ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, December 11, 2011

สมศักดิ์ เจียมฯ บันทึกความทรงจำ: คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข กับ การอภิปราย 10 ธันวาคม 2553

ที่มา Thai E-News



โดย ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ที่มา เฟซบุ๊ค สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

[หมายเหตุ: "บันทึกความทรงจำ" นี้ ความจริง มีความยาวมากกว่านี้ ผมตัดตอนมาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับคุณสมยศ โดยตรง]

ในราวเดือนตุลาคม ช่วงครึงหลังของเดือน หรือต้นเดือนพฤศจิกายน 2553 คนที่ทำงานร่วมกับคุณสมยศ ในกลุ่ม "24 มิถุนา ประชาธิปไตย" คนหนึง (ผมยินดีจะเอ่ยชื่อเขา แต่ไม่แน่ใจว่า จะเป็นคุณหรือโทษต่อเขา) ซึงผมรู้จักมาระยะหนึง และเคยพูดคุยแลกเปลี่ยนด้วย ในหลายปีที่ผ่านมา เป็นระยะๆ โดยที่เรามีแนวโน้ม ที่จะมองสถานการณ์การเมืองหลายเรื่องไปในทิศทางเดียวกัน

เขาได้โทรศัพท์มาบอกผมว่า เขาคิดว่า จะพยายามผลักดันทำให้ไอเดียที่ผมเคยพูดในที่ต่างๆมาก่อน เรื่องผู้เรียกร้องต้องการประชาธิปไตยควรพยายามให้มีการอภิปรายเรืองสถาบัน กษัตริย์ทางสาธารณะอย่างเปิดเผยตรงๆ ปรากฏเป็นจริงขึ้นมา เขาได้ไปพูดคุยกับคุณสมยศ และเสนอให้ กลุ่ม "24 มิถนา ประชาธิปไตย" เป็นเจ้าภาพ จัดขึ้น ปรากฏว่า คุณสมยศ เห็นชอบด้วย โดยจะจัดเนื่องในวันรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม

นักกิจกรรมที่เป็นผู้ช่วยคุณสมยศคนนี้ ได้บอกผมว่า เขาได้ทำการติดต่อทาบทามนักวิชาการที่จะมาเป็นผู้อภิปรายร่วมกับผมไว้แล้ว คือ อ.ณัฐพล ใจจริง, อ.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ โดยจะมี อ.เกษม เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย ซึงทุกคนได้ตอบรับแล้ว (รวมทั้งผมเอง เมื่อเขาบอกเรืองนี้) แต่เขาอยากได้ อ.วรเจตน์ มาร่วมด้วยอีกคนหนึ่ง (ขณะนั้น อ.วรเจตน์ กับคณะ เพิ่งประกาศตั้งเป็นกลุ่ม "นิติราษฎร์" ได้ราวเดือนเดียว) โดยจะจัดที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ซึ่งเขาได้ติดต่อขอจองไว้แล้วเช่นกัน

ปัญหาคือ เขาไม่มีเบอร์โทรศัพท์จะติดต่อกับ อ.วรเจตน์ ได้ ผมจึงบอกเขาไปว่า ผมสามารถติดต่อกับ อ.ปิยบุตร ได้ และจะลองถามให้ เรายังคุยกันว่า ถ้า อ.วรเจตน์ ไม่สะดวก ก็ขอให้ อ.ปิยบุตร เป็นผุ้อภิปราย ก็ได้

ผมจึงโทรศัพท์ไปบอกเรื่องนี้กับ อ.ปิยบุตร ซึง อ.ปิยบุตร ก็รับว่า จะลองไปถาม อ.วรเจตน์ และคนอื่นๆในคณะดู ผมเองได้เสนอ อ.ปิยบุตรไปว่า จริงๆ ถ้าทั้ง อ.ปิยบุตร และ อ.วรเจตน์ จะเป็นคนร่วมอภิปรายทั้งคู่ ทางคุณสมยศที่เป็นเจ้าภาพ ก็น่าจะไม่ขัดข้อง หรือ ถ้า อ.ปิยบุตร ไม่อยากเป็นผู้อภิปรายเอง จะเป็นผู้ดำเนินการก็น่าจะได้ ผมจะไปคุยกับผุ้ช่วยคุณสมยศ ไปขอให้ทำความเข้าใจ กับ อ.เกษม ที่ทาบทามให้เป็นผู้ดำเนินการอภิปรายไว้แล้ว

ทั้งผมและ นักกิจกรรมที่ทำงานกับคุณสมยศ และตัวคุณสมยศเอง ตามที่เขาบอก (ถึงจุดนี้ ผมยังไม่เคยรู้จัก หรือเจอตัวคุณสมยศเลย เคยเห็นคุณสมยศ จากคลิปวีดีโอ หรือการถ่ายทอดเวทีปราศรัยเทานั้น) ต่างเข้าใจตรงกันว่า นี่จะเป็นการอภิปรายทีสำคัญ ในแง่ที่ จะเป็นครั้งแรกที่มีการอภิปรายเรืองสถาบันกษัตริย์ตรงๆ (เราทราบดีว่า ก่อนหน้านี้ มีการจัดสัมมนาวิชาการ ในประเด็นเรือ่ง กฎหมายหมิ่นฯ มาก่อน 2-3 ครั้ง รวมทั้งครั้งหนึ่ง ที่จัดที่ นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ที่มีกลุ่มของ อ.วรเจตน์ ที่ตอนนั้น ยังไม่ได้ประกาศเป็น นิติราษฎร์ ร่วมจัดด้วย แต่ไอเดีย ทีผมคุยกับผุ้ช่วยคุณสมยศคนนี้คือ คร้ังนี้ ต้องการให้จัดอภิปรายเป็นเรื่องสถาบันกษัตริย์กับประชาธิปไตย ในภาพรวม แบบตรงๆ เลย)

หลังจากนั้น ไม่กีวัน อ.ปิยบุตร ได้ติดต่อผมกลับมา และได้แจ้งให้ทราบว่า พวกเขาได้คุยกันแล้ว ทาง อ.วรเจตน์ ยินดีจะมาร่วมเป็นผู้อภิปรายด้วย แต่อยากขอให้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง คือ

(1) ทางกลุ่มพวกเขา ทีเพิ่งประกาศเป็น "นิติราษฎร์" จะขอเป็น "เจ้าภาพ" จัดในนาม "นิติราษฎร์" เอง

และ (2) ขอเปลี่ยนสถานที่ มาเป็นที่มหาวิทยาลัยแทน โดยพวกเขาจะติดต่อขอสถานที่ให้

และ (3) นอกจาก อ.วรเจตน์ ทีจะเป็นผุ้ร่วมอภิปรายแล้ว ทาง "นิติราษฎร์" จะให้ อาจารย์อีกคนหนึงในกลุ่ม อาจจะเป็น อ.ปิยบุตร หรือ อ.ธีระ เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย

ทั้งหมด นี้ ก็เพราะทาง "นิติราษฎร์" ไม่อยากจะให้การอภิปราย มีลักษณะ "การเมือง" มากไป อยากให้เป็นงานในลักษณะ "วิชาการ" มากกว่า เพราะถ้าจัดโดยกลุ่ม "24 มิถุนา" ซึงเป็นกลุ่มเสื้อแดงกลุ่มหนึง และจัดที่ รร.รัตนโกสินทร์ ด้วย ภาพรวมก็จะออกมาในลักษณะเป็นส่วนหนึงของการเคลือนไหวการเมือง (ของเสื้อแดง) อย่างมาก (หลังจากน้้น ไม่นาน ผมมีโอกาสได้คุยกับ อ.ณัฐพล อ.ณัฐพล ก็บอกว่า ความจริง ตอนทีรับปากไปอภิปรายครั้งแรก ที่ผู้ช่วยคุณสมยศติดต่อมาน้น เขาเองก็มีความลังเล ไมสบายใจอยู่บ้าง เรื่องสถานทีจัด ทีจะเป็น รร.รัตนโกสินทร์)

อ.ปิยบุตร เองบอกว่า รู้สึกเกรงใจกลุ่มคุณสมยศ เหมือนกัน ที่จะขอดึงเอางานที่กลุ่มคุณสมยศ ริเริ่มเตรียมไว้แล้ว มาเป็นผู้จัดในนาม "นิติราษฎร์" เอง

ผมเอง เมื่อผมได้ฟังที่ อ.ปิยบุตร ขอมาในตอนแรก ก็รู้สึกหนักใจอยู่บ้างเหมือนกัน เพราะรู้สึกว่า เรืองนี้ ทางกลุ่มคุณสมยศเป็นผู้ริเริ่มและได้เตรียมการไปบ้างแล้ว มิหนำซ้ำ ถึงตอนนั้น คุณสมยศได้ประกาศบนเวทีชุมนุมของกลุ่ม "24 มิถุนา" ครั้งหนึงในช่วงนั้น ไปแล้วด้วยว่า กลุ่ม "24 มิถุนา" จะจัดการอภิปรายสำคัญเรื่องสถาบันกษัตริย์

แต่ผมก็ได้ถ่ายทอดที่ อ.ปิยบุตรบอกมา ต่อไปยังผู้ช่วยคุณสมยศ ปรากฏว่า เขาขอกลับไปบอกคุณสมยศก่อน และติดต่อกลับมาโดยรวดเร็วมากว่า คุณสมยศ ไม่ขัดข้องเลย "ยก" ให้ทางกลุ่ม อ.วรเจตน์ จัดในนามกลุ่มของ อ.วรเจตน์ ได้ ตามที่ผู้ช่วยคุณสมยศบอกคือ คุณสมยศ อยากให้มีการอภิปรายเรื่องนี้ จะจัดในนามใครไม่สำคัญ

ผมฟังแล้ว นอกจากโล่งใจ ก็ยังรู้สึกทึงในความใจกว้างของคุณสมยศ (ที่ผมยังไม่เคยเจอตัว) มาก . . . .

ถึงวันงานจริงๆ คุณสมยศเอง ได้เข้ามาในห้องประชุมนั่งฟังการอภิปรายด้วยตัวเองโดยตลอด (เรื่องนี้ อาจจะดู "เล็ก" แต่สำหรับผม รู้สึกทึ่งไม่น้อย เพราะที่ผ่านมา ผมแทบไม่เคยเห็นบรรดา "ผู้นำมวลชน" ดังๆ ทั้งหลาย ถ้าไมใช่เป็นผู้พูดเอง จะยอมหรือมีเวลามานั่งฟัง การอภิปรายอะไร) ยิ่งกว่านั้น ปรากฏว่า คุณสมยศ และกลุ่ม "24 มิถุนา" ยังได้ระดมมวลชนในเครือข่ายมาร่วมฟังจำนวนมาก จนห้องประชุมทีเตรียมไว้ ไม่เพียงพอ ล้นออกไปภายนอก มีคนเข้ามาในห้องประชุมไม่ได้จำนวนมาก

เรื่องจำนวนคนที่มาฟังมากขนาดนี้ เป็นสิ่งที่ผมคาดไม่ถึงจริงๆ และผมจำได้่ว่า ผู้ร่วมอภิปรายคนอืน และผู้ทีตอนนี้ เป็นเจ้าภาพจัด คือ กลุ่ม "นิติราษฎร์" เอง ก็คาดไม่ถึง แต่ที่มีคนมากขนาดนี้ ผมคิดว่า ต้องยกให้เป็นผลงานของคุณสมยศ และกลุ่ม "24 มิถุนา" มากกว่า เพราะปกติ การจัดสัมมนาโดยนักวิชาการ ในมหาวิทยาลัย ไม่เคยมีคนมากขนาดนี้

ผมมาทราบภายหลังว่า คุณสมยศ ไม่เพียงแต่ระดมคนมาฟัง ปรากฏว่า เมื่อห้องประชุมจุคนไม่พอ และมีคนจำนวนมาก ไม่สามารถเข้ามาฟังได้ คุณสมยศ ได้ให้สต๊าฟ ของกลุ่ม "24 มิถุนา" เอาเครื่องขยายเสียงเคลื่อนที่ ทีกลุ่ม "24 มิถุนา" เตรียมไว้ สำหรับใช้ในการชุมนุมที่ราชดำเนิน ที่กลุ่ม "24 มิถุนา" จะจัดในค่ำนั้น ออกมาติดตั้ง ถ่ายทอดเสียงจากในห้องประชุม ออกไปที่ลานภายนอก จนกระทังไฟของเครื่องเสียงเคลื่อนที่ ทีเตรียมไว้ หมด

วันนั้น นปช เอง ก็นัดชุมนุมทีราชดำเนินเช่นกัน ตอนนั้น เวทีใหญ๋ยังตั้งไม่ได้ เพราะยังอยู่ในประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ถ้าตามกำหนดการเดิม ทั้งกลุ่ม "24 มิถุนา" และ นปช ก็จะต่างตั้งเป็นเวทีเล็กของแต่ละกลุ่ม แต่พอ คุณสมยศ ให้เอาเครื่องเสียงทีเตรียมมาใช้กับงานอภิปราย จนไฟหมดเสียแล้ว ค่ำนั้น กลุ่มคุณสมยศ เลยไม่ได้ตั้งเวทีของตัวเองทีราชดำเนิน (หลังการอภิปราย ผมเดินไปดูการชุมนุมทีราชดำเนิน ไม่เห็นเวทีของกลุ่ม "24 มิถุนา" สอบถามภายหลัง จึงทราบเรื่องนี้)

การอภิปรายในวันนั้น เป็นอย่างไร คงพอเป็นที่ทราบกันดีแล้ว เนื้อหาการพูดของผม ผมเตรียมเอง ไม่ได้คุยกับใคร คุณสมยศ หรือ "เจ้าภาพ" ในวันนั้น คือ "นิติราษฎร์" ไม่ได้เกี่ยวข้อง - อันนี้ พูดเผื่อในแง่ ถ้าจะมีปัญหาในข้อกฎหมายด้วย ผู้อภิปรายคนอื่น ก็ต่างคนต่างเตรียมมากันเอง (ในกรณีของผมนั้น เนื่องจากผมรู้ตัวว่า การพูดครั้งนี้ มีความเสี่ยงในแง่กฎหมายอยู่ เพราะตั้งใจว่า จะพูดในลักษณะที่ไม่เคยมีการพูดเรืองนี้ในที่สาธารณะมาก่อน เพื่อพยายาม "เปิดพื้นที่" สำหรับการอภิปรายเรืองนี้ ผมเองก็ "ใจคอ ตุ้มๆต่อมๆ" อยู่ไม่น้อย ก็ได้คุยกับเพื่อน 2-3 คน ในแง่ปรับทุกข์ ขอกำลังใจ หรือขอให้ช่วยประเมินกว้างๆในแง่ว่า จะพูดได้ "แรง" แค่ไหน .. ซึงผมก็ต้องขอบคุณท่านเหล่านี้ มีโอกาส คงได้ระบุชื่อในอนาคต)

หากการอภิปรายครั้งนั้น จะพอมีคุณูปการหรือผลสะเทือนในแง่บวกต่อการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย โดยเฉพาะในประเด็นสถาบันกษัตริย์ .. ผมคิดว่า เครดิตสำคัญส่วนหนึง ต้องให้คุณสมยศ และผู้ช่วยในกลุ่ม "24 มิถุนา" ที่เป็นผู้ริเริ่มในตอนต้น ดังทีเล่ามา

ผมเล่าเรื่องนี้ เพราะเข้าใจว่าแทบทุกคนทีได้ฟังการอภิปรายครั้งนั้น (ไม่ว่าจะฟังสด หรือดู วิดีโอคลิปที่เผยแพร่อย่างกว้างขวางภายหลัง) คงไม่ทราบกัน เพื่อเป็นการชักชวนให้ช่วยกันระลึกถึงคุณสมยศ ทีติดคุกอย่างไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งมานานหลายเดือนแล้ว ....