WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, August 25, 2010

คำให้การ4พยาน ไขฆ่านักข่าวยุ่น รัฐบาลไทยยังไร้คำตอบ

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

นอกจาก 91 ศพในเหตุการณ์เมษาฯ-พฤษภาฯ ที่ต้องทวงถามความเป็นธรรมแล้ว
ในจำนวนนี้ที่ตกเป็นข่าวในระดับสากลก็คือ
การทวงถามสาเหตุการเสียชีวิตของนักข่าวต่างประเทศที่ต้องมาเซ่นสังเวยในเหตุรุนแรงในประเทศเรา

เช่น การเสียชีวิตของนาย "ฮิโรยูกิ มิราโมโตะ" ผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่นของสำนักข่าวรอยเตอร์
เมื่อวันที่ 10 เมษายน และ "นายฟาบิโอ โนเลนกี้" ช่างภาพชาวอิตาลี
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

2 นักข่าวต่างประเทศกำลังจะกลายเป็นปัญหาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศขึ้น

หลังรัฐบาลของทั้งสองประเทศ มอบหมายให้สถานทูต พร้อมกับญาติคนตาย
เดินทางมาทวงถามความคืบหน้าถึงการตายครั้งนั้นมาตลอดว่าใครเป็นคนฆ่า

ทว่ารัฐบาลไทยและหน่วยงานที่รับผิดชอบในขณะนี้คือดีเอสไอ
ไม่เคยตอบคำถามได้ ทั้งที่เวลาล่วงเลยมานานพอสมควรแล้ว

ในกรณีนักข่าวญี่ปุ่น มิใช่จะมืดมนสับสนไร้ร่องรอย
ข่าวสดเคยติดตามพยานหลักฐานจนพบว่า เคยมีคำให้การของพยานเอก 4 ปาก
ในเหตุการณ์ 10 เมษายน ที่สามารถเป็นแนวทางในการหาตัวผู้ลั่นกระสุนได้ไม่ยาก

แต่พยานเหล่านี้ ดีเอสไอไม่เคยพูดถึง ไม่เคยนำมาเป็นเบาะแสติดตามต่อ

ย้อนไปดูหลักฐานคำให้การของพยาน 4 ปากเกี่ยวกับการตายของนายฮิโรยูกิ

เป็นคำให้การที่ถูกเก็บเงียบมานานกว่า 3 เดือน
ทั้งๆ ที่พยานทั้งหมดให้การหลังเกิดเหตุเพียง 2-3 วันเท่านั้น

คำให้การดังกล่าวระบุชัดเจนถึงการตายของนายฮิโรยูกิว่ายิงมาจากฝ่ายใด
รวมทั้งมีจุดน่าสังเกตมากมายในวันเกิดเหตุ



โดยเฉพาะแสงไฟของถนนที่ดับลงอย่างจงใจ

ก่อนที่ห่ากระสุนจะสาดซัดทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก



สําหรับคำให้การของพยาน
กรณีการตายของนายฮิโรยูกิ แบ่งเป็น กลุ่มผู้ชุมนุม 3 คนที่เห็นเหตุการณ์
และอยู่ในจุดที่มีการปะทะเป็นเหตุให้นักข่าวอาทิตย์อุทัยเสียชีวิต
และอีกหนึ่งเป็นหน่วยกู้ภัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองใดๆ
เพียงเข้าไปทำหน้าที่ช่วยชีวิตโดยไม่เลือกว่าเป็นสีอะไร

ทั้ง 4 คนมีชื่อ-ที่อยู่บอกไว้ชัดเจนกับตำรวจสน.ชนะสงคราม
เจ้าของท้องที่เกิดเหตุ เรียกว่าเป็นพยานที่มีตัวตนจริงแท้แน่นอน

มี 2 คนให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 12 เมษายน
และอีก 2 คนมาให้การในวันที่ 13 เมษายน

รายแรกเป็นผู้ชุมนุมอายุ 54 ปี ระบุว่า ราว 1 ทุ่มวันเกิดเหตุขณะร่วมชุมนุมที่หน้าร.ร.สตรีวิทยา
ได้รับคำสั่งจากแกนนำบนเวทีให้ไปขัดขวางทหารที่จะเข้ามาสลายการชุมนุม
จึงร่วมกับผู้ชุมนุมเข้าไปผลักดันทหารที่อยู่บริเวณสี่แยกคอกวัว

ขณะที่เดินเข้าไปนั้น มีผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่นที่เสียชีวิตในเวลาต่อมา
เดินแซงหน้าไปที่บริเวณด้านหน้าของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงจนประชิดกับแนวทหาร
จากนั้นก็ได้เกิดเหตุการณ์ระเบิดในกลุ่มทหาร 1 ครั้ง



"จากนั้นทหารก็ยิงปืนใส่กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหลายนัด เป็นเหตุให้ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ
และเห็นผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่นคนดังกล่าวที่ด้านหน้าประมาณ 1 เมตร
ถูกกระสุนปืนที่ยิงมาจากฝ่ายทหาร แต่ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นคนลงมือ"

พยานปากที่ 2 อายุ 55 ปี ซึ่งมีชื่อ-นามสกุลระบุชัดเจน ให้การว่า
ระหว่างไปร่วมผลักดันทหารที่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา
ขณะนั้นผู้ชุมนุมกำลังผลักดันกับกำลังทหาร
แล้วก็ได้ยินเสียงปืน มาจากบริเวณสี่แยกคอกวัว ซึ่งผู้ชุมนุมก็ผลักดันทหารจนล่าถอยไป



ก่อนมีเสียงปืนหลายนัดยิงมาจากฝ่ายทหารเข้ามายังผู้ชุมนุม ซึ่งพยานถูกยิงที่หน้าอกด้านขวา
บริเวณใต้ราวนมจำนวน 1 นัด ก่อนจะมีผู้มาช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล

พยานปากนี้ยังระบุว่า ไม่สามารถระบุคนยิงได้ เนื่องจากไฟมืด
แต่ยืนยันว่ามาจากฝ่ายทหารบนอาคารโรงเรียนสตรีวิทยา และหลายจุดในบริเวณเดียวกัน !!!

ข้าราชการทหาร อายุ 40 ปี ที่เข้าไปร่วมชุมนุม เป็นพยานอีกรายที่ให้การว่า
ได้เดินทางไปร่วมสนับสนุนกับผู้ชุมนุมที่บริเวณสี่แยกคอกวัว
โดยยืนอยู่แนวหน้าปะทะผลักดันกับกำลังทหารที่บริเวณถนนตะนาว

กระทั่งแนวทหารเริ่มถอยหลัง จากนั้นก็มีเสียงปืนดังมาจากด้านหลังของแนวทหารยิงเข้ามาใส่ผู้ชุมนุม
ซึ่งพยานคนเดียวกันนี้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่บริเวณด้านหลังมือขวาแตกได้รับบาดเจ็บ

พยานยืนยันว่าอาวุธปืนที่ยิงใส่ผู้ชุมนุมมาจากฝ่ายทหาร !!!

พยานปากสุดท้ายคือเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย อายุ 42 ปี มีชื่อและนามสกุลชัดเจน ระบุว่า
มากับเพื่อน 3 คน ขับรถไปลำเลียงผู้บาดเจ็บออกจากแยกคอกวัว
ระหว่างนั้นรับตัวนายฮิโรยูกิ จากกลุ่มผู้ชุมนุมที่ช่วยเหลือพาส่งร.พ. ซึ่งผู้บาดเจ็บไม่รู้สึกตัว

เมื่อจับชีพจรดูปรากฏว่าไม่เต้นแล้ว จึงพยายามปั๊มหัวใจแต่ก็ไม่สำเร็จ
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลจึงได้นำร่างของผู้ตายส่งมอบให้เจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาล

พยานคนเดียวกันนี้ ยังให้การระบุว่า ทราบว่าเป็นผู้สื่อข่าวจากบัตรที่คล้องคอ
สภาพบาดแผลถูกยิงเป็นรูเล็กประมาณนิ้วก้อย จำนวน 1 แผล ที่บริเวณเหนือราวนมซ้าย
ด้านหลังด้านขวาเป็นรูประมาณนิ้วหัวแม่มือ และมีโลหิตไหลออกมาจำนวนมาก คาดว่าน่าจะถูกอาวุธปืน

ที่น่าสนใจก็คือในคำให้การของพยานหลายปาก ระบุตรงกันว่า
ระหว่างการผลักดันกันไปมา จู่ๆ ไฟถนนก็ดับลงพร้อมกับเสียงกระสุนที่สาดออกมาจากแนวทหาร

หากไม่ใช่เหตุบังเอิญที่ไฟถนนดับพอดี ก็น่าจะเป็นการจงใจดับไฟ !??

ตำรวจที่สอบปากคำระบุว่า
คำให้การของพยานทั้ง 4 ปากส่งให้ดีเอสไอ ที่รับผิดชอบคดีไปนานนับเดือน แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า

เพราะเวลาที่ผ่านมากว่า 3 เดือน นานเกินไปที่จะทนรอต่อไปได้
ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นสั่งการผ่านสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ให้กระทุ้งรัฐบาลไทยเร่งหาคำตอบให้ชัด

ใครคือผู้รับผิดชอบต่อการตายของนักข่าวรายนี้

ขณะเดียวกันญาติของนายฮิโรยูกิ ตัดสินใจบินมาสอบถามด้วยตัวเอง

ร้อนถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ต้องสอบถามไปยังดีเอสไอ

แต่ก็ยังเงียบ

จนกระทั่งเมื่อเช้าตรู่ วันที่ 24 สิงหาคมนี้เอง นายคัตสึยะ โอกาดะ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น
เดินทางมายังประเทศไทย และไปปรากฏตัวที่บริเวณสี่แยกคอกวัว
เพื่อไปยืนไว้อาลัยให้กับคนในชาติของตนเองที่มาเสียชีวิตบริเวณดังกล่าว

ภาพนี้ตบหน้าใครบ้าง!!