WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, September 29, 2012

นายกรัฐมนตรีมาเลเซียทุ่มงบประมาณปูพรมก่อนเลือกตั้ง

ที่มา ประชาไท

 
นายกรัฐมนตรีมาเลเซียอภิปรายงบประจำปี 56 ตั้งงบไว้ 2.29 ล้านล้านบาท ขาดดุล 4% พร้อมมาตรการอัดฉีดก่อนศึกเลือกตั้ง ทั้งแจกโบนัส ขรก. เพิ่มเบี้ยเลี้ยงทหาร ลดภาษี แจกเงินครัวเรือน-นักเรียน คืนเงิน 1,800 บาทเมื่อซื้อสมาร์ทโฟน ขณะที่หนี้ภาครัฐแตะ 4.57 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์
เย็นวานนี้ (28 ก.ย.) นาจิป ราซัก (Najib Razak) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้แถลงสรุปงบประมาณประจำปี 2013 (พ.ศ. 2556) ที่สภา โดยมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ โดยการอภิปรายดังกล่าวเปรียบเสมือนมาตรวัดความไว้วางใจของรัฐบาล
ทั้งนี้เป็นการแถลงงบประมาณประจำปี ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 13 ที่จะมีการเลือกตั้งภายในเดือนมิถุนายนปีหน้า หากไม่มีการยุบสภาเสียก่อน โดยในปัจจุบัน นาจิปและพรรคร่วมรัฐบาล "แนวร่วมแห่งชาติ" (Barisan Nasional) ซึ่งครอง 140 ที่นั่งในสภาจาก 222 ที่นั่ง กำลังเผชิญความท้าทายจากพรรคฝ่ายค้าน "ภาคีประชาชน" (Pakatan Rakyat) ซึ่งนำโดยอดีตรองนายกรัฐมนตรีอย่างอันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) ซึ่งในการเลือกตั้งเมื่อปี 2551 ที่ผ่านมา พรรคฝ่ายค้านสามารถเพิ่มที่นั่งได้มากขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการถึง 82 ที่นั่ง และปกครองรัฐบาลท้องถิ่น 4 รัฐจาก 13 รัฐในมาเลเซีย

นายกรัฐมนตรีมาเลย์อ้างประชาชนเลือกมาเป็นรัฐบาล 12 รอบ เป็นตัวชี้วัดว่ารัฐบาลทำถูกต้อง
โดยนายกรัฐมนตรีนาจิป ราซัก เริ่มอภิปรายว่า "55 ปีที่ผ่านมา ประชาชนมาเลเซียให้ความไว้วางใจต่อรัฐบาลเดียวในการพัฒนาประเทศมาโดยตลอด เราขอขอบคุณในความไว้วางใจนี้ เราจะไม่ทรยศประชาชน ขณะเดียวกันก็จะตอบแทนความไว้วางใจที่ได้รับอย่างเพิ่มทวี"
รัฐบาลนี้ไม่เคยสัญญาว่าจะให้พระจันทร์ ดวงดาว หรือแกแลกซี่ เราไม่เคยวาดภาพสวยงามที่อยู่บนพื้นฐานของความคิดปรารถนาดี แต่ในฐานะของรัฐบาลที่มีความรับผิดชอบ เรายังคงพูดแต่ความจริงที่อาจไม่น่าพอใจ
"เราไม่เคยชักนำประชาชนด้วยนิยายเหลือเชื่อ ในทางกลับกันเราหาทางออกและความเป็นผู้นำที่ดีให้กับทุกปัญหาที่ประชาชนเผชิญ"
"การบริหารประเทศที่มีความซับซ้อนหลากหลายทางเชื้อชาติอย่างมาเลเซียไม่ ใช่สิ่งง่าย จำเป็นต้องมีความจริงใจและมีปัญญา เพราะคนมาเลเซียมีวิสัยทัศน์มากๆ ในทางข้อเท็จจริง ประชาชนได้ลงมติให้รัฐบาลพรรคเดียวมาเป็นเวลา 12 ครั้งนับตั้งแต่ปี 1959 (พ.ศ. 2502) เป็นตัวชี้วัดว่ารัฐบาลทำในสิ่งที่ถูกต้อง
"ความไว้วางใจที่ดำรงอยู่ระหว่างประชาชนกับรัฐบาลจะไม่หักสลายไม่ว่าความ หลอกลวงจะแข็งขันอย่างไร ในความปรารถนาดีนี้ งบประมาณที่ข้าพเจ้าจะแจกแจงนี้จะเป็นเหมือนการตอบแทนสำนึกบุญคุณต่อชาว มาเลเซียทั้งมวลที่ได้มอบความไว้วางใจให้กับพวกเรามาเป็นเวลายาวนาน"

ตั้งงบ 2.5 แสนล้านริงกิต ขาดดุลร้อยละ 4 - หนี้ต่อ GDP สูงสุดเป็นประวัติการณ์
โดยนายกรัฐมนตรีมาเลเซียแถลงว่าจะใช้งบประมาณในปีงบประมาณ 2556 ทั้งสิ้น 251,600 ล้านริงกิต (2.29 ล้านล้านบาท) ใช้จ่ายมากกว่าปีงบประมาณ 2012 อยู่ 19,600 ล้านริงกิต (1.78 แสนล้านบาท) สำหรับงบประมาณแบ่งเป็นงบประมาณด้านการดำเนินงาน 201,900 ล้านริงกิต และงบประมาณด้านการพัฒนา 49,700 ล้านริงกิต
โดยในปีงบประมาณ 2556 รัฐบาลมาเลเซียพยายามลดการขาดดุลงบประมาณลง เหลือขาดดุลคิดเป็นร้อยละ 4 ของรายได้ที่จัดเก็บ ซึ่งลดลงร้อยละ 0.5 จากปีนี้ที่ขาดดุลร้อยละ 4.5 และจะพยายามลดไปให้เหลือร้อยละ 3 ในปี 2558
ขณะเดียวกันปีนี้รัฐบาลกลางมาเลเซียมีสัดส่วนหนี้ต่อ GDP สูงสุดนับในช่วงทศวรรษที่ 1990 โดยมีหนี้สาธารณะอยู่ 502,400 ล้านริงกิต (4.57 ล้านล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 53.7 (ดูอินโฟกราฟิกจาก Malaysiakini ที่นี่)

อันวาร์ อิบราฮิม จวกนายกรัฐมนตรีไม่แตะเรื่องงบประมาณขาดดุลขยายตัว และธุรกิจผูกขาด
ด้านนายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน อภิปรายในสภาว่า การประกาศงบประมาณดูเหมือนจะเป็นสิ่งน่าดึงดูดใจ แต่ก็แฝงเรื่องการเลือกตั้งอยู่เป็นส่วนผสมเล็กน้อย ปัญหาพื้นฐานของประเทศก็คือ กลุ่มอุปถัมภ์ที่่ร่ำรวยและครอบครัวสะสมกำไรนับพันล้านริงกิต ผ่านวิธีการที่ไม่เหมาะสมและไม่ถูกตรวจสอบ ซึ่งรวมไปถึงการผูกขาดธุรกิจผู้ผลิตพลังงานอิสระ และหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยที่เราได้เห็นการประกาศอย่างหนักแน่นว่าจะประกันผลประโยชน์สาธารณะ ทั่วไปของมาเลเซีย แต่นาจิปก็ล้มเหลวในเรื่องนี้ เขาไม่กล้าหาญที่จะอภิปรายในเรื่องการผูกขาด
นอกจากนี้อันวาร์ อิบราฮิมยังอภิปรายในเรื่องที่นายรัฐมนตรีไม่ได้พิจารณาในเรื่องสถานการณ์ ทางเศรษฐกิจและงบประมาณขาดดุลที่ขยายตัวมากขึ้นด้วย

กางงบประมาณมาเลเซีย 2013 ผุดมาตรการส่งเสริม – อัดฉีด กระตุ้นเศรษฐกิจ
สำหรับงบประมาณประจำปี 2556 ของมาเลเซีย กระทรวงการคลังได้งบประมาณมากที่สุดคือตกราว 4 หมื่นล้านริงกิต รองลงมาคือกระทรวงศึกษาธิการ 3.8 หมื่นล้านริงกิต กระทรวงสาธารณสุข 1.8 หมื่นล้านริงกิต สำนักนายกรัฐมนตรี 1.7 หมื่นล้านริงกิต กระทรวงกลาโหม 1.5 หมื่นล้านริงกิต กระทรวงการศึกษาขั้นสูง 1.3 หมื่นล้านริงกิต กระทรวงมหาดไทย 1 หมื่นล้านริงกิต และกระทรวงอื่นๆ
ในด้านรายละเอียด มีหลายโครงการที่เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น ตั้งงบประมาณ 1 พันล้านริงกิต  เป็นงบพัฒนากิจการ SME กองทุนสำหรับผู้ค้ารายย่อย และรัฐบาลจะจ่ายเงินอุดหนุนส่วนที่เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 2 ให้กับผู้ที่กู้เงินจากกองทุนกู้ยืมสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่กู้มาในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 100,000 ริงกิต
มาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ตั้งเป้าให้มีจำนวนนักท่อง เที่ยว 26.8 ล้านคน โดยจะยกเว้นการเก็บภาษี 3 ปีสำหรับบริษัทนำเที่ยวที่สามารถดึงจำนวนลูกค้าในประเทศ 1,500 คน และมีลูกค้าต่างประเทศ 750 คน

จ่ายเบี้ยเลี้ยง 200 ริงกิตต่อเดือนสำหรับชาวประมง ตั้งงบอุดหนุนการเพาะปลูก
ด้านการเกษตร นายกรัฐมนตรีมาเลเซียแถลงว่าเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร รัฐบาลจะจ่ายเบี้ยเลี้ยง 200 ริงกิตต่อเดือนสำหรับชาวประมง และใช้งบประมาณ 2.4 พันล้านริงกิต เพื่อช่วยชาวนาลดต้นทุนในการปลูกข้าว โดยจะจ่ายเงินอุดหนุนพื้นที่เพาะปลูก อุดหนุนค่าปุ๋ย อุดหนุนการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูก และอุดหนุนราคาข้าว และสนับสนุนเมล็ดพันธุ์คุณภาพสูง
รัฐบาลมาเลเซียจะยังคงจ่ายอุดหนุนราคาน้ำตาล  0.2  ริงกิตต่อกิโลกรัม ทำให้ราคาขายอยู่ที่ กิโลกรัมละ 2.5 ริงกิต ในเขตคาบสมุทรมลายา และกิโลกรัมละ 2.6 ริงกิตในรัฐซาบาห์และรัฐซาราวักที่เกาะบอร์เนียว

ตั้งงบปรับปรุงสาธารณูปโภคในโรงเรียน และจ่ายเงินอุดหนุนการปลดระวางรถรับส่งนักเรียนรุ่นเก่า
ด้านการศึกษา ตั้งงบ 1 พันล้านริงกิต เพื่อปรับปรุงสาธารณูปโภคในโรงเรียน งดเว้นภาษี 5 ปี สำหรับผู้ประกอบกิจการโรงเรียนอนุบาล เพิ่มเบี้ยเลี้ยงคิดเป็นงบประมาณทั้งสิ้น 500 ล้านริงกิต เพื่อพัฒนาครูผู้สอนในวิชาหลักได้แก่ภาษามลายู ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์
มีการออกมาตรการปลดระวางรถรับส่งนักเรียนที่มีสภาพเก่า โดยนายกรัฐมนตรีมาเลเซียแถลงว่า เนื่องจากห่วงใยความปลอดภัยของนักเรียนที่โดยสารรถรับส่งนักเรียน ซึ่งรถรับส่งนักเรียนหลายคันอยู่ในสภาพย่ำแย่ ผู้ประกอบการไม่สามารถจ่ายค่าบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้น และรถก็หมดอายุการใช้งานแล้ว รัฐบาลจึงจะจ่ายเงินชดเชย 10,000 ริงกิต และจ่ายอุดหนุนดอกเบี้ยร้อยละ 2 สำหรับการกู้เงินเพื่อซื้อรถโรงเรียนขนาดระหว่าง 12 - 18 ที่นั่ง คันใหม่ เพื่อแทนที่รถโรงเรียนคันเก่าที่มีอายุการใช้งาน 25 ปีขึ้นไป
ในด้านส่งเสริมการวิจัย มีการตั้งงบประมาณ 600 ล้านริงกิต เป็นกองทุนวิจัยและการพัฒนาสำหรับมหาวิทยาลัย 5 แห่งโดยมุ่งเน้นเรื่องนาโนเทคโนโลยี วิศวกรรมยานยนต์ เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีอวกาศ  และออกมาตรการงดเว้นภาษีให้กับการลงทุนเพื่อการวิจัยและการพัฒนา ตั้งงบอุดหนุน 2 พันล้านริงกิตสำหรับเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สร้างคลินิกเพิ่ม พัฒนาชนบท ติดตั้งไฟฟ้า ประปาหลายหมื่นครัวเรือน
ด้านการพัฒนาชนบท มีการตั้งงบประมาณ 88 ล้านริงกิตสำหรับการพัฒนาชุมชนชาวโอรัง อัสลี (ชาวซาไก) สร้างแท็งก์น้ำ 40,000 แห่งในรัฐซาบาห์ และรัฐซาราวัก ซึ่งอยู่ห่างไกลบนเกาะบอร์เนียว ติดตั้งไฟฟ้าสำหรับ 19,000 ครัวเรือน และติดตั้งประปา 24,000 ครัวเรือน จะตัดถนนในพื้นที่ชนบทเป็นระยะทางรวม 441 กิโลเมตร
ด้านสาธารณสุข ตั้งงบประมาณ 100 ล้านริงกิต เพื่อปรับปรุงคลินิกของรัฐบาล 350 แห่ง เปิดคลินิก "Klinik 1Malaysia" เพิ่มอีก 70 แห่ง ทำให้มีจำนวนรวมทั่วประเทศเป็น 240 แห่ง
นอกจากนี้จะมีการสร้างศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์ 100 แห่ง ภายในปี 2558 ใช้งบประมาณ 150 ล้านริงกิต

ส่งเสริมแม่เลี้ยงเดี่ยวเป็นผู้ประกอบการ และโครงการสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยเพิ่มรายได้
ด้านกิจการส่งเสริมสตรี ครอบครัว และชุมชน นายกรัฐมนตรีมาเลเซียแถลงว่า จะมีโครงการส่งเสริมแม่เลี้ยงเดี่ยว ให้ปรึกษาและอบรมแม่เลี้ยงเดี่ยวเป็นผู้ประกอบการ ตั้งงบประมาณ 50 ล้านริงกิต สำหรับโครงการธุรกิจออนไลน์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะสตรี เพื่อใช้ธุรกิจออนไลน์เพิ่มยอดขาย โดยจะให้ทุน 1,000 ริงกิต
ตั้งงบประมาณ 1.2 พันล้านริงกิต ในโครงการ "1Malaysia Welfare Programe" ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสตรี ครอบครัว และชุมชน เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ เด็ก และแรงงานพิการ โดยเฉพาะผู้ป่วยเรื้อรัง ตั้งงบประมาณ 400 ล้านริงกิตสำหรับโครงการ "1Azam" เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้สามารถเพิ่มรายได้
นอกจากนี้จะเพิ่มศูนย์ดูแลอีก 6 แห่ง สำหรับผู้สูงอายุ เด็กข้างถนนและผู้ที่ต้องการที่พักชั่วคราว และสร้างโรงพยาบาลที่เมืองอีโปสำหรับผู้ป่วยยากจน

สร้างที่อยู่อาศัยชานเมืองกัวลาลัมเปอร์ 1.23 แสนยูนิต
งบประมาณด้านที่อยู่อาศัย จะสร้างที่อยู่อาศัย 123,000 ยูนิต ในพื้นที่ชานเมืองทางตะวันตกและทางใต้ของกัวลาลัมเปอร์ ส่วนโครงการบ้านหลังแรก ผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการต้องมีรายได้ขั้นต่ำระหว่าง 3,000 ถึง 5,000 ริงกิต และสำหรับคู่สมรสจะต้องมีรายได้รวมกันไม่เกิน 10,000 ริงกิต โดยจะสามารถซื้อบ้านที่มีราคาไม่เกิน 400,000 ริงกิต
ส่วนภาษีที่อยู่อาศัย ในสองปีแรกจะเก็บร้อยละ 15 ของมูลค่าและ ที่อยู่อาศัยที่ซื้อมาแล้ว 2-5 ปี จะเก็บภาษีร้อยละ 10 ของมูลค่า และไม่มีการเก็บภาษีที่อยู่อาศัยอีกหลังจากซื้อมาแล้ว 5 ปี

ออกซุปเปอร์ประชานิยม แจกเงินช่วยเหลือก่อนเลือกตั้ง
ขณะเดียวกัน  ก็มีมาตรการ “ซุปเปอร์ประชานิยม” ทิ้งทวนก่อนถึงการเลือกตั้งทั่วไปที่มาถึง  สำหรับครอบครัวที่มีรายได้รวมกันไม่เกิน 3,000 ริงกิตต่อเดือน จะได้รับเงินช่วยเหลือ 500 ริงกิต และสำหรับผู้ที่มีอายุ 21 ขึ้นไป ยังไม่ได้แต่งงาน และมีรายได้ไม่ถึง 2,000 ริงกิตต่อเดือน จะได้รับเงินช่วยเหลือ 250 ริงกิต โดยจะจ่ายให้ในต้นปี 2556 โดยมาตรการจ่ายเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่านี้ คล้ายกับที่นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ลี เซียน ลุง เน้นย้ำมาตรการช่วยเหลือในถ้อยแถลงเนื่องในวันชาติสิงคโปร์เมื่อ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา (ลิ้งที่เกี่ยวข้อง)
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียยังออกมาตรการลดค่าโดยสารรถไฟชานเมือง (Komuter) ลงครึ่งราคา สำหรับผู้มีรายได้น้อยกว่า 3,000 ริงกิตต่อเดือน และจ่ายเงินคืน 200 ริงกิต ให้ผู้ที่มีอายุระหว่าง 21 ถึง 30 ปีที่ซื้อโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน และจะตรวจมะเร็งเต้านมฟรีสำหรับสตรีที่อายุ 40 ปีขึ้นไป หรือคิดเป็นมูลค่า 25,000 ริงกิต

จ่ายโบนัสเดือนครึ่งให้ข้าราชการ เพิ่มเบี้ยเลี้ยงทหาร 200 ริงกิต
โดนมาเลเซีย ประเทศซึ่งมีข้าราชการ 1.4 ล้านคน อันเป็นสัดส่วนข้าราชการต่อประชากรสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น นายกรัฐมนตรีมาเลเซียแถลงว่าจะมีการจ่ายโบนัสให้กับข้าราชการ 1 เดือนครึ่ง โดยใช้วิธีทยอยจ่าย 3 งวด ได้แก่สิ้นสุดเดือนรอมฎอนที่ผ่านมา 1 งวด สิ้นเดือนธันวาคม 1 งวด และเดือนมกราคมปีหน้า อีก 1 งวด
สำหรับข้าราชการในกองทัพ จะมีการเพิ่มเบี้ยเลี้ยงพิเศษสำหรับทหารประจำการเป็นคนละ 200 ริงกิตต่อเดือน มีการตั้งเบี้ยเลี้ยงแบบจ่ายงวดเดียว 1 พันริงกิตต่อรายให้กับทหารผ่านศึกจำนวน 224,000 นาย ที่รับราชการมาแล้ว 21 ปี และจะเพิ่มเบี้ยเลี้ยงให้ทหารกองหนุน จากเดิมชั่วโมงละ 4 ริงกิต เป็นชั่วโมงละ 7.8 ริงกิต  นอกจากนี้มีการตั้งงบประมาณตัดเครื่องแบบใหม่ให้กับหน่วยอาสาสมัครพลเรือน (RELA Corp) 300,000 คน

ออกมาตรการผ่อนคลายทางภาษี คืนภาษี และลดอัตราภาษีลงร้อยละ 1
สำหรับมาตรการภาษี นายกรัฐมนตรีมาเลเซียแสดงความกังวลต่อค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นและรายการภาษี ที่ประชาชนต้องจ่าย จึงมีการออกมาตรการผ่อนคลายภาระทางภาษี 20 รายการ และมาตรการคืนภาษี 2 รายการ ซึ่งจะทำให้มีผู้ที่ถึงเกณฑ์จ่ายภาษีอยู่ที่ 1.7 ล้านคน จากจำนวนประชากรวัยทำงานทั้งประเทศ 12 ล้านคน โดยมาตรการสำคัญคือจะลดอัตราภาษีเงินได้ลงร้อยละ 1 สำหรับผู้ต้องจ่ายภาษีเงินได้ระหว่าง 2,500 ริงกิต ถึง 50,000 ริงกิต และมาตรการลดภาษีสำหรับสหกรณ์ ประมาณจะลดลงอยู่ระหว่างร้อยละ 1 ถึง ร้อยละ 7 โดยนายกรัฐมนตรีมาเลเซียกล่าวว่าจะทำให้สมาชิกสหกรณ์ในประเทศ 7 ล้านคน ได้รับประโยชน์และเป็นส่งเสริมกิจการสหกรณ์

เด็กเล็กได้เงินช่วยเหลือ 100 ริงกิต เด็กโตได้คูปองซื้อหนังสือ 250 ริงกิต และส่วนลดเงินกู้เพื่อการศึกษา
ในด้านการลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา จะตั้งงบประมาณ 2.6 พันล้านริงกิต เพื่อช่วยเหลือด้านสวัสดิการสำหรับนักเรียน เพื่อเป็นค่าอาหาร ตำราเรียน ค่าธรรมเนียมเบ็ดเตล็ดของนักเรียน และตั้งงบประมาณไว้ 540 ล้านริงกิต เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับนักเรียนโรงเรียนประถมและมัธยมทุกคน รายละ 100 ริงกิต หรือจะมีนักเรียน 5.4 ล้านคนทั่วประเทศที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้
นอกจากนี้รัฐบาลจะดำเนินนโยบายบัตรกำนัลสำหรับซื้อหนังสือ "1Malaysia Book Voucher" สำหรับนักเรียนที่เรียนในระดับวิทยาลัยและเตรียมอุดมศึกษา โดยจะเพิ่มมูลค่าของบัตรกำนัลจาก 200 ริงกิต เป็น 250 ริงกิต สำหรับนักเรียน 1.3 ล้านคน หรือคิดเป็นงบประมาณทั้งสิ้น 325 ล้านริงกิต
ผู้ที่สามารถชำระเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา จากกองทุนการศึกษาขั้นสูงแห่งชาติ (PTPTN) ได้ทั้งหมดที่กู้ยืมมา จะได้รับส่วนลดร้อยละ 20 ของจำนวนที่ต้องชำระ ทั้งนี้จะต้องชำระคืนระหว่างวันที่ 1 ต.ค. นี้ ถึง 30 ก.ย. 56 ส่วนผู้ที่ชำระเงินกู้ยืมอย่างสม่ำเสมอทุกงวดจะได้รับส่วนลดร้อยละ 10

ที่มา: แปลและเรียบเรียงจาก
Dato' Sri Mohd Najib Tun Haji Abdul Razak Perdana Menteri Malaysia, The 2013 Budget Speech, Office of the Prime Minister of Malaysia, 28 September 2012  http://www.pmo.gov.my/?menu=speech&news_id=628&page=1676&speech_cat=2
Anwar: Budget fails to address cronyism, monopolies, 7.59PM Sep 28, 2012, Malaysiakini http://www.malaysiakini.com/news/210235
Budget 2013 at a glace, Azlan Zamhari, Keuk Ser Kuang Keng, Prasadh Michael Rao and Denise Ch'ng, Malaysiakini http://www.malaysiakini.com/news/210177