WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, January 4, 2010

‘จาตุรนต์’ ชี้ปัจจัยการเมืองไม่สั่นคลอนรัฐบาลเท่าเศรษฐกิจ-มาบตาพุด

ที่มา ประชาไท

3 ม.ค.53 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองประเทศไทยในปี 2553 ว่า หากยังไม่แก้กติกาให้เกิดความยุติธรรม ก็ยากที่จะให้การเมืองไทยลงตัว ส่วนเสถียรภาพของรัฐบาลในปีหน้ายังมีปัญหาแน่นอน เพราะหลังปีใหม่เปิดมามีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ไม่รู้ว่าจะได้ผลถึงขนาดล้มรัฐบาลหรือไม่ ต้องดูว่าข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปรายจะมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน เพราะต้องดูว่าสังคมหรือพรรคร่วมรัฐบาลคิดอย่างไรกับรัฐบาล หลังรับฟังข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่จะหวังผลให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลคงไม่ง่ายเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือการบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลวมาก ๆ ก็อาจทำให้ความนิยมลดน้อยลงไปอีก
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ขณะที่การเมืองนอกสภายังเข้มข้นมากขึ้น เพราะความไม่พอใจต่อรัฐบาลมีสะสมมานาน ตั้งแต่ที่มาของรัฐบาลและการบริหารงานที่ล้มเหลวแก้ปัญหาประเทศชาติไม่ได้ ทั้งนี้การเคลื่อนไหวนอกสภา หากดูแลกันได้ ไม่เคลื่อนไหวใช้ความรุนแรง ป้องกันการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงได้ คงจะไม่ถึงขั้นทำให้การเมืองเปลี่ยนแปลงมากนัก ไม่มีผลถึงขั้นล้มรัฐบาลได้ นอกจากว่าการชุมนุมนั้นจะเสนอเนื้อหาสาระต่อประชาชนและสังคม จนทำให้สังคมเห็นด้วย แต่คงไม่แสดงผลทันที จะส่งผลต่อเสียงของประชาชนเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่
“โดยรวมคิดว่าเรื่องทางการเมืองโดยตรงไม่น่ามีผลถึงขั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แต่ทำให้รัฐบาลตกอยู่ในฐานะลำบาก คะแนนนิยมลดน้อยลง เรื่องสำคัญที่มีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล คือ การแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ การแก้ปัญหากรณีนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งการที่รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างล่าช้าไม่มีประสิทธิภาพ ปล่อยปละละเลย จะทำให้เกิดผลเสียต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างรุนแรงต่อการลงทุนที่จะมาจากต่างประเทศ หากยังเป็นเช่นนี้อีก คาดว่าผู้ที่มาลงทุนในไทยจะน้อยลงมาก และถึงขั้นเคลื่อนย้ายฐานการลงทุนทั้งรายเก่าและรายใหม่ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน”นายจาตุรนต์ กล่าว
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า นอกจากปัญหาด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ที่จะปะดังเข้ามาจนทำให้คนรู้สึกว่ารัฐบาลนี้ล้มเหลวในการแก้ปัญหา ซึ่งจะมีผลอย่างมากต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้นในปีหน้า นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ถ้าให้ทายใจนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้เชื่อว่าอยากอยู่จนครบเทอม และถ้าจะมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ คงไม่ได้มาจากรัฐบาลที่เห็นว่าจะได้เปรียบยุบสภาเพื่อหวังได้ที่นั่งมาก ๆ ถ้ารัฐบาลยุบสภาจะเป็นเรื่องที่เห็นว่าจวนตัวจริง ๆ
“ขณะนี้ยังไม่เห็นสาเหตุชัดเจนที่ทำให้คิดว่ารัฐบาลจะยุบสภา คงอยู่แบบถูลู่ถูกังไป เว้นแต่ว่าความล้มเหลวเกิดขึ้นชัดเจนมาก ๆ และประชาชนรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว ส่งเสียงพร้อมๆ กันมากๆ นั้นก็อาจทำให้เกิดการยุบสภาได้ แต่ก็ ไม่ใช่จะไม่มีโอกาสเลย แต่ไม่มีโอกาสสูงมากนัก รัฐบาลจะอยู่ด้วยทุลักทุเล ไม่มีเสถียรภาพ ไม่ราบรื่น ตราบใดที่ยังแก้กติกาให้เป็นประชาธิปไตยไม่ได้” นายจาตุรนต์ กล่าว
เมื่อถามว่า ในปีนี้มีจะมีแนวโน้มการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คงไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องการแก้เลย ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลอาจอยากแก้เพียงบางประเด็น ส่วนฝ่ายค้านถอนตัวเนื่องจากเกรงว่าเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลถ่วงเวลา คิดว่าฝ่ายต่าง ๆ น่าจะให้ความสนใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับกันมากขึ้น แต่คงไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ ต้องว่ากันใหม่ตอนเลือกตั้งใหญ่คราวหน้า ที่ควรมีการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ใครรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญชนะ ก็แก้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย ให้มีประสิทธิภาพ ให้ประเทศมีเสถียรภาพทางการเมือง เพราะรัฐบาลที่ทำงานใน 3 ปีที่ผ่านมา ไม่มีรัฐบาลที่ทำงานได้เลย