ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, September 27, 2012

หกปีรัฐประหาร ประสบการณ์ขั้นใหม่ของการต่อสู้ของประชาชนไทย

ที่มา uddred

 Facebook อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ 27 กันยายน 2555 >>>


เหลียวหลังไปดูอดีตพัฒนาการการต่อสู้ของประชาชนไทย ถ้าเราไม่นับการต่อสู้ของพรรคที่ต่อสู้นอกระบบและใช้การต่อสู้ด้วยอาวุธ อย่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยแล้ว หลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมา การต่อสู้ของประชาชนไทยได้พัฒนายกระดับขึ้นสู่คุณภาพใหม่ที่แตกต่างจากใน อดีตอย่างชัดเจน การต่อสู้ของประชาชนหลังรัฐประหาร 2549 จึงมีฐานะทางประวัติศาสตร์ใหม่
1. เป็นการต่อสู้ที่มุ่งมั่นเพื่อเปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครองของสังคมไทย จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชที่ปัจจุบันอยู่ในระยะของระบอบอำมาตยาธิปไตย ในฉายาประชาธิปไตย เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขที่อำนาจเป็นของ ประชาชนไทยแท้จริง เปิดเผย ตรงไปตรงมา (แม้จะมีคนใส่ร้ายป้ายสีบิดเบือนว่าเราจะเปลี่ยนให้เป็นสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีแทนพระมหากษัตริย์) ในอดีตนั้นไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ในยุค 14 ตุลา, พฤษภา 35 ที่มีการลุกขึ้นสู้ล้วนเป็นการขับไล่เผด็จการทหารเท่านั้น
2. เป็นการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ จึงถือเป็นเรื่องยากในการต่อสู้และการรักษาขบวนการ การรักษาองค์กรการต่อสู้ การพัฒนาองค์กร และพัฒนาการต่อสู้ นี่เป็นประสบการณ์ใหม่ของขบวนการประชาชนเช่นกัน เพราะปกติจะเป็นการลุกขึ้นรวมตัวต่อสู้เพียงสั้น ๆ แล้วเลิกกันไป นี่เพราะเรามีเป้าหมายระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว โจทย์ข้อนี้จึงเป็นโจทย์ใหม่ขององค์กร นปช.
3. การจัดการบริหารองค์กรและขบวนการที่มีจำนวนผู้ร่วมเคลื่อนไหวมากที่สุด ตั้งแต่ผู้ปฏิบัติงาน แกนนำทุกระดับที่มีความหลากหลาย มวลชนแนวหน้า มวลชนสนับสนุน นี่เป็นประสบการณ์ใหม่ที่มีความยากลำบากอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีความหลากหลายทั้งในกลุ่มเสื้อแดง กลุ่มนักการเมือง กลุ่มผู้ฉวยโอกาสหาผลประโยชน์ และการแทรกแซงเข้ามาปะปนในหมู่มวลชนและแกนนำจากฝั่งปฏิปักษ์ ต่อการเคลื่อนไหวของประชาชนรวมทั้งหน่วยงานความมั่นคงและพวกที่มีความเชื่อ ในการต่อสู้ต่าง ๆ กัน มุ่งหวังลดทอนกำลังการจัดตั้งองค์กรคนเสื้อแดงอันรวมศูนย์การทำลายมาที่ นปช. แกนนำ นปช. เพื่อแย่งชิงมวลชน นอกจากนี้บางกลุ่มแสดงตัวเป็นคนของพรรคของรัฐบาลทำองค์กรใหม่ซ้อนองค์กร นปช. (จัดตั้งซ้อนจัดตั้ง) มวลชนจึงสับสน
4. เนื้อหาและเป้าหมายการต่อสู้ไม่ใช่ต่อต้านรัฐประหารโดยกองทัพเท่านั้น แต่ช่วงเวลาการต่อสู้ที่ยืดเยื้อนี้ยังเป็นการต่อสู้ผลพวงการรัฐประหารและ ยังเป็นความต่อเนื่องของการทำรัฐประหารโดยกองทัพ เป็นการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม เรียกร้องให้ทำความจริงให้ปรากฏ เพื่อให้ประเทศนี้มีนิติรัฐ นิติธรรม หลังปราบปรามเข่นฆ่าประชาชน จับกุมคุมขัง ประชาชนยังสู้ไม่ถอย แต่เปลี่ยนจากการถูกไล่ฆ่าไล่ยิง มาถูกพิฆาตด้วยกระบวนการยุติธรรม มิหนำซ้ำคณะกรรมการอิสระเพื่อค้นหาความเป็นจริงเพื่อการปรองดอง (คอป.) ยังมาฆ่าซ้ำด้วยการทำลายเกียรติยศศักดิ์ศรีของผู้ชุมนุมและคนเสื้อแดง นี่จึงเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ต่อเนื่องหลังรัฐประหาร 2549 มาเป็นลำดับ
เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ปัจจุบันเป็นการต่อสู้ให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 ให้ได้รัฐธรรมนูญใหม่ที่ร่างโดยประชาชน เพื่อประชาชน นี่เป็นส่วนสำคัญในยุทธศาสตร์ปัจจุบันคือต่อสู้เพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญ ตัวบทกฎหมายอื่นและองค์กรจากผลพวงรัฐประหาร เราจึงเสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 291 จากประชาชนและยื่นถอดถอนตุลาการรัฐธรรมนูญ ทั้งสองเรื่องนี้แม้ไม่ได้ผลตามกฎหมายเพราะวุฒิสมาชิกคงไม่ถอดถอน แต่เราต้องการแสดงออกถึงความคิดและประชามติต่อระบบตุลาการตามรัฐธรรมนูญฉบับ นี้ สำหรับร่างกฎหมายปรองดองและร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีฉบับ นปช. และฉบับพรรคเพื่อไทย แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ใกล้ชิดกัน ต่างคนต่างทำ นปช. ต้องแก้ปัญหาด้วยการส่งร่าง นปช. ไปประกบของพรรคถึงโหวตจะแพ้ก็ตาม เพราะพรรคเพื่อไทยคงไม่เข้าใจความคิดของประชาชนคนเสื้อแดงดีพอและไม่ประสาน งานอย่างเป็นระบบ ดังนั้นขั้นตอนการต่อสู้ในระยะเวลานี้จึงเป็นเวลาของปัญญาชน ชนชั้นกลางจะมีบทบาทสูงในเวทีการต่อสู้ เพราะจะเป็นการต่อสู้ในเวทีความคิด หลักการ เหตุผล ข้อมูลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์มาหักล้างกัน จะปรากฎกลุ่มปัญญาชน, องค์กรของผู้รักความเป็นธรรม นักกฎหมายที่รักความเป็นธรรมและมีจุดยืนอยู่ที่ประชาชนมากขึ้นเรื่อย ๆ กำลังของปัญญาชนผู้รักความเป็นธรรมเหล่านี้จะมีบทบาทนำ ดังเช่น กลุ่ม ศปช. ศูนย์ข้อมูลประชาชน ที่ผลิตเอกสารนับพันหน้า ถือเป็นกลุ่มนักวิชาการที่นปช.และขบวนการประชาชนต้องยกย่องสรรเสริญไว้ ณ ที่นี้ นอกจากนั้นกลุ่มอื่น ๆ เช่น กลุ่มนิติราษฎร์ นักวิชาการกฎหมายอิสระ ก็จะทำให้การต่อสู้ของประชาชนน่าเชื่อถือในหมู่ชนชั้นกลางและปัญญาชนอื่น ๆ
5. การต่อสู้ทางความคิดและอุดมการณ์จารีตนิยมที่ครอบงำสังคมไทย ชนชั้นนำจารีตนิยมไทยสร้างวาทะกรรมและคำอธิบายรวมทั้งนิยายหลายชุดความคิด ที่ทำให้คนไทยทั้งสังคมติดหล่มจมปลัก พัฒนาไปไม่ได้ โดยทำให้เข้าใจว่าระบอบอำมาตยาธิปไตยคือระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ เหมาะสมกับสังคมไทย กลไกรัฐสำคัญต้องอยู่ในมือเครือข่ายระบอบอำมาตย์ และอธิบายเหตุผลต่อไปว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะชนชั้นนำจารีตนิยมคือเทพท่าม กลางคนส่วนใหญ่ที่ถูกประณามว่าเป็นอสูรตัวร้าย เทพจึงต้องเป็นผู้ปกครองเพราะเป็นคนดีมีจริยธรรม มีคุณธรรม นี่เป็นคำอธิบายที่ใช้สร้างความชอบธรรมในการเป็นผู้ปกครองที่ไม่ยอมคืนอำนาจ ให้กับประชาชน และการสร้างบทบาทผู้ร้ายถาวรให้กับนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งว่ามา เพราะแจกเงิน เมื่อเข้ามาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหารก็ต้องถอนทุนคืน หาเงินใหม่ คอรัปชั่นเชิงนโยบาย โกงกิน ทำให้คนชั้นกลาง ปัญญาชนรังเกียจ เกลียดชัง การเข้ามาสู่วงการเมืองกลับกลายเป็นเรื่องเลวแทนที่จะเป็นเรื่องดี ๆ
6. นี่เป็นระยะเวลาที่ถูกกระทำจากรัฐประหารต่อเนื่อง ยังมีผู้ถูกจองจำในคุกทั้งประชาชนและแกนนำทุกระดับ ผู้เข้าร่วมชุมนุมถูกฟ้องในข้อหาผู้ก่อการร้าย หลายคนถูกจองจำ ถูกตัดสินคดี 20 ถึง 30 ปี ประชาชนถูกฆ่ายังไม่อาจเอาผิดกับใครได้ คนบาดเจ็บ 2,000 กว่าคน คนถูกจับดำเนินคดีกว่า 1,600 คน ในขณะที่อันธพาลกลุ่มจารีตนิยมคดียังไม่ไปถึงไหน ไม่ถึงศาลด้วยซ้ำ ดังนั้นบรรยากาศการต่อสู้จึงอยู่ท่ามกลางบรรยากาศการทำความจริงให้ปรากฏ เพื่อความยุติธรรมมีทั้งด้านรับและด้านรุกเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ ให้ได้รัฐธรรมนูญของประชาชน ลบล้างผลพวงการทำรัฐประหาร แต่ในการต่อสู้นี้แม้จะยังอยู่ในฐานะผู้ถูกกระทำ แต่ชัยชนะจากการได้รัฐบาลจากพรรคที่ผู้รักประชาธิปไตยสนับสนุนก็ทำให้ ประชาชนควรมีส่วนในฐานะผู้กระทำด้วยและมีการต่อสู้เชิงรุก จึงต้องมียุทธศาสตร์ยุทธวิธีเชิกรุกเดินหน้าตลอดไปด้วย เป็นยุทธศาสตร์ยุทธวิธีเชิงรุกทั้งในฐานะที่ถูกกระทำและในฐานะเป็นผู้กระทำ จึงเป็นโจทย์ใหม่สำหรับขบวนการประชาธิปไตยที่อาจถูกขัดขวางจากบางส่วนในพรรค เพื่อไทยและแนวร่วมที่เล่นเกมยอดปิระมิด โดยใช้การเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งกับอำมาตย์ หวังเอาเองว่าทุกอย่างราบรื่น ผลการออกกฎหมายปรองดองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญล้วนแสดงชัดเจนว่าไม่ง่ายดังที่ คิด
นี่ก็เป็นการท้าทายว่า ขบวนการประชาชนคนเสื้อแดงจะก้าวข้ามปัญหานี้ไปได้หรือไม่ เพราะเมื่อคนพรรคเพื่อไทยขึ้นไปได้อำนาจส่วนหนึ่งในฐานะผู้ปกครอง ก็หวังจะเล่นเกมยอดปิระมิดโดยการเจรจากับชนชั้นนำ และจะมีข้อต่อรองให้สลายเสื้อแดง ซึ่งลักษณะนี้คล้าย ๆ กับหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองใหม่ ๆ คณะราษฏรได้อำนาจรัฐระดับหนึ่งก็แตกแยกกันไปโดยการใช้การเจรจากับชนชั้นสูง อำมาตย์ใหญ่ในเวลานั้นเพื่อความปรองดอง ในที่สุดล้มเหลว ปรองดองเป็นเรื่องหลอก เรื่องจริงก็คือคณะราษฎรถูกแบ่งแยกและถูกทำลายทีละครึ่ง ทีละคนสองคนจนหมดสิ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2490 หมดเชื้อเลยเมื่อ พ.ศ. 2500 สถาปนาอำนาจอำมาตยาธิปไตยพร้อมเผด็จการทหารเต็มรูปแบบ เพราะคณะราษฎรไม่มีฐานมวลชนพื้นฐาน ขาดคนแห่งฐานปิระมิด พึ่งเฉพาะข้าราชการพลเรือน ทหารเป็นหลัก ซึ่งไม่ใช่กำลังที่ก้าวหน้า ไม่ใช่รากหญ้า ในขณะที่ฝั่งอำมาตย์ขณะนั้นก็รุกยึดอำนาจเอาข้าราชการทหารพลเรือนกลับมาอยู่ ในมือได้ แต่นั่นก็ห้าสิบหกสิบปีมาแล้วที่ประชาชนยังไม่ตื่นตัวทางการเมืองมากพอดัง ปัจจุบัน
ผ่านรัฐประหารมา 6 ปี ประชาชนเติบใหญ่ เสื้อแดงยกระดับ ขยายตัว ผ่านการปราบปรามเข่นฆ่าก็เป็นการทดสอบแบบหนึ่งว่ามีจิตใจทรหดอดทนกล้าต่อสู้ กล้าเสียสละหรือไม่ ผ่านการทดสอบทั้งสู้ ถูกปราบ ลุกสู้ใหม่อย่างรวดเร็ว และเลือกตั้งได้รัฐบาลที่มาจากพรรคที่สนับสนุน ผ่านด่านทดสอบทั้ง 2 เรื่องนี้ได้แล้วจะมัวหลงระเริงกับอำนาจรัฐเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือไม่ ลืมเป้าหมายหนทางไกลที่ตั้งใจจะให้ได้ความเท่าเทียมกันเพื่อนำไปสู่สังคม ประชาธิปไตยที่แท้จริง ด่านนี้เป็นด่านหินที่ผ่านการทดสอบได้ยากมาก นี่จึงเรียกว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ต้องยืนหยัดต่อสู้ท่ามกลางสิ่งล่อใจ ด้วยผลประโยชน์และอำนาจปลอม ๆ สั้น ๆ แต่จะมีผลให้เกิดแย่งชิงมวลชน แย่งชิงผลประโยชน์และอำนาจ ในฐานะที่มีบทบาทแห่งชัยชนะการต่อสู้ที่ได้รับชัยชนะจะมีปัจจัยแห่งความพ่าย แพ้เสมอ ก้าวย่างของประชาชนขณะนี้จึงเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ยากกว่าสู้กับกระสุนปืน !