ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, February 5, 2012

ยิ่งลักษณ์...คำราม!!!

ที่มา vattavan

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

มื่อ กลางเดือนนี้ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แห่งประเทศไทย ได้เดินทางไปเยือนอินเดีย ซึ่งการเยือนครั้งนี้ นอกจากเป็นการไปเพื่อผลประโยชน์ของชาติเรา และความร่วมมือของสองประเทศแล้ว ที่โดดเด่นอย่างมาก ก็คือ
การยกย่องของอินเดีย ที่มีต่อผู้นำของประเทศไทย!

นายกรัฐมนตรีของเรา ได้ร่วมพิธีวันวันสถาปนาสาธารณรัฐอินเดียอย่างเป็นทางการ (Republic Day) วันที่ 26 มกราคม 2555 ในฐานะ Chief Guest ซึ่งแต่ละปี อินเดียจะเชิญผู้นำต่างชาติเพียงหนึ่งประเทศเท่านั้น
สื่อทั้งเทศและไทย ต่างระบุตรงกันว่า
นี่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของไทยที่มีต่ออินเดีย โดยนายกรัฐมนตรีผู้หญิงของเรา นับเป็นผู้นำเอเชียคนที่สาม ที่ได้รับเชิญต่อจากประธานาธิบดีเกาหลีใต้ (นายลี
เมียงบัค) เมื่อปีพ.ศ.2553 และประธานาธิบดีอินโดนีเซีย (นายซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน) เมื่อปีพ.ศ.2554
เธอเป็นสุภาพสตรีลำดับที่ 2 ซึ่งได้รับเกียรติเช่นนี้ แต่น่าทึ่งไปกว่านั้น เพราะท่านแรก คือ
สมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธ ที่ 2 แห่ง สหราชอาณาจักร!!!
นั่น ‘บ่งบอก’อะไร?

วิสัชนาให้เข้าใจกันง่ายๆ ได้ดังนี้
รัศมีของนายกฯยิ่งลักษณ์ ต้องฉายแสง “เข้าตา” ผู้นำอินเดีย ทางประเทศภารตะถึงได้ยกย่อง ให้เกียรตินายกฯผู้หญิงของไทยคนนี้ ขึ้นชั้นเทียบเท่ากับผู้นำที่โดดเด่นในเอเชีย
อย่างประธานาธิบดีอีกสองประเทศ ที่ถูกจัดว่าเป็นผู้นำที่บารมีเข้าขั้น ‘เรืองรอง’ ผ่องอำไพเลยทีเดียว
ช่างเป็นเรื่องที่น่าทึ่งนัก ที่ผู้นำหญิงของประเทศไทย ซึ่งเพิ่งเข้าบริหารบ้านเมืองไม่กี่เดือน กลับได้รับเกียรติในฐานะผู้นำประเทศ และ...
เข้าตาผู้นำนานาชาติ ได้อย่างรวดเร็ว จนน่าอัศจรรย์!

จึงน่าที่พวก ‘คอการเมือง -สีเหลือง’ ทั้งหลาย จะนำไปวิเคราะห์กันบ้าง เพราะพวกเขาเหล่านั้น เคยหลงผิดไปเชียร์ทั้งคนและพรรคกาลี จนในที่สุด ได้ประจักษ์แจ้งแก่ตนเองว่า
ทั้งพรรคและหัวหน้า ที่พวกตัวเคยเชียร์นั้น และผลักดันจนได้บริหารบ้านเมือง อย่างค้านสายตาพี่น้องประชาชนนั้น
ได้สร้างความผิดหวัง ให้กับพวกตัวแค่ไหน?
ในที่สุด ‘คอการเมือง –สีเหลือง’ นั่นแหละ ที่เป็นฝ่ายทนไม่ได้ จนออกมาเปิดเผยเอง ว่า
ทั้งหัวหน้าและพรรคกาลี ที่ประชาชนส่วนใหญ่ ให้การปฏิเสธ และร่วมใจกัน ‘ถีบ’ จนตกจากเก้าอี้บริหารประเทศไปนั้น ได้สร้างความจังไรอัปรีย์ ไว้กับบ้านนี้เมืองนี้ อย่างไร
กันบ้าง?
จริงใช่ไหมล่ะ!?

ความโดดเด่นของนายกฯยิ่งลักษณ์ ยังปรากฏในรูปแบบอื่น เช่น น้องสาวประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ออกมาให้สัมภาษณ์แบบกระจุ๋มกระจิ๋ม ว่า
นายกฯปูของเราเป็น...พี่สะใภ้ในฝันทีเดียว!
ใช่แต่แค่นั้น ระหว่างที่กำลังเยือนอินเดียอยู่นั้น หนังสือพิมพ์เดลิเมล์ของอังกฤษ ยังชมเรื่องการแต่งกายที่เหมาะสม แถมยังตบท้ายอีกด้วยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายก
รัฐมนตรีของไทย นั้น มีคุณสมบัติครบเครื่อง คือ

สวย รวย เก่ง!!!

ฮู้ยยยย......ข่าวนี้ทำให้ไอ้พวกขี้อิจฉา ถึงกับขอบตาร้อนผะผ่าว วูบวาบ วาบวูบ กันไปเลยทีเดียว...เจ้าค่ะ!

น่าแปลกใจนัก ที่ไอ้พวกขี้เหลือง และบรรดาไอ้อีขี้อิจฉาทั้งหลาย ยังคงความโง่งมงาย คงเส้นคงวาเหนียวแน่น ได้แสดงคำพูด ดูถูก ดูแคลนผู้นำสตรีคนแรกของประเทศเรา ทั้งๆที่คนต่างชาติ กลับมองไปในทิศทางตรงกันข้าม แตกต่างจากกับพวกมันโดยสิ้นเชิง
ปัจจุบันนี้ เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนแล้วว่า ประเทศไทยไม่ต้องเสียเงินงบประมาณ ค่าทำพีอาร์ประชาสัมพันธ์ ให้ต่างชาติรู้จักเพราะนายกฯยิ่งลักษณ์ เป็นแม่เหล็ก ที่ดึงดูดทั้งสื่อ
และนักลงทุนจากต่างชาติ
เหตุผลง่ายๆ ก็คือ ...
ปาฏิหาริย์ที่เธอสร้างขึ้น ในการใช้เวลาไม่ถึงห้าสิบวัน ก็ช่วงชิงตำแหน่ง ‘นายกรัฐมนตรี’ ของชาติเก่าแก่อย่างไทยแลนด์แดนสยามมาได้นั้น
แค่นี้ก็ถือเป็น “จุดขายสำคัญ” แล้ว ที่จะทำให้คนต่างชาติเขาสนใจ ว่า ผู้หญิงสวยคนนี้
มีอะไรดี นักหนานะ?

ข้อพิสูจน์ในเรื่องความสนใจ ของสื่อต่างชาติ ในตัวนายกฯหญิงของไทยนั้น ที่เห็นได้ชัดเจน คือ
สำนักข่าวเก่าแก่ BBC แห่งเมืองผู้ดี ยกภาพนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ติด 1 ใน 12 ภาพประจำปี 2011 แห่งเอเชีย
เท่านั้น...ยังไม่พอนะจ๊ะ
สำนักข่าวยักษ์ใหญ่ อย่าง ‘รอยเตอร์’ ยังยกภาพ “นายกปูฯ- ชูหนึ่งนิ้ว” เป็นภาพข่าวแห่งปี 2011
ไม่ต้องเสียงงบประมาณ สัปดาห์ละ 159 ล้านบาท โฆษณาผลงานตัวเอง อย่างพรรคประชาธิเปรตทำ
เอาเงินโฆษณาผลงานรัฐบาล ไปซื้อแท็บเล็ตแจกเด็กนักเรียน ได้ประโยชน์มากมายกว่าแยะ แถมเงินยังเหลืออีกด้วย!
...จริงหรือเปล่าล่ะ!!

มอ ยากให้ท่านผู้อ่านลองสังเกต การวางตัวของนายกฯปู ที่ผู้คนพูดกันมาก คือ ท่าทีหรือท่วงท่า ที่เธอแสดงออกกับบุคคลอื่น ซึ่งสังคมได้เห็นกันอย่างแจ่มแจ้งว่า
กริยาที่เธอแสดงออกนั้นเหมาะเจาะ ถูกต้อง ชัดเจน และเป็นตัวอย่างให้กับเยาวชนสตรี ที่จะจดจำไว้เป็นตัวอย่าง ได้เป็นอย่างดี เช่น

content/picdata/347/data/photo3.jpg

เมื่อทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าให้เข้าเฝ้า เพื่อถวายข้อราชการ ท่าทีในการนั่งของเธอ แม้จะไม่ใช่การหมอบเฝ้าอย่างโบราณ แต่การนั่งของนายกฯปูนั้น เธอนั่งไม่เกินเศษหนึ่งส่วนสองของเก้าอี้ และค้อมกายไปข้างหน้า เข่าชิด มือประสานเข้าด้วยกัน ด้วยท่าทางอย่างนี้ สามารถสื่อให้ผู้คนเห็นว่า
เธอถวายความเคารพอย่างสูง ต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา
เยี่ยง ‘พสกนิกร’ ที่ดีคนหนึ่ง!
แม้จะทรงพระกรุณาให้นั่งเก้าอี้แล้ว แต่เธอก็นั่งเพียงไม่ถึงครึ่งเก้าอี้เท่านั้น และยังแสดงท่าน้อมกายลง เหมือนกำลัง ‘หมอบเฝ้า’ อยู่ ตามธรรมเนียมเดิมแต่โบราณ อีกทั้งท่าทีของผู้นำหญิงของเรา ได้แสดงความตั้งอกตั้งใจ ที่จะรับพระราชกระแสใส่เกล้าฯตน อย่างเต็มที่
ภาพ นี้เอง ทำให้ประชาชนทั่วไป ปลาบปลื้ม และไม่มีข้อสงสัย ในความจงรักภักดี ที่นายกฯสตรีผู้นี้มีต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา!

นอกจากการเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นที่ประทับใจประชาชนแล้ว การพบปะกับผู้บัญชาการเหล่าทัพต่างๆ หลังการเลือกตั้ง นายกฯปูก็ไม่ได้แสดงความยำเกรง ในอำนาจของผู้นำฝ่ายทหาร แม้พวกเขาเคยแสดงท่าทีไม่สบอารมณ์ เมื่อพรรคเพื่อไทยชนะ เพราะพรรคทหารนั้น สนับสนุนพรรคดักดานอย่างออกหน้าออกตา ตรงนี้ฝ่ายทหารจะปฏิเสธไม่ได้เลย
แต่...
นายกฯสตรีคนแรกของประเทศไทย พบกับผู้นำเหล่าทัพ ด้วยท่วงท่าสง่างาม ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด โดยไม่ได้ทิ้งความ
นิ่มนวล อ่อนโยน และเป็นมิตร!
นี่เอง ทำให้ปฏิกิริยาของกองทัพ ที่ดูจะมีความแข็งกร้าว หลังทราบชัยชนะของพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งทั่วไป
ดูอ่อนยวบ ไปทันที!

ดังนั้น เมื่อนายกฯปูสั่งการให้กองทัพ เข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในตอนน้ำท่วมใหญ่ เราจึงได้เห็นภาพนายกฯรัฐมนตรี เคียงคู่กับ ผบ.ทบ. ไปถึงพื้นที่น้ำท่วมด้วยกัน ร่วมทักทายให้กำลังใจ และแจกสิ่งของให้พี่น้องที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งดับกระแสยุแยงตะแคงรั่ว ให้เกิดรอยร้าวระหว่างทหารกับรัฐบาล
บรรดาขี้เหลือง และไอ้สลิ่มเวรตะไล ขัดใจยิ่งนัก!

สิ่งที่ผู้คนจับตาดูกันมาก คือ การพบปะกันระหว่างนายพลเปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งผู้คนในประเทศทราบกันดีว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการ ‘คว่ำ’ รัฐบาลนายกฯทักษิณ
แต่...
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ซึ่งเป็นน้องคุณทักษิณ ไม่ได้แสดงท่าทียำเกรง ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นตัวการ ในการโค่นล้มรัฐบาลพี่ชายเธอแต่อย่างใด
หาก แต่แสดงความเคารพตามสมควร ในฐานะผู้น้อยพึงปฏิบัติต่อผู้อาวุโส อีกทั้งเจ้าคุณเปรมเอง เคยดำรงตำแหน่งเดียวกันกับเธอมาก่อนด้วย ต่างกันตรงที่ท่านเจ้าคุณ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น

content/picdata/347/data/photo4.jpg

ภาพจึงออกมา ในลักษณะที่นายกฯหญิงคนแรกของไทยแลนด์แดนสยาม
ทรงไว้ซึ่งความสง่างาม อย่างไม่มีที่ติ!

ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

การปรับคณะรัฐมนตรีคราวนี้ แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง กล้าหาญ และการรักษาความ ‘ลับสุดยอด’ อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งของนายกฯปู
ที่พูดกันอื้ออึง ในหมู่ผู้ถืออาวุธ คือ การที่นายกฯผู้หญิงหาญกล้า ปรับตำแหน่งสำคัญ อย่างตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยไม่ประหวั่นพรั่นพรึง อย่างผู้คนคาด
ไม่ถึง นั้น
เป็นการประกาศ ‘ศักดา’ ของนายกฯหญิงคนนี้...ชัดเจน!

หลังจากปรับคณะรัฐมนตรีแล้ว บังเอิญผมได้บทความใน น.ส.พ.มติชน รายวัน ฉบับประจำวันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม 2555 ของคุณ ศุภาศิริ สุพรรณเภสัช ซึ่งเขียนถึงเพลงที่แสดงความเข้มแข็งของผู้หญิง เพลงชื่อ
“I Am Woman”
สรรเสริญหญิงเหล็กทั้งหลายเมื่อ 40 ปีก่อน ผู้ที่ร้องเพลง
"ข้าฯคือสตรี" ชื่อ Helen Reddy ร้องเพลง และกลายเป็นอันดับหนึ่งของบิลบอร์ด คุณศุภาศิริ เขียนว่า

...นอก จากทำนองอันทรงพลังแล้ว เนื้อเพลงยังกระตุ้นผู้หญิงในโลกตะวันตก ให้ลุกขึ้นสู้เพื่อสิทธิของตนเองอีกด้วยทุกวันนี้องค์กรสตรีหลายแห่งยังใช้ I Am Woman เป็นเพลงประจำองค์กร
"I am woman / Hear me roar....ข้าฯคือสตรี จงฟังข้าฯคำราม พวกข้าฯมีมากเกินกว่าที่ท่านจะมองข้าม...ข้าฯเคยถูกเหยียบย่ำมาแล้ว บัดนี้รู้อะไรดีๆเกินกว่าจะยอมให้เหยียบต่อไป
/ ข้าฯสุขุม ข้าฯเรียนรู้จากความเจ็บปวด... / ท่านอาจงอข้าฯได้ แต่ข้าฯจะไม่มีวันหัก และจะกลับมาแกร่งยิ่งกว่าเดิม...I am strong / I am invincible / I Am Woman ข้าฯแข็งแกร่ง ข้าฯคงกระพัน ...ข้าฯคือสตรี"

ขอมอบ เพลงนี้ให้หญิงเหล็กทั้งหลายในโลก ไม่ว่าจะเป็นหญิงเหล็กระดับโลก หรือระดับบ้าน-บ้านไม่มีหญิงเหล็กกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูมา ชายทั้งหลายก็ไม่มีวันรอด จนโตขึ้นเป็นชายเหล็ก ชายกะไหล่ ชายอะลูมิเนียมฯลฯ อย่างทุกวันนี้หรอก....

ผมอ่านข้อเขียนนี้แล้ว ต้องขออนุญาต กราบเรียน ต่อท่านทั้งหลาย ว่า

มาถึงวันนี้ นายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทย ได้แสดงความ ‘เหนือชั้น’ กว่าอดีตนายกฯชายกะไหล่ นายกฯชายอะลูมิเนียม รวมทั้ง นายกฯชายเก๊-ชายเกย์ ฯลฯ อย่างไม่มีข้อกังขาใดๆเลย
ถึงแม้จะไม่เปล่งวาจา ออกเป็นคำพูดออกมา แต่ทีท่าของเธอนั้น ได้แสดงออกต่อสาธารณชน อย่างชัดเจน แล้วว่า...

I am strong / I am invincible / I Am Woman
ข้าฯแข็งแกร่ง...ข้าฯคงกระพัน...
ข้าฯ คือสตรี ชื่อ...ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

จงฟัง ข้าฯ...คำราม!!!

.......................

(***คอลัมน์ประจำสัปดาห์ ยิ่งลักษณ์...คำราม!!! ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2555)