ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, April 3, 2010

สื่อคลั่งสุนันท์ปลุกระดมเสื้อชมพูโผล่สวนหลวงร.9หลังเถื่อนรุมสกรัมแดง คลั่งหนักยุฆ่าหมู่ม็อบไพร่

ที่มา Thai E-News



เหยื่อปลุกระดม-กลุ่มเสื้อสีชมพูรุมทำร้ายมอเตอร์ไซค์เสื้อแดงที่ขับผ่านสวนลุมฯเมื่อวาน วันนี้เช้าออกมารวมตัวกันที่สวนหลวงร.9 ตามการปลุกระดมของ"ไอ้คลั่งรวันด้าเมืองไทย"สุนันท์ ศรีจันทรา ที่ปลุกระดมยุยงให้ออกมากวาดล้างคนเสื้อแดงด้วยกำลังเถื่อน

ชมพูหลายร้อยรณรงค์ที่สวนหลวง ร.9 ร้องยุติม็อบ อยากมีชีวิตปกติ หลังรุมสกรัม"แดง3ราย"สะบักสะบอมวานนี้

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
3 เมษายน 2553


เหลืองแปลงร่างใส่ชมพู-ภาพเปรียบเทียบมวลชนพันธมิตร(ด้านขวา)ที่แปลงโฉมมาเป็นม็อบผู้ดีสีชมพู แต่ก็ดีแตก เมื่อก่อเหตุรุมทำร้ายเสื้อแดงที่สวนลุมพินี เมื่อวานนี้ (เครดิตภาพ:คุณสิงห์สนามหลวง)


เมื่อเวลา 07.00 น. บริเวณสวนหลวง ร.9 กลุ่มคนเสื้อสีชมพูหลายร้อยคนเดินรณรงค์ต่อต้านการกระทำของกลุ่มคนเสื้อแดงและต่อต้านการยุบสภา โดยเริ่มเดินจากด้านหน้าสวนหลวง ร.9 พร้อมแจกป้ายสติกเกอร์สีเขียว ซึ่งมีข้อความระบุว่า "ยุติม็อบซะที อยากมีชีวิตปกติ" รวมทั้งแจกใบปลิว โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ คอยอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มคนเสื้อสีชมพู รวมถึงดูแลการจราจรบริเวณโดยรอบจากสวนหลวง ร.9 ถึง ถ.ศรีนครินทร์

นายสุนันท์ ศรีจันทรา นักจัดรายการวิทยุ-โทรทัศน์ และมีบทบาทเคลื่อนไหวร่วมกับพันธมิตร เป็นคนที่มีบทบาทสำคัญในการใช้สื่อวิทยุและโทรทัศน์ปลุกระดมคนกลุ่มนี้ออกมาในวันนี้ โดยนายสุนันท์ไปออกกำลังกายที่สวนหลวงร.9เป็นประจำ ก็เลยนัดหมายที่นี่

"เสื้อชมพู"รุมสกรัม"แดง4ราย"สะบักสะบอม

การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อสีชมพูเป็นการต่อเนื่องจากวานนี้ ซึ่งมีทั้งจากภาครัฐ เอกชน กลุ่มจุฬาฯ เชิดชูคุณธรรมนำประชาธิปไตย (จคป.) นัดรวมตัวกันได้ประมาณ 3 พันคน ชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี เมื่อเวลา 14.00 น. โดยใช้รถบรรทุก 6 ล้อ เป็นเวทีปราศรัยย่อยแสดงจุดยืน ในการเป็นกลุ่มผู้รักสงบภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ทำให้ถนนบริเวณนั้นติดขัดเป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกลุ่มคนเสื้อสีชมพูจัดกิจกรรมเสร็จสิ้น ขณะกำลังทยอยออกจากพื้นที่เมื่อเวลา 15.20 น. มีชายอายุประมาณ 25 ปี สวมเสื้อแดง และผูกผ้าพันคอสัญลักษณ์ นปช. ขี่รถจักรยานยนต์ในบริเวณถนน (ถ.) ราชดำริ ข้างสวนลุมพินีหลายรอบ เมื่อกลุ่มคนเสื้อชมพูเห็นดังกล่าว จึงเข้าใจว่าจะเข้าไปก่อกวน จึงชักชวนกันจำนวนกว่า 10 คน กรูเข้าไปจับตัว แต่ชายเสื้อแดงดังกล่าวขัดขืน และพยายามวิ่งหลบหนี จึงถูกรุมทำร้ายร่างกายจนสะบักสะบอม กระทั่งตำรวจที่เห็นเหตุการณ์ต้องรีบเข้าไปช่วยกันพาตัวชายเสื้อแดงออกไปจากที่เกิดเหตุ ส่วนคนเสื้อชมพูยังปักหลักอยู่บริเวณดังกล่าว พร้อมพากันร้องเพลงและโบกธงชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากนั้นประมาณ 15 นาที มีชายเสื้อแดงขี่รถจักรยานยนต์มาในลักษณะดังกล่าวอีก จึงถูกคนเสื้อชมพูรุมสกรัมแบบเดิม และตำรวจต้องเข้าช่วยเหลืออีกรอบ แต่หลังจากนั้นไม่นาน มีคนเสื้อแดงขี่รถจักรยานยนต์มาอีกคนและเกิดเหตุการณ์เหมือนเดิมอีกครั้ง และมีชาวบ้านที่หลงเข้าไปในสวนลุมฯอีกรายที่บังเอิญใส่เสื้อแดงเลยโดนรุมทำร้าย ตำรวจจึงต้องตั้งแถวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก นอกจากนั้น กลุ่มเครือข่ายนักธุรกิจท่องเที่ยว ที่สลับกับกลุ่มคนเสื้อชมพูเข้าไปจัดกิจกรรมคัดค้านการยุบสภาของรัฐบาล รีบอ่านแถลงการณ์ และยุติกิจกรรมทั้งหมดทันที ทั้งที่มีกำหนดการจะเริ่มงานในเวลา 16.00 น. เนื่องจากเกรงว่า จะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงที่กลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนขบวนไปยังสถานทูตสหรัฐอเมริกา ได้มีคนเสื้อชมพูจำนวนหนึ่งที่อยู่บนสะพานลอยบริเวณสวนลุมพินี พยายามตะโกนด่ากลุ่มคนเสื้อแดง ที่เคลื่อนขบวนผ่านด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย แต่การ์ดของกลุ่มคนเสื้อแดงได้กันห้ามผู้ชุมนุมไม่ให้ไปตอบโต้กลุ่มคนเสื้อสีชมพู จึงไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น

เปิดปูมสื่อคลั่งสุนันท์ ศรีจันทรา ปลุกระดมเสื้อสีชมพูฆ่าหมู่เสื้อแดง



ไอ้คลั่งรวันด้าเมืองไทย-สุนันท์ ศรีจันทรา นักจัดรายการF.M.96.5 FM92.25และโทรทัศน์เนชั่นแชนัล ใช้สื่อในมือด้วยความคลุ้มคลั่งปลุกปั่นให้เสื้อเหลืองและคนกรุงเทพฯรวมตัวกันใช้กำลังจัดการกับเสื้อแดงให้หมด โดยระบุว่าเพราะเสื้อแดงเป็นเศษมนุษย์ เป็นม็อบรับจ้าง เุถื่อน ถ่อย เมาเหล้าขาว ไม่ได้เป็นม็อบมีอุดมการณ์แบบพันธมิตรที่สุนันท์เคยเข้าร่วม วงการวิตกจะซ้ำรอยวิทยุยานเกราะสมัย6ตุลาฯ และ"วิทยุแห่งความตาย"ที่ปลุกระดมให้มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศรวันด้า


ผู้ที่มีบทบาทหลักในการนัดหมายเสื้อสีชมพูมาชุมนุมที่สวนหลวงร.9 คือนายสุนันท์ ศรีจันทรา พิธีกรผู้ดำเนินรายการเกี่ยวกับหุ้นทางคลื่นวิทยุF.M.96.5 อสมท. รายการหุ้นทางNATION CHANNEL และASTV รวมทั้งปักหลักทำรายการที่F.M.92.25ของนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ โดยนายสุนันท์เคยมีบทบาทอย่างสูงในเวทีพันธมิตรฯในตอนยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน โดยทำหน้าที่โจมตีรัฐบาลสมัยนั้นด้านเศรษฐกิจ เคยเป็นแกนนำบุกกระทรวงการคลัง

แม้จะทำรายการหุ้นในปัจจุบัน แต่นายสุนันท์กลับเอาเวลาส่วนใหญ่มาปลุกปั่นยุยงให้เกิดความเกลียดชังต่อคนเสื้อแดง

สุนันท์ ศรีจันทราคลั่งหนักยุมวลชนฆ่าหมู่"เศษมนุษย์เสื้อแดง"

ในคลื่นวิทยุF.M.92.25 นายสุนันท์ จัดรายการโดยโจมตีว่ารัฐบาลไม่ยอมปราบปรามคนเสื้อแดงทั้งที่พวกนี้เป็นม็อบรับจ้างทักษิณมาค่าหัววันละ 200 บาท ตกดึกเมาเหล้าขาว เป็นแค่"เศษมนุษย์"ที่สร้างความปั่นป่วนเดือดร้อน ดังนั้นจึงขอสนับสนุนให้ชาวกรุงเทพฯออกมาระดมกำลังกันกวาดล้าง โดยยกตัวอย่างว่าสมัยคานธีเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษสำเร็จ เกิดการแตกแยกระหว่างชาวฮินดูกับชาวอิสลามถึงขั้นแตกแยกเป็น 2 ประเทศ เพราะมีชาวฮินดูคนหนึ่งทนไม่ไหวขว้างก้อนหินใส่ชาวอิสลาม จึงเกิดการจลาจลสังหารมหมู่กันขึ้น

"เมืองไทยเราก็ต้องทำแบบอินเดียแล้วหละครับ วันเสาร์27นี้หากพวกเสื้อแดงไปก่อความวุ่นวายที่ไหน พวกเราต้องออกมาตามซอกซอยต่างๆตัดตอนตลบหลังมันแล้วเอาแบบอินเดียเขาทำ ให้มันตายกันเป็นเบือไปเลย"นายสุนันท์กล่าว

นายสุนันท์ปลุกระดมให้คนที่ไม่เห็นด้วยกับม็อบเสื้อแดง พากันใส่เสื้อสีชมพูออกมารวมตัวกันที่สวนหลวงร.9ในเวลา7นาฬิกา วันเสาร์ที่3 เมษายน โดยเขาได้เตรียมป้ายประท้วงด้วยถ้อยคำหยาบคายไว้ให้มากมายแล้ว และเนื่องจากเสื้อแดงเป็นพวกเศษมนุษย์ต้่องจัดการให้สิ้นซากแตกกระเจิง จากนั้นเขาจะตามไล่บี้พวกแกนนำตามไปจัดการถึงบ้านให้หมดทุกราย

"ในเมื่อรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ก็ใจมด มีกฎหมายมีกำลังในมือแต่ไม่ยอมปราบปรามพวกเรื้อนแดงถ่อยที่ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายไปทั่ว ผมก็อยากเชิญชวนประชาชนชาวกรุงเทพฯ หรือพันธมิตร หรือสีไหนก็ได้ตั้งกลุ่มรวมตัวกันมากๆ พวกถ่อยแดงมันอยู่ไหน หรือวันเสาร์27นี้จะยกพวกไปปิดถนนก่อความรำคาญที่ไหน ก็ให้ยกพวกไปปิดล้อมพวกมัน ก็คงจำเป็นที่ประชาชนต้องใช้กำลังจัดการเอง เพราะรัฐบาลไม่ยอมจัดการ"นายสุนันท์กล่าวในตอนหนึ่งทางคลื่นวิทยุF.M.92.25MHz

เขากล่าวว่าพวกม็อบเสื้อแดงต่างจากเสื้อเหลือง เพราะม็อบเสื้อเหลืองมาด้วยอุดมการณ์ มาบริจาคเงินให้พันธมิตรต่อสู้ล้มรัฐบาลหุ่นเชิดสมัคร-สมชาย แต่เสื้อแดงมีแต่ไอ้พวกโง่ๆจนๆรับจ้างม็อบจากทักษิณ แล้วก็ขนกันมาจากบ้านนอกได้ค่าแรงวันละ200 ตกดึกก็งัดเหล้าขาวมาเมากันสนุก ตื่นเช้าก็ออกสร้างความปั่นป่วนให้คนกรุงเทพฯ มีแต่ไอ้พวกถ่อยๆเถื่อนๆทั้งสิ้น

"รัฐบาลก็ใจมดดำไม่ยอมลงมือปราบปรามเสียที ผมกต้องบอกประชาชนครับต้องรวมตัวกันมากๆมันอยู่ราชดำเนินเราก็ไปล้อม มันจะยกเข้าสีลม สาธร ไปสยามเราก็ไปล้อม ก็คงต้องออกแรงกันหน่อยหละครับ ในเมื่อรัฐบาลไม่ยอมจัดการเอง"

ทั้งนี้ในสัปดาห์ก่อนนายสุนันท์พูดออกทุกสื่อที่เขาเป็นพิธีกรว่า ฟันธงว่าเสื้อแดงจะฝ่อไปเองในวันพุธที่ 17 ก็จบแล้วเพราะท่อน้ำเลี้ยงหมด ทั้งพวกรับจ้างก็ได้เงินแล้ว แดดก็ร้อน 3เกลอหัวขวดก็แบ่งเงินกันแล้ว

อย่างไรก็ตามปรากฎว่านายสุนันท์ธงหัก เพราะเสื้อแดงยังชุมนุมกันต่อมาถึงวันนี้ และเสื้อแดงก็ไม่ได้เคลื่อนไปรอบกรุงเทพฯดังที่นายสุนันท์กล่าวหาไว้

ก.ล.ต.รับเรื่องร้องเรียน"สุนันท์ ศรีจันทรา"นักวิเคราะห์หุ้นเถื่อน

ผู้อ่านของ"ไทยอีนิวส์"แจ้งว่า ได้ร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ให้ดำเนินคดีกับนายสุนันท์ ศรีจันทรา นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ได้ดำเนินรายการทางโทรทัศน์ช่องเนชั่นแชแนล และวิทยุF.M.96.5 โดยกล่าวหาว่า นายสุนันท์ได้ดำเนินรายการวิทยุและโทรทัศน์พูดเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้น ชี้นำให้ซื้อหรือขายหุ้นโดยไม่มีหลักเกณฑ์ และเมื่อตรวจสอบดูก็ไม่พบว่า นายสุนันท์มีใบอนุญาตเป็นนักวิเคราะห์หุ้น หรือใบอนุญาตเป็นที่ปรึกษาในการลงทุนหุ้น หรือใบอนุญาตพูดแนะนำการซื้อขายหุ้นออกสื่อตามการอนุญาตของสมาคมนักวิเคราะห์หุ้น แต่กลต.กลับปล่อยปละละเลยให้ดำเนินรายการทางสื่อมาตลอด โดยขาดหลักวิชาการ และมักชวนให้ไปฟังสัมมนาโดยจัดเก็บค่าฟังสัมมนาเสมอๆ รวมทั้งเดินสายไปพบนักลงทุนชวนให้ซื้อขายหุ้น


*อุรสา บรรณกิจโศภณ

ต่อมานางอุรสา บรรณกิจโศภณ เจ้าหน้าที่ของก.ล.ต.ได้แจ้งกลับมาว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้แล้ว และกำลังดำเนินการอยู่
พร้อมกับแจ้งว่า หากมีข้อสงสัยติดต่อศูนย์รับเรื่องร้องเรียน Help Center โทร.0-2263-6000 โทรสาร (66) 2263-7755E-mail : info@sec.or.th

"แต่จนป่านนี้ได้ร้องเรียนผ่านไปเกือบ 1 เดือนแล้ว ก.ล.ต.ยังไม่ได้แจ้งความคืบหน้าใดๆ และยังปล่อยปละละเลยให้นายสุนันท์พูดชี้นำการซื้อขายหุ้นโดยขาดหลักเกณฑ์ เป็นนักวิเคราะห์หุ้นเถื่อนไม่มีใบอนุญาต สร้างความเสียหายให้นักเล่นหุ้นอย่างต่อเนื่อง"ผู้ร้องเรียนที่ขอสงวนนามกล่าว พร้อมทั้งได้เชิญชวนนักเล่นหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากการเป็นนักวิเคราะห์หุ้นเถื่อนของนายสุนันท์ให้ร่วมกันร้องเรียนไปยังก.ล.ต.ให้มากๆ เพื่อขจัดเหลือบสังคมการเล่นหุ้นออกไป

นอกจากนั้นฝ่ายเสื้อแดงควรนำหลักฐานการยุยงปลุกระดมให้ฆ่าคนเสื้อแดงของนายสุนันท์ไปแจ้งความดำเนินคดี เพื่อให้มีการลงโทษผู้กระทำผิดด้วย หากปล่อยปละละเลยอาจเกิดโศกนาฏกรรมแบบในประเทศรวันดาได้

บทเรียนจากสื่อรวันดาบงการฆ่าหมู่5แสนศพผ่านสื่อถึงไอ้คลั่งสุนันท์ สุดท้ายโดนประหาร



ไอ้คลั่งเหลืองอ๋อย-บทบาทของสุนันท์ ศรีจันทรา บนเวทีพันธมิตรทั้งช่วงยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสนามบิน และเคยนำทีมดาวกระจายบุกกระทรวงการคลัง รวมทั้งผูกพันกับพรรคการเมืองใหม่ที่มี"สำราญ รอดเพชร"ซี้ของสุนันท์เป็นโฆษกพรรคอยู่ สุนันท์ยังเป็นเพื่อนสนิทของสนธิญาณ หนูแก้ว แห่งสำนักข่าวT-NEWSที่มีบทบาทกล่าวหาว่าเสื้อแดงล้มเจ้าอีกด้วย



ในปี ค.ศ. 1994 เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ขึ้นในรวันดา ประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งในทวีปแอฟริกา ภายในช่วงเวลาเพียง 2 เดือน ชาวทุตซี่ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในรวันดา (15 % ของประชากร) ถูกฆ่าตายไปทั้งสิ้น 500,000 คน (มากกว่า 80% ของประชากรทุตซี่) นับเป็นการสังหารหมู่ที่รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยสื่อมวลชนมีบทบาทในการยุยงปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรงโดยเฉพาะสื่อวิทยุทำงานอย่างจริงจัง อย่างจงใจ และเป็นระบบในการก่อให้เกิดการสังหารหมู่ โดยแสดงบทบาทดังต่อไปนี้

1. สื่อแพร่กระจายความเกลียดชังอย่างตั้งใจ ผ่านคำพูด เพลงปลุกระดม คำขวัญ และถ้อยคำหยาบคายที่จงใจทำให้คนกลุ่มหนึ่งในสังคมที่มีความคิดเห็นหรืออัตลักษณ์ที่แตกต่างกลายเป็นศัตรูที่ต้องถูกกำจัดหรือกวาดล้าง กระบวนการสร้างความเกลียดชังทำในสองรูปแบบหลักคือ หนึ่งลดทอนความเป็นมนุษย์ของฝ่ายตรงข้าม ในกรณีนี้ดีเจสถานีวิทยุ Radio-Télévision Libre des Milles Collines (RTLM) ซึ่งเป็นสถานีวิทยุเอกชน ที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของผู้นำฮูตูขวาจัด และมีบทบาทหลักในการยุยงปลุกปั่นความเกลียดชัง จนได้ฉายาอันอื้อฉาวว่า “วิทยุแห่งความตาย” จงใจเรียกชาวตุดซี่ว่าเป็นแมลงสาบตลอดเวลา เพื่อชี้ว่าชาวทุตซี่มนุษย์ที่มีเลือดเนื้อหรือจิตวิญญาณเหมือนชาวฮูตู เป็นขยะของสังคมที่ควรจะถูกกวาดล้างเพื่อทำให้สังคมบริสุทธิ์ เหมือนกำจัดแมลงสาบออกไปจากที่พักอาศัย (ฆ่าแมลงสาบไม่บาป)

นอกจากเทคนิคที่กดให้ฝ่ายตรงข้ามต่ำกว่าตนแล้ว เทคนิคอีกประการหนึ่งคือ วาดภาพให้ฝ่ายตรงข้ามกลายเป็นยักษ์เป็นมารไปเสีย ซึ่งก็เป็นการทำให้พวกเขาไม่ใช่มนุษย์มนาไปอีกแบบหนึ่ง คือ ดูน่ากลัวเสียจนฝ่าย “พวกเรา” ต้องสามัคคีกันเพื่อกำจัด มีการปลุกระดมผ่านสถานีวิทยุ RTLM ว่าชาวทุตซี่มีแผนการจะสังหารหมู่ชาวฮุตูให้สิ้นซากไปจากประเทศ และแปลงรวันดาให้กลายเป็นดินแดนของชาวทุตซี่แต่ลำพัง เทคนิคประการที่สองนี้มุ่งสร้างให้เกิดความกลัวและตื่นตระหนกเสริมเข้าไปกับความเกลียดชัง

2.สื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานในการลงมือก่อความรุนแรงระหว่างนักการเมืองหัวรุนแรงกับเครือข่ายของพวกเขา มีหลักฐานมากมายว่าสถานีวิทยุ RTLM ไม่ได้ทำหน้าที่สื่อมวลชนอย่างที่ควรจะทำในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งทางการเมือง แต่แปลงร่างตัวเองเป็นเครื่องมือของนักการเมืองเชื้อชาตินิยมขวาจัดในการโค่นล้มฝ่ายตรงข้าม (รวมทั้งชาวฮูตูด้วยกันที่ไม่เห็นสอดคล้องกับแผนการณ์ของตน) ที่น่ากลัวคือ ผู้ประกาศข่าวและเจ้าหน้าที่ของสถานีนี้ไม่เพียงแต่บิดเบือนข้อเท็จจริง โกหกมดเท็จ และปั้นนำเป็นตัวเท่านั้น แต่ทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการของการสังหารหมู่เลยทีเดียว มีการประกาศรายชื่อชาวตุ๊ดซี่ที่เป็นเป้าหมายของการสังหารออกอากาศสด นอกจากชื่อเสียงเรียงนาม ดีเจประจำสถานียังให้ข้อมูลที่อยู่เสร็จสรรพว่าจะไปตามฆ่าคนเหล่านี้ได้ที่ไหน รวมทั้งมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่ชาวตุดซี่ไปชุมนุมหรือหลบซ่อนอยู่ ข้อมูลจากองค์กรนานาชาติและนักวิจัยพบว่า รายชื่อบุคคลที่สถานีวิทยุ RTLM ประกาศออกอากาศ ทุกรายถูกฆ่าตายให้หลังเวลาการออกอากาศไม่นาน และสถานที่หลบภัยทั้งหลายถูกเผาทำลายและโจมตีอย่างแม่นยำหลังจากมีการประกาศผ่านสถานีวิทยุ เนื่องจากความแพร่หลายของสื่อวิทยุ ซึ่งเป็นสื่อราคาถูกและเข้าถึงได้ง่ายที่สุดในสังคมรวันดา ทำให้การประสานงานในการฆ่าดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพในขอบเขตทั่วประเทศ

3.สื่อทำหน้าที่ชี้นำสาธารณะให้เห็นว่าความรุนแรงเป็นทางออกและจำกัดทางเลือกของการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี บทบาทของสื่อในข้อนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในสถานการณ์ที่ความขัดแย้งทางการเมืองกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น สื่อวิทยุบางสถานีและหนังสือพิมพ์บางฉบับในรวันดาจงใจชี้นำสาธารณะว่าความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นเป็นการต่อสู้ระหว่าง “พวกเรา-คนส่วนใหญ่” กับ “พวกเขา-คนส่วนน้อย” เป็นการต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่ว และตอกย้ำว่าความรุนแรงเท่านั้นที่เป็นทางออกจากความขัดแย้งนี้ คำขวัญที่ถูกอ่านออกอากาศซ้ำแล้วซ้ำอีกในช่วงนั้นคือ เลือกเอาว่าคุณ “จะฆ่าหรือจะเป็นฝ่ายถูกฆ่า” (to kill or to be killed) โดยการชี้นำเช่นนี้ สื่อทำหน้าที่อันเลวร้ายสองอย่าง หนึ่ง ไม่เปิดโอกาสให้สาธารณชนเข้าใจความประเด็นทางการเมืองในแบบอื่นๆ เลย นอกจากการเมืองของสีขาวกับสีดำ เทพกับมาร การตีกรอบปัญหาทางการเมืองเช่นนี้ ทำให้สังคมขาดวุฒิปัญญาและไม่พร้อมต่อการรับมือกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองในช่วงเปลี่ยนผ่าน สอง สื่อทำหน้าที่เป็นโฆษกของความรุนแรงและโหมกระพือความแตกแยกในสังคมแทนที่จะเป็นสติให้กับสาธารณชน

บทเรียนจากรวันดาคือ สื่อในสังคมไหนๆ ก็สามารถเป็นอาวุธอันทรงประสิทธิภาพในการก่อความรุนแรงได้ เมื่อใดก็ตามที่มันยุติการทำหน้าที่ของการเป็นผู้รายงานข้อเท็จจริงและนำเสนอความเห็นอันรอบด้านแก่สาธารณะ และแปลงตัวเองไปเล่นบทกระบอกเสียงของความเกลียดชัง

ประหารดีเจคลื่นวิทยุแห่งความตายหลังสงครามยุติ

ในปี ค.ศ. 2003 ศาลอาญาระหว่างประเทศสำหรับรวันดา (International Criminal Tribunal for Rwanda : ICTR) ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยอาศัยข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ ได้ตัดสินให้ประหารชีวิตผู้ประกาศสองคนของสถานีวิทยุ RTLM และนักข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งมีความผิดฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ นับเป็นการสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง (นับจากศาลนูเรมเบิร์กที่จัดตั้งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อพิจารณาการสังหารหมู่ชาวยิว) ว่า แม้สื่อมวลชนไม่ได้มีบทบาทเป็นผู้ลงมือฆ่าโดยตรง หากทำหน้าที่ยุยงปลุกปั่นและชี้นำให้มีการใช้ความรุนแรง ก็ต้องรับผิดตามกฎหมายต่ออาชญกรรมที่เกิดขึ้นด้วย