ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, August 14, 2012

ภาคภูมิ แสงกนกกุล: Taxe soda ภาษีบาปที่ไม่ใช่แค่เรื่องเหล้าเบียร์

ที่มา ประชาไท

 

ในสังคมเสรีประชาธิปไตยนั้นการตัดสินใจเลือกบริโภคสินค้าต่างๆเป็น กิจกรรมของปัจเจกบุคคลที่ทำได้โดยอิสระโดยรัฐไม่เข้าไปแทรกแซง รัฐต้องเคารพในการตัดสินใจของประชาชนเพราะไม่มีใครรู้ดีที่สุดว่าอะไรเป็น สิ่งที่ดีที่เหมาะที่สุดและสนองความต้องการได้ดีที่สุดเท่ากับตัวเราเอง และเมื่อประชาชนตัดสินใจบริโภคอะไรแล้ว ตัวเองย่อมเป็นคนรับชะตากรรมที่ตามมาจากการบริโภคนั้นๆไม่ว่าในทางดีหรือทาง แย่ ดังนั้นรัฐไม่สามารถบังคับให้คนยากจนไม่มีฝันไม่มีความอยากได้ซื้อของหรู ราคาแพงตราบใดที่กระเป๋าตังค์ของเขาอำนวยให้ได้ของหรูหรามา
อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่ามีสินค้าทุกชนิดเมื่อบริโภคแล้วส่งผลดีผลเสียต่อ เฉพาะคนซื้อเพียงคนเดียว มีสินค้าบางอย่างที่เมื่อบริโภคแล้วส่งผลถึงคนรอบข้างหรือสังคมได้ (externalities) การส่งผลรอบข้างมีได้ 2 กรณีคือ ด้านบวก เช่น การฉีดวัคซีนเป็นต้น ถ้าในสังคมมีการฉีดวัคซีนมากขึ้นอาจส่งผลต่อสังคมในการที่สามารถควบคุมโรค ร้ายให้หายไป และกรณีด้านลบ เช่น การสูบบุหรี่ กินเหล้า เป็นต้น และเมื่อการบริโภคดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบแต่เฉพาะตัวเองแล้วแต่ยังลามไป ถึงสังคมนั้นจึงเปิดโอกาสให้รัฐเข้ามาแทรกแซงการบริโภคของปัจเจกบุคคลได้บาง ส่วน ในนามของเพื่อประโยชน์สาธารณะ

ขั้นตอนภาษีบาป

อย่างไรก็ตามการออกกฎหมายห้ามบริโภคหรือริบทำลายสินค้าที่ส่งผลเสียต่อ สังคมอาจเป็นสิ่งที่โหดร้ายและดูเผด็จการเกินไปสำหรับรัฐ รัฐจึงต้องหาวิธีเพื่อให้ผู้บริโภครับผิดชอบต่อสังคมเมื่อไรก็ตามที่บริโภค สินค้านั้น วิธีดังกล่าวคือการเก็บ ภาษีบาป
การเก็บภาษีบาป ขั้นตอนแรกจึงเริ่มจาการกำหนดว่าสินค้าไหนส่งผลเสียต่อสังคม ซึ่งการกำหนดนั้นต้องผ่านกระบวนการเห็นชอบทางสังคมและควรมีหลักฐานและความ เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อสังคมจริงๆ การขาดหลักฐานมายืนยันย่อมสร้างความไม่พอใจกับผู้บริโภคจำนวนมากที่ต้อง แบกรับภาษีมากขึ้น สินค้าที่สามารถเก็บภาษีบาปจึงไม่ได้ถูกตีกรอบแค่บุหรี่หรือเหล้าเท่านั้น แน่นอนละว่ามีรายงานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าผู้ที่สูบบุหรี่และดื่มเหล้ามี โอกาสที่เกิดโรคหลายๆอย่าง เช่น โรคหัวใจ ตับแข็ง มะเร็งปอด ได้มากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่สูบบุหรี่และกินเหล้าทุกคนต้องเป็นโรคร้ายที่ กล่าวมา สาเหตุจากมะเร็งปอดมีสาเหตุอื่นๆเช่น จากใยหิน หรือพยาธิใบไม้ตับก็ส่งผลต่อการเกิดมะเร็งตับได้ นอกจากนี้สินค้าอื่นๆที่ถูกมองข้าม เช่น น้ำตาลก็เป็นสาเหตุของฟันผุ โรคอ้วนและโรคหัวใจได้เช่นกัน ซึ่งแนวโน้มในอนาคตที่โลกขาดแคลนอาหารมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่แน่ว่าการมีน้ำหนักมากอาจถูกตีค่าเป็นภัยต่อสังคมในอนาคตก็ได้

Taxe soda ภาษีรับมือโรคอ้วน

เมื่อ มกราคม 2012 ฝรั่งเศสประกาศใช้เพิ่มภาษีอีกตัวเรียกว่า Taxe soda ซึ่งเป็นภาษีที่เรียกเก็บจากเครื่องดื่มผสมน้ำตาล เช่น น้ำผลไม้ หรือ น้ำอัดลม และคาดว่าเก็บภาษีได้ 120 ล้านยูโรและทำให้ราคาเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 35% ซึ่งการอ้วนมีแนวโน้มสูงขึ้นในฝรั่งเศส และคาดว่าประชากร 20%จะเป็นโรคอ้วนในปี 2020 ค่าใช้จ่ายต่อปีที่เกี่ยวกับโรคอ้วนสูงถึง 2.59พันล้านยูโร [1] เพราะว่าฝรั่งเศสมีระบบประกันสุขภาพโดยรัฐค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อการรักษา รัฐจึงเป็นผู้จ่ายส่วนใหญ่ โดยที่เอกชนรับผิดชอบในบางส่วน การอ้วนจึงเป็นการสร้างภาระให้สังคมโดยรวม และถึงแม้มีตัวเลขยืนยันและความเกี่ยวข้องขนาดนี้ก็ยังส่งผลความไม่พอใจกับ ผู้บริโภคต่อภาษีดังกล่าว
ขั้นตอนต่อมาคือ การเลือกวิธีการเก็บภาษีและอัตราการเก็บภาษี การเก็บภาษีที่นิยมคือภาษีสรรพสามิตรโดยตรงกับสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสังคม เพื่อให้ผู้บริโภคยิ่งซื้อมากเท่าไรยิ่งต้องจ่ายเงินมากขึ้นให้สังคมเท่า นั้น และผู้บริโภคเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง นอกจากนี้เมื่อสินค้าราคาแพงมากขึ้นจึงเป็นการบังคับทางอ้อมให้ผู้บริโภคมี ความสามารถในการซื้อสินค้าน้อยลงตามมาด้วย อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญคือการกำหนดอัตราภาษีให้พอเหมาะ การเก็บภาษีในอัตราต่ำอาจส่งผลไม่มากนักต่อการลดปริมาณการซื้อ และตรงกันข้ามการกำหนดอัตราสูงก็เป็นการกีดกันผู้มีรายได้น้อยออกจากตลาด และอาจส่งผลต่อการเกิดตลาดมืดตามมา มิใช่ว่าคนรวยเท่านั้นที่สามารถสูบบุหรี่กินเหล้าราคาแพงได้และเป็นวัฒนธรรม ที่ดูโก้เก๋ แต่คนจนเองก็มีความต้องการคลายเครียดด้วยบุหรี่และเหล้าเช่นเดียวกัน
ขั้นสุดท้ายคือการนำภาษีที่เก็บได้ไปใช้ โดยทั่วไปแล้วภาษีบาปที่เก็บได้จะถูกโอนไปยังงบประมาณกลางเพื่อให้รัฐใช้ ประโยชน์สาธารณะในด้านอื่นๆ หรืออีกรณีคือนำไปใช้ประโยชน์โดยตรงกับผู้เสียภาษี เช่นกรณี NHS ในอังกฤษนำภาษีบุหรี่ที่ได้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถเพิ่มสิทธิประโยชน์ในการ รักษาผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปอด เป็นต้น

สถานการณ์ประเทศไทย

จากข้อมูลของ FIT [2] ตลาดเครื่องดื่มในประเทศไทยมีมูลค่ารวมกว่าแสนล้านบาท นอกจากตลาดเหล้าเบียร์แล้ว ยังมีตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท ตลาดชาเขียวประมาณ 3,000 ล้านบาท ตลาดน้ำอัดลมมูลค่า 30,000 ล้านบาท ตลาดกาแฟมูลค่า 8,000 ล้านบาท ตลาดน้ำผลไม้ 5,700 ล้านบาท และ ตลาดฟังก์ชันนอลดริงก์ 2,000 ล้านบาท ซึ่งแนวโน้มโดยเฉลี่ยตลาดน้ำดื่มสูงขึ้น 11% ต่อปี และเครื่องดื่มที่กล่าวมานั้นมีน้ำตาลเป็นส่วนผสม ในขณะที่คนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยต่อคนต่อปีสูงถึง 30 กิโลกรัม สหรัฐอเมริกา 34 กิโลกรัม และ ค่าเฉลี่ยโลกอยู่ที่ 19 กิโลกรัมต่อคนต่อปี [3]
ส่วนสถานการณ์โลกอ้วนจากรายงานคณะแพทย์สงขลานครินทร์ [4] 30.8%ประชากรชายไทยมีค่า BMI≥25 และ 43.5% ประชากรหญิงไทยมีค่า BMI≥25 และในประชากรไทย 15ปีขึ้นไปนั้น 6.9% เป็นเบาหวาน 21% มีความดันโลหิตสูง และ 19.4% มีคลอเรสเตอรอลสูง และ ร้อยละ 22-27 ของผู้ป่วยอ้วนมีโรคเกี่ยวข้องกับเมตาบอลิซึม เช่น โรคความดัน
และจากระบบฐานข้อมูลสังคมและคุณภาพชีวิต [5] แสดงอัตราการตายด้วยโรคต่างๆต่อประชากรแสนคนในแต่ละปี ปรากฏว่าแนวโน้มของการตายด้วยโรคมะเร็งตับ โรคเบาหวาน โรคถุงลมโป่งพอง มีแนวโน้มคงที่ และสาเหตุการตายด้วยโรคเบาหวานสูงกว่าสาเหตุการตายด้วยโรคถุงลมโป่งพอง
อ้างอิง:
  1. http://ecoetsante2010.free.fr/article.php3?id_article=90
  2. http://www.foodindustrythailand.com/v17/index.php?option=com_content&view=article&id=1038&Itemid=130
  3. http://ageconsearch.umn.edu/bitstream/115555/2/AAE679.pdf
  4. http://www.nutritionthailand.or.th/upload/docpath/Sym%209.1-%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%B2%20%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93.pdf
  5. http://social.nesdb.go.th/SocialStat/StatReport_Final.aspx?reportid=219&template=2R1C&yeartype=M&subcatid=1