WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, May 5, 2011

รัฐบาลสหรัฐใช้วิธีการเดียวกับผู้ก่อการร้ายจัดการบินลาดิน

ที่มา ประชาไท

ทัศนะจาก ‘อับดุลสุโก ดินอะ’ ว่าด้วยการกระทำนอกขอบเขตกระบวนการยุติธรรมทางกฎหมาย และการจัดการศพตามหลักศาสนา

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตากรุณาเสมอ ขอความสันติสุขจงมีแด่ศาสฑูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีแด่ผู้อ่านทุกท่าน

หลังจากประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ ยืนยันการเสียชีวิตของนายโอซามา บิน ลาดิน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่นและให้สัมภาษณ์อย่างภาคภูมิใจ เช่น ท่านกล่าวว่า

"สวัสดีทุกท่าน ในคืนนี้ ข้าพเจ้าขอประกาศแก่ชาวอเมริกันและชาวโลกว่า สหรัฐอเมริกาได้สิ้นสุดภารกิจปฏิบัติการสังหารโอซามา บิน ลาเด็น ผู้นำกลุ่มก่อการร้ายอัล เคด้า ผู้เป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตของเด็กและประชาชนผู้บริสุทธิ์นับพันคนใน เหตุการณ์ 9/11”

ในขณะปฏิบัติการครั้งนี้ทั้งผู้นำสหรัฐและทีมงานนั่งชมการปฏิบัติการอย่างออกหน้าออกตา

ทำให้นักสิทธิมนุษยชนทั่วโลกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาเองตั้งคำถามต่อสหรัฐผู้นำด้านการตรวจสิทธิมนุษยชนทั่วโลกว่า เป็นการกระทำนอกขอบเขตกระบวนการยุติธรรมทางกฎหมายใดๆ ตามสมควรหรือไม่ และอาจจะเป็นใบอนุญาตต่อรัฐต่างๆ เอาเยี่ยงอย่างในการจัดการศัตรูทางการเมือง

เพราะการใช้บทลงโทษด้วยการสังหาร เปรียบเสมือนการตัดสินประหารชีวิตก่อนใช้กระบวนการยุติธรรมและเป็นการดำเนินคดีอย่างรวบรัดซึ่งปราศจากหลักประกันความชอบด้วยกฎหมายต่อจำเลยอย่างโจ่งแจ้ง

คำถามที่สองสำหรับมุสลิมที่มีต่อรัฐบาลสหรัฐหลังการโยนศพลงทะเล กล่าวคือ สหรัฐเหยียดหยามศพชาวมุสลิมอย่างโจ่งแจ้งหรือไม่ และละเมิดสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับการจัดการศพหรือไม่อย่างไร อันจะทำให้ปัญหาความไม่สงบและสันติภาพบนโลกใบนี้ยิ่งทวีความรุนแรง ถึงแม้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะโกยคะแนนนิยมจากประชาชนของท่านได้เป็นกอบเป็นกำ

ความเป็นจริงตามหลักศาสนาอิสลามและมติของบรรดาปราชญ์มุสลิมทั้งอดีตและปัจจุบันนั้น การจัดการศพของผู้ใดผู้หนึ่งไม่ว่าเขาจะดีหรือชั่ว จะต้องตั้งบนพื้นฐานการให้เกียรติ และคุ้มครองคุณค่าอันสูงส่งของความเป็นมนุษย์ (ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่ในช่วงแห่งการมีชีวิตอยู่เท่านั้น ในสภาวะไร้วิญญาณเหลือแต่เพียงเรือนร่างเปลือยเปล่าที่อาจดูไม่งามตานัก)

ศาสนาอิสลามก็ยังคงถือว่า เกียรติยศ และความประเสริฐในการเป็นมนุษย์ยังคงมีอย่างสมบูรณ์ กฎเกณฑ์ต่างๆ ในการปฏิบัติต่อผู้ตาย ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำศพ การห่อ การละหมาดขอพร และการฝังศพ จึงได้บัญญัติขึ้นเป็นหน้าที่ (หลักศาสนาอิสลามเรียกว่าฟัรดูกิฟายะฮฺ) ในชุมชนหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ในการจัดการศพที่ได้เสียชีวิตตามขั้นตอนที่ได้ระบุไว้ตามหลักนิติศาสตร์อิสลาม

นอกจากนั้นในการจัดการศพทุกขั้นตอน จะต้องคอยระมัดระวังมิให้กระทบกระเทือนหรือเกิดอันตรายต่อศพ ต้องให้เกียรติต่อศพตามความเหมาะสมภายใต้เจตนารมณ์ของพระเจ้าดังที่พระองค์ ได้ดำรัสความว่า "และเรา (พระเจ้า) ได้ให้พวกเขา (มนุษย์) เลอเลิศเหนือกว่าสรรพสิ่งอันมากมายที่เราได้ดลบันดาลอย่างล้นเหลือ" (อัลกุรอาน : บทอัลอิสรออฺ :ประโยคที่ 70 )

ศาสนฑูตมุฮัมมัดได้ตรัสไว้ความว่า "การหักกระดูกของผู้ตายเปรียบเสมือนการหักกระดูกผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่" (บันทึกโดยอิม่ามดาวุด หมายเลข 3207)

หลักการปฏิบัติต่อศพ อันเป็นข้อบังคับที่ศาสนาอิสลามบัญญัติไว้มี 4 ประการ คือ 1) ต้องอาบน้ำให้ 2) ต้องห่อศพให้ 3) ต้องละหมาดให้ และ 4) ต้องนำศพไปฝังยังสุสาน

สำหรับการฝังนั้นต้องขุดหลุมให้ลึกพอที่จะระงับกลิ่นที่จะมีในภายหลัง และป้องกันสัตว์ร้ายมาคุ้ยเขี่ยศพ โดยปกติจะขุดหลุมลึกประมาณ 2 เมตร กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร วิธีการฝัง ให้ญาติพี่น้องใกล้ชิดเป็นผู้นำศพลงหลุม โดยวางนอนตะแคงขวา หันหน้าไปทางทิศอันเป็นที่ตั้งของเมืองมักกะฮ

จากหลักการการจัดการศพดังกล่าว ทำให้อย่างน้อยองค์กรนักปราชญ์ศาสนาอิสลามที่ทรงอิทธิพลอย่างอัลอัซฮัรประเทศอียิปต์นำโดย ชัยค์มะหมูด ฮัซซาบ ที่ปรึกษาของ ชัยค์อะหมัด อัตตอยิบผู้นำอัลอัซฮัรออกมาฟัตวาถึงการทำผิดหลักการศาสนาอิสลามและผิดหลักมนุษยชนของสหรัฐอเมริกาในการจัดการศพ เพราะศาสนาอิสลามมองว่า การจัดการศพนั้นเป็น “สิทธิของศพ” และเป็น “หน้าที่ของผู้มีชีวิตอยู่” อีกทั้งเป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาต้องการทำให้ชาวมุสลิมอับอายด้วยการฝังศพบินลาดินในลักษณะดังกล่าว ซึ่งจะยิ่งทำให้กลุ่มติดอาวุธมีแนวร่วมมากขึ้นในการทำสงครามกับสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรเพื่อแก้ แค้นให้บิน ลาดิน