ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, July 25, 2012

ไต่สวนการตาย 'พัน คำกอง' พนง.พิสูจน์หลักฐาน คาดยิงรถตู้เจตนาถึงแก่ชีวิต

ที่มา ประชาไท

 

พิสูจน์ หลักฐานย้ำหัวกระสุนในตัวผู้ตายไม่ตรงกับที่ทหารส่งตรวจ แต่สามารถเปลี่ยนลำกล้องปืนซึ่งเป็นที่มาของลักษณะเฉพาะหัวกระสุนง่าย รถตู้ที่เกิดเหตุโดนกระสุนชนิดเดียวกัน พยานคาดเจตนาการยิงถึงแก่ชีวิต รมต.ICT เบิกความต่อ 25 ก.ค.
24 ก.ค.55 เวลาประมาณ 9.30 น. ที่ห้องพิจารณา 909 ศาล อาญา รัชดา มีการไต่สวนการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง คนขับแท็กซี่ ชาว จ.ยโสธร ซึ่งถูกยิงบริเวณถนนราชปรารภ ใกล้แอร์พอร์ทลิงค์ ที่เป็นจุดประจำการของทหาร เมื่อหลังเที่ยงคืนวันที่ 14 พ.ค.ต่อกับวันที่ 15 พ.ค.53 จากกรณีที่มีการยิงสกัดรถตู้ที่เข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว โดยในวันนี้มีพยาน 6 ปาก เป็นเจ้าหน้าทีตำรวจที่ทำหน้าที่พิสูจน์หลักฐานรอยกระสุนในที่เกิดเหตุ อาวุธปืนของทหารและหัวกระสุนในศพผู้ตาย เป็นต้น เจ้าหน้าที่เบิกความสอดคล้องกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์เปรียบเทียบหัวกระสุนที่ มาเบิกความไว้เมื่อวันที่ 18 ก.ค.55 ว่า หัวกระสุนที่อยู่ในร่างผู้เสียชีวิตเป็นกระสุนปืนเล็กกล ทองแดงหุ้มเหล็กและตะกั่ว ขนาด .223 ( 5.56 มม.)แบบ M855 ซึ่งสามารถใช้กับปืนเล็กกล เช่น  M16 และทราโว่ เป็นกระสุนชนิดเดียวกันกับที่อยู่ในร่างนายสมร ไหมทอง คนขับรถตู่ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์เดียวกัน รวมทั้งยังเป็นกระสุนชนิดเดียวกันที่ใช้กับปืนของเจ้าหน้าที่ทหารจาก ร.1 พัน 3 รอ และ ป.พัน 31 รอ. ที่พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ส่งมาให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจ แต่ลักษณะรอยตำหนิพิเศษของหัวกระสุนที่ถูกยิงจากลำกล้องของปืนที่ส่งตรวจ นั้น  ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นปืน กระบอกเดียวกันกับที่ใช้ยิงผู้ตาย จากลักษณะของตำหนิพิเศษจะเกิดจากลำกล้องของปืนแต่ละกระบอกที่ไม่เหมือนกัน แต่หากมีการเปลี่ยนลำกล้องเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยืนยันว่าก็จะไม่สามารถ พิสูจน์ได้
พ.ต.อ. สุพจน์ เผ่าถนอม ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืน ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบอาวุธปืน ได้เบิกความต่อศาลถึงลำกล้องปืนของเจ้าหน้าที่ว่าตัวลำกล้องไม่มีหมายเลข ประทับ ไม่มีการตอกหมายเลข โดยอัยการสอบถามถึงความยากง่ายในการเปลี่ยนลำกล้อง พ.ต.อ.สุพจน์ ตอบว่า เจ้าหน้าที่ๆ ปฏิบัติงานในภาคสนามหากมีการเรียนรู้มาก็สามารถเปลี่ยนได้โดยใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที
 
ภาพรถตู้นายสมร ไหมทอง ที่ถ่ายวันที่ 15 พ.ค.53 และเผยแพร่ใน youtube โดย user “ajaketube” http://www.youtube.com/watch?v=PEL5tjV28io
 
ยันการยิงรถตู้ในเหตุการณ์มุ่งแก่ชีวิต
โดยใน ระหว่างการไต่สวนนายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความผู้เสียหาย ได้ซักถามพยาน คือ พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ บุญมาก เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงการยิงเพื่อสกัดกั้นรถตู้ที่ไม่ได้หมายชีวิตกับการยิงเพื่อหมายชีวิตแตก ต่างกันหรือไม่ พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ ยืนยันว่า แตกต่างกัน  โดย อธิบายเสริมว่าการยิงที่ไม่ได้หมายชีวิตนั้นจะยิงในส่วนที่ไม่สำคัญ หรือยิงที่บริเวณล้อรถ จากนั้นทนายได้นำรูปรถตู้ของนายสมร ไหมทอง ที่ถูกยิงในเหตุการณ์จนมีร่องรอยกระสุนปรากฏให้ พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ พิจารณา พร้อมสอบถามถึงภาพดังกล่าวเป็นการยิงในลักษณะใด พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ ตอบว่าจากรอยกระสุนที่ปรากฏบนรถตู้ในรูปนั้นเชื่อว่าน่าจะมีผลต่อชีวิตได้ ซึ่งสอดคล้องกับคำเบิกความของ พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ ยาคุ้มภัย ทำหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จากกลุ่มงานตรวจอาวุธและเครื่องกระสุนปืน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าตามรูปถ่ายรถตู้ว่าจุดที่กระสุนเข้ามากที่สุดเป็นด้านขวาตรงประตูคน ขับ โดยทนายได้ถามย้ำถึงลักษณะการยิงสกัดเพื่อให้รถหยุดควรทอย่างไร พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ ตอบว่าควรยิงที่ยางหรือที่ห้องเครื่อง ส่วนศาลได้สอบถามเพิ่มเติมด้วยว่ากรณีที่มีการยิงมาตรงคนขับตามภาพแสดงว่า อะไร พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ ตอบว่า “คิดว่ามีลักษณะที่คาดว่ายิงให้คนขับถึงแก่ชีวิต”
นอกจาก นี้ อัยการได้เปิดวีดีโอที่ถ่ายโดยนายคมสันต์ เอกทองมาก อดีตช่างภาพเนชั่นแชนเนล ที่ถ่ายเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 14พฤษภาคม 2553 ( Voice TV ได้มีการนำวีดีโอดังกล่าวมาเผยแพร่ในบางตอนด้วยสามารถดูได้ที่ http://news.voicetv.co.th/thailand/42919.html) ให้พยานพิจารณาถึงเหตุการณ์ โดย พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ ยาคุ้มภัย ได้เบิกความว่ามีความเป็นไปได้สูงว่ารถตู้คัดดังกล่าวถูกยิงด้วยอาวุธสงคราม โดยก่อนหน้านั้นศาลได้ถามถึงว่าอะไรคืออาวุธสงคราม พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ อธิบายว่าคือปืนเล็กกล หากเป็นภาษาชาวบ้านเรียก M16 และ พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ ยังได้กล่าวอีกว่าเห็นทหารในวีดีโอดังกล่าวถือ M16 และลูกซองด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ 25 ก.ค.55 ช่วง เช้า นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จะมาเบิกความและช่วงบ่ายพนักงานสอบสวนในกรณีดังกล่าวจะมาเบิกความต่อในกรณี นี้