ปีแล้ว นอกจากนี้ ท่าน ยังเจียดแบ่งพื้นที่มาจัดเป็นโรงเรียนเด็กเล็ก และสถานที่รับเลี้ยงเด็กของผู้ที่ยากจนด้วย
เพื่อนๆครับ น่าอนุโมทนาจริงๆ ผมถือว่าตนเองได้รับโชดดีมากที่ได้ไปร่วมงานอุปสมบทของเพื่อนๆเราทุกๆคนใน ครั้งนี้ด้วยครับ และเชื่อแน่ว่า เพื่อนที่อุปสมบทแม้จะครองเพศบรรพชิตไม่นานก็คงจะได้อานิสงส์ของการบวชไม่ มากก็น้อยครับ และนี่ยืนยันว่า พวกเราทุกคนไม่ใช่ พวกผู้ร้ายใจบาป สันดานบาปหยาบช้าไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายอย่างที่พวก ปชป. และพวกอำมาตย์กล่าวหา ตรงข้ามพวกเราล้วนเป็นกัลยาณ ปุถุชนที่เจริญรอยตามพระบรมมหาศาสดา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเราทุกคนครับ

พบปะ ผรท. ตัวจริงไม่ยืนข้างอำมาตย์




เพื่อนๆครับ ในระหว่างที่ไปเข้าร่วมพิธีอุปสมบทของเพื่อนเราที่มุกดาหาร ประธานธิดา ท่านก็ปรารภกับ ส.ส.มุกดาหาร และเพื่อนเสื้อแดงที่มุกดาหารว่า
พวกอำมาตย์ไป "ซื้อจ้างวาน" เอา ผรท. ไม่กี่คน (คงจะซัก 2-3 คน) แล้วไปจ้างวานเอาคนอีกจำนวนหนึ่งไม่ถึง 200 คนมาตั้งตัวเป็น ผรท. ใส่เสื้อ ทปท. ใส่หมวกดาวแดงถือธงค้อนเคียว (ที่พวกเขาเองคงไม่เคยเห็นก็เลยติดธงดาวแดงกลับหัวกลับหาง เอาเคียวคว่ำหัวลงเอาด้ามฆ้อนชี้ฟ้า ที่ถูกเคียวต้องหงายมองฟ้าและด้ามฆ้อนต้องปักลงดินครับ) มาประดับเล่นโก้ๆ ชุมนุมกันสนับสนุนศาล รธน.
ก็เลยควรเป็นโอกาสของพวกเราในการที่จะพบปะกับ ผรท. ที่แท้จริงที่ไม่ขายตัวไม่ขายจิตวิญญาณ ออกมาประกาศศักดิ์ศรีแก่ชาวโลกว่า พวกเขาทั้งหลายยังเดินเคียงข้างประชาชนในการต่อสู้ให้ได้มาซึ่งสังคมที่ไม่ มีการกดขี่ขูดรีดกันอย่างสิ้นเชิง
ที่จริงพวกเราไม่ต้องการที่จะไปสร้างความเชื่อมโยงกับ ผรท. เพื่อไม่ต้องการเปิดช่องให้ศัตรูประชาชนเขาใส่ร้ายป้ายสีพวกเราว่ายังเป็น คอมมิวนิสต์และพี่น้อง ผรท. เป็นคอมมิวนิสต์แล้วก็จะตามติดด้วยการใส่ร้ายป้ายสีว่าทำลายชาติศาสน์ กษัตริย์ตามคำโกหกพกลมอันเป็นวิสัยปกติของพวกเขา
แต่ในเมื่อฝ่ายอำมาตย์เป็นคนไปเอาพวกคอมมิวนิสต์ใส่หมวกดาวแดงติดธงแดงค้อน เคียวดาวแดงมาปกป้องศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเอง จึงเป็นความชอบธรรมของฝ่ายเราในการที่จะเปิดตัว ผรท. ที่แท้จริงที่ไม่ยอมขายวิญญาณให้แก่ฝ่ายอำมาตย์แม้ว่าพวกเขาจะยังยากจนค่น แค้นขนาดไหนก็ตามแม้ว่าพวกเขาจะถูกพวกอำมาตย์โกหกหลอกลวงมาอย่างยาวนานว่าจะ ให้ปัจจัยครองชีพให้แก่พวกเขาตามที่สมควรจะได้
ประธานธิดากับผมก็เลยได้ไปพบกับ ผรท. ที่ดงหลวง (โดยไม่ได้มีการนัดหมายล่วงหน้ามาก่อน ก็ติดต่อกันอย่างกระทันหันนั่นแหละครับแต่ก็ สามารถประชุม เพื่อน ผรท. ได้จำนวนเกือบสองร้อยคน อาจจะมากกว่าที่มาที่ศาล รธน. เมื่อวันที่ 10-13 ก.ค. 55 ที่ผ่านมานี้เสียด้วยซ้ำไป) พวกเราก็เลยได้สนทนากัน
ประธานธิดาก็เลยได้ชี้ให้พวกเพื่อนเราเห็นปัญหาที่สำคัญที่สุดในระยะ ปัจจุบันของสังคมไทยคือ ทุกคนต้องจำแนกแยกแยะให้ชัดเจนว่า "ปัจจุบัน ใครคือประชาชน ใครคือศัตรูของประชาชน ใครคือปฏิปักษ์ของประชาชน"
ประธานธิดาได้อธิบายชัดว่า มีฝ่ายนำของ พคท. บางคน ที่เห็นผิดเป็นชอบเห็นกงจักรเป็นดอกบัว พอวิเคราะห์สังคมไทยว่าเป็นทุนนิยม พวกเขาก็ถลำไปถือเอา ทักษิณ ชินวัตรเป็นศัตรูประชาชนเพราะถือว่าทักษิณเป็นทุนสามานย์
โดยที่พวกหัวหน้าคอมฯดังกล่าวโง่เง่าจนลืมเลือนหลักการพื้นฐานของตนเองว่า ความ ขัดแย้งที่สำคัญของทุกสังคมคือความขัดแย้งระหว่าง พื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ก้าวรุดไปข้างหน้าแล้วกับโครงสร้างส่วนบนที่ยังล้า หลังอยู่กับที่ ดังนั้นความขัดแย้งสำคัญของสังคมไทยคือความขัดแย้งระหว่าง "รากฐานทางเศรษฐกิจที่ก้าวรุดหน้าไปเป็นทุนนิยมแล้ว แต่โครงสร้างส่วนบนยังคงล้าหลังอยู่ในระบอบอำมาตยาธิปไตยทั้งทางการเมือง วัฒนธรรมสังคมและการศึกษา" ดังนั้นจึงต้องแก้ปัญหาโดยเปลี่ยนโครงสร้างส่วนบนคือโครงสร้างทางการเมือง สังคมวัฒนธรรมการศึกษาและกฏหมายให้เป็นเสรีประชาธิปไตยเพื่อให้สังคมไทยก้าว ไปข้างหน้า
พวกแกนนำคอมบางคนที่โง่เง่าดังกล่าว จึงตกไปเป็นเบี้ยล่างของ พธม. และพวกสนธิลิ้ม ถือว่า สนธิลิ้มเป็นศาสดาของพวกเขาอย่างโงหัวไม่ขึ้น แล้วพวกอำมาตย์ก็ใช้ ผรท. เป็นเครื่องมือที่พวกเขากระทำเอาตามใจชอบ เช่นในระยะที่อำมาตย์มีอำนาจไม่จำเป็นต้องใช้ ผรท. เป็นเครื่องมือ พวกเขาก็ไม่สนใจที่จะทำตามพันธกรณีของพวกเขา แต่พอพวกเขาเข้าตาจนก็หันหน้ามาหาและใช้ ผรท. เป็นเครื่องมือของพวกเขา ที่เห็นได้ชัดคือ พอ พล.อ.สุรยุทธ์ ขึ้นมาเป็น นรม. ก็มาหา ผรท. อีสานและเหนือทันทีแล้วก็ให้ผลประโยชน์จำนวนหนึ่ง เช่น ให้ผลประโยชน์กับ ผรท. ประมาณ 500 คนทั้งที่มี ผรท. ร่วมหมื่นคน หากสุรยุทธ์จริงใจในการช่วย ผรท. เขาต้องช่วยทั้งหมดซีครับ นี่เล่นเลี้ยงไข้ไว้ ช่วยเพียง 500 คน เพราะสุรยุทธ์กลัวว่า ผรท. จะมาเข้าข้างเสื้อแดง หรือเป็นกองกำลังของเสื้อแดงจึงรีบลนลานมาหาผรท.และเลือกปฏิบัติให้ความช่วย เหลือแค่ 500 คนที่เหลือไม่ให้ นี่แสดงให้เห็นธาตุแท้ที่ไม่จริงใจของเขา และต้องการสร้างความแตกแยกในหมู่ ผรท. และทิ้งปัญหาไว้ให้รัฐบาลชุดต่อไปได้ชัดเจน พวก ปชป. ก็ใช้ ผรท. ให้เป็นประโยชน์เช่นกัน ปชป. ก็แยกส่วนให้ความช่วยเหลือคล้ายกับ พล.อ.สุรยุทธ์ นั่นแหละ
ผมจึงถามอย่างตรงไปตรงมาว่า แล้วพวกเราจะยอมตกเป็นเบี้ยล่างพวกเขาไปตลอดหรือ เราจะยอมขายจิตวิญญาณอุดมการณ์อันสูงส่งของพวกเราที่ต่อสู้เพื่อความเท่า เทียมกันของคนไทยทุกคนเพื่อแลกกับเงินจำนวนไม่มากนักเท่านี้หรือ พวกเขาเองบอกชัดว่า "พวกผมไม่ใช่ขอทานครับ และพวกผมยังยืนหยัดที่จะต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกันของมนุษย์อีกต่อไปครับ" ผมบอกเพื่อน ผรท. ว่าหาก ทรยศอุดมการณ์ของตนเองไปรับใช้อำมาตย์เช่นกับที่เกิดกับ "ส.พิชิต" เพื่อน ผรท. ไม่เพียงแค่ทำลายตนเองเท่านั้นแต่เท่ากับว่าเป็นการทำลายประวัติการต่อสู้ ที่งดงามของบรรพชนของตนเองไปอย่างยับเยินเลยทีเดียว
เพื่อน ผรท. ตอบรับดีครับ และคาดว่า อาจจะมีการชุนนุม ผรท. จำนวนเรือนพันเรือนหมื่นในเวลาไม่นานข้างหน้านี้เพื่อยืนยันว่า ผรท. ที่แท้จริงยังคงเคียงข้างประชาชนไทยในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสังคมไทยที่ไม่มีการกดขี่ขูดรีดเหยียดชั้นแบ่งชนอีกต่อไปครับ