ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, July 18, 2012

นายกฯเยือนเยอรมนี-ฝรั่งเศสหารือด้านการค้า

ที่มา Voice TV



นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะเดินทางไปเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและ ฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ในระหว่างวันที่ 17- 21 กรกฎาคม หารือเพื่อเพิ่มความสัมพันธ์ด้านการค้าการลงทุน และรับฟังสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจในภูมิภาคยุโรป เพื่อนำกลับมาเตรียมความพร้อมรับมือ หากเกิดผลกระทบกับประเทศไทย


นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และคณะผู้ติดตาม เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เดินทางไปเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีอย่างเป็นทางการ ในระหว่างวันที่ 17- 19 กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นประเทศแรกของการเยือนภูมิภาคยุโรป ในโอกาสที่ไทยกับเยอรมนีกำลังฉลองวาระครบรอบ 150 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ในปี 2555 โดยนายกรัฐมนตรีจะพบหารือกับนางอังเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีหญิงของเยอรมัน ต่อการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจยุโรป และย้ำบทบาทของไทยในฐานะหุ้นส่วนที่พร้อมสนับสนุนเยอรมนีซึ่งกันและกันได้ เพื่อการเติบโตไปพร้อมกัน

จากนั้นระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม นายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ เพื่อมุ่งเน้นการกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีกับฝรั่งเศสในฐานะหุ้นส่วนทาง ยุทธศาสตร์ ในการหารือกับนายฟรองซัวส์ ออลองด์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส จะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับวิกฤติที่เกิดขึ้น แนวโน้ม และนโยบายของฝรั่งเศสต่อการแก้ปัญหา และตอกย้ำความร่วมมือทวิภาคี เช่น การหาแนวทางเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุน การขจัดปัญหาอุปสรรคต่างๆ และการสนับสนุนบทบาทที่สร้างสรรค์ของฝรั่งเศสในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ เช่น การเข้าร่วมในโครงการพัฒนาเครือข่ายในภูมิภาค

อย่างไรก็ตามในการเดินทางไปเยือนเยอรมันและฝรั่งเศสครั้งนี้ รัฐบาลจะนำภาคเอกชนไทยจาก 5 สาขาที่มีการค้าและการลงทุนอยู่ในภูมิภาคยุโรป และมีแผนการขยายการลงทุน ได้แก่ สาขาเกษตรอาหาร อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ สาขาพลังงาน แฟชั่น และการแพทย์ ร่วมคณะเดินทางเยือนด้วย เพื่อผลักดันกลไกความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและเอกชนให้มากยิ่ง ขึ้น เพราะทั้ง 2 ประเทศถือเป็นประเทศที่สำคัญในภูมิภาคยุโรปที่มีมูลค่าการค้าการลงทุนสูง และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือกับไทยในภูมิภาค
17 กรกฎาคม 2555 เวลา 17:01 น.