ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, July 20, 2012

ประเทศไทยอยู่ตรงไหน? ตอน งบประมาณประเทศไทยอยู่ตรงไหน?

ที่มา Thai E-News



 20 กรกฎาคม 2555
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ประเทศไทยอยู่ตรงไหน?
Infographic — งบประมาณประเทศไทยอยู่ตรงไหน?

การกระจายความเจริญโดยเฉพาะระบบ
สาธารณูปโภคพื้นฐาน (การคมนาคมขนส่ง การศึกษา การสาธารณสุข) ไปสู่ระดับภูมิภาคเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนั่นหมายถึงการเพิ่มรายได้ในส่วนภูมิภาค ลดภาระและค่าใช้จ่ายให้กับเมืองหลวงที่แออัด ลดความเสี่ยงเช่นในกรณีที่เกิดมหาอุทกภัยในปีที่แล้ว ช่วยยกระดับแรงงานของประเทศเนื่องจากประชากรส่วนมากของประเทศอาศัยอยู่นอกเมืองหลวง นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความเท่าเทียมกันและความเป็นธรรมในทางการเมืองอีกด้วย

ธนาคารโลก (World Bank) ได้จัดทำรายงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในประเทศไทย [1] ซึ่งมีข้อมูลการกระจายตัวของเงินงบระมาณไปยังภูมิภาคในเชิงเปรียบเทียบกับตัวเลขอื่นๆดังนี้

หากลองเปรียบเทียบให้เห็นง่ายๆจะได้ว่า

หากเราแทนประชากรในประเทศไทยด้วยคน 100 คน จะเป็นคนในแต่ละท้องที่ดังนี้
กรุงเทพ 17 คน
ภาคกลาง 17 คน
ภาคเหนือ 18 คน
ภาคอีสาน 34 คน
ภาคใต้ 14 คน

หากคนไทยทั้งประเทศทำงานสร้างเงินได้ 100 บาทต่อปี แต่ละภูมิภาคจะสร้างรายได้ดังนี
กรุงเทพ 26 บาท
ภาคกลาง 44 บาท
ภาคเหนือ 9 บาท
ภาคอีสาน 11 บาท
ภาคใต้ 10 บาท

ทุกๆ 100 บาทที่รัฐบาลนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ จะไปให้
กรุงเทพ 72 บาท
ภาคกลาง 7 บาท
ภาคเหนือ 7 บาท
ภาคอีสาน 6 บาท
ภาคใต้ 8 บาท

จะเห็นได้ว่า ยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่มากระหว่างภูมิภาค หากเราพิจารณารายได้ GDP ต่อประชากรแล้ว จะพบว่าทั้งกรุงเทพฯ และภาคกลางจะมีรายได้ต่อประชากรสูงมาก เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ทั้งนี้อาจเป็นเรื่องไม่แปลกใจนักหากเราคำนึงถึงบทความ“เงินร้อยบาทในกระเป๋าคุณมาจากไหน?” [2] ว่ารายได้กว่า 39% ของประเทศมาจากอุตสาหกรรมซึ่งมักจะอยู่ในส่วนภาคกลาง

หากเราพิจารณาส่วนของงบประมาณจากภาครัฐแล้ว จะพบว่าถึงแม้กรุงเทพฯ จะมีประชากร 17% ของประเทศ ทำรายได้ 26% ของ GDP ประเทศ แต่กลับได้รับงบประมาณถึงกว่า 72% ในทางกลับกันภาคอีสานที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศถึง 34% ทำรายได้ 11% แต่กลับได้รับงบประมาณเพียง 6% ของงบประมาณใช้จ่าย

นั่นแปลว่าไม่ว่าจะมองจากมิติของ GDP หรือมิติด้านจำนวนประชากร การจัดสรรงบประมาณรัฐยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่มาก ซึ่งหลักการจัดสรรงบประมาณอย่าง“เป็นธรรม” นั้นขึ้นกับหลักคิดพื้นฐานว่าอะไรคือความเท่าเทียม/ยุติธรรม

บางคนเชื่อว่าหากเราต้องการเห็นพัฒนาที่เท่าเทียมกันมากขึ่น เราควรช่วยเหลือภูมิภาคที่มี GDP น้อยให้มากขึ้น เพื่อให้ภูมิภาคเหล่านั้นสามารถพัฒนาโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เป็นเงื่อนไขสำคัญของความเจริญและการดึงดูดประชากร นอกจากนั้นสภาพงบประมาณที่ไม่สมสัดส่วนเช่นนี้มีแต่จะซ้ำเติมปัญหาการกระจุกตัวของความเจริญในกรุงเทพ ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงที่สูงมากหากเกิดภัยพิบัติ และยังจะยิ่งทำให้ต้นทุนการบริหารเมืองสูงขึ้นไปเรื่อยๆไม่สิ้นสุด (เมืองยิ่งแออัด ก็ยิ่งบริหารจัดการยาก ต้นทุนสูง)
ในทางกลับกัน บางคนอาจเชื่อว่าความเป็นธรรมหมายถึงการจัดสรรเงินให้พื้นที่ซึ่งสามารถ “เอาเงินไปต่อเงิน” ได้ดีกว่าเพื่อเพิ่ม GDP ให้มากขึ้นในภาพรวม (ซึ่งหมายถึงการสร้างงาน และการพัฒนาประเทศที่มากกว่าแบบแรก) อีกทั้งค่าครองชีพของเขตเมืองกับชนบทก็แตกต่างกัน การลงทุนพัฒนาระบบสาธารณูปโภคมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า (คมนาคม การศึกษา สาธารณสุข) ดังนั้นก็ย่อมเป็นธรรมดาที่เขตเมืองเช่น กทม. ย่อมสมควรได้รับงบประมาณมากกว่า

นิยามของ “ความเป็นธรรม” ดูจะเป็นสิ่งทีสังคมไทยต้องถกเถียงค้นหาคำตอบร่วมกันต่อไป แต่ที่แน่ๆคือปัญหาการกระจุกตัวของเมืองใหญ่อย่าง กทม. นั้นคือระเบิดเวลาที่รอการแก้ไขอย่างจริงจังและมีแต่จะย่ำแย่ลงทุกปี

อ้างอิง

[1] Overview Paper : Improving Service Delivery In Thailand – A Public Finance Management Review
[2] เงินร้อยบาทในกระเป๋าคุณมาจากไหน?

********
สำหรับผู้ที่สนใจรู้จักกับ "ประเทศไทยอยู่ตรงไหน? "

บทสัมภาษณ์ทีมงานจากคอลัมน์ ที่เห็นและเป็นอยู่ : เนชั่นสุดสัปดาห์


เกี่ยวกับเรา


ประเทศไทยอยู่ตรงไหน?