ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, August 22, 2012

รับขวัญสุชาติ นาคบางไทร สู่อิสรภาพมะรืนนี้

ที่มา Thai E-News

 

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
21 สิงหาคม 2555

เว็บไซต์ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน รายงานว่า ทีม ข่าว นปช.ได้รับข่าวดีว่า นายวราวุธ ฐานังกรณ์ (สุชาติ นาคบางไทร) และ นายสุริยันต์ กกเปือย ผู้ถูกคุมขัง ม.112 จะได้รับพระราชทานอภัยโทษจากพรฎ.พระราชทานอภัยโทษ 2555 โดยจะได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ เวลา 8.00 น.

สุชาติกับสุริยันต์เลือกหนทางที่จะสารภาพและขอพระราชทานอภัยโทษ หลังจากถูกจับกุมดำเนินคดี

สุ ริยันต์เป็นช่างซ่อมรองเท้า ถูกดำเนินคดีโดยถูกกล่าวหาว่าโทรศัพท์ขู่ระเบิดโรงพยาบาลศิริราช ต่อมาสารภาพและขอพระราชทานอภัยโทษ ส่วนสุชาติเป็นนักเคลื่อนไหวการเมืองยุคแรกๆหลังรัฐประหาร19กันยายน2549ใน นามคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ


ขณะืที่ผู้ที่ต่อสู้่คดี หรือเคยต่อสู้คดี ดูยังจะได้รับความทุกข์ทรมานจากการเป็นนักโทษในคดีนี้ต่อไป ทั้งนี้จากรายงานของเว็บไซต์นปช.

อ.สุ รชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ เผยว่า ได้ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษอย่างเป็นทางการวันนี้ โดยคดีทั้ง 5 คดีของตนเองเด็ดขาดแล้ว รวมโทษจำคุก 12 ปี 6 เดือน (คดีละ 2 ปี 6 เดือน) แต่ได้รับการลดโทษจาก พรฎ.พระราชทานอภัยโทษ 2555 จึงเหลือโทษจำคุก 10 ปี 9 เดือน หลัง จากนี้เป็นขั้นตอนการขอพระราชทานอภัยโทษ เริ่มจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ กรมราชทัณฑ์ ก.ยุติธรรม สำนักนายกรัฐมนตรี กองราชวัลลถ และสำนักพระราชวัง ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

ส่วนธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล (หนุ่ม เรดนนท์) ซึ่งเคยต่อสู้คดี แต่ไม่ได้รับประกันตัว จนต้องหันมาสู้ด้วยการสารภาพ ได้ตัด พ้ออย่างมีอารมณ์กรณีที่การขอถอนอุทธรณ์ขอตนเองยังไม่ผ่าน ทั้งที่ยื่นคำร้องมานานกว่า 3 เดือนแล้ว ขนาดตนเองยอมไม่สู้ต่อ เพราะเห็นว่าอุทธรณ์ไปก็คงขอประกันตัวไม่ได้ ไม่อยากให้ลำบากคนอื่นอีก จึงยอมเลือกที่จะถอนอุทธรณ์ เพื่อที่จะได้ขอพระราชทานอภัยโทษ แต่ก็เหมือนถูกกลั่นแกล้ง คนที่คดีสิ้นสุดยื่นขอไปหมดแล้ว สงสัยคงต้องเหลือตนเองที่คดีสิ้นสุดอยู่คนเดียวในเรือนจำ
ใน วันฌาปนกิจศพอากง 25-26 ส.ค. นี้ ตนเองและเพื่อนผู้ถูกคุมขังทางการเมืองจะโกนผม ถือศีล 8 และกินเจเพื่อไว้อาลัยครั้งสุดท้ายให้กับอากง

สม ยศ พฤกษาเกษมสุข กล่าวว่า ตนเองยังคงจะต่อสู้คดีต่อไป โดยเชื่อว่าวันที่ 19 ก.ย. นี้ ซึ่งศาลอาญานัดฟังคำวินิจฉัยศาล รธน. (กรณี ม.112 อาจขัด รธน.) คำวินิจฉัยน่าของศาล รธน. จะยังไม่ออกมา และคงต้องเลื่อนออกไปอีก ขณะ นี้ตนเองและหนุ่ม เรดนนท์ ทำงานอยู่ในห้องสมุดแดน 1 ตนเองรับจ้างเขียนฎีกาให้กับนักโทษ เวลาว่างก็เขียนบทความไปลงในประชาไท เขียนหนังสือ และแปลบทความในนิตยสาร NewsWeek ตอนนี้ตนเองทำใจได้นานแล้ว ตนเองชอบนั่งสมาธิ สวดมนต์ และอ่านหนังสือ ขณะนี้กำลังร่วมกับเพื่อนนักโทษรับบริจาคเงินเพื่อซื้อหนังสือใหม่เข้าสู่ ห้องสมุดของเรือนจำ

นปช. รายงานว่าได้ดูแลเรื่องอาหารให้กับผู้ถูกคุมขังเสื้อแดงในเรือนจำหลักสี่ โดยมีการจัดส่งกับข้าววันละ 2 มื้อให้กับผู้ถูกคุมขังเสื้อแดงในเรือนจำแห่งนี้เพื่อเสริมกับข้าวและข้าว ของเรือนจำ ส่งหนังสือพิมพ์วันละ 5 ฉบับ และนิตยสารเพื่อให้พวกเขาได้คลายเหงา/เพิ่มพูนข่าวสารบ้านเมือง

เครือ ข่ายญาติ ม.112 จัดพิมพ์การ์ดรำลึกอากงจำนวน 1,500 ใบ ซึ่งเป็นภาพที่หลานๆของอากงเขียนให้กับ อำพล ตั้งนพกุล (อากง) ขณะที่ยังอยู่ในเรือนจำ โดยจำหน่ายใบละ 10 บาท เพื่อนำรายได้มาใช้สนับสนุนกิจกรรมของกลุ่ม ซึ่งผู้ที่ซื้อการ์ดสามารถเขียนข้อความให้


************************
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:


อยากได้ความยุติธรรม?...จัดไป3ปี!


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
29 พฤศจิกายน 2553

ตัดสินจำคุก 'สุชาติ นาคบางไทร' 3 ปี ข้อหาหมิ่นสถาบัน

เวบไซต์ประชาไท รายงาน ว่า ศาลอาญา ถนนรัชดา ได้ตัดสินคดีของนายสุชาติ นาคบางไทร หรือ วราวุธ ฐานังกรณ์ หมายเลขแดงที่ อ.3964/2553 เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากอัยการส่งฟ้องในวันที่ 23 พ.ย. โดยพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา78 คงจำคุก 3 ปี

ในคำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2551 เวลาประมาณ 18.05 น.-18.15 น. จำเลยได้ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวที แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ท้องสนามหลวง ด้วยการกระจายเสียงทางเครื่องขยายเสียง ท่ามกลางประชาชนที่มาฟังการปราศรัยจำนวนหลายคน ซึ่งเป็นบุคคลที่สาม จำเลยพูดจาบจ้วง พูดเปรียบเทียบและเปรียบเปรย ล่วงเกิน ด้วยถ้อยคำหยาบคาย พูดใส่ความหมิ่นประมาทสมเด็จพระบรมราชินีนาถองค์ปัจจุบัน ทำให้พระองค์ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ และยังกล่าวแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อสมเด็จพระบรมราชินีนาถองค์ปัจจุบันด้วย เหตุเกิดที่ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ทั้งนี้ สุชาติถูกออกหมายจับเมื่อวันที่ 14 ต.ค.51 และได้หายตัวไปจนกระทั่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2553 บริเวณประตูน้ำ

เจ้าตัวไม่สู้คดี เพื่อหวังจะติดคุกไม่นาน


"น้าชาติจะพยายามปรับตัวให้ใช้ชีวิตอยู่ในคุกให้ได้ อาจจะใช้เวลาที่อยู่ในคุก ไปในการเขียนหนังสือ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน สู้ไปตามวิถีของตัวเองต่อไป"สมาชิกกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการที่ไป เยี่ยมรายงาน


สมาชิกกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ รายงานว่า จากการเข้าเยี่ยมนายสุชาติ นาคบางไทร แกนนำกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ก่อนจะมีการตัดสินคดีนั้น นายสุชาติแจ้งกับผู้ไปเยี่ยม ว่า ขอให้คนที่สนับสนุนเขา หยุดการต่อสู้ทางคดีไว้ทั้งหมด เพราะเขาได้ยอมรับสารภาพไปทั้งหมดแล้ว เขาจะไม่ขอทนาย ไม่ขอประกัน ไม่ขออภัยโทษ ดังนั้นจะไม่มีอะไรมาเกี่ยวข้องกับคนที่เคลื่อนไหวทางการเมืองเรียกร้องประ ชาธืปไตยทั้งสิ้น ขอให้พวกเราทุกคนสบายใจ และดำเนินชีวิตไปตามปรกติ และต่อสู้ต่อไปตามวิถีของตัวเอง

"น้าชาติจะพยายามปรับตัวให้ใช้ชีวิตอยู่ในคุกให้ได้ อาจจะใช้เวลาที่อยู่ในคุก ไปในการเขียนหนังสือ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน สู้ไปตามวิถีของตัวเองต่อไป"สมาชิกกลุ่มคนวันเสาร์ที่ไปเยี่ยมรายงาน

ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการ เขียนแสดงความเห็นในกระดานสนทนา คนเหมือนกันว่า..ความจริง มีคนบอกผมมาสักพักนึงแล้วว่า คุณสุชาติ กลับเข้ามาเมืองไทย ตอนแรกที่ผมได้ยิน ก็ตกใจและแปลกใจเหมือนกัน เห็นคนที่บอก เขาว่า เข้าใจว่าคุณสุชาติอาจจะคิดว่า ถ้าอยู่เฉยๆไม่ทำอะไรให้เป็นข่าว ก็อาจจะอยู่ได้ นี่แสดงว่า ตำรวจอาจจะได้ยินข่าวคราวขึ้นมา?

เรื่องไม่สู้คดี "สารภาพ" (ไม่อุทธรณ์ ฎีกา ไม่เอาทนาย) ผมก็อ่านจากข่าวเช่นกัน

ผมเดาว่า คุณสุชาติ คงคิดในแง่ว่า ถ้าทำในลักษณะนี้ มีโอกาสที่ภายในประมาณ 2 ปี ก็สามารถเป็นอิสรภาพได้ ในกรณีที่โดนตัดสิน แล้วยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ ทำนองเดียวกับคุณสุวิชา ท่าค้อ และคุณบุญยืน (ดูเหมือนจะประมาณ 2 ปีนับจากถูกจับทั้งคู่)

ดังที่ผมเคยเขียนไปก่อนหน้านี้ เช่นกรณีคุณสุวิชา เรื่องคดี ม.112 นั้น ต้องแล้วแต่ แต่ละคนที่ต้องคดีจะตัดสินใจตามสภาพของตัวเอง (และครอบครัว) ผมไม่มีความเห็นอะไร ลักษณะของคดีนี้ มันไมใช่คดีธรรมดา โอกาสที่ ถ้าถึงขั้นฟ้องศาลแล้ว จะสู้คดี แล้วชนะ เป็นไปได้ยากมากๆ (ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ถ้าศาลตัดสินใจว่า ไม่ผิด จะไม่ยิ่งเป็น "ตัวอย่าง" ให้กับคนอื่น) ดังนั้น อย่างกรณีคุณสุวิชา คุณบุญยืน ที่ตัดสินใจในลักษณะนั้น ก็คงพอเข้าใจได้ คุณสุชาติ ก็อาจจะคิดในลักษณะคล้ายกัน

อย่างกรณีคุณดา (ตอปิโด)คงอีกหลายปี กว่าจะผ่านขั้นอุทธรณ์ และถ้าตัดสินยืนว่าผิดอีก ก็คงอีกเป็นปี กว่าจะถึงขั้นฎีกา ฯลฯ และถ้าผิดอีก ? ถึงตอนนั้น จะขอพระราชทานอภัยโทษได้หรือไม่ โอกาสอาจจะน้อยลง สรุปแล้ว มีความไม่แน่นอนสูงมาก

*********
รายงานเกี่ยวเนื่อง:
-สดุดีวีรประวัติ 4 ปีการลุกขึ้นสู้ของภาคพลเมือง สดุดีอิฐก้อนแรก สุชาติ ณ บางไซ 
-ย้อนอดีตกันเรื่องฅนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ จากปากฅนวันเสาร์ก*******ำลังใจผู้
.............